16 สิงหาคม 2569 เวลา 17:13 น.

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM ร่วมกับบริษัท แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก เปิดนิทรรศการ “วิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง (Decode Your Skin, Discover Your Beauty Destination)” เพื่อให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ความงามและผิวพรรณ จัดแสดงในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ส.ค.นี้ เพื่อเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรม Wellness และ Beauty ของประเทศ ในงานเปิดนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง (Decode Your Skin, Discover Your Beauty Destination) มีนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM และนายอรรควุฒิ สุวรรณประกร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก พร้อมผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีดารานักแสดงชื่อดังเข้าร่วมด้วย อาทิ ศรราม เทพพิทักษ์ ที่มาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย “น้องวีจิ” นุสบา ปุณณกันต์ ฝันเด่น จรรยาธนากร จอย T–Skirt รวมทั้งนักร้องวัยรุ่น T – Pop ชื่อดัง อย่าง JAY DICE – กาญจน์โสภณ วิรุณนิติพนธ์ และ ALEX DICE – อเล็กซ์ซานเดอร์ บัคแลนด์ ที่มาทำหน้าที่ไกด์นำชมนิทรรศการ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคักคัก ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นหวั่นไหวลั่นฮอลล์จากบรรดาแฟนคลับ
นายสุวรงค์ กล่าวเปิดงานว่า NSM มีภารกิจหลักในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนและเยาวชนของชาติ ด้วยการเรียนรู้นอกห้องเรียนตามอัธยาศัยผ่านกิจกรรมและนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบต่างๆ ความร่วมมือกับ แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก ที่กำลังก้าวสู่การดำเนินงานครบรอบ 50 ปี ก็เช่นกันถือเป็นวาระสำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของสองหน่วยงานโดยการผสานความเชี่ยวชาญระหว่างองค์ความรู้เชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ผิวพรรณที่มุ่งเน้นการยกระดับความรู้ให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพผิวและการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืนจากแพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก กับศักยภาพและความเชี่ยวชาญในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของ NSM ผ่านนิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง ที่นำมาจัดแสดงในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ โดยจะจัดแสดงไปจนถึงวันที่ 23 ส.ค. นี้ “นิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริงมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้และแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ผ่านการเรียนรู้เรื่องผิวพรรณและความงามในมิติทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกต้อง มีเหตุผลและยั่งยืนพร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นถึงโอกาสในสายอาชีพนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามของประเทศไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและมีมาตรฐานในระดับสากลต่อไป” นายสุวรงค์ กล่าว
ด้านนายอรรควุฒิ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง เป็นนิทรรศการที่แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก ตั้งใจนำเสนอโดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ความงามและผิวพรรณอย่างสนุกสนาน ตลอดจนส่งเสริมทักษะอาชีพแห่งอนาคตให้กับน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจในสายงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางตลอดจนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ ซึ่งเป็นฟันเฟืองหลักของอุตสาหกรรม Wellness และ Beauty ของประเทศภายใต้คอนเซปต์สุดท้าทาย “TRUE BEAUTY ความงามที่แท้จริงต้องคำนวณได้” ที่จะเปลี่ยนภาพจำของวิทยาศาสตร์ความงามและสกินแคร์ ให้กลายเป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย และจับต้องได้ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต นายอรรควุฒิ กล่าวต่อว่า นิทรรศการวิทยาศาสตร์แห่งความงามที่แท้จริง แบ่งเป็น 5 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 Introduction: รู้จักผิว จะมีการให้ความรู้ตั้งแต่โครงสร้างผิวหนัง ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ที่จะต้องเจอกับแสงแดด มลภาวะ การนอน ความเครียด อาหาร และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพผิว โซนที่ 2 เรื่องของTexture: ความเรียบเนียนใส กับภารกิจถอดรหัสสิว วิธีการดูแล โซนที่ 3 Complexion: ความสม่ำเสมอของผิว ถอดรหัสสีผิวของเรา (Decoding Skin Tone) โซนที่ 4 Aging: ความเสื่อมสภาพของผิว และโซนที่ 5 Good Appearance: เรื่องราวการเดินทางกว่า 50 ปีของแพน ราชเทวีฯ ที่นำเอาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับศาสตร์ความงามเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย
ขณะที่นายสุวรงค์ กล่าวปิดท้ายว่า จากนี้ NSM และ แพน คอสเมติก x ราชเทวี คลินิก พร้อมที่จะผนึกกำลังตามนโยบายของกระทรวง อว. ในการสร้างความตระหนักให้กับสังคมถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในทุกศาสตร์และชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรม Wellness และ Beauty ของประเทศไทยต่อไป






























สำหรับประเทศไทย เครื่องปรับอากาศเป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะที่การพูดถึงเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมักมุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก แต่อีกประเด็นสำคัญคือการบริหารจัดการสารทำความเย็นอย่างเหมาะสม เนื่องจากในกระบวนการติดตั้ง บำรุงรักษา หรือรื้อถอนเครื่องปรับอากาศ อาจมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารทำความเย็น ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี
ภายใต้โมเดล Sustainable Cooliving Lifecycle แสนสิริได้นำแนวคิดการดูแลทรัพยากรตลอดวงจรชีวิตอาคารมาประยุกต์ใช้ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการระบบปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม การบำรุงรักษาตามมาตรฐาน การเก็บคืนสารทำความเย็น การฟื้นฟูคุณภาพ และการนำกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ ไดกิ้นได้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ มาตรฐานการเก็บคืนและบริหารจัดการสารทำความเย็น การสนับสนุนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้คำปรึกษาทางเทคนิค เพื่อช่วยให้แนวทางที่แสนสิริพัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม
นายวรุตม์ เลขะจิระกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายงานโครงการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากเครื่องปรับอากาศ นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงแล้ว การดูแลระบบตลอดอายุการใช้งานก็เป็นอีกส่วนสำคัญ ไดกิ้นจึงมองว่าสิ่งที่เราส่งมอบได้จริงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน แต่ยังรวมถึงกระบวนการดูแลที่ทำให้ทรัพยากรทุกส่วนถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ความร่วมมือกับแสนสิริในครั้งนี้ ช่วยทำให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในระดับที่ผู้อยู่อาศัยสัมผัสได้ โดยที่การใช้ชีวิตประจำวันยังคงสะดวกสบายเหมือนเดิม” ความร่วมมือครั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการในโครงการและอาคารภายใต้การดูแลของกลุ่มแสนสิริ โดยครอบคลุมทั้งการนำระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูงมาใช้งาน การพัฒนาศักยภาพทีมงานด้านการบำรุงรักษา และการดำเนินการเก็บคืนสารทำความเย็นตามมาตรฐานที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
นายวรุตม์ กล่าวเสริมว่า “ภายใต้ Environmental Vision 2050 ไดกิ้นให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ได้จบในขั้นตอนการผลิตหรือการขาย แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้พัฒนาโครงการและทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและบำรุงรักษา เพราะลำพังผู้ผลิตเพียงรายเดียวไม่สามารถปิดวงจรนี้ได้ โมเดลของแสนสิริจึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของแต่ละฝ่ายมาร่วมมือกัน เพื่อพัฒนาให้เรื่องที่เคยถูกมองว่าทำได้ยาก สามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม” ไดกิ้นพร้อมเดินหน้าสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนาโซลูชันด้านอากาศและแนวทางการบริหารจัดการสารทำความเย็นอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” พร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างอนาคตด้านการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนเช่นเดียวกับแสนสิริ





