Remembering the gruesome October 6 event

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/politics/40020756

Remembering the gruesome October 6 event

Remembering the gruesome October 6 event

THURSDAY, OCTOBER 06, 2022

THE NATION

Today, Thursday, marks the 46th anniversary of the killing of students by police and ultranationalist forces in a political clash on October 6, 1976, also known as the October 6 event.

Thais nationwide remember the event as one of the worst massacres in political history.

The massacre followed a riot in which thousands of students and concerned citizens gathered at Thammasat University and nearby Sanam Luang square to protest the return of former military dictator Field Marshall Thanom Kittikachorn to Thailand from Singapore.

Before that, an uprising on October 14, 1973, overthrew Thanom’s unpopular regime, forcing him to flee Thailand to the neighboring country.

On September 7, 1976, a group of political activists held a rally at Thammasat University to discuss the possibility of Thanom’s return and its impact on peace and order.

On September 24, Wichai Ketsriphongsorn and Chumphon Thummai, two labour activists from Nakhon Pathom, who put up anti-Thanom posters, were attacked and beaten to death. Their bodies were gruesomely hung from a gate in the province’s Muang district, which later became known as the “Red Gate”.

Remembering the gruesome October 6 event

On September 28, more than 10,000 people gathered at Chulalongkorn University in Bangkok’s Pathum Wan district to protest against Thanom returning. The rallyists who comprised college students and the general public decided to move to Thammasat University in Phra Nakhon district on October 3, and later announced they would disperse on October 6 during the day.

However, at 5.30am on October 6, the police used war-grade weapons, including assault rifles, grenade launchers, anti-armour rounds and grenades, in a move to crack down on the protesters. The demonstrators frantically tried to defend themselves, but were quickly defeated.

Right-wing paramilitaries also lynched fleeing protesters, who were reportedly assaulted, robbed, sexually abused, shot, burned alive or beaten to death. Even some who had already surrendered were not spared.

Several sources claimed more than 100 died at the hands of the military, police and paramilitary forces, contradicting the government report which said 46 persons were killed. The report also said 167 protesters were injured and 3,094 arrested on that day.

Now, every year on October 6, relatives of the victims, representatives of political parties and various organisations make merit and lay wreaths and flowers at the Sculpture of 6 October 1976 Memorial near Thammasat University’s Tha Pra Chan campus.

THE NATION

“น้ำป่าไหลหลาก” มหันตภัยทางธรรมชาติที่น่ากลัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/532274

06 ต.ค. 2565

"น้ำป่าไหลหลาก" มหันตภัยทางธรรมชาติที่น่ากลัว

สำนัก “อุทยานแห่งชาติ” ประกาศปิด “อุทยาน” พร้อมกัน 17 แห่ง เสี่ยง “น้ำป่าไหลหลาก” หลัง “พายุโนรู” เข้าถล่มไทย พร้อมย้อนเหตุโศกนาฏกรรม น้ำป่าไหลหลากปี 2537 ที่ วังตะใคร้ ตาย 21 ศพ เพื่อเป็นอุธาหรณ์ภัยธรรมชาติ และวิธีเอาชีวิตรอด

ผ่านไปแล้ว 9 วัน ที่ “พายุโนรู” ถล่มประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2565 เวลา 19.00 น.  ที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่แรก จากนั้นได้เคลื่อนไปยังภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง อิทธิพลของมันทำให้หลายจังหวัดเกิด “น้ำท่วมเฉียบพลัน” “น้ำป่าไหลหลาก” แม่น้ำสายหลัก และลำน้ำสาขา มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  และไหลเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมพืชผลทางการเกษตร รวมถึงบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย กระจายอยู่เกือบทั่วทุกภาคของประเทศ 

ล่าสุด “พายุโนรู” ยังได้ส่งผลกระทบต่ออุทยานแห่งชาติ หลังสำนักอุทยานแห่งชาติ ประกาศ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 ปิดแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ 17 แห่ง จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน และ “น้ำป่าไหลหลาก” จาก “พายุโนรู” 

สำหรับ แหล่งท่องเที่ยวในเขต “อุทยานแห่งชาติ” 17 แห่ง ที่ได้ประกาศปิดมีดังต่อไปนี้

1. บริเวณน้ำตกแม่เกิ๋งหลวง อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย

2. บริเวณน้ำตกตาดหมอก น้ำตกสองนาง และเขตบริการห้วยบง อุทยานแห่งชาติตาดหมอก

3. บริเวณดอยค้ำฟ้า อุทยานแห่งชาติผาแดง

4. ปิดการท่องเที่ยวและพักแรม อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์

5. ปิดการท่องเที่ยวและพักแรม อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม
6. บริเวณน้ำตกหินสามชั้น น้ำตกห้วยเตย และน้ำตกห้วยไผ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ

7. บริเวณน้ำตกแม่สา และน้ำตกหมอกฟ้า อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

8. บริเวณโป่งน้ำร้อนท่าปาย อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

9. บริเวณน้ำตกหมันแดง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
10. บริเวณถ้ำธารลอดน้อย และถ้ำธารลอดใหญ่ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์

11. บริเวณลานกางเต็นท์ลานนับดาว และน้ำตกห้วยเข อุทยานแห่งชาติน้ำพอง

12. บริเวณลานกางเต็นท์แหลมสำราญ อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ

13. ปิดให้บริการกางเต็นท์พักแรม อุทยานแห่งชาติไทรโยค

14. บริเวณเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมทางน้ำ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

15. บริเวณเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมทางน้ำ อุทยานแห่งชาติตาพระยา

16. บริเวณเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมทางน้ำ อุทยานแห่งชาติปางสีดา

17. บริเวณเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมทางน้ำ อุทยานแห่งชาติทับลาน


และก่อนหน้าในวันที่ 3  ตุลาคม 2565 อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยว และการพักค้างแรมในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และน้ำตกห้วยขมิ้น  เป็นการชั่วคราว

เนื่องจากเกิดสถานการณ์ “น้ำป่าไหลหลาก” ทำให้ “น้ำท่วมฉับพลัน” หากเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาก็เกรงว่าจะเป็นอันตราย

"น้ำป่าไหลหลาก" มหันตภัยทางธรรมชาติที่น่ากลัว

ทีมข่าว “คมชัดลึกออนไลน์”  จึงนำเหตุการณ์ “โศกนาฏกรรม” “น้ำป่าไหลหลาก” ที่ “วังตะใคร้” จ.นครนายก เมื่อปี 2537 มาให้ดูกัน เพื่อเป็นอุธาหรณ์ ว่า “ภัยธรรมชาติ” อยู่นอกเหนือทุกกฎของมนุษย์ เป็นเรื่องใกล้ตัว และอันตรายกว่าที่คิด 

  • “โศกนาฏฆกรรม” ที่ “วังตะใคร้” น้ำป่าฯสังหารหมู่ 21 ศพ

“โศกนาฏกรรม” จาก “ภัยธรรมชาติ” เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน  2537  ในวันนั้นเกิดเหตุการณ์ระทึก!!! ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเวลา 05.00 น. ผ่านมา ได้เกิด “น้ำป่าไหลหลาก” หลายจุดในพื้นที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก

ส่งผลทำให้ระดับน้ำในลำคลองสายต่างๆ เอ่อล้นตลิ่ง บางจุดสูงเหนือตลิ่งมากกว่า 1-2 เมตร ขณะที่เครื่องส่งสัญญาณโครงการเฝ้าระวังและเตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉลับพลัน-ดินถล่มสะพานวังตะไคร้  ได้ร้องแจ้งเตือน น้ำป่าไหลบ่าผ่านคลองวังตะไคร้ ทำให้น้ำท่วมสูงมากกว่า 1 เมตร 

ขณะที่นักท่องเที่ยวมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดพอดี บางครอบครัวก็มาแต่เช้ามืด บางครอบครัวก็มาช่วงสาย โดยทั้งหมดไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่าอาจต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ 

พอถึงช่วงบ่ายในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำ บางคนก็ล่องเเก่ง และบางครอบครัวก็นั่งสังสรรค์ พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงไปด้วย  จู่ๆก็มีมวลน้ำป่าก้อนใหญ่ ไหลทะลักเข้าสู้วังตะใคร้ ในขณะทุกคนกำลังเล่นน้ำ และพักผ่อนกันอย่างมีความสุข 

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก "วังตะใคร้"  25 กันยายน 2537 เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก “วังตะใคร้” 25 กันยายน 2537

ซักพักน้ำจากเดิมขาวใส กลายเป็นสีแดงที่มาพร้อมกับความเชี่ยวกรากของสายน้ำ “ภัยธรรมชาติ” ที่ดูน่ากลัวมากที่สุดอีกรูปแบบหนึ่ง  จากเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม กลายเป็นเสียงกรีดร้อง ทั้งเสียงหญิง-ชาย เด็กและผู้ใหญ่ ต่างพากันกรีดร้องและตะโกน ขอความช่วยเหลือ บางคนยังไม่สิ้นเสียง ก็ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก พัดพาพวกเขาไปคนละทิศละทาง

เหตการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ "วังตะใคร" 25 กันยายน 2537 เหตการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ “วังตะใคร” 25 กันยายน 2537

สุดท้ายกลายเป็น “โศกนาฏกรรม” ของหลายครอบครัว เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต ทั้งหมดมากถึง  21 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก สภาพศพกระจัดกระจายกันออกไปตามพื้นที่ที่น้ำป่าไหลผ่าน  เพราะหนีน้ำป่าไม่ทัน 

เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ "วังตะใคร้" 25 กันยายน 2537 เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ “วังตะใคร้” 25 กันยายน 2537

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายต้นน้ำวังตะไคร้ บริเวณเขาใหญ่ ว่า มีมวลน้ำป่าขนาดใหญ่กำลังตรงไปทางจุดเล่นน้ำตกวังตะไคร้

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการเป่านกหวีด และเรียกให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาจากน้ำ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย แต่บางคนต่างก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนก็กำลังจะวิ่งขึ้นฝั่งเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ก็ไม่ทัน เพราะ “น้ำป่าไหลหลาก” มาเร็วเเละรุนแรงมาก
 

ผู้เสียชีวิต 1 ใน 21 ศพ  จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ "วังตะใคร้" 25 กันยายน 2537 ผู้เสียชีวิต 1 ใน 21 ศพ จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ที่ “วังตะใคร้” 25 กันยายน 2537


และเหตุการณ์นี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งบทเรียนที่สำคัญ ของเหตุการณ์ “น้ำป่าไหลหลาก” จนเป็นที่จดจำว่า น้ำป่า อันตรายและร้ายแรงกว่าที่คิด  

ส่วนทางฝั่งเจ้าหน้าที่เอง บทเรียนจากเรื่องนี้ก็คงเป็น การเเจ้งเตือนล่วงหน้า ที่ควรเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ เข้าใจว่าในยุคนั้น เทคโนโลยีอาจจะยังไม่ทันสมัย แต่เชื่อว่าทางอุทยาน ต้องมีข้อมูลการแจ้งเตือนเหตุล่วงหน้าอยู่แล้ว  หรือไม่ก็ต้องประเมินสถานการณ์ตามสภาพภูมิศาสตร์ และสภาพอากาศในวันนั้นๆ เพื่อดูความรุนแรงและความเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่เอง 


ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างน้อย ก็ต้องมีความรู้พื้นฐานการเอาชีวิตรอด  เมื่อต้องเผชิญเหตุ ทั้งในกรณีนี้ รวมไปถึงภัยธรรมชาติทุกรูปแบบด้วย  

วันนี้ ทีมข่าว “คมชัดลึกออนไลน์”  จึงนำความรู้ และวิธีการเอาชีวิตรอด รวมถึงการสังเกตลักษณะของ “น้ำป่าไหลหลาก” มาฝากกัน 

  • เตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม 

ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ก่อนออกไปเดินป่า หรือเดินเที่ยวชมธรรมชาติ ในเขตอุทยานทั้งหลาย สิ่งสำคัญที่สุดต้องเตรียมร่างกายของเราให้พร้อม ตรวจสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ก่อนออกเดินทาง  พกอุปกรณ์เดินป่า ติดตัวเพื่อเสริมความมั่นใจว่ายังไงเราต้องรอด เพราะภัยธรรมชาติ มักจะมาโดยไม่ๆได้นัดหมาย แต่มันจะมีสัญญาณเตือนมาก่อนเสมอ  

  • สำรวจพื้นที่หาทางหนีทีไล่

เมื่อเดินทางไปถึง ก่อนเดินป่า หรือก่อนลงเล่นน้ำ ควรสำรวจทางเดิน(หรือวิ่ง) ทางขึ้น-ลง หรือพื้นที่สูงเอาไว้ด้วย เผื่อเวลาฉุกเฉินเกิดน้ำป่าไหลหลากจะได้หนีทัน และระหว่างเล่นน้ำต้องสังเกตสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าอีกไม่นาน “น้ำป่าไหลหลาก” มาเยือนอย่างแน่นอน

  • วิธีสังเกต “น้ำป่าไหลหลาก”

1.มีบรรยาการครึ้มฟ้า ครึ้มฝน คล้ายฝนจะตก

2.มีเสียงน้ำดังขึ้นกว่าเดิม หรือดังมากผิดปกติ

3.น้ำตกมีปริมาณหรือระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4.อุณหภูมิของน้ำเปลี่ยนไปจากปกติ

5.สังเกตพฤติกรรมของสัตว์ป่า หากจะเกิดอันตราย สัตว์ป่ามักจะแตกตื่น และหนีออกมาจากป่าจนผิดสังเกต

6.มีเศษดิน โคลนลงมาตามลาดเขา และมีเศษไม้ กิ่งไม้ เศษดิน กรวด ไหลมากับน้ำ

7.สีของน้ำเปลี่ยน กลายเป็นสีแดง หรือสีแดงขุ่นขึ้น

กรณีหากไม่สามารถหนีขึ้นที่สูง หรือหาที่ยึดเกาะที่มั่นคงได้ หากมาหลายคน ให้ทุกคนพยายามยืนเรียงกันเป็นแถวตอนเรียงเดี่ยว (ไม่ใช่ยืนเรียงหน้ากระดาน) และพยายามรักษาตำแหน่งเดิมของตนเองไว้ เพื่อลดแรงปะทะของน้ำ โอกาสที่น้ำจะพัดพาเราไปกระแทกสิ่งต่างๆ ก็จะลดลง และโอกาสรอดก็จะมีมากขึ้น จากนั้นควรตะโกนให้คนช่วย และหาอุปกรณ์หรือต้นไม้ยึดไว้ไม่ให้ไหลไปกับน้ำ  

ในภาวะฉุกเฉินที่ไม่มีทางเลือกอื่นใด การทำเช่นนี้ก็อาจเป็นทางเลือกและทางรอดหนึ่ง แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกันและเฝ้าระวังโดยไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงเช่นนี้ และที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งอย่างก็คือ ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำเตือนอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดจากทั้งหมดที่กล่าวมา นั่นก็คือ “สติ” เพราะมันจะทำให้มีทางรอดและทางออกในยามฉุกเฉินอยู่เสมอ อย่างคำโบราณที่ว่า “สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา” 

ฟื้นอดีตเด็กแว้น “เนวิน” สายบู๊สายมู ทักษิณจำแม่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532225

ขุนน้ำหมึก

05 ต.ค. 2565

ฟื้นอดีตเด็กแว้น “เนวิน” สายบู๊สายมู ทักษิณจำแม่น

กลับมาแล้ว “เนวิน” อดีตเด็กแว้นซุ้มสิงห์ทอง นักบู๊เซราะกราว ก่อนจะเป็นกลุ่มเพื่อนเนวิน โมเดลสร้างพรรคภูมิใจไทย สมัยหน้าครูใหญ่ขอปั้นเสี่ยหนูเป็นนายกฯ

ครูใหญ่มาแล้ว “เนวิน” สวมบทนักบู๊เซราะกราว รวบรวมไพร่พลจากหลายซุ้มการเมือง ตั้งเป้าปั้นเสี่ยหนู เป็นนายกฯ  

ครั้งหนึ่งในชีวิต “เนวิน” คือหัวหน้าซุ้มเด็กแว้นชื่อ สิงห์ทอง ก่อนพัฒนามาเป็นกลุ่มเพื่อนเนวิน และกลายเป็นโมเดลสร้างพรรคภูมิใจไทย

ยังเล่าขานกันไม่จบ สำหรับวันเกิดครบรอบ 64 ปีของครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ที่เมืองบุรีรัมย์ เนื่องจากมี ส.ส.ต่างพรรคแห่ไปอวยพรเกือบ 30 คน มีทั้งเปิดหน้า และไม่เปิดหน้า

ช่วงหนึ่ง นักข่าวไปสอบถาม สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐว่า จะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ครูใหญ่เนวินได้ยิน จึงหันกลับมาตอบทันทีว่า “มางานวันเกิด อย่าคิดมาก เดี๋ยวลุงเครียด และการมาวันเกิดผม จะต้องขออนุญาตด้วยหรือ”

เหมือนเนวินจะรู้ว่า ส.ส.สุชาติ สังกัดซุ้มเสี่ยเฮ้ง จึงยกตัวอย่างสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ ผอ.พปชร. ยังไปอวยพรวันเกิด วัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นต้องขออนุญาตใคร 

หลังพิธีปะกำช้าง ที่เป็นการสืบทอดมาอย่างยาวนานของตระกูลชิดชอบ เนวินได้ทักทาย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยว่า “ขอให้ได้เป็น ส.ส.ทุกคน และมึงต้องดูแลประชาชน” พร้อมบอกแกนนำภูมิใจไทย “รอบหน้าให้ได้ 120 คน เท่ากับอายุหมอช้าง ที่มาทำพิธีในวันนี้”

‘หัวหน้ากลุ่มสิงห์ทอง’

ภาพลักษณ์นักการเมืองขาบู๊ของ “เนวิน” นั้น มีปฐมบทมาจากสมัยวัยรุ่นที่โลดโผนโจนทะยาน เป็นหัวหน้ากลุ่มเด็กแว้น ก่อนพัฒนาเป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่น

เนวินเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารผู้จัดการรายเดือน และบอกเล่าเรื่องช่วงชีวิตวัยรุ่น หลังกำนันชัย ส่งลูกชายมาเรียน ม.ศ.1-5 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปี 2518 กำนันชัยพ่ายเลือกตั้ง จึงเรียกตัวลูกชายกลับบุรีรัมย์ เพราะพฤติกรรมบางด้านในช่วงวัยคะนองของลูกชาย 

เมื่อกลับมาอยู่บ้านเกิด กำนันชัยนำเนวินไปฝากฝังกินนอนอยู่บ้านนายตำรวจใหญ่จังหวะนั้น เนวินตั้งกลุ่มชื่อ “สิงห์ทอง” พากันจับกลุ่มขี่มอเตอร์ไซค์แว้นไปทั่วเมือง

จากกลุ่มสิงห์ทองในช่วงวัยรุ่น ได้แปรสภาพเป็น “กลุ่มเพื่อนเนวิน” องค์กรทางการเมืองระดับท้องถิ่นช่วงที่เขาไปเรียนครูภาคค่ำที่วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ 

เนื่องจากผู้ที่มาเรียนหลักสูตรพิเศษภาคค่ำ มักจะเป็นผู้นำท้องถิ่น เนวินจึงเกาะเกี่ยวเป็นกลุ่มเพื่อนเนวิน ใครลงสมัครผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน ก็ไปช่วยกันจนได้รับชัยชนะ 

ปี 2528 เนวินได้รับเลือกเป็น ส.อบจ.บุรีรัมย์ ด้วยแรงหนุนของเพื่อนกำนัน 10 ตำบลในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์

ปี 2531 กำนันชัยส่งลูกชายลงสนามการเมืองระดับชาติ เนวินได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.บุรีรัมย์ สมัยแรก สังกัดพรรคสหประชาธิปไตย โดยมีเพื่อนกำนัน- ผู้ใหญ่บ้าน ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นหัวคะแนน

ภาพเนวิน ที่เป็นนักการเมืองกล้าได้กล้าเสีย มีบุคลิกนักเลงบ้านนอก ล้วนมีที่มาจากประสบการณ์ในช่วงชีวิตวัยรุ่นทั้งสิ้น

  โปสเตอร์หาเสียง เนวิน สมัยลงสมัคร ส.ส.ปี 2531 พรรคสหประชาธิปไตย โปสเตอร์หาเสียง เนวิน สมัยลงสมัคร ส.ส.ปี 2531 พรรคสหประชาธิปไตย

‘ครูใหญ่กลับมาแล้ว’

บนเส้นทางการเมืองของ “เนวิน” เคยผ่านช่วงชีวิตตกต่ำ ก่อนเลือกตั้งปี 2539 เนวิน เจอแรงต่อต้านจากคนชั้นกลาง แทบจะหาพรรคสังกัดไม่ได้ แต่โชคดีที่พรรคเอกภาพ ของตระกูลสะสมทรัพย์ อ้าแขนรับตระกูลชิดชอบ

ปี 2544 เนวิน กลับมาอยู่พรรคชาติไทยอีกครั้ง และวันหนึ่ง กำนันชัยเอ่ยปากกับทักษิณว่า “อาขอฝากลูกชายไปทำงานกับท่านนายกฯด้วยนะ” หลังจากนั้น ทักษิณตั้งลูกกำนันชัยเป็น รมช.เกษตรฯ ตามมาด้วย รมช.พาณิชย์ 

จากขุนพลคู่บารมีของทักษิณ ปลายปี 2551 เนวินได้นำ ส.ส. 23 คน ในนาม กลุ่มเพื่อนเนวิน เข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ พร้อมวลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย”

หลังพ่ายแพ้เลือกตั้งปี 2554 เนวินก็ถอยห่างจากเวทีการเมือง หันไปลุยทำทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนประสบความสำเร็จ 

วันที่ 4 ต.ค.2565 เนวินประกาศหวนกลับสู่สมรภูมิการเมือง ในฐานะครูใหญ่ พรรคภูมิใจไทย และวาดหวังที่จะสนับสนุนอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีให้ได้
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ   โดย … ขุนน้ำหมึก 

ก้าวไกล – ก้าวหน้า ร่วมรำลึก 46 ปี สังหารหมู่ “6 ตุลา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532272

06 ต.ค. 2565

ก้าวไกล - ก้าวหน้า ร่วมรำลึก 46 ปี สังหารหมู่ "6 ตุลา"

เตือน อย่าคิดปลุกโมเดล 6 ตุลา พรรค “ก้าวไกล” คณะก้าวหน้า ร่วมวางพวงมาลา เสนอแก้กติกา ยุติการเข่นฆ่า ยึดอำนาจประชาชน

ก้าวไกล-ก้าวหน้า รำลึกเหตุการณ์สังหารณ์หมู่ 6 ตุลา ชงข้อเสนอแก้กติกา-สร้างระบบ ยุติเงื่อนไขรัฐในการปราบปราม-เข่นฆ่า-ยึดอำนาจประชาชน พร้อมเตือนชนชั้นนำอย่าคิดปลุกโมเดล 6 ตุลาอีก มั่นใจจุดจบไม่เหมือนเดิม 
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า วางพวงมาลารำลึกครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 โดยบนพวงมาลามีจ้อความที่สอดคล้องกันคือ ดาวศรัทธายังส่องแสงเบื้องบน สำหรับพวงมาลาของพรรคก้าวไกล และ ปลุกหัวใจปลุกคนอยู่มิวาย บนพวงมาลาของคณะก้าวหน้า

ก้าวไกล-ก้าวหน้า ร่วมรำลึก 46ปี6ตุลาก้าวไกล-ก้าวหน้า ร่วมรำลึก 46ปี6ตุลา

หลังการร่วมพิธีทำบุญในช่วงเช้าตรู่และการวางพวงมาลาที่ลานปฏิมานุสรณ์ 6 ตุลา พิธาได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 คือบทเรียนว่าสังคมไทยจะต้องร่วมกันทบทวนเงื่อนไขในการปราบปรามของรัฐ การรัฐประหาร ไปจนถึงการเข่นฆ่าประชาชน ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

พรรคก้าวไกล มีข้อเสนอทางการเมืองเพื่อให้ประเทศไทยสามารถเกิดความสมานฉันท์ ให้ความคิดที่แตกต่างกันอยู่ร่วมกันได้ในสังคมไทยจริงๆ และเหตุการณ์อย่าง 6 ตุลา ไม่เกิดขึ้นอีก นั่นคือจะต้องมีการคืนความเป็นธรรมให้กับเหยื่อคดีการเมือง ผู้ต้องคดีการเมืองต้องได้รับการยุติการดำเนินคดี ยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด และจะต้องมีการเสาะหาข้อเท็จจริง ทั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 พฤษภา 35 และทุกเหตุการณ์การเมือง รวมถึงเหตุการณ์ในปี 2557 ด้วย

ในสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน รัฐยังคงใช้ความรุนแรงและมีความพยายามกดปราบประชาชนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการปราบปรามบนท้องถนนและการดำเนินคดีการเมืองกับกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ซึ่งตัวเองขอเตือนว่ารัฐไม่อาจจะกดปราบและใช้ความรุนแรงกับประชาชนได้ดังในอดีตอีกต่อไปแล้ว เพราะประชาชนจะไม่ยอมอีกต่อไป

พิธายังระบุด้วย ว่าการคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายจากคดีการเมือง แตกต่างจากการนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ผู้ต้องหาคดีการเมืองถูกตัดสินให้มีความผิดแล้ว แต่ได้รับการ นิรโทษคือพ้นจากโทษ แต่การคืนความเป็นธรรมคือการทำให้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ต้องมีคดีติดตัว ไม่ต้องถูกตัดสินตีตราว่าผิด รวมถึงไม่ต้องรับโทษ ซึ่งการ คืนความเป็นธรรมเป็นนโยบายหลักของพรรคก้าวไกล และพรรคก้าวไกลก็จะยังคงผลักดันการแก้กฎหมายมาตราที่ละเมิดสิทธิของประชาชน ใช้กลั่นแกล้งผู้เห็นต่าง ทั้งมาตรา 112 และ 116 รวมถึง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โดยที่ผ่านมาก็ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเข้าสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว

“ภูมิใจไทย” ดันเป้า 120 ส.ส. จองเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532266

06 ต.ค. 2565

"ภูมิใจไทย" ดันเป้า 120 ส.ส. จองเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี

“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โว มีทั้งประสบการณ์ และการศึกษา เลือกตั้งครั้งหน้า ขอเป็นนายกรัฐมนตรี

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงความคาดหวังของพรรคในการเลือกตั้งรอบหน้า ที่จะต้องได้ ส.ส. อย่างน้อย 120 เสียง ว่า เมื่อออกมาจากปากเนวิน ชิดชอบ แปลว่าพรรคภูมิใจไทยมีศักยภาพที่จะทำได้ เรื่องแบบนี้เราไม่ล้อเล่น มันต้องพยายามเต็มที่ จะผ่อนเครื่องไม่ได้ ภูมิใจไทย ต้องทำงานหนัก หมายถึง ส.ส. และสมาชิกพรรคทุกคน ต้องลงพื้นที่เข้าชาร์จปัญหา การทำนโยบายอย่าไปมองว่าต้องทำเฉพาะที่หาเสียงไว้ แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ต้องทำด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการมาเป็น “นายกรัฐมนตรี” ถือตำแหน่งที่ ทุกขลาภ หรือไม่  อนุทิน บอกว่าการทำงานการเมืองมีเรื่องให้เจ็บตัวอยู่แล้ว ส่วนตัวมีพร้อม ทั้งการศึกษา และประสบการณ์ อยากนำมาช่วยบ้านช่วยเมือง ซึ่งการเข้ามาตรงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เข้าใจได้เพราะเป็นการทำงานที่เกี่ยวพันกับคนทั้งประเทศ เสียงสะท้อนจึงมากมาย สิ่งที่เป็นประโยชน์พร้อมรับฟังและปรับใช้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น

ส่วนความกังวลที่มี ส.ส. เตรียมย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก อาจสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคการเมืองอื่นนั้น การย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวก็เคยย้ายพรรค ก่อนจะมาอยู่ไทยรักไทย ก็อยู่พรรคชาติพัฒนามาก่อน แล้วก็ย้ายจากไทยรักไทยมาอยู่ภูมิใจไทย เรื่องนี้มันธรรมดามาก อยู่ที่ว่าย้ายมาแล้วทำงานได้หรือไม่

46 ปี 6ตุลา หลายจังหวัด จัดงาน รำลึก สังหารหมู่ กลางเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532259

06 ต.ค. 2565

46 ปี 6ตุลา หลายจังหวัด จัดงาน รำลึก สังหารหมู่ กลางเมือง

ครบ 46 ปี 6 ตุลา มีการจัดกิจกรรมรำลึก สังหารหมู่ กลางเมืองในหลายจังหวัด ย้อนรอยความขัดแย้งแบ่งข้าง ทางการเมือง

วันนี้ เมื่อ 46 ปี ทีผ่านมา สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ บันทึก ไว้ว่า 6 ตุลา 2519 ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าได้เกิดกรณีนองเลือดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและกลุ่มฝ่ายขวาหลายกลุ่มร่วมมือกันก่อการสังหารหมู่นักศึกษาประชาชน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใจกลางพระนคร  จนทำให้มีผู้เสียชีวิตฝ่ายประชาชนอย่างน้อย 41 คน และบาดเจ็บ 145 คน การก่อการสังหารครั้งนี้ได้กลายเป็นข่าวแพร่ไปทั่วโลก แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ การก่อกรณีนองเลือดครั้งนี้ ไม่มีการจับกุมฆาตกรผู้ก่อการสังหารเลยแม้แต่คนเดียว

เนื่องในวาระครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ลัอมปราบ 6 ตุลา 2519 นิสิตนักศึกษาและภาคประชาชนทั่วประเทศ จัดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

กรุงเทพมหานคร

1.กิจกรรมรำลึก 46 ปี 6 ตุลา ตามหา(อ)ยุติธรรม จัดโดยเครือข่ายนักศึกษาจัดงาน 6 ตุลา บริเวณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 07.00 – 20.00 น. (อ่านข่าว จ่อจัดใหญ่ทั่วไทย ไต้หวันเอาด้วย ‘46 ปี 6 ตุลา’ สื่อ-พยาน รอพาทัวร์จุดเกิดเหตุ แง้มเปิดโรดแมปม็อบราษฎร)

2.งาน “6 ตุลา หวังว่าเสียงลมจะพาล่องไป” ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เวลา 14.30 – 21.00 น. จัดโดยกลุ่มศิลปะปลดแอกและเครือข่าย

3. กิจกรรม “จุดเทียน – วางดอกไม้ เพื่อรำลึกถึงรุ่นพี่จุฬาฯ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ตุลาฯ 2519” ณ ห้องประชุม วิชิตชัย อมรกุล ตึกกิจกรรมนิสิต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายในเวลา 18.30 – 19.00 น. จัดโดย สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4. กิจกรรม เกษตรรำพัน สานฝัน46ปี6ตุลา จัดโดยองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เวลา 17.30 – 20.00 น.

5.กิจกรรม 46ปี6ตุลา ที่ลานเอนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จโดย สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดยจะมีการจุดเทียนรำลึก , กล่าวบทความรำลึกวีรชน 6 ตุลา , และจุดเทียนในเวลา 18.30 น.

จังหวัดนครปฐม

กิจกรรมสานแรงกล้าจากพี่สู่น้อง ณ ลานพระราชบิดา อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เวลา 16.00 – 18.35 น. จัดโดยสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

จังหวัดเชียงใหม่

งานเสวนา “ประสบการณ์ ความทรงจำ และภาวะลอยนวลพ้นผิด” รำลึก 46 ปี 6 ตุลา ที่ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เวลา 13.00 – 16.00 น.

จังหวัดพิษณุโลก

กิจกรรมรำลึก ตุลามหารำลึก  October Overagain ที่ Playground (ลานจอดรถข้างโรงอาหารหอใน) มหาวิทยาลัยนเรศวร เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป จัดโดยกลุ่ม NU Movement

จังหวัดอุบลราชธานี

6ตุลา2519 ทวนรอยเท้าแห่งวิธีที่มออุบลฯ ที่ป้ายหน้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เวลา 18.30 – 18.40 น. จัดโดย สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

จังหวัดสงขลา
กิจกรรม 46ปี 6ตุลา ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ จัดโดยสภานักศึกษา ม.อ. หาดใหญ่ ในเวลา 18.30 น.

ครม. อนุมัติเงินกู้ วงเงิน 1.52 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องรฟท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532226

05 ต.ค. 2565

ครม. อนุมัติเงินกู้ วงเงิน 1.52 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องรฟท.

คณะรัฐมนตรี อนุมัติเงินกู้ 1.5 หมื่นล้าน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ “การรถไฟฯ” หรือ รฟท. หลังขาดทุนต่อเนื่อง คาดเริ่มขาดเงินช่วงเดือนตุลาคม 2565 

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ภายหลังการ ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงินเพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องในปีงบประมาณ2566 วงเงิน 15,200 ล้านบาท และเงินกู้ระยะสั้นวงเงิน 1,500 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการคัดเลือกสถาบันการเงินด้วยวิธีการประมูลวงเงินกู้ระยะสั้นตามความเห็นของ กระทรวงการคลัง และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดตามความเหมาะสม 

จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2558 รฟท. ขอกู้เงินเพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องรวมแล้วจำนวน 88,905 ล้านบาท ซึ่ง กระทรวงคมนาคม รายงานว่า รฟท.ประสบปัญหาขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง คาดการณืว่าปี 2566 รฟท.จะมีเงินสดรับ 59,320 ล้านบาท และเงินสดจ่าย 74,620 ล้านบาท (มีเงินสดยกมาจากปี 2565 จำนวน 100 ล้านบาท) ส่งผลให้รฟท.ขาดเงินสดไว้ใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2566 จำนวน 15,200 ล้านบาท 
 

จึงจำเป็นต้องกู้เงินจำนวนดังกล่าว เพื่อให้มีเงินสดหมุนเวียนในการใช้จ่ายดำเนินงาน การลงทุน การจ่ายเงินบำเหน็จบำนาญ และการชำระหนี้เงินกู้ คาดว่าจะเริ่มขาดเงินในช่วงเดือนตุลาคม 2565 
 

สำหรับเงินวงเงินกู้ระยะสั้น 1,500 ล้านบาท จะเป็นวงเงินสำรองสำหรับกรณีที่ต้องมีการใช้จ่ายเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบัน ร.ฟ.ท. มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการต้องบริหาร ขณะที่รายจ่ายด้านต่างๆ อาทิ การบำรุงรักษาทาง อาณัติสัญญาณ รถจักรล้อเลื่อนและการบริหารต่างๆ ยังคงเดิม แต่ ร.ฟ.ท. ยังมีภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องและอาจประสบภาวะเงินสดขาดมือในบางช่วง จึงจำเป็นต้องเปิดวงเงินกู้ระยะสั้นในกรอบ 1,500 ล้านบาทข้างต้น สำหรับการสำรองเงินให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย การดำเนินงานต้องกระทบกระเทือนหรือหยุดชะงัก


ทั้งนี้จะกู้เงินได้ภายหลังจากวงเงินกู้ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านความเห็นชอบตามขั้นตอนแล้ว ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบให้ รฟท. ดำเนินการกู้เงินเพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องและเงินกู้ระยะสั้นมาอย่างต่อเนื่อง 

ครม. ทุ่มงบ 422 ล้าน “ลดค่าครองชีพ” ประจำเดือนต.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532220

05 ต.ค. 2565

ครม. ทุ่มงบ 422 ล้าน "ลดค่าครองชีพ" ประจำเดือนต.ค.

ที่ประชุม ครม. อนุมัติงบประมาณ 422 ล้าน ให้กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ “พาณิชย์…ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย” ในเดือนตุลาคม

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. อนุมัติงบกลาง ปี2566 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 422.75 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ “พาณิชย์ลดราคา! ออนทัวร์ ทั่วไทย” ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ 
 

ซึ่งเป็นโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ โดยจะขาย “สินค้าราคาถูก” ให้กับประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ สินค้าเกษตร ผลไม้ เป็นต้น สินค้าที่จำหน่ายจะจัดหาจากสมาคม ซัพพลายเออร์ และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่แต่ละจังหวัด

โดยจัดสถานที่จำหน่ายสินค้า 100 – 200 คูหา ในพื้นที่สาธารณะหรือลานอเนกประสงค์ เช่น สำนักงานเขต การเคหะชุมชน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือแหล่งชุมชนที่เหมาะสม 


กำหนดจัดงานครั้งละ 3 วัน ตั้งเป้าหมายการจัดงานไม่ต่ำกว่า 274 ครั้ง มีระยะเวลาดำเนินการโครงการ 30 วัน ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 นี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ครม. เห็นชอบ ช่วยเหลือ ผู้ลงทะเบียน “บัตรคนจน” กรณีติดต่อคู่สมรสไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532206

05 ต.ค. 2565

ครม. เห็นชอบ ช่วยเหลือ ผู้ลงทะเบียน "บัตรคนจน" กรณีติดต่อคู่สมรสไม่ได้

ครม. เห็นชอบ แนวทางช่วยเหลือ ผู้ลงทะเบียน “บัตรคนจน” กรณีติดต่อคู่สมรสไม่ได้ ทั้งกลุ่มเปราบางและบุคคลทั่วไป ต้องมีพยาน 2 คน ปิดลงทะเบียน 19 ตุลาคมนี้

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม.  ตามที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนในโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือ “บัตรคนจน” ปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2565 เป็นต้นมา พบว่ามีประชาชนที่ประสงค์จะลงทะเบียน แต่เกิดปัญหา โดยเฉพาะในกรณีที่มีคู่สมรสแต่ไม่สามารถติดต่อมาลงนามในแบบฟอร์มการลงทะเบียนได้ ซึ่งขณะนี้มีมากถึง 1 แสนราย ดังนั้น ครม.จึงมีมติเห็นชอบแนวปฎิบัติสำหรับผู้ที่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ 

1. กลุ่มเปราะบาง  ได้แก่ ผู้ลงทะเบียนที่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (นับถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2565)  ผู้พิการหรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้ ยังสามารถลงทะเบียนโดยรับรองตนเองว่า “ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้” พร้อมลายมือชื่อพยานรับรองด้วยจำนวน 2 คน และต้องมีการลงนามรับรองจากเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอหรือ ผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย  พนักงานเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองและเทศบาลนครในพื้นที่  เจ้าหน้าที่สำนักเขตที่ผู้อำนวยการเขตมอบหมาย  เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเมืองพัทยา) ไปยื่นที่หน่วยงานรับลงทะเบียน  ซึ่งกระทรวงการคลังจะตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มดังกล่าวตามสถานะ

2. กลุ่มทั่วไป ได้แก่ ผู้ลงทะเบียนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ยื่นแบบฟอร์มการลงทะเบียน กรณีไม่สามารถติดตามคู่สมรสมาเพื่อดำเนินการได้ ให้ผู้ลงทะเบียนรับรองในเอกสารที่กระทรวงการคลังกำหนดว่า “ไม่สามารถติดตามคู่สมรสได้” พร้อมลายมือชื่อพยานจำนวน 2 คน นำไปยื่นต่อหน่วยงานรับลงทะเบียน  กระทรวงการคลังจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนกลุ่มดังกล่าวในสถานะไม่มีคู่สมรส  
 

เมื่อผู้ลงทะเบียนผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ จะสามารถใช้สิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ได้เมื่อยืนยันตัวตน ณ ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ประกาศผลผู้ผ่านการตรวจคุณสมบัติ (ภายในระยะเวลา 180 วัน) และธนาคารกรุงไทย (ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด)  ทั้งนี้ หากต้องใช้ใบสำคัญการหย่าในการลงทะเบียน จะต้องนำใบสำคัญการหย่าหรือเอกสารอื่นใดที่คณะกรรมการ ฯ กำหนด มาแสดงให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี  นับตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แนวทางการดำเนินการนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วม “โครงการบัตรสวัสดิการรัฐ” ปี 2565 แต่ไม่สามารถติดตามคู่สมรสเพื่อลงนามในแบบฟอร์มการลงทะเบียนได้ โดยอาจมีหลายสาเหตุ เช่น ถูกทิ้งร้าง แยกกันอยู่กับคู่สมรส อยู่ระหว่างการดำเนินการหย่าร้าง เป็นต้น โดยจะปิดการลงทะเบียนในวันที่ 19 ตุลาคม 2565

ขอระบายน้ำ ลงเจ้าพระยา ผู้ว่าฯ กทม. กลัวน้ำท่วมอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/532218

05 ต.ค. 2565

ขอระบายน้ำ ลงเจ้าพระยา ผู้ว่าฯ กทม. กลัวน้ำท่วมอีก

เปิด 8 นโยบายระบายน้ำ ผู้ว่าฯชัชชาติ เน้นแต่วางระบบ และแก้ปัญหาระยะยาว หวั่น ระบายน้ำเหนือ ทำกรุงเทพฯตะวันออกจมบาดาล

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. บอกถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในกทม. ว่า กังวลเรื่องน้ำเหนือ ที่ระบายมา 2 ทาง ทั้งทางเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปล่อยมาทางแม่น้ำป่าสัก ก่อนทั้ง 2 ส่วนมารวมกัน จากข้อมูลเมื่อวานนี้ พบว่าน้ำที่ระบายรวมกันอยู่ที่ 3,100 ลบ.ม./วินาที หากถึง 3,500 ลบ.ม./วินาที ถือว่าอันตราย ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก็น้ำเต็มเขื่อนเกินความจุ ถึง 108 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวานปล่อยน้ำมา 800-900   ลบ.ม./วินาที 

ชัชชาติ บอกว่า ในมุมของ กทม. อยากให้ระบายออกมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุด เพราะถ้าระบายน้ำไปทางฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นคลองเล็ก ระบาย 200 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้น้ำเอ่อท่วม พื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี และลาดกระบัง แต่ถ้าจะเร่งระบายน้ำช่วงนี้ ดันออกมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาจะดีกว่า หากระบาย 3,500-4,000 ลบ.ม./วินาที ยังพอรับได้

สภาพน้ำในคลองกรุงเทพฯสภาพน้ำในคลองกรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน กทม.ก็ต้องระวังเรื่องน้ำทะเลหนุนด้วย เดี๋ยววันนี้จะลงพื้นที่ตรวจจุดฟันหลอใน กทม. เพราะขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง แม้ช่วงนี้ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน เริ่มแผ่ปกคลุมลงมา จะทำให้อากาศเริ่มเย็นขึ้น จะทำให้ร่องความกดอากาศที่ทำให้ฝนตกลดลง ฝนก็จะตกน้อยลงไปด้วย ถ้าสังเกตจะเห็นว่าลมแรงขึ้น ฝนก็จะไปเร็ว ทำให้ความกังวลเรื่องฝนลดลงก็ตาม
 

กว่า 4 เดือนที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แม้จะได้รับการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนท่วมท้น กว่าล้านคะแนน แต่การแก้ปัญหาน้ำท่วมยังตกอยู่ในสภาพ ที่คนกรุง ต้องเผชิญความยากลำบาก เมื่อฝนตกหนักในหลายพื้นที่ไปสำรวจกันว่า 8นโยบายระบายน้ำ ที่ผู้ว่าฯกทม. หาเสียงไว้  ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ป้ายเตือน สำนักระบายน้ำ กทม.ป้ายเตือน สำนักระบายน้ำ กทม.

ลดจุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทันที

ลดผลกระทบจากน้ำท่วมขังในเส้นทางการสัญจรและการดำเนินชีวิตของประชาชน ระหว่างการก่อสร้างและแก้ไขปัญหาระยะยาว
ทบทวนศึกษา เตรียมแผนรับมือ และจัดสรรงบประมาณเร่งรัดให้ดำเนินการแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วม 9 จุด และจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมในถนนสายหลักกว่า 48 จุด (ข้อมูลปี 2565)
ระยะสั้นลดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ทั้งการขุดลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคูคลอง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสริมระบบระบายน้ำชั่วคราว ระหว่างปรับปรุง-ก่อสร้างระบบถาวรในระยะยาว

แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต

แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในย่านที่อยู่อาศัยและย่านพาณิชยกรรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่าระดับน้ำทะเล บ้างก็เป็นพื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยเก่าที่สร้างมานานอยู่ต่ำกว่าระดับถนนสายหลักหรือรองที่ยกขึ้นสูง ทำให้ได้รับผลกระทบในช่วงฤดูมรสุมที่มีปริมาณค่าเฉลี่ยน้ำฝนสูงจากฝนตกหนักและรุนแรงเฉียบพลัน
กทม.จะดำเนินการในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน หรือถนน ตรอกซอกซอย ที่ประสบปัญหาพื้นที่ต่ำ แอ่งกระทะ ด้วยวิธีการยกระดับถนน หรือเพิ่มขนาดท่อระบายน้ำ

ขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม.

แก้ปัญหาน้ำท่วมและบำรุงรักษาระบบระบายน้ำในระดับเส้นเลือดฝอย (ตรอกซอกซอย)เชื่อมโยงและยกระดับประสิทธิภาพโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำท่วมให้ทำงานได้ครบวงจร

เพิ่มการขุดลอกคลองรองรับฝนทันฤดู

คลองสายหลักและคลองเส้นเลือดฝอย (คลองสายรอง ลำกระโดง ลำราง) ที่กระจายตัวอยู่ทั้ง 50 เขต ได้รับการดูแลรักษาที่ดี
ระบบโครงข่ายการระบายน้ำของเมืองและทั้ง 50 เขต มีสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้จริง ไม่มีสิ่งกีดขวาง
มีพื้นที่รับน้ำธรรมชาติปริมาณมากขึ้น จากการดูแลรักษา เปิดทางน้ำไหล และขุดลอกอย่างจริงจัง

เพิ่มแก้มลิงธรรมชาติ พื้นที่รับน้ำกรุงเทพฯ

เร่งดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดหาพื้นที่เอกชนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างบึงและทะเลสาบ เช่น บึงฝรั่งและสวนสาธารณะ กทม. ให้เป็นพื้นที่แก้มลิงธรรมชาติ เพื่อรองรับน้ำฝนส่วนเกิน ช่วยหน่วงน้ำในช่วงฤดูมรสุมหรือฝนตกหนักเฉียบพลัน ตลอดจนทำหน้าที่สนับสนุนระบบระบายน้ำทั้งโครงข่ายให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบการทำงานคือ เป็นจุดพักน้ำและผ่องถ่ายน้ำในแก้มลิงที่เก็บกักออกจากพื้นที่หลังจากฝนหยุดตก ลดเหตุการณ์น้ำท่วมขังหรือรอการระบายหลายชั่วโมงในเส้นทางสัญจรและพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน

ปรับปรุง ซ่อมแซม แก้ฟันฟลอคันกั้นน้ำ ริมแม่ ริมคลอง

ลดปัญหาจุดน้ำท่วมขัง จากสาเหตุระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงและเอ่อล้นคันกั้นน้ำในจุดเขื่อนฟันหลอทั่วกรุงเทพฯ

เซ็นเซอร์สูบน้ำไม่ต้องรอขอกุญแจ

บริหารจัดการน้ำในระดับเส้นเลือดฝอยหรือรายพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เชื่อมต่อกับโครงการขนาดใหญ่ที่เปิดใช้แล้วหรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำรอระบายในช่วงฤดูฝนลดน้อยลง

ทบทวนแผนก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ ความคุ้มค่าการลงทุและประสิทธิภาพแก้ปัญหาน้ำท่วม

การใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มุ่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำรอการระบายอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

ย้อนดูนโยบายระบายน้ำ ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเพจ ชัชชาติดอทคอม พบว่าในนโยบายเกี่ยวกับการระบายน้ำ 8 หัวข้อ ไม่มีเรื่องการเผชิญเหตุ น้ำท่วมแบบฉับพลัน อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้