ยื่นหนังสือถามนายกฯ ศรีสุวรรณ จี้ อนุทิน เร่งเก็บภาษี ทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ป

ยื่นหนังสือถามนายกฯ ศรีสุวรรณ จี้ อนุทิน เร่งเก็บภาษี ทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ป

ยื่นหนังสือถามนายกฯ ศรีสุวรรณ จี้ อนุทิน เร่งเก็บภาษี ทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ป

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.04 น.

ศรีสุวรรณจี้อนุทินเร่งรัดเรียกเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านจากทักษิณหรือยัง?

วันนี้ (12 พ.ค.69) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ สำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถาม การดำเนินการเรียกเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากรกว่า 1.76 หมื่นล้านบาท กรณีขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตามคำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลฏีกา ที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ทั้งหมดแล้วหรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลภาษีอากร เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นโจทก์ ฟ้อง กรมสรรพากร เป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลภาษีอากรกลาง โดยขอให้ศาลภาษีอากรกลาง เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เลขที่ ภงด.12-03025250-25600328-001-00005 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2560 ที่แจ้งให้ นายทักษิณ จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มเป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท ให้กับกรมสรรพากร
หลังจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางที่มีคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษี ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากร มิได้ออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์ (นายทักษิณ) ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร ในฐานะตัวการ ดังนั้น การออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ (ภ.ง.ด.12) จึงเป็นการดำเนินการโดยมิชอบ จากนั้นจำเลยทั้ง 4 ราย ได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2566

กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ศาลฎีกามีคำพิพากษา ที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 พิพากษากลับ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ และศาลภาษีอากรกลาง โดยตัดสินยกฟ้องคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรเป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 4 คน (คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาษี กรมสรรพากร) กรณีกรมสรรพากรประเมินภาษี เรียกเก็บเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท ซึ่งคำพิพากษาของศาลฎีกาครั้งนี้ เป็นผลทำให้นายทักษิณ ต้องปฏิบัติตามหนังสือแจ้งประเมินภาษี พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มของกรมสรรพากร ตามขั้นตอนของกฎหมาย

ศรีสุวรรณ จรรยา

บัดนี้ ระยะเวลาลาผ่านพ้นมานานเกินสมควรแล้ว เพื่อให้การปฏิบัติและบังคับใช้กฎหมายเป็นไปโดยเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 53 องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงมายื่นหนังสือสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าได้ใช้อำนาจตามมาตรา 11 แห่ง พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ในการสั่งการไปยัง รมว.กระทรวงการคลังและอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อเร่งรัดการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามคำวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลฎีกาตามครรลองของกฎหมายแล้วหรือไม่ หากเพิกเฉยจะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ปอ.มาตรา 157 ได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

อภิสิทธิ์ กางสเปกแคนดิเดต ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ปชป. ต้องรู้จริงเทคโนโลยี

อภิสิทธิ์ กางสเปกแคนดิเดต ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ปชป. ต้องรู้จริงเทคโนโลยี

อภิสิทธิ์ กางสเปกแคนดิเดต ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ปชป. ต้องรู้จริงเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.01 น.

‘อภิสิทธิ์’ กางสเปกแคนดิเดตท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ปชป. ต้องมีความรู้ ‘ด้านเทคโนโลยี’ ดึงศักยภาพกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ ลั่นสู้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนเลือก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่โกดัง 5 โรงงานยาสูบ กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการเปิดงาน “AI Demo Day: Bangkok Builders Edition” ว่า การจัดงานในครั้งนี้ เป็นความต่อเนื่องในนโยบายของพรรคฯ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง สส. ที่ยืนยันว่า อนาคตเศรษฐกิจไทย จะต้องสร้างเครื่องจักรยุคใหม่ และสร้างเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันคนไทยใช้เทคโนโลยีจำนวนมาก แต่ก็ยังต้องนำเข้าเทคโนโลยี ซึ่งหากประเทศไทยอยู่เฉย ๆ เป็นเพียงผู้ใช้งาน ก็จะตกขบวนจากภาคเศรษฐกิจที่กำลังจะเติบโตในอนาคต ดังนั้น พรรคฯ จึงจัดโครงการนี้ขึ้น ซึ่งมีชาวต่างชาติและคนไทยให้ความสนใจจำนวนมาก และสะท้อนการเป็นตัวอย่างที่กรุงเทพฯ สามารถเป็นได้มากกว่าที่คิด และมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ ซึ่งแม้ประเทศไทยจะมีซอฟต์พาวเวอร์ แต่ซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญ คือ ความน่าอยู่ที่คนทั่วโลกอยากมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ซึ่งยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ในการดึงคนเก่งมาทำงานเท่าที่ควร ดังนั้น พรรคฯ จึงพร้อมผลักดันเรื่องนี้ รวมถึงผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทั้งชุดปัจจุบัน และชุดต่อไป ที่พรรคฯ สนับสนุนให้เกิดสิ่งเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะมาขับเคลื่อนกรุงเทพฯ จะต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถูกต้อง และพรรคต้องการคนที่มีความเข้าใจ ไม่เพียงความสนใจ หรือใช้งานเป็นเท่านั้น แต่จะต้องเห็นศักยภาพ รวมถึงในการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ

เมื่อถามว่างานในวันนี้ (12 พ.ค.) มีว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ของพรรคฯ มาร่วมงานด้วยใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ได้หัวเราะ และยกมือขึ้นมาส่อง พร้อมบอกว่า น่าจะอยู่แต่ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ จะได้เห็นชัดเจน และจะมีความรู้ด้านไอทีด้วยหรือไม่นั้น ในวันดังกล่าว เจ้าตัวจะเป็นผู้เปิดเผย

เมื่อถามต่อว่า จะสามารถสู้กับว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ คนอื่น ๆได้ใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะสู้ได้หรือไม่ อยู่ที่ประชาชนผู้เลือก แต่พรรคฯ ได้เต็มที่ในการนำเสนอสิ่งที่จะช่วยทำให้กรุงเทพฯดีขึ้น

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะชูคนรุ่นใหม่ และทันสมัยในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ใช่หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบนิยามคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่าว่า มีการนิยามอย่างไร แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทัศนคติ และแนวความคิดการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในโลก และสิ่งที่พรรคฯ ได้นำเสนอในขณะนี้ ก็ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ และประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีศักยภาพ และมีบทบาทสำคัญในจุดนี้ได้

ปู จิตกร ฟาดแรง! ทักษิณบอกไปจำศีล? เป็นแค่คำกลบเกลื่อนความกระดากอาย

ปู จิตกร ฟาดแรง! ทักษิณบอกไปจำศีล? เป็นแค่คำกลบเกลื่อนความกระดากอาย

ปู จิตกร ฟาดแรง! ทักษิณบอกไปจำศีล? เป็นแค่คำกลบเกลื่อนความกระดากอาย

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.47 น.

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ปู จิตกร บุษบา สื่อมวลชนและพิธีกรช่อง แนวหน้าออนไลน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 

ไม่หรอก…เธอติดคุก เธอถูกจองจำ ด้วยความเจ็บปวดใจ

รอยยิ้มของเธอ มันไม่ใช่รอยยิ้ม  มันคือ #หน้ากาก กลบเกลื่อนความกระดากอาย  จากอดีตนายกฯ ผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นพ่ออุ๊ยที่สวมกำไลอีเอ็มออกจากคุก ในฐานะ #อดีตนักโทษจากคดีโกงบ้านโกงเมือง  ใช้อำนาจจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ครม. ที่เป็นแค่ขี้ข้า บริวาร ผันเงินแผ่นดินเข้ากระเป๋าตัวเอง  เหมือนลักน้ำส่วนรวมเข้านา ข้าวกล้าเติบโตอยู่ตามลำพัง อย่างคนที่เห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้

#ไปจำศีล เป็นแค่คำกลบความกระดากอาย แต่ไม่ละอาย  ผิดศีลข้อลักทรัพย์แล้ว ยังมาผิดข้อมุสา  จำศีลแบบใดมา จึงเหมือนไม่มีศีลติดตัว

นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

นายกฯย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

นายกฯ นำทีมตำรวจ-ฝ่ายความมั่นคง แถลงผลงานปราบยาเสพติด 8 เดือน ย้ำรัฐบาลเอาจริง ไม่มีประนีประนอมกับขบวนการค้ายา ลั่นถือเป็นศัตรูของประเทศ พร้อมเตือนผู้ค้ายา เลิกเสียก่อนถูกทำลาย ยันตราบใดยังเป็นหัวหน้ารัฐบาล จะเดินหน้ากวาดล้างเข้มข้นต่อเนื่อง

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี เผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการติดตามขยายผล การจับกุมและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภายใต้นโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมากถึง 184,000 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม, ยาอี 274,880 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท 

ผลการปฏิบัติการทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันต่อสู้กับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งช่วยเหลือและปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ขอให้ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจัง และยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติด แสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ ตนขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงจังกับเรื่องนี้ และให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก มุ่งมั่นเอาชนะกระบวนการการค้ายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะยาเสพติดเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อชีวิต ประชาชน และสังคมไทย ตนขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองทัพ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ข้าราชการ อาสาสมัครทุกท่าน ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เสี่ยงทั้งชีวิตเพื่อเข้าไปช่วยกันขจัดภัยที่ร้สยแรงต่อประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาชน 

อีกทั้ง ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ดำเนินการโดยปราศจากความเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ หลายครั้งเป็นอันตรายจากการปะทะกัน ด้วยคุณงามความดีของพวกเราทุกคน ไม่มีใครบาดเจ็บ ไม่มีใครเสียชีวิต นี่คือสิ่งที่ตนรู้สึกปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมากอย่าง การที่มาอยู่ตรงนี้จะเห็นว่า 2-3 เดือนมาที เป็นภาพเดิมๆ ทั้งหมด ภาพแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าพวกเราเอาจริงเอาจัง ไม่มีการประนีประนอมหรือเจรจาใดๆ กับผู้กระทำผิด เราสำนึกในความอันตรายของสิ่งเหล่านี้ต่อประเทศ เราโชคดีมีความเป็นสหายกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนระดับปฏิบัติการก็คบค้าสมาคมเป็นพี่เป็นน้องกันมาตลอด การติดต่อส่งข้อมูลข่าวสาร การให้การสนับสนุน ให้กำลังใจจากตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน ระดับบังคับบัญชาและปฏิบัติ เราทำทุกรูปแบบทั้งทางการและผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีอิทธิพลไหนมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าตรงนี้ไขว้เขวได้เป็นอันขาด นี่คือความมั่นคงของประเทศไทย ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงได้“ อยากเตือนผู้ที่ยังกระทำผิด คิดว่าที่ผ่านมา 6-7 เดือน ท่านก็คงบาดเจ็บไปเยอะ กำไรทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้ ยิ่งเพิ่มจำนวนเข้ามาในระบบเท่าไหร่ ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทย ในการขจัดและปราบปรามการกระทำผิดได้ เราถือว่าท่านเป็นศัตรู ไม่ใช่คนที่ปรารถนาดีกับประเทศ พวกเราทุกคนมีหน้าที่ที่ทำให้พินาศ มลายหายไปอยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ไม่ได้ เลิกเสีย ไปหาสิ่งอื่นที่ถูกกฎหมายทำ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประชาชนลูกหลานเยาวชนที่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ ขอให้เชื่อเถอะว่าไม่มีประโยชน์ การเสพสิ่งเหล่านี้ การขายการลำเลียงการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพค้าผู้สนับสนุนล้วนแต่มีคดีร้ายแรงติดตัว เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ เป็นคดีที่ทำให้ต้องพลัดพรากจากคนที่รัก ครอบครัว อิสรภาพที่เคยมีอยู่ มีบทลงโทษที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต ต่อให้รอดการประหาร โทษเบาที่สุดจำคุกเป็น 10 ปีขึ้นไปหรือจำคุกตลอดชีวิต ไม่ใช่สิ่งดีสำหรับพวกท่าน เรายอมไม่ได้พวกเราทุกคนเคยเห็นผู้ค้า ผู้ขนส่ง ผู้ร่วมกระบวนการค้ายาเสพติดทุกคนเวลาพูดกับเขา ความเป็นพ่อเป็นแม่ความห่วงใยครอบครัว ทุกอย่างพรั่งพรูออกมา เราสงสารแต่เราไม่สามารถลดหย่อนได้เลย ยืนยันว่าตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ สิ่งเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไป และจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตนให้การสนับสนุนทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ การที่จะดำเนินการปราบปรามสิ่งเหล่านี้จะมีแต่ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น จึงขอเตือนด้วยความห่วงใยว่า พวกเราไม่ต้องการดำเนินคดีในข้อหานี้กับท่าน เพราะรู้ว่าดำเนินคดีไปก็หมายถึงการสูญเสียชีวิต  แม้ไม่อยากทำแต่จำเป็นต้องทำด้วยความเด็ดขาด ไม่ให้สิ่งเหล่านี้ทำลายประเทศและเยาวชน ขอชื่นชมผู้ปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง และมั่นใจว่าเราจะทำหน้าที่ของเราเช่นนี้ต่อไป มายังไงเราจับได้หมด ยืนยันว่าจับได้ในทุกรูปแบบ

เนติวิทย์ จ่อคุก หลังศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ กฎหมายเกณฑ์ทหารไม่ขัด รธน.

เนติวิทย์ จ่อคุก หลังศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ กฎหมายเกณฑ์ทหารไม่ขัด รธน.

เนติวิทย์ จ่อคุก หลังศาล รธน. มีมติเอกฉันท์ กฎหมายเกณฑ์ทหารไม่ขัด รธน.

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พระราชบัญ ญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา 27 และมาตรา 45 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องจากศาล แขวงสมุทรปราการส่งคำโต้แย้งของ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลยในคดีหมายเลขดำที่ อ.3118/2568ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหลีกเลี่ยงเกณฑ์ทหารตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 หลังจากเมื่อ 5 เม.ย. 2567 นายเนติวิทย์เดินทางไปยังสถานที่ณ สถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เมื่อ 5 เม.ย.2567 ที่เทศบาลบางปู จ.สมุทรปราการ และได้อ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากเห็นว่าขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน เป็นระบบที่เหลื่อมล้ำหลายมาตรฐานไม่ได้ทำให้เกิดความเสมอภาคของพลเมือง ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกได้ว่าจะเข้ารับราชการทหารหรือไม่โดยไม่ถูกบังคับ

โดยศาลแขวงสมุทรปราการได้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2568 และเนติวิทย์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงสมุทรปราการในวันดังกล่าวขอให้ส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่ามาตรา 27 และมาตรา 45 พ.ร.บ.รับราชการทหารซึ่งเกี่ยวกับการเรียกชายไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารและการกำหนดโทษในกรณีไม่เข้ารับการตรวจเลือกนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2567 มาตรา27 และมาตรา 45ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 31ระบุว่า มาตรา 27ทหารกองเกินซึ่งถูกเรียกต้องมาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก ตามกำหนดหมายนั้นโดยนำใบสำคัญทหารกองเกิน บัตรประจำตัวประชาชน และประกาศนียบัตรหรือหลักฐาน การศึกษามาแสดงด้วย ถ้าไม่มาหรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ ให้ถือว่าทหารกองเกินนั้นหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก เว้นแต่

(1) ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยปัจจุบันทันด่วนให้ไปราชการอันสำคัญยิ่ง หรือไปราชการต่างประเทศโดยคำสั่งของเจ้ากระทรวง

(2) นักเรียนซึ่งออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(3) ข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ราชการ หรือโรงงานอื่นใด ในระหว่างที่มีการรบหรือการสงคราม อันเป็นอุปกรณ์ในการรบหรือการสงครามและอยู่ในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม

(4) บุคคลซึ่งกำลังปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยทหารในราชการสนาม

(5) เกิดเหตุสุดวิสัย

(6) ไปเข้าตรวจเลือกที่อื่น

(7) ป่วยไม่สามารถจะมาได้ โดยให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้มาแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจเลือกในวันตรวจเลือก

กรณีตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ต้องได้รับการผ่อนผันเฉพาะคราวจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย หรือผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย

มาตรา 45 บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือก เข้ารับราชการทหารกองประจำการตามหมายเรียกของนายอำเภอ หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจเลือก หรือไม่ อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ หรือหลีกเลี่ยง หรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหาร กองประจำการตามพระราชบัญญัตินี้ หรือบุคคลใดเข้ารับราชการทหารกองประจำการแทนผู้อื่น หรือเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยสัญญาว่าจะช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใดมิ ให้ต้องเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ยังให้รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ยังให้รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

ปม บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ยังให้รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.20 น.

ศาลรธน.ยังรอความเห็นพยาน-ผู้เชี่ยว ชาญ ปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาอภิปรายในคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน( ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ ในฐานะผู้ถูกร้อง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ให้รอความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ถ้อยคำพยาน ความเห็นและพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณา ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

นายกฯ ตั้งคกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าพร้อมจ่าย รอบด้าน โปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชน

นายกฯ ตั้งคกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าพร้อมจ่าย รอบด้าน โปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชน

นายกฯ ตั้งคกก.ศึกษาโครงสร้างค่าไฟ แก้ปัญหาค่าพร้อมจ่าย รอบด้าน โปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชน

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

นายกฯ ตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงสร้างค่าไฟ ลุยแก้ปัญหา “ค่าพร้อมจ่าย” รอบด้าน โปร่งใส ยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทำลายแรงจูงใจลงทุนระบบไฟฟ้าประเทศ 

วันที 12 พฤษภาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาราคาไฟฟ้าในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะประเด็นต้นทุนจากสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญทั้งค่าความพร้อมจ่าย หรือ Availability Payment (AP) และค่าพลังงานไฟฟ้า หรือ Energy Payment (EP) ที่ถูกหยิบยกเป็นข้อห่วงกังวลจากประชาชนและภาคเอกชนในช่วงค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นรองประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย  อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงาน กกพ. และผู้แทนภาคประชาชน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน ทั้งในส่วนค่าความพร้อมจ่ายและค่าพลังงานไฟฟ้า รวมถึงทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามกฎหมาย เป็นธรรมแก่คู่สัญญาทุกฝ่าย และสอดคล้องกับภาระต้นทุนที่ประชาชนต้องรับผิดชอบ

การดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลมีความเข้าใจว่าค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนสำคัญของครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่การแก้ไขปัญหาจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช้เพียงมาตรการเฉพาะหน้า เพราะระบบไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงพลังงาน การลงทุนระยะยาว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ รัฐบาลต้องใช้กระบวนการที่โปร่งใส ดึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวิเคราะห์ปัญหาและหาทางออก ด้วยเป้าหมายหลักคือทำให้ระบบพลังงานไทยมีความมั่นคง โปร่งใส แข่งขันได้ และประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด โดยจะเดินหน้าแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าอย่างจริงจัง บนหลักกฎหมาย ความเป็นธรรม และการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

“ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน รัฐบาลไทยไม่ได้มองเพียงการประคองสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสทบทวนโครงสร้างค่าไฟให้เป็นธรรมขึ้น ประชาชนต้องได้รับการดูแล ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายต้องอยู่ได้ มีแรงจูงใจลงทุนและพัฒนาระบบไฟฟ้าไทยต่อไป” น.ส.รัชดา กล่าว

เกี่ยวอะไรกับผม!? พิพัฒน์ ยัวะโดนถามปม อาม่า กว้านซื้อที่ดินใกล้ โครงการแลนด์บริดจ์

เกี่ยวอะไรกับผม!? พิพัฒน์ ยัวะโดนถามปม อาม่า กว้านซื้อที่ดินใกล้ โครงการแลนด์บริดจ์

เกี่ยวอะไรกับผม!? พิพัฒน์ ยัวะโดนถามปม อาม่า กว้านซื้อที่ดินใกล้ โครงการแลนด์บริดจ์

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.58 น.

เกี่ยวอะไรกับผม!? พิพัฒน์ ปัดข่าว อาม่า กว้านซื้อที่ดินใกล้ โครงการแลนด์บริดจ์ ยันน้องชายแจงชัดในนามบริษัทแล้วว่าไม่มีสักไร่ ชิงตัดบทไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวเข้าตัว

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ ”อาม่า มารีน“ ไปกว้านซื้อที่ดินใกล้กับบริเวณที่จะทำโครงการแลนด์บริดจ์ว่า “อาม่าอะไร อาม่าทำไม แล้วเกี่ยวอะไรกับผม”

เมื่อถามว่าเป็นรมว.คมนาคม เชื่อมโยงกับคนในบริษัทนามสกุลรัชกิจประการ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นกรรมการบริษัท CEO ก็น้องชาย มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเอาไปเชื่อมโยงว่าเป็นบริษัทไปกว้านซื้อที่ดิน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาออกมาแถลงแล้วใช่มั้ยว่าเขาไม่ได้เกี่ยว เและไม่ได้มีที่สักแปลง ดังนั้นว่างๆ ก็โทรศัพท์ถามเขาเนาะ ตนไม่ค่อยอยากจะคุยเรื่องนี้ คุยไปเดี๋ยวเข้าตัวอีก

ครม.ไฟเขียว สิทธิบัตรทองฮีโร่ ดูแลครอบครัว 27 ทหารกล้า เสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา

ครม.ไฟเขียว สิทธิบัตรทองฮีโร่ ดูแลครอบครัว 27 ทหารกล้า เสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา

ครม.ไฟเขียว สิทธิบัตรทองฮีโร่ ดูแลครอบครัว 27 ทหารกล้า เสียชีวิตชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.53 น.

รัฐบาลดูแลต่อเนื่อง ครอบครัวกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา ได้ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” รักษาพยาบาลเทียบเท่าสิทธิข้าราชการ

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางดูแลครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าของสิทธิจะเสียชีวิตลง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากกรณีข้าราชการทหารเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 27 ราย ส่งผลให้บุคคลในครอบครัวจำนวน 40 ราย สิ้นสุดสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ และต้องกลับไปใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการดูแลครอบครัวของผู้เสียสละให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสมและสมศักดิ์ศรี

สาระสำคัญคือ มอบหมายให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดำเนินการให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตดังกล่าว ได้รับ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes โดยสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในขอบเขตเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ

สิทธิดังกล่าวจะคงอยู่จนกว่าผู้มีสิทธิจะได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย และในกรณีบุตรของผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ โดย สปสช. จะเป็นหน่วยงานบริหารจัดการระบบและดูแลการใช้สิทธิให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

ทั้งนี้ สปสช. ประมาณการงบประมาณในการดำเนินการไว้ปีละ 780,040 บาท โดยในปีงบประมาณ 2569 จะขอรับจัดสรรจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และในปีงบประมาณต่อไปจะเสนอขอรับจัดสรรตามกระบวนการงบประมาณประจำปี

นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่ากำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน คือผู้เสียสละอย่างสูงสุด การดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงไม่ใช่เพียงสวัสดิการ แต่คือความรับผิดชอบของรัฐที่ต้องยืนเคียงข้างครอบครัวของผู้กล้าอย่างต่อเนื่อง

“ผู้เสียสละเพื่อชาติ ไม่ควรถูกจดจำเพียงในวันที่จากไป แต่ครอบครัวของเขาต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ นี่คือการส่งต่อความมั่นคงจากแนวหน้า สู่ความมั่นใจของครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง” นางสาวลลิดา กล่าว

บอลโลก คนไทยดูฟรีแน่ อนุทิน สั่ง กรมประชาสัมพันธ์-กสทช. เร่งปิดดีลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

บอลโลก คนไทยดูฟรีแน่ อนุทิน สั่ง กรมประชาสัมพันธ์-กสทช. เร่งปิดดีลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

บอลโลก คนไทยดูฟรีแน่ อนุทิน สั่ง กรมประชาสัมพันธ์-กสทช. เร่งปิดดีลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.48 น.

นายกฯ ยัน ครม. ทราบแล้วเรื่อง บอลโลก สั่งกรมประชาสัมพันธ์ผนึกกำลัง กสทช. เร่งบริหารจัดการเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ย้ำชัดจุดยืน “คนไทยต้องได้ดูฟรี” เหมือนเดิม

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้ความเชื่อมั่นถึงการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) โดยระบุว่าที่ประชุม ครม. รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

อนุทิน ชาญวีรกูล

ทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กรมประชาสัมพันธ์ เป็นตัวกลางในการประสานงานร่วมกับ กสทช. เพื่อวางแผนการดำเนินงานให้ราบรื่นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อสื่อมวลชนถามย้ำว่าคนไทยจะได้ชมฟรีหรือไม่ นายกฯ ตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “ต้องฟรีสิ” ส่วนรายละเอียดเรื่องลิขสิทธิ์จะเป็นการซื้อโดยภาครัฐหรือดึงเอกชนมาร่วมสัมปทานนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง