รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

1 มี.ค. 2569 06:08 น.

รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

คาเมเนอี คือใคร? : ทำความรู้จัก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ปกครองอิหร่านมายาวนานหลายสิบปี ในขณะที่ผู้นำอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างออกมากล่าวอ้างว่า เขาเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ. 2569) ไปแล้ว

อาลี คาเมเนอี เกิดในปี 2482 ที่เมืองมัชฮัด (Mashhad) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นบุตรชายของนักวิชาการทางศาสนา เขาเข้าร่วมขบวนการต่อต้านทางศาสนาของ อยาตอลเลาะห์ โคมัยนี เพื่อต่อต้านพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในปี 2505

หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 อาลี คาเมเนอี ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และมีส่วนสำคัญในการก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

ภายหลังการมรณกรรมของโคมัยนี ในเดือนมิถุนายน 2532 สมัชชาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่าน ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการด้านศาสนาอิสลามและผู้นำศาสนา ได้เลือก อาลี คาเมเนอี ให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้ว่าในขณะนั้นเขาจะยังไม่ได้บรรลุสมณศักดิ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้สำหรับนักบวชนิกายชีอะห์ นั่นคือตำแหน่ง “มาร์จา-อี ตักลีด” (Marja-e taqlid) หรือ “มหาอยาตอลเลาะห์” (Grand Ayatollah) ก็ตาม

เพื่อให้สถานการณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยกำหนดว่าผู้นำสูงสุดต้องแสดงให้เห็นถึง “ภูมิธรรมทางวิชาการอิสลาม” ซึ่งช่วยให้อาลี คาเมเนอี สามารถขึ้นเป็น อยาตอลเลาะห์ และได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้

หลังรับตำแหน่ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้ควบคุมอำนาจทางการเมืองและกองทัพของอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ และปราบปรามผู้ที่ท้าทายระบบการปกครองอย่างเด็ดขาด ซึ่งในบางครั้งก็มีการใช้ความรุนแรง

คาเมเนอี ยึดถือจุดยืนที่แข็งกร้าวในเรื่องการต่างประเทศมาโดยตลอด รวมถึงการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาที่ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบันนี้

เขายังคงมีความระแวงสงสัยในการสร้างความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้มีการกวาดล้างรัฐอิสราเอลอยู่บ่อยครั้ง และเคยตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) เกิดขึ้นจริงหรือไม่

ตลอดระยะเวลาการปกครองของคาเมเนอี มีประธานาธิบดีอิหร่านดำรงตำแหน่งมาแล้วทั้งหมด 7 คน ในขณะที่ตัวเขาเองนั้นมีบุตรทั้งหมด 6 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

1 มี.ค. 2569 05:44 น.

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่านร่วมกันเมื่อเช้าวันเสาร์

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ยังรวมถึงชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ถูกสังหารหรือทำให้พิการโดยคาเมเนอีและแก๊งอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบหนีหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ล้ำสมัยของเราได้ และจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีสิ่งใดที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

“นี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับประชาชนชาวอิหร่านที่จะทวงคืนประเทศของตน เราได้รับรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC), กองทัพ และกองกำลังความมั่นคงและตำรวจอื่นๆ จำนวนมาก ไม่ต้องการที่จะต่อสู้อีกต่อไป และกำลังมองหาการคุ้มครองจากเรา ตามที่ผมกล่าวเมื่อคืนนี้ “ตอนนี้พวกเขาสามารถรับการคุ้มครองได้ แต่ในภายหลังพวกเขาจะได้รับเพียงความตายเท่านั้น!””

“หวังว่า IRGC และตำรวจจะรวมตัวกับผู้รักชาติชาวอิหร่านอย่างสันติ และทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อนำพาประเทศกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ที่สมควรได้รับ กระบวนการนั้นควรจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เนื่องจากไม่เพียงแต่การตายของคาเมเนอี แต่ประเทศได้ถูกทำลายและถึงขั้นถูกลบล้างไปมากภายในเวลาเพียงวันเดียว อย่างไรก็ตาม การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ หรือตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเราในการสร้างสันติภาพทั่วตะวันออกกลาง และทั่วโลกอย่างแท้จริง!”

“ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ระบุปิดท้ายข้อความ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

1 มี.ค. 2569 04:19 น.

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ หลายสำนักว่า เขาเชื่อว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดคุยกับสำนักข่าว NBC News ทางโทรศัพท์ โดยทางสถานีได้สอบถามความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอล

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้พูดคุยกับหลายคนแล้ว เราเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “ผู้นำจำนวนมากของพวกเขาก็ถูกสังหารเช่นกัน” ย้ำคำพูดที่เขาบอกกับสำนักข่าว ABC News ไปก่อนหน้านี้ และยืนยันว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่าน “ประสบความสำเร็จแล้ว”

ด้านราเชล สก็อตต์ ผู้สื่อข่าวการเมืองอาวุโสของ ABC News กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งบอกกับเธอว่าเขา “เชื่อว่า” ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

เมื่อถูกถามว่าเขาทราบ “อย่างแน่ชัด” หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่อยากพูดอะไรอย่างแน่ชัดจนกว่าผมจะเห็นข้อมูลด้วยตัวเอง แต่เราเชื่อว่าเขาเสียชีวิตแล้ว”

“และผู้นำส่วนใหญ่ของพวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่ใช่แค่จากสถานที่แห่งเดียว แต่จากสถานที่อีก 2 แห่งที่เราโจมตีด้วย เราได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเราจึงคิดว่าผู้นำส่วนใหญ่หายไปแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

1 มี.ค. 2569 03:07 น.

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลอ้างว่า มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอาจเสียชีวิตไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านออกมายืนยันว่า ทั้งผู้นำสูงสุดและประธานาธิบดีปลอดภัยดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า “มีสัญญาณหลายอย่าง” ที่บ่งชี้ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” แต่ยังคงไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเขาถูกสังหาร

ก่อนหน้านี้ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้บอกกับสำนักข่าว NBC ว่า เท่าที่เขาทราบ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของอิหร่านยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้เผยแพร่วิดีโอของคาเมเนอี นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีเมื่อเช้าวันเสาร์

ด้านสำนักข่าว CNN รายงานก่อนหน้านี้ว่า คาเมเนอีเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตีระลอกแรกของอิสราเอล ร่วมกับผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ แต่แหล่งข่าวของอิสราเอลกล่าวว่ายังไม่มีการยืนยันว่าคาเมเนอีถูกสังหาร

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

“มีสัญญาณหลายประการที่บ่งชี้ว่าทรราชผู้นี้ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” เนทันยาฮูกล่าว พร้อมเสริมว่าอิสราเอลได้ทำลายสถานที่ทำการของเขาแล้ว และเสริมว่าปฏิบัติการต่ออิหร่านจำเป็นต้องใช้ “ความอดทน” และจะ “ดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น”

“สงครามครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” เนทันยาฮูให้คำมั่นในแถลงการณ์ของเขา

แต่หลังจากเนทันยาฮูออกแถลงการณ์ได้ไม่นาน นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านก็ยืนยันกับสำนักข่าว ABC News ว่า ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ปลอดภัยดี” และระบบการปกครองของรัฐบาลอิหร่าน “ยังคงทำงานอยู่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

1 มี.ค. 2569 02:13 น.

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

อิสราเอลเผย ใช้เครื่องบินกว่า 200 ลำโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 500 จุด ถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า พวกเขาทิ้งระเบิดจำนวนหลายร้อยลูกเข้าใส่เป้าหมายประมาณ 500 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่พร้อมๆ กันทั่วอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า เป้าหมายดังกล่าวรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธนำวิถีในภาคกลางและภาคตะวันตกของอิหร่าน

IDF ระบุด้วยว่า กองทัพใช้เครื่องบินขับไล่ประมาณ 200 ลำ ในปฏิบัติการโจมตีประสานงานครั้งนี้ ซึ่งถือเป็น “การบินปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอิสราเอล

กองทัพระบุอีกว่า การโจมตีระบบป้องกันภัยดังกล่าวทำให้อิสราเอลสามารถ “ขยาย” ขีดความสามารถในการครองน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้ และบั่นทอนขีดความสามารถของเตหะรานในการยิงขีปนาวุธนำวิถีเข้าใส่อิสราเอลอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

1 มี.ค. 2569 01:14 น.

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอก 2 อิหร่านดับพุ่ง 200 ศพ เจ็บเฉียด 800

อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านระลอกที่ 2 มุ่งเป้าหมายที่ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขณะที่หน่วยงานกาชาดในอิหร่านเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีตลอดทั้งวันแล้วกว่า 200 ศพ

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า พวกเขาเริ่มการโจมตีอิหร่านเป็นระลอกที่ 2 แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศในภาคกลางของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงระเบิดที่ดังขึ้นในกรุงเตหะรานอีกครั้ง

สำนักข่าว AFP รายงานว่าผู้สื่อข่าวของตนได้ยิน “เสียงระเบิดระลอกใหม่ต่อเนื่อง” ในเมืองหลวง ก่อนหน้านี้สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านระบุว่า ย่านที่อยู่อาศัย 2 แห่งในเมืองบูเชห์ร (Bushehr) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของอิสราเอลด้วย

สำนักข่าวสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน (IRNA) ซึ่งเป็นสื่อหลักของประเทศ ก็รายงานข่าวเกี่ยวกับเสียงระเบิดครั้งใหม่ในกรุงเตหะรานเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน นายโมจตาบา คาเลดี โฆษกสภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านเปิดเผยว่า การโจมตีของอิสราเอลจนถึงตอนนี้ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 24 จังหวัดจากทั้งหมด 31 จังหวัดทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 201 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 747 ราย

ด้านองค์กร มาเกน ดาวิด อาดอม (MDA) ซึ่งเป็นหน่วยบริการฉุกเฉินแห่งชาติของอิสราเอล ระบุว่า อิสราเอลทำการรักษาผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 89 ราย ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กันระหว่างอิหร่านและอิสราเอล

ทั้งนี้ ในการโจมตีระลอกแรกเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาโจมตีในกรุงเตหะรานของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปยังสถานที่ซึ่งบุคคลสำคัญระดับสูงทางการเมืองและฝ่ายความมั่นคงมารวมตัวกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

1 มี.ค. 2569 00:13 น.

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

สื่ออิหร่านเผย กองทัพเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลกแล้ว หลังสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีในช่วงเช้าวันเสาร์

สำนักข่าว “ทัสนิม” (Tasnim) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) รายงานเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ว่า ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญของโลก บริเวณทางตอนใต้ของอิหร่าน ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน จะถูกสั่งปิด

ทัสนิมรายงานโดยอ้างการเปิดเผยของ “แหล่งข่าวหลายคน” ที่ระบุว่า บรรดาเรือเดินสมุทรต่างได้รับข้อความจาก IRGC โดยมีเนื้อหาว่า ไม่อนุญาตให้เรือลำใดผ่านช่องแคบนี้ได้

ด้านหน่วยงานปฏิบัติการด้านการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยเช่นกันว่าได้รับรายงานจากหลายแหล่งว่า เรือหลายลำได้รับคำเตือนเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าทางทะเลที่สำคัญที่สุดในโลก และเป็น “จุดยุทธศาสตร์คอขวด” ที่สำคัญยิ่งสำหรับการขนส่งน้ำมัน โดยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณราว 1 ใน 5 ของโลกต้องถูกลำเลียงผ่านช่องแคบแห่งนี้

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้นำระดับสูง และทำให้ตะวันออกกลางถลำลึกเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็นการยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมอบโอกาสให้ชาวอิหร่านในการโค่นล้มผู้ปกครองของตน

ฝ่ายอิหร่านเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

28 ก.พ. 2569 23:43 น.

อัฟกานิสถานอ้าง สอยบินรบปากีสถานร่วง จับกุมนักบินได้

อัฟกานิสถานอ้าง ยิงเครื่องบินรบปากีสถานตกและจับกุมนักบินได้ ขณะที่ฝ่ายปากีสถานยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงท่ามกลางสถานการณ์ “สงครามเต็มรูปแบบ”

ทางการอัฟกานิสถานเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า กองทัพของพวกเขายิงเครื่องบินขับไล่ของปากีสถานตก และควบคุมตัวนักบินเอาไว้ได้ในวันเดียวกับนี้ แต่ฝ่ายปากีสถานปฏิเสธ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามซึ่งทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีเข้าใส่กันตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

กองทัพและตำรวจอัฟกานิสถานระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกยิงตกในเมืองจาลาลาบัด ทางตะวันออกของประเทศ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP รายงานว่าได้ยินเสียงเครื่องบินเจ็ตบินอยู่เหนือเมืองจาลาลาบัดเมื่อวันเสาร์ ตามด้วยเสียงระเบิดสองครั้งดังมาจากทิศทางของสนามบินประจำเมืองในอัฟกานิสถาน ขณะที่ชาวเมืองบอกกับ AFP ว่า พวกเขาเห็นบุคคลหนึ่งโดดร่มลงมาจากเครื่องบินก่อนจะถูกควบคุมตัวไป

ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายเมืองและหลายจังหวัดของอัฟกานิสถานเมื่อวันศุกร์ รวมถึงที่กรุงคาบูล และเมืองกันดาฮาร์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนาย ไฮบาตุลเลาะห์ อาคุนด์ซาดา ผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน หลังจากสถานการณ์บริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศตึงเครียดขึ้นอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านสหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีสนับสนุนปฏิบัติการของปากีสถานผ่านช่องทางทางการทูต หลังจากที่รัฐบาลอิสลามาบัดยืนยันว่าจะไม่หยุดการโจมตี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกดดันรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่เป็นศัตรูกับปากีสถาน

รัฐบาลตาลีบันของอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธมาตลอด โดยโฆษกของรัฐบาลเรียกร้องให้ใช้ “การเจรจา” เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่คุกรุ่นมานาน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถานกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ตอนนี้ความขัดแย้งดังกล่าวกลายเป็น “สงครามแบบเปิดเผย” ไปแล้ว

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมอัฟกานิสถานเปิดเผยด้วยว่า ได้ส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตีในดินแดนของปากีสถานตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา และเริ่มปฏิบัติการรุกคืบตามแนวชายแดนตั้งแต่ช่วงดึกของวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้การโจมตีจากฝั่งปากีสถาน

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ พวกเขาโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายแล้ว 37 แห่งทั่วอัฟกานิสถาน

นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกรัฐบาลตาลีบันแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กองกำลังอัฟกานิสถานสังหารทหารปากีสถานไปแล้ว 55 ศพ และจับกุมตัวไว้ได้อีกหลายนาย ขณะที่ระบุจำนวนทหารฝ่ายตัวเองที่เสียชีวิตไว้ที่ 13 ศพ

ส่วนนาย โมชาร์ราฟ โซดี โฆษกนายกรัฐมนตรีปากีสถานอ้างว่า การโจมตีของพวกเขาทำให้มีนักรบของกลุ่มตาลีบันและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ เสียชีวิต 297 ศพ ส่วนทหารของปากีสถานเสียชีวิต 12 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

28 ก.พ. 2569 22:45 น.

ซาอุดีอาระเบียยืนยัน อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด ลั่นมีสิทธิ์ตอบโต้

ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่า อิหร่านโจมตีเข้าใส่กรุงริยาด เมืองหลวงของพวกเขา และจังหวัดทางตะวันออก พร้อมประกาศเตือนว่า ซาอุฯ มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง

เมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกมายืนยันว่า อิหร่านได้ยิงโจมตีกรุงริยาดและพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ พร้อมเตือนว่า ประเทศของพวกเขามีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง ซึ่งรวมถึงการโจมตีตอบโต้ด้วย

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ซาอุดีอาระเบียขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีอันโจ่งแจ้งและขี้ขลาดของอิหร่าน ซึ่งมุ่งเป้าไปยังภูมิภาคริยาดและจังหวัดทางตะวันออก แต่การโจมตีดังกล่าวถูกสกัดกั้นไว้ได้

“เมื่อพิจารณาจากการรุกรานที่ปราศจากความชอบธรรมนี้ ทางราชอาณาจักรขอยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคง ปกป้องดินแดน พลเมือง และผู้อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงทางเลือกในการตอบโต้การรุกรานดังกล่าวด้วย”

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่เหล่าผู้นำระดับสูง และทำให้ตะวันออกกลางถลำลึกเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะเป็นการยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ และมอบโอกาสให้ชาวอิหร่านในการโค่นล้มผู้ปกครองของตน

ทางด้านกรุงเตหะรานเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุและผิดกฎหมาย พร้อมทั้งตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : alarabiya

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

28 ก.พ. 2569 21:41 น.

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

ผู้นำ UK, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามอิหร่านที่โจมตีประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหาทางออกด้วยการเจรจา

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ร่วมกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และ ฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประณามอิหร่านที่ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ด้วยการยิงมิสไซล์เข้าใส่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งในตะวันออกกลาง

“ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ได้เรียกร้องต่อรัฐบาลอิหร่านมาตลอด ว่าให้ระงับโครงการนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธนำวิถี งดเว้นจากกิจกรรมที่ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและในดินแดนของเรา รวมถึงหยุดการใช้ความรุนแรงและการกดขี่ที่น่าสะพรึงกลัวต่อประชาชนของตนเอง” แถลงการณ์ระบุ

“เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีเหล่านี้ แต่เราได้มีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค เราขอย้ำความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและการปกป้องชีวิตของพลเรือน”

“เราขอประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุด อิหร่านต้องงดเว้นจากการโจมตีทางทหารแบบไม่เลือกหน้า เราขอเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านแสวงหาทางออกผ่านการเจรจา และท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนชาวอิหร่านจะต้องได้รับอนุญาตให้เป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc