แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

แอนเดรีย สวอเรซ อดีตนักร้องดังยุค 90 เล่าชีวิตอยู่อเมริกา พร้อมอัปเดตหัวใจ หลังหย่าขาดกับอดีตสามี

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.00 น.

เป็นนักร้องชื่อดังขวัญใจแฟนเพลงยุค90 สำหรับ ”แอนเดรีย สวอเรซ” ที่บินกลับมาเมืองไทยเปิดเล่าชีวิตอยู่อเมริกาพร้อมทั้งอัปเดตหัวใจหลังจากหย่าขาดกับอดีตสามี และไฮไลต์สำคัญแท็กแก๊งค์ “Kita” บอกเล่าคอนเสิร์ตสุดพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 โดย “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ใช้ชีวิตอยูที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง?

แอนเดรีย : ชีวิตหลากหลายรสชาติมาก ทำงานเป็นทนายมีที่ปรึกษากฎหมายของตัวเอง แล้วเล่นกีฬาไตรกีฬา

ทำหน้าที่เป็นทนายมาแล้วกี่ปี?

แอนเดรีย : เป็นมา 19 ปี เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ในช่วง 10 ปีแรกจะมีโดนข่มจากอาวุโสว่าฉันเป็นทนายมานานกว่าที่ยูมีอายุอีก

เป็นทนายอยู่ที่อเมริกามีโอกาสได้ร้องเพลงไหม?

แอนเดรีย : ได้ไปร้องเปิดคอนเสิร์ตให้กับพี่มอส พี่มอสมาอเมริกา 2 ปีที่แล้ว เขาชวนไปร้องเพลง

มีโอกาสทำคลิปให้ความรู้เรื่องกฎหมายด้วย?

แอนเดรีย : มีค่ะ เกี่ยวกับการสนับสนุนสิทธิของผู้หญิง จะสอนความรู้เรื่องกฎหมายก็เลยจะคลิปสอนเรื่องกฎหมาย

อัปเดตเรื่องความรักเผยแยกทางกับสามีแล้ว?

แอนเดรีย : แยกทางกันมา 4 ปีกว่าแล้ว รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า ทั้งหมดอยู่ด้วยกัน 20 ปี แต่งงานกันประมาณ 13 ปี และช่วงหลังๆ รู้สึกว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ละคนต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนเราเป็นทีมแล้วและก็ไม่มีความสุข คิดว่า เราจะมีความสุขกว่าถ้าแยกทางกันไป

หลังแยกทางกันไปมันเป็นอย่างที่เราคิดจริงไหม?

แอนเดรีย : จริงค่ะ คืออยากแชร์เลยถ้ามีความกลัวว่าในอนาคตที่เราไม่รู้ว่จะเป็นยังไง ถ้าเราชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อในความสามรถของตัวเองว่ายังไงหาทางได้แอนเดรียบอกเลยว่า หลังจากเลิกกันมีความสุขมากที่สุด เวลาเลิกกันแล้ว ใช้ชีวิตแค่ตัวเองมันทำให้ทำความรู้จักกับตัวเองมันก็สนุกดีนะ

หัวใจสีชมพูมีรักครั้งใหม่แล้ว?

แอนเดรีย : มีค่ะ

เป็นคนสัญชาติไหน?

แอนเดรีย : เป็นคนอเมริกันเหมือนกัน คบประมาณปีหนึ่ง ชื่อคริส เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสงบพูดอะไรและทำ ตรงนี้นับถือมากๆ บอกจะอะไรเขาทำ

แล้วไปเจอกันยังไง?

แอนเดรีย :  แอปค่ะ วันนี้ไม่ได้มา

รักครั้งใหม่ทำไมเปิดใจให้กับเขา?

แอนเดรีย :  เรารู้สึกว่าอยู่กับเขาสนับสนุนกัน ทำให้เราเติบโตด้วยอยู่ด้วยกันสงบ

หากย้อยกลับไป “แอนเดรีย” เป็นศิลปินชื่อดังยุค 90 มีเพลงดังมากกับ “สบตา” ย้อนจุดเริ่มต้นในวงการ?

แอนเดรีย : ตอนอายุประมาณ 11 เรียนแจ๊สกับครูและมีคนติดต่อถามอาจารย์มีเด็กผู้หญิงไหมที่เต้นเก่ง และส่งไปแคสโฆษณาได้ ซึ่งส่งแอนเดรียไปแคสงานชิ้นแรกคืองานโฆษณา หลังจากนั้นโคโรกราฟที่ Kita เลยชวนไปเต้นคอนเสิร์ต และได้ไปเต้นคอนเสิร์ตของ พี่อ้อม สุนิสา เต้นในคอนเสิร์ตพี่อ้อม เจ้าของค่ายKita เห็น มีโอกาสเข้าไปเทสต์เสียง รู้สึกโชคดีที่มีโอกาสไปเทสต์เสียง และเรียนร้องเพลงกับครูอ้วน มณีนุช มันคือสิ่งที่เรารัก

เดบิวต์ครั้งแรกจำได้ไหม?

แอนเดรีย :  อายุ 15 ค่ะ 

เกิดอะไรขึ้นวางไมค์ยุติบทบาทศิลปิน?

แอนเดรีย : มันมีปัจจัยหลายอย่าง และ แม่ถามอยากไปเรียนอเมริกาไหม เราคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีน่าสนุก ที่แม่ถามมารู้ทีหลังว่า ตอนนั้นมีสตอล์กเกอร์ มีคนมาแอบรอที่บ้าน รอหน้าบ้านในซอยและมีส่งจดหมายมา แม่เป็นห่วง ถามว่า เสียดายไหม ไม่เสียดายเลย มั่นใจในการตัดสินใจ แอนเดรียไมได้ยึดติดการเป็นนักร้องจะทำได้ตลอดชีวิตซึ่งแอนเดรียอยากทำอะไรหลายๆ อย่าง

ตอนไปอยู่อเมริกา มีติดต่อเพื่อนใน “Kita” หรือเปล่า?

แอนเดรีย : ก็ยังติดต่อกัน  เมื่อไหร่กลับมา ก็กลับมาไปทานข้าว แฮงเอ้าท์กัน และกลับมาเล่นคอนเสิร์ตบ้าง

เปิดตัวแขกรัญเชิญพิเศษ “จอย T-Skirt” ทราบมาว่าคือหัวเรือใหญ่ของแก๊งค์?

จอย T-Skirt : ไม่ถึงกับหัวเรือใหญ่ มีหลายท่าน มีพี่บุ๋ม ตรีรัก ด้วย ซึ่งพี่บุ๋มจะเป็นคนส่งสาสน์ เพราะไปหาแอนเดรียทุกปี กับแอนเดรีย จริงๆ เราคุยกับทางไลน์ทางแชทตลอด

ทราบมาว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ?

จอย T-Skirt : ในปี 68 ตอนนั้นไม่ทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ปวดท้อง มีประจำเดือนออกมาผิดปกติ ไหลเป็นน้ำ ซึ่งทุกคนเป็นห่วง ก็ส่งข่าวไปให้แอนเดรียทราบ เขาน่ารักมากบอกต้องสตรองนะเขาจะบอกทุกอย่างจะเคลียร์จะดีขึ้น หลังจากนั้น เจออีกสองจุด ตอนแรกเป็นมะเร็งมดลูกระยะที่ 4 ไปหาคุณหมอและเจอเพิ่มขึ้นมีที่ปอด 1 จุดและเต้านมอีก 3 มิล ซึ่งหมอยังไม่สรุปว่าเป็นเนื้อร้ายไหม ต้องติดตาม

อยากให้เล่าความรู้สึกว่าผ่านมาได้ยังไง?

จอย T-Skirt : หัวใจที่แข็งแรง มันต้องสตรอง ไม่ท้อ เมื่อเกิดขึ้นแล้วถอยหลังไม่ได้ วินาทีที่เราทราบว่าเป็นมะเร็งใจแย่เหมือนกัน แต่เราก็ถอยไม่ได้ ต้องสู้สิ ลูกชายมารู้ตอนหลังไม่ได้บอกลูกเลย ตอนนั้นลูกจะสอบเข้าม.1 กลัวเขากังวล เลยปิดเป็นความลับ เราก็ใส่วิก โพกหัว บอกแม่เป็นแค่เนื้องอกแต่เขารู้ แต่เขาไม่พูด เพราะเขารู้ว่าแม่ปิด ตอนนี้ ระวังเรื่องอาหารการกิน ความเครียด เรื่องการใช้ชีวิต ความเครียดสำคัญ เมื่อไหร่เราเครียดเซลล์มะเร็งจะดีใจมากน้องจะแตกตัวมีความสุขในร่างกาย แต่ทุกวันนี้ ก็กลับมาทำงาน กลับมารับงาน เพราะถ้าไม่มีงาน เราจะไม่มีเงิน พอไม่มีเงิน จะเครียดกังวล เรายังเป็เสาหลักของครอบครัว

อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษ “ฝันดี,ฝันเด่น,อ๊อฟ,Dr.Kids,จอยT-Skirt, ยุ้ย ปัทมวรรณ” เมาท์ความสนิทในแก๊งค์”

“ฝันดี-ฝันเด่น” ดังมาก มีวีรกรรมแสบเยอะมากคนดูแล 4 คน?

ฝันดี : งานมันเยอะด้วย และคนที่ดูแลเราออกไป ก็รุ่งเรืองหมดเลยนะ 

ฝันเด่น : ฉายาแฝดนรก ช่างแต่งหน้าเป็นคนตั้งให้ เวลาเราออกคอนเสิร์ตออกอัลบั้มอยู่กันเป็นปีเลยรู้จักกัน ช่างหน้าทำผมก็สนิท แซวกันตามสัญลักษณ์ที่เขาเป็นเช่น หัวเถิก เมื่อก่อนมันแซวได้ และเขาจะเรียกเราอีแฝดนรกแกล้งอีกแล้ว ซึ่งเราเป็นคนขี้แกล้ง

จอย T-Skirt  : มันคือการแสดง เวลาเขาเจอคนอื่นจะแฝดนรกแต่จริงๆ เขาเป็นเรียบร้อย

พี่ใหญ่สุดในแก๊งค์แต่หัวใจวัยรุ่นจริงไหม?

“อ๊อฟ Dr.Kids : เราไม่เคยทำตัวแก่หัวใจเราเป็นเด็กอยู่เสมอยังชอบร้องพลงเต้น สนุกสนานเฮฮา

เล่าที่มาชื่อ “Kita 40 Up”?

ฝันดี : มาจาก จอย T-Skirt เพราะความป่วยของเขา แต่คำว่า Kita อยู่กับพวกเรามาโดยตลอดก็เลยคุยกันเกิดจากเขาป่วย อยากช่วยเขา ถ้าเพื่อนมาตรา 4 แล้วลูกก็ยังเด็ก ค่าใช้จ่ายก็ตั้งเยอะต้องทำยังไงที่จะช่วยเพื่อนได้ เพราะเราก็ช่วยคนอื่นมาเยอะเลยคุยกับเล็ก เรารวมตัวเพื่อตั้งวงขึ้น มาคุยกันในกลุ่มมีคนยกมือเห็นด้วยเราก็รวมตังค์กัน และหลังจากนั้นมีผู้ใหญ่นักแต่งเพลงเห็นความตั้งใจให้ ใช่ชื่อ Kita และใช้เพลง Kita ได้

จอย T-Skirt : นอกจากนักแต่งเพลงยังมีพี่แปลง สไตล์ลิสต์ ดูแลเสื้อผ้าให้ด้วย

อยากให้เชิญชวน “คอนเสิร์ต Kita 40 Up Present “My Best Friend is Coming” จัดขึ้น Sliding Doors

ฝันดี: ในโอกาสนี้อยากฝากกราบเรียนพี่น้องทุกท่านวันที่ 18 มาเจอกับพวกเราได้จองบัตรกันได้ เราเหลือบัตรไม่มากตั้งใจโชว์ 200 ที่นั่งตอนนี้ เหลือ 180 แอนเดรีย เราซื้อตั๋วให้เพื่อมาโชว์ในครั้งนี้ เศรษฐกิจเป็นยังไงรู้ เราต้องจ้างเขาเพื่องานนี้ ฝากด้วยมาเจอกับพวกเรา วันที่ 18 เมษายน ใครที่จองบัตรเรียบร้อยมาเจอกัน ประตูเปิด13.00น.โชว์ 14:00น. มีสุขสนานกันอย่างเต็มที่

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

อ่างทอง-บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี เป็นไปอย่างโศกเศร้ามีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวมหาดไทยเป็นจำนวนมาก ที่บ้าน ในอำเภอแสวงหา

วันที่ 21 เมษายน 2569 บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี มหาดไทย  ที่บ้านหมู่ 12 ตำบลแสวงหา  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เป็นไปอย่างโศกเศร้า  มีแฟนคลับ ชาวบ้าน และคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจ กับครอบครัวมหาดไทย เป็นจำนวนมาก

โดยมีพระสุวรรณวชิราทร (ประเวศ สุทฺธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองเป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และนายเอกชัย  ศรีวิชัย   เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการทำพิธีรดน้ำ

คุณพ่อ ประดิษฐ์ มหาดไทย อายุ 68 ปี  ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวใน ICU จากไปอย่างสงบในวันที่ 12 เมษายน 2569 หลังรักษาตัว   จากการถูกรถกระบะชน   ขณะขี่รถจักรยานยนต์  นานกว่า 2 เดือน  

ซึ่งทางครอบครัวจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล  ที่บ้าน อำเภอแสวงหา  โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ ในวันนี้ เวลา 16.00 น. และพิธีสวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ของทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน ก่อนจะจัดพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน เวลา 16.00 น.

รายงาน เพิ่มเติม  คืนนี้ 12 เม.ย. จ๊ะ นงผณี มีคิวแสดงคอนเสิร์ตในงาน “แม่กลองสะเทือน ปลาทูสะดุ้ง” ครั้งที่ 3 ในวันที่ 12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีน้ำสุดมันส์ช่วงสงกรานต์ที่จัดขึ้น 6 วันเต็ม (10-15 เมษายน 2569) ณ จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมศิลปินตัวท็อปอีกมากมาย

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

12 เมษายน 2569 หลังจากที่เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อปลายปี 2568 สำหรับคู่ของสาวมายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล กับหวานใจนักธุรกิจหนุ่ม พาย สุนิษฐ์ (สก๊อต) ทายาทหมื่นล้านตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี แห่งอาณาจักร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น 

ล่าสุด สาวมายด์ ลภัสลัล กับ สามี พาย สุนิษฐ์ ได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@wjmild” ว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งคู่ได้เผยโมเมนต์ผ่านคลิปวิดีโอขณะไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ถือเป็นแหล่งความทรงจำของทั้งคู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ปีนี้มีคนอยากมาด้วย #Coachella2026” ในคลิปดังกล่าว มายด์ ลภัสสลัล ได้อวดพุงน้อยๆ พร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข ขณะที่สามี พาย สุนิษฐ์ ก็ยืนเคียงข้างพร้อมลูบท้องของภรรยาอีกด้วย 

ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นก็มีแฟนคลับ รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงได้เข้มาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก #ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยครับ 

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

วานนี้ 12 เมษายน 2569 เรียกว่าเป็นภาพที่ดูแล้วต้องอมยิ้มตามจริง ๆ สำหรับความน่ารักของครอบครัวโบนันซ่า เมื่อคุณปู่ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นร่วมกับคุณย่าและหลานสาวสุดที่รักทั้งสองคนอย่างน้องปีใหม่และน้องโคโม่เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย

โดยในภาพคุณปู่ไพวงษ์มาในชุดเสื้อฮาวายสีสดใส นั่งอยู่บนโซฟากับคุณย่า โดยมีหลานสาวทั้งสองคนขนาบข้างอย่างใกล้ชิด งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องเข้ามาคอมเมนต์ทักเป็นเสียงเดียวกันถึงความหน้าคล้ายที่ส่งต่อกันมาทางพันธุกรรมแบบเป๊ะ ๆ

ไพวงษ์ โบนันซ่า

โดยคุณปู่ไพวงษ์ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสั้น ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งทางด้านแฟนคลับและชาวเน็ตก็ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เช่น

“น่ารัก อบอุ่นมากๆๆค่ะ”

“ใช่เลยครับ”

“น่ารักมากๆค่าหลานสาวทั้ง2”

“ใช่ๆค่ะ”

“ใช่ค่ะๆ”

“Yes Her dad looks like mom, so”

“น้องปีเป็นสาวแล้ว เวลาเดินไวจริงๆ”

“น้องปีเป็นสาวแล้วค่ะยิ่งโตยิ่งสวย”

“น้องปีสวยเหมือนคุณย่ามากๆคร่า”

ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม pv_bonanza

สุข…เหมือนอยู่ ‘บ้านหลังที่ 2’ ชู ‘อุ้มผางวิทยาคม’ ต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาชายขอบ

สุข...เหมือนอยู่ ‘บ้านหลังที่ 2’ ชู ‘อุ้มผางวิทยาคม’ ต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาชายขอบ

สุข…เหมือนอยู่ ‘บ้านหลังที่ 2’ ชู ‘อุ้มผางวิทยาคม’ ต้นแบบ สร้างโอกาสทางการศึกษาชายขอบ

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (สพม.ตาก) เผยภาพความสำเร็จการจัดการศึกษาเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ชี้อุปสรรคทางภูมิศาสตร์ 1,219 โค้ง ไม่ใช่ปัญหาในการส่งต่อคุณภาพการศึกษา พร้อมดูแลสวัสดิภาพนักเรียนบ้านพักนอนกว่า 300 ชีวิต ให้มีความสุขเสมือนอยู่บ้านหลังที่สอง

นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.ตาก เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจคณะครูและนักเรียนโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ว่า พื้นที่ อ.อุ้มผาง แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความยากลำบากในการเดินทาง แต่หัวใจสำคัญของ สพม.ตาก คือการทำให้ “ความห่างไกล” ไม่ใช่ “การขาดโอกาส” โดยปัจจุบันนโยบายทางการศึกษาได้ถูกขับเคลื่อนให้เข้าถึงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของโรงเรียนบนดอยให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

หลายคนอาจมองว่าเด็กบนดอยคือเด็กด้อยโอกาส แต่จากการสัมผัสจริง ผมพบว่าเด็กๆ ที่นี่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียนสูงมาก หน้าที่ของเราคือการทลายกำแพงเรื่องระยะทาง เพื่อส่งมอบการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนกว่า 1,200 ชีวิตในพื้นที่แห่งนี้ ผู้อำนวยการ สพม.ตาก กล่าวและว่า

นอกจากด้านวิชาการและทักษะอาชีพ สพม.ตาก ยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพความเป็นอยู่ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในการสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักเรียนพักนอนให้แก่เด็กนักเรียนกว่า 300 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่บ้านอยู่ห่างไกลและเดินทางลำบาก เพื่อให้เด็กๆได้พักอาศัยอย่างปลอดภัย มีโภชนาการที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ส่งผลให้โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคมกลายเป็นโมเดลต้นแบบของการจัดการศึกษาในพื้นที่ชายขอบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีศิษย์เก่าที่ได้รับทุนการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพที่มั่นคงกลับมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ได้ย้ำปณิธานสำคัญในการทำงานว่า “ไม่ว่าเด็กจะอยู่เมือง หรืออยู่ป่า จะต้องได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเท่าเทียมกัน” เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

มมส คว้าที่ 3 เวทีโลกที่จีน โชว์นวัตกรรม AI วางผังเมืองอัจฉริยะ ‘SCPP–RDSC’

มมส คว้าที่ 3 เวทีโลกที่จีน โชว์นวัตกรรม AI วางผังเมืองอัจฉริยะ ‘SCPP–RDSC’

มมส คว้าที่ 3 เวทีโลกที่จีน โชว์นวัตกรรม AI วางผังเมืองอัจฉริยะ ‘SCPP–RDSC’

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สร้างชื่อเสียงบนเวทีโลกในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย โดยทีม SCPP–RDSC จากหน่วยวิจัยและพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (RDSC) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สามารถคว้ารางวัลที่ 3 (Third Prize) จากการแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ “AI for All: China–ASEAN Super League” Smart City Development and Innovation Competition ณ เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะระดับภูมิภาคที่ยิ่งใหญ่ โดยมีทีมเข้าร่วมชิงชัยกว่า 10,000 ทีมจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน โดยทีม SCPP–RDSC สามารถฝ่าฟันจนผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศซึ่งมีเพียง 30 ทีมในสาย University Track และเป็น 1 ใน 14 ทีมในสาขา Urban Construction & City Governance โดยถือเป็นทีมไทยเพียงทีมเดียวที่นำโดยมหาวิทยาลัยไทยในสายการแข่งขันนี้

ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำเสนอผลงาน Smart City Planning Platform (SCPP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นโดยหน่วยวิจัย RDSC บนพื้นฐานของระบบ SuperMap GIS ผสานกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อรองรับการบริหารจัดการเมืองแบบ Adaptive Urban Governance โดยแพลตฟอร์มนี้มีขีดความสามารถในการวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดิน ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านผังเมืองอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้มีการนำร่องใช้งานจริงในพื้นที่เมืองมหาสารคามภายใต้โครงการประเมินผังเมืองตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562

สำหรับทีมผู้อยู่เบื้องหลังความภาคภูมิใจนี้ นำโดย รศ.ดร.ธราวุฒิ บุญเหลือ และ ผศ.ดร.กฤษณุ ผโลปกรณ์ พร้อมด้วยคณะนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา ได้แก่ นายสนธยา รัตนทิพย์, นายณัฐพงศ์ เพื่อนสงคราม, นายศิลา ศิลาขาว, น.ส.แพรวพรรณ ปาสานำ, น.ส.วิภารัตน์ หนูปัทยา และนายนันทวัฒน์ ธนจันทร์

โดย รศ.ดร.ธราวุฒิ บุญเหลือ หัวหน้าทีม ได้กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า แม้จะไม่ได้รางวัลสูงสุดแต่ก็ภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย นำงานวิจัยที่สร้างขึ้นด้วยฝีมือคนไทยไปยืนบนเวทีระดับสากล และพร้อมจะนำประสบการณ์กลับมาพัฒนา SCPP เพื่อก้าวต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ หน่วยวิจัย RDSC ยังคงมุ่งเน้นการบูรณาการเทคโนโลยี GIS, IoT, AI และ Digital Twin เพื่อยกระดับการบริหารเมือง โดยที่ผ่านมาได้รับรางวัลระดับนานาชาติต่อเนื่องถึง 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025 ยืนยันถึงศักยภาพความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะในระดับภูมิภาคอาเซียน ของอาจารย์ นักวิจัย และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มหิดลโชว์ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า ลดเวลาในการแจ้งเตือนเหลือภายใน 2 นาที

มหิดลโชว์ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า ลดเวลาในการแจ้งเตือนเหลือภายใน 2 นาที

มหิดลโชว์ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า ลดเวลาในการแจ้งเตือนเหลือภายใน 2 นาที

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทุน ววน. สนับสนุนนักวิจัย ม.มหิดล พัฒนา “ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า” แจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ ไปยังผู้ดูแลอาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเวลาไม่เกิน 2 นาที โดยใช้เทคโนโลยีผสมผสานในการประมวลผลและกระจายข้อมูลแผ่นดินไหวแบบเรียลไทม์

รศ.ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนักวิจัยของศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ เปิดเผยถึงนวัตกรรมล่าสุดที่ว่า ทีมวิจัยได้พัฒนานวัตกรรม “ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างเซนเซอร์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนทางกายภาพร่วมกับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และอัลกอริทึม เพื่อประมวลผลและกระจายข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่กำลังเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์

“ปัจจุบันระบบที่พัฒนาโดย Thaiquake by MU เป็นระบบอัตโนมัติ 100% ที่คำนวณตำแหน่งได้ภายใน 1 นาที และคำนวณขนาดแผ่นดินไหวได้ภายใน 2 นาที พร้อมส่งแจ้งเตือนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันมือถือ อีเมล และเทเลแกรม ไปยังผู้ดูแลอาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งนักวิจัยพยายามพัฒนาให้ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที จากที่ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาใช้เวลานาน 15-30 นาทีในการคำนวณ ทำให้ไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้”

นักวิจัยระบุว่า แม้ภัยแผ่นดินไหวไม่สามารถทำนายได้ล่วงหน้า แต่สามารถเตือนภัยได้ด้วยระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า โดยอาศัยหลักการเคลื่อนที่ของคลื่นแผ่นดินไหว ตั้งแต่คลื่นที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดไปจนถึงคลื่นที่เคลื่อนที่มาถึงช้าที่สุดแต่กลับมีขนาดใหญ่และสร้างความเสียหายรุนแรงต่ออาคารบ้านเรือนได้ โดยใช้ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าเพื่อตรวจจับสัญญาณคลื่นปฐมภูมิ แล้วคำนวณหาจุดศูนย์กลางและประมาณค่าขนาดแผ่นดินไหวให้เร็วที่สุด ก่อนที่คลื่นทุติยภูมิและคลื่นแรลลี่ซึ่งอยู่ผิวดินจะเดินทางมาถึงพื้นที่ที่ต้องการแจ้งเตือน เช่น ระยะทางจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร เวลาที่คลื่นปฐมภูมิจะมาถึงใช้เวลาประมาณ 15 นาที หากสามารถคำนวณหาจุดศูนย์กลางและประมาณค่าขนาดแผ่นดินไหวได้ภายในเวลาน้อยกว่า 15 วินาที ก็จะสามารถแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวได้ก่อน

ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในประเทศไทยมักมีจุดกำเนิดในประเทศเมียนมา ยกตัวอย่างเช่น เชียงตุง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 100 กิโลเมตร และกรุงเทพฯ ประมาณ 850 กิโลเมตร จึงมีเวลาประมาณ 28 วินาที และ 240 วินาทีตามลำดับก่อนที่คลื่นแผ่นดินไหวจะมาถึง แสดงให้เห็นว่า “ยิ่งไกลจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวมากเท่าไร เราจะยิ่งมีเวลาในการประมวลผลและแจ้งเตือนได้ก่อนการสั่นไหวจะมาถึง” ดังนั้นหัวใจสำคัญของระบบดังกล่าวคือ เวลาที่ใช้ในการประมวลผลคำนวณหาจุดศูนย์กลางและประมาณค่าขนาดแผ่นดินไหว ซึ่งลดเวลาคำนวณได้โดย 1.สถานีตรวจแผ่นดินไหว ต้องติดตั้งใกล้กับแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวให้มากที่สุด 2.จำนวนสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว ต้องมีมากพอและครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ใกล้แหล่งกำเนิด 3.สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหว ต้องส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ลักษณะขนาด และส่งข้อมูลมาที่ EEW server โดยตรง 4.ระบบสื่อสารควรมีความล่าช้าของสัญญาณต่ำ 5.มีอัลกอริทึมในการคำนวณหาจุดศูนย์กลางและประมาณค่าขนาดแผ่นดินไหวให้เร็วที่สุด ก่อนที่คลื่นแผ่นดินไหวจะเดินทางมาถึง และ 6.ช่องทางการแจ้งเตือนต้องส่งตรงถึงผู้รับ ผ่านช่องทางหรือแอปพลิเคชันที่มีความเร็วสูง

สำหรับการพัฒนาระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าในงานวิจัยนี้ ใช้ open source ของระบบและเทคโนโลยีเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าที่พัฒนาโดย Swiss Seismological Service (SED) ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย ETH Zurich ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการรวบรวม บริหารจัดการ และดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์จากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวต่างๆ เพื่อประมวลผลคลื่นแผ่นดินไหว วิเคราะห์หาจุดศูนย์กลางและขนาดแผ่นดินไหวแบบอัตโนมัติ โดยใช้ Virtual Seismologist (VS) ซึ่งเป็นอัลกอริทึมหรือชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้า โดยประมาณค่าขนาดแผ่นดินไหวและจุดกำเนิดให้เร็วที่สุด

ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง

ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง

ธรรมนัส อวยพรสงกรานต์ ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.42 น.

ธรรมนัส ส่งสุขสงกรานต์ 2569 ชี้ แม้เป็นเทศกาลแห่งความสุข แต่ปชช.ยังเผชิญค่าครองชีพพุ่งสูง ขอให้กำลังใจทุกคนสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปีพุทธศักราช 2569 โดยระบุว่า เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาอันเป็นมงคลของคนไทย เป็นโอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่ การกลับไปหาครอบครัว และการสืบสานประเพณีอันดีงามที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนขอส่งความปรารถนาดีไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้เทศกาลปีใหม่ไทยปีนี้เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และความปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกคนถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ปราศจากอุบัติเหตุ และได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างมีความหมาย

อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญ โดยเฉพาะวิกฤตค่าครองชีพ ที่ยังส่งผลกระทบชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาพลังงานและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับรายจ่าย ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องแบกรับภาระหนักขึ้นในชีวิตประจำวัน

“แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่พี่น้องประชาชนยังต้องเผชิญกับความยากลำบากจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องคนไทยทุกคนก้าวผ่านทุกอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้“ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ประเทศชาติ หรือ มารยาททางการเมือง ย้อนตำนานรัฐบาลชวน 2 ต้นกำเนิด งูเห่า

ประเทศชาติ หรือ มารยาททางการเมือง ย้อนตำนานรัฐบาลชวน 2 ต้นกำเนิด งูเห่า

ประเทศชาติ หรือ มารยาททางการเมือง ย้อนตำนานรัฐบาลชวน 2 ต้นกำเนิด งูเห่า

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.57 น.

ข่าวนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ทาบทามบุคคลมาเป็นที่ “ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี “ ทั้งหมด12 คน และหนึ่งในนั้นที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ อย่างกว้างทั้งชื่นชม และ ตำหนิ คือ ชื่อของ นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีประสบการณ์ เคยเป็นผู้แทนการค้าไทย ขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งการเจรจาดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ

ประเด็นหลักของฝั่งคนที่ออกมาตำหนิ นางศุภจี ก็คือเรื่องมารยาททางการเมือง เพราะนายวีระพงษ์ ยังมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ชื่นชมการตัดสินใจเชิญนายวีระพงษ์ มาช่วยงานสำคัญ โดยไม่ยึดติดว่า สังกัดพรรคไหนก็สามารถเอาความรู้ความสามารถมาช่วยประเทศชาติได้  

วีระพงษ์ ประภา

ต่อมาก็แตกประเด็นไปเป็นเรื่องข้อเท็จจริง ว่า ได้ขออนุญาต หรือแจ้ง หัวหน้าพรรคก่อนหรือไม่ อย่างไร

 แต่ในรายงานชิ้นนี้เราจะไม่ลงในรายละเอียดกรณีนี้  แต่จะพาย้อนไปถึง ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าสำคัญ ที่เป็นการปะทะกันระหว่าง เหตุผลเรื่อง มารายาททางการเมือง กับ ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และเป็นต้นกำเนิดของ ศัพท์การเมืองที่ทุกคนคุ้นกันดี คือ “งูเห่า”  !!

ย้อนเวลาไปเมื่อ เดือนพฤศจิกายน 2540 ประเทศไทย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจ ที่โลกรู้จักในชื่อ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ซึ่งลุกลามไปหลายประเทศ  ในห้วงเวลานั้น  รัฐบาลที่มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถรับมื

อกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ถาโถมอย่างรุนแรงได้ จากวิกฤตเศรษฐกิจ นำไปสู่แรงกดดันทางการเมือง สุดท้ายพลเอกชวลิต ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2540

พลเอกชวลิต

เมื่อนายกรัฐมนตรีลาออก การแข่งขันกันจัดตั้งรัฐบาลก็เริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น ฝั่งรัฐบาลเดิม นำโดยพรรคชาติพัฒนา หวังดัน “น้าชาติ” พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ กลับคืนสู่ตำแหน่งอีกครั้ง

ขณะที่ฝั่งฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปัตย์  ชู  ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาเป็นนายกอีกครั้งเช่นเดียวกัน

ใครดึงเสียงสนับสนุน จากสส.ได้มากกว่า คนนั้นคือผู้ชนะ !

ปฏิบัติการ “พลิกขั้ว” กลางดึก จุดกำเนิดงูเห่า

ตัวแปรสำคัญในขณะนั้นคือ พรรคประชากรไทย ของ นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและมีมติชัดเจนว่าจะสนับสนุน พล.อ.ชาติชาย

แต่ทว่าในคืนวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2540 ประวัติศาสตร์ก็ถูกเขียนใหม่ เมื่อกลุ่ม สส. ในพรรคประชากรไทยจำนวน 12 คน นำโดย นายวัฒนา อัศวเหม และ นายมั่น พัธโนทัย ตัดสินใจ “หักมติพรรค” เดินทางไปยังบ้านพักขอแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลงนามสนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

ชวน หลีกภัย

วาทะอมตะ “ผมเป็นชาวนา ที่ถูกงูเห่ากัด”

ในวันที่ความแตก นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยผู้ขึ้งเคียด ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเปรยเหตุการณ์นี้กับนิทานอีสปเรื่อง “ชาวนากับงูเห่า” > “ผมเป็นเหมือนชาวนาที่ไปเก็บงูเห่าที่กำลังจะตายจากความหนาวเหน็บมาอุ้มชูไว้ในอก ให้ที่พัก ให้ความอบอุ่น แต่พองูเห่านั้นเริ่มมีกำลัง มันก็แว้งกัดชาวนาจนตาย”

วาทะนี้สั่นสะเทือนวงการการเมืองไทย และทำให้คำว่า “งูเห่า” ถูกใช้เรียกนักการเมืองที่ทรยศต้นสังกัดนับแต่นั้นเป็นต้นมา

ขณะที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หรือ เสธ.หนั่น  ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้น และถูกขนานนามว่าเป็น “ผู้จัดการรัฐบาล” ผู้กวักมือเรียกงูเห่าเข้าคอก  โดยยกเหตุผลเรื่องการกอบกู้ชาติจากวิกฤตเศรษฐกิจ

และกลุ่มงูเห่าจากพรรคประชากรไทย ก็ยืนยันจุดยืนว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อให้ประเทศมีรัฐบาลที่ทำงานได้ และหลุดพ้นจากทางตันทางการเมือง

กลุ่มพรรคฝ่ายที่พ่ายแพ้ในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจริยธรรมทางการเมืองอย่างรุนแรง

บทสรุปแห่งประวัติศาสตร์

ผลจากการขยับของกลุ่มงูเห่า 12 เสียงมาสนับสนุน ทำให้ นายชวน หลีกภัย รวบรวมเสียงได้ทั้งสิ้น 208 เสียง ชนะ พล.อ.ชาติชาย ที่รวบรวมได้เพียง 185 เสียง และต่อมาก็มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายชวน ลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2540

นี่คืออีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของการเมืองไทย ในวันที่คนไทยส่วนหนึ่งถกเถียงกันเรื่อง “มารยาททางการเมือง” กับ “ผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า วิกฤตรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่เราเจอยุคต้มยำกุ้ง เสียอีก.

# ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

แม่ยก ปชป.ไม่จบ! ซัด ศุภจี ข้ามหัว อภิสิทธิ์ ดึงวีระพงษ์ เย้ย ภท.หาคนทำงานไม่ได้หรือ!?

แม่ยก ปชป.ไม่จบ! ซัด ศุภจี ข้ามหัว อภิสิทธิ์ ดึงวีระพงษ์ เย้ย ภท.หาคนทำงานไม่ได้หรือ!?

แม่ยก ปชป.ไม่จบ! ซัด ศุภจี ข้ามหัว อภิสิทธิ์ ดึงวีระพงษ์ เย้ย ภท.หาคนทำงานไม่ได้หรือ!?

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.56 น.

แม่ยก ปชป.ไม่จบ! ซัด ศุภจี ข้ามหัว อภิสิทธิ์ ดึงวีระพงษ์ เย้ย ภท.หาคนทำงานไม่ได้หรือ!? 

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2569 นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ต้องขอแจงสักนิด เหตุเพราะถูกวิจารณ์ผิดๆ กรณีศุภจีเชิญวีระพงษ์(รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)ไปเป็นทีมงาน .. ดังนี้

1.ไม่ได้ใจแคบที่วีระพงษ์จะไปทำงานให้บ้านเมือง แต่ศุภจีไปโปรโมทว่าดึงวีระพงษ์ไปเป็นทีมงานอย่างหน้าตาเฉย
– คุณมาบอกกล่าวคุณอภิสิทธิ์หรือยัง
– การกระทำอย่างนี้มันเหมาะสม มีมารยาททางการเมืองหรือไม่

2.ติ่งลุง(ที่กลายพันธุ์มาเป็นติ่งหนู) อย่าสักแต่วิจารณ์เข้าทางตน คิดตามหลักความจริงด้วย

3. การมาดึงวีระพงษ์จะเป็นฝีมือใครก็ตาม(ที่อยากได้คนของปชป.) นางศุภจีต้องโดนเต็มๆเพราะนางเป็นคนออกรับ

4. ฉันยังไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพรรครบ.อยากได้คนของฝ่ายค้านไปทำงาน จึงสามารถคิดไปได้ ว่าพรรคภูมิใจไทยมีบุคคลากรมากมายขนาดนั้นหาคนทำงานด้านนี้ไม่ได้เหรอ ฮาๆๆๆๆๆๆ #นึกว่าจะเก่งสุดยอดในปฐพี

.. ดังนั้นเข้าใจผิด เข้าใจใหม่นะจ้ะ ว่าฉันไม่ได้ใจแคบที่พวกคุณมาดึงคนของปชป.ไปทำงานให้ประเทศชาติ แต่งงกับพรรคน้ำเงิน

#คำสองคำก็เพื่อประเทศชาติ ฝ่ายค้านก็สามารถทำงานให้ประเทศชาติ ยิ่งในยามที่ประเทศมีรบ.ที่อ่อนแอยิ่งต้องมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง

#ห้อยโหนจัง #มะม่วง #ติ่งงมงาย #หยุดสร้างภาพ”