ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728481

ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

ศูนย์คุณธรรม เฟ้นหาต้นแบบสื่อคัดเลือกรางวัล MORAL AWARDS 2022 ครั้งที่ 3

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.45 น.

ศูนย์คุณธรรม จัดงาน “MORAL AWARDS 2022” ครั้งที่ 3  เพื่อค้นหาสื่อ  บุคคล  ชุมชนและองค์กร จากพื้นที่เล็ก ๆ กระจายสู่ระดับภูมิภาค จังหวัด และระดับประเทศ เพื่อขยายผลความดีสู่สาธารณะ ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ  ให้เป็นแบบอย่างที่ดีงามด้านพฤติกรรม เกิดเป็นอัตลักษณ์ของคนไทย สู่สายตานานาชาติต่อไป

3 พ.ค.66 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “MORAL AWARDS 2022” โดยมี รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิศูนย์คุณธรรม ร่วมแถลงข่าวฯ ณ ห้อง Function Eleven ชั้น 11 โรงแรม สยามแอ็ทสยาม ดีไซน์  โฮเทล กรุงเทพฯ และถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live : ศูนย์คุณธรรม Moral Center Thailand

โดยกิจกรรมในงาน รศ.นพ.สุริยเดว  ร่วมบรรยายพิเศษ “Digital เปลี่ยนโลก Moral เปลี่ยนคุณ” นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา “คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม จากรางวัล MORAL AWARDS 2021” ประกอบด้วย ผู้แทนรางวัลประเภทบุคคล นพ.ฐาปนันท์ มหิศนันท์ นายแพทย์ประจำโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย  ผู้แทนรางวัลประเภทชุมชน/องค์กร ว่าที่ร.ต.ชาติชาย ยอดมิ่ง ผู้นำชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดฝั่งคลองต.เกาะหวาย จ.นครนายก และผู้แทนรางวัลประเภทสื่อ นายประสาน อิงคนันท์ เจ้าของเพจมนุษย์ต่างวัย 

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวว่า MORAL AWARDS 2022นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคน ทุกภาคส่วนในสังคมให้ความสำคัญ ตระหนักถึงการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมคุณธรรม โดยเริ่มจากตัวบุคคล ชุมชน/องค์กร จากพื้นที่เล็ก ๆ กระจายสู่วงกว้าง สู่ระดับภูมิภาค จังหวัด และระดับประเทศ  โดยปีนี้ ศูนย์คุณธรรมได้ยกระดับการประกาศ ยกย่อง ให้ครอบคลุม ครบองค์ประกอบมากยิ่งขึ้น ดำเนินการภายใต้รางวัลที่ชื่อว่า MORAL AWARDS 2022 เพื่อค้นหา ยกย่อง บุคคล ชุมชน/องค์กร และสื่อ ในแต่ละ Sector ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและท้องถิ่น ของสังคมไทย ที่เป็นแบบอย่างด้านพฤติกรรมด้านคุณธรรมควรค่าแก่การยกย่อง เพื่อสื่อสาร รณรงค์และขยายผลความดีให้เป็นแนวทางต่อการนำไปปรับใช้ โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ร่วมเป็นคณะทำงานในการพิจารณาคัดเลือกผลงานและผู้เหมาะสมเข้ารับรางวัล MORAL AWARDS 2022 นี้ และจะมีพิธีประกาศผลรางวัลฯ  ในงานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13  ในวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นี้

สำหรับ รางวัล MORAL AWARDS 2022 นี้มีทั้งหมด 3 ประเภท (รวม 177 รางวัล) คือ ประเภทสื่อ แบ่งเป็น 9 สาขา ได้แก่ สื่อละคร, สื่อภาพยนตร์, คลิปวิดีโอสั้นที่เผยแพร่ทางโซเซียลมีเดีย, สื่อโฆษณา, บทเพลง, รายการวิทยุ, รายการโทรทัศน์, สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิทัล สาขาละ 3 รางวัล รวม 27 รางวัล ซึ่งจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท ประเภทบุคคล จำนวน 100 รางวัล จะได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ พร้อมเกียรติบัตร และประเภทชุมชนและองค์กร จำนวน 50 รางวัล จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อสร้างพื้นที่ความดีให้เกิดขึ้นในสังคม ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมไทย รวมถึงการสื่อสารรณรงค์ ขยายผลความดีที่ควรค่าแก่การยกย่องให้เป็นแนวทางต่อการนำไปปรับใช้และขยายผลในสังคมไทย  

นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลฯ ศูนย์คุณธรรมจะรวบรวมเรื่องราวจัดทำเป็นสื่อเพื่อการเผยแพร่ขยายผลต่อสาธารณะ ผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้ง ประกาศ ยกย่อง เป็น Hall of Fame ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ (www.moralawards.com) ซึ่งนอกจากจะเป็นการโชว์คุณงามความดีแล้ว ประชาชนจะสามารถมาแชร์ และเชื่อมต่อความดีที่ปรากฏนี้ได้ผ่าน Hall of Fame แพลตฟอร์มออนไลน์ของศูนย์คุณธรรม 

รศ.นพ.สุริยเดว  กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อมวลชนจะให้การตอบรับที่ดีในการช่วยเป็นกระบอกเสียง ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ออกไปให้เป็นที่รู้จักในสังคมไทย เพื่อให้เราได้ค้นพบ กลุ่มของบุคคล ชุมชน/องค์กร และสื่อ ที่น่ายกย่องในพฤติกรรมด้านคุณธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนร่วมกันขยายผลความดีที่ควรค่าแก่การยกย่องนั้น เพื่อสะท้อนต่อระบบที่มีคุณธรรม และเป็นแนวทางในการปรับใช้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมบ้านเมืองเราต่อไป เพราะ คนดีมีพื้นที่ยืน ความดีมีพื้นที่ในสังคม คุณธรรม คุณทำได้  ผอ.ศูนย์คุณธรรม กล่าว

ผู้สนใจสามารถเสนอผลงาน/รายชื่อ ประเภทสื่อ ปิดรับผลงาน ภายในวันพฤหัสบดีที่ 15  มิ.ย. 2566 และประเภทบุคคล ชุมชนและองค์กร ภายในวันพุธ ที่ 31 พ.ค.2566 โดยถือวันส่งต้นทางประทับตราเป็นสำคัญ  ผ่าน 3 ช่องทางดังนี้1.ทางเว็บไซต์ http://www.moralawards.com 2.ทางไปรษณีย์  และ3.ส่งผลงานด้วยตนเองที่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เลขที่ 69 /16-17 อาคารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 ทั้งนี้ จำเป็นต้องแนบไฟล์ผลงานบันทึกลงแฟลชไดรฟ์ (ไฟล์ AVI, WMV, MP4, MOV ฯลฯ ไฟล์เอกสาร PDF และ Link ผลงาน) 

สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ นางสาว วรรธนันท์ วัฒนเศรษฐบำรุง โทร.  062-631-9971 นางสาว ญาดา อาสานะพันธุ์  โทร.  089-499-4045 นางสาว นันทพร ทาวะระ  โทร.  081-552-6390 นาย จักราชัย ทองเพ็ชร์  โทร.  088-484-8840  และ นางสาว สาริณี ถูกจิตร  โทร.  089-499-0648

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ’ครูผู้ช่วย’ เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728369

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ'ครูผู้ช่วย' เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

สพฐ.ดีเดย์! มิ.ย.สอบ’ครูผู้ช่วย’ เล็งจัดสอบ ว16 หลังเลื่อนยาว 2 ปี

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 13.26 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และบุคลากรจากส่วนกลางบางคน เข้าใจผิดเรื่องการปรับโครงสร้างบริหารงานในเขตพื้นที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเข้าใจว่าจะมีการยุบกลุ่ม รวมกลุ่มภายในหน่วยงาน ซึ่งตนขอยืนยันว่า สพฐ. ไม่มีนโยบายเพิ่มหรือปรับลดหน่วยงานทั้งในเขตพื้นที่ฯ และส่วนกลาง นอกจากนี้ ยังมีความสับสนเรื่องแบบเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประเด็นดราม่า เช่น การกินไข่ต้มครึ่งใบ การบริจาคเงิน และการกินข้าวมันไก่ใส่น้ำปลา ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า เราใช้แบบเรียนเล่มดังกล่าวมา 13 ปีแล้ว และแบบเรียนภาษาพาทีเล่มนี้ เป็นเพียงสื่อการเรียนการสอนที่ถูกจัดทำขึ้นมาโดยผูกเรื่องราวให้ได้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ส่งเสริมให้นักเรียนอ่านจับใจความ ต้องการให้เด็กเห็นคุณค่า คุณธรรมแห่งความดีงาม จึงได้สมมุติเรื่องราวขึ้นมา เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าความสุขของการใช้ชีวิตอยู่ที่จิตใจ และการปฏิบัติตน ไม่ใช่เงินทอง เจตนารมณ์ของเนื้อเรื่อง จึงไม่ได้มุ่งไปเรื่องโภชนาการ ทั้งนี้ สพฐ. ยินดีรับฟังเพื่อนำเรื่องดังกล่าวไปปรับปรุงเนื้อหาการเรียนให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ครูสามารถเลือกสื่อเล่มนี้ไปใช้สอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ได้

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)  ประจำเขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาโยกย้ายข้าราชการครูเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในห้วงเวลาที่ครูเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ จึงอยากให้ครูอย่าประวิงเวลา ขอให้เร่งมอบหมายงานในหน้าที่ของตน และไปรับตำแหน่งใหม่ให้ทันเปิดภาคเรียนวันที่ 15 พฤษภาคม นี้ ส่วนโรงเรียนที่มีตำแหน่งครูว่างอยู่ ทางคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว ขณะนี้ สพฐ.ได้ส่งหนังสือแจ้งให้สำรวจไปแล้ว ว่า ต้องการสอบครูจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้ สพฐ.ดำเนินจัดการสอบครูผู้ช่วยต่อไป ซึ่งโดยกำหนดปฏิทินคร่าวๆ แล้วว่า จะดำเนินการรับสมัครในเดือนพฤษภาคม และจัดสอบเดือนมิถุนายนนี้

“หลังจากสอบครูผู้ช่วย สพฐ.จะดำเนินการสอบครูผู้ช่วยกรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว16 ต่อเนื่องกันไปตามลำดับ เพราะ สพฐ.เว้นว่างการสอบ ว16 เป็นเวลา 2 ปีแล้ว จึงต้องการที่จะเติมครูเข้าไปในระบบให้ทัน ส่วนการสอบผู้อำนวยการโรงเรียน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน ก็มีแผนจัดสอบเช่นกัน โดยวางแผนไว้ว่าจะดำเนินการสอบหลังจากสอบครูผู้ช่วยแล้วเสร็จ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะดำเนินการสอบรองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน” นายอัมพร กล่าว

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีความห่วงใยเรื่องการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ดังนั้น 1 สัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน อยากให้ผู้บริหารและครูเข้าไปเตรียมความพร้อมอาคาร สถานที่ อาหารกลางวัน สื่อวัสดุอุปกรณ์ และจัดการเครื่องแบบชุดนักเรียน  รวมถึงประสานงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมพร้อมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 เพื่อให้วันที่ 15 พฤษภาคม มีความพร้อมจัดสอนได้ทันที

‘สศร.’ประกาศ39โครงการรับทุนอุดหนุน ‘งานศิลปะร่วมสมัย’ปีงบประมาณ’66รอบ2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728262

‘สศร.’ประกาศ39โครงการรับทุนอุดหนุน  ‘งานศิลปะร่วมสมัย’ปีงบประมาณ’66รอบ2

‘สศร.’ประกาศ39โครงการรับทุนอุดหนุน ‘งานศิลปะร่วมสมัย’ปีงบประมาณ’66รอบ2

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เปิดเผยว่า สศร.ประกาศผลพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนโครงการเงินอุดหนุนการพัฒนาและส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2566 รอบที่ 2 โดยมีโครงการผ่านการพิจารณา รวม 39 โครงการ ดังนี้ 1.โครงการการจัดแสดง Hope, Blood and Love ที่ประเทศอิตาลี 2.โครงการบันทึกเดินทางและเสียงกระซิบจากเมล็ดพันธุ์ 3.โครงการลานประเพณีมุกดาหาร 4.โครงการเยาวชนสร้างเมือง กระบี่เมืองศิลป์ 5.โครงการเคียงข้างกันและสานฝันดนตรี

6.โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์ศิลปะ “ฮีตเก่าคองหลังบนผนังกำแพงบ้านเฮา” 7.โครงการเพชบุระ เมืองศิลปะร่วมสมัย ถิ่นไทหล่ม 8.โครงการกิจกรรมพิเศษรอบ 45 ปี ซีไรต์มาไกลมาก9.โครงการการแข่งขันศิลปะการเต้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10 10.โครงการเทศกาลดนตรีและนวัตศิลป์ 11.โครงการสร้างสรรค์คืนทองสู่แผ่นดิน : จากทุนวัฒนธรรมสู่ศิลปะร่วมสมัย เครือข่ายศิลปินใหม่-เก่า 12.โครงการดนตรีพื้นบ้านภาคใต้สู่สากล 13.โครงการมนต์พิณ 14.โครงการปฏิบัติการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมนานาชาติ ณ นครสวรรค์ ครั้งที่ 1

15.โครงการมาเหนือ-โครงการการแสดงและอบรมเชิงปฏิบัติการดนตรีคลาสสิกร่วมสมัยจากบทประพันธ์และภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ 16.โครงการสายตาของข้ามองเห็นสรรพสิ่ง 17.โครงการการศึกษารูปแบบจิตรกรรมฝาผนังจากช่างภูมิปัญญาท้องถิ่นวัดเทพนิมิตร จ.ปัตตานี สู่งานสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย 18.โครงการสืบสานตำนานชีวิตสองฝั่งลุ่มน้ำลำสะแทดด้วยงานศิลปะร่วมสมัย 19.โครงการเสียง-ร้องขอ ของผู้คนในเมืองฝุ่นพิษ PM2.5

20.โครงการเผยแพร่งานออกแบบอัตลักษณ์จากวัฒนธรรมชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการทาง
วัฒนธรรมท้องถิ่น ใน จ. นครนายก 21.โครงการ The Run (a)WAY RACE/ใครเร็วใครได้ 22.โครงการนิทรรศการพุทธศิลปกรรม ม.แม่ฟ้าหลวง 23.โครงการสุนทรียะสนทนา : จากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต 24.โครงการบทเพลงไทยร่วมสมัย “หิ่งห้อยยามสนธยา” 25.โครงการการรับรู้ศิลปภาวนาในแบบร่วมสมัย 26.โครงการพัฒนาต่อยอดการออกแบบและแฟชั่นผ้าร่วมสมัย

27.โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการทัศนศิลป์วาดเส้นเทคนิคชาร์โคลนานาชาติ 28.โครงการเทศกาลภาพยนตร์แห่งเมืองเชียงใหม่ 29.โครงการตัวจิ๋วพลังแจ๋วกับตุงแห่งดาวกระดาษสี 30.โครงการโมลานดินปั้นพื้นถิ่นสู่งานศิลป์นานาชาติ 31.โครงการส่งเสริมพัฒนาศิลปะการเต้นรำร่วมสมัยของเด็กและเยาวชนผ่านการแข่งขัน 32.โครงการสร้างสรรค์วงดุริยางค์ไทยร่วมสมัยและจัดการแสดงคอนเสิร์ตวงดุริยางค์ไทยร่วมสมัย “จากรากสู่โลก” รัตนโกสินทร์ 10 รัชกาล

33.โครงการจัดแสดงผลงานศิลปะจัดวางประเภทอินเตอร์แอคทีฟในเทศกาลงานไฟ Vivid Sydney 2023 ประเทศออสเตรเลีย 34.โครงการ ก่อร่างสร้างศิลป์ พื้นถิ่นบ้านซ้าน จ.ภูเก็ต 35.โครงการเพลงไตรรงค์36.โครงการยโสธรเมืองศิลปะ ศิลปิน วิถีถิ่นยโสธร 37.โครงการ Art News For Thailand Biennale Chiang Rai 38.โครงการศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ และ 39.โครงการ สุข สำเนียง เสียงพากย์โขนโรงละครช้าง

‘ดร.คุณหญิงกัลยา’ ดันโครงการเกษตรประณีต ทฤษฎีใหม่ บนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 1แสนบาท/เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728276

'ดร.คุณหญิงกัลยา' ดันโครงการเกษตรประณีต ทฤษฎีใหม่  บนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 1แสนบาท/เดือน

‘ดร.คุณหญิงกัลยา’ ดันโครงการเกษตรประณีต ทฤษฎีใหม่ บนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 1แสนบาท/เดือน

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.28 น.

“ดร.คุณหญิงกัลยา” ดันโครงการเกษตรประณีต ทฤษฎีใหม่  “ทำเกษตรบนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน” ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-มีรายได้น้อย

วันที่ 2 พฤษภาคม 2566  ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดโครงการเกษตรประณีต ทฤษฎีใหม่ ภายใต้แนวคิด “ทำเกษตรบนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน” โดยมี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เรืออากาศโท สมพร  ปานดำ รองเลขาธิการ กอศ.  ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และผู้บริหารวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตร เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า  ตนผลักดันโครงการเกษตรประณีตทฤษฏีใหม่ ของ สอศ.ขึ้นมา เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตรและการเรียนการสอนด้านการเกษตรของประเทศ โดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในสังกัด สอศ. ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาด้านการเกษตร ตามนโยบายที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทด้านต่าง ๆผ่านกระบวนการเรียนรู้ด้วยการวางแผนการทำเกษตรอย่างเป็นระบบ (Coding for farm) สู่โครงการเกษตรประณีตทฤษฎีใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทำเกษตรบนเนื้อที่ 1 ไร่ มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน” โดยหลักการที่สำคัญ คือ การทำเกษตรอินทรีย์  แบบผสมผสาน ปลูกพืชที่หลากหลายแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว การจัดการน้ำ ดิน พืช และสัตว์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดบนพื้นที่ 1 ไร่ รวมทั้งต้องปรับความคิดให้พึ่งพาตนเองให้มากที่สุด เป็นเกษตรกรมืออาชีพในรูปแบบเกษตรรวมกลุ่ม เกษตรนวัตกรรม เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรเทคโนโลยี และเกษตรพอเพียง ปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงานด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทของวิถีชีวิต ชุมชน สังคม และทันต่อบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป 

“โครงการนี้จะยกระดับทักษะอาชีพเกษตรกรไทยจากรูปแบบเดิมสู่เกษตรประณีตทฤษฎีใหม่ ให้มีความยั่งยืนและมีความเข้มแข็งในอนาคต  อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่รองรับชีวิตวิถีใหม่ โดยหลักสูตร ประกอบด้วย ภาคทฤษฎี 7 วัน (1สัปดาห์) ได้แก่ หลักสูตรการวางแผนการทำเกษตรอย่างเป็นระบบ หรือ  Coding foe farm  หลักสูตรการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ หลักสูตรการปลูกพืช และหลักสูตรการเลี้ยงสัตว์  จากนั้น เป็นภาคปฏิบัติ 21 วัน (3สัปดาห์) ซึ่งผู้เข้าโครงการจะได้รับเงินทุนคนละ 1,300 บาท เพื่อกลับไปทำในพื้นที่ของตนเอง” รมช.ศธ. กล่าว

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าวว่า โครงการเกษตรประณีตทฤษฎีใหม่มีวัตถุประสงค์ เพื่อขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของประเทศด้วยการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ภาคเกษตร  และเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนเกิดรายได้และเงินหมุนเวียนในชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน รวมถึงเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคนในชุมชนให้มีองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพเกษตร  สามารถนำไปต่อยอดในการประกอบธุรกิจเกษตรได้ และสามารถปรับตัวให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตได้ 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า ด้วยความจำเป็นและสำคัญดังกล่าว รัฐบาลได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณ จำนวน 41,682,600 บาท โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเกษตรกร จำนวน 9,582 คน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19  รวมถึงผู้ที่ถูกเลิกจ้างงานและกลับถิ่นฐาน ผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนคนที่สนใจเพิ่มทักษะด้านการเกษตร  และต้องการเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งโครงการดังกล่าว มีตัวชี้วัดที่สำคัญ คือ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 มีรายได้ที่สูงขึ้น มีทักษะด้านการเกษตรทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมง รวมทั้ง ทักษะด้านการตลาด การทำบัญชี ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเข้าถึงแหล่งทุนได้ เป็นต้น โดยในการดำเนินโครงการฯ ทาง สอศ.ได้มอบหมายให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนด้านการเกษตร รวมจำนวน 49 แห่ง ทั่วประเทศ จัดฝึกอบรมให้กับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย โดยมีสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรทั้ง 4 ภาค ทำหน้าที่ติดตาม ประเมิน และรายงานผลโครงการฯต่อไป 

สกสว.ร่วมมือSTCSM จีน ยกระดับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728274

สกสว.ร่วมมือSTCSM จีน ยกระดับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สกสว.ร่วมมือSTCSM จีน ยกระดับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.27 น.

สกสว. ลงนามความร่วมมือกับ คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (STCSM) สนับสนุนและ ผลักดันการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่างประเทศไทย-จีน พร้อมเปิดตัว แพลตฟอร์ม “ธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว” ตามนโยบาย “สี จิ้นผิง” แห่งแรกในต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ นายหลัว ต้า จิ้ง ประธานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (Science and Technology Commission of Shanghai Municipality : STCSM) ร่วมลงนามในบันทึกความร่วมมือ (MoU) เพื่อร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในมิติต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย  1. ด้านชีวเภสัชภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ 2. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร 3. ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน 4.ด้านปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และ 5. ธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว (Green Technology Bank) ทั้งในส่วนของการร่วมสนับสนุนโครงการวิจัย การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนโยบายและมาตรการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญ เป็นต้น โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา และ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม และ นาย กง เจิ้ง นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ณ Chinese Academy of Sciences Innovation Cooperation Center (Bangkok)

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ไกรสิทธิ์ กล่าวว่า “นครเซี่ยงไฮ้” เป็นตัวอย่างของความสำเร็จ ของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่น่าสนใจ ที่ประเทศไทยสามารถนำมาเป็นต้นแบบ เพื่อดำเนินการให้ประเทศไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งในส่วนของการลงทุน การกำหนดมาตรการ นโยบายต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์และกระตุ้นความสนใจต่อการลงทุนการวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยาก และเป็นความท้าทาย โดยเฉพาะการกระตุ้นความสนใจของภาคเอกชน ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะมีการผลักดันและบ่มเพาะการพัฒนาการวิจัย ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อไป 

อย่างไรก็ตาม นอกจากการวิจัยและพัฒนาด้านชีวเภสัชภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านปัญญาประดิษฐ์และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว แล้ว ตนอยากจะเสนอไว้อีกหนึ่งประเด็นเพื่อพิจารณา คือ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 17 เป้าหมาย (Goals) อาทิ การขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ การยุติความหิวโหย การสร้างหลักประกันสุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนในทุกวัย การสร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม เป็นต้น

ด้าน นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ได้มีนโยบายให้นครเซี่ยงไฮ้ เป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติ 5 เรื่อง และ การวิจัยและพัฒนา ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ ปัจจุบันได้มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากถึง 4.2 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในนครเซี่ยงไฮ้ โดยแบ่งศูนย์วิจัยและพัฒนาออกเป็น 3 ระดับ คือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่งที่มุ้งเน้นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการแพทย์ ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันระดับโลกในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับพื้นที่ตามมณฑลต่างๆ ที่เอื้อกับการสร้างคนและผลิตองค์ความรู้ และ ศูนย์วิจัยและพัฒนานานาชาติ ที่มีจำนวนมากกว่า 500 แห่ง ยกตัวอย่าง “หัวเว่ย” ที่รวมบุคลากรด้านการวิจัยที่มีศักยภาพสูงกว่า 2 หมื่นคน เพื่อศึกษาวิจัยระบบ 5จี และ 6จี นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังคงมีแผนที่จะดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาทั้งจากวิสาหกิจต่างชาติและศูนย์วิจัยต่างชาติเข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วย โดยมีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุนของศูนย์วิจัยต่างชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเมืองแห่งศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงนามความร่วมมือระหว่าง สกสว. กับ STCSM ในงานเดียวนี้ ได้มีการเปิดตัว “ธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว” แพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างประเทศที่จัดขึ้นโดยประเทศจีน เพื่อดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ 2030 เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว รองรับการพัฒนาคุณภาพสูงภายใต้นโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน ตามนโยบาย “สี จิ้นผิง” โดยธนาคารเทคโนโลยีสีเขียว มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีสีเขียว เพิ่มช่องทางในการก่อให้เกิดคาร์บอนต่ำ และ ส่งเสริมการถ่ายโอนเทคโนโลยีสีเขียวในประเทศกำลังพัฒนา พร้อมให้การสนับสนุนทางการเงินสำหรับการพัฒนาสีเขียว เพื่อให้เกิด การพัฒนาที่ยั่งยืนและการดำเนินการด้านสภาพอากาศของประเทศกำลังพัฒนาและภายในประเทศจีน  ซึ่งเป็นแห่งแรกในต่างประเทศ โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ในการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีสีเขียวแก่ประเทศต่างๆในภูมิภาคเดียวกันต่อไป 

อนึ่ง คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (STCSM) เป็นหนึ่งในหน่วยงานของเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ที่รับผิดชอบด้านกิจการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการพัฒนานวัตกรรม มีหน้าที่หลักในกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และการปรับปรุงการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการสนับสนุนการพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้เป็นที่นิยม

พลังชาว DPU รันมหาวิทยาลัยและประเทศสู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/728058

พลังชาว DPU รันมหาวิทยาลัยและประเทศสู่ความยั่งยืน

พลังชาว DPU รันมหาวิทยาลัยและประเทศสู่ความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 10.17 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จัดงาน DPU Sustainability Expo นิทรรศการการศึกษานำทุกคนสู่ความยั่งยืน รู้จัก SDGs ที่ประชาคมโลกกำลังร่วมด้วยช่วยกัน และชมนิทรรศการ Sustainability Education 2023 จากนักศึกษา คณาจารย์และบุคลากร และกิจกรรมน่าสนใจตลอดงาน เพื่อร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและประเทศไทยให้ยั่งยืนและดีกว่าเดิม

สำหรับประเทศไทย เรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาตั้งแต่ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) ซึ่งต่อมาทางองค์การสหประชาชาติ (UN) จึงได้นำเสนอวาระการพัฒนาหลังปี พ.ศ. 2558 (Post-2015 development agenda) ภายใต้หัวข้อ “Transforming our world: the 2030 Agenda for sustainable development” โดยวาระ “การพัฒนาที่ยั่งยืน 2030” นี้ ทำให้มีการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งประกอบไปด้วย 17 เป้าหมาย (Proposed goals) และ 169 เป้าประสงค์ (Proposed targets) รวมถึงตัวชี้วัด (Indicators) ของแต่ละเป้าประสงค์ ร่วม 232 ตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นเครื่องมือติดตามสภาวะของการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งจะเป็นประหนึ่งแผนที่นำทางสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย มีความครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ การพัฒนาด้านคน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สันติภาพความยุติธรรมและความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา โดยภายในงาน DPU Sustainability Expo ได้มีการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นหลัก ผ่านนิทรรศการทางวิชาการ การเสวนา กิจกรรมน่าสนใจของคณาจารย์และนักศึกษา เพื่อช่วยกันสร้างสังคมแห่งการยั่งยืนที่เริ่มต้นได้ด้วยตัวเราทุกๆ คน เพียงแค่ลงมือทำ

ภายในงาน DPU Sustainability Expo มีการตั้งจุดคัดแยกขยะ มีการรีไซเคิลขวดน้ำพลาสติก ซึ่งเป็นขยะที่สามารถพบได้มากที่สุดในแต่ละวัน มีการพานำชมแปลงผักในโครงการ “มากินผักที่มอเรามั้ย” ซึ่งใช้ปุ๋ยจากเศษอาหาร มีการออกร้านสินค้าเพื่อความยั่งยืนจากบุคลากร มีการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพื่อใช้ในมหาวิทยาลัย มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ามือสองที่มีสภาพดีเพื่อลดการซื้อใหม่โดยไม่จำเป็น ชาว DPU ได้สัมผัสกับ YOUเทิร์น PLATFORM บริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว โดย GC นอกจากนี้ยังมีการแจกต้นไม้ พันธุ์ไม้ยืนต้นเพื่อช่วยฟอกอากาศจากกรมป่าไม้ มีกิจกรรมเวทีทอล์คโชว์จากเหล่าบรรดา Green Idol คนรุ่นใหม่ร่วมพูดคุยผลักดันสร้างอนาคตใหม่ และ มีกิจกรรมสอน “รำกระบอง” เพื่อพัฒนาส่งเสริมทั้งด้านร่างกาย สมาธิ และจิตใจ

มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ เอกชน ทำตลาดเครื่องดื่มจากผลงานวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727908

มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ เอกชน  ทำตลาดเครื่องดื่มจากผลงานวิจัย

มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือ เอกชน ทำตลาดเครื่องดื่มจากผลงานวิจัย

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท โอแอนด์พี ควอลิตี้เทรด จำกัด จัดพิธีลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิเพื่อผลิตและจำหน่าย “เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง” พร้อมลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านโภชนาการ” เพื่อเป็นการสนับสนุน และยกระดับการพัฒนาผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางด้านโภชนาการ ให้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ร่วมกันต่อไปในอนาคต

รศ.ดร.ชลัท ศานติวรางคณาผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง เป็นผลงานวิจัยของผช.ดร.ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ ซึ่งมีการคำนวณปริมาณสารอาหาร ทั้ง 5 หมู่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันที่ดี วิตามินเกลือแร่ ที่จำเป็นและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มาปรับเนื้อสัมผัสรูปแบบผง ชงทานง่าย เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน

นายโอมรัตน์ เพ็ญสวัสดิ์กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอแอนด์พี ควอลิตี้เทรด จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนชนิดเครื่องดื่มสูตรครบถ้วนปรับเนื้อสัมผัสชนิดผง ที่จะช่วยแก้ไขภาวะการกลืนลำบากแก่ผู้บริโภค ซึ่งภาวะการกลืนลำบากนี้พบได้ในประชากรทั่วไปตั้งแต่ 2-20% และพบได้มากถึง 60% ในผู้สูงอายุ โดยมีแผนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางสื่อออนไลน์ ร้านค้าชั้นนำหรือแม้แต่ทางทีวีช็อปปิ้ง และความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่มีคุณค่ามาสู่ภาคอุตสาหกรรมและการค้า เพื่อตอบสนองความต้องการและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค รวมถึงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของบริษัท ในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ และก้าวสู่การเป็นผู้นำทางการค้าต่อไปในอนาคต

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดค่ายนานาชาติ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727909

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดค่ายนานาชาติ  พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษนักศึกษา

มทร.รัตนโกสินทร์ จัดค่ายนานาชาติ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษนักศึกษา

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) รัตนโกสินทร์ให้การต้อนรับ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา ประธานพิธีเปิดโครงการค่ายเยาวชนสู่สากล (International Youth Camp) จัดโดยศูนย์ภาษาและวิเทศสัมพันธ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ มทร.รัตนโกสินทร์

สำหรับจุดประสงค์การจัดงานก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถทำงานในระดับนานาชาติได้และสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดี ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ อีกทั้งสร้างเครือข่ายพัฒนากิจกรรมเป็นประโยชน์ต่อไปในอนาคตได้

ม.ศรีปทุม MOU ม.บูรพา ด้านวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727910

ม.ศรีปทุม MOU ม.บูรพา ด้านวิชาการ

ม.ศรีปทุม MOU ม.บูรพา ด้านวิชาการ

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วิจัยและการบริการวิชาการสู่สังคม พัฒนาองค์ความรู้ด้านสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้มีความเข้มแข็งและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ทรัพยากรร่วมกันต่อไป ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา

ศธ. ร่วมพันธมิตรเร่งขับเคลื่อน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/727906

ศธ. ร่วมพันธมิตรเร่งขับเคลื่อน  พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

ศธ. ร่วมพันธมิตรเร่งขับเคลื่อน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (ศธ.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ระหว่างนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายไกรยศ ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นผู้แทนลงนาม เมื่อเร็วๆ นี้ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) อาคารเอส.พี.พญาไท

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ศธ.ให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้พื้นที่นวัตกรรมเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพ และเห็นเป็นรูปธรรม เป็นพื้นที่จัดการศึกษารูปแบบใหม่ ตั้งแต่หลักสูตร การทดสอบและประเมินผล สื่อ-วิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เน้น Active Learning (การเรียนรู้แบบนักเรียนมีส่วนร่วมลงมือทำ) และ Problem-based Learning (การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน) ตลอดจนการบริหารจัดการแบบใหม่ในระดับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา เพิ่มความเป็นอิสระและกระจายอำนาจการบริหารจัดการให้แก่สถานศึกษาแต่ละจังหวัดตามบริบทที่แตกต่างกัน และที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ทำการปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในด้านต่างๆ อาทิ โรงเรียนนำร่องในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสามารถใช้ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ได้เหมือนกับประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ก้าวหน้า แทนที่หลักสูตรแกนกลางที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2551 สามารถใช้เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาลไปซื้อสื่อการเรียนการสอนนอกบัญชีของ ศธ. เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ รวมทั้งสามารถสรรหาผู้อำนวยการด้วยการทาบทาม ตามหลักเกณฑ์พิเศษของ ก.ค.ศ. ตลอดจนสามารถปฏิเสธโครงการต่างๆ ที่เป็นภาระและไม่เอื้อต่อการเรียนการสอนตามหลักสูตร

“ปัจจุบัน พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาดำเนินการโดยใช้งบประมาณของรัฐเป็นหลัก โดยจัดสรรผ่าน ศธ. เพิ่มเติมจากจัดสรรปกติ ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะปฏิรูปการศึกษาไทยได้อย่างก้าวกระโดด หวังว่าทั้ง 3 หน่วยงาน รวมถึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานมาบูรณาการความร่วมมือเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวไกล และก้าวทันการศึกษาโลกต่อไป” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวทิ้งท้าย

พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยมีพื้นที่นำร่องขึ้น 8 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ ระยอง สตูล เชียงใหม่ กาญจนบุรี ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และขยายเพิ่มขึ้นอีก 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย แม่ฮ่องสอน อุบลราชธานี ตราด สระแก้ว จันทบุรี กระบี่ สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และกรุงเทพฯ รวมเป็น 19 จังหวัดในปัจจุบัน และมีเป้าหมายจะขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศต่อไปในอนาคต