Celebrity Gossip

Celebrity Gossip

Celebrity Gossip

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ เปิดตัวอัลบั้มชุดที่ 12 The Life of a Showgirl แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ระหว่างออกรายการพ็อดแคสต์ New Heights รายการที่พูดคุยเกี่ยวกับอเมริกัน ฟุตบอล ที่มี เจสัน เคลเซ น้องชายของ ทราวิส เคลเซ แฟนหนุ่ม เป็นสองผู้ดำเนินรายการ โดยระหว่างพูดคุย เทย์เลอร์ได้เปิดกระเป๋าสีขาวแล้วแผ่นเสียงอัลบั้มใหม่ออกมา แต่หน้าปกอัลบั้มยังคงเบลอปิดเป็นความลับไว้ ซึ่งในตอนหลังก็ไม่เบลอแล้ว เพราะเจ้าตัวปล่อยภาพปกอัลบั้มลงใน IG เรียบร้อย The Life of a Showgirl เป็นอัลบั้มแรกหลังจบทัวร์ Eras Tour ที่ประสบความสำเร็จถล่มทลาย เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 3 ตุลาคม อัลบั้มมี 12 เพลง รวมถึงแทร็คสุดท้าย The Life of a Showgirl ที่ได้ ซาบรินา คาร์เพนเตอร์ มาร่วมฟีเจอริ่งด้วย แต่สิ่งทีน่าสนใจกว่าอัลบั้มใหม่ คือการที่เทย์เลอร์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอในพ็อดแคสต์อย่างเป็นกันเอง ทั้งชีวิตรักกับเคลเซ ชีวิตส่วนตัวหลังจบคอนเสิร์ต Eras Tour อันยาวนาน รวมถึงบอกว่าตอนนี้เธอกำลังบ้าหัดทำขนมปังอย่างหนัก เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยพบเห็นนัก กับการที่ศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ ออกมาเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองแบบนี้ นั่นทำให้พ็อดแคสต์ตอนนี้ มีผู้ติดตามชมสดๆ มากถึง 1.3 ล้านคน

ห่างหายจากการแสดงไปถึง 7 ปีเต็ม ล่าสุด แดเนียล เดย์ เลวิส นักแสดงมากความสามารถ เจ้าของรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 3 ตัว กลับมารับบทบาทในอีกครั้งภาพยนตร์เรื่อง Anemone หนังดราม่าเรื่องราวความสัมพันธ์ซับซ้อนของพี่น้อง พ่อ และลูกชาย ผลงานกำกับของ โรแนน เดย์ เลวิส ลูกชายของเขาเอง ซึ่งทาง Focus Features ค่ายหนังอิสระผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เผยแพร่ภาพนิ่งผลงานการแสดงของแดเนียล ให้ชมกันเป็นตัวอย่างในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเรื่องนี้ยังได้นักแสดงดังอย่าง ฌอน บีน และ ซามานธา มอร์ตัน มาร่วมแสดงด้วย มีกำหนดออกฉายแบบจำกัดโรงในสหรัฐฯ 3 ตุลาคมนี้ ถือเป็นการกลับมาแสดงหนังอีกครั้ง นับจากผลงานแสดงนำในเรื่องล่าสุด Phantom Thread ในปี 2017

โซฟี เทอร์เนอร์ นักแสดงจาก Game of Thrones โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอขณะไปสนุกที่คอนเสิร์ตวง Oasis ในอังกฤษเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ส่วนใหญ่แฟน ๆ เข้ามาให้กำลังใจ แต่มีคอมเมนต์หนึ่งเหน็บว่า ‘เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่ามีลูกสองคน’ ทำเอาเจ้าตัวไม่ปล่อยผ่าน รีบโพสต์ตอบกลับสวนไปแบบทันทีว่า “ขอโทษนะ บางครั้งฉันก็ลืมไปว่ามีคนบางประเภทคิดเองไม่เป็น เอางี้นะ… มีสิ่งที่เรียกว่า ‘การดูแลลูกแบบผลัดกันเลี้ยง’ น่ะ รู้จักไหม? บางทีนะ… ลูกอาจจะอยู่กับพ่อเขาในวันนั้นก็ได้” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากที่ โจ โจนาส อดีตสามีของเทอร์เนอร์ ออกมาชื่นชมความสัมพันธ์แบบ co-parenting ระหว่างกัน โดยบอกว่าลูกสาวทั้งสองโชคดีที่มีแม่อย่างโซเฟีย และเขาอยากให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นคนเปิดกว้าง มีหัวใจที่อบอุ่น และมั่นใจว่าทำได้ทุกอย่างที่ตั้งใจ แม้ว่าเขาจะแยกทางกับโซเฟียแล้วก็ตาม

ประสบความสำเร็จล้มหลาม Golden เพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีสุดฮิตของ Netflix อย่าง Kpop Demon Hunters ที่ร้องโดยเกิร์ลกรุ๊ปวง HUNTR/X สามารถสร้างสถิติใหม่บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในอเมริกาประจำสัปดาห์นี้ หลังไต่ขึ้นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ด้วยยอดสตรีม 31.7 ล้านครั้ง ยอดขายแผ่น 7,000 ก็อปปี้ และยอดผู้ฟังทางวิทยุอยู่ที่ 8.4 ล้านครั้ง เพลงนี้ยังครองอันดับ 1 บนชาร์ต UK Official Singles Chart กลายเป็นเพลงเคป๊อปเพลงแรกที่สามารถครองอันดับนี้ได้ นับตั้งแต่เพลง Gangnam Style ของ Psy ทำได้ในปี 2012 นอกจากจะประสบความสำเร็จระดับโลกแล้ว Golden ก็ยังทำสถิติในประเทศเกาหลีได้อย่างถล่มทลาย ล่าสุด ทำลายสถิติเพลง Ditto ของ NewJeans ขึ้นแท่นเพลงที่ทำ Perfect All-Kills (PAK) ได้สูงสุดตลอดกาลที่ 656 ครั้ง Golden โดดเด่นด้วยท่อนฮุกทรงพลังที่ผสานความเป็นเอกลักษณ์ของ K-pop กับกลิ่นอายแฟนตาซีจากเนื้อหาในแอนิเมชัน

ปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่แฟนๆ รอคอย MAGIC MAN IS BACK!! การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของจักรวาล MAGICMAN 2 พร้อมเปิดฉากความมันส์ให้เดือดระอุกับ ‘เมจิกแมน’ สุดเท่ แจ็คสัน หวัง ที่กลับมาพร้อมเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบ และโชว์ที่ยกระดับทั้งด้านโปรดักชันและพลังการแสดงให้เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สำหรับเวิลด์ทัวร์ MAGICMAN 2 ครั้งนี้เปิดฉากด้วย 6 เมือง ประเดิมประเทศไทยเป็นที่แรก แฟนๆ ชาวไทยเตรียมตัวให้พร้อมกับงาน MAGICMAN 2 WORLD TOUR 2025-2026 in Bangkok Presented by Galaxy Resorts Thailand กันได้เลย งานนี้จัดเต็ม 2 รอบการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม เวลา 20.00 น. และวันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม เวลา 19.00 น. ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี การประกาศทัวร์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการปล่อยอัลบั้มล่าสุด MAGICMAN 2 ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวในอันดับที่ 13 บนชาร์ต Billboard 200 ซึ่งถือเป็นอันดับเปิดตัวสูงที่สุดของศิลปินเชื้อสายจีนในประวัติศาสตร์ของชาร์ตนี้

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

​ปลุก..พลัง ‘นวัตกรรม’ ปล่อย ‘ไอเดีย’ สู่การใช้จริง!

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ขอเชิญชวนทุกท่าน ร่วมเปิดประสบการณ์ครั้งสำคัญ ในงาน “อว.แฟร์ 2025” ภายใต้แนวคิด “UNIVERSE OF SRI: จักรวาลแห่งวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ณ บูธ D1 โซน D: VALLEY OF GROWTH ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  ระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น.

โดย สกสว. ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงขนาด 300 ตร.ม.  เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่จับต้องได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ภาครัฐ และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้แนวคิดอันล้ำสมัย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซนนิทรรศการ ได้แก่ Smart Living Hub, Rice for the Future และ Silk to Star โดยงานนี้มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานใน 5 ประเด็นหลักที่ สกสว. ให้ความสำคัญ ได้แก่ การแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ, Frontier and deep Technology, สิ่งแวดล้อมและการเกษตร, Soft Power และ เทคโนโลยีที่เหมาะสม

ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. เผยว่า เราต้องการสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางความสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม ตั้งแต่การสร้างสรรค์ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า รวมถึงเป็นพื้นที่สำคัญ ในการสื่อสาร กับประชาคม ววน., ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ งาน “อว.แฟร์ 2025” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 17 สิงหาคม 2568 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กิจกรรมไฮไลต์: อบรมสัมมนา และเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และเห็นภาพว่า “งานวิจัย” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องปฏิบัติการอีกต่อไป

สำหรับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ มีหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1.เล่าแนวคิดให้สร้างสรรค์เหมือนเราเป็น CREATOR 2.POLICY BRIEF LIKE A PRO: เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นพลังนโยบาย 3.INTELLECTUAL PROPERTY (IP) VALUE TO BUSINESS

ผู้เข้าชมสามารถร่วมสนุกและเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปเชิงปฏิบัติการที่หลากหลาย เช่น การทำดินสอจากรังไหม, การทำเทียน เจลแฟนซี, การระบายสีฟางข้าว, การปั้นดินจากแป้งข้าว และ การทำ สบู่รังไหม  ซึ่งทุกกิจกรรมสะท้อนการนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ งานนี้เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่มองหานวัตกรรมใหม่ นักลงทุนที่ต้องการโอกาสทางธุรกิจ นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนทั่วไปที่สนใจว่า “งานวิจัยเปลี่ยนโลกได้อย่างไร” มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงทุกภาค ส่วนในระบบนิเวศนวัตกรรมกับ สกสว. ได้ที่งานนี้

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

ตะลอนเที่ยว : คนไทยรักทหารไทย และรักประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่วงนี้คอลัมน์ตะลอนเที่ยวยังไม่พาคุณไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศน เพราะไม่มีอารมณ์เที่ยว แต่รู้สึกเป็นห่วงประเทศไทย เพราะรู้ดีว่ายังมีภัยร้ายจากกัมพูชาที่จงใจรุกรานประเทศไทยตลอดเวลา 
 
ประเทศไทยของเราทุกคนดำรงอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่รักและหวงแหนประเทศของเรา แม้ในความเป็นจริงจะมีคนไทยบางจำพวกจงใจบ่อนทำลายล้างผลาญประเทศไทย แต่ก็เป็นเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้น แต่ถึงแม้มันจะเป็นคนส่วนน้อย แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ต้องไม่นิ่งดูดายปล่อยให้คนส่วนน้อยเซาะกร่อนบ่อนทำลายประเทศชาติและบ้านเมืองของเรา เพราะมิฉะนั้นแล้ว บ้านเมืองของเราก็จะพังทลายสูญสลายไปในที่สุด


หัวข้อเรื่องวันนี้ ดูแล้วอาจจะเชยมากในสายตาของคนบางคน แต่ขอยืนยันว่าความรักชาติบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องเชย แต่คือความดีงามที่ทุกคนจำเป็นต้องสร้างสมบ่มเพาะให้บังเกิดขึ้นกับตัวเองและกับลูกหลานของเราทุกคน เพราะชาติบ้านเมืองเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากินของเราทุกคน และเป็นเครื่องแสดงความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนด้วย 


มีคนไม่น้อยมักถามว่านักการเมืองไทยรักชาติไทยหรือไม่ ตอบว่าบางคนรัก บางคนไม่รัก ถามต่อไปว่า ทำไมจึงมีนักการเมืองไม่รักชาติ ทำไมนักการเมืองบางคนขายชาติ ตอบโดยสรุปแต่ตรงประเด็นว่า เพราะมันคือนักการเมืองชั่วชาติสามานย์ ส่วนนักการเมืองคนไหนขายชาติ ก็ขอให้คนไทยดูพฤติกรรมของมันเหล่านั้น แล้วตอบตัวเอง โดยเฉพาะจำพวกที่ประกาศว่าทหารเป็นศัตรูกับมัน หรือมันเป็นศัตรูกับทหาร หรือพูดว่ามีทหารไว้ทำไม


ขอเตือนความจำว่าการเป็นรัฐหรือประเทศ มีองค์ประกอบดังนี้ มีพื้นที่-ดินแดนชัดเจนแน่นอน มีอำนาจอธิปไตย มีรัฐบาล และมีประชาชนพลเมืองเป็นคนเชื้อชาติของดินแดนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก และอาศัยอยู่อย่างถาวรสืบเนื่องต่อกันมายาวนาน แต่ก็อนุญาตให้มีชนชาติอื่น ๆ ร่วมอยู่อาศัยได้ด้วย 


เมื่อพูดถึงอำอาจอธิปไตย และเอกราชของประเทศไทย ก็ต้องให้ความสำคัญอย่างมากที่สุดกับคนไทยทุกคนที่ร่วมเป็นเจ้าของพระราชอาณาจักรไทย เราคนไทยต้องรักษาอธิปไตยและเอกราชของไทยไว้ให้มั่นคงและยืนยาวตราบฟ้าดินสลาย เราทุกคนมีหน้าที่สำคัญคือปกป้องประเทศชาติให้รอดพ้นจากการคุกคามรุกรานโดยประเทศอื่น แต่ก็มิใช่ว่าคนไทยทุกคนจะต้องทำอาชีพทหาร เพราะแต่ละคนก็มีอาชีพต่างกันไป ซึ่งทุกอาชีพมีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน 


แต่สำหรับภารกิจป้องกันประเทศให้รอดพ้นจากภัยคุกคามโดยกองกำลังต่างชาติ โดยเฉพาะการทำศึกสงครามโดยต่างชาติที่จงใจรุกรานไทย ขอย้ำว่าหน้าที่ปกป้องแผ่นดินไทยให้รอดพ้นจากอริราชศัตรูเป็นพันธกิจหลักของทหารไทยทุกนาย ทุกเหล่าทัพ รวมถึงทหารพราน และทหารอาสาสมัครทุกคน


ในยามนี้ กัมพูชาจงใจรุกรานประเทศไทย คนไทยที่ไม่โง่เขลาเบาปัญญาต้องตอบได้ชัดเจนว่าทหารไทยมีไว้ทำอะไร มีไว้เพื่ออะไร และต้องไม่มีใครถามคำถามโง่ ๆ ว่ามีทหารไปทำไม ยกเว้นนักการเมืองโง่และเลวเท่านั้น ที่สามารถตั้งคำถามโง่บัดซบเช่นนี้


การสู้รบหรือศึกสงครามที่กัมพูชาจงใจก่อขึ้นเพื่อรุกรานไทยซึ่งกำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุให้ทหารไทยเสียชีวิตไปแล้ว 15 ราย (อ้างอิงตัวเลขของทางการไทย) บาดเจ็บทั้งสาหัสมากและสาหัสพอประมาณหลายสิบราย ทหารไทยจำนวนหลายนายต้องถูกตัดขา เพราะเหยียบกับระเบิดที่ทหารกัมพูชาจงใจวางไว้เพื่อสังหารฝ่ายไทย ความจริงทั้งหมดปรากฏต่อสาธารณชนแล้วว่ากัมพูชาจงใจโจมตีและรุกรานไทย แม้กัมพูชาจะยังพยายามโกหกตัวเองและโกหกประชาคมโลก แต่ก็ต้องย้ำว่ากัมพูชาคือผู้รุกรานไทย


ตั้งแต่ 24 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากโจมตีไทยด้วยอาวุธสงครามอย่างหนักหน่วง แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงเมื่อ 28 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาก็ไม่ได้เคารพข้อตกลงหยุดยิง เพราะจนถึงบัดนี้กัมพูชายังลอบวางกับระเบิด ทุ่นระเบิดในเขตของไทย เป็นเหตุให้ทหารไทย และทหารพรานของไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส และทหารไทย 15 นายต้องตายไปเพราะอาวุธสงครามของฝ่ายกัมพูชา


Mr. Flower ได้รับข้อเรียกร้องจากสมาชิกผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time 95.5 FM ว่าขอให้พาสมาชิกไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารหาญที่ชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ทหารแจ้งว่าขออย่าเพิ่งไปในระยะนี้ เพราะมีอันตรายมาก เมื่อเราไปให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้ เราก็ส่งข้าวของ อาหาร ยา และของใช้ที่จำเป็นให้กับทหารชายแดน และเราก็ชักชวนกันไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บเพราะการสู้รบประกันประเทศ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี นครราชสีมา (เมื่อ 7 สิงหาคม) และที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า (เมื่อ 14 สิงหาคม) 


เราไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่บาดเจ็บ เพราะต้องการบอกเขาว่าเราระลึกถึงความกล้าหาญ เสียสละของทหารหาญ ไปเพื่อบอกว่าขอบคุณที่ยอมสละชีวิตเพื่อเอกราชของชาติไทย เรารู้ดีว่าข้าวของ และเงินทองที่เรานำไปมอบให้ทหารหาญ เปรียบเทียบค่าไม่ได้เลยแม้แต่น้อยกับความเสียสละ ความกล้าหาญของทหารหาญที่ยอมพลีชีพเพื่อรักษาประเทศไทย เราไปเพื่อบอกทหารว่าขอบคุณที่รักษาแผ่นดินไทยไว้ให้พวกเราทุกคน หากไม่มีทหาร เราก็ไม่มีปราการด่านหน้าป้องกันและกำจัดศัตรูที่จงใจรุกรานแผ่นดินไทย 


หากคุณ ๆ ต้องการร่วมไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบเพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย โปรดติดตามรายละเอียดในคอลัมน์นี้ เราตั้งใจจะไปเยี่ยมทหารหาญอีกในช่วงประมาณปลายเดือนสิงหาคมนี้ครับ หรือสอบถามรายละเอียดได้จาก 091 7233615 


ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไฟป่าลุกลามหลายประเทศในยุโรป

คลื่นความร้อนรุนแรงยังคงปกคลุมหลายพื้นที่ของยุโรปต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์แล้ว ส่งผลให้หลายประเทศ ทั้งสเปนและโปรตุเกสบนคาบสมุทรไอบีเรีย ยุโรปใต้อย่างฝรั่งเศส กรีซ และแอลเบเนีย รวมถึงประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่าน กำลังเผชิญกับไฟป่ารุนแรง ที่แทบจะยังไม่สามารถควบคุมได้

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮาจี โมฮัมหมัด อิชาม จาฟาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของบรูไน เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ชาวบรูไนจำนวนมากเลิกสูบบุหรี่และหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังกันมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสถานะสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ ปี 2022-2023 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ลดลงร้อยละ 19.9 เหลือร้อยละ 13.4 ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4

กระทรวงสาธารณสุขของบรูไนกำหนดตัวชี้วัดระดับชาติ 3 ด้าน ได้แก่ อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อที่ลดลง และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมด้านสุขภาพ เพื่อใช้ในการดำเนินแผนการ “วิสัยทัศน์บรูไน ปี 2035” (Brunei Vision 2035)

รายงานระบุว่า หน่วยงานทางการมุ่งให้ความสำคัญลำดับแรกกับการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและขีดความสามารถทางดิจิทัล นอกจากนี้ ทางการยังเน้นย้ำการป้องกันตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และการจัดการโรคเรื้อรังอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีการขยายการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคสำคัญ เช่น มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

แหวกฟ้าหาฝัน : Reinterpretation Art

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลป์ที่มีโอกาสดูห้องภาพใหญ่ ๆ ประจำเมืองอาจคุ้นเคยกับผลงานแนวหนึ่งของศิลปินรุ่นใหม่นั่นคือ Reinterpretation Art คำว่า Reinterpretation คือการสร้างสรรค์ศิลปะชิ้นใหม่โดยอาศัย แนวคิด สไตล์ หรือการแสดงออกผลงานดั้งเดิมด้วยวิธีการร่วมสมัย ศิลปินจะตีความหรือให้ความหมายชื่อภาพ หรือผลงานที่นำมาเป็นต้นแบบใหม่ที่คนทั่วไปที่คุ้นเคยผลงานเก่าชิ้นนั้น ๆ สามารถที่จะหวนนึกถึงได้ วิธีการตีความใหม่ให้ร่วมสมัยอาจเริ่มต้นจากการอาศัยเพียงแค่แรงบันดาลใจ การล้อเลียน การใส่มุมมองใหม่ที่ร่วมสมัย การเลียนแบบสีสันเพื่อกระตุ้นเตือนให้รำลึกถึง การสร้างสรรค์งานด้วยเทคโนโลยีใหม่  การใช้องค์ประกอบสำคัญเหมือน ๆ กัน หรือใช้ชื่อภาพชื่อเดียวกัน จนไปถึงการลอกเลียนจนแทบจะเหมือนโดยเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้

ใน National Gallery Athens มีผลงาน Reinterpretation Art ของศิลปินหลายคน อาทิ Kyriakos katzourakis เขาเกิดในปี 1944 ณ กรุงเอเธนส์โดยเป็นศิษย์ของ Yannis Moralis ทางด้านจิตรกรรมและการออกแบบเวทีที่ Athens School of Fine Arts เขาสามารถจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในปี 1966 ที่ Keraia Gallery กรุงเอเธนส์และชนะรางวัล Parthenis โดยได้ที่หนึ่งในปี 1969 หลังจากนั้นเขาย้ายไปอยู่ลอนดอนและเรียนการพิมพ์ต่อที่ Central Saint Martins College of Art and Design ก่อนสามารถชนะการออกแบบชุดในหนังเรื่อง Days of 36 ผลงาน Las Meninas ของเขาที่ National Gallery นี้ตีความผลงานชื่อเดียวกันของ Velaquez ด้วยการใช้เทคนิคเหมือนฉากละครโดยเพิ่มตัวละคร 3 ตัวเข้าไปในภาพเดิมทำให้ผลงานดูแปลกตาและน่าสนใจยิ่ง  

ศิลปินอีกผู้หนึ่งที่มีผลงานแนว Reinterpretation Art คือ Dimitrios Galanis เขาเกิดวันที่ 17 พฤษภาคม 1879 ณ กรุงเอเธนส์ เขาย้ายไปอยู่ปารีสตั้งแต่ปี 1900 โดยอาศัยอยู่ที่ Montmartre ซึ่งปัจจุบันคือ Musee de Montmartre เขามีความสามารถไม่เพียงงานจิตรกรรม แต่ยังสามารถที่จะสร้างสรรค์งานแกะสลักไม้ด้วย ผลงานที่ชื่อ Seated Nude ที่ถูกจัดแสดงตั้งแต่ปี 1920 นำมาซึ่งชื่อเสียงให้กับเขาอย่างล้นหลามจนได้รับการชื่นชมว่าเป็นผลงานที่เร้าอารมณ์พอ ๆ กับผลงานของ Giotto นับจากปี 1921 เขาได้มีโอกาสจัดแสดงผลงานนิทรรศการร่วมกับ Matisse, Braque, Juan Gris, Dufy, Chagall และ Picasso อยู่เป็นประจำ สำหรับ Nude ที่จัดแสดงใน National Gallery เป็นรูปแผ่นหลังของหญิงสาวนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Rokeby Venus ของ Velazquez อย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะโดยทั่วไปการวาดภาพ Nude ของศิลปินมักวาดด้านหน้า ภาพนี้ Galanis รังสรรค์ได้ทันสมัยขึ้นสังเกตได้จากฝีแปรงที่คมชัดและใหญ่เฉกเช่นเดียวกันกับงานแนว Expressionism ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในช่วงที่เขาผลิตงาน

ศิลปินกรีซอีกผู้หนึ่งที่รังสรรค์งาน Reinterpretation Art ได้อย่างน่าทึ่ง นั่นคือ Giorgos Vakirtzis เขาเกิดในปี 1923 และจบการศึกษาจาก Athens School of Fine Arts ในปี 1946 ก่อนย้ายไปเรียนที่ Ecole des Beaux Arts ปารีสในปี 1952 หลังจบการศึกษาเขาทำงานด้านการตกแต่งร้านค้า คีออส และบ้าน อีกทั้งยังออกแบบปกหนังสือและอัลบัมต่าง ๆ รวมทั้งจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มและเดี่ยวอย่างสม่ำเสมอ ผลงาน The School of Athens ที่ตีความจากภาพชื่อเดียวกันของ Raphael นี้ ไม่เพียงมีรายละเอียดของตัวละครที่คล้ายกันยังใช้สีโทนเดียวกันด้วย แต่มีความทันสมัยมากขึ้นตามแนวทางศิลปะแบบ Expressionism

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

Science Update : ถอดรหัสพันธุกรรม ‘หมูป่า’

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันบัณฑิตเกษตรศาสตร์แห่งชาติจีนรายงานว่า คณะนักวิจัยได้ถอดรหัสการปรับตัวทางพันธุกรรมอันมีเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยหมูป่าเอเชียกลางมีชีวิตรอดจากความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมระหว่างอพยพข้ามทวีปยูเรเชียเมื่อล้านปีก่อน ทำให้เกิดข้อมูลเชิงลึกใหม่เกี่ยวกับการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่

หมูป่า ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของหมูเลี้ยงในปัจจุบัน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนกระจายตัวสู่ตะวันตกและตอนเหนือจนถึงภูมิภาคที่สูงในยุโรปและเอเชียกลางในช่วงหลายล้านปีต่อมา ทว่าความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการปรับตัวทางพันธุกรรมของหมูป่าเหล่านี้ ซึ่งต้องเผชิญอากาศหนาวจัดและรับรังสียูวีลดลง โดยเฉพาะในเอเชียกลาง ยังคงน้อยมาก

การวิจัยได้บูรณาการพันธุกรรมหมูป่าคุณภาพสูงที่ลำดับใหม่ 47 ชุด และที่เผยแพร่สู่สาธารณะอยู่แล้ว 49 ชุด ซึ่งครอบคลุมหมูป่าในเอเชียตะวันออก เอเชียกลาง และยุโรป พบว่าหมูป่าเอเชียแยกสายพันธุ์จากหมูป่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อราว 3.6 ล้านปีก่อน ส่งผลให้เกิดหมูป่าที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันในจีนตอนใต้และเอเชียกลาง

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

SACIT เปิดเวทีวิชาการนานาชาติ ‘SACIT Symposium 2025’ สืบทอดภูมิปัญญา ‘เครื่องรัก’ งานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สู่อนาคตอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.25 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT (Sustainable Arts andCrafts Institute of Thailand) จัดงานประชุมวิชาการ “SACIT Symposium 2025” ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งแรกของเวทีวิชาการด้านศิลปหัตถกรรมไทย กับงานประชุมครั้งสำคัญที่รวมผู้เชี่ยวชาญ ศิลปิน ช่างฝีมือ และองค์กรพันธมิตรจากทั่วเอเชีย ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จาก “เครื่องรัก” สู่ “นวัตกรรมความยั่งยืน” ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การสืบสาน คงอัตลักษณ์และภูมิปัญญาดั้งเดิม, การสร้างสรรค์ พัฒนาเทคนิคและรูปแบบร่วมสมัยและการส่งเสริม ยกระดับภาพลักษณ์และองค์ความรู้งานหัตถศิลป์ไทยสู่ระดับสากล

ในฐานะองค์การมหาชน ภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ที่ SACIT มีบทบาทในการขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยทุกมิติ ให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน” มุ่งมั่นสืบสานงานหัตถศิลป์ที่คิดถึง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น เห็นได้จากการพลิกโฉมงานหัตถกรรมไทยผ่านการดำเนินงานครอบคลุม3 มิติ ได้แก่ ต่อยอดงานหัตถศิลป์ที่คิดถึง ยกระดับงานคราฟต์ผ่านเครือข่ายพันธมิตร และพัฒนางานคราฟต์ภายใต้แนวคิด ESG

ปี 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของ SACIT กับการยกระดับงานองค์ความรู้งานหัตถศิลป์สู่เวทีวิชาการระดับนานาชาติ  โดยมีจุดเริ่มต้นจากการตระหนักถึงปัญหาความท้าทายที่สำคัญของวงการศิลปหัตถกรรมไทย นั่นคือการขาดแคลนวัตถุดิบพื้นถิ่นที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานคราฟต์ โดยเฉพาะ “ยางรัก” ที่จำเป็นต่อการทำเครื่องรัก–เครื่องเขิน และงานหัตถกรรมอีกหลากหลายประเภท รวมถึงองค์ความรู้ในการสร้างสรรค์งานประเภท “เครื่องรัก – เครื่องเขิน” และงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ยางรักเริ่มมีผู้สืบทอดน้อยลงไปในทุกๆ ปี ด้วยเหตุนี้ SACIT จึงริเริ่มการประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการระดมสมองและหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วภูมิภาคอาเซียนและจากนานาชาติเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนให้กับงานศิลปหัตถกรรมในระยะยาว

ผศ. ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

ผศ. ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า “งาน Symposium ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้รวมตัวพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งช่างฝีมือ ศิลปิน นักสะสม นักวิชาการจากทั้งในและต่างประเทศ เครือข่ายครูอาจารย์และสถาบันการศึกษา เพื่อมาร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมที่ใช้ ยางรัก เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงาน ทั้งในเชิงเทคนิค ศิลปะ และวัฒนธรรม พร้อมกันนี้ เรายังได้เชิญเครือข่ายช่างจากหลายประเทศในอาเซียน เอเชีย รวมถึงยุโรป เข้าร่วมพูดคุยถึงแนวทางการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอนาคต

Symposium ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอผลงานวิชาการในรูปแบบเอกสารเท่านั้น แต่ได้รวมไปถึงการแสดงผลงานสร้างสรรค์จากช่างรุ่นใหม่ การนำเสนอผลงานสะสมหายากที่เปิดให้ชมเป็นครั้งพิเศษ ซึ่งรวมถึงงานเครื่องรักจากต่างประเทศด้วย ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง”

Dr. Feng Jing แห่ง UNESCO

ไฮไลต์ของงานที่จะเกิดขึ้น อาทิ การได้รับเกียรติจาก Dr. Feng Jing แห่ง UNESCO ที่จะร่วมชี้ให้เห็นถึง “หัตถกรรม” ในฐานะโครงสร้างวัฒนธรรมของอาเซียน ร่วมด้วยพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2568 ใน 3 สาขา รวม 30 คน ได้แก่ ครูศิลป์ของแผ่นดิน, ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้สืบสานงานหัตถศิลป์

เวทีเสวนาและการนำเสนอผลงานจากผู้เชี่ยวชาญจาก 9 ประเทศ ในภูมิภาคอาเซียน เอเชีย และยุโรป แบ่งเป็นหน่วยงาน และองค์กรพันธมิตรจากต่างประเทศ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ และออสเตรีย รวมถึงศิลปินและช่างฝีมือ จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม เมียนมาร์ และ สปป.ลาว ร่วมด้วยการบรรยายพิเศษจาก 4 นักสร้างสรรค์ศิลปินและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนงานศิลปะหัตถกรรมไทยระดับนานาชาติ ได้แก่ วิชดา สีตกะลิน (Jim Thompson), รัฐ เปลี่ยนสุข (สัมผัสแกลเลอรี), ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ (Qualy Design) และ อรช บุญ-หลง (Greater Chiang Mai)

หนึ่งในตัวอย่างของไฮไลต์ คือการบรรยายพิเศษระดับนานาชาติว่าด้วย “เครื่องรัก” นำเสนอองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิด้านเครื่องรักจาก 7 ประเทศ ในหัวข้อ “Craft Ecologies: Materials, Communities, and Wisdom” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง เรื่องวัสดุ ภูมิปัญญา และชุมชน ในการรักษา พัฒนา และต่อยอดงานเครื่องรักในยุคสมัยใหม่ ตัวอย่างวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ ได้แก่ Prof. Sakurako Matsushima ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องรักญี่ปุ่น Mr. Suo Chao นักวิชาการด้านเครื่องรักจากจีน Mr. U Maung Maung ประธานสมาคมเครื่องรักเมียนมา Mrs. Nguyen Thi Tu Quyen ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญการใช้รักสีแบบเวียดนาม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาพิเศษ หัวข้อ “From Forest to Form: Lacquer Sap and the Thai Craft Ecology” โดยวิทยากรชาวไทยผู้เชี่ยวชาญด้านยางรักตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงการใช้งานและการสร้างสรรค์รวม 6 ท่าน อาทิ คุณสนั่น รัตนะ ราชบัณฑิตสาขาศิลปกรรม รศ.พิศมัย อาวะกุลพาณิชย์ สาขาวิชาการออกแบบ ภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณธวัชชัย ทำทอง คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และผู้เชี่ยวชาญด้านงานเครื่องรักล้านนา เป็นต้น

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ “The Lacquer Legacy” โดย ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) บอกเล่าเรื่องราวของ “ยางรัก” และการใช้ยางรักในงานศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมโซนสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์จากศิลปิน และช่างฝีมือจากไทยและต่างประเทศมากกว่า 12 ท่าน ได้แก่ ญี่ปุ่น, จีน, พม่า, เวียดนาม, ลาว และงานเครื่องรักประเภทต่าง ๆ ของไทยอีกมากกว่า 7 ท่าน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสงานศิลป์อย่างใกล้ชิด

งาน SACIT Symposium 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ SACIT ในการแสดงบทบาทผู้นำ ด้านศิลปหัตถกรรมไทยบนเวทีโลก โดยมุ่งหวังให้เกิดการตื่นตัวและสนใจงานหัตถกรรมไทยในวงกว้าง เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานและผู้สร้างสรรค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ SACIT ในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้านศิลปหัตถกรรมภายในปี พ.ศ. 2570 ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” เพื่อยกระดับศูนย์กลางองค์ความรู้และเครือข่ายงานคราฟต์ของอาเซียนอย่างแท้จริง

“งาน SACIT Symposium 2025 คือหมุดหมายใหม่ที่เราต้องการให้นานาชาติและคนในยุคปัจจุบันได้เห็นว่า ศิลปหัตถกรรมไทยยังมีชีวิตยังเติบโต และยังพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในมิติทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจและนวัตกรรม เราเชื่อว่างานหัตถศิลป์ไทยไม่ได้เป็นเพียง ‘ของเก่า’ แต่คือพลังสร้างสรรค์ที่สามารถนำพาไปสู่อนาคตได้อย่างสง่างาม หากได้รับการสืบสานอย่างเข้าใจและร่วมมือกันอย่างจริงจังในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ” ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข้อมูลข่าวสารของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ได้ที่เว็บไซต์ www.sacit.or.th สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “SACIT Symposium 2025” ได้ทางเฟซบุ๊ก SACITOFFICIAL หรือ https://symposium.sacit.or.th

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องศรีรัตน ชั้น2 โรงแรมรัตนชล อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยมี ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

ด้าน วรนัฐ ติรประเสริฐสิน พัฒนาการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการสร้างการรับรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน เพื่อนำแบบลายผ้าพระราช ทานเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่น พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมในทุกภูมิภาค ตลอดจนน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการส่งเสริมอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ใส่ให้ทันสมัยสู่สากล และเพื่อเป็นการประชาสัม พันธ์สร้างการรับรู้แบบลายผ้าพระราชทาน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อนำไปมอบต่อให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม ภายในจังหวัด ได้นำไปสร้างสรรค์ผลงาน สร้างอัตลักษณ์ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำไปสู่การพัฒนาด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของประดับตกแต่ง ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน และส่งเสริม กระตุ้น ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จักการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย โดยมี ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า ช่างงานหัตถกรรมที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชลบุรีเข้าร่วมการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมระดับจังหวัด ประจำปี 2568 รวม 56 ผืน/ชิ้น ประกอบด้วย ประเภทงานหัตถกรรม รวม 4 ชิ้น ประเภทผ้ามัดหมี่ (2 ตะกอ / 3 ตะกอขึ้นไป) รวม 6 ผืน ประเภทเทคนิคสร้างสรรค์รวม 8 ผืน และประเภทบาติก มัดย้อม เขียนเทียน รวม 38 ผืน

จากการประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ ได้มีการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่น เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 37 ชิ้นงาน ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อส่งเข้าประกวดในระดับภาคและระดับประเทศต่อไป

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดภารกิจฉุกเฉิน เร่งช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในพื้นที่ขัดแย้งไทย-กัมพูชา

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดภารกิจฉุกเฉิน เร่งช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในพื้นที่ขัดแย้งไทย-กัมพูชา

มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดภารกิจฉุกเฉิน เร่งช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในพื้นที่ขัดแย้งไทย-กัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนอย่างเร่งด่วน ความเดือดร้อนแผ่ขยายไปยังจังหวัดชายแดนฝั่งตะวันออกและอีสานตอนล่าง ทั้งศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด และอุบลราชธานี หลั่งไหลเข้ามาอาศัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในจำนวนนั้นเป็นเด็กมากถึง 9,385 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 จากสถานการณ์ดังกล่าว ไม่เพียงเป็น วิกฤตด้านความมั่นคง หากยังหมายรวมถึง วิกฤตด้านมนุษยธรรม

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย 

เมื่อวิกฤตเกิดขึ้น เด็ก คือผู้ที่เปราะบางที่สุด ทันทีที่เกิดเหตุ เด็กจำนวนมากในพื้นที่เปราะบางต้องสูญเสียที่อยู่อาศัย ต้องหยุดเรียน เผชิญกับอันตราย ความหิวโหย และความไม่แน่นอนของสถานการณ์

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ในฐานะองค์กรสาธารณกุศลเพื่อการพัฒนาและการรณรงค์เพื่อสร้างความยุติธรรมในสังคม มีบทบาทด้านการช่วยเหลือและปกป้องเด็ก รวมถึงชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินและความขัดแย้งครั้งนี้  จากการสำรวจพื้นที่การทำงานของมูลนิธิฯ ขณะนี้มีผู้ที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 54,779 คน และจากจังหวัดสุรินทร์จำนวน 191,045 คน

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ก็ได้เผยถึงขั้นตอนดำเนินงานด้านการช่วยเหลือ ตามแผนนโยบายของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ว่า “เรากำลังเร่งประเมินสถานการณ์แบบรายวัน จากทีมงานอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อระบุความจำเป็นเร่งด่วนที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระยะการตอบสนองและระยะฟื้นฟู โดยศุภนิมิตฯ เรามีแนวทางการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนหลักๆ ดังนี้ 1)การสนับสนุนในช่วงบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน : สนับสนุนสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน แก่ประชาชนในศูนย์อพยพ เช่น น้ำดื่ม ยารักษาโรค วัตถุดิบ ประกอบอาหาร และอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น 2)จัดตั้งศูนย์เพื่อนเด็ก (Child-Friendly Space) : เพื่อดูแลจิตใจเด็ก พร้อมสนับสนุนให้เด็ก ได้มีพื้นที่ปลอดภัย ได้เล่นและเรียนรู้ในระหว่างอยู่ที่ศูนย์พักพิง 3)การสนับสนุนในช่วงฟื้นฟู : เสริมสร้างศักยภาพการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในโรงเรียน และชุมชนพื้นที่เสี่ยงภัย

อานนท์ สวนศรี

จากแผนดำเนินงานดังกล่าว เราได้เริ่มดำเนิน ‘โครงการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินช่วยเหลือผู้ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ขายแดนไทย-กัมพูชา’ พร้อมเปิดระดมทุนเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่   ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยที่ผ่านมาได้จัดหาน้ำดื่ม 4,385 แพ็ค ไข่ไก่ 240 แผง นมพร้อมดื่ม 5,638 แพ็ค ขนม 913 แพ็ค และมุ้งกันยุงอีก 250 หลัง รวมถึงอาหารแห้ง ยารักษาโรค ส่งมอบให้กับศูนย์พักพิง 30 แห่งในจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ และยังได้จัดตั้ง “ศูนย์เพื่อนเด็ก” (Child-Friendly spaces) ในศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 7 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์  เพื่อให้เด็กได้กลับมามีพื้นที่ปลอดภัย เรียนรู้ และฟื้นฟูจิตใจในช่วงที่ชีวิตยังไร้เสถียรภาพ ซึ่งสามารถเข้าถึงเด็กได้ 1,381 คน

ขณะเดียวกัน มูลนิธิศุภนิมิตฯ ยังคงประเมินความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และเดินหน้าวางแผนระยะฟื้นฟูในจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ โดยเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และผู้บริจาค เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงทุกชีวิตอย่างทั่วถึงที่สุด” นางรสลิน โกแวร์ กล่าว

ด้านเสียงสะท้อนจากคณะทำงานในพื้นที่ นายอานนท์ สวนศรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์และวัฒนธรรมองค์กร กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากความช่วยเหลือในเรื่องของศูนย์อพยพและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child-Friendly Spaces) เรายังมองไปถึง หลังจากสถานการณ์สงบแล้ว พี่น้องในพื้นที่ทยอยกลับไปเข้าบ้านเรือน เด็ก ๆ เริ่มกลับไปโรงเรียนตามปกติ สิ่งที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะทำต่อไปก็คือเรื่องของการฟื้นฟู สร้างกำลังใจให้กับเด็ก ๆ เป็นการปูทางรับมือในอนาคต หากมีภัยพิบัติอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีก การสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเกิดการช่วยเหลืออย่างยั่งยืน   สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราอยากจะขอบคุณทั้งผู้อุปการะ และก็ผู้บริจาคทุก ๆ คนด้วย รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน หน่วยงานท้องถิ่น ที่ให้ความร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ และเราเองก็ขอสัญญาว่า จะทำสิ่งเหล่านี้ให้ดีที่สุดเพื่อให้เด็กและชุมชนทุกคน ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเติบโตขึ้นมาในท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดีแล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ได้ที่ https://give.worldvision.or.th/OogjOo สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและอัปเดตความเคลื่อนไหวได้ที่ www.worldvision.or.th FB: https://www.facebook.com/worldvisionthailand   IG: https://www.instagram.com/worldvision_thailand และ

Youtube: https://www.youtube.com/@worldvisionthailand-wvft