“พิธา” เปรย มีชื่อผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.ในใจแล้ว ยันเอาสเปคสดใหม่เข้าสู้ “ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456157

“พิธา” เปรย มีชื่อผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.ในใจแล้ว ยันเอาสเปคสดใหม่เข้าสู้ “ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ”

"พิธา" เปรย มีชื่อผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.ในใจแล้ว ยันเอาสเปคสดใหม่เข้าสู้ "ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ"23 มกราคม 2564 – 16:09 น.

“พิธา” เปรย มีชื่อผู้สมัคร ผู้ว่า กทม.ในใจแล้ว ยันเอาสเปคสดใหม่เข้าสู้ “ชัชชาติ-บิ๊กแป๊ะ” ชี้ ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง-อิทธิพล บอก เปิดชื่อก่อน ช้ำเร็วก็มี

23 ม.ค.64 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมเปิดงานปล่อยบอลลูนยักษ์ในเขตบางขุนเทียน พร้อมนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. กทม. เขตบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นำร่องสร้างเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ กทม. โดยนายพิธา เปิดเผยว่า กิจกรรมวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อม หาโอกาส ในช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยเฉพาะช่วงการท่องเที่ยวที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งการท่องเที่ยวบอลลูนในกรุงเทพยังไม่มี ตนในฐานหัวหน้าพรรคจึงอยากหาโอกาสใหม่ๆ หาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและ
เอกชน เพื่อเป็นแม่เหล็กใหม่นอกจากการ ดูหอย ปูปลา ปลูกป่าชายเลน ในบางขุนเทียน ซึ่งกิจกรรมวันนี้เป็นการทดลองก่อน หากไปได้ดีอาจจะได้เห็นบอลลูนเฟสติวัลใน
บางขุนเทียน ให้คนกรุงเทพชั้นในมาท่องเที่ยว 

ทั้งนี้ นายพิธา ยอมรับว่าแนวคิดนี้เชื่อมโยงกับการส่งผู้ว่า กทม.ของพรรคก้าวไกล เนื่องจากต้องมีการเผชิญกับวิกฤติการท่องเที่ยวจึงต้องการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เป็นนโยบายผู้ว่า 
กทม. ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับนวัตกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการศึกษา และเรื่องปากท้องอื่นๆ ส่วนตัวผู้สมัครผู้ว่า กทม.ในนามพรรคก้าวไกล นั้น ได้ดำเนินการมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว 
ขณะนี้ยังใช้เวลาในการเฟ้นหา เพราะต้องการ ผู้ว่า กทม. ที่แตกต่างจากเสปคเดิมๆ คือ จะต้อง “ใหม่ ชัด โดน” ที่เน้นนำงบประมาณสร้างการคมนาคมอย่างเดียว แต่ต้องเป็นผู้
สมัครที่เข้าใจคน กทม.จริงๆ ไม่ว่าจะฐานะเป็นอย่างไร พร้อมยืนยันว่าจะส่งสมาขิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) ครบทั้ง 50 เขตแน่นอน

ส่วนการเปิดชื่อคู่แข่งอย่าง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น นายพิธา ระบุว่า 
ไม่ได้หมายความว่าเปิดตัวก่อน จะได้เปรียบเสมอไป เพราะที่ผ่านมาเปิดเร็ว ช้ำเร็วก็มี  โดยเสปคผู้สมัครของพรรคก้าวไกล จะต้องรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมเช่น pm2.5 ต้องรู้ว่าปัญหาเกิด
มาจากอะไร จะแก้ปัญหาอย่างไรให้ตรงจุด สามารถทำง่นร่วมกับ ส.ส.ได้ อาจจะมาจากสายวิศวะ หรือ อาชญากรรม พร้อมระบุว่า ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ และมีวิธีคิดบริหารแบบใหม่ 
ไม่จำกัดอายุ และไม่จำเป็นว่าต้องเปิดชื่อแล้วทุกคนจะรู้จัก เพราะการจะเอาแค่คนรู้จักมาเป็นผู้ว่าเป็นการเมืองแบบเก่าเกินไป

ส่วนรายชื่อที่เปิดเอามาก่อนค่อนข้างชื่อเสียงและมีอิทธิพล ก็ต้องถามว่า ประชาชนจะเอาแค่คนมีชื่อเสียง มีอิทธิพล หรือไม่ เพราะตนมองว่าไม่จำเป็น เพราะถึงผู้ว่าฯจะเก่งแค่ไหน 
ถ้ากฎหมาย ไม่อนุญาตให้ทำก็ไม่สามารถทำได้  พร้อมเปรยว่าขณะนี้พรรคก้าวไกลมีคนในใจแล้วแต่ขออุบไว้ก่อนและต้องดูจังหวะการเมืองด้วย

“ธนกร” ลั่นรัฐบาลพร้อมรับมือศึกซักฟอก โต้เพื่อไทย “บิ๊กตู่” อยู่มา 7 ปี ทำงานมีประสิทธิภาพชัดเจน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456150

“ธนกร”ลั่นรัฐบาลพร้อมรับมือศึกซักฟอก โต้เพื่อไทย”บิ๊กตู่”อยู่มา7ปี ทำงานมีประสิทธิภาพชัดเจน

"ธนกร"ลั่นรัฐบาลพร้อมรับมือศึกซักฟอก โต้เพื่อไทย"บิ๊กตู่"อยู่มา7ปี ทำงานมีประสิทธิภาพชัดเจน23 มกราคม 2564 – 14:44 น.

“ธนกร”ลั่นรัฐบาลพร้อมรับมือศึกซักฟอก โต้เพื่อไทย”บิ๊กตู่”อยู่มา7ปี ทำงานมีประสิทธิภาพชัดเจน เย้ยดีกว่าอดีตนายกฯที่ทุจริตจำนำข้าวจนต้องหนีออกนอกประเทศ แขวะเริ่มที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันเองก่อนดีกว่า

23 ม.ค.64   นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่มา 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่านายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ทำงานวันเดียวว่า ตนไม่แน่ใจว่าน.ส.อรุณีใช้สมองข้างไหนคิด พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาให้กับประเทศบนซากปรักหักพังที่พรรคเพื่อไทยก่อไว้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นจนทำให้เกิดความขัดแย้งในประเทศ นอกจากนั้น ตลอดระยะเวลา 7 ปีพล.อ.ประยุทธ์สร้างผลงานต่างๆ ไว้มากมายเป็นที่ประจักษ์ ชัดเจน รวมไปถึงการแก้ปัญหาโควิด-19 ได้ดีจนได้รับคำชมจากทั่วโลก ขณะที่อเมริกามีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ทั้งนี้ น.ส.อรุณีจะชื่นชมนายโจ ไบเดนตนก็ไม่ว่าอะไร แต่จะเปรียบเปรยอะไรก็ให้เป็นแบบอย่างที่ดีและถูกต้องให้กับปัญญาชนด้วย พล.อ.ประยุทธ์ทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีที่ปล่อยให้มีการทุจริตจำนำข้าวจนต้องหนีออกนอกประเทศด้วยซ้ำ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 
“โฆษกเพื่อไทย” เปรียบมวย “ประยุทธ์” อยู่ 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าไบเดนที่ทำงาน 1 วัน 

นายธนกร กล่าวอีกว่า การทำงานแก้ปัญหาโควิด-19 ผ่านศบค.ไม่ได้ผูกขาดอำนาจอยู่ที่นายกฯ คนเดียว แต่ทำงานในรูปคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีเป็นกรรมการ มีการกระจายอำนาจผ่านจังหวัด ที่สำคัญท่านนายกฯไม่ได้ทำคนเดียว คิดคนเดียว แต่มีระดับอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา ทำให้การบริหารโควิด-19ระบาดระลอกแรกสำเร็จจนทั่วโลกชื่นชม น.ส.อรุณีเป็นคนรุ่นใหม่ อย่าใช้ข้อมูลเท็จโจมตีรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมือง วันนี้ประชาชนเดือดร้อน มาช่วยกันจะดีกว่า ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะชี้แจง ไม่ได้รู้สึกหนักใจอะไร เพราะไม่ได้ทำผิดอะไร ที่สำคัญตนมองว่าจะเป็นการดีที่มีการใช้สภาฯตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งดีกว่าการสนับสนุนม็อบลงถนน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยรัฐบาลก็จะได้ใช้เวทีนี้ในการชี้แจงผลงานให้พี่น้องประชาชนได้ทราบด้วย เพียงแต่เวลานี้พรรคเพื่อไทยไปตกลงกันให้ดีก่อนดีกว่าว่า จะอภิปรายใครกันแน่ ไม่ใช่เปิดชื่อเรียกแขกไปวันๆ หรือไม่ก็ไม่ไปสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันก่อนจะดีกว่า

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีส้มพอๆ กับสายสีเขียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456141

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีส้มพอๆ กับสายสีเขียว

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีส้มพอๆ กับสายสีเขียว23 มกราคม 2564 – 12:32 น.

“ดร.สามารถ” ย้อน “คมนาคม” ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสีส้ม พอๆกับสายสีเขียว ที่แย้งว่าแพง เช่นนั้นก็ควรหั่นราคาลงเพื่อประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง แต่รัฐบาลต้องแบกภาระหนักสนับสนุนค่าโดยสาร ไหวหรือไม่

23 ม.ค.64  จากกรณีที่กระทรวงคมนาคมได้ค้านการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยเหตุผลหลัก คือ “ค่าโดยสารแพง” ล่าสุด ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte” ระบุว่า  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถูกกว่า 65 บาท ได้มั้ย

ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง!
ค่าตั๋วรถไฟฟ้าสายสีส้มพอๆ กับสายสีเขียว
ที่ ก.คมนาคมแย้งว่าแพง

กระทรวงคมนาคมค้านการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยเหตุผลหลักคือค่าโดยสารแพง แต่ค่าโดยสารที่ว่าแพงนี้มีราคาพอๆ กับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มในสังกัดกระทรวงคมนาคม เมื่อเป็นเช่นนี้กระทรวงคมนาคมจะหั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มลงหรือไม่?

เป็นข่าวครึกโครมเมื่อกระทรวงคมนาคมออกโรงคัดค้านการขยายสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวของ กทม.ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยออกไป 30 ปี ตั้งแต่ปี 2572-2602 ด้วยเหตุผลหลักคือค่าโดยสารสูงสุด 65 บาทนั้นแพงเกินไป แพงกว่าค่าโดยสารสูงสุดของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีค่าโดยสารสูงสุดเท่ากับ 42 บาท แม้ว่าได้มีการชี้แจงให้เห็นข้อเท็จจริงว่าหากคิดค่าโดยสารต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร จะพบว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวถูกกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเสียงค้านของกระทรวงคมนาคมก็ยังไม่เบาลง

พอหันมาดูรถไฟฟ้าสายสีส้มของ รฟม.ในสังกัดกระทรวงคมนาคมซึ่งอยู่ในระหว่างการคัดเลือกเอกชนมาร่วมลงทุนพบว่ามีค่าโดยสารพอๆ กับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว กล่าวคือ ณ วันที่ 1 มกราคม 2566 ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มจะอยู่ระหว่าง 17-62 บาท ในขณะที่ ณ เวลานั้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะอยู่ระหว่าง 16-68 บาท ซึ่งคำนวณจากค่าโดยสารในปัจจุบัน 15-65 บาท (กรณีขยายสัมปทานออกไป 30 ปี) โดยใช้อัตราเงินเฟ้อ 2% ต่อปี ทั้งนี้ ในช่วงสถานีที่ 1-13 ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะถูกกว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1-4 บาท ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเดินทางไม่เกิน 13 สถานี แต่ตั้งแต่สถานีที่ 14 เป็นต้นไป ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มจะถูกกว่า 2-6 บาท ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะรถไฟฟ้าสายสีส้มได้รับเงินสนับสนุนด้านงานโยธาจากรัฐบาล แต่รถไฟฟ้าสายสีเขียวไม่ได้รับเงินสนับสนุนด้านงานโยธาจากรัฐบาลเลย

ได้เห็นตัวเลขค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีส้มชัดๆ กันอย่างนี้แล้ว หากกระทรวงคมนาคมเห็นว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวยังแพงอยู่ ก็พอจะพูดได้ใช่ไหมว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งมีราคาพอๆ กับสายสีเขียวทั้งๆ ที่รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่างานโยธาก็แพงเช่นกัน

เมื่อเป็นเช่นนี้ กระทรวงคมนาคมก็ควรหั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีส้มให้ถูกลงด้วยให้เหมือนกับความต้องการที่จะหั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถ้าทำได้เช่นนี้ พี่น้องประชาชนจะได้ใช้รถไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง แต่รัฐบาลจะต้องแบกภาระหนักในการสนับสนุนค่าโดยสาร รัฐบาลจะแบกไหวมั้ย? 

“แรมโบ้” ยัน คำพูดนายกฯไม่มีคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” ขอ “ธนาธร” อย่าบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456138

“แรมโบ้ ยัน คำพูดนายกฯไม่มีคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” ขอ “ธนาธร” อย่าบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด

"แรมโบ้ ยัน คำพูดนายกฯไม่มีคำว่า "วัคซีนพระราชทาน" ขอ "ธนาธร" อย่าบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด23 มกราคม 2564 – 12:00 น.

“แรมโบ้ ยืนยัน คำพูดนายกฯไม่มีคำว่า “วัคซีนพระราชทาน” ขอ “ธนาธร” อย่าบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด และเพื่อหวังผลทางการเมืองของตัวเองเท่านั้น

23 ม.ค. 64  นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มก้าวหน้าบอกว่าคำว่าวัคซีนพระราชทาน ไม่ได้พูด แต่เป็นคำพูดของนายกฯ โดยระบุว่าหากนายธนาธรได้ฟังคำพูดของนายกฯที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 หลังเป็นประธานในพิธี ลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19  ซึ่งนายกฯระบุตอนหนึ่งว่า “เราต้องมีการเตรียมการภายในประเทศคือ เมื่อรับวัคซีนมาแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งอันนี้ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้บริษัทสยามไบโอไซเอนส์ ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย อยู่ในขั้นตอน คือเมื่อรับวัคซีนเข้ามาแล้วจะมีการบรรจุ แจกจ่าย” 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
คณะก้าวหน้าตอกรัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว ไม่ได้สิ่งของเงินพระราชทาน ไม่พร้อมรับมือโควิด

ดังนั้นในคำพูดของนายกฯเป็นการพูดถึงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19 เข้ามาเป็นผู้ร่วมผลิตวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน และไม่ได้บอกว่าเป็นวัคซีนพระราชทานเพื่อจะนำมาฉีดให้กับประชาชน

นายสุภรณ์ยังชี้แจงว่าบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย มีวัตถุประสงค์ที่อยากจะผลิตยาเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ใช้ยาที่มีราคาถูกกว่ายาที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยไม่คิดถึงกำไรเลยแม้แต่น้อย ต้องการให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดี

“ ซึ่งนายธนาธรก็ควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยที่ท่านทรงมีเมตตา ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอดจวบจนถึงทุกวันนี้ มากกว่าที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พูดจาบจ้วงสถาบันไม่หยุด เพราะไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้น   

และการที่นายธนาธรออกมาพูดเรื่องวัคซีนพระราชทาน ตนเองเชื่อว่านายธนาธรได้ฟังคำพูดของนายกฯอย่างละเอียดแล้ว และทราบดีว่านายกฯ ไม่ได้พูดถึงวัคซีนพระราชทาน แต่นายธนาธรมีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจในตัวนายกฯและรัฐบาลผิดๆเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชนเลย  พร้อมกับย้ำว่าการที่ตนเองและพวกไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธร มาตรา 112 จึงเป็นเรื่องที่ทำถูกต้องแล้ว เพราะคนประเภทนี้ต้องได้รับกรรมตามที่ทำไว้

“ในสมองวันๆมีแต่ความอาฆาตแค้น เพราะไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่เคยมีจิตสำนึกว่า ครอบครัวนายธนาธรร่ำรวยบนผืนแผ่นดินไทย แทนที่จะช่วยกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตรงข้ามมีแต่จะสร้างปัญหาความแตกแยกวุ่นวายให้เกิดขึ้นตลอดเวลา พยายามที่จะยุยงให้คนออกมาทำลายสถาบัน นี่คือสิ่งที่คนไทยเกลียดที่สุด สวรรค์มีตา กรรมจะสนองกรรมคนอย่างนายธนาธรอย่างแน่นอน”

“โฆษกเพื่อไทย” เปรียบมวย “ประยุทธ์” อยู่ 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าไบเดนที่ทำงาน 1 วัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456127

“โฆษกเพื่อไทย” เปรียบมวย “ประยุทธ์” อยู่ 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าไบเดนที่ทำงาน 1 วัน

"โฆษกเพื่อไทย" เปรียบมวย "ประยุทธ์" อยู่ 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าไบเดนที่ทำงาน 1 วัน23 มกราคม 2564 – 10:26 น.

“โฆษกเพื่อไทย” เปรียบมวย “ประยุทธ์” อยู่ 7 ปี ประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าไบเดนที่ทำงาน 1 วัน เชื่อหากวิสัยทัศน์ผู้นำไม่มี ประเทศไทยจะพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศยากจน

23 ม.ค.64 นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโจ ไบเดน เพียงในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง นายไบเดนได้เซ็นคำสั่งพิเศษ 10 ฉบับ เพื่อรับมือกับการจัดการโรคโควิด-19 โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนเทียบเท่ากับแผนรับมือสถานการณ์ในภาวะสงคราม สิ่งที่ไบเดนให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกคือการเร่งหาวัคซีน และการเยียวยาความเดือดร้อนให้ประชากรในประเทศ  ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งติดเชื้อโควิดครบรอบ 1 ปี  สิ่งที่ได้เห็นจากรัฐบาลคือการตั้งคณะทำงานเกือบ 10 ชุด สวนทางกับคณะทำงานแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ระดับโลกจะมอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขดูแล แต่ของไทยทำงานข้ามหัวรัฐมนตรี ไปรายงานและขออนุมัติโดยตรงที่พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งผูกขาดคำสั่งการไว้เพียงผู้เดียวในฐานะหัวหน้า ศบค. ซ้ำยังปล่อยให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดระลอก 2 มาควบคุมสถานการณ์และออกมาตรการ  โครงสร้างแบบนี้ต่อให้มีนายกรัฐมนตรีเป็นร้อยคนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้  

นอกจากนี้ในด้านแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังล้มเหลว  เวลานี้ธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศผลประกอบการ เกือบทุกแห่ง “กำไรลดลง” แต่แบงค์ยังคงมีกำไรเพียงแค่ลดลงจากที่เคยได้   แต่ประชาชนและเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารกำลังจะอดตาย  พล.อ. ประยุทธ์  หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทำอะไรได้บ้างนอกจากให้กู้  ขณะที่นายไบเดนประกาศพักหนี้-ดอกเบี้ย 3 เดือน  ทั้งหมดอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำที่มองประชาชนเป็นนาย  ไม่ใช่ผู้รับใช้ 
 
“ผู้นำไทยด้อยความสามารถ ทำทุกอย่างสวนทางผู้นำโลก  หากยังคงทำหน้าที่ต่อไปประเทศไทยจะหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง  ไปสู่ประเทศยากจนอย่างเต็มตัว  แล้วอาจจะกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาในที่สุด”  นางสาวอรุณี กล่าว

“หมอระวี” เมินบ่อนพนันหมัดเด็ดน็อค “บิ๊กตู่” เย้ยฝ่ายค้านอย่ามัวแต่คุยโว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456123

“หมอระวี” เมินบ่อนพนันหมัดเด็ดน็อค “บิ๊กตู่” เย้ยฝ่ายค้านอย่ามัวแต่คุยโว

"หมอระวี" เมินบ่อนพนันหมัดเด็ดน็อค "บิ๊กตู่" เย้ยฝ่ายค้านอย่ามัวแต่คุยโว23 มกราคม 2564 – 09:25 น.

“หมอระวี” เชื่อบ่อนพนันไม่ใช่หมัดน็อค “บิ๊กตู่” เย้ย “เสรี” ผบ.ตร.สมัยไหนก็ไม่เห็นปราบได้ แนะ “ฝ่ายค้าน” อย่ามัวแต่คุยโว สุดท้ายอภิปรายจืดชืด ไม่สมศักดิ์ศรี

วันที่ 23 ม.ค. 2564 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาเปิดเผยว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีเรื่องบ่อนการพนันที่จะเป็นหมัดเด็ดน็อค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า

ปัญหาบ่อนการพนันอยู่คู่กับสังคมไทยมานาน ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย หรือจะเป็น ผบ.ตร.ท่านใดเข้ามาทำหน้าที่ ก็ยังไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ซึ่งถ้าจะจัดการจะต้องปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการปกครอง

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า การอภิปรายในเรื่องบ่อนการพนันนั้น ตนเชื่อว่ายังไม่สามารถเป็นหมัดเด็ดที่จะน็อคนายกรัฐมนตรีได้ โดยตนเห็นว่าฝ่ายค้านควรจะหาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศที่ผิดพลาด และมีส่วนได้ส่วนเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชนมาอภิปรายจะน่าสนใจมากกว่า ประเด็นสร้างความแตกแยกทางการเมือง เพราะการมุ่งเน้นที่จะดิสเครดิต เล่นเกมกันในสภา จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สมศักดิ์ศรี และดูน่าเบื่อ จืดชืด เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา 

“การอภิปรายครั้งก่อน ในตอนแรกประชาชนก็อยากจะติดตามรับชมกันทั้งประเทศ เพราะฝ่ายค้านระบุว่ามีข้อมูลเด็ดๆที่จะมาล้มรัฐบาล แต่สุดท้ายกลายเป็น 3 วันที่เสียดายเวลา ไม่สมกับที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้างเอาไว้ ในครั้งนี้ผมก็ขอให้ฝ่ายค้านขยันทำงานให้เต็มที่ เอาให้ดีกว่าครั้งก่อน จะได้ไม่เสียเวลาของประชาชนที่เขามานั่งดู” นพ.ระวี กล่าว

ปชช. 18 จังหวัด เตรียมตัวเลือกตั้งอบจ.ใหม่ 7 ก.พ.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456107

ปชช. 18 จังหวัด เตรียมตัวเลือกตั้งอบจ.ใหม่ 7 ก.พ.นี้

ปชช. 18 จังหวัด เตรียมตัวเลือกตั้งอบจ.ใหม่ 7 ก.พ.นี้22 มกราคม 2564 – 21:03 น.

“กกต.” สั่งเลือกตั้ง นายก อบจ. และ ส.อบจ. ใหม่ ใน 18 จังหวัด เคาะวันเลือกตั้ง 7 ก.พ.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกหนังสือชี้แจงว่า ตามที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 นั้น วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้มีการออกเสียงลงคะแนนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดใหม่ ตามมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ประกอบกับข้อ 202 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562

โดยสั่งยกเลิกการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 46 หน่วยเลือกตั้ง การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 15 หน่วยเลือกตั้ง และการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 3 หน่วยเลือกตั้ง

และสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว จำนวน 18 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพังงา จังหวัดชุมพร จังหวัดนราธิวาส จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดลพบุรี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดระยอง จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนครพนม จังหวัดยโสธร จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานี

โดยแบ่งเป็น

– จังหวัดที่ให้มีการออกเสียงลงคะแนนเฉพาะสมาชิก อบจ.อย่างเดียว 7 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี นราธิวาส นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นครพนม อุดรธานี และอุบลราชธานี

– จังหวัดที่ให้มีการออกเสียงลงคะแนนเฉพาะนายก อบจ.อย่างเดียว 6 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์ ยโสธร สมุทรปราการ อ่างทอง พังงา และลพบุรี

– จังหวัดที่ให้มีการออกเสียงลงคะแนนทั้งในส่วนของสมาชิก อบจ.และนายกอบจ. รวม 5 จังหวัด ประกอบด้วย สุพรรณบุรี ชุมพร สระแก้ว ระยอง และอุตรดิตถ์ 

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 สามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง http://www.ect.go.th , Application Smart Vote และสายด่วน 1444

ปชช. 18 จังหวัด เตรียมตัวเลือกตั้งอบจ.ใหม่ 7 ก.พ.นี้

Provincial re-elections in 18 provinces set for Feb 7 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Provincial re-elections in 18 provinces set for Feb 7

PoliticsJan 23. 2021

By THE NATION

Re-election will be held for chief executives and/or members of the Provincial Administrative Organisation (PAO) in 18 provinces on February 7, the Election Commission announced on Friday.

The election of PAO chiefs and members were held nationwide on December 20 of last year.

The commission had cancelled the election of PAO members in 46 polling stations, the election of PAO chiefs in 15 polling stations, and the election of PAO chiefs and members in three polling stations, and therefore will hold the re-election in these 18 provinces.

Seven provinces — Nonthaburi, Narathiwat, Nakhon Si Thammarat, Nakhon Sawan, Nakhon Phanom, Udon Thani and Ubon Ratchathani — will hold elections for PAO members.

Six provinces — Kalasin, Yasothon, Samut Prakarn, Ang Thong, Phang Nga and Lopburi — will hold elections for PAO chiefs.

Five provinces — Suphan Buri, Chumphon, Sa Kaeo, Rayong and Uttaradit — will hold elections for PAO members and chiefs.

For more information, contact hotline 1444, visit http://www.ect.go.th/, or download the ‘Smart Vote’ mobile application.

“ก้าวไกล” จองกฐิน 4 รมต. อภิปรายไม่ไว้วางใจ รบ. “ประยุทธ์ -ประวิตร- อนุทิน-นิพนธ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456096

“ก้าวไกล” จองกฐิน 4 รมต. อภิปรายไม่ไว้วางใจ รบ. “ประยุทธ์ -ประวิตร- อนุทิน-นิพนธ์”

"ก้าวไกล" จองกฐิน  4 รมต.  อภิปรายไม่ไว้วางใจ รบ.  "ประยุทธ์ -ประวิตร- อนุทิน-นิพนธ์"22 มกราคม 2564 – 18:28 น.

“ก้าวไกล” จองกฐิน 4 รัฐมนตรี ” ประยุทธ์ -ประวิตร- อนุทิน-นิพนธ์” ศึกซักฟอก รบ. มั่นใจ หลักฐานเด็ด ทำให้ประชาชนตาสว่าง เผย”ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” อาจโดนด้วย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่พรรคจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้อาจจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ร่วมด้วย

โดยนายพิธา กล่าวมั่นใจว่ามีหลักฐาน และการอภิปรายครั้งนี้จะครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการเมือง สังคมเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นและความล้มเหลวในการบริหารราชการของรัฐบาล โดยล็อคเป้าไปที่พลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรเป็นหลัก ซึ่งข้อมูลที่นำมาอภิปราย จะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ไม่ใช่ประเด็น แต่เป็นการทำให้ประชาชนตาสว่าง และเขย่าความชอบธรรมของรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีน ,บ่อนการพนัน ,แรงงานข้ามชาติ และเรื่องกฎหมาย

” ยืนยันพรรคจะทำหน้าที่ในการอภิปรายอย่างเต็มที่โดยไม่ได้ยึดกับคณิตศาสตร์ทางการเมือง และตนในฐานะหัวหน้าพรรคจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นปีที่แล้ว ที่ต้องมีการอภิปรายนอกสภา ของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านก็รับปากยืนยัน จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก และพรรคฝ่ายค้านจะไม่มีการโทษกันเอง จะช่วยกันทำหน้าที่อย่างเต็มที่”

“ณัฏฐพล” ย่องเงียบขึ้นตึกไทยฯ พบ นายกฯ ท่ามกลางกระแสข่าวดัน “ทยา” ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/456074

“ณัฏฐพล”ย่องเงียบขึ้นตึกไทยฯ พบ นายกฯ ท่ามกลางกระแสข่าวดัน “ทยา”ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.

"ณัฏฐพล"ย่องเงียบขึ้นตึกไทยฯ พบ นายกฯ ท่ามกลางกระแสข่าวดัน "ทยา"ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.22 มกราคม 2564 – 15:14 น.

“ณัฏฐพล”ย่องเงียบขึ้นตึกไทยฯพบ นายกฯ ท่ามกลางกระแสข่าวดัน “ทยา”ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. เจ้าตัวยัน นายกฯเรียกมาคุยเรื่องอื่น  ลั่น “ทยา”ลงชิง ผู้ว่า กทม.แน่นอน ส่วนพรรคจะเลือกใครเป็นเรื่องของพรรค พร้อมปฏิเสธข่าวลาออก หาก พปชร. ไม่ส่งลงสมัคร

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยขึ้นด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลานั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าพบหารือใช้เวลาประมาณ 15 นาที

โดยนายณัฏฐพล กล่าวถึงกรณีที่นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่ากทม. เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เรียกมาพูดคุยเรื่องดังกล่าว ซึ่งการลงสมัครผู้ว่ากทม.ของภรรยาเป็นการเสนอตัวให้ประชาชนคนกรุงเทพฯเลือกแค่นั้น ไม่ได้มีอะไร เพียงแสดงเจตจำนงสนใจที่จะเป็นตัวเลือก ส่วนแผนงานที่จะทำให้ได้รับการเลือก ก็ต้องมานั่งดูว่าจะไปทางไหน สำหรับตนมีความเป็นพรรคอยู่ ก็ต้องระมัดระวังในการที่จะขับเคลื่อนเพราะมีเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องระมัดระวังพอสมควร

ซึ่งเรื่องนี้ได้บอกกับ พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เพื่อขออนุญาตแล้ว เพราะถือเป็นมารยาททางการเมือง ส่วนพรรคจะเลือกใครก็เป็นเรื่องของพรรค เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทางการเมืองโดยตรง พรรคก็ต้องมองถึงผลประโยชน์ของพรรคสูงสุดว่าใครจะลงในนามพรรคหรือไม่ลงในนามพรรค

ส่วนที่ผ่านมามีชื่อของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประกาศลงสมัครผู้ว่า กทม.อย่างชัดเจน ซึ่งสังคมมองว่าพรรค พปชร.ให้การสนับสนุนจะเป็นการแย่งคะแนนกันหรือไม่นั้น เป็นการพูดกันในสื่อมวลชนเฉยๆ พรรคยังไม่ได้มีการประชุม ซึ่งจะต้องมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา

การเลือกตั้งขนาดใหญ่แบบนี้พรรคจะต้องมีกระบวนการสรรหาหรือกรรมการบริหารพรรค อาจจะมองว่ามีความเสี่ยงเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นใหญ่ ถูกจับตามองเยอะจะเป็นปัญหาในการตีความอะไรต่างๆ ทางออกหัวหน้าพรรค อาจไม่ส่งใครลงสมัครในนามของพรรค เหมือนกับการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ผ่านมา

และหากนางทยา ลงสมัครผู้ว่า กทม. ในฐานะที่เป็นสามีเป็นรัฐมนตรีเพื่อไม่ให้สังคมมองว่า เกี่ยวโยงเอื้อประโยชน์กันและจะขัดกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นมาตรา 34 คงจะไม่ไปหาเสียงช่วย และที่ผ่านมาตนก็ทำงานแยกกันมาตลอดในด้านท้องถิ่นหรือระดับชาติ ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องดูถึงพื้นฐานด้วยไม่ใช่อยู่ๆตนจะผลักดันภรรยามาเป็นนักการเมืองมันไม่ใช่ แต่เขาเป็นนักการเมืองอยู่แล้ว แค่บังเอิญอยู่ในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น

พร้อมยืนยัน นางทยาตัดสินใจที่จะเสนอตัวลงสมัครผู้ว่า กทม. แน่นอน ส่วนจะลงในนามอิสระหรือไม่ ต้องดูทีมของนางทยา เพราะมีคณะทำงานวิเคราะห์ถึงเรื่องต่างๆโอกาสในการที่จะต่อสู้นโยบาย นางทยามีวิธีการบริหารจัดการไม่ได้ผูกพันกับตนเลย พร้อมปฎิเสธกระแสข่าวจะลาออก หากพรรคพลังประชารัฐไม่สนับสนุนภรรยาลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่าไม่จริง ตนอยู่ในพรรคพลังประชารัฐก็ต้องคำนึงถึงมารยาทในทางการเมือง ต้องรอความชัดเจนของกรรมการสรรหาพรรคว่าจะพิจารณาอย่างไรหรือจะพิจารณาใคร ซึ่งอาจจะมีการพิจารณานางทยาด้วย

“หากพรรคตัดสินใจไปทางใดทางหนึ่งผมก็ต้องดูความเหมาะสมในเรื่องของมารยาท ขณะเดียวกันความปลอดภัยของพรรคเราจะไม่เอาการแข่งขันในระดับใด มาเป็นความเสี่ยงหรือทำให้เกิดปัญหากับพรรคอย่างแน่นอน พร้อมบอกข่าว 2 วันที่ผ่านมาอาจมีความผิดเพี้ยนในบางเรื่อง แต่นางทยาตัดสินใจเสนอเป็นตัวเลือกในการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก็แค่นั้น นั้นคือเรื่องใหญ่สุด ส่วนหลังจากนั้นจะมาเกี่ยวข้องกับพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องมาพิจารณาเรื่องความเหมาะสมเขาตั้งใจที่จะทำงานเพื่อการเมือง คงไปห้ามไม่ได้ ผมเป็นสามียังห้ามไม่ได้”