สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

3 มี.ค. 2569 22:16 น.

สื่ออิหร่านอ้าง มุจตาบา คาเมเนอี ตัวเก็งผู้นำคนใหม่ ยังมีชีวิตอยู่

สื่ออิหร่านเผย ลูกชายอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หนึ่งในตัวเก็งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนต่อไป ยังมีชีวิตอยู่ หลังก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เขาเสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิหร่านไปแล้ว

สำนักข่าว Mehr ของอิหร่านรายงานเมื่อ 3 มี.ค. 2569 ว่า มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน และเป็นบุคคลที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์มาตลอดว่า เป็นตัวเก็งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด “ยังคงมีชีวิตอยู่”

“มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุด มีสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ” สำนักข่าว Mehr ระบุ นอกจากนี้พวกเขาระบุเสริมด้วยว่า มุจตาบากำลังทบทวน “ประเด็นสำคัญ” ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเทศ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เชื่อกันว่า มุจตาบา ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองของ อาลี คาเมเนอี เป็นผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมากอยู่เบื้องหลังรัฐบาลอิหร่าน โดยเขามีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในอิหร่าน กับกลุ่ม “บาสิจ” (Basij) ซึ่งเป็นเครือข่ายกองกำลังกึ่งทหารอาสาสมัคร

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะนำไปสู่การสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูกนั้น ย่อมต้องเผชิญกับความละเอียดอ่อนทางด้านการเมืองและศาสนาภายในอิหร่าน เนื่องจากการส่งต่ออำนาจแบบวงศาคณาญาติ ไม่ได้รับการยอมรับในประเพณีทางศาสนาของนิกายชีอะห์

นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคในทางปฏิบัติด้วยเช่นกัน เนื่องจากมุจตาบาไม่ได้เป็นที่รู้จักในฐานะนักบวชระดับสูง และไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการใดๆ ในรัฐบาล อีกทั้งเขายังถูกสหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรในปี 2562 อีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

3 มี.ค. 2569 21:54 น.

สถานทูตสหรัฐฯ เตือน จ่อเกิดการโจมตีด้วยโดรน-มิสไซล์ที่เมืองในซาอุฯ

สถานทูตสหรัฐฯ ประกาศเตือนว่า อาจเกิดการโจมตีด้วยโดรนและมิสไซล์ที่เมืองทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบียได้ทุกเมื่อ และขอให้พลเมืองหลบภัยในอาคารและอย่าเดินทางมาสถานทูต

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 สถานทูตสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีด้วยมิสไซล์และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ได้ทุกเมื่อที่เมืองดาห์ราน ทางตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย พร้อมเตือนพลเมืองสหรัฐฯ ในซาอุฯ ว่าห้ามเดินทางมายังสถานทูตและให้หาที่หลบภัยโดยทันที

นอกจากนั้น สถานทูตยังเรียกร้องประชาชนว่า “ห้ามออกนอกเคหสถาน สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองดาห์ราน ขอให้พลเมืองอเมริกันในพื้นที่หลบภัยในที่ที่ตัวเองอยู่ ทบทวนแผนความปลอดภัยในกรณีที่เกิดการโจมตี และเฝ้าระวังอย่างสูงสุดเผื่อกรณีที่มีการโจมตีเพิ่มเติมในอนาคต ขณะนี้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ก็กำลังหลบภัยในที่ตั้งเช่นกัน”

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สถานทูตสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย (ณ กรุงริยาด) ถูกโจมตีโดยโดรนที่คาดว่าเป็นของอิหร่านจำนวน 2 ลำ และยังมีโดรนอีก 2 ลำที่ตกใส่หรือตกใกล้กับบริเวณสถานทูตด้วย จนทำให้สหรัฐฯ ต้องสั่งปิดสถานทูต

นอกจากนั้น สถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวตก็ประกาศปิดทำการจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง หลังคูเวตถูกอิหร่านโจมตีอย่างหนัก โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกจากคูเวตทันที

ขณะเดียวกัน สถานทูตสหรัฐฯ ที่โอมาน ออกประกาศเตือนภัยด้านความมั่นคง สั่งการให้เจ้าหน้าที่สถานทูตหลบภัยในสถานที่ที่ตนเองอยู่ พร้อมทั้งแนะนำให้ชาวอเมริกันในโอมาน หลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัย จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน ได้แก่ อาหาร น้ำ และยารักษาโรค รวมถึงติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและมิตรสหายอยู่เสมอ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

3 มี.ค. 2569 21:27 น.

ทรัมป์โพสต์เย้ย อิหร่านบอกอยากเจรจา แต่มันสายเกินไปแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่า กองทัพกับคณะผู้นำของอิหร่านพินาศแล้ว และเตหะรานอยากจะเจรจา แต่เขายืนยันว่า มันสายเกินไปแล้ว

เมื่อ 3 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังพยายามขอเจรจากับสหรัฐฯ ในขณะที่กองทัพอเมริกันยังคงโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่นายทรัมป์ส่งสัญญาณว่าโอกาสในการเจรจานั้นได้หลุดลอยไปแล้ว

“ระบบป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ และคณะผู้นำของพวกเขาพินาศสิ้นแล้ว พวกเขาอยากจะเจรจา ผมเลยตอบไปว่า ‘สายไปแล้ว!’” ทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

ข้อความล่าสุดของนายทรัมป์ถือเป็นการพลิกท่าทีจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผู้นำสหรัฐฯ บอกกับสื่อว่าผู้นำชุดใหม่ของอิหร่านต้องการพูดคุยกับรัฐบาลของเขา และเขาวางแผนที่จะทำเช่นนั้น

“พวกเขาอยากเจรจา และผมก็ตกลงที่จะคุยด้วย ดังนั้นผมจะคุยกับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) “แต่พวกเขาควรจะทำแบบนี้ให้เร็วกว่านี้”

ทั้งนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านได้มีการเจรจากันมาแล้ว 3 รอบ โดยรอบล่าสุดเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. แต่ไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

 โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

3 มี.ค. 2569 20:12 น.

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 69 “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด

โจมตีอิหร่าน ภูมิรัฐศาสตร์ “พลังงาน-ความมั่นคง” วัดใจใครคุมเกมได้มากสุด สะท้อนภาพขัดแย้งไทย-กัมพูชา ลามปัญหาชายแดน

แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ปี 2569 โลกไม่ได้วัดความมั่นคงจากใครมีกำลังมากกว่า แต่ วัดจากใครคุมเกมได้มากที่สุด ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน กำลังทดสอบเสถียรภาพพลังงานโลกอย่างเป็นรูปธรรม สัญญาณว่าปฏิบัติการอาจยืดเยื้อออกไปหลายสัปดาห์ ทำให้ตลาดไม่รอผลลัพธ์สุดท้าย ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานทันที

ช่องแคบฮอร์มุซคือ คอขวดพลังงานสำคัญของโลก เมื่อความเสี่ยงพาดผ่านเส้นทางนี้ ราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และความผันผวนตลาดทุนขยับตามเป็นลูกโซ่ นี่คือภูมิรัฐศาสตร์ยุคใหม่ ยังไม่ต้องปิดเส้นทางจริง ระบบก็เริ่มสั่นแล้ว เพราะตลาดตีราคา “ความไม่แน่นอน” ล่วงหน้าเสมอ

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในตะวันออกกลาง แต่ไหลผ่านโครงข่ายเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว และประเทศที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าจะรับแรงกระแทกก่อนใคร

🔴 สะเทือนไทย: พลังงานนำเข้า เจอแรงขับจากโลกภายนอก

ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกขยับ ต้นทุนโลจิสติกส์ภายในประเทศขยับทันที ดีเซลคือเส้นเลือดของระบบขนส่ง เมื่อดีเซลขึ้น ต้นทุนสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และบริการเคลื่อนตาม

แรงสั่นสะเทือนจากอ่าวเปอร์เซียจึงไหลเข้าสู่ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และภาระนโยบายพลังงานโดยตรง หากราคาพลังงานเตะเพดานสูงต่อเนื่อง การบริหารเสถียรภาพเศรษฐกิจมหาภาคจะยิ่งท้าทาย

ฮอร์มุซกระทบ ต้นทุนไทยสะเทือน นี่ไม่ใช่ถ้อยคำเชิงอารมณ์ แต่คือโครงสร้างเศรษฐกิจที่เชื่อมถึงกันทั้งโลก

🔴 ชายแดนไทย–กัมพูชา: พื้นที่เล็ก แต่เดิมพันไม่เล็ก เส้นบาง ๆ ที่ต้องคุมเกมให้แม่น

แนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา อาจดูเป็นเพียงเส้นบาง ๆ บนแผนที่ แต่ในปี 2569 เส้นนี้เชื่อมกับการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และความเชื่อมั่นภูมิภาคโดยตรง

เมื่อโลกกำลังเผชิญพลังงานผันผวนอยู่แล้ว การยกระดับความตึงเครียดชายแดนแม้เพียงเล็กน้อยอาจเพิ่มแรงสั่นสะเทือนซ้อนทับทันที ทั้งด้านต้นทุนขนส่ง การค้าชายแดน และภาพลักษณ์ประเทศ

ชายแดนไม่ใช่เพียงพื้นที่ยุทธวิธี แต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ ในโลกปี 2569 ความมั่นคงไม่ได้วัดจากความเร็วในการตอบโต้ แต่ วัดจากใครคุมเกมได้มากที่สุด การพร้อมปกป้องอธิปไตยต่างจากการเร่งจังหวะเกินจำเป็น การสื่อสารที่รอบคอบและการรักษาช่องทางเจรจาคือกลไกลดแรงเสียดทานโดยตรงที่อ่าวเปอร์เซีย หากคอขวดพลังงานสะดุด ราคาน้ำมันพุ่ง ที่ชายแดนอีสาน หากจังหวะพลาด ความเชื่อมั่นสะดุด ต่างเวที

แต่หลักเดียวกัน ภูมิรัฐศาสตร์ปี 2569 จึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครแข็งกว่า แต่คือการแข่งขันว่าใครบริหารแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้ได้แม่นกว่า เพราะในระบบที่เชื่อมถึงกันทั้งโลกแรงกระเพื่อมหนึ่งจุดสามารถสะเทือนไทยได้ในเวลาอันสั้น

บทเรียนจากเวทีโลกชัดเจน ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน แสดงให้เห็นว่า เมื่อคอขวดพลังงานถูกตั้งคำถาม ต้นทุนเศรษฐกิจจะขยายตัวเร็วกว่าการเมืองเสมอ ตลาดตอบสนองก่อนการทูต ราคาพลังงานขยับก่อนข้อตกลง และแรงสั่นสะเทือนลามก่อนคำแถลง นี่คือธรรมชาติของภูมิรัฐศาสตร์ปี 2569 

ดังนั้นสำหรับ ประเทศไทย การประเมินสถานการณ์ต้องไม่แยก “พลังงาน” ออกจาก “ความมั่นคง” และไม่แยก “ชายแดน” ออกจาก “เศรษฐกิจมหาภาค” รัฐบาลและกองทัพจำเป็นต้องร่วมประเมินความเสี่ยงแบบบูรณาการ ทั้งสำรองพลังงาน ความต่อเนื่อง ห่วงโซ่อุปทาน การสื่อสารชายแดนกับ กัมพูชา และบทบาทในกรอบ อาเซียน เพราะในโลกที่เชื่อมถึงกันแน่นหนา ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครตอบโต้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่ใครมองเกมยาวที่สุด และคุมแรงสั่นสะเทือนได้แม่นยำที่สุด

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุฯ

ไทยรัฐออนไลน์3 มี.ค. 2569 16:55 น.

English version

LightDark-กกก+ฟังข่าว

แชร์ข่าวนี้

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุฯ

“โรนัลโด้” อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีตาย หลังอิหร่านถล่มขีปนาวุธโจมตี ซาอุดีอาระเบีย 

วันที่ 3 มี.ค. 69 คริสเตียโน โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสผู้ค้าแข้งอยู่กับ อัล-นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย ตัดสินใจเดินทางออกจากกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย พร้อมด้วย จอร์จินา โรดริเกซ ภรรยา และลูกๆ รวมทั้ง 5 คน 

เซ่นพิษการสู้รบดำเนินเข้าสู่วันที่ 4 ติดต่อกัน หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีกลับด้วยการถล่มขีปนาวุธ และโดรนเข้าใส่เป้าหมายทั่วอ่าวเปอร์เซีย เพื่อตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล

ข้อมูลจากเรดาร์การบินเผยให้เห็นว่า เครื่องบินรุ่น Bombardier Global Express ของ โรนัลโด้ ใช้เวลาเดินทางเกือบ 7 ชั่วโมงจากกรุงริยาด เพื่อไปถึงกรุงมาดริด โดยใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้าอียิปต์และข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ขณะที่สถานการณ์ใน ซาอุฯ ยังคงตึงเครียด สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาดถูกโดรนโจมตีถูกโจมตีจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว และเกิดเพลิงไหม้พื้นที่บางส่วน 

บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ได้สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ ในเมืองราสทานูราชั่วคราว หลังถูกโจมตีโดยอาวุธโดรนของอิหร่าน ซึ่งถือเป็น 1 ในศูนย์กลางกลั่นน้ำมันสำคัญของซาอุดีอาระเบีย และเบอร์ต้นของโลก

หลังเกิดเหตุการณ์ สถานทูตสหรัฐฯ ย้ำให้พลเมืองสหรัฐในกรุงริยาด เมืองเจดดาห์ และเมืองดาห์ราน งดออกนอกเคหสถานหากไม่มีความจำเป็นสูงสุด

สำหรับโรนัลโด้ ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรอัล-นาสเซอร์ และยิงไปแล้ว 121 ประตูจาก 137 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในฤดูกาล 2022/23 โดยเครื่องบินเจ็ตลำดังกล่าวเพิ่งถูกซื้อในปี 2024 หลังขายเครื่อง Gulfstream G200 ลำเดิมที่ซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2015 ในราคา 16 ล้านปอนด์

จีนสั่งปลด “3 นายพลเกษียณ” พ้นคณะที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ก่อนประชุมใหญ่ “สองสภา”

จีนสั่งปลด "3 นายพลเกษียณ" พ้นคณะที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ก่อนประชุมใหญ่ "สองสภา"

3 มี.ค. 2569 16:31 น.

จีนสั่งปลด “3 นายพลเกษียณ” พ้นคณะที่ปรึกษาการเมืองระดับสูง ก่อนประชุมใหญ่ “สองสภา”

สื่อของรัฐบาลจีนรายงานว่า สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) ได้ลงมติถอดถอน หาน เว่ยกั๋ว, เกา จิน และ หลิว เหล่ย สามนายพลที่เกษียณอายุราชการแล้วออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะที่ปรึกษา เพียงไม่กี่วันก่อนเริ่มการประชุม “สองสภา” นักวิเคราะห์ชี้เป็นสัญญาณการเดินหน้าล้างบางคอร์รัปชันในกองทัพที่ยังคงเข้มข้น

การปลดครั้งนี้ถูกมองว่า “ไม่ปกติ” เนื่องจากสมาชิก CPPCC และสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) มักจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ 5 ปี ซึ่งวาระปัจจุบันมีกำหนดจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2028 แต่การถอดถอนกลางคันครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญก่อนที่สมาชิกกว่า 3,000 คนจะเดินทางมารวมตัวกันที่กรุงปักกิ่ง เพื่อร่วมการประชุม “สองสภา” ซึ่งเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) และจะดำเนินไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ทางการจีนไม่ได้ให้เหตุผลที่แน่ชัดถึงการสั่งปลดในครั้งนี้ แต่ประวัติของผู้ถูกปลดล้วนเป็นอดีตผู้กุมอำนาจในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) โดยนายหาน เว่ยกั๋ว วัย 70 ปี เป็นอดีตผู้บัญชาการกองทัพบก ระหว่างปี 2017 – 2021 ที่น่าสนใจคือผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขาทั้งสองคน คือหลิว เจิ้นลี่ และ หลี่ เฉียวหมิง ก็เพิ่งถูกปลดพ้นหน้าที่ไปในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเช่นกัน

ด้านนายหลิว เหล่ย วัย 70 ปี เป็นอดีตผู้ตรวจการทางการเมืองของกองทัพบก ซึ่งทำงานควบคู่กับหาน เว่ยกั๋วในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนนายเกา จิน  วัย 67 ปี เป็นอดีตผู้บัญชาการคนแรกของกองกำลังสนับสนุนยุทธศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันถูกยุบหน่วยแล้ว และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนโลจิสติกส์ของคณะกรรมาธิการทหารกลาง (CMC) จนถึงปี 2022

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งปลดสมาชิก CPPCC รายอื่นร่วมด้วย รวมถึง จาง เค่อเจี้ยน เจ้าหน้าที่ระดับสูงในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งกำลังถูกสอบสวนในข้อหาคอร์รัปชัน

การกวาดล้างครั้งนี้ถือเป็นความต่อเนื่องจากการปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูง 19 ราย ในจำนวนนี้เป็นทหาร 9 ราย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และการปลด จาง โย่วเซี่ย นายพลระดับสูงสุดของจีนพร้อมกับพันธมิตรคนสนิทเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในข้อหา “ละเมิดระเบียบวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง”

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ดำเนินนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวดนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2012 แม้ว่านักวิจารณ์บางส่วนจะตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้ตอกย้ำว่ากองทัพจีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักในการจัดระเบียบอำนาจภายในภายใต้การนำของสี จิ้นผิง.

ที่มา BBC

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

"เนทันยาฮู" ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

3 มี.ค. 2569 15:29 น.

“เนทันยาฮู” ลั่นสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านจบไว ไม่ยืดเยื้อเป็นปี

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เชื่อมั่นปฏิบัติการกวาดล้างอิหร่านจะเป็นไปอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เผย “อาจใช้เวลา แต่จะไม่ยาวนานเป็นปี และไม่ใช่สงครามไร้จุดจบ” หลังสงครามเข้าสู่วันที่ 4 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ขยายวงกว้าง เมื่ออิหร่านเปิดฉากตอบโต้ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในริยาดและบาห์เรน

 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “Hannity” ของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 มี.ค.) โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า สงครามระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จะไม่ยืดเยื้อนานเป็นปีเหมือนสงครามครั้งก่อนๆ ในภูมิภาค

เนทันยาฮูกล่าวว่า “ผมเคยบอกไว้ว่ามันจะรวดเร็วและเด็ดขาด มันอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะไม่ลากยาวเป็นปีๆ นี่ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ” แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประเมินไว้ที่ 4-5 สัปดาห์ แต่เริ่มมีสัญญาณของการขยายขอบเขตการโจมตีที่กว้างขึ้นอย่างไม่มีกำหนด การสู้รบยังลุกลามสู่เลบานอน โดยอิสราเอลโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

สถานการณ์ล่าสุดในวัน3 มีนาคม กรุงเทลอาวีฟสั่นสะเทือนด้วยเสียงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอาคารสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านในเตหะราน และถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน

ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงความสำเร็จในปฏิบัติการ “Operation Promise of the Truth 4” โดยระบุว่าได้ส่งโดรน 20 ลำ และขีปนาวุธ 3 ลูก เข้าถล่มศูนย์บัญชาการหลักของฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในบาห์เรนจนพังพินาศ นอกจากนี้ยังมีรายงานโดรนจากอิหร่านโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้

นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังมี “หมัดเด็ด” ที่จะโจมตีอิหร่านหนักกว่านี้ พร้อมระบุว่าแม้เป้าหมายหลักคือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธโดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ได้ตัดทางเลือกในการส่งทหารราบเข้าสู่ตะวันออกกลางออกไป

สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกถูกปิดตาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนสนามบินดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ต้องปิดทำการต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ผู้โดยสารนับหมื่นตกค้าง ทั่วโลกเผชิญวิกฤตการบินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่โควิด-19 นอกจากนั้น ยังมีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 6 นายในคูเวต ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,250 แห่ง

ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นไปเพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากรัสเซีย จีน และตุรกีที่ร่วมกันประณามสงครามในครั้งนี้ ขณะที่ผลสำรวจจาก Reuters/Ipsos พบว่าชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองครั้งใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง.

ที่มา Reuters

“จาซินดา อาร์เดิร์น” อดีตนายกฯ นิวซีแลนด์ย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ตอกย้ำวิกฤต “สมองไหล”

"จาซินดา อาร์เดิร์น" อดีตนายกฯ นิวซีแลนด์ย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ตอกย้ำวิกฤต "สมองไหล"

3 มี.ค. 2569 13:49 น.

“จาซินดา อาร์เดิร์น” อดีตนายกฯ นิวซีแลนด์ย้ายไปอยู่ออสเตรเลีย ตอกย้ำวิกฤต “สมองไหล”

กลายเป็นประเด็นร้อนในนิวซีแลนด์ หลังโฆษกยืนยันอดีตนายกฯ หญิง “จาซินดา อาร์เดิร์น” ย้ายไปพำนักในออสเตรเลียพร้อมครอบครัวเพื่อทำงาน ด้านนักวิชาการชี้เป็นสัญลักษณ์ความล้มเหลวในการรั้งทรัพยากรบุคคล ตอกย้ำวิกฤต “สมองไหล” ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพพุ่งและเศรษฐกิจซบเซาที่บีบให้ชาวนิวซีแลนด์กว่า 6 หมื่นคนต้องโบกมือลาบ้านเกิด

สำนักงานของนางจาซินดา อาร์เดิร์น อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ยืนยันว่าขณะนี้เธอและครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยนายคลาร์ก เกย์ฟอร์ด สามี และ “นีฟ” ลูกสาววัย 7 ขวบ ได้ย้ายไปพำนักในประเทศออสเตรเลีย หลังจากมีรายงานว่ามีผู้พบเห็นครอบครัวอาร์เดิร์นไปดูบ้านในย่านนอร์เทิร์นบีช ของนครซิดนีย์

โฆษกส่วนตัวระบุว่า การย้ายครั้งนี้เนื่องจากทั้งคู่มีงานที่นั่น และยังช่วยให้มีเวลาบินกลับไปเยี่ยมนิวซีแลนด์ได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุแน่ชัดว่าพวกเขาเริ่มย้ายไปตั้งแต่เมื่อใดหรือทำงานในตำแหน่งใด แต่ย้ำว่าเป็นเรื่องปกติที่อดีตผู้นำจะใช้เวลาในต่างประเทศหลังพ้นตำแหน่ง

การย้ายประเทศของอดีตผู้นำระดับไอคอนรายนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากนิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับสถิติชาวเมืองย้ายออกจากประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในปีที่ผ่านมามีชาว “กีวี” ย้ายออกไปมากถึง 66,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 180 คน ซึ่งกว่าร้อยละ 60 เลือกมุ่งหน้าสู่ออสเตรเลีย เนื่องจากมีรายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่สูงกว่า และได้รับสิทธิในการทำงานและพำนักที่ง่ายกว่า

อลัน แกมเลน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นฐาน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า “การย้ายของอาร์เดิร์นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของภาพรวมที่เกิดขึ้น สำหรับบางคนนี่อาจถูกมองว่าเป็นการทอดทิ้งประเทศในยามยาก”

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดปรากฏการณ์สมองไหลครั้งนี้คือสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนเกินรับไหว โดยนิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับอัตราว่างงานสูง ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ (ไม่นับช่วงโควิด-19) ขณะที่ราคาของชำและสินค้าอุปโภคบริโภคติดอันดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนั้น ปัญหาการขาดแคลนบ้านทำให้ทั้งราคาซื้อขายและค่าเช่าพุ่งสูงจนคนรุ่นใหม่หมดหวังที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุขและการศึกษาที่ขยายวงกว้างขึ้น

จาซินดา อาร์เดิร์น ก้าวขึ้นเป็นผู้นำหญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลกในปี 2017 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายเสรีนิยมทั่วโลกจากการรับมือเหตุกราดยิงที่เมืองไครสต์เชิร์ชและการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง เธอต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและการประท้วงต่อต้านวัคซีนที่รุนแรง จนเธอประกาศลาออกในปี 2023 โดยให้เหตุผลว่า “หมดพลัง” 

ปัจจุบัน อาร์เดิร์นยังคงมีบทบาทในเวทีโลก ทั้งการเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, การสานต่อโครงการ Christchurch Call เพื่อต่อต้านลัทธิที่สุดโต่งบนโลกออนไลน์ และเพิ่งเปิดตัวหนังสือบันทึกความทรงจำของเธอไปเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา.

ที่มา The Guardian / BBC

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่

3 มี.ค. 2569 13:35 น.

ทรัมป์ลั่นสหรัฐมีอาวุธพอทำสงคราม “ตลอดกาล” โวคลังแสงพร้อมชนะครั้งใหญ่

ทรัมป์คุยโวไม่หยุด โพสต์อวดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า สหรัฐฯ มีคลังอาวุธเพียงพอสำหรับการทำสงครามตลอดกาล พร้อมย้ำว่าอเมริกาพร้อมชนะครั้งใหญ่

ทรัมป์โพสต์ข้อความก่อนเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า สหรัฐฯ มีคลังยุทโธปกรณ์ระดับกลางและระดับกลางค่อนไปทางระดับสูง จำนวนมหาศาลแบบไม่จำกัด และสงครามสามารถดำเนินต่อไปได้ “ตลอดกาล” เชื่อมั่นว่าสหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะชนะครั้งใหญ่ 

ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังยืดเยื้อ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องคลังอาวุธของสหรัฐฯ หลังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าสต็อกอาวุธขั้นสูงบางประเภทลดลง

ในโพสต์เดียวกัน ทรัมป์ยังกล่าวพาดพิงถึงอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดนโดยกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดส่งอาวุธระดับสูงสุดจำนวนมากให้กับยูเครน

ในช่วงปลายวาระ 4 ปีของไบเดน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้ยูเครนใช้งานขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS ซึ่งมีศักยภาพยิงได้ไกลถึง 190 ไมล์ หรือราว 300 กิโลเมตร เพื่อโจมตีเป้าหมายทางทหาร

การตัดสินใจดังกล่าวในขณะนั้นถูกมองว่าเป็นการยกระดับการสนับสนุนยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางสงครามกับรัสเซีย

คำประกาศของทรัมป์สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวและการส่งสัญญาณความพร้อมทางทหารของสหรัฐฯ ในช่วงเวลาที่หลายฝ่ายจับตาความเพียงพอของคลังอาวุธ โดยเฉพาะอาวุธขั้นสูงที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย

แม้ทรัมป์จะยืนยันว่า สหรัฐฯ มีอาวุธเพียงพอสำหรับการทำสงครามระยะยาว แต่คำพูดเรื่องสงครามตลอดกาล ก็จุดคำถามใหม่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายความมั่นคงของวอชิงตันในระยะต่อไป.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง

สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ชี้แจงปฏิบัติการร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ เพื่อขจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน

สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ชี้แจงปฏิบัติการร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ เพื่อขจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน

3 มี.ค. 2569 12:53 น.

สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ชี้แจงปฏิบัติการร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ เพื่อขจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน

สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ชี้แจงถึงปฏิบัติการสิงโตคำราม ที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการโจมตีอิหร่าน มีวัตถุประสงค์ชัดเจนคือการขจัดภัยคุกคามที่มาจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ส่งเอกสารชี้แจงวัตถุประสงค์ของอิสราเอลในการร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดนี้ โดยมีเนื้อหาใจความว่า

 ขณะนี้อิสราเอลกำลังเผชิญหน้ากับระบอบการปกครองของอายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ในอิหร่านที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

อิสราเอลมีวัตถุประสงค์ชัดเจนคือการขจัดภัยคุกคามที่มาจากอิหร่าน ซึ่งรวมถึงความตั้งใจของอิหร่านที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โครงการขีปนาวุธพิสัยไกลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และการให้การสนับสนุนเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นตัวแทนของอิหร่านซึ่งมีอยู่ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนั้นอิสราเอลยังเสนอทางเลือกให้ประชาชนชาวอิหร่านสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ โดยปราศจากระบอบการปกครองที่ประกาศอย่างเปิดเผยให้ทำลายล้างประเทศอิสราเอล

อิสราเอลได้ข้อสรุปว่า แม้จะมีความเสี่ยง แต่หากไม่ดำเนินการใดๆ โดยปราศจากมาตรการที่เด็ดขาด ก็จะก่อให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรงยิ่งไปกว่านั้น กล่าวคืออิหร่านจะบรรลุขีดความสามารถสูงสุดด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ที่ทำให้ไม่สามารถขจัดภัยคุกคามเหล่านี้ได้เลย ทั้งนี้ อิหร่านได้ย้ายองค์ประกอบสำคัญของโครงการนิวเคลียร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตขีปนาวุธ ลงไปอยู่ใต้ดินอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันการถูกทำลาย

อิสราเอลประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาและเปิด”ปฏิบัติการสิงโตคำราม” เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านที่   คุกคามอิสราเอลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายทางการทหาร รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านขีปนาวุธ และองค์ประกอบของอุตสาหกรรมด้านการทหารของอิหร่าน

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่อิหร่านได้เรียกร้องอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ให้กำจัดอิสราเอลและดำเนินการต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะอาวุธนิวเคลียร์ การเร่งโครงการขีปนาวุธ ตลอดจนการให้เงินทุนและสั่งการเครือข่ายก่อการร้ายที่มีอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค อิสราเอลตัดสินใจร่วมกับสหรัฐอเมริกาในปฏิบัติการครั้งนี้ก็เพื่อขจัดภัยคุกคามดังกล่าวและเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองของตน

การที่อิหร่านโจมตีหลายประเทศไปทั่วตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ยิ่งย้ำให้เห็นถึงท่าทีอันแข็งกร้าวและบทบาทสำคัญของอิหร่านในการทำลายความมั่นคงในภูมิภาค

ในส่วนของแรงงานไทย อิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงานชาวไทยที่พำนักอยู่ในอิสราเอล โดยสนับสนุนและสร้างระบบต่างๆ เพื่อให้แรงงานไทยมั่นใจและปลอดภัย กล่าวคือ มีการเปิดสายด่วนฉุกเฉินเป็นภาษาไทย ส่งข้อความแจ้งเตือนทันที และให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยเป็นภาษาไทยไปยังโทรศัพท์มือถือโดยตรง รวมถึงเผยแพร่วิดีโอแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยและในสถานการณ์ฉุกเฉิน หน่วยงานด้านประชากรและตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงกระทรวงแรงงานของอิสราเอล ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอล เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างทันท่วงทีและเกิดความร่วมมืออย่างเต็มที่ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อิสราเอลมุ่งมั่นดำเนินการทุกวิถีทางที่จะดูแลปกป้องให้แรงงานชาวไทยปลอดภัย และถือว่าการคุ้มครองดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบที่มีลำดับความสำคัญสูงสุด.

ที่มา : สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย