อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

28 ก.พ. 2569 20:46 น.

อิสราเอลเผย วางแผนโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ มาหลายเดือนแล้ว

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ร่วมกับสหรัฐฯ วางแผนโจมตีอิหร่านมานานหลายเดือนแล้ว เพื่อทำลายศักยภาพของรัฐบาลอิหร่าน และขจัดภัยคุกคามที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของอิสราเอล

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ใช้เวลาหลายเดือนในการ “วางแผนร่วมกันอย่างใกล้ชิด” ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันในวันนี้

การประสานงานดังกล่าวช่วยให้กองทัพของทั้งสองประเทศสามารถ “ปฏิบัติการโจมตีเป็นวงกว้างด้วยความสอดประสานและสอดรับกันอย่างเต็มรูปแบบ”

IDF ระบุอีกว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อ “บั่นทอนศักยภาพของรัฐบาลอิหร่านอย่างถอนรากถอนโคน” และ “ขจัดภัยคุกคามที่มีผลต่อความอยู่รอดของอิสราเอล”

ก่อนหน้านี้สำนักข่าว CNN รายงานว่า ขีปนาวุธนำวิถีและฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านคือหนึ่งในเป้าหมายลำดับแรกๆ ของอิสราเอล

“แม้ในขณะนี้ เครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ทั่วอิหร่านโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองที่แม่นยำ” IDF ระบุ และย้ำว่า “ปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปตามความจำเป็น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

28 ก.พ. 2569 20:25 น.

อิหร่านอ้าง อิสราเอลโจมตีโดนโรงเรียนประถม ดับ 57 ศพ เจ็บอีกอื้อ

อิหร่านอ้าง การโจมตีของอิสราเอลโดนโรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาค

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 สำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ว่า การโจมตีของอิสราเอลโดนโรงเรียนประถมหญิงล้วนชื่อว่า “ชาจาเรห์ ทายเยเบห์” (Shajareh Tayyebeh) ในอำเภอมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของจังหวัดฮอร์โมซกัน

นายโมฮัมหมัด ราดเมห์ร ผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์โมซกันระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 57 ศพจากการโจมตีดังกล่าว เป็นนักเรียนอย่างน้อย 24 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 48 ราย ซึ่งเขาย้ำด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตกำลังเพิ่มสูงขึ้น

รายงานล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่าน ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ประกาศเริ่มปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านเข่นกัน ทำให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการโจมตีเข้าใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีในกรุงเตหะรานของอิหร่าน มีเป้าหมายไปยังสถานที่ซึ่งบุคคลสำคัญระดับสูงทางการเมืองและฝ่ายความมั่นคงมารวมตัวกัน และขณะนี้ทาง IDF กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินผลลัพธ์ของการโจมตีดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

28 ก.พ. 2569 19:39 น.

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

การตอบโต้กันระหว่างอิหร่าน และสหรัฐ-อิสราเอล ถูกจับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากทั้ง 3 ชาติ ต่างมีกองกำลังทางทหารที่น่าเกรงขาม โดยเฉพาะอิหร่านที่ใช้ขีปนาวุธโชว์แสนยานุภาพตอบโต้กลับแบบไม่ยั้ง  

ข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านมีคลังขีปนาวุธพิสัยไกลใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยมีขีปนาวุธที่สามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร หรือราว 1,240 ไมล์ ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้โดยตรง

ขีปนาวุธพิสัยไกลเหล่านี้จะถูกนำวิถีในช่วงปล่อยตัว จากนั้นจะเคลื่อนที่ตามวิถีโค้งและตกลงสู่เป้าหมาย สามารถติดตั้งหัวรบได้หลายรูปแบบ ทั้งหัวรบระเบิดทั่วไป และในทางทฤษฎีอาจบรรทุกวัสดุนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชาติตะวันตกมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำหรับรายชื่อขีปนาวุธพิสัยไกลที่สำคัญของอิหร่าน ในคลังแสงอิหร่านได้แก่

  • เซจิล (Sejil)
  • เอมัด (Emad)
  • กาดร์ (Ghadr)
  • ชาฮาบ-3 (Shahab-3)
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr)
  • โฮเวย์เซห์ (Hoveyzeh)

ขีปนาวุธเหล่านี้มีระยะยิงตั้งแต่ประมาณ 1,300 – 2,500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกกลาง

จุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านตั้งอยู่ในและรอบกรุงเตหะราน รวมถึงมีฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความอยู่รอดของระบบอาวุธในกรณีถูกโจมตีล่วงหน้า

ที่ผ่านมา อิหร่านเคยใช้ขีปนาวุธจริงในสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงในสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 ซึ่งมีรายงานความเสียหายและผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกัน อิสราเอลอ้างว่าสามารถทำลายแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านได้จำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว

ยุทธศาสตร์หลักของอิหร่านคือการใช้ขีปนาวุธเป็นเครื่องมือในการการยับยั้งต่อการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างโรงเก็บและฐานยิงใต้ดินเพื่อความปลอดภัย

หนึ่งในพัฒนาการล่าสุดคือการพัฒนาขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงภายในประเทศ ซึ่งมีความเร็วสูงและเส้นทางบินซับซ้อน ทำให้สกัดกั้นได้ยากขึ้น

โดยรายงานระบุว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านได้รับอิทธิพลด้านเทคโนโลยีและแบบแปลนจากประเทศอย่างเกาหลีเหนือ รัสเซีย และจีน

นอกจากขีปนาวุธพิสัยไกลแบบวิถีโค้งแล้ว อิหร่านยังมีขีปนาวุธร่อน ที่สามารถยิงได้ไกลถึงประมาณ 3,000 กิโลเมตร ทำให้มีความหลากหลายของการโจมตี และสร้างความท้าทายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก.

ที่มา : moderndiplomacy

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

28 ก.พ. 2569 18:59 น.

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เวทีโลกสั่นสะเทือนเมื่อสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านเดินหน้าเอาคืนแบบจัดหนัก ล่าสุดผู้นำหลายชาติเริ่มออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รวบรวมท่าทีของผู้นำจากหลายชาติที่ออกมาแสดงความคิดเห็น หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประณามการกระทำดังกล่าว และเดินหน้าเอาคืน จนสถานการณ์ทวีความตึงเครียดและรุนแรง 

โดย นางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระบุว่า พัฒนาการล่าสุดเป็นสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง และเปิดเผยว่าได้หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลแล้ว พร้อมย้ำว่าการคุ้มครองพลเรือนและการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง ต่อการโจมตีของ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน

ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม เตือนว่า การโจมตีครั้งนี้อาจผลักดัน วิกฤตตะวันออกกลาง ไปสู่หายนะ และเรียกร้องให้วอชิงตันและเตหะรานหาทางออกทางการทูตแทนการยกระดับความรุนแรง

ส่วนประธานาธิบดีสโลวีเนีย นางนาตาชา เปียร์ซ มูซาร์ ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวลอย่างยิ่ง และเตือนว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกำลังคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในตะวันออกกลาง

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ระบุว่า รัฐบาลเตหะรานมีโอกาสป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม พร้อมยืนยันจุดยืนสนับสนุน ความมั่นคง เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนอิหร่าน

ด้านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแอนโทนี อัลบาเนซี กล่าวว่า ออสเตรเลียสนับสนุนสหรัฐฯ ในการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอิหร่านในการต่อสู้กับการกดขี่

และปิดท้ายที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียในอิสราเอล และ อิหร่าน ที่ไม่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนฝ่ายใด แต่มีการออกคำแนะนำให้ชาวอินเดียเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

28 ก.พ. 2569 17:56 น.

ทรัมป์ปลุกระดมชาวอิหร่านลุกฮือ โค่นล้มรัฐบาล ขู่กองกำลังความมั่นคงอิหร่านวางอาวุธ

“โดนัลด์ ทรัมป์” เรียกร้องชาวอิหร่านลุกฮือโค่นล้มรัฐบาลและระบอบศาสนา เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมเสนอ เอกสิทธิ์คุ้มกันให้เจ้าหน้าที่อิหร่านที่ยอมวางอาวุธ 

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอ เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านใช้จังหวะจากการโจมตีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศ เป็นโอกาสในการโค่นล้มรัฐบาลภายใต้ระบอบศาสนา พร้อมกล่าวว่า เมื่อสหรัฐฯ ช่วยจัดการเสร็จแล้ว ก็ขอให้ชาวอิหร่านโค่นล้มรัฐบาล และนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรอบหลายชั่วอายุคน 

พร้อมกันนี้ทรัมป์ส่งสารถึงสมาชิกกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านว่า หากวางอาวุธจะได้รับ เอกสิทธิ์คุ้มกัน แต่หากไม่ยอมจะต้องเผชิญความตายอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ทรัมป์เคยขู่จะทิ้งระเบิดถล่มอิหร่าน ระหว่างที่กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศ ซึ่งนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,480 ศพ  โดยทรัมป์เตือนว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องชดใช้ราคาแพง และบอกผู้ประท้วงว่าความช่วยเหลือกำลังมา

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันต่อมา ทรัมป์ระบุว่า ได้รับการรับรองจากรัฐบาลอิหร่านว่การสังหารได้หยุดลงแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมาให้ความสำคัญกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเด็นพิพาทยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกมาอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา BBC

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

28 ก.พ. 2569 17:35 น.

กต.อิหร่านออกแถลงการณ์ ประณามการรุกรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล

กระทรวงต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์เดือด ประกาศตอบโต้สหรัฐฯ–อิสราเอล หลังละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ลั่นจะใช้สิทธิป้องกันตนเอง

กระทรวงการต่างประเทศ ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านออกแถลงการณ์ กรณีการรุกรานทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่านในวันนี้ โดยเนื้อหาใจความมีดังนี้

ถึงประชาชนผู้กล้าหาญและทรงเกียรติแห่งอิหร่าน พี่น้องร่วมชาติชาวอิหร่าน

มาตุภูมิอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่รักของเรา อิหร่านผู้สง่างามและเป็นผู้สร้างอารยธรรม ได้ตกเป็นเป้าการรุกรานทางทหารอันเป็นอาชญากรรมจากสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์อีกครั้ง

เช้าวันนี้ ในช่วงใกล้เทศกาลนาว์รูช และในวันที่สิบของเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ สหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ได้ละเมิดอย่างร้ายแรงต่อบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยแห่งชาติของอิหร่าน โดยโจมตีเป้าหมายและโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศ รวมทั้งสถานที่พลเรือนในหลายเมืองของประเทศ

การรุกรานทางทหารซ้ำอีกครั้งของสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ต่ออิหร่าน เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในกระบวนการทางการทูต แม้ว่าเราจะมั่นใจในเจตนาของสหรัฐฯ และระบอบไซออนิสต์ต่อการกระทำรุกรานครั้งใหม่ แต่เพื่อเป็นการยืนยันต่อประชาคมระหว่างประเทศและนานาประเทศทั่วโลก เราได้กลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ความชอบธรรมของประชาชนอิหร่าน และแสดงให้เห็นว่าไม่มีข้ออ้างใดที่มีความชอบธรรมต่อการรุกราน

ขณะนี้ประชาชนอิหร่านสามารถภาคภูมิใจได้ว่า พวกเขาได้ทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามแล้ว บัดนี้ถึงเวลาปกป้องมาตุภูมิและเผชิญหน้ากับการรุกรานทางทหารของศัตรู เช่นเดียวกับที่เราพร้อมสำหรับการเจรจา เราพร้อมสำหรับการป้องกันมากกว่าช่วงเวลาใดๆ กองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะตอบโต้ผู้รุกรานอย่างเด็ดขาด

การโจมตีทางอากาศของระบอบไซออนิสต์และสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่าน ถือเป็นการละเมิดวรรค 4 ของมาตรา 2 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และเป็นการรุกรานด้วยกำลังอาวุธอย่างชัดแจ้งต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

การตอบโต้ต่อการรุกรานครั้งนี้ เป็นสิทธิตามกฎหมายและชอบธรรมของอิหร่าน ตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะใช้ศักยภาพและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อเผชิญหน้าและยุติการกระทำอันเป็นอาชญากรรมของศัตรู

สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอเน้นย้ำถึงหน้าที่สำคัญขององค์การสหประชาชาติและคณะมนตรีความมั่นคง ในการดำเนินการโดยทันทีเพื่อรับมือกับการละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ อันเกิดจากการรุกรานทางทหารอย่างเปิดเผยของสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ต่ออิหร่าน และเรียกร้องให้เลขาธิการสหประชาชาติ ประธานคณะมนตรีความมั่นคง และสมาชิกของคณะมนตรี ดำเนินการตามหน้าที่โดยเร็วที่สุด

จากรัฐสมาชิกทั้งหมดขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคและประเทศอิสลาม สมาชิกขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และรัฐบาลทั้งหลายที่มีความรับผิดชอบต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ คาดหวังให้มีการประณามอย่างเด็ดขาดต่อการกระทำรุกรานนี้ และดำเนินมาตรการเร่งด่วนร่วมกันเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ได้คุกคามสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน

และในห้วงเวลานี้ เมื่อการทดสอบครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ได้มาถึง กองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยยึดมั่นในมรดกแห่งวีรกรรมของแผ่นดินนี้ ด้วยความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า เชื่อมั่นในคำมั่นแห่งชัยชนะจากพระองค์ และยืนหยัดด้วยพลังแห่งชาติ จะไม่ลังเลในการปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รัก

ประวัติศาสตร์เป็นพยานว่า ชาวอิหร่านไม่เคยก้มศีรษะยอมจำนนต่อผู้รุกรานจากต่างชาติ และในครั้งนี้เช่นกัน การตอบสนองของประชาชนอิหร่านจะเด็ดขาดและชี้ขาด จนทำให้ผู้รุกรานต้องสำนึกต่อการกระทำอันเป็นอาชญากรรมของตน.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

 ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

28 ก.พ. 2569 17:07 น.

ตึงเครียดหนัก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังอิหร่านรุกต่อ โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ หลายจุดในภูมิภาค เพื่อตอบโต้การโจมตีร่วมของสหรัฐและอิสราเอล ต่อเป้าหมายในอิหร่านก่อนหน้านี้

สื่อใกล้ชิดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รายงานว่า มีรายงานเหตุระเบิดหลายครั้งในบาห์เรน กรุงอาบูดาบี และกาตาร์ ซึ่งทั้งหมดเป็นประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ โดยมีการยิงขีปนาวุธพุ่งเป้าไปยังฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 4 แห่ง ได้แก่ ฐานทัพอากาศอัล อูเดอิด ในกาตาร์, ฐานทัพอากาศอัล ซาเลม ในคูเวต, ฐานทัพอากาศอัล ดาฟรา ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฐานทัพกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน เนื่องจากบาห์เรนเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ถาวรของกองเรือที่ 5 ในกรุงมานามา จึงเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของการโจมตีครั้งนี้

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า ฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน และสถานการณ์ยังคงไม่นิ่ง

ด้านกระทรวงมหาดไทยบาห์เรนออกประกาศเร่งด่วน ขอให้ประชาชนรีบเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยใกล้ที่สุดทันที

ด้านสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านอ้างคำแถลงของ IRGC ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในเมืองต่าง ๆ ของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของอิสราเอลมีการประกาศเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ต่อเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่านทางตะวันตกของประเทศ โดยกองทัพอิสราเอล (IDF) ระบุว่า กำลังดำเนินการโจมตีวงกว้างต่อเป้าหมายทางทหารหลายแห่ง โดยการโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีครั้งแรก.

ที่มา :CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

28 ก.พ. 2569 15:58 น.

Breaking News

ด่วน! อิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล ปิดน่านฟ้า–สั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

สื่อใกล้ชิดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน รายงานว่ามีการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายสิบลูก มุ่งเป้าอิสราเอล เพื่อตอบโต้กลับ ภายหลังถูกโจมตีโดยอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา 

สำนักข่าว Nour News ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลัง IRGC ระบุว่า การยิงขีปนาวุธได้เริ่มขึ้นแล้ว ขณะที่สำนักข่าว Mehr News Agency รายงานว่า ขีปนาวุธเหล่านี้มุ่งเป้าไปยังทั่วทั้งปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นคำที่อิหร่านใช้เรียกอิสราเอล

ด้านสำนักข่าวภาษาอังกฤษของทางการอิหร่าน Press TV รายงานว่า มีขีปนาวุธจำนวนระหว่าง 30 ถึง 75 ลูก ถูกยิงออกจากอิหร่านในขณะนี้

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว IRNA ของรัฐอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดประธานาธิบดี ระบุว่า ประธานาธิบดี มาซุส เปเซสเกียน ยังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพแข็งแรงดี

ด้านโฆษกองค์การการบินพลเรือน มาจิด อัคฮาวาน เปิดเผยผ่านสื่อใกล้ชิดรัฐบาลว่า อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าทั่วประเทศแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ มีคำสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศ และให้เปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนทางไกลแทน ตามรายงานของสื่ออิหร่าน

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวทัสนิม ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการที่มีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC รายงานว่า อิหร่านกำลังเตรียมการแก้แค้น และจะตอบโต้ระบอบไซออนิสต์อย่างรุนแรง

ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า กรุงเตหะรานมีทางเลือกในการตอบโต้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค หรือโจมตีเป้าหมายทางทหารและพลเรือนในอิสราเอล รวมถึงความเป็นไปได้ในการเล็งเป้าไปที่เรือรบสหรัฐฯ

นอกเหนือจากขีปนาวุธแล้ว อิหร่านยังมีกองเรือขนาดเล็ก โดรน และเรือดำน้ำ ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อเรือของสหรัฐฯ ในพื้นที่น่านน้ำและบริเวณโดยรอบอ่าวเปอร์เซียด้วย.

ที่มา :CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

28 ก.พ. 2569 15:49 น.

เนทันยาฮู ออกแถลงการณ์กร้าว ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

“เบนจามิน เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอลย้ำระบอบอิหร่านต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ขอบคุณโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” ขอประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ เมื่อเวลา 15.21 น. ตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่า อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อขจัด “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของชาติ” จากรัฐบาลอิหร่าน

แถลงการณ์ของผู้นำอิสราเอลยังแสดงความขอบคุณไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ สำหรับการแสดง “ภาวะผู้นำทางประวัติศาสตร์” พร้อมกล่าวหารัฐบาลอิหร่านภายใต้ระบอบอะยาตอลเลาะห์ ว่าตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ได้ปลุกระดมคำขวัญ “ความตายแก่อิสราเอล” และ “ความตายแก่อเมริกา” รวมทั้งมีส่วนในการสังหารชาวอิสราเอล ชาวอเมริกัน และประชาชนชาวอิหร่านเอง

ผู้นำอิสราเอลย้ำว่า ระบอบอิหร่านจะต้องไม่ถูกติดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะเปิดทางให้คุกคามมนุษยชาติทั้งหมดได้ พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้จะสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนอิหร่านสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ นอกจากนี้นายเนทันยาฮูยังเรียกร้องให้ประชาชนทุกกลุ่มในอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นชาวเปอร์เซีย เคิร์ด อาเซอรี บาลูชี และอาหวาซี ลุกขึ้นปลดแอกจากทรราช เพื่อสร้างอิหร่านที่เสรีและสันติ

พร้อมกันนี้ ผู้นำอิสราเอลขอให้ประชาชนชาวอิสราเอลปฏิบัติตามคำแนะนำของกองบัญชาการแนวหลัง (Home Front Command) โดยระบุว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ภายใต้ปฏิบัติการชื่อ “สิงโตคำราม” (The Roar of the Lion) ทุกคนจะต้องมีความอดทนและความเข้มแข็ง.

ที่มา BBC

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

28 ก.พ. 2569 15:00 น.

ทรัมป์ยืนยันเอง เปิดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน ปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามใกล้ตัว

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐอเมริกาได้เริ่มต้นปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านแล้ว

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุในคลิปความยาวประมาณ 8 นาทีที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้คือ การปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน ด้วยการขจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นจากระบอบการปกครองอิหร่าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่โหดร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า สหรัฐฯได้ร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านในครั้งนี้

โดยทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมที่คุกคามของอิหร่านเป็นภัยโดยตรงต่อสหรัฐอเมริกา กองกำลังทหาร ฐานทัพในต่างประเทศ และพันธมิตรของเราทั่วโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวพาดพิงถึงความตึงเครียดที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยระบุว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา ระบอบอิหร่านตะโกนคำว่า “ความตายจงมีแด่อเมริกา” และดำเนินการรณรงค์นองเลือดและสังหารหมู่อย่างไม่สิ้นสุด โดยพุ่งเป้าโจมตีสหรัฐฯ ทหารของสหรัฐฯ และผู้บริสุทธิ์ในหลายประเทศ  

ล่าสุดมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่สโมสรส่วนตัวของเขาในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา ท่ามกลางการปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่โจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของปฏิบัติการทางทหาร หรือการตอบสนองจากฝ่ายอิหร่าน โดยสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและอยู่ในความจับตาของนานาชาติอย่างใกล้ชิด.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์