เงื่อนไข ทักษิณ ปลดกำไล EM ต้องรอผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย และ ใบบริสุทธิ์

เงื่อนไข ทักษิณ ปลดกำไล EM ต้องรอผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย และ ใบบริสุทธิ์

เงื่อนไข ทักษิณ ปลดกำไล EM ต้องรอผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย และ ใบบริสุทธิ์

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.07 น.

“ทักษิณ” จะปลดกำไล EM ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ 3 ฝ่ายภายใน 120 วันและต้องรอใบบริสุทธิ์ก่อนรับนัดหมายเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สนง.คุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1

จากกรณีช่วงเช้าวันนี้(3มิ.ย.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยืนยันถึงรายละเอียดสำคัญในพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.69 ซึ่งมีรายชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษทันที ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ เนื่องด้วยเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ส่วนกรณีการปลดกำไล EM ยังคงต้องรอให้จบกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เรียบร้อยก่อนนั้น

ทักษิณ

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราช ทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 8 แห่งกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ เนื่องด้วยมีโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ จึงทำให้จากเดิมที่นายทักษิณ ยังอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ 4 เดือน นับแต่วันที่ 11 พ.ค.69 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งนายทักษิณจะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละครั้ง ก็ถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติทันที และไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 9 ก.ย.69 เพราะกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติครบถ้วนให้ปล่อยตัวไป 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีเรื่องการปลดกำไล EM ภายหลังพ้นโทษนั้น อดีตนายกรัฐมนตรียังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประ โยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ ถวายอีกหนึ่งฉบับ..“

ทักษิณ

และอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ

นายกฯ-คู่สมรส ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

นายกฯ-คู่สมรส ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

นายกฯ-คู่สมรส ร่วมลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.52 น.

’นายกฯ-คู่สมรส‘ พร้อมครม. ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล คู่สมรส และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569

อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล
อนุทิน ชาญวีรกูล

ข่าวดีนักท่องเที่ยว สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ

ข่าวดีนักท่องเที่ยว สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ

ข่าวดีนักท่องเที่ยว สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.14 น.

รัฐบาล เผย สนามบินภูเก็ตเตรียมเปิดระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ 13 มิ.ย นี้  เร่งแก้ไขปัญหา เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพรองรับผู้โดยสารช่วงหนาแน่น 

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.69 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับความหนาแน่นของผู้โดยสารบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงประเด็นการเรียกเก็บค่าบริการเพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านช่องตรวจคนเข้าเมือง รัฐบาลกำชับให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริง พร้อมเร่งแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น 

ลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต เตรียมเปิดให้บริการระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติขาออก อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มิ.ย. นี้  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เพิ่มความรวดเร็วในการผ่านกระบวนการตรวจหนังสือเดินทาง ลดระยะเวลาการรอคอย และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานภูเก็ต

นางสาวพลอยทะเล กล่าวย้ำว่า การให้บริการในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ตอยู่ภายใต้ขั้นตอนและมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษในการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนึ้ ท่าอากาศยานภูเก็ตมุ่งเน้นทั้งด้านความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีแก่ผู้โดยสาร ภายใต้แนวคิด “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ”

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตฯ ถวายพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตฯ ถวายพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตฯ ถวายพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.04 น.

รัฐบาลเตรียมจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเชิญชวนพสกนิกรร่วมถวายพระพรชัยมงคล

วันที่ 3 มิ.ย.69 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาล จะเป็นประธานจัดงานสโมสรสันนิบาตฯ พร้อมมีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เชิญชวนพสกนิกรร่วมถวายพระพรชัยมงคล

รัชดา ธนาดิเรก
   
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เชิญผู้แทนจากทุกภาคส่วนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมงาน อาทิ คณะองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องค์กรตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ เอกอัครราชทูต องค์การระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ ตลอดจนผู้แทนภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมในงานสโมสรสันนิบาตฯ 
       
รัฐบาลขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศร่วมกันถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 และติดตามการถ่ายทอดสดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 18.50 น. เป็นต้นไป เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน

บิ๊กดุลย มั่นใจคุมชายแดนได้ ยันสถานการณ์ยังไร้ปัญหา

บิ๊กดุลย มั่นใจคุมชายแดนได้ ยันสถานการณ์ยังไร้ปัญหา

บิ๊กดุลย มั่นใจคุมชายแดนได้ ยันสถานการณ์ยังไร้ปัญหา

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.39 น.

“บิ๊กดุลย์” ยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังปกติ เชื่อหน่วยในพื้นที่แก้ปัญหาได้ ปัดตอบชายแดนใต้ระอุ โยงกระบวนการพูดคุยเดินหน้าหรือไม่

วันที่ 3 มิ.ย.69 เมื่อเวลา 7.30 น. ที่ท้องสนามหลวง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุยั่วยุกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ว่าสถานการณ์ปกติไม่มีอะไร เชื่อว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหากันได้

บิ๊กดุลย์

เมื่อถามว่า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะเป็นการยั่วยุนำไปสู่การปะทะรอบ 3 หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า เรามีกฎการปะทะอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ตนเชื่อว่าในพื้นที่แก้ปัญหาได้

เมื่อถามว่า มีการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร เนื่องจากปัจจุบันเกิดเหตุถี่ขึ้น พล.ท.อดุลย์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว พูดแต่เพียงว่า วันนี้มาทำบุญ

บิ๊กดุลย์

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอีกว่า การเกิดเหตุเช่นนี้ถี่ขึ้น เนื่องจากกระบวนการพูดคุยสันติสุชจะเริ่มต้นขึ้นใช่หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์และเดินหนีสื่อมวลชนขึ้นรถกลับทันที

ครอบครัวชินวัตร ปลาบปลื้ม ทักษิณ พ้นโทษ พินทองทา เผย ดีใจที่สุดแล้ว เตรียมเดินสายทำบุญ

ครอบครัวชินวัตร ปลาบปลื้ม ทักษิณ พ้นโทษ พินทองทา เผย ดีใจที่สุดแล้ว เตรียมเดินสายทำบุญ

ครอบครัวชินวัตร ปลาบปลื้ม ทักษิณ พ้นโทษ พินทองทา เผย ดีใจที่สุดแล้ว เตรียมเดินสายทำบุญ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.25 น.

“พินทองทา” น้ำตาคลอ บอก “ครอบครัวชินวัตร”  ปลาบปลื้ม “ทักษิณ”  พ้นโทษ เตรียมเดินสายทำบุญ บอกช่วงนี้อยู่บ้าน หลานเข้าหาหนาแน่น

เมื่อเวลา 07.30 น.ที่ท้องสนามหลวง นางสาวพินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมด้วยณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ คู่สมรส และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 149 รูป เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 บริเวณท้องสนามหลวง

พินทองทา ชินวัตร

โดยนางสาวพินทองทา กล่าวด้วยความตื้นตันและมีน้ำตาคลอ หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ้นโทษในครั้งนี้ ว่ารู้สึกดีใจกับคุณพ่อ ดีใจกับครอบครัวของเราและครอบครัวอื่นๆ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งภายในครอบครัวก็มีการพูดคุยกัน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก แค่พูดคุยกันว่าดีใจกับครอบครัวของเรา 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการนัดกันภายในครอบครัวเพื่อไปพักผ่อนที่ไหนหรือไม่ นายณัฐพงศ์ กล่าวว่ายังไม่มีกำหนดการอะไรเลย แต่ก็ถือว่าวันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี 

พินทองทา ชินวัตร

ส่วนจะมีทำบุญอะไรหรือไม่นั้น นางสาวพินทองทา กล่าวว่า ในครอบครัวก็มีการทำบุญกันเรื่อยๆอยู่แล้ว และหลังจากนี้คงจะไปไหนมาไหนกันสะดวกมากขึ้น แต่ยังไม่ได้วางแผนเรื่องการเดินสายทำบุญ ก็คงทำในสิ่งดีๆ แต่ตอนนี้รู้สึกตื้นตัน พูดไม่ออก 

เมื่อถามว่าทางทนายได้มีการแจ้งขั้นตอนหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ นางสาวพินทองทากล่าวว่า คาดว่าจะต้องรอเรื่องอย่างเป็นทางการก่อน

นางสาวพินทองทายังกล่าวด้วยว่าภายในครอบครัวได้มีการพูดคุยกัน รวมถึงกับนางสาวแพทองธารด้วย ครอบครัวเราก็ดีใจ เพราะผ่านมาช่วงหนึ่งแล้ว ช่วงนี้ก็นิ่งๆ แต่ก็รู้สึกดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกปลาบปลื้มกับสิ่งที่ได้รับอิสระ คุณพ่อก็สบายขึ้น แค่นี้ก็เป็นที่สุดของลูกๆกับครอบครัวแล้ว 

เมื่อถามว่าการใช้ชีวิตประจำวันช่วงนี้ นายทักษิณอยู่กับหลานๆใช่หรือไม่ นางสาวพินทองทากล่าวว่าคุณพ่ออยู่บ้าน ช่วงนี้เงียบสงบดี แต่หลานเข้าไปหาหนาแน่น ก่อนจะย้ำว่า บอกได้เลยว่าหนาแน่น 7 คน

อนุทิน ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ เผย วันนี้ วันมงคล ไม่ขอตอบเรื่องอื่น

อนุทิน ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ เผย วันนี้ วันมงคล ไม่ขอตอบเรื่องอื่น

อนุทิน ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ เผย วันนี้ วันมงคล ไม่ขอตอบเรื่องอื่น

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.01 น.

“อนุทิน” ยินดี “ทักษิณ”พ้นโทษ บอก เป็นวันนี้ วันมงคล ไม่ขอตอบเรื่องอื่น

วันที่ 3 มิ.ย. 69 เมื่อเวลา 07.30 น.  ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ว่า รับทราบจากข่าวแล้ว ก็ขอแสดงความยินดีกับท่าน ซึ่งวันนี้เป็นวันมงคลเราไม่พูดเรื่องอื่น

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายอนุทิน ยังกล่าวเชิญชวนประชาชนในวันเดียวกันนี้ เวลา 19.00 น. ที่ท้องสนามหลวง จะมีพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จึงฝากเชิญพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรให้สมเด็จพระราชินี ถวายพระองค์ท่านเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้นายกฯ ได้เปลี่ยนใช้รถยนต์Toyota bZ4X สีดำ ทะเบียน จต 32 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถไฟฟ้ารุ่นใหม่

อนุทิน ชาญวีรกูล

พิจารณ์ แจงดรามา สุรพล ย้ำ ยุทธศาสตร์ดึงคนเห็นต่างเพิ่มแนวร่วม

พิจารณ์ แจงดรามา สุรพล ย้ำ ยุทธศาสตร์ดึงคนเห็นต่างเพิ่มแนวร่วม

พิจารณ์ แจงดรามา สุรพล ย้ำ ยุทธศาสตร์ดึงคนเห็นต่างเพิ่มแนวร่วม

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

วานนี้ (2 มิ.ย. 2569 ) พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงกรณีพรรคทาบทาม ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ มาเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของ โจ ชัยวัฒน์ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากฐานเสียงของพรรค โดยมีข้อความว่า “[ชัยชนะทางการเมืองที่แท้จริง คือการเปลี่ยนคนที่เคยเห็นต่าง ให้มาเดินร่วมทางกับเรา]
ตลอดช่วงวันที่ผ่านมา ผมและพรรคประชาชนได้รับฟังทุกเสียงสะท้อน ทุกความกังวล และทุกคำวิจารณ์ กรณีการทาบทาม ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ มาร่วมเป็นประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของ โจ ชัยวัฒน์

ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่มีต่อประวัติศาสตร์การเมืองในช่วงเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา บาดแผลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนไม่เคยลืม ซึ่งตัวผมเองก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่าทุกท่าน และผมต้องขอน้อมรับความโกรธเคืองที่เกิดขึ้นของทุกท่านในวันนี้ด้วยความเคารพและเข้าใจครับ

พิจารณ์

แต่ผมอยากชวนทุกท่านมองย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น สิ่งหนึ่งที่เราตั้งใจทำมาตลอดตั้งแต่ตอนสร้างพรรคอนาคตใหม่ คือความเชื่อที่ว่า “การเปลี่ยนคนที่เห็นต่างมาเห็นตรงกับเรา การเปลี่ยนคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับเรา และตรงข้ามกับระบอบฝ่ายประชาธิปไตยที่พวกเรายึดถือ คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่ชัยชนะทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้อย่างแท้จริง”

เราต้องยอมรับความจริงว่า ตราบใดที่ฐานเสียงหลักของเรายังอยู่ที่ร้อยละ 30-35 เราไม่มีทางที่จะชนะอย่างเด็ดขาดและเข้าไปเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศนี้ได้ หากเราไม่แสวงหาแนวร่วมที่กว้างขวางขึ้น การผสมผสานระหว่าง “คนใน” ที่มีอุดมการณ์มั่นคง กับ “คนนอก” ที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมจะเดินร่วมทางกับเรา คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ในการสร้างขบวนการที่เข้มแข็ง

เราปฏิเสธไม่ได้ครับว่า อ.สุรพล เคยดำรงตำแหน่งสนช.หลังการรัฐประหาร แต่วันนี้กาลเวลาและสถานการณ์ได้พิสูจน์แล้ว อาจารย์ได้ตระหนักถึงผลพวงอันเลวร้ายของการรัฐประหารและกลุ่มขั้วอำนาจที่อ.มีส่วนร่วมสนับสนุนที่ทำลายประเทศ และได้เปลี่ยนความคิด เปลี่ยนจุดยืนเดิม หันมาสนับสนุนการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่และขบวนการประชาธิปไตยมานานหลายปี ร่วมกับผู้อาวุโสทางการเมืองอีกหลายท่านและขอมีส่วนร่วมเข้ามาแก้ไขผลพวงที่เกิดขึ้น

อย่างในช่วงเวลาที่พรรคก้าวไกลเผชิญกับคดียุบพรรค ซึ่งเป็นช่วงที่มืดมิดที่สุดทางการเมือง อ.สุรพล คือหนึ่งในนักกฎหมายไม่กี่ท่าน ที่กล้าก้าวออกมาทำบันทึกความเห็นทางกฎหมายเพื่อปกป้องพรรค โดยยืนยันหลักการอย่างหนักแน่นว่าการกระทำของพรรคไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง เพราะอาจารย์อยากมีส่วนแสดงจุดยืนให้กลุ่มที่เคยเห็นแบบอาจารย์เข้าใจว่า สิ่งที่ทำลงไปนั้นมันไม่ใช่แนวทางแห่งประชาธิปไตย

พิจารณ์

ดังนั้น การที่อาจารย์ตัดสินใจรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษาให้กับทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนในวันนี้ จึงไม่ใช่การรับดอกไม้ ไม่ใช่รับตำแหน่ง ไม่ใช่รับคำสรรเสริญ แต่คือ “การตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะ” ว่า อาจารย์ได้เปลี่ยนความเชื่อเดิม และขอเลือกทางเดินทีถูกต้องด้วยการมาสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายก้าวหน้าและฝ่ายประชาธิปไตยอย่างพรรคประชาชน

ในฐานะพรรคการเมือง ผมเชื่อในการเปิดโอกาส และโอบรับผู้ที่เคยเห็นต่าง และผมอยากย้ำว่านี่ไม่ใช่การฟอกขาว แต่นี้คือการลดจำนวนผู้เห็นต่างและเพิ่มจำนวนแนวร่วม เพิ่มคนที่เคยผ่านประวัติศาสตร์มามากมาย พรรคการเมืองที่ดีต้องสามารถโน้มน้าวคนให้เห็นด้วยกับเราได้ และต้องพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเห็นต่างได้กลับมาแสดงจุดยืนให้คนอื่นๆที่เคยร่วมเดินทางกับเขาว่า เส้นทางที่พวกเขาได้พาประเทศไปก่อนหน้านั้นมันไม่ใช่ทางออกของประเทศ ซึ่ง ณ วันนี้ การที่อาจารย์เปิดตัวกับพรรคประชาชน นอกเหนือจากครั้งที่แล้วที่อาจารย์เคยได้ทำบันทึกความเห็นทางกฎหมายเพื่อปกป้องพรรคไปแล้วนั้น จะเป็นการส่งสัญญาณอีกครั้งให้คนที่เคยเดินร่วมทางกับอาจารย์รู้ว่า ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วครับ และในอนาคตผมเชื่อว่า เราจะมีอีกหลากหลายคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับเราหันมาสนับสนุนพวกเรา ซึ่งคนเหล่านั้นต่างมีบาดแผล ต่างเคยพลาดพลั้งได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ สังคมพร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวหรือไม่.

ในเชิงยุทธศาสตร์การทำงาน การจะเข้าไปเปลี่ยน กทม. ให้โปร่งใส เราต้องเผชิญหน้ากับกำแพงกฎหมาย ข้าราชการ และการผูกขาดที่สลับซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่หมักหมมอยู่ใน “บริษัท กรุงเทพธนาคม” และข้อพิพาทสัญญาสัมปทานต่างๆ เราจำเป็นต้องมี “มือกฎหมายมหาชน” ที่เข้าใจกลไกและเคยเห็นไส้ในของระบบนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพื่อมาเป็นเกราะกำบังและเป็นดาบให้เราต่อสู้กับเครือข่ายผลประโยชน์ได้อย่างรู้เท่าทัน

ทั้งนี้หากจะมีข้อบกพร่องในการทำงานครั้งนี้ ผมขอยอมรับว่าความผิดพลาดของกระบวนการทำงานของพรรค เพราะพวกเราอาจจะทำงานทางความคิดเรื่อง “การสร้างแนวร่วม” กับผู้สนับสนุนพรรคน้อยเกินไป และการที่เราไม่ได้ชี้แจงยุทธศาสตร์นี้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เรื่องการทาบทามบุคคลที่เคยมีจุดยืนที่แตกต่างมาร่วมงาน นี่คือบทเรียนที่พรรคและผมต้องนำไปปรับปรุงแก้ไข และกำหนดเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไปในอนาคต
ผมขอยืนยันกับทุกท่านครับว่า พรรคประชาชน และโจ ชัยวัฒน์ ยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทาง อุดมการณ์ และนโยบายของทีมกทม. ทั้งหมด การเปิดรับผู้ที่เคยเห็นต่างในอดีต แต่กลับใจและพร้อมที่จะต่อสู้ในฝั่งประชาธิปไตยเข้ามาร่วมงาน คือการตอกย้ำว่าอุดมการณ์ของเรากำลังขยายตัวและได้รับการยอมรับมากขึ้น

สุรพล นิติไกรพจน์

เราจะไม่ยอมประนีประนอมกับอุดมการณ์หลักของพรรค แต่เราพร้อมที่จะใช้ทุกสรรพกำลัง เพื่อรื้อโครงสร้างที่เน่าเฟะของกรุงเทพมหานคร และของประเทศนี้เพื่อสร้างชัยชนะที่เป็นของประชาชนให้เกิดขึ้นจริงครับ
ด้วยความเคารพและศรัทธาต่อทุกเสียงของประชาชน

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน”

หลังจากโพสต์ของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสโต้กลับจากชาวเน็ตอย่างดุเดือดในช่องคอมเมนต์ โดยมีความเห็นที่หลากหลาย เช่น

“ตอนนั้นก็ยกมือให้อนุทินที่เคยเห็นต่าง ให้มาเดินร่วมทางแก้ไขรัฐธรรมนูญไปด้วยกัน สุดท้ายก็…”

“ประเด็นคือ ประชาชนไม่เคยเห็นการแสดงจุดยืนใหม่ในทางสาธารณะ จนกลายเป็นความเคลือบแคลงสงสัย”

“ให้คุณสุรพลออกมาพูดเองดีไหมครับ? … คุณสุรพลออกมาพูดน่าจะช่วยคลายความกังวลได้”

“อย่างว่าเนาะ ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม ส่งเสริมแม่งซะเลย”

“นายแบก ”แก็งเทคโนแครต“”

“❝ เป็นรอง ❞ แล้วอยู่ๆ .. ก็กดระเบิดทำลายตัวเองเฉยการเปลี่ยนคนเห็นต่างมาเดินขบวนร่วม .. ไม่ผิด แต่ไม่ใช่เอามา .. ❝เชิดชู❞ แล้วอวยยศให้อภิสิทธิ์ ราวกับพรรคหมดสิ้นหนทางหาใครในประเทศแล้วไม่ได้จริงๆ  #สนชกลับใจ”

“เจ๊งๆๆๆๆๆ”

“ขอบคุณที่อธิบายทำให้รู้จักอาจารย์สุรพลมากขึ้น”

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

ขอขอบคุณข้อมูลบและภาพจากเฟซบุ๊ก พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ – Phicharn Chaowapatanawong

พิพัฒน์ ปัดตอบปมที่ดินเขากระโดง ยันต้องร้องไปตามขั้นตอนปกติ

พิพัฒน์ ปัดตอบปมที่ดินเขากระโดง ยันต้องร้องไปตามขั้นตอนปกติ

พิพัฒน์ ปัดตอบปมที่ดินเขากระโดง ยันต้องร้องไปตามขั้นตอนปกติ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.50 น.

“พิพัฒน์” ปัดตอบปมที่ดินเขากระโดง ชี้ต้องร้องไปตามปกติ

วันนี้ 3 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 06.55 น.​ ที่ท้องสนามหลวง​ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเขากระโดง ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย บอกว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)จะต้อง เดินหน้าฟ้องรายแปลง ให้รมว.คมนาคม ได้รับรายงาน จากรฟท.แล้วหรือยัง นายพิพัฒน์ย้อนถามว่ารายงานเรื่องอะไร เนื่องจากเรื่องนี้ ต้องร้องไปตามปกติและต้องรอคำพิพากษาจากศาล ส่วนขั้นตอนฟ้องศาลไปถึงขั้นไหนแล้วตนไม่ทราบ

พิพัฒน์ รัชกิจประการ
พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ประเสริฐ ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรค ชี้มีโครงสร้างชัดเจน

ประเสริฐ ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรค ชี้มีโครงสร้างชัดเจน

ประเสริฐ ยินดี ทักษิณ พ้นโทษ มั่นใจไม่ยุ่งงานพรรค ชี้มีโครงสร้างชัดเจน

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.38 น.

“ประเสริฐ” ยินดี “ทักษิณ” พ้นโทษ เชื่อ ไม่ยุ่งพรรค ชี้ เป็นผู้มีประสบการณ์-ความรู้ พร้อมขอคำปรึกษาบางเรื่อง

วันนี้ 3 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 06.55 น.​ ที่ท้องสนามหลวง​ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสมาชิกและแกนนำพรรคทุกคนก็มีความรู้สึกยินดีที่นายทักษิณได้รับพระมหากรุณาธิคุณพ้นโทษในครั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ได้โทรศัพท์พูดคุยแสดงความยินดีแต่อย่างใด 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เมื่อถามว่าหลังนายทักษิณ​ พ้นโทษแล้วมีโอกาสจะให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นายทักษิณมีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค เพราะฉะนั้นโอกาสที่สมาชิกจะพบกับนายทักษิณก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นเรื่องปกติ 

เมื่อถามย้ำว่า นายทักษิณจะมาให้คำแนะนำ กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนมองว่านายทักษิณคงไม่​มายุ่งตรงนี้ เพราะพรรคมีโครงสร้างของพรรค มีกรรมการบริหารพรรคที่ขับเคลื่อนอยู่แล้ว 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

เมื่อถามต่อว่าในฐานะเลขาธิการพรรคโอกาสที่จะขอคำแนะนำหรือปรึกษากับนายทักษิณบ้างหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า นายทักษิณมีประสบการณ์และมีความรู้ และเคยเป็นอดีตผู้นำประเทศ เป็นบุคคลสำคัญการได้รับคำแนะนำจากนายทักษิณ ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา หากมีโอกาสตนก็ยินดีที่จะไปปรึกษานายทักษิณในบางเรื่อง

 เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับน.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ หัวหน้าครอบครัว​เพื่อ​ไทย​ บ้างหรือไม่ หลังนายทักษิณได้รับการอภัยโทษ นายประเสริฐ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยรายละเอียดในเรื่องนี้ แต่หลังจากที่ทุกคนทราบข่าวก็ดีใจ และพรรคมีความยินดีที่นายทักษิณได้รับพระราชทานอภัยโทษ และพ้นโทษในครั้งนี้