สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทายูโตะ” (TAYUTO) แบรนด์อุด้งเส้นสดจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เปิดสาขาแรกใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นำเสนออุด้งต้นตำรับที่โดดเด่นด้วยความพิถีพิถัน ยกระดับเมนูเส้นคุ้นเคยสู่ประสบการณ์การรับประทานแบบโมเดิร์น ภายใต้คอนเซ็ปต์พรีเมียมในบรรยากาศอบอุ่น เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี

Mr.Kazuya Monobe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.ซินเนอร์จี้ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า TAYUTO เป็นแบรนด์ร้านอาหารอุด้งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ณ สนามบินนานาชาตินาริตะ โดยเน้นสร้างความแตกต่างในตลาดอุด้ง ด้วยการยกระดับเมนูเส้นแบบดั้งเดิมที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันและประณีต ควบคู่กับความเข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักเดินทางจากทั่วโลก สะท้อนถึงกระแสตอบรับจากผู้บริโภค และตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

สำหรับตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ในปี 2025 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวมมากกว่า 5,700 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเมนูเส้นที่กำลังได้รับความสนใจ หนึ่งในเมนูที่น่าจับตามองคือ “อุด้ง” ซึ่งกำลังสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าความอร่อย แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่แบรนด์ที่สามารถสื่อสารคอนเซ็ปต์ได้อย่างชัดเจน และนำเสนอความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสอีกต่อไป ผู้บริโภคมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ความสำคัญกับทั้ง ‘เรื่องราว’ และ ‘คุณภาพ’ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตลาดพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าแนวคิด ‘ความสมบูรณ์แบบที่เรียบง่าย’ ของ TAYUTO ที่ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติของอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ลูกค้าจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การตกแต่งจาน ภาชนะ บรรยากาศ เสียง กลิ่น และบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จะสามารถตอบโจทย์ตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างประเทศไทย” Mr.Kazuya กล่าว

การเปิดตัว TAYUTO ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นสาขาในต่างประเทศแห่งแรก โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อุด้งเส้นสดที่มีความพิถีพิถันจากรากฐานความเป็นญี่ปุ่นที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย” โดยชู 3 จุดเด่นสะท้อนตัวตนของแบรนด์ ได้แก่ The Noodle – เส้นอุด้งสด พัฒนาด้วยเทคนิคเฉพาะ ให้สัมผัสเหนียวนุ่มอย่างลงตัว , The Dashi – น้ำซุปเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ให้รสชาติกลมกล่อมลุ่มลึก , The Balance – การผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับมุมมองร่วมสมัย

พร้อมนำเสนอ 5 เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Premium Mentaiko Butter Cream Udon, Sukiyaki Beef Udon, Tempura Udon, Tempura Curry Udon และ Carbonara Udon with Bacon Soft-Boiled Egg เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของอุด้งต้นตำรับที่พิถีพิถัน ทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่าง

“TAYUTO ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารที่สามารถพักจากความวุ่นวายได้เท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่อยากจะส่งมอบประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของประเทศญี่ปุ่น ที่เราตั้งใจนำเสนออย่างพิถีพิถันผ่านอาหารของเราให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี” Mr.Kazuya กล่าวและว่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “อุด้งที่มากกว่ามื้ออาหาร” ได้ที่ TAYUTO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook: Udontayuto.bkk

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ตะลอนเที่ยว : แหล่งความรู้ล้ำค่าของไทย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เคยไปเที่ยวชมความวิจิตร และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย คนไทย ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้ง ๆ ที่มีพิพิธภัณฑสถานมากมายกระจายอยู่ในเมืองต่าง ๆ ของประเทศไทย บางคนแม้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มานานแสนนาน แต่กลับตอบแบบหน้าตาเฉยว่า ไม่เคยไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเลยแม้แต่ครั้งเดียว บางคนถามกลับอีกว่า อยู่ตรงไป ไม่รู้จัก 

ไม่ว่าใครจะตอบอย่างไรก็ไม่ว่ากัน แต่ขอบอกว่าหากยังไม่เคยไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ก็ขอให้ไปชมนะครับ แล้วจะรู้ว่าแสนงดงาม แสนวิจิตร แสนบรรจง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ในบริเวณเขตพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า โดยวังหน้าสร้างขึ้นในคราวเดียวกับการสถาปนากรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ฯ เมื่อ พ.ศ. 2325 โดยสร้างในยุคเดียวกับพระบรมมหาราชวัง

วังหน้าเคยเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชในสมัยรัตนโกสินทร์ถึง 5 พระองค์ โดยตำแหน่งวังหน้าถูกยกเลิกในรัชชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แล้วทรงตั้งตำแหน่งสยามกุฎราชกุมารขึ้นแทน เมื่อทรงยกเลิกตำแหน่งวังหน้าแล้ว พระราชวังหน้าจึงไม่ได้เป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวร หรือวังหน้าอีกต่อไป รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมหลวง ที่เคยอยู่ ณ ศาลาสหทัยสมาคม หรือหอคองคอเดีย ในพระบรมมหาราชวัง ไปจัดแสดงที่ในเขตวังหน้า

ครั้นต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชมณเฑียรสถานในพระราชวังสถานมงคลทั้งหมดให้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ต่อมาได้ประกาศตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อปี พ.ศ. 2477 

ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดแบ่งการแสดงเป็นสัดส่วน ดังนี้ 

พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน จัดแสดงประวัติศาสตร์แผ่นดินไทย ประวัติศาสตร์ชาติไทย อารยธรรมไทยตั้งแต่อดีต จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุทุกยุคสมัยในพระราชอาณาจักรไทย เช่น สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา และรัตนโกสินทร์

หมู่พระวิมานในเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังหน้ามาก่อน จัดแสดงงานประณีตศิลป์ยุคต่าง ๆ  รวมถึงจัดแสดงเครื่องคชาธาร เครื่องสูง เครื่องนาฏดุริยางค์ เครื่องถ้วยชาม เครื่องโลหะ เครื่องราชยานคานหาม เครื่องไม้แกะสลัก ผ้าแพรพรรณและเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ในพระพุทธศาสนา เครื่องมุก และเครื่องอาวุธต่าง ๆ เป็นต้น

อาคารมหาสุรสิงหนาท และอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงงานด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย เช่น ประวัติศาสตร์ศิลปะ โบราณคดี รูปแบบและวิวัฒนาการของศิลปะโบราณคดีในประเทศไทย ศิลปะก่อนประวัติศาสตร์ และศิลปะยุคทวารวดี ศรีวิชัย จัดแสดงเทวรูปโบราณ ยุคลพบุรี สุโขทัย ล้านนา อยุธยา และรัตนโกสินทร์ 

การเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังเท่ากับได้ชมโบราณสถานในเขตวังหน้า ได้ชมสถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ และได้ชมจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่สุดแสนวิจิตรแห่งหนึ่ง ได้ชมพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระตำหนักแดง ศาลาสำราญมุขมาตย์ ศาลาลงสรง พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เก๋งนุกิจราชบริหาร อาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตวังหน้า อาคารโรงราชรถ และหอแก้วศาลพระภูมิ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดให้บริการวันพุธถึงอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ยกเว้นช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

เปิดนิทรรศการ ‘พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย’ เทิดพระเกียรติสมเด็จบรมราชชนนีพันปีหลวง พลิกฟื้นภูมิปัญญาสู่รากฐานเศรษฐกิจชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) เปิดตัวนิทรรศการใหม่ “พระมารดาแห่งศิลปาชีพไทย” ณ พิพิธภัณฑ์เกษตรคือชีวิต เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็น “คู่บุญบารมี” ผู้ทรงงานเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการทรงงาน ไปในทุกถิ่นทุรกันดาร ท่ามกลางภาพแห่งความทรงจำยังคงตราตรึงที่ “พ่อหลวง” ทรงถือแผนที่เพื่อวางรากฐานเรื่องดินและน้ำ “แม่หลวง” ทรงสานต่อด้วยการฟื้นฟูภูมิปัญญาพื้นถิ่น โดยเฉพาะงานหัตถศิลป์และการทอผ้า ให้กลับมามีชีวิต สร้างอาชีพ สร้างรายได้และศักดิ์ศรีให้กับประชาชนในชนบทอย่างมั่นคง

พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ กล่าวว่า การจัดนิทรรศการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสะท้อนพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ทรงเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาไทย และศักยภาพของคนไทยในการพึ่งพาตนเองทรงมุ่งมั่นสร้างงาน สร้างอาชีพเสริมจากภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะงานทอผ้าซึ่งเป็นรากฐานวัฒนธรรมที่สำคัญ นำไปสู่การก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ส่งเสริมให้ราษฎรในชนบทมีรายได้ที่มั่นคง และภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง

นิทรรศการนำเสนอเรื่องราว “เส้นด้ายแห่งชีวิต” ที่ร้อยเรียงเส้นด้ายผ่านกี่ทอ สะท้อนอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยส่วนแสดง อาทิ นิทรรศการ “สำรับไทยสุขภาพกายใจและลายผ้า” นำเสนอความประณีตของการออกแบบลายผ้าที่สัมพันธ์กับวิถีการกินอยู่แบบไทย นิทรรศการ “วิถีสายน้ำ ภูมิปัญญาผ้าไทย” ถ่ายทอดและสะท้อนบทบาทของธรรมชาติและการสร้างสรรค์ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะในการส่งเสริมผ้าไทยจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากลพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าพื้นเมืองในทุกโอกาส พระองค์จึงทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัคราภิรักษศิลปิน” อันหมายถึงพระผู้ทรงพิทักษ์รักษาศิลปะแห่งแผ่นดิน 

นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ยังคงทำหน้าที่เป็น “แหล่งเรียนรู้มีชีวิต” ที่ถ่ายทอดศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ช่วยจุดประกายให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย โดยมีบริการห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) สำหรับสืบค้นองค์ความรู้ด้านการเกษตรและหัตถศิลป์ เพื่อให้เยาวชนและประชาชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เยาวชนและประชาชนเรียนรู้ เข้าใจ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาตนเองและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-529-2212-13, 087-359-7171 คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.wisdomking.or.th หรือ Facebook /Line ID : @wisdomkingmuseum

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยสู่เวทีโลก

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเป็นองค์ปาฐก ถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม“วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 เมษายน ณ โรงแรม Hotel Des Indes กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม และทรงบรรยายในหัวข้อ “วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย” ประกอบการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานทั้ง 3 แบบ ซึ่งเป็นกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ในโครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย  มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ในงานยังมีการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ อาทิเช่น งานจักสาน ย่านลิเภา และงานปักดิ้นเงินดิ้นทอง จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) และนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยม ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเสนอในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์มิใช่เพียงวัตถุทางประวัติศาสตร์หากแต่เป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก 

สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะด้านเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นหนึ่ง

ในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ด้วยพระวิสัยทัศน์และพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้า รูปแบบการรแต่งกายไทยใน ราชสำนักและในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนา“ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสม ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทร่วมสมัย

ชุดไทยพระราชนิยม ประกอบด้วย 8 รูปแบบ ได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดาชุดไทยอมรินทร์ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรีชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระราชทานนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิตอีกทั้งยังมีเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษ 3 รูปแบบ สะท้อนถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจ
ของผู้สวมใส่ตลอดจนพัฒนาการของมรดกเครื่องแต่งกายไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็น “สื่อทางวัฒนธรรม”เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จ พระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกับปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์ 

ในปีพ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “ชุดไทย: ความรู้งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” ต่อองค์การยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ชุดไทยพระราชนิยม” จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ได้รับพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดที่ส่งต่อมาสู่การพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการต่อยอดในทุกมิติปัจจุบัน ชุดไทยพระราชนิยมได้รับการสืบสานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของวัฒนธรรมไทยที่สามารถปรับตัวให้สอดคล้อง
กับยุคสมัย โดยยังคงรักษาแก่นแท้ไว้อย่างสมบูรณ์

การนำเสนอในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย ที่งานหัตถศิลป์กลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต พร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– BTS เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ 2026 อย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่สนาม โกยาง สเตเดี้ยม ในเมืองโกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดการแสดง แต่แฟนคลับกว่า 40,000 คนยังคงรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของสมาชิกทั้ง 7 คนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ ขณะที่สมาชิกวงแสดงสปิริตท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดย Jimin ถึงกับต้องช่วยเช็ดผมให้ V บนเวที และสารภาพกับแฟนๆ ว่าเขาเปียกโชกไปถึงชุดชั้นใน พร้อมสร้างสีสันด้วยการลงไปนอนบนเวทีที่เปียกปอนและแกล้งทำท่าว่ายน้ำท่ากบขณะร้องเพลง Swim ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มล่าสุด คาดว่าทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะสร้างรายได้รวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเพียงแค่คืนแรกมีรายงานว่ามีแฟนๆ กว่า 4 ล้านคนทั่วโลกยอมจ่ายเงินเพื่อชมการถ่ายทอดสดผ่าน Weverse ซึ่งสร้างยอดขายได้ถึง 168 ล้านดอลลาร์ในคืนเดียว

– ออฟเซ็ต แร็ปเปอร์อดีตสามีของสาว คาร์ดี บี ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา บริเวณจุดรับรถด้านหน้าโรงแรมและคาสิโนในเมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา ล่าสุดเขาอาการคงที่และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยทางตัวแทนของเขายืนยันว่าออฟเซ็ตสบายดี และอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคล 2 รายในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในนั้นคือแร็ปเปอร์ ลิล ทีเจย์ (Lil Tjay) ซึ่งถูกจับกุมและตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยและไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทนายความของ  ลิล ทีเจย์ ปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงและไม่ได้พกอาวุธในขณะเกิดเหตุ เหตุการณ์นี้เกือบจะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เทคออฟ ( Takeoff ) แร็ปเปอร์หนุ่มที่เป็นญาติของ ออฟเซ็ต และเป็นสมาชิกอีกคนของวง Migos ก็ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2022

– เทศกาลดนตรี Wireless Festival 2026 ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 10–12 กรกฎาคมปีนี้ ที่ในลอนดอน ถูกสั่งยกเลิกไปเรียบร้อย หลังจากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจสั่งระงับการเข้าประเทศของ คานเย เวสต์ ศิลปินหลักเพียงคนเดียวที่ประกาศชื่อในขณะนั้น สาเหตุหลักก็มาจากแรงต้านที่มีต่อตัว คานเย เวสต์ ที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากการแสดงความชื่นชม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำกองทัพนาซีเยอรมัน และมีถ้อยคำต่อต้านชาวยิวหลายครั้ง โดยเมื่อปีที่ผ่านมา คานเย เวสต์ เพิ่งปล่อยเพลงชื่อ Heil Hitler แถมยังโปรโมตเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสดิกะผ่านเว็บไซต์ของตนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดาสปอนเซอร์หลักหลายเจ้าต่างพากันถอนตัว ไม่ว่าจะเป็น Pepsi บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกอย่าง Diageo รวมถึง PayPal จนนำมาซึ่งการยกเลิกการจัดงานและประกาศคืนเงินแก่ผู้ซื้อบัตรในท้ายที่สุด

– จัสวีน แซงฮา หรือ ที่รู้จักในฉายา Ketamine Queen แห่งนอร์ทฮอลลีวูด ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ในเรือนจำรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จากความผิดฐานจัดหาเคตามีนที่เป็นสาเหตุให้ แมทธิว แพร์รี นักแสดงดังจากซีรีส์ Friends เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในปี 2566 ซึ่งเธอสารภาพว่าขายเคตามีนจำนวน 25 ขวดให้กับ แพร์รี เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกพบเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำที่บ้านพัก อัยการระบุว่าเธอมีพฤติกรรมไม่สำนึกผิด โดยยังคงจำหน่ายยาเสพติดต่อแม้จะทราบว่าสินค้าของเธอเคยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกค้าชายอีกครในปี 2562 มาก่อนแล้ว การตัดสินโทษครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการปิดคดีการสืบสวนการเสียชีวิตของแพร์รี โดยเธอยังถูกสั่งให้เข้ารับการคุมประพฤติเป็นเวลา 3 ปีหลังจากพ้นโทษด้วย

– เจนนี การ์ธ เปิดใจกับ People ยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างเธอกับ แชนเนน โดเฮอร์ตี เพื่อนนักแสดงผู้ล่วงลับ ในกองถ่ายซีรีส์ดังยุค 90 อย่าง Beverly Hills, 90210 นั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในตอนนั้นทำให้พวกเธอถูก “เสี้ยม” ให้เป็นคู่แข่งกัน ทั้งจากกระแสสังคมและบรรยากาศในกองถ่ายที่กดดันให้นักแสดงหญิงต้องชิงดีชิงเด่นกัน ทั้งคู่ต่างมีความมั่นใจและทิฐิสูง เจนนี่เป็นสาวราศีสิงห์ ส่วนแชนเนนเป็นราศีเมษ ทำให้เกิดการปะทะกันได้ง่าย แม้จะเคยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่เมื่อโตขึ้น ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจและกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เจนนี่ยังเคยไปออกรายการพอดแคสต์ของแชนเนนก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เพื่อพูดคุยและเยียวยาบาดแผลในอดีตร่วมกัน เจนนี่ยังทิ้งท้ายด้วยความเศร้าว่า หากพวกเธอพบกันในวัยที่โตกว่านี้ ความสัมพันธ์อาจจะราบรื่นและไม่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้น

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญ “พระธาตุในพระกรัณฑ์” ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร
เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่

ในสมัยโบราณ ‘พุทธศาสนา นิกายมหายาน’ เชื่อว่า ดาวนพเคราะห์ หรือ ดวงดาวทั้ง 9 ดวง คือ พระพุทธเจ้าทั้ง 7 และพระโพธิ์สัตว์ 2 พระองค์ ที่จะดูแลดวงชะตาชีวิตเรา ดวงดาวทั้ง 9 ดวงจึงเปรียบเสมือน ‘เทวดานพเคราะห์’ ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์

การมีโอกาสสรงน้ำหรือบูชาดวงดาวทั้ง 9 หรือ เทวดานพเคราะห์ ก็เพื่อให้ชีวิตของเราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงตลอดปี

อานิสงส์ผลบุญแห่งการสรงน้ำบูชา ‘เทวดานพเคราะห์’ นอกจากผู้บูชาที่จะได้รับแล้ว ยังสามารถส่งต่อไปให้ถึงบิดามารดาญาติมิตรทั้งหลายทั้งปวงด้วย เป็นการเสริมกำลังใจและความสุขทางใจวิธีหนึ่งเทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์ ที่จะอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำนี้  เป็นประติมากรรมจำลองที่กรมศิลปากรจัดสร้างตามแบบเทวรูปในสมุดไทย เพื่อให้ประชาชนสักการะเสริมสิริมงคลตามดวงชะตา อันประกอบไปด้วย

1) พระอาทิตย์

พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ 6 ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ก่อเกิดเป็น “พระอาทิตย์” เทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์  เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข 1 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 6

2) พระจันทร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา 15 นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้เป็นเทพ พระจันทร์ บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ  ประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก  พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี  สัญลักษณ์เลข 2  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 15

3) พระอังคาร

พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ 8 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระอังคาร ผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน  เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์  สัญลักษณ์เลข 3  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 8

4) พระพุธ

พระอิศวรทรงใช้ช้าง 17 เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระพุทธ ผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย  เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู  สัญลักษณ์เลข 4  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 17

5) พระพฤหัสบดี

พระอิศวรทรงสร้างจากฤษี 19 ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เป็น พระพฤหัสบดี ผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น  เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์  สัญลักษณ์เลข 5 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 19 เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี

6) พระศุกร์

พระอิศวรทรงสร้างจากโค 21 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระศุกร์ เทพผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท  เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์  สัญลักษณ์เลข 6 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 21พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์

7) พระเสาร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ 10 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระเสาร์ เทพผิวกายดำคล้ำแดง ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์  สัญลักษณ์เลข 7 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 10

8) พระราหู

พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก 12 หัว (บางตำราว่าผีโขมด 12 ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมด้วยน้ำอมฤต เกิดเป็น พระราหู กายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตก  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา  เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ  สัญลักษณ์เลข 8 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 12

9) พระเกตุ

พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค 9 ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ) บ้างว่า พระเกตุ เกิดจากส่วนหางของ ‘พระราหู’ ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข 9

ส่วน “พระธาตุ 23 องค์” นั้น  ประดิษฐานในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เซนติเมตร สูง 3.5 เซนติเมตร เป็นภาชนะทองคำทรงโกศยอดปริกขนาดเล็ก ภายในประดิษฐานพระธาตุ 23 องค์

เดิมทีพระกรัณฑ์นี้ อยู่ในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบัน

ความเป็นมาของ พระธาตุ 23 องค์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจมีการประดิษฐานไว้ในพระเศียรพระพุทธสิหิงค์มาก่อน แล้วจึงมีการสร้างพระกรัณฑ์ทองคำลงยาถวายภายหลัง หรือเป็นการประดิษฐานในภายหลังทั้งหมดก็เป็นได้

การจำหลักลายแล้วลงยาสีที่รู้จักกันในชื่อ ‘การลงยา’ นั้น ปรากฏหลักฐานการใช้งานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งสีและเทคนิคในการลงยา สันนิษฐานว่าอาจจะทำขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
 

“แนวหน้า” จึงขอเชิญชวนทุกท่าน รับสิริมงคลสงกรานต์ปีนี้ ด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ได้ตามอัธยาศัย

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ช่อง 3 เสิร์ฟกิจกรรมมอบความสุขให้แฟนละคร พานักแสดงจาก รักหักหลัง” สยบความร้อนต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำและปฏิทินในงาน ส่งรักกลับบ้าน ด้วยรัก(ไม่)หักหลัง” ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นำทีมโดย เกรท วรินทร, พาย รินรดา, กระทิง ขุนณรงค์, แบม สราลี และ ลีน่า ลลินา พร้อมด้วย ป๊อปปี้ รัชพงศ์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรตลอดทั้งงานนี้!

เปิดตัวทัพนักแสดงด้วยความสนุกสนานจากขบวนกลองยาว และขบวนรถตุ๊กตุ๊กเข้ามายังสถานีขนส่งหมอชิต 2 พร้อมแจกปฏิทินช่อง 3 และซองกันน้ำสุดพิเศษให้กับประชาชนที่เดินทางกลับบ้านไว้ใส่เล่นน้ำสงกรานต์กันแบบฟิน ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม แฟน ๆ ถ่ายรูปกับเหล่านักแสดงกันอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นเดินทางกันต่อไปแจกปฏิทินและซองกันน้ำที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของสถานีฯ สุดอบอุ่น ระหว่างทางก็มีแฟน ๆ เข้ามาทักทาย และบอกจะรอดูละครกัน ทำเอาเหล่านักแสดงปลื้มใจไปตาม ๆ กัน

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรับปีใหม่ไทยที่ทางช่อง 3 ตั้งใจมอบให้แก่ทุกคน หลังจากเล่นน้ำสดชื่น สุขกาย สุขใจกันแล้วก็อย่าพลาดชมความเข้มข้นของละคร รักหักหลัง” ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. เปิดดูไปพร้อมกันที่ช่อง 3

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.50 น.

“ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า” เปิดตัวลูก ”น้องไค“ เล่านาทีชีวิตตกเลือดหนักรุนแรงจนเป็นลมหมดสติ พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน3ปี?

เปิดใจครั้งแรก! วินาทีชีวิตหลังคลอด “น้องไค” สำหรับ “เลน่า เฮเลน่า” ภรรยาคนสวยของ “ชาริล ชัปปุยส์” ที่มาเผยอาการตกเลือดรุนแรงจนเป็นลมหมดสติ ด้านสามีช็อกหลังรู้ข่าวรีบบึ่งจากสนามบอลทั้งชุดแข่ง เฝ้าหน้าห้อง ICU โดยวันนี้ทั้งคู่ควงน้องไคออกมาเปิดใจครั้งแรกผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

ตอนนี้เป็นนักฟุตบอลอยู่สโมสรอะไร?

ชัปปุยส์ : ปัจจุบันสังกัดสโมสรบางกอก เอฟซีครับ

ผลงานไปดูได้ที่ไหนบ้าง?

เลน่า : ตามไอจีค่ะ ทำงานเป็นนางแบบแล้วก็มีแบรนด์เสื้อผ้าด้วยค่ะ 

มีเวลาไปดูสามีเตะฟุตบอลบ้างมั้ย?

เลน่า : มีเวลาก็ไปดูค่ะ น้องไคดูชอบมาก เวลาไปเค้ากรี๊ดดังมากเชียร์คุณพ่อ สุดๆ เลย

น้องไคติดใครมากกว่ากัน? 

เลน่า : ติดแม่ค่ะ 

1 ขวบ แต่พัฒนาการค่อนข้างก้าวกระโดด?

เลน่า : ใช่ค่ะ เค้าก็เป็นคนที่แบบพูดเก่ง แล้วก็เหมือนแบบรู้ทันหลายเรื่องมากเลยค่ะ หลอกเขาไม่ได้ เค้าจะเข้าใจทุกอย่าง 

เลี้ยงง่ายมั้ย?

เลน่า : เลี้ยงง่าย แต่ก็มีดื้อ เป็นปกติของเด็กผู้ชาย เล่นแรง 

สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างคือดวงตา?

เลน่า : จริงๆคุณปู่กับคุณตาเค้าตาสีฟ้า 

ความตะลึงอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องชื่อ?

ชัปปุยส์ : เขาชื่อจริง “ไคเซนต์ ชัปปุยส์” 

รวมแล้วความหมายคืออะไร?

เลน่า : คือจริงๆแล้วเราอยากให้ชื่อของน้องไคเหมือนชัปปุยส์ใช่ไหมคะ และก็เอาอะไรที่แบบเรียกง่ายแล้วก็เก๋ 

นิสัยเหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่มากกว่ากัน?

ชัปปุยส์  : น่าจะเหมือนคุณแม่ 

เลน่า : แต่ยิ้มเหมือนคุณพ่อ ความสดใส แต่ถ้าอารมณ์จะเหมือนแม่มากกว่า อารมณ์ร้อน ถ้าไม่อยากยิ้มก็คือไม่ยิ้มเลย

ไปดูคุณพ่อที่สนามบอลบ่อยมีแววทางกีฬามั้ย?

เลน่า : มีแววค่ะ ชิ้นแรกที่น้องไคได้ก็คือลูกบอลจากคุณพ่อที่บ้านมีเป็น 10 ลูก 

อยากให้เขาเป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน?

ชัปปุยส์  : ใช่ครับ ถ้าได้นะครับ ที่ไหนก็ได้

เห็นว่ามีความกังวลเรื่องไซด์ตัวน้องว่ามีขนาดใหญ่กว่าเด็กหนึ่งเดือน?

เลน่า : กลัวสูงมากเกินไปแล้วจะใช้ชีวิตลำบาก คือคุณพ่อเลน่าสูงมาก พอสูงแล้วกลัวจะเล่นกีฬาไม่ได้หลายอย่าง จะเล่นได้ก็คือบาสเกตบอล อันอื่นก็อาจจะลำบากนิดนึง แต่ก็อาจจะเป็นนายแบบได้

เห็นว่าชัปปุยส์อยากมีลูกมานานแล้ว?

ชัปปุยส์ : ใช่ครับ พอมีลูกแล้วก็เปลี่ยนชีวิต มีความสุขมาก มีความหมาย 

เลน่า : เหมือนแต่ก่อนเราไม่เคยคิดถึงปัจจุบัน แต่พอเรามีลูกเราก็คิดถึงปัจจุบันกันมากขึ้น มันก็มีความสุข พออยู่กับลูกเวลามันเหมือนช้านะ แต่ก็ผ่านไปไว 

การเป็นคุณพ่อของชัปปุยส์เป็นยังไงบ้าง?

เลน่า : เค้าดีเค้าซัพพอร์ต เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะเป็นพ่อที่ดี เค้าเป็นคนใจเย็น เติมเต็มเยอะมาก ตอนแรกก็กังวล เพราะเรามีลูกคนแรกในกลุ่มเพื่อน ก็กังวลว่าจะเปลี่ยนไปเยอะไหม เราจะไม่มีเพื่อนเหลือ เราจะแบบการงานมันยังไง คือมันมีความกังวลอยู่แล้ว พอมีแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดแล้วมันดีกว่าเดิม สุขกว่าเดิมเยอะ

วางแผนเรื่องโรงเรียนเพื่อนแล้ว? 

เลน่า : คิดว่าน่าจะวางแผนแบบยาวไปเลย เนอสเซอรี่โรงเรียนไทย เพราะว่าเค้าจะได้พูดภาษาไทยได้ ค่ะ หลังจากนั้นก็น่าจะเป็นโรงเรียนเยอรมัน หรือสวิต 

มีแพลนมีลูกอีกกี่คน?

เลน่า : น่าจะมีแบบเป็นสิบค่ะ ถ้าเขาอยากมี 

ชัปปุยส์ : อยากมีอีก 1 ครับ เป็นผู้หญิง มินิเลน่า อยากให้เค้าติดเขาบ้าง เพราะเห็นไคติดแม่เขามาก

สองคนอยู่คนละวงการ แล้วมาเจอกันได้ไง?

เลน่า : เพื่อนของเพื่อนเจอกันในกลุ่ม เคยเจอกันข้างนอกมาก่อน ก่อนที่จะตกลงเป็นแฟนกันครั้งแรก หลายรอบอยู่

ตอนเจอกันครั้งแรกมองเลยมั้ยว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่?

ชัปปุยส์ : คือตอนนั้นเขาบอกว่าเราสวย แต่ก็ไม่ได้รู้จักกัน มันไม่ได้คุยกันเหมือนแบบไม่ได้มีโอกาสได้คุยจริงๆ จังๆ แรกๆ ก็มีทักทายกันบ้าง ก็รอบนึงที่เจอกันแบบกลุ่มเล็กขึ้น ก็เลยได้คุยกันแบบจริงจัง ก็เลยรู้ว่ามีสไตล์แล้วก็มี Background เหมือนกันแบบเติบโตเหมือนกัน ครอบครัวคล้ายๆ กัน เค้าโตกับพ่อเราก็โต ก็เหมือนกันหลายมุม ก็คุยกันเข้าใจโดยที่ไม่ต้องพูดเยอะ

ตอนนั้นคือจำได้ว่าแบบสาวสาวทั้งประเทศกรี๊ดเขา?

เลน่า : เราก็รู้ว่าเขาคือใคร แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก เหมือนตอนนั้นเราเพิ่งเลิกกับแฟนคนเก่า ก็เลยยังไม่อยากมีอะไรที่ซีเรียส ก็มองว่าเค้าหล่อ แต่พอคุยกันเค้าก็มีอะไรมากกว่าที่เราคิด 

ช่วงแรกที่เริ่มคุยกันเค้าโสด แต่ไม่รู้ว่ามีสาวคุยเยอะไหม?

ชัปปุยส์ : ก็มีนิดหน่อย 

ไม่กล้าบอกเพื่อนว่ามีเดทกับเขา? 

เลน่า : ใช่เราก็เพิ่งโสด ก็เลยยังไม่อยากบอกใคร เพราะสัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะไม่มีแฟน โสดเป็นเพื่อนๆ แรกๆ ก็จะเจอแค่กับเพื่อนเป็นกลุ่ม หลังๆเค้าขอเดทสองคน ก็เลยต้องบอกเพื่อน 

คุกเข่าขอแต่งงานกันไวมาก กี่เดือน?

ชัปปุยส์ : 10 เดือนครับ ก็มองว่าคนนี้ต้องของผมแล้ว ก็เลยต้องทำให้ชัวร์แล้ว 

เลน่า : คือเราคบกันมาลงตัวมาก 10 เดือนที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกันเลย คือเราต้องการพาร์ทเนอร์ ที่รักและยอมเรา รับฟังเราเข้าใจเราแบบไว้ใจเราแล้วคือเขาเป็นทุกอย่างตรงนั้นแล้ว มันรู้สึกใช่ ก็เลยบอกเขาว่าโอเค แต่คือเรายังไม่พร้อมให้คนอื่นรู้ เพราะมันค่อนข้างที่จะเร็ว ก็เก็บไว้เป็นความลับสามปี ไม่บอกใคร บอกแค่เพื่อนสนิท กับครอบครัว เก็บเงียบเรื่องงานแต่งไม่บอกใคร

ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันคู่นี้ก็พิสูจน์ความรักกันมาเยอะมาก เพราะขอแต่งงาน ก็เป็นช่วงโควิดพอดีที่ต้องอยู่กันคนละประเทศ?

เลน่า : ตอนนั้นต้องย้ายไปอยู่เมืองนอก ก็อยู่แบบนั้นเกือบสองสามปีอะค่ะที่ห่างกันไป ไปสองสามเดือนกลับมาเดือนแล้วก็ไปอีกทีสองสามเดือนวนแบบนี้ 

ทำยังไงถึงจะรักษาความห่างให้มันไปต่อได้?

เลน่า : หนูว่า มันต้องมีความเชื่อใจกันสูงมาก ความไว้ใจ คุยกันทุกวัน พยายามให้เขาเป็นรูทีนในชีวิต รู้สึกว่าเวลาที่ห่างจากจะรู้สึกว่าเวลาเจอกันมันจะคิดถึงกันมาก

มีหวงมีหึงกันมั้ย?

เลน่า : ไม่ค่อยแต่เลน่าอาจจะมีนิดหน่อย เลยเพราะเราอยู่ไกลกัน แล้วเราจะอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ เวลาเค้าไปอยู่กับเพื่อน แต่ถ้ามีเพื่อนเราก็อะไรก็ได้ ก็ชอบแซวว่ามีเพื่อนแล้วหายไปเลย

หวงมั้ยเขาแต่งตัวเซ็กซี่ลงโซเชียล

ชัปปุยส์ : ไม่หวง เพราะมันเป็นอาชีพของเขา ก็โมตแบรนด์เสื้อผ้า และอื่นๆ 

นอกจากความเซ็กซี่ ใครหวานกว่ากัน

ชัปปุยส์ :  ชัปปุยส์ครับ 

เลน่า : เขาจะเป็นคนแบบบอกรักทุกวัน โทรหาทุกเช้า หรือกอดจุ๊บ แต่ถ้าเราไม่บอกรักกลับเค้าก็จะมาบอกว่าไอเลิฟยู ก็ต้องบอกกลับไอเลิฟยูทู

หลังคลอด “น้องไค” ออกมา ตกเลือดจนเกือบเสียชีวิต?

เลน่า : มันเกิดจากคลอดน้องได้ 10 วัน ตอนแรกมันไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันมีอยู่วันนึง ปั๊มนมอยู่ดีๆมีเลือดไหลออกมาเยอะมาก มากกว่าประจำเดือน 10 เท่า มีก้อนมีอะไรตกเลือดหนักมาก ติดต่อโรงพยาบาลไป ความดันยังปกติ แต่เราก็บอกหมอว่าไม่ปกติ หมอก็ให้ยามาแล้วก็ส่งเรากลับบ้าน พออีกวันปั้มนมก็ออกมาอีกเยอะมาก อีกวันก็รู้สึกเพียมากตัวอ่อนแรง นั่งอยู่ในห้องน้ำเลือดออกเยอะมาก แล้วก็เป็นลมในห้องน้ำไปเลย โชคดีคุณแม่ชัปอยู่ด้วยเลยเรียกรถโรงพยาบาลทัน เขาแจ้งว่าช่องคลอดไม่ได้หดตัว เหมือนตอนที่คลอดเลย รถพยาบาลมาช้ามาก เขาบอกว่าถ้ามาช้ากว่า 10 นาทีตายได้เลย

พอทราบว่าภรรยาตกเลือดหนักมากรู้สึกยังไง?

ชัปปุยส์ :  ตอนนั้นเพิ่งแข่งเสร็จ พอดูโทรศัพท์ก็เห็นมีหลายคนโทรหา หลังจากนั้นก็ต้องมาโรงพยาบาลห้องไอซียูให้เร็วที่สุดก็ไปทั้งชุดแข่งเลย

เลน่า : จับมือตัวเองเพราะไม่อยากจะให้เสียสติไป คือรู้เลยเหมือนเราจะไปแล้ว

นาทีรู้ข่าวรู้สึกยังไง?

ชัปปุยส์ : ช็อกครับ เลือดไหลไม่หยุด อาจจะต้องตัดมดลูกออก อยู่ไอซียูสามวัน แล้วก็ย้ายไปห้องปกติ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.46 น.

วันนี้ 11 เมษายน 2569 เริ่มต้นวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์แบบฮอตปรอทแตก เมื่อนางเอกสาวโกอินเตอร์อย่าง ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ออกมาต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยแฟชั่นเล่นน้ำที่ทำเอาอุณหภูมิที่ว่าร้อนยังต้องยอมแพ้ โดยสาวปูได้โพสต์ภาพเซตสุดเอกซ์คลูซีฟผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @prayalundberg เผยให้เห็นหุ่นสุดเป๊ะในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีดำ ขับผิวเนียนสวยพร้อมเปียกปอนจากการฉีดน้ำคลายร้อน มาพร้อมแคปชั่นสุดขี้เล่นที่ถามแฟนคลับว่า “Happy Songkran na kaaaaa ปีนี้ เล่นน้ำที่ไหนดี @mrkaykasem”

ปู ไปรยา

งานนี้บอกเลยว่า อกเป็นอก เอวเป็นเอว ของจริง ทันทีที่ภาพเซตนี้ของ ปู ไปรยา ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็น และกดอิโมจิรูปไฟลุกกันจนล้นหน้าฟีด เช่น

ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม  prayalundberg

นายกฯลงพื้นที่ บางซื่อ-หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ 69 แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป

นายกฯลงพื้นที่ บางซื่อ-หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ 69 แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป

นายกฯลงพื้นที่ บางซื่อ-หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ 69 แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.31 น.

‘อนุทิน’ เดินสายกรุงเทพอภิวัฒน์- หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์ แฟนคลับแห่ขอถ่ายรูป ขณะชาวหาดใหญ่ ดีใจลูกพาเที่ยวปลอบใจหลังได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมใหญ่ บอก ‘นายกฯ’ ได้เท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 11 เมษายน 2569 ที่สถานีกลางบางซื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย และดูแลประชาชนในการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมีนางธนนนท์ นิรามิษ ภริยา พร้อมด้วย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะโฆษกรัฐบาล ร่วมคณะ

เมื่อนายอนุทิน เดินทางมาถึงได้สรงน้ำพระพุทธรูปที่สถานีกลางบางซื่อจัดให้รดน้ำช่วงสงกรานต์ ก่อนเดินทักทายประชาชนที่มารอใช้รถไฟเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยตลอดเส้นทางได้สอบถามแต่ละคนไปจังหวัดไหน เมื่อมีคนจะเดินทางไปจังหวัดศรีสะเกษได้เรียก น.ส.ไตรศุลี และนายสิริพงศ์ เข้ามาดูแลลูกบ้านตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้มีประชาชนเข้ามาทักทาย และขอถ่ายภาพร่วมกับนายกฯอย่างเป็นกันเอง โดยนายกฯได้แจกซองกันน้ำ ยาดม และกระบอกน้ำให้กับประชาชน

โดยช่วงหนึ่งมีประชาชนเข้ามาขอนายกฯถ่ายรูป นายกฯ ได้ถามว่าเดินทางกลับที่ไหน ประชาชน จึงตอบว่า เดินทางกลับหาดใหญ่ ลูกพามาเที่ยวปลอบใจ เพราะว่าโดนน้ำท่วมหนัก นายกฯ จึงถามว่าได้เงินเยียวยาแล้วหรือยัง ประชาชนจึงตอบว่าได้แล้ว พร้อมขอบคุณนายกฯ ด้านนายกฯ บอกว่าได้เท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม

พร้อมกันนี้ นายกฯ และคณะได้ขึ้นไปยังชานชาลา หมายเลข 8 โดยนายกฯได้ขึ้นไปทักทายประชาชนที่โดยสารด้วยรถปรับอากาศนั่งและนอนชั้น 2 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ -ปาดังเบซาร์ คันที่ 3 นายกฯ กล่าวว่า มาลงพื้นที่เจอปัญหาจริงแต่ในโบกี้ไม่เย็น พร้อมหันไปกำชับให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการแก้ไข 

จากนั้นนายกฯ ได้เปิดสมุดบันทึกการเดินรถ โดยได้เซ็นชื่อตัวเองลงบนหน้าปกของสมุดดังกล่าว จากนั้นเข้าไปที่ห้องพนักงานขับรถไฟเพื่อพูดคุย และทักทายพนักงาน ได้ลองนั่งตำแหน่งคนขับ พร้อมสอบถามการทำงานของระบบ ระหว่างเดินออกมา มีเด็ก เข้ามาถามว่า ทำไมค่าน้ำมันแพงจัง นายกฯลูบหัว พร้อมตอบว่า ลดลงมาแล้ว 4 บาท พร้อมตรวจหัวรถจักร SRT เพื่อตรวจความพร้อมก่อนเดินทาง

จากนั้นนายกฯ ได้เดินทางไปตรวจการเดินทางของประชาชนต่อที่ สถานีขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (หมอชิต) 

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับให้ดูแลความปลอดภัยประชาชน รวมถึงเรื่องการจราจร เพื่อลดความหนาแน่นทั้งวันเดินทางไป และเดินทางกลับ