ทุกหัวใจไม่ควรต้องรอ เสริมศักยภาพการรักษาโรคหัวใจและผู้ป่วยวิกฤต สมทบทุนผ่านโครงการ Circle of boon โดยทีทีบี เพื่อ รพ.ท้องถิ่น

ทุกหัวใจไม่ควรต้องรอ เสริมศักยภาพการรักษาโรคหัวใจและผู้ป่วยวิกฤต สมทบทุนผ่านโครงการ Circle of boon โดยทีทีบี เพื่อ รพ.ท้องถิ่น

ทุกหัวใจไม่ควรต้องรอ เสริมศักยภาพการรักษาโรคหัวใจและผู้ป่วยวิกฤต สมทบทุนผ่านโครงการ Circle of boon โดยทีทีบี เพื่อ รพ.ท้องถิ่น

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.32 น.

“สุขภาพ” เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม แต่ในความเป็นจริงโรงพยาบาลท้องถิ่นหลายแห่งยังขาดแคลนเครื่องมือแพทย์และบุคลากรที่เพียงพอ ส่งผลให้การรักษาไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินของผู้ป่วยวิกฤตและผู้ป่วยโรคทางหลอดเลือดหัวใจ

ภายใต้ภารกิจการดูแลผู้ป่วยนับพันชีวิตต่อวัน โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจและอุบัติเหตุวิกฤต พญ.นาตยา มิลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธโสธร สะท้อนปัญหาว่า โรงพยาบาลมีขนาด 650 เตียง แต่จำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการสูงมาก โดยเฉลี่ยถึง 500–600 เตียง และมีผู้ป่วยนอกกว่า 1,700–2,000 คนต่อวัน เฉพาะในห้องฉุกเฉินมีผู้ป่วยวิกฤตเข้ามาขอรับการรักษาถึง 200 คนต่อวัน และพื้นที่ที่มีอยู่จำกัดมากทำให้ไม่สามารถดูแลทุกคนได้พร้อมกัน ความแออัดจึงเป็นอุปสรรคใหญ่ ปีที่ผ่านมาต้องส่งผู้ป่วยโรคหัวใจออกไปรักษายังโรงพยาบาลอื่นถึงประมาณ 500 คน เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องมือสำหรับสวนหัวใจ 

“จำนวนผู้ป่วยมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เครื่องมือบางชิ้นที่ใช้อยู่ เช่น เครื่องช่วยหายใจยังเป็นรุ่นเก่าที่ใช้มา 30-40 ปีก่อนแล้ว คนไข้กลุ่มโรคหัวใจที่นี่ ส่วนใหญ่ต้องถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในเมือง เพราะทางโรงพยาบาลมีเครื่องมือไม่พร้อม กว่าจะประสานและหาเตียงได้บางรายเสียชีวิตก่อนที่เราจะสามารถส่งตัวออกไปได้ทัน มันสะเทือนใจมาก ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ก็ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง” พญ.นาตยา กล่าว

ทั้งหมดนี้สะท้อนถึง “ความจำเป็นเร่งด่วน” ที่โรงพยาบาลพุทธโสธรต้องการความช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับอาคารศูนย์อุบัติเหตุและโรคหัวใจ หากมีเครื่องมือเหล่านี้จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้เร็วขึ้น มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น และพวกเขาก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

ปัจจุบันโรงพยาบาลบ้านแพ้ว เป็นศูนย์ส่งต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 5 ให้บริการครบวงจรโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง ทั้งด้านอายุรกรรมโรคหัวใจ  สวนหัวใจ ผ่าตัดหัวใจ และมีหออภิบาลผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.สุภกิจ คุณูปการ อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านภารกิจหัวใจ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) เล่าถึงสถาน การณ์ในปัจจุบันว่า แม้โรงพยาบาลบ้านแพ้วจะเปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างเต็มที่ แต่ด้วยมีห้องสวนหัวใจเพียง 1 ห้องและห้องผ่าตัดหัวใจ 1 ห้อง กับเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยหัวใจวิกฤต 23 เตียง ทำให้พื้นที่ รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีอยู่ ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาวะวิกฤต ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูง หากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันเวลา

เพราะทุกคน คือ หัวใจของใครบางคน จึงไม่สามารถตัดสินได้ว่า 1 ชีวิต ของใครสำคัญกว่ากัน เป็นที่มาของการสร้างโรงพยาบาลหัวใจบ้าน แพ้ว เพื่อมอบโอกาสให้ทุกหัวใจได้เต้นต่อ โรงพยาบาลบ้านแพ้วขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันสมทบทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องมือ อุปกรณ์ สำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วย ให้แก่โรงพยาบาลเพื่อเป็นความหวังของผู้คนที่ต้องการรักษาหัวใจ และเปลี่ยนวิกฤต เป็นรอยยิ้มหลังการรักษา 

แม้จังหวัดสมุทรสงคราม จะเป็นจังหวัดขนาดเล็ก แต่โรงพยาบาลพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม กลับต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมากทุกวัน โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง อันตรายถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิต

นพ.จรัล ปันกองงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระพุทธเลิศหล้า กล่าวว่า แม้โรงพยาบาลจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับมือ แต่กลับต้องส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลรอบนอก เช่น จ.สมุทรสาคร เนื่องจากขาดเครื่องมือหลักที่จะวินิจฉัยโรคได้ทันที เหมือนนักรบที่ไม่มีอาวุธ ถึงแพทย์จะเก่งแค่ไหน แต่หากขาดเครื่องมือ ก็ไม่อาจต่อสู้กับโรคร้ายได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ทางโรงพยาบาลต้องการ คือ เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยประเมินและวินิจฉัยโรคหัวใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

“เครื่องเอคโค่ที่เราใช้อยู่มีอายุเกิน 10 ปีแล้ว และมีราคาสูง หากไม่มีเครื่องใหม่ การรักษาจะล่าช้า และผู้ป่วยบางรายอาจไม่ทันได้รับการช่วยชีวิต ที่ผ่านมามีเคสผู้ป่วยชายสูงอายุที่เข้ามาด้วยภาวะน้ำท่วมปอด หรือผู้ป่วยฉุกเฉินแน่นหน้าอกและความดันต่ำ ล้วนต้องพึ่งพาเครื่องเอคโค่ในการประเมินความรุนแรงของโรค หากไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย การวิเคราะห์โรคอาจไม่แม่นยำ และทำให้การรักษาล่าช้าไปทุกวินาที” นพ.จรัล กล่าวย้ำ

โรงพยาบาลพระพุทธเลิศหล้า ขอเชิญชวนร่วมสมทบทุนจัดซื้อ เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) เพื่อยกระดับการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจให้ทันท่วงที ลดการสูญเสีย และมอบโอกาสให้คนไข้ได้กลับไปมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกครั้ง

เพราะพลังแห่งการให้ เป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด ทีทีบียกระดับบทบาทของธนาคารในฐานะผู้ขับเคลื่อนความยั่งยืนของสังคม กับการระดมเงินบริจาคเพื่อโรงพยาบาลท้องถิ่น ผ่านโครงการ “Circle of boon วัฏจักรพลังการแบ่งปัน” ที่ดำเนินการภายใต้ “ปันบุญ โดย ทีทีบี” ซึ่งผู้มีจิตศรัท ธาสามารถร่วมบริจาคได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านเว็บไซต์ Punboon.org ที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีความโปร่งใสทุกขั้นตอน ให้ผู้บริจาคมั่นใจได้ว่า เงินทุกบาทส่งตรงถึงโรงพยาบาลอย่างแท้จริง และโรงพยาบาลท้องถิ่นได้ลงทะเบียน e-Donation กับกรมสรรพากร  จึงเป็นทางเลือกให้ผู้บริจาคในการลดหย่อนภาษี 2 เท่าของเงินบริจาคอีกด้วย ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Circle of boon” วัฏจักรพลังแห่งการแบ่งปัน ทุกบาทของคุณสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยได้จริงและยั่งยืน

สำหรับลูกค้าธุรกิจที่สนใจริเริ่มโครงการระดมเงินบริจาคหรือร่วมบริจาคให้กับโรงพยาบาลท้องถิ่น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต โทร. 0 2643 7000 วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ 08:00 – 20:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Palace Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Palace Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Royal Palace Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงสต็อกโฮมและชื่นชอบความหรูหราอลังการรวมทั้งประวัติศาสตร์ คงไม่พอใจเพียงแค่เดินเล่น ช้อปปิ้ง ไปตลาด หรือเยือน Royal Academy of Fine Arts สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งต้องไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงก็คือ Royal Palace การเยือนพระราชวังแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเผื่อเวลาไว้มากกว่า 4 ชั่วโมง ทั้งนี้เพราะการขายตั๋วจะขายเป็น Combo set ที่ประกอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยว 3 แห่งคือ Royal Treasury, Royal Palace และ Museum of Tre Kronor สถานที่แต่ละแห่งล้วนต้องใช้เวลาในการพินิจพิจารณาอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมงทั้งนั้น แต่หากนักท่องเที่ยวมีเวลามาก ก็ควรเผื่อเวลาไว้เต็มวันไปเลยจะได้ไม่เสียดายค่าตั๋วและได้พินิจพิจารณาความงามอย่างเต็มที่ ยิ่งนักท่องเที่ยวมาเยือนในช่วงฤดูร้อนที่พระอาทิตย์ตกช้าก็ควรเลือกมาแต่เช้า เพื่อจะสามารถเลือกเดินเล่นต่อในเมืองได้หลังพระราชวังปิด 16 น เพราะยังสว่างอยู่ ไม่หนาวมาก และร้านค้าปิดช้า

พระราชวังซึ่งปัจจุบันยังเป็นที่ประทับของกษัตริย์สวีเดน และอยู่ในย่าน Gamla Stan นี้ถูกออกแบบครั้งแรกโดย Nicodemus Tessin the Younger โดยสร้างทับลงบนตำแหน่งปราสาท Tre Kronor ที่ถูกไฟไหม้ไปในวันที่ 7 พฤษภาคม 1697 การสร้างพระราชวังใหม่นี้สะดุดลงในปี 1709 อันเป็นผลมาจากสงคราม Great Northern ที่เริ่มต้นในปี 1700 อย่างไรก็ดี การสร้างพระราชวังใหม่ได้เริ่มต้นสร้างต่อภายใต้การออกแบบตกแต่งแบบ Roccoco ของ Carl Harleman หลังจาก Nicodemus Tessin the Younger สถาปนิกคนเก่าเสียชีวิตในปี 1728  แต่กว่าพระราชวังจะเสร็จสมบูรณ์ก็ปาเข้าไปทศวรรษที่ 1770 แล้ว แม้พระเจ้า Adolf Frederick และพระราชินี Louisa Ulricka จะย้ายเข้ามาพำนักก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม นับจากนั้นมาพระราชวังก็ไม่ได้รับการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่อีกเลยนอกจากการปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น รวมทั้งการเพิ่มส่วนของมิวเซียมเข้ามาเท่านั้น  

ภายในพระราชวังที่ประกอบด้วย 1,430 ห้องและหน้าต่างกว่า 660 บานนี้มีห้องที่เกี่ยวข้องกับงานเทศกาลและการเฉลิมฉลองไว้ใช้สอยได้อย่างหลายหลาก อาทิ State Apartment, Guest Apartment, Bernadotte Apartment, Hall of State, Royal Chapel รวมทั้งสำนักงานของพระราชวังที่มีพนักงานมากถึง 200 คนด้วย แม้พระราชวังจะเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ แต่รัฐบาลสวีเดนกลับเป็นเจ้าของผ่าน National Property Board of Sweden ซึ่งรับผิดชอบในการบริหารจัดการ และดูแลทรัพย์สมบัติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนไม่เพียงสามารถพินิจพิจารณาพระราชวังที่หรูหราอลังการและยังคงใช้การอยู่ได้อย่างจุใจ ยังสามารถถ่ายรูปกับห้องต่าง ๆ ได้โดยไม่ถูกห้ามใด ๆ เลยอีกต่างหากด้วย

‘The First Miracle Flower Castle’ ชมปราสาทดอกไม้ ไฮไลท์ ‘ม่อนแจ่ม’

‘The First Miracle Flower Castle’ ชมปราสาทดอกไม้ ไฮไลท์ ‘ม่อนแจ่ม’

‘The First Miracle Flower Castle’ ชมปราสาทดอกไม้ ไฮไลท์ ‘ม่อนแจ่ม’

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The First Miracle Flower Castle ไม่ได้เป็นเพียงสวนดอกไม้ธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้เป็น “ปราสาทดอกไม้” ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและสร้างสรรค์ที่สุดแห่งหนึ่งบน ม่อนแจ่ม นี่คือสุดยอดไฮไลท์และจุดเด่นที่คุณไม่ควรพลาด

สถาปัตยกรรมดอกไม้ที่ไม่เหมือนใคร (Miracle Castle)

ปราสาทดอกไม้จริง นี่คือจุดขายหลัก! ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่า “ใช้ดอกไม้ทั้งหมด” มาประดับตกแต่งโครงสร้างอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ใช่แค่การปลูกดอกไม้รอบอาคาร แต่เป็นการสร้างงานสถาปัตยกรรมที่ใช้ดอกไม้เป็นองค์ประกอบหลัก ทำให้เกิดเป็นอาคารที่มีชีวิตชีวาและมีสีสันสวยงามตระการตาในทุกรายละเอียด

ความเหมือนที่แตกต่าง แตกต่างจากฟาร์มดอกไม้ทั่วไป เพราะที่นี่นำเสนอความงามของมวลดอกไม้ในรูปแบบที่หรูหราอลังการคล้ายอยู่ใน โลกเทพนิยาย หรือพระราชวังในยุโรป

ทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ (Vibrant Flower Fields)

ดอกไม้หลากสีสันแน่นขนัด ด้วยการดูแลอย่างพิถีพิถัน ดอกไม้เมืองหนาวและไม้ประดับนานาชนิดกำลัง เริ่มออกดอกอย่างหนาแน่น ในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ได้ทัศนียภาพของทุ่งดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส เป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายรูป

วิวหลักล้านกลางขุนเขา สถานที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนดอยม่อนแจ่ม ทำให้คุณสามารถมองเห็น วิวทิวทัศน์ของขุนเขา และสายหมอก (ในช่วงเช้าหรือหลังฝนตก) ตัดกับสีสันของดอกไม้ เป็นองค์ประกอบภาพที่หาไม่ได้จากที่อื่น

มุมถ่ายรูปสุดปังระดับอินเตอร์ (Must-Snap Photo Spots)

ถ่ายรูปฟีลลิ่งเจ้าหญิง/เจ้าชาย ด้วยฉากหลังที่เป็นปราสาทสุดอลังการและมวลดอกไม้ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม ทำให้ทุกมุมกลายเป็น มุมถ่ายรูปสุดปัง ที่ให้บรรยากาศหรูหรา โรแมนติก และดูแพง

ไม่ต้องไปถึงยุโรป : ตอบโจทย์สำหรับคนที่อยากได้ภาพถ่ายสไตล์สวนดอกไม้เมืองนอก แต่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไกล เพราะที่นี่จำลองบรรยากาศมาให้คุณได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด

บริการครบครันเพื่อการพักผ่อน (Complete Amenities)

คาเฟ่/ร้านอาหารวิวดี ภายในปราสาทมีบริการ เครื่องดื่ม กาแฟหอมกรุ่น ขนมอร่อย และอาหาร ไว้คอยบริการ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดค่าเข้าชม (สำหรับผู้ใหญ่และชาวต่างชาติ) แลกรับส่วนลดเครื่องดื่มได้อีกด้วย ทำให้คุณสามารถนั่งจิบกาแฟ ชมวิวหลักล้านได้แบบชิลๆ

The First Miracle Flower Castle คือการรวมเอาความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมเข้ากับความงามตามธรรมชาติของม่อนแจ่มได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นแลนด์มาร์คที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวและการถ่ายภาพที่ไม่ซ้ำใครอย่างแท้จริง ถ้าไม่แวะมาถ่ายรูปอัปเดตโซเชียล ถือว่ามาไม่ถึงม่อนแจ่ม!

มาใช้เวลาพักผ่อนสุดชิล ดื่มด่ำบรรยากาศดีๆพร้อมวิวสุดปังบน ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยเปิดให้คุณได้มาสัมผัสความสุขในบรรยากาศสบายๆ วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ตั้งแต่ 08.00 น. – 17.30 น. วันศุกร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 07.30 น. – 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 120 บาท ส่วนลดเครื่องดื่ม 20 บาท/รายการ เด็ก 60 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท ส่วนลดเครื่องดื่ม 20 บาท/รายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 084-5689797 พิกัดความสุข: ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โลเคชั่นนำทาง https://maps.app.goo.gl/p3kACUTqG4fi8aYp6

Science Update : ประมวลผลแบบควอนตัม คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2025

Science Update : ประมวลผลแบบควอนตัม คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2025

Science Update : ประมวลผลแบบควอนตัม คว้าโนเบลฟิสิกส์ 2025

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ จากราชบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน ประกาศมอบรางวัลในปีนี้ให้แก่แก่คือ ศาสตราจารย์จอห์น คลาร์ก นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลีย์ (UC Berkeley) ของสหรัฐฯ, ศาสตราจารย์มิเชล เอช. เดอโวเรต์ นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสจากมหาวิทยาลัยเยล และศาสตราจารย์จอห์น เอ็ม. มาร์ตินิส นักฟิสิกส์ชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานตาบาร์บารา (UCSB) จากผลงานการค้นพบ “การลอดอุโมงค์ควอนตัมเชิงกลในระดับมหภาค (macroscopic quantum mechanical tunnelling) และการควอนไทซ์พลังงาน (energy quantisation) ในวงจรไฟฟ้า” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่พวกเขาได้ค้นพบ ระหว่างทำการทดลองกับวงจรไฟฟ้าหลายครั้ง ในช่วงทศวรรษ 1980

ผลงานของพวกเขาเป็นการทดลองวงจรไฟฟ้าที่สร้างจากตัวนำยิ่งยวด โดยได้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเชิงควอนตัมในระบบที่มีขนาดใหญ่พอที่จะจับต้องได้ ซึ่งการค้นพบนี้เป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนา คิวบิตตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Qubits) และเทคโนโลยี ควอนตัมคอมพิวติง ในปัจจุบัน

ตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีควอนตัมที่ใช้หลักการดังกล่าว ซึ่งพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนเรา ได้แก่ทรานซิสเตอร์ (transistor) ในไมโครชิปของคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ผลการศึกษาวิจัยของผู้ครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2025 ยังเปิดโอกาสสู่การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมรุ่นใหม่ รวมถึงการเข้ารหัสควอนตัมของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (quantum cryptography), คอมพิวเตอร์ควอนตัม, และอุปกรณ์ตรวจจับ หรือเซนเซอร์ควอนตัมด้วย

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นรายงานว่า โรงพยาบาลรัฐราวร้อยละ 83.3 ของประเทศประสบภาวะขาดทุนรวม 3.95 แสนล้านบาท (ราว 8.68 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งสัดส่วนโรงพยาบาลที่ประสบภาวะขาดทุนและมูลค่าการขาดทุนล้วนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น กอปรกับราคายาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วญี่ปุ่นเผชิญสถานการณ์ทางการเงินย่ำแย่ลง

รายงานระบุว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐในญี่ปุ่นอยู่ในภาวะเกินดุล 3.25 แสนล้านเยน (ราว 7.15 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2021 เนื่องด้วยโครงการเงินอุดหนุนจากรัฐบาลระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ก่อนจะเผชิญปัญหาทางการเงินที่รุนแรงยิ่งขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2023 เนื่องจากต้นทุนแรงงานและวัสดุพุ่งสูงเกินรายได้จากการบริการทางการแพทย์

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’ ชวน PROXIE – PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’   ชวน PROXIE - PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’ ชวน PROXIE – PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์ในการดื่มด่ำกาแฟเย็นที่บ้าน เปิดตัว “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถือเป็นนวัตกรรมกาแฟเข้มข้นพร้อมชงครั้งแรกของเนสกาแฟ

ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ชูคอนเซ็ปต์ “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” ให้คอกาแฟสามารถสร้างสรรค์เมนูกาแฟที่แปลกใหม่ได้ไม่จำกัดในแบบของตัวเอง การเปิดตัวครั้งนี้ได้เนรมิต “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ คอฟ ฟี่เฮ้าส์ ปาร์ตี้” เปิดปาร์ตี้กาแฟสุดมันส์ช่วงกลางวัน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเปิดประสบการณ์ความสนุกและไวบ์ที่แรงสุดแห่งปีกับกาแฟเข้มข้นพร้อมชงสุดคูล สร้างสีสันของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเย็นที่เนสกาแฟได้ยกทัพกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่ซ้ำกันเลยสักวันพร้อมนำทัพศิลปินชื่อดัง PROXIE, PiXXiE ,เจมส์ อลิน และ วาเลนตินา พลอย มาร่วมเปิดบ้านคนคูลที่เพลย์อาร์ตเฮ้าส์ (PLAY Art House) ถนนทรงวาด ย่านเยาวราช  เมื่อวันที่ 3-5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ นวัตกรรมกาแฟเข้มข้นพร้อมชง คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าคุณภาพสูง มอบประสบการณ์ในการทำกาแฟเย็นที่บ้านง่าย ๆ ผ่าน 3 ขั้นตอน เท ผสม แล้วดื่ม โดยมีให้เลือก 3 สูตร ได้แก่ เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง สูตรไม่มีน้ำตาล มอบรสชาติที่เข้มข้นนุ่มลึก เหมาะสำหรับคนชอบกาแฟเย็นไม่หวาน เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง รสหวานกลมกล่อม มอบรสชาติกาแฟเข้มข้นกลมกล่อมลงตัวหวานกำลังดี และ เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ ลาเต้เข้มข้นพร้อมชง มอบประสบ การณ์กาแฟลาเต้ที่ให้เนื้อสัมผัสครีมเข้มข้นและหอมละมุนสไตล์คาเฟ่

ความพิเศษของการเปิดตัวในครั้งนี้ เนสกาแฟ ได้จับมือกับ แซค คิง (Zach King) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกและหนึ่งในดิจิทัลครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน TikTok ถึง 82 ล้านคน เปิดตัวแคมเปญฯ ที่มีชื่อว่า “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” (Hack it How You Like it) โดยมีแซค คิง นำทีมสร้างสรรค์ไอเดียการชงกาแฟเย็นสุดคูลและสร้างคอนเทนต์พิเศษสำหรับกรุงเทพฯ ผ่านจอดิจิทัลกว่า 3,000 จอทั่วประเทศ ร่วมกับพรีเซนเตอร์ไทย วงพร็อกซี (PROXIE) และวงพิกซี่ (PiXXiE) เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น ถ่ายทอดความสนุกและไอเดียสร้างสรรค์ในการทำ DIY Coffee

PROXIE พรีเซนเตอร์ของเนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ ประกอบด้วย กัน คิม โชกุน กร อองรี วิคเตอร์ ได้ร่วมกิจกรรมเปิดปาร์ตี้กาแฟสุดมันส์ช่วงกลางวันกับคนคูล ๆ พร้อมได้ร่วมแฮกสูตรกาแฟเย็น โดย กร – กร วรรณไพโรจน์ เป็นตัวแทนเล่าถึงประสบการณ์มิกซ์ความสนุกว่า “กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่พวกเราขาดไม่ได้ในแต่ละวันเลยครับ พวกเราชอบดื่มกาแฟเย็น พอได้มารู้จักและลองก็ชอบเลย อร่อย สะดวก และสนุกในการชงเมนูกาแฟได้หลากหลาย ช่วยให้พวกเราได้เพลิดเพลิน มิกซ์สนุกคูลแบบเราครับ”

อีกหนึ่งตัวแทนของ PROXIE วิคเตอร์ – วรเมธ กอนุประพันธ์ เล่าถึงบรรยากาศมิกซ์ความสนุกว่า “ครั้งแรกของพวกเราที่ได้มาปาร์ตี้กาแฟกลางวันแบบนี้ ชอบการที่ได้ออกไปมีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำหรือไปสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน อย่างงานวันนี้ที่ได้เปลี่ยนทรงวาดให้เป็นย่านแห่งงานอาร์ต และมาครีเอทเมนู แฮกสูตรกาแฟเย็นแก้วโปรด ช่วยเปิดความคิดสร้างสรรค์ของพวกเราครับ”

“เนสกาแฟเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างสรรค์นวัตกรรมกาแฟมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2516 เนสกาแฟได้เปิดตัวผลิต ภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปในประ เทศไทย ต่อมาในปี 2543 เราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการกาแฟที่มีคุณภาพและสะดวกในการดื่มเนสกาแฟ เชื่อว่าทุกคนควรได้ดื่มกาแฟเอสเปรสโซที่ดีเยี่ยม เราภูมิใจในการนำ “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย” ออธมัน ชไรบิ ผู้อำ นวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวและเสริมว่า “นวัตกรรมเรดี้ทูมิกซ์ยังนับเป็นการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟเย็นกลุ่มใหม่สำหรับการดื่มในบ้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ Gen Z อีกด้วย และถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญระดับโลกของเนสกาแฟ ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในการเปิดตัวในประเทศออสเตร เลีย จีน สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร เรามั่นใจว่า “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” จะช่วยให้ Gen Z สร้างสรรค์วัฒนธรรมการดื่มกาแฟเย็นในแบบของตัวเอง พร้อมเสริมแกร่งความเป็นผู้นำของเนสกาแฟในประเทศไทย”

มามิกซ์สนุก คูลแบบเรากับเนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ กูร์เมต์ วิลล่า ฟู้ดแลนด์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ ติ๊กต็อก ช้อปปี้ ลาซาด้า ในแบบขวด 500 มล. ชงได้ 5-10 แก้วต่อขวด มี 3 รสชาติ ได้แก่ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง สูตรไม่มีน้ำตาล เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง รสหวานกลมกล่อม และลาเต้เข้มข้นพร้อมชง

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประมวลภาพบรรยากาศประชาชนจำนวนมากออกเดินทางขากลับทั่วจีน ขณะช่วงหยุดยาววันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ ระยะ 8 วัน จะสิ้นสุดลงในวันพุธ (8 ต.ค.) ทำให้สถานีรถไฟ ถนนหนทาง และท่าเรือ รับรองการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ สานต่อปณิธานการขับเคลื่อนธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้คน ชุมชน และสังคม ภายใต้แพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกคน ผ่านโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ผนึกกำลังพันธมิตร นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร บางกอกไพรด์ และ Drag Bangkok จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” มอบรายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในประเทศไทย ผ่านองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียม เปิดกว้าง ด้วยแนวทางอันยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างคุณค่าจากหัวใจ” โดยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม และประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน

งานแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” ได้รับเกียรติจากพันธมิตร อาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival และภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บจก.เยลโล่ แชนแนล ผู้จัดงาน Drag Bangkok Festival ร่วมกล่าวถึงรายละเอียดในการจัดงาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุน อาทิ Fitness First Virgin Active Canon และโรงพยาบาลกรุงเทพ มาร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือ และการให้การสนับสนุนของรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานยังมีนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มาร่วมวิ่งบนลู่วิ่งกับคณะผู้บริหาร เพื่อเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้นยังมี ศิลปินจาก Tia 51 อาทิ กฤษฎิ์ งามธนกิจจา ภพ-ปองภพ สำราญชัยกร เอ็นเจ-ดีพร้อม สุนทรสิทธิโสภา และ โชค-โชคดี โตใหญ่มาร่วมสร้างสีสันความสนุก และเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล เพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศไทย

กิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ณ สยามพารากอน แบ่งระยะการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และฟันรัน 4.4 กิโลเมตร เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ https://thai.fit/c/BTR2026 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค่าสมัครระยะมินิมาราธอน 899 บาท ระยะฟันรัน 799 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM SuperApp สามารถรับโค้ดส่วนลด 100 บาท เพื่อสมัครร่วมกิจกรรมราคาพิเศษได้ทุกระยะ โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อวิ่งที่ระลึกสุดพิเศษออกแบบโดยศิลปินสตรีทอาร์ต และป็อปอาร์ต BENZILLA เจ้าของคาแรคเตอร์สามตายอดฮิต และผู้ร่วมกิจกรรมที่วิ่งเข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญรางวัลรักษ์โลกสุดพิเศษออกแบบโดย BENZILLA นอกจากจะดีไซน์น่ารักเหมาะแก่การเก็บสะสมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็นที่เปิดขวดน้ำได้ ตัวเหรียญยังทำมาจากฝาขวดน้ำพลาสติกที่ได้มาจากการคัดแยกขยะภายใต้โครงการ Journey to Zero Waste ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ส่งต่อให้ QUALY DESIGN แบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์รักษ์โลกเป็นผู้ผลิต

สามารถสมัครร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางออนไลน์  https://thai.fit/c/BTR2026 นอกจากจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยไปพร้อมกับการมีสุขภาพดีแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ในการร่วมรับของรางวัลภายในงานจากผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ONESIAM และ THAIFIT

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Sustainable Lifestyle หรือวิถีชีวิตที่ยั่งยืน เป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ได้รับความสนใจและกลายเป็นวิถีชีวิตหลักที่ทุกคนในโลกทุกวันนี้ควรลุกขึ้นมาปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะ การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า หรือการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัว แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ ที่ใส่ใจต่อโลก แต่กลับช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกชีวิต

อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 

เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล กระบี่ ศูนย์การค้าต้นแบบ ภายใต้แนวคิด Made by Krabi ที่ได้หยิบยกเรื่องราวและความภาคภูมิใจในแง่มุมต่างๆ  ผ่านเมืองและผู้คนกระบี่ มาถ่ายทอดเรียงร้อยลงในการเปิดตัวศูนย์การค้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เซ็นทรัลพัฒนา ในการพัฒนาศูนย์การค้าที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อทุกชีวิต พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่รอบศูนย์การค้าและชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตไปด้วยกัน  โดยในทุกกระบวนความคิดและวิธีการเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนและผู้ประกอบการในศูนย์การค้าในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

ก่อนเปิดตัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่ นำโดย เซ็นทรัลพัฒนา ได้แสดงเจตนารมณ์ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจร่วมกับการส่งเสริมการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง CSV – Creating Shared Value พร้อมต่อยอดสู่การเป็น Regenerative Community  ชุมชนที่ไม่ได้หยุดแค่การลดผลกระทบ (Less Harm) แต่ยังฟื้นคืน (Healing & Thriving) ให้ธรรมชาติและสังคมเดินหน้าไปพร้อมกัน ด้วยการเชิญชวนพนักงานอาสากว่า 50 คนจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้งหมด 6 สาขา ในภาคใต้ ได้แก่ เซ็นทรัล สุราษฎร์, เซ็นทรัล สมุย,เซ็นทรัล นครศรี, เซ็นทรัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล หาดใหญ่ และ เซ็นทรัลกระบี่ เดินทางมาร่วมกับทำกิจกรรม ณ ชุมชนบ้านไหนหนัง จังหวัดกระบี่  เพื่อสร้างวัฒนธรรมร่วมและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ Sustainable Lifestyle ในทุกจุด Touch point สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการปลูกหญ้าทะเล บนพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 1 ไร่ รวมถึงการร่วมกันเก็บขยะชายหาดและขยะทะเล โดยเฉพาะ แหอวน เพื่อนำมาจัดการอย่างถูกวิธี ที่ได้มีการประสานงานร่วมกับพันธมิตร และหน่วยงานท้องถิ่น โดยแหอวนที่ได้จะนำกลับมาอัพไซเคิลเป็นเส้นใย เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยสร้างรายได้คืนกลับให้กับชุมชน สำหรับชุมชนบ้านไหนหนัง จังหวัดกระบี่ เป็นชุมชนประมงพื้นบ้านที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนและชายฝั่ง นอกจากนี้พนักงานยังร่วมกันปลูกดอกไม้ประเภทต่าง อาทิ กุหลาบ บัว  เพื่อให้เป็นอาหารของผึ้งเลี้ยงและชันโรงในพื้นที่ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งชันโรง ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ และช่วยสร้างรายได้ และขับเคลื่อนการอยู่ร่วมกันที่ยั่งยืนระหว่างคนกับธรรมชาติ

อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัล กระบี่ จะเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลของเศรษฐกิจ ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม ที่สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้เกิดขึ้นได้ไปพร้อมการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล โดยกิจกรรมที่บริษัทฯจัดขึ้นนี้ ช่วยให้พนักงานตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือทำจริง ทั้งช่วยต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community  ให้มากกว่า ‘อยู่รอด’ แต่สามารถ ‘อยู่ดี–มีรายได้’ ควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการประมงยั่งยืน ตลอดจนเรายังได้ขับเคลื่อนและช่วยสร้างคุณค่าร่วม ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จากต้นทางถึงปลายทาง อาทิ การนำแหอวนจากทะเลมาต่อยอดมาเป็นวัสดุในชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ทำมาจากแหอวนรีไซเคิล 100 % และการผนึกพันธมิตรร้านค้าสีเขียว อาทิ Sabina, Hug Craft และ Good Goods ออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าคอลเลกชันพิเศษเพื่อจัดจำหน่ายในศูนย์การค้า โดยรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชน เรายังได้ร่วมกับทาง KKF หรือ ขอนแก่นแหอวน ผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตแหอวนอันดับ 1 ของโลก นำแหอวนที่เหลือจากการผลิตมาเป็นฟีเจอร์ภายในศูนย์การค้าเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ความยั่งยืน”

เซ็นทรัล กระบี่ พร้อมต้อนรับทุกคนสู่ประสบการณ์ Sustainable Lifestyle ที่คิดแบบ Made by Krabi ที่ผสานชีวิตประจำวันกับการฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งลูกค้า ผู้ประกอบการ และชุมชนทุกฝ่ายสามารถร่วมกันสร้างเมืองที่เติบโตเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ มุ่งสู่  Regenerative Community พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้เป็นมิตรต่อโลกและสังคม ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก World Smile Day ทุกวันศุกร์แรกของเดือนตุลาคม ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จัดโครงการ “Big Smile With Canon” เพื่อรณรงค์การสร้างสรรค์สังคมแห่งรอยยิ้ม และความสุข เดินหน้าสร้างบรรยากาศการทำงานในองค์กรที่มีความเครียดต่ำ ส่งเสริมแรงบันดาลใจ และการเกื้อหนุนกันและกันในองค์กร เพื่อขยายพลังบวกจากพนักงานทุกระดับไปสู่คู่ค้า พันธมิตร และลูกค้าในวงกว้าง ผ่านการจัดกิจกรรมหลากหลายที่ส่งเสริมสุขภาวะทางใจ การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับสโลแกน “Delighting You Always” และปรัชญาเคียวเซ (Kyosei) ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและยั่งยืน

พงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และ CSR  บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด

นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และ CSR  บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  กล่าวว่า “แคนนอนตระหนักว่าวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก มีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของพนักงานและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงบรรจุ ‘รอยยิ้ม’ ไว้ในดีเอ็นเอขององค์กรและบ่มเพาะบุคลิกการทำงานที่สร้างสรรค์ ปรับตัวได้และมองโลกในแง่ดี ผ่านการยึดมั่นในปรัชญเคียวเซและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานแคนนอนมาอย่างต่อเนื่อง”

นนทารมณ์ ธรรมธาราณา

โครงการ “Big Smile With Canon” เป็นหนึ่งในโครงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก ที่ริเริ่มโดย มร. ฮิเดกิ โอซาว่า Chairman & CEO บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง เอเซีย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงแนวคิด Big Smile เข้ากับสโลแกนของ Canon คือ Delighting You Always เพื่อจุดประกายแห่งทัศนคติชีวิตที่ดีในหมู่พนักงานอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการส่งต่อพลังบวกออกสู่สังคม และร่วมสร้างสรรค์ให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม  และกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์วัฒนธรรมองค์กร ที่กลุ่มบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง เอเซีย ให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 รวมถึงบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานกว่า 520 คน

เชื่อมเทรนด์การทำงานยุคใหม่ด้วย “Big Health, Big Smile”

นางสาวนนทารมณ์ ธรรมธาราณา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เน้นการสร้างรอยยิ้มจากภายในองค์กรหลายมิติ โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคลแบบเชิงรุก ด้วยการให้คุณค่าแก่บุคลากรในองค์กร เพื่อสร้างทีมงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ มีแรงบันดาลใจ และมีส่วนร่วมกับองค์กร สอดรับกับแนวโน้ม Hybrid/Flexible Work, Skills-based Career และ People-first Workplace ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการทำงานในทุกวันนี้”  ซึ่งประกอบด้วยแผนงานใน 4 ด้านหลัก ดังนี้

ลงทุนด้านสุขภาพใจและกาย สร้าง Work-Life Balance ที่ยืดหยุ่น

1.จัดสรรชั่วโมงทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hour) เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกช่วงเวลาเข้างานและเลิกงานได้ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เช่น แบ่งเวลารับส่งลูกที่โรงเรียน  หลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น หรือ ออกกำลังกายหลังเลิกงานได้ 2.จัดกิจกรรม “Mental Health”ส่งเสริมสุขภาพจิตที่แจ่มใสให้พนักงาน และ เพิ่มช่องทาง “CMTxTelrelax” ให้คำปรึกษา ดูแลสุขภาวะทั้งกายและใจของพนักงานแบบองค์รวม เพื่อลดความเครียด 3.ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในเวลาทำงานปกติ แทนการทำงานล่วงเวลา หรือเกินเวลาทำงานโดยไม่จำเป็น เพื่อให้พนักงานมีเวลาว่างให้กับตัวเอง และครอบครัวที่เหมาะสม  4.ให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานทุกระดับ และการตรวจสุขภาพเฉพาะทางในสาขาอาชีพเฉพาะเป็นประจำทุกปี 5.จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การแข่งขันนับก้าว ลดแคลอรี่ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม กิจกรรมยืดเหยียดร่างกายทุกวันช่วงบ่าย

จัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะ ยกระดับ Growth Mindset & Upskill

เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง

1.จัดโครงการ Learning MVP กระตุ้นให้พนักงานเกิดการเรียนรู้แบบ Self- Learning และ Self – Development พนักงานสมัครเรียนคอร์สเสริมทักษะตามความสนใจ และสายอาชีพ

2.ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการทำงานตามความเชี่ยวชาญ และความสามารถของพนักงาน เปิดโอกาสให้ทำงานข้ามแผนกได้เพื่อสร้างการเติบโตในทุกมิติ 3.จัดกิจกรรมให้พนักงานทุกระดับได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิด ไอเดียการทำงานที่น่าสนใจ โดยจัดเป็นกิจกรรมการแข่งขันภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ มีการมอบรางวัล และยกย่องพนักงานที่เข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง

Smart Workspace Solutions: ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและผ่อนคลาย

1.ออกแบบกระบวนการทำงานให้เข้าใจง่าย เป็นระบบ ลดภาระงานซ้ำซ้อน 2.มีการใช้นวัตกรรม และโซลูชั่นการพิมพ์แคนนอน มาช่วยให้การจัดการงานเอกสารทำได้ลื่นไหลมากขึ้น เอื้อการทำงานแบบ Hybrid Working และ E-Workflow 3.เปิดพื้นที่นำเสนอไอเดียการทำงาน ปรับปรุงระบบงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้งานเสร็จเร็วและทำให้พนักงานได้รับประสบการณ์ที่ดี 4.จัดสรรพื้นที่ส่วนกลางในสำนักงานให้มีบรรยากาศผ่อนคลาย พนักงานสามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานในพื้นที่นี้ได้ หรือเป็นพื้นที่สังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อคลายเครียดระหว่างวันได้

DEI & Human Rights: ส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมทุกระดับ

1.ให้สวัสดิการแก่คู่สมรสเท่าเทียม และสิทธิวันลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตรสำหรับพนักงานชาย 2.สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและเป็นมิตร ลดปัญหาความขัดแย้ง ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม ยุติธรรม และให้เกียรติซึ่งกันและกัน 3.สร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกรุ่น ให้ทุกเสียงมีส่วนร่วมและเติบโตไปด้วยกัน

นอกจากนี้ แคนนอนยังมุ่งสร้างการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) ที่เข้าถึงได้ง่าย การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ  ดังนั้นการขับเคลื่อนโครงการ Big Smile Big Health ของแคนนอน ไม่ได้เพียงเพื่อทำให้องค์กรน่าอยู่เท่านั้น หากยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์องค์กรแห่งรอยยิ้มที่พนักงานทุกคนเติบโตได้อย่างแท้จริง สามารถส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพและพร้อมส่งต่อพลังบวกไปยังผู้บริโภคและพันธมิตรในวงกว้าง