รุ่นพี่สวนกุหลาบรุ่น 96 แต่งชุดนักเรียน ต้อนรับน้องม.1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732467

รุ่นพี่สวนกุหลาบรุ่น 96  แต่งชุดนักเรียน ต้อนรับน้องม.1

รุ่นพี่สวนกุหลาบรุ่น 96 แต่งชุดนักเรียน ต้อนรับน้องม.1

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิษณุพร อุทกภาชน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายเขมทัตต์ พลเดช ที่ปรึกษา บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) และ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำทัพรุ่นพี่สวนกุหลาบรุ่น 96 แต่งชุดนักเรียนมารับน้องม.1ที่เพิ่งเข้าเรียนเป็นครั้งแรก โดยมีอาจารย์เก่าอายุราว 70-80 ปีขึ้นไป มาร่วมงานกว่า 20 ท่าน ผู้ปกครองและศิษย์เก่าเข้าร่วมในพิธีกว่า 200 คน

นายพิษณุพร อุทกภาชน์ ในฐานะรุ่นพี่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 96 กล่าวว่า โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มีประเพณีพิเศษคือ“วันมหัศจรรย์สุภาพบุรุษสวนกุหลาบ” โดยรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว 50 ปี มารับรุ่นน้องมัธยม 1 ที่เพิ่งเข้าโรงเรียนเป็นครั้งแรก ซึ่งได้ริเริ่มดำเนินการ โดยพลตำรวจโทณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ศิษย์เก่ารุ่น 81 และสำหรับปีนี้ ชมรมศิษย์เก่ารุ่น 96 เป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมีประธานรุ่นคือ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำเพื่อนๆรุ่น 96 และเตรียมงานกว่า 8 เดือน มารับน้องในวันดังกล่าว ในโอกาสนี้ ได้มีการมอบผ้าพันคอ จำนวน 700 ผืน เพื่อเป็นสื่อทางใจ และนำผ้าพันคอไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ให้กับน้องใหม่ สำหรับชุดนักเรียนที่พี่ๆ รุ่น 96 สวมใส่มาร่วมงานก็จะซักอบรีด แล้วมอบให้รุ่นน้องที่จะเป็นเจ้าภาพใช้ในปีต่อไป ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากมีกิจกรรมรับน้อง ยังมีการปรับปรุงสนามหญ้าหน้าตึกยาว อาคารเรียนอายุกว่า 120 ปี ให้เป็นพื้นที่สันทนาการขนาด 5,000 ตารางเมตร ที่มีมาตรฐานระดับมาตรฐาน FIFA และ Premier League สำหรับการเล่นฟุตบอล และกีฬาระดับสากล มูลค่าประมาณ 800,000 บาท โดยเพื่อนๆ และกรรมการรุ่นร่วมกันบริจาคสมทบทุนให้กับทางโรงเรียนในครั้งนี้

นิปปอนเพนต์ประกวด Young Designer เน้นให้ประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732468

นิปปอนเพนต์ประกวด Young Designer  เน้นให้ประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ

นิปปอนเพนต์ประกวด Young Designer เน้นให้ประโยชน์สูงสุดต่อมนุษยชาติ

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟโคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมจัดประกวดงานออกแบบ Asia Young Designer Awards 2023 หรือ AYDA ปีที่ 16 โดยปีนี้ผลักดันให้นักศึกษา สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ (Architectural) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ที่พร้อมยกระดับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของมนุษย์อย่างยั่งยืน ด้วยการออกแบบที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Converge : Championing Purposeful Designs” หรือ “การรวมกันเป็นหนึ่งด้วยความมุ่งมั่น เพื่อประโยชน์อันสูงสุดผ่านงานออกแบบ” โดยคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบและประโยชน์สูงสุดต่อมวลมนุษยชาติ ที่ผสมผสานปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และพัฒนาต่อไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

ผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขา จะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท พร้อมโปรแกรมออกแบบ Sketchup Studio Education Software 2023 เป็นเวลา 1 ปี และโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันกับผู้ชนะจากอีกกว่า 16 ประเทศ ในงาน Asia Young Designer Summit ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะระดับเอเชีย จะได้เข้าร่วมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่ Harvard’s Graduate School of Design ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 3 สัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาทโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผู้สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประกวด Asia Young Designer Awards 2023 ทั้งการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายใน เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2566 โดยส่งใบสมัครพร้อมผลงานได้ที่เว็บไซต์ http://www.asiayoungdesignerawards-th.com และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง http://www.facebook.com/AsiaYoungDesignerAwardsThailand หรือ โทร.02-4625299 ต่อ 164

เครือโรงเรียน ‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’ มอบทุนนักเรียนทั่วโลก 5 ทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732469

เครือโรงเรียน ‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’  มอบทุนนักเรียนทั่วโลก 5 ทุน

เครือโรงเรียน ‘เอไอเอสแอล ฮาร์โรว์’ มอบทุนนักเรียนทั่วโลก 5 ทุน

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิทุนการศึกษาเอไอเอสแอลฮาร์โรว์ (AISL Harrow Scholarships) มอบทุนการศึกษาเต็มจำนวนให้นักเรียนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นทั่วโลก ได้ศึกษาในหลักสูตรเอ-เลเวล (A-Level) เพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยที่โรงเรียนในเครือเอไอเอสแอล ฮาร์โรว์ (AISL Harrow) เข้าร่วมโครงการ จำนวน 5 ทุน

ในครั้งนี้มีผู้สมัครขอทุนทั้งสิ้น 384 ราย จาก 60 ประเทศ และภูมิภาค และได้คัดเลือกจนเหลือ 5 คน ที่ได้รับทุนประจำปีการศึกษา 2566-2568 โดยมีนักเรียนจากประเทศไทย ศิรวัฒน์ จิรศิริอริยกุล ได้รับทุนในครั้งนี้ พร้อมกับ ออเดรย์ หยุนหาน เกา (Audrey Yunhan Gao) จากจีน, บ๊อบ ป๊อก โฮ หว่อง (Bob Pok Ho Wong) จากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน, คาร์คาร์ โซตเว โค (KarKar Soe Thway Ko) จากเมียนมา, สวาน เตย์ซา ออง (Swan Tayza Aung) จากเมียนมานักเรียนทุนทั้ง 5 คน จะได้รับค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน รวมถึงค่าอยู่กินและค่าสอบ ตลอด 2 ปี ที่เรียนหลักสูตรเอ-เลเวลที่โรงเรียนเอไอเอสแอลฮาร์โรว์ ในกรุงเทพมหานคร ไหโข่ว หรือฮ่องกง ในเดือนกันยายนนี้

ในเครือฮาร์โรว์แต่ละแห่งทั่วเอเชียยังมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ Facebook AISL Education Group – AISL Harrow I Outdoor I Academy) และเว็บไซต์ aislharrow.com/aisl-harrow-scholarships/

จุฬาฯ จัด ‘Teacher Conference’ เยาวชนไทยห่างไกลความรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732464

จุฬาฯ จัด ‘Teacher Conference’  เยาวชนไทยห่างไกลความรุนแรง

จุฬาฯ จัด ‘Teacher Conference’ เยาวชนไทยห่างไกลความรุนแรง

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันสอนภาษาอังกฤษ โกลบิช อคาเดเมีย (ไทยแลนด์) ธุรกิจสตาร์ทอัพด้านการศึกษาของศูนย์นวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Innovation Hub) ร่วมกันจัดงาน Teacher Conference “Stop Violence in Schools เยาวชนไทยห่างไกลความรุนแรง” ครั้งที่ 2 ในโครงการ International Friends for Peace 2023 ในวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2566 เวลา 08.30-15.00 น. ณ โถงชั้นล่าง อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งาน Teacher Conference ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้โรงเรียนได้สร้างและพัฒนาโครงการเพื่อลดความรุนแรงตามบริบทและรูปแบบความรุนแรงภายในโรงเรียน โดยเน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในสถานศึกษา รวมถึงสร้างเครือข่ายโรงเรียน (School Community)

มจธ. จับมือ เจเนเรชั่น ร่วมพัฒนาคนไอทีตอบโจทย์ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732470

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และนางสาวปุณยนุช พัธโนทัย ประธานกรรมการบริหาร เจเนเรชั่นประเทศไทย ลงนามข้อตกลงความร่วมมือผลักดันกลยุทธ์จ้างงานเน้น “ทักษะ” แก้วิกฤตขาดคนไอที ด้วย “GenNX Model” เพื่อผลิตนักพัฒนาซอฟต์แวร์คุณภาพ เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านบุคลากรให้กับผู้ประกอบการดิจิทัลไทย เมื่อเร็วๆ นี้ที่ อาคารเคเอกซ์ มจธ.

นักศึกษาม.ศรีปทุม คว้า Popular Vote คลิปวีดีโอ ‘Maid in Thailand 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นักศึกษาม.ศรีปทุม คว้า Popular Vote คลิปวีดีโอ ‘Maid in Thailand 2023’

นักศึกษาม.ศรีปทุม คว้า Popular Vote คลิปวีดีโอ ‘Maid in Thailand 2023’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีม Question Mark นักศึกษา สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับรางวัล Popular Vote รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรจากผลงานคลิปวีดีโอ “ห้องวุ่นๆกับวัยรุ่น 3 คน” ในการประกวดคลิปวีดีโอในหัวข้อ “Maid in Thailand 2023” หรือ “สังคมไทยกับอาชีพแม่บ้าน” จัดโดย bTaskee Thailand แอปพลิเคชั่นจองทำความสะอาดรายชั่วโมง

การจัดการแข่งขันประกวดคลิปวีดีโอในหัวข้อ “Maid in Thailand 2023” หรือ “สังคมไทยกับอาชีพแม่บ้าน” ชิงรางวัลในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายคือการเปิดมุมมองความคิดที่สังคมมีต่ออาชีพแม่บ้าน สิ่งที่เหล่าแม่บ้านต้องเผชิญ และเพื่อจุดประกายความคิดค้นหาแนวทางที่จะสามารถช่วยยกระดับอาชีพนี้ รวมถึงให้เกียรติพวกเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์

ทีม Question Mark ประกอบไปด้วย นายบดินทร์ เคลือเนาวรัตน์, นายเกรียงไกร ซ้ายเส้ง, นายกิตติพงศ์ หอมอ่อน, นายศิรวัสส์ จรูญโสภณสวัสดิ์, นายแสงสิริ วงษ์ชมภู, นายธีรภัทร สายสมบูรณ์, นายธิติ หวังกีรติกานต์, นางสาวนนท์นภัส ศรีกุลศศิธ, นางสาวลินดา คงบัน, นางสาวสุทธิพร แสงจันทร์, นางสาวช่อญดา เกยูรินทร์, นางสาวพรลภัส ช้างทอง, นางสาวพรรณวดี คุณสุทธ์ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชาญวิทย์ พรหมพิทักษ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทีม

‘กรมการข้าว’ถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 45 พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732444

'กรมการข้าว'ถวายพระพร'สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี' เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 45 พรรษา

‘กรมการข้าว’ถวายพระพร’สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 45 พรรษา

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.57 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พฤษภาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหารกรมการข้าว ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2566 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)

– 006

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732243

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

นายกฯสั่งคุมเข้ม รถรับ-ส่งนักเรียน ช่วงเปิดเทอมใหม่ ป้องกันอุบัติเหตุ

นายกรัฐมนตรีกำชับสถานศึกษา-ขนส่งฯ คุมเข้มความปลอดภัยรถรับ-ส่งนักเรียนให้ได้มาตรฐาน ป้องกันอุบัติเหตุ หลังสถิติชี้เกิดประจำช่วงเปิดเทอม

เมื่อวันที่ 21พ.ค. 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ภายหลังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดขึ้นกับรถรับ-ส่งนักเรียน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปี 2563-2565 เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 27 ครั้ง บาดเจ็บและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 485 ราย เสียชีวิต 2 ราย

โดยนายกรัฐมนตรีกำชับให้สถานศึกษา กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กำกับดูแลรถที่ให้บริการรับ-ส่งนักเรียนต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับ-ส่งนักเรียน โดยอนุญาตให้นำรถที่จดทะเบียนเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน แต่ไม่เกิน 12 คน ทั้งรถสองแถวและรถตู้ มาใช้เป็นรถรับ-ส่งนักเรียนได้ โดยต้องมีการรับรองการใช้รถดังกล่าวจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา ซึ่งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

อาทิ ห้ามติดฟิล์มกรองแสงที่กระจกรอบคัน ที่นั่งผู้โดยสารต้องยึดแน่นอย่างมั่นคงแข็งแรง และต้องไม่มีพื้นที่สำหรับนักเรียนยืนในห้องโดยสารเด็ดขาด กรณีเป็นรถสองแถว ต้องมีประตูและที่กั้นป้องกันนักเรียนตก ส่วนรถตู้ต้องจัดวางที่นั่งเป็นแถวตอนตามความกว้างของตัวรถเท่านั้น โดยต้องนำรถเข้าตรวจสอบ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่โรงเรียนหรือสถานศึกษาตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ซึ่งจะได้รับอนุญาตเป็นครั้งคราว คือ ครั้งละ 1 ภาคการศึกษาเท่านั้น

นอกจากนี้ รถรับ-ส่งนักเรียนทุกคันที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ต้องติดแผ่นป้ายพื้นสีส้ม มีข้อความตัวอักษรสีดำว่า “รถโรงเรียน” ติดอยู่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถให้เห็นชัดเจน มีไฟสัญญาณสีเหลืองอำพันหรือสีแดงเปิดปิดเป็นระยะติดไว้ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถ เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน พร้อมมีอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนด ต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นกรณีฉุกเฉิน เช่น เครื่องดับเพลิง ค้อนทุบกระจก วัสดุภายในรถส่วนของผู้โดยสารต้องไม่มีส่วนแหลมคม

ทางประตูทางขึ้นลงหรือเป็นช่องเปิดต้องมีความปลอดภัย ห้ามมีที่ยืนบนรถ โครงสร้างหลังคามั่นคงแข็งแรง และที่สำคัญผู้ขับรถโรงเรียนต้องได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ซึ่งต้องไม่เคยมีประวัติเสียหายอันเกิดจากการขับรถมาก่อน รวมถึงต้องมีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้นักเรียนตลอดการรับส่ง

โดยหากพบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด สั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้ใช้รถทันที และไม่สามารถขออนุญาตได้อีก จนกว่าจะพ้น 1 ปีไปแล้ว ซึ่งนายกฯ เป็นห่วงความปลอดภัยของนักเรียนที่โดยสารรถรับ-ส่งนักเรียน กำชับให้กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลรถโรงเรียนและรถรับ-ส่งนักเรียนร่วมกันอย่างเข้มงวด คุมเข้มมาตรการควบคุมดูแลคนขับรถและสภาพรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด

รวมทั้งขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่ให้บุตรหลานขึ้นรถรับ-ส่งนักเรียน ช่วยกันสังเกตตรวจดูรถทุกคันว่าได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพบไม่ได้มาตรฐานให้แจ้งกับทางโรงเรียน หรือกรมการขนส่งทางบก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น อนึ่ง นอกจากการตรวจสอบความปลอดภัยของตัวรถและพนักงานขับรถแล้ว ขอเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับรถรับ-ส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

“พนักงานขับรถ ผู้ควบคุมนักเรียน และนักเรียน ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง จัดให้มีแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือไว้ประจำรถ ทำความสะอาดรถรับ-ส่งนักเรียนก่อนและหลังการให้บริการ โดยเฉพาะจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่น ราวจับ ที่เปิดประตู เบาะนั่ง ที่วางแขน เป็นต้น เปิดหน้าต่างและประตูเพื่อถ่ายเทระบายอากาศภายในตัวรถ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้บริการรถรับ-ส่งนักเรียนของนักเรียนและผู้ปกครอง” นายอนุชา กล่าว

‘มข.’จัดงานเปิดโลก‘AI for Autism’ สร้างนวัตกรรมเพื่อ‘ออทิสติก’ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732169

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายการศึกษาพิเศษ ร่วมกับภาคีเครือข่ายการดูแลบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” โดยมี นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิด ดร.สมพร หวานเสร็จ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ ระดับ 9 อาจารย์ที่ปรึกษา ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย ฝ่ายการศึกษาพิเศษ กล่าวต้อนรับ

อาจารย์ปริศนา อานจำปา รองผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตฯ ฝ่ายการศึกษาพิเศษ กล่าวรายงาน นายสุภวัฒน์ หนูพริก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น กล่าววิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จังหวัดขอนแก่น และมีพิธีมอบเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณ แก่หน่วยงานภาคีเครือข่ายผู้ดูแลบุคคลออทิสติก จังหวัดขอนแก่น และเยาวชนคนพิเศษตัวอย่าง โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ประมาณ 300 คน ณ ห้องแกรนด์พาวิลเลี่ยน ราชาวดี รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล ขอนแก่น

ดร.สมพร หวานเสร็จ กล่าวว่า การจัดการประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” ในครั้งนี้ จัดขึ้นในธีมงาน “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทยก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล” ซึ่งนับว่าเป็นธีมงานที่มีความสำคัญและน่าสนใจมาก เพราะยุคปัจจุบัน AI นั้น มีความเกี่ยวข้อง ใกล้ชิดในชีวิตประจำวันของทุกคนมาก และในเกือบทุกวงการ ก็มีการนำ AI มาใช้งานมากขึ้น รวมไปถึงด้านออทิสติกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษา หรือทางการแพทย์ ที่จะช่วยเหลือเด็กออทิสติกมากขึ้น เช่น มีการวิจัยโดยทีมผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีการนำ AI มาช่วยวินิจฉัยอาการออทิสติก ในเด็กตั้งแต่เนิ่นๆ ที่ช่วยวิเคราะห์อาการออทิสติกได้ทันท่วงที เทคโนโลยี AI นี้ก็ยังสามารถใช้กับการรักษาทางไกล หรือการเช็คอาการย้อนหลังได้ หรือการสร้างนวัตกรรมสุดอัจฉริยะ “เก้าอี้กอด OTO” ช่วยผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการออทิสติก สเปกตรัม ให้รู้สึกปลอดภัยจากการสัมผัสที่เหมาะสม

ซึ่งสิ่งประดิษฐ์นี้ ถูกออกแบบและพัฒนาโดย Alexia Audrain ช่างไม้ครุภัณฑ์ชาวฝรั่งเศส และมีการพัฒนางานด้าน AI อีกมากมาย และหวังว่า จะเป็นการเปิดโลกทัศน์อีกมุมมองหนึ่ง และได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึมที่เหมาะสม ตลอดจนเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและขยายผล ทั้งด้านงานวิจัย บทความ สื่อ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษต่อไป”

อาจารย์ปริศนา อานจำปา กล่าวว่า การประชุมวิชาการ เปิดโลกออทิสติก ครั้งที่ 14 ขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสหวิชาชีพ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการให้ความช่วยเหลือและพัฒนาบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แบบองค์รวมในทุกมิติ เป็นเวทีในการนำเสนอนวัตกรรม ผลการวิจัย

แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดเห็น และแสดงความก้าวหน้าของงานวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนานวัตกรรม ผลงานวิจัย และการนำไปใช้ประโยชน์ ต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ผลงานกิจกรรม ของภาคีเครือข่ายการดูแลบุคคลออทิสติก และยกย่องเชิดชูเกียรติ แก่บุคคล หน่วยงานที่มีผลงานดีเด่น และทำคุณประโยชน์ด้านการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึม

การประชุม “AI for Autism : นวัตกรรม AI นำออทิสติกไทย ก้าวไกล สู่โลกดิจิทัล”ในครั้งนี้ได้เชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และให้ความรู้ แก่ครู บุคลากรทางการศึกษา บุคลากรทางการแพทย์นักวิจัย ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ และเป็นแนวทาง ในการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะออทิซึม และบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ในจังหวัดขอนแก่น

‘สศร.’ส่งดีไซเนอร์‘เอก ทองประเสริฐ’ แนะเทคนิคต่อยอดอัตลักษณ์ผ้าไทย‘เชียงใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732172

‘สศร.’ส่งดีไซเนอร์‘เอก ทองประเสริฐ’ แนะเทคนิคต่อยอดอัตลักษณ์ผ้าไทย‘เชียงใหม่’

‘สศร.’ส่งดีไซเนอร์‘เอก ทองประเสริฐ’ แนะเทคนิคต่อยอดอัตลักษณ์ผ้าไทย‘เชียงใหม่’

วันจันทร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวเปิดเผยว่า จากการที่ สศร.ดำเนินโครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ล่าสุดได้ส่ง นายเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ นักออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกายผ้าไทย ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ให้ความรู้กลุ่มผ้าทอ นายใจดี หรือแบรนด์ Ninechaidee ยาจกไฮโซ และโครเชต์ใยกัญชง

ซึ่งตนได้เน้นย้ำให้นักออกแบบและผู้ประกอบการร่วมกันพัฒนาเครื่องแต่งกาย รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดการพัฒนาลวดลายใหม่และให้แปรรูปชุดเครื่องแต่งกายให้มีความร่วมสมัย โดดเด่น และสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยให้ค้นหาหรือคิดค้นเรื่องราวที่เป็นทุนดั้งเดิมของแต่ละพื้นที่ และมีอัตลักษณ์มาปรับใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ยังคงตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

และพยายามสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ในชุมชน ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อยๆ ให้เกิดการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเครือข่ายที่เข้มแข็งมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเน้นให้มีการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายภายใต้แนวคิด BCG and Sustainability การนำวัสดุสิ่งที่เหลือใช้ ในพื้นที่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมถึงใช้วัสดุที่ก่อให้เกิด Carbon Footprint น้อยที่สุด

ด้าน นายเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ นักออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกายผ้าไทย กล่าวว่า ตนได้ออกแบบชุดเครื่องแต่งกายร่วมสมัย สำหรับผู้ชาย ไว้ 8 ชุด โดยจะต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะของผู้ประกอบการ มีทั้งงานปัก งานตัดต่อ โครเชต์ โดยผสมผสานให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และต่อยอดให้ผลงานพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ได้ ซึ่งการดำเนินโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยตนและดีไซเนอร์ทุกคน พยายามพัฒนาทุนวัฒนธรรมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด รวมถึงสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการในการออกแบบเครื่องแต่งกายทางวัฒนธรรม

ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ให้สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ กับเสื้อผ้าในปัจจุบันให้ได้ และยังจะต้องสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนด้วย ซึ่งการผลักดันผ้าไทยให้คนไทยนิยมมากขึ้น จำเป็นต้องเข้าใจมุมมองของผู้บริโภคที่หลากหลายในปัจจุบัน ส่วนตัวยังเห็นว่าการรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของผ้าไทยยังยึดโยงกับกลุ่มประชากรในบางเจเนอเรชั่น ไม่กระจายไปถึงกลุ่มคนใหม่ๆ ทำให้ลูกค้ากระจุกตัวอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือสร้างความหลากหลาย เพื่อตอบสนองผู้บริโภคทุกกลุ่ม

ส่วนการก้าวสู่ตลาดโลกสามารถทำได้ 2 แบบ คือ การทำการตลาดในกลุ่มประเทศที่มีวัฒนธรรมร่วม อย่างกลุ่มประเทศในเอเชียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน เนื่องจากเรามี Preperception ร่วมกัน แต่หากต้องการทำตลาดกับกลุ่มประเทศอื่น เราอาจต้องทำความเข้าใจวัฒนธรรม หัตถกรรมพื้นถิ่น แล้วทำการปรับงานออกแบบผ้าไทยให้สอดคล้องกับประเทศนั้นๆ

“ยกตัวอย่างที่เห็นในปัจจุบันคืองานเขียนผ้าบาติกเพื่อนำไปทำชุดกิโมโน โดยลายผ้าจะออกแบบจากญี่ปุ่น หรือเราขายผ้าคอตตอนออร์แกนิก ให้เขาไปทำต่อเองหรือทางตลาดยุโรปที่กำลังตระหนักถึง Sustainable Movement เราก็สามารถทำให้สอดคล้องได้ไม่ยาก เพราะเรามีความโดดเด่นเรื่องความละเอียดอ่อนในการผลิตผ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว” นายเอก กล่าว