ย้อนรอยไทยรบพม่า “ทักษิณ” ลั่นคำโอเวอร์รีแอ๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520879

01 ก.ค. 2565

ย้อนรอยไทยรบพม่า “ทักษิณ” ลั่นคำโอเวอร์รีแอ๊ก

ย้อนรอยไทยรบพม่า “ทักษิณ” กับวาทะเด็ด โอเวอร์รีแอ๊ก ตำหนิผู้นำกองทัพสมัยโน้น กรณีปฏิบัติการสั่งสอนทหารพม่า คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ลืมแล้วหรือ “ทักษิณ” กับวาทะเด็ด โอเวอร์ รีแอ๊ก ตำหนิผู้นำกองทัพสมัยโน้น กรณีทหารไทยยิงตอบโต้ทหารพม่า 


พ.ศ.นี้ มีนักการเมืองชี้บิ๊กตู่รู้เห็นเป็นใจกองทัพเมียนมา คงลืมเรื่อง “ทักษิณ” ไม่พอใจบิ๊กกองทัพไทยในอดีตไปแล้ว


หลังเกิดเหตุเครื่องบินมิก-29 ของกองทัพเมียนมา รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าไทยที่ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2565 ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนวิจารณ์กองทัพไทยว่า รู้เห็นเป็นใจกับเผด็จการ ทหารเมียนมา แถม ส.ส.ระดับหัวหน้าพรรคเล็กยังบอกว่า ยิง(เครื่องบิน)ก่อนค่อยเจรจา  
 

หลายคนอาจลืมไปว่า ทักษิณ ชินวัตร เคยวิจารณ์กองทัพไทย ที่ตอบโต้ทหารเมียนมาอย่างรุนแรง ด้วยวาทะ “โอเวอร์ รีแอ๊ก”


แม้วันนี้บริบทสังคมการเมืองเมียนมาจะเปลี่ยนไป แต่ตัวละครหน้าเดิม ๆ ยังมีอำนาจอยู่ และหลายคนมีความใกล้ชิดกับทักษิณ 


‘ปั่นไทยรบพม่า’
แนวรบด้านตะวันตกสมัย “ทักษิณ” กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ได้เปลี่ยนแปลง กลุ่มชาติพันธุ์ยังสู้รบกับทหารเมียนมาอยู่เหมือนเดิม


กรณีเครื่องบินรบเมียนมาล้ำแดน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าได้ประสานไปยังทางการเมียนมาแล้ว ยอมรับว่ารุกล้ำจริง แต่ได้ขอโทษถึงรัฐบาลไทยแล้ว ว่าไม่มีความตั้งใจและไม่ต้องการมีปัญหากับกองทัพไทย

อีกด้านหนึ่ง มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีเครื่องบินเมียนมาบินรุกล้ำน่านฟ้าไทยว่า เครื่องบินดังกล่าว ไม่ได้บินเข้ามารอบเดียว แต่บินเข้ามาถึง 3 ครั้ง ภายในเวลา 20 นาที ก่อนทำการโจมตีในเวลา 17.00 น. ด้วยการใช้อาวุธจากอากาศยาน 

ส.ส.ก้าวไกลคนนี้ ได้ตั้งคำถามว่า มีการรู้เห็นเป็นใจของกองทัพไทยหรือไม่ ที่เปิดให้มีการบินรุกล้ำโจมตีชนกลุ่มน้อย


ขณะที่ ไพศาล พืชมงคล นักวิเคราะห์การเมืองระหว่างประเทศ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติคนไทย โดยอ้างว่า โซเชียลที่ประเทศตะวันตกมาจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย “..ปั่นหัวให้คนไทยโกรธกองทัพอากาศ และเรียกร้องให้ประนามพม่าว่ารุกรานประเทศไทย” 


ไพศาลชี้ว่า มีการทำกันอย่างเป็นกระบวนการ “…เขาปั่นกระแสเรื่องนี้ก็เพราะต้องการให้ไทยทำสงครามกับพม่า ถ้าไทยทำสงครามกับพม่าหรือเกิดการปะทะกันขึ้น #นาโต้ 2 ก็จะแผลงฤทธิ์ทันที”


‘ย้อนรอยทักษิณ’
20 ปีที่แล้ว “ทักษิณ” งัดข้อกับผู้นำกองทัพ กรณีทหารกองทัพภาคที่ 3 ตอบโต้ทหารเมียนมา ที่รุกล้ำแดนเข้ามา


ถ้ายังจำกันได้ สมัยที่ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ปี 2544 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ได้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในเรื่องของการวางนโยบายระหว่างประเทศของไทยและเมียนมา เห็นได้ชัดว่า ทักษิณมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะเจรจาด้านธุรกิจการค้ากับเมียนมา แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่สู้จะกระตือรือร้นนัก


ช่วงเดือน มิ.ย.2545 ทหารเมียนมา เปิดยุทธการปราบปรามชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และได้รุกเข้ามาในเขตแดนของไทย กองทัพภาคที่ 3 ได้ตอบโต้ทหารเมียนมาอย่างรุนแรง 


อดีตนายกฯทักษิณ รู้สึกไม่พอใจ ปฏิบัติการทางทหารครั้งนั้น จึงได้วิพากษ์ปฏิบัติการของกองทัพไทยมีต่อกองทัพเมียนมา เป็นการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือ โอเวอร์รีแอ๊ก


ปลายปี 2545 พล.อ.สุรยุทธ์จึงถูกโยกจาก ผบ.ทบ.ไปเป็น ผบ.สส. จนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2546  


เวลานั้น ฟากฝั่งเมียนมา พล.อ.หม่องเอ รองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้นำหมายเลข 2 รองจากนายพล ตาน ฉ่วย ส่วน พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย กำลังเป็นนายทหารดาวรุ่ง 


ทักษิณมีความสนิทสนมกับนายพลตานฉ่วย และ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ซึ่งใครเคยอ่านเรื่องคลิปถั่งเช่า ก็คงจะทราบถึงสายสัมพันธ์อันดีระหว่างตระกูลชินวัตร กับกลุ่มผู้นำทหารเมียนมา


สถานการณ์เปลี่ยน ผู้มีอำนาจก็เปลี่ยน ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.จึงลุกมาวิพากษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า รู้เห็นเป็นใจกับผู้นำทหารเมียนมา 


ณัฐวุฒิคงจำไม่ได้ว่า ทักษิณเคยวิพากษ์นายทหารไทยว่า โอเวอร์รีแอ๊ก เพราะนำกำลังทหารรบทหารเมียนมาที่รุกล้ำแดนไทย

โค่นประยุทธ์ “ธรรมนัส” ออกแขกลิเกพันธมิตร 33 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520864

01 ก.ค. 2565

โค่นประยุทธ์ “ธรรมนัส” ออกแขกลิเกพันธมิตร 33 เสียง

ฮัลเลวังกา..ลิเกออกแขก “ธรรมนัส” โชว์พลังพันธมิตรพรรคเล็ก เปิดยุทธการแค้นนี้ต้องชำระ มั่นใจคว่ำประยุทธ์สำเร็จ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ออกแขกโหมโรง “ธรรมนัส” โชว์พลังพันธมิตรพรรคเล็ก เปิดยุทธการเขย่าขวัญประยุทธ์ แค้นนี้ต้องชำระ


แผนแตกปีที่แล้ว “ธรรมนัส” คว่ำประยุทธ์ไม่สำเร็จ ปีนี้มั่นใจคว่ำได้แน่ แต่ต้องรอดูวันจริง แค่ราคาคุยหรือลุยแตกหัก


บ่ายวันที่ 30 มิ.ย.2565 พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม โพสต์ภาพ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จับกลุ่มพูดคุยกับ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,สุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ และดํารงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ระหว่างการประชุมในสภาฯ
 

ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ กระบอกเสียงกลุ่ม 16 โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “คงอยู่ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ท่านหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยได้มาสนทนาด้วยกว่าครึ่งชั่วโมง ถึงแนวทางรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีเร็วๆนี้…ติดตามกันต่อไป”


เป็นที่รู้กัน กลุ่ม 16 ของพิเชษฐ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เป็นพันธมิตรทางการเมือง และสร้างภาพให้เป็นกลุ่มสวิงโหวตในสภาฯ

ภาพที่ ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ ตั้งใจเสนอให้เห็นบรรยากาศโหมโรงซักฟอก ภาพที่ ส.ส.เอ๋ พีระวิทย์ ตั้งใจเสนอให้เห็นบรรยากาศโหมโรงซักฟอก


พักนี้ ร.อ.ธรรมนัส ออกมาเขย่ารัฐบาลประยุทธ์ถี่มาก แถมให้สัมภาษณ์สื่อบางสำนัก กางตัวเลข ส.ส.ประมาณ 33 คน ที่อยู่ในมือผู้กอง 


อันที่จริง ศึกซักฟอกยังมีเวลาอีกนาน แต่สัปดาห์หน้า ก็จะมีการประชุมรัฐสภา พิจารณากฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง วาระสองและวาระสาม ที่พรรคเล็กมีเดิมพันเรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส.


‘เกมวัดใจป้อม’
พรรคเล็กสาย “ธรรมนัส” เดินเกมบุกบ้านป่ารอยต่อฯ พบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยื่นข้อเสนอเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้เปลี่ยนจากหาร 100 เป็นหาร 500

สัปดาห์หน้า 5-6 ก.ค.2565 ที่ประชุมร่วมสองสภาฯ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 2 ฉบับ ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ….ซึ่งจะเป็นการพิจารณาในวาระสองและวาระสาม


ไฮไลต์การพิจารณากฎหมายลูกเที่ยวนี้ จะอยู่ที่สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่ง กมธ.เสียงข้างมาก เลือกสูตรหาร 100 ทำให้พรรคเล็กไม่พอใจ และต้องการให้มีการแก้ไข


พรรคเล็กที่เคลื่อนไหวช่วงนี้ มีทั้งพรรคเล็กสายทำเนียบรัฐบาล นำโดย นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคเล็กสายธรรมนัส


สิ่งที่พรรคเล็กต้องการคือ สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตาม ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คงเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่การันตีทุกเสียงของประชาชนไม่ตกน้ำ จากการใช้สูตรคำนวณแบบพึงมี ต้องใช้สูตรหาร 500 ไม่ใช่หาร 100 ที่พรรคใหญ่ได้เปรียบ


ปลายเดือนที่แล้ว ปรีดา บุญเพลิง หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้เข้าบ้านป่ารอยต่อ ยื่นข้อเสนอของพรรคเล็กว่าด้วยสูตรหาร 500 แต่บิ๊กป้อมก็โยนไปที่สภาฯ


อย่างไรก็ตาม พิเชษฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 เคยให้สัมภาษณ์ว่า เสียงสนับสนุนรัฐบาล อาจผันแปรไปตามกติกาเลือกตั้งที่เรียกร้อง อันหมายถึงพี่น้อง 3 ป.ต้องผลักดันสูตรหาร 500 ตามความต้องการของพรรคเล็ก


‘ธรรมนัสโชว์’
ศึกซักฟอกปลายเดือน ก.ค.นี้ “ธรรมนัส” จะใช้โอกาสนี้สร้างคะแนนเสียงให้พรรคเศรษฐกิจไทย รวมถึงพันธมิตรกลุ่ม 16


ร.อ.ธรรมนัส ประกาศชัดว่าจะโหวตไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว และจะยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ทุจริต ทำงานบกพร่องและผิดจริยธรรม


ปัจจุบันสภาฯ มี ส.ส.ทั้งหมด 477 คน กึ่งหนึ่งเท่ากับ 239 เสียง ฝ่ายค้านต้องระดมให้ได้ 240 เสียงขึ้นไป ถึงจะโหวตให้รัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่งได้


ขณะนี้ พรรคฝ่ายค้านมีคะแนนไม่ไว้วางใจจำนวน 182 เสียง ตามผู้ที่ลงนามเสนอญัตติ และที่เหลืออีก 58 เสียง ฝ่ายค้านจะหามาจากไทย

ถ้าเป็นตามที่ ร.อ.ธรรมนัส แจกแจงกับสื่อว่า มี ส.ส.ในมือ 33 เสียง รวมเสียงพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 จะโหวตไม่ไว้วางใจ ร่วมฝ่ายค้าน เสียงก็ยังไม่พอ เพราะขาดไปอีก 25 เสียง


เมื่อถึงวันนั้น ก็ต้องรอดู ร.อ.ธรรมนัส จะเดินเกมโหวตคว่ำรัฐบาลประยุทธ์ได้หรือไม่

แห่โหน “อุ๊งอิ๊ง” ชิงลง ส.ส.เขต บีบคนเก่าเป็นงูเห่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520756

30 มิ.ย. 2565

แห่โหน “อุ๊งอิ๊ง” ชิงลง ส.ส.เขต บีบคนเก่าเป็นงูเห่า

มายาแลนด์สไลด์เขย่า “อุ๊งอิ๊ง” คนหน้าใหม่ ทุนหนาแย่งชิงลง ส.ส.เขต คนเก่าอกหัก ปลายนี้ งูเห่าเพื่อไทยโผล่เพียบ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ศึกในแรงกว่าศึกนอก “อุ๊งอิ๊ง” เผชิญปัญหาคนหน้าใหม่ ทุนหนาแย่งชิงพื้นที่ ส.ส.เก่า ส่อแววแตกหัก งูเห่าโผล่เพียบ


กองเชียร์เขย่า “อุ๊งอิ๊ง” ไม่เอา ส.ส.แปรพักตร์ พ่อ-ลูก พี่-น้อง อยู่ต่างพรรคไม่ได้ ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง


แม้ผลสำรวจนิด้าโพล จะทำให้ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร มาแรงแซง พล.อ.ประยุทธ์ แต่ล้วงลึกพรรคเพื่อไทย ก็ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้งในพื้นที่


กลยุทธ์การหาเสียงเลือกตั้ง มี 2 แนวรบคือ แอร์วอร์ และกราวนด์วอร์ พรรคเพื่อไทย ดำเนินกลยุทธ์แอร์วอร์มาต่อเนื่อง ปั้นแบรนดอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร แต่กราวนด์วอร์ ยังฝุ่นตลบ พรรคยังไม่สามารถจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ได้
 

โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน สมัยหน้าจะมี ส.ส.มากถึง 132 คน ปรากฏว่า ผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เป็นจำนวนมาก บางเขตมีผู้เสนอตัวมากกว่า 10 คน


ส.ส.หลายสมัย อายุเยอะ ตกเป็นเป้าที่จะถูกขยับไปอยู่ในลิสต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งแกนนำพรรคก็ไม่การันตีลำดับปาร์ตี้ลิสต์ จึงทำให้ ส.ส.เหล่านี้ รู้สึกไม่มั่นใจอนาคตตัวเอง

พัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร และลูกสาว พัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร และลูกสาว

ดังนั้น เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ถึงนครดูไบ ในห้วงเวลานี้ จึงพบเห็น ส.ส.หลายคนบินไปเคลียร์กับนายใหญ่ เพื่อขอลง ส.ส.เขตเหมือนเดิม 

คาดหมายว่า ปลายปีนี้ จะมี ส.ส.หลายคนโบกมือลาเพื่อไทย หากถูกบีบให้ขึ้นบัญชีรายชื่อ และอยู่ในอันดับท้าย ๆ 

‘ปั้นลูกลงสนาม’
กลยุทธ์ครอบครัวเพื่อไทยของ “อุ๊งอิ๊ง” กลายเป็นเครื่องชี้วัดคนหน้าใหม่ ใครอยากลงสมัคร ส.ส. ต้องล่าชื่อสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยให้ได้มากกว่า 1 หมื่นคนขึ้นไป

อย่างที่ จ.สกลนคร สมัยหน้าจะมี ส.ส. 7 คน 7 เขต จากเดิม 6 เขต โดยเขตที่เพิ่มขึ้นใหม่ จะอยู่ในพื้นที่ อ.พรรณานิคม, อ.ภูพาน และ อ.กุดบาก

เวลานี้ มีผู้เสนอตัวอยู่ 2 คนคือ จิรัชยา สัพโส ลูกสาวคนเดียวของพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย โดยพ่อของเธอ ได้จัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย เชิญ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วหัวหน้าพรรค และดาวสภาหลายคนมาร่วมงาน
 

อีกรายหนึ่ง สิรภพ สมผล ดารานักแสดงอิสระ และ ส.อบจ.สกลนคร เป็นลูกชายของ ถนอม สมผล อดีตแกนนำเสื้อแดงสกลนคร

ดูตามรูปเกมการเคลื่อนไหวในพื้นที่ จรัชยา ลูกสาวของพัฒนา น่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.สกลนคร ในเขตใหม่

ขบวนการปั้นลูกลงสนาม ยังปรากฏในพื้นที่ จ.บึงกาฬ  โดย เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวลูกสาว ภัทรพร ราชป้องขันธ์ เป็นผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1 

มองเผิน ๆ เหมือนพ่อกับลูกสาว ต่างก็เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1 แต่ลึก ๆ แล้ว สมัยหน้า จ.บึงกาฬ มี ส.ส. 3 คน 3 เขต เชิดพงศ์คงหวังจะไปลงสมัคร ส.ส.เขต 2 มากกว่า

‘เหยียบเรือสองแคม’
เชื่อว่าปรากฏการณ์ “อุ๊งอิ๊ง” คงจะทำให้ผู้เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เพื่อไทย ต่างกระตือรือร้นที่จะหาสมาชิกครอบครัวเพื่อไทย และขาใหญ่บางพื้นที่ก็ออกแรงกดดัน ส.ส.เก่า กรณีที่ลูกอยู่เพื่อไทย แต่พ่ออยู่อีกพรรคหนึ่ง

ว่ากันว่า แกนนำเพื่อไทย ได้วางกติกาคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้า ถ้าญาติพี่น้องอยู่ต่างพรรค ต้องเลือกให้อยู่พรรคใดพรรคหนึ่งเพียงพรรคเดียว 

อย่าง จ.ขอนแก่น พงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่น ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย ไปร่วมก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย แต่ทายาทการเมือง 2 คนของพงศกร ยังอยู่เพื่อไทย คือ สรัสนันท์ อรรณนพพร ลูกสาว ส.ส.ขอนแก่น เขต 8 และบัลลังก์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น เขต 10 น้องชายพงศกร 

ล่าสุด สรัสนันท์ และบัลลังก์ เดินทางไปทำกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยร่วมกับพรรคเพื่อไทย ที่ศรีสะเกษ ไม่ได้มีแผนที่จะย้ายออกจากเพื่อไทย ไปอยู่ไทยสร้างไทย

มีรายงานข่าวว่า มีผู้เสนอตัวในเขตของลูกสาวและน้องชาย ของพงศกร อยู่หลายคน ได้มีการกดดันไปที่แกนนำพรรคในขอนแก่นให้จัดการปัญหานี้ให้ชัดเจน

“ผบ.ทอ.” แจงปมดราม่า F-16 โต้ “เมียนมา” ล่าช้า ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520878

01 ก.ค. 2565

"ผบ.ทอ." แจงปมดราม่า F-16 โต้ "เมียนมา" ล่าช้า ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน

“ผบ.ทอ.” แจงปม เครื่องบิน F-16 ตอบโต้ “เมียนมา” ล่าช้า หลังถูกบินล้ำน่านฟ้าไทย ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน พร้อมเตือนอย่าล้ำเขตแดนอีก เผย ผบ.ทอ.เมียนมาขอโทษแล้ว บอกสภาพอากาศไม่ดี

1 มิ.ย.2565 จากกรณีเครื่องบินรบติดอาวุธของทหารเมียนมา บินรุกล้ำเข้ามาน่านฟ้าของไทย บริเวณอำเภอพบพระ จ.ตาก จากนั้นเครื่องบินได้ยิงปืนกลอากาศ และยิงจรวดใส่ฐานของทหารกะเหรี่ยง แล้วเกิดสะเก็ดระเบิด และกระสุนปืนบางส่วนหลุดข้ามชายแดนมาตกบริเวณหมู่บ้านวาเล่ย์เหนือ ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหาย และโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ ต้องหยุดเรียนกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าเด็กนักเรียนจะได้รับอันตราย จากนั้น กองทัพอากาศ ของไทย ได้สั่งการให้เครื่องบินขับไล่F-16 จำนวน 2 ลำ ขึ้นบินลาดตะเวน พร้อมสั่งการให้ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ประจำสถานเอกอัครทูต ณ ย่างกุ้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อแจ้งเตือนและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก 
 

พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศพลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ

พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึง กรณีดังกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีประชาชนและแฟนคลับของกองทัพอากาศได้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งตนก็ได้อ่านและรับฟัง ส่วนใหญ่จะพูดว่าระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพอากาศดีหรือไม่ หรือเครื่องบินมีไว้ใช้แค่แสดงในงานวันเด็ก หรือผู้บังคับบัญชาตัดสินใจช้าหรือไม่

ตนอยากชี้แจงว่าการแสดงความคิดเห็นก็มีส่วนที่ถูกต้อง แต่ยืนยันว่าระบบป้องกันทางอากาศของไทยดีมาก ไม่ได้อ่อนด้อยตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเรามีเครื่องบินที่ดี นักบินที่ดี มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ดี รวมถึงผู้บังคับบัญชาก็มีการตัดสินใจที่ดี แต่การตัดสินใจที่ดีบางครั้งไม่ได้วัดจากความรวดเร็ว แต่วัดด้วยความสุขุม รอบคอบ มีหลักเหตุผล คำนึงถึงสถานการณ์เล็กและสถานการณ์ใหญ่ ที่สำคัญเป็นการตัดสินใจพอเหมาะพอควรกับสถานการณ์
 

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่
Website –  www.komchadluek.net
Facebook – https://www.facebook.com/komchadluek
 

"ผบ.ทอ." แจงปมดราม่า F-16 โต้ "เมียนมา" ล่าช้า “ผบ.ทอ.” แจงปมดราม่า F-16 โต้ “เมียนมา” ล่าช้า

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยอมรับด้วยว่า ส่วนตัวรู้สึกเดือดเหมือนกัน และอาจจะเดือดกว่าประชาชนด้วย ทั้งนี้ได้มีการติดต่อกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศเมียนมา ว่าขอให้กำกับดูแลว่าการปฏิบัติการใดๆ ก็แล้วแต่ในเขตของเมียนมา ขออยู่ในขอบเขตของท่าน อย่าได้ล่วงล้ำเข้ามา ซึ่งตนก็ได้รับทราบคำขอโทษ และชี้แจงเหตุผลว่า เมื่อ 30 มิ.ย. 65 สภาพอากาศไม่ค่อยดี และเป็นการเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ผ่านมาก็ได้มีการระมัดระวัง ซึ่งจากสภาพอากาศที่เกิดขึ้น ตัวนักบินมองลงมาก็แทบไม่รู้ว่าได้ผ่านรุกล้ำเขตบ้านของคนอื่น

ทร.แจง อากาศยานไร้คนขับ หรือ “UAV4000ล้าน” เพื่อความมั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520858

01 ก.ค. 2565

ทร.แจง อากาศยานไร้คนขับ หรือ "UAV4000ล้าน" เพื่อความมั่นคง

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงผลการคัดเลือกแบบอากาศยานไร้คนขับ หรือ “UAV4000ล้าน” ในโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ประจำฐานบินชายฝั่งกองทัพเรือ

พลเรือโทปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงผลการคัดเลือกแบบอากาศยานไร้คนขับ  หรือ UAV ประจำฐานบินชายฝั่ง กองทัพเรือ   โดยวิธีคัดเลือก ซึ่งบริษัทที่รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Elbit Systems Ltd. รัฐอิสราเอล เสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 120 ล้าน  ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 4,004,652,000.00 บาท (สี่พันสี่ล้านหกแสนห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) โดยเป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบงาน ณ กองการบินทหารเรือ อำเภอบ้านฉาง  จังหวัดระยอง หรือพื้นที่ที่กองทัพเรือได้กำหนดไว้ตามประกาศ


สำหรับขั้นตอนต่อไปอยู่ในระหว่างการจัดทำร่างสัญญา โดยคณะกรรมการร่างสัญญาเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากผู้บัญชาการทหารเรือ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นการลงนามระหว่างคู่สัญญา คือ กองทัพเรือ บริษัท  Elbit Systems Ltd. และคณะกรรมการความร่วมมือการป้องกันการทุจริตหรือ ค.ป.ท. ลงนามร่วมกัน 3 ฝ่าย  

โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า กองทัพเรือ ยังคงเดินหน้าพัฒนากองทัพเรือให้มีความทันสมัย  เข็มแข็ง สามารถปฎิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ  

UAV = Unmanned Aerial Vehicle หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เครื่องบินไร้คนขับ , อากาศยานไร้คนขับ  จะเน้นไปทางภารกิจด้านกองทัพ แต่ตอนนี้ครอบคลุมไปถึงสื่อมวลชน และกลุ่มผู้จัดงาน ด้วย  แตกต่างจากขีปนาวุธ โดยขีปนาวุธจะใช้เป็นอาวุธโจมตีตามเป้าหมายอย่างเดียวแล้วจบ แต่ UAV อากาศยานบังคับนี้ สามารถนำมาใช้ใหม่ได้

ในต่างประเทศนั้นยุคแรกจะเป็นเครื่องบินแบบไร้คนขับ บังคับโดยการควบคุมจากระยะไกล มีขนาดใหญ่ ใช้ในกองทัพ ที่เรียกว่าเครื่องบินสอดแนม  แต่ปัจจุบันนี้มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่ออกแบบในลักษณะเครื่องบินวิทยุบังคับ


ประโยชน์และรูปแบบการใช้งาน ของ UAV ประยุกต์ได้หลากหลาย เช่นตรวจจับองค์ประกอบในอากาศ  , ใช้ในการขนส่ง , ใช้ในการโจมตีทางอากาศ , ใช้ในการถ่ายภาพมุมสูง ดูสภาพจราจร ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งในต่างประเทศก็ใช้กันอย่างแพร่หลายทีเดียว

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศให้ “พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์” เป็นคนไร้ความสามารถ

01 ก.ค. 2565

"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศให้ "พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์" เป็นคนไร้ความสามารถ

“ราชกิจจานุเบกษา” ออกประกาศ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้อดีต ปลัดกระทรวงกลาโหม “พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์” เป็นคนไร้ความสามารถ

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (สาขามีนบุรี) เรื่อง ศาลมีคําสั่งให้ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ คดีแพ่งหมายเลขดําที่ ยชพ 144/2564 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ยชพ 283/2564

โดยประกาศ ราชกิจจานุเบกษา ฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วย พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ ผู้ร้อง ยื่นคําร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคําสั่งให้ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง
 

พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า อาการของ พล.อ.ไพบูลย์ เข้าลักษณะ บุคคลวิกลจริต ผู้ร้องเป็นบุตรของพล.อ.ไพบูลย์ และเป็นผู้ดูแล พล.อ.ไพบูลย์ มาโดยตลอด จึงเห็นสมควรให้ผู้ร้องเป็นผู้อนุบาล จึงมีคําสั่งว่า พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ ผู้ร้อง ทั้งนี้ ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2565 ลงนามโดย วรพจน์ เวียงจันทร์ ผู้พิพากษา

ติดตามข่าวสาร คมชัดลึก อื่นๆ ได้ที่
Facebook – https://www.facebook.com/komchadluek
LineToday – https://today.line.me/th/v2/publisher/100057
 

ทั้งนี้ สำหรับ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 42 เคยดำรงตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2538 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2539 และ เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี 2535
 

ประกาศ ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ราชกิจจานุเบกษา

“โควิด” จบแล้ว “ก้าวไกล” ถาม จะมี “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ไว้ทำไม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520730

30 มิ.ย. 2565

"โควิด" จบแล้ว "ก้าวไกล" ถาม จะมี "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ไว้ทำไม

พรรค “ก้าวไกล” ตั้ง “กระทู้ถามสด” จะมี “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ไว้ทำไม ทั้งที่ กำลังจะประกาศให้ โควิด เป็นโรคประจำถิ่น

รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อกรณีที่ยังคงประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคหรือการระบาดของโควิด 19 เอาไว้ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างมากและเตรียมเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน

"โควิด" จบแล้ว "ก้าวไกล" ถาม จะมี "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ไว้ทำไม

รังสิมันต์ ได้ถามคำถามในช่วงแรกว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันเนื่องมาจาก โควิด 19 ประกาศใช้อย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 2 ปี ต่ออายุมาแล้ว 18 ครั้ง จนคนนึกว่าเป็นกฎหมายปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงมีข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า คงไว้เพื่อดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างเข้มข้น คำถามข้อแรกจึงอยากขอข้อมูลว่าตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมา ครั้งไหนเป็นต้นเหตุการระบาดของโควิดบ้าง ข้อสอง เมื่อโควิดเป็นโรคประจำถิ่นรัฐบาลมีความจำเป็นอะไร ที่ยังต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำไมไม่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ.

พล.อ.ชัยชาญ ตอบคำถามว่า เนื่องจากโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงต้องคงไว้เพื่อบูรณาการการทำงานของส่วนงานต่างๆได้ทัน ปัจจุบันได้ดำเนินการจนสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลงไป แต่ก็ยังมีรายงานการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ฝ่ายสาธารณสุขยังคงมีความกังวลว่าจะมีการระบาดกลุ่มก้อนใหม่จึงต้องมีความรวดเร็วในการ
บูรณาการการทำงาน ทุกส่วนงานไม่ว่าการแพทย์หรือเศรษฐกิจสำหรับคำถามว่ามีข้อมูลพบการระบาดจากการชุมนุมหรือไม่ มีข้อมูลที่สามารถพบได้บนหน้าสื่อ เรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ เป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณา

ส่วนจะเลิกประกาศตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ ศบค.กำลังติดตามและประเมินสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศและอยู่ในการพิจารณาที่ต้องคำนึงถึงสาธารณสุขเป็นหลัก

วิษณุยัน ช่อดอก “กัญชา” ยังเป็น “ยาเสพติด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520720

30 มิ.ย. 2565

วิษณุยัน ช่อดอก "กัญชา" ยังเป็น "ยาเสพติด"

ช่อดอก “กัญชา ยังถือเป็น “ยาเสพติด” รองนายกฯวิษณุ เครืองาม สงสัย เจ้าหน้าที่เห็นวางขาย ทำไมไม่จับ กฎหมายปปส.ก็มี

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการตั้งโต๊ะขายกัญชาไม่ถูกต้อง เพราะช่อ-ดอก ต้องจับกุม ตามที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามจับเท่าที่จับได้ ไม่ให้กระทบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และนำกฎระเบียบออกมาเพื่อช่วยในการจัดระเบียบ เพราะเป้าหมาย คือรอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา ที่อยู่ในสภา ต้องเร่งไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับของใครก็ตาม เพื่อบังคับใช้ แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ มีหลายประเทศที่ยังไม่ยอมรับ ดังนั้นการที่จะเอาสารกัญชาไปผสมในสิ่งต่างๆ เช่น อาหาร ขนม คุกกี้ แล้วนำติดตัวเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะเป็นปัญหาเกิดขึ้นได้ ให้จับกุม ซึ่งถ้าหากเป็นใบ-ยอด จับยาก เพราะไม่มีเครื่องมือที่จะใช้ตรวจ ตอนนี้จึงใช้วิธีผ่อนสั้นผ่อนยาวไปก่อน แต่พอถึงเวลาหนึ่งก็ต้องตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการอะไร หากเรื่องบานปลายและกฎหมายออกล่าช้า

วิษณุยัน ช่อดอก "กัญชา" ยังเป็น "ยาเสพติด"

ในฐานะที่เป็นประธานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)ตอบลำบากว่าเห็นด้วยกับนโยบายนี้หรือไม่  ต้องถามกระทรวงสาธารณสุข จะตอบได้ดีที่สุด  ส่วนชาวต่างชาติจะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในประเทศไทย สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยนำออกไปนอกประเทศ เพราะบางประเทศยังไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว ดังนั้นตอนนี้หากจะมีการใช้สิ่งของที่มีส่วนผสมของกัญชา จะต้องมีการเขียนติดเอาไว้ว่ามีส่วนผสมของกัญชาและมีปริมาณเท่าไหร่ เพราะในต่างประเทศจะดูตรงนี้เป็นหลัก

ส่วนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศไม่ให้นำอะไรที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในบริเวณสภาโดยเด็ดขาดนั้น เป็นการกันไว้ก่อน  สภาเป็นคนผ่านกฎหมาย แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ได้ออกมาบังคับใช้ จึงประกาศให้คุมแบบนี้ไปก่อนก็ได้ กฎหมายออกมาแล้วค่อยว่ากันตามกฎหมาย

“ขายกัญชา” ริม “ถนนข้าวสาร” “ชัชชาติ” รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520707

30 มิ.ย. 2565

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ใจเย็นนะวัยรุ่น “ขายกัญชา” ริม ถนนข้าวสาร” ขอ กรรมาธิการพิจารณากฎหมายให้เสร็จก่อน ใช้สันทนาการ ต้องควบคุมเข้ม

ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. กล่าวถึงกรณีที่มีการซื้อขายกัญชาอย่างโจ่งแจ้ง ที่บริเวณถนนข้าวสาร ว่าเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดขึ้นวันนี้การขายแบบเปิดเป็นร้านค้า เป็นอาคาร เป็นสัดส่วน  และมีส่วนของพ่อค้าหาบเร่ที่ตั้งโต๊ะขายแต่ทั้งหมดทั้งปวงเมื่อกฎหมายออกมาสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เพราะการที่ใครจะนำสินค้าเกี่ยวกับกัญชามาขายต้องมีการขออนุญาตทั้งสิ้น พร้อมยอมรับว่าช่วงนี้เป็นสูญญากาศที่ควบคุมได้ระดับหนึ่ง ซึ่งต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม ให้ช่วยสอดส่อง ถนนข้าวสารว่ามีการจำหน่ายหรือไม่และจะต้องไม่จำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงคนท้องและคนให้นมบุตรด้วย รวมถึงสน.อื่นๆให้ช่วยสอดส่อง

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ทั้งนี้ส่วนตัวจะหาเวลาพื้นที่เพื่อดูข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ว่ามีการขายกัญชาให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีจริงหรือไม่ หากมีขึ้นจริงก็จะจัดการดำเนินคดี ซึ่งมีโทษทางอาญา พร้อมเปรียบเทียบกับต่างประเทศก็มีลักษณะปัญหาเช่นเดียวกันสิ่งที่อยู่ใต้ดิน เมื่อขึ้นมาอยู่บนดิน ก็มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ในที่สุดมันจะค่อยๆคลี่คลาย พร้อมฝากสังคม ประชาชน ครอบครัวจะต้องช่วยดูแลเพื่อให้ผ่านช่วงระยะเวลานี้ไปให้ได้ ตนไม่อยากให้กัญชาที่มีประโยชน์อย่างยิ่งจะต้องมาสะดุดและทำให้เราไม่สามารถนำสิ่งที่มีประโยชน์มาใช้ทางการแพทย์และการเศรษฐกิจของประเทศ

ร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณาอยู่นั้นยังยึคงดหลักสำคัญก็คือกฎหมายนี้ให้นำกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และในทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ครอบคลุมหรือกำหนดให้มีเรื่องของนันทนาการ หรือเป็นการเสพหรือขายกัญชาในที่สาธารณะ แต่ต้องเข้าใจว่าขณะนี้กฎหมายอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้คาดว่าจะดำเนินการร่างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นกรกฎาคมนี้และประมาณต้นสิงหาคมจะเสนอร่างที่พิจารณาแล้วเสร็จของคณะกรรมาธิการเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งเรื่องร่างพระราชบัญญัตินี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เสนอมาเพื่อให้กฎหมายเป็นประโยชน์มากที่สุด นำเอาปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้มาบรรจุใส่ในราชพระราชบัญญัติเพื่อกำหนดแนวป้องกันให้กับสังคมให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ชัชชาติ ชี้ ขายกัญชาเสรี ประเทศไทย ยังไม่พร้อมขนาดนั้น

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ยอมรับว่า รู้สึกกังวลกับภาพการตั้งโต๊ะขายกัญชาริมถนนจะกระทบต่อภาพรวมของสังคม เพราะเอกราชฑูตรัสเซีย ยังกังวลว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียจะซื้อสินค้ากัญชาจากไทยกลับประเทศ ซึ่งจะมีความผิดตามกฎหมายของรัสเซีย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงออกมาชี้แจงกับสังคมเข้าใจชัดเจน เพราะกทม.เป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งการเปิดเสรีกัญชาในไทย วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่อยากเห็นภาพการขายกัญชามวนริมถนน ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย เพราะประเทศไทยไม่น่าจะพร้อมขนาดนั้น

“ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว” “ชัชชาติ” แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520694

30 มิ.ย. 2565

"ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว" "ชัชชาติ" แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ซัด รัฐบาล ลอยตัวหนีปัญหา “ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ชี้ “ชัชชาติ” แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

"ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว" "ชัชชาติ" แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณี ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวของ กทม.ว่ารัฐบาลก็ไม่ควรโยนเผือกร้อนให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแก้ไขปัญหาเพียงคนเดียว นายกรัฐมนตรีอย่าลอยตัว โปรดลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังที่ผ่านมามีประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหา ก็บอยคอร์ดไม่เข้าประชุม ครม.แทนที่จะเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้สมกับที่ประชาชนเลือกมา กลับปล่อยเรื่องนี้ให้คนอื่นไปแก้ไข เพราะไม่ว่าจะแก้ไขออกมาอย่างไรก็โดนตำหนิ

รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมน่าจะมีปัญหา อย่างกรณีล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีนบุรี บางขุนนนท์ ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทัน และคาดว่าจะล่าช้าไม่น้อยกว่า 2 ปีทำให้ประเทศไทยเสียหาย ตามที่สภาพัฒนฯแจ้งไว้ 40,000 กว่าล้านบาทก็ยังไม่เห็นมีใครรับผิดชอบใดๆ โดยวันจันทร์นี้จะคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบที่จะพิจารณาคดีรถไฟฟ้าสีส้มดังกล่าว

จิรายุ กล่าวอีกว่ารถไฟฟ้าสายสีเขียววิ่งยาวมาก วิ่งจากคูคตปทุมธานีไปจนถึงบางปูสมุทรปราการเกือบ 50 สถานีมีจุดกึ่งกลางอยู่ที่สยามสแควร์  จากสถิติ มีจำนวนน้อยที่ใช้บริการวิ่งตั้งแต่บางปูสมุทรปราการไปลงคูคตปทุมธานี เพราะนั่งผ่าเมืองใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง   แต่หากจะนั่งยาว 50 สถานี ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเฉลี่ย สถานีละ 1 บาท 15 สตางค์ก็ประมาณ 60 บาทตลอดสาย ถูกกว่า นั่งรถเมล์หลายต่อ ถูกกว่าแท็กซี่กว่า 200 บาท ถูกว่าแกร็ปเกือบ300บาท แต่หากนั่งแค่ไม่กี่สถานีราคา ก็ควรจะเบาๆ 15-30บาทได้ ตนจึงขอฝากไปยัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. ไปให้สุด ทำเพื่อคนกรุงเทพให้เต็มที่ เพราะที่ผ่านมา หาก รัฐบาลแก้ไขปัญหา ไปก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ