‘ตรีนุช’ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยเหลือสถานศึกษา-ชาวบ้าน หลังประสบภัยน้ำท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686832

'ตรีนุช'ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยเหลือสถานศึกษา-ชาวบ้าน หลังประสบภัยน้ำท่วม

‘ตรีนุช’ลงพื้นที่อุบลฯ ช่วยเหลือสถานศึกษา-ชาวบ้าน หลังประสบภัยน้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.30 น.

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2565 ที่ จ.อุบลราชธานี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบอุทกภัย ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 3 โรงเรียนบ้านเดื่อสะพานโดม และเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร โดยมี พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม , น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงพื้นที่

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ตนพร้อมผู้บริหาร ศธ.ตั้งใจมาเยี่ยมให้กำลังใจครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาทุกคน ซึ่งปีนี้ จ.อุบลราชธานี ประสบกับอุทกภัยอย่างหนักและรุนแรง โดยตนได้รับรายงานว่า เฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี มีสถานศึกษา ในสังกัด ศธ.มากกว่า 92 แห่ง ได้รับความเสียหาย ทั้งอาคารเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่า หลังจากที่น้ำลดแล้วอาจจะต้องมีการซ่อมแซมโรงเรียน หรือวัสดุครุภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ก็ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาได้จัดงบประมาณไปดูแลโดยเร่งด่วน เพื่อให้มีความพร้อมสามารถเปิดโรงเรียนจัดการเรียนการสอนได้ทัน การเปิดเทอมที่จะถึงนี้ หรือให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และให้ดูแลครูผู้อยู่ในด่านหน้าได้รับขวัญกำลังใจ และได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

“ดิฉันพร้อมที่จะเป็นหลักในการช่วยเหลือสนับสนุนในทุกๆ ด้าน เพื่อทำให้โรงเรียน ทำให้เด็กๆ ของเรากลับมาสู่การเปิดภาคเรียนได้อีกครั้ง ซึ่งในการช่วยเหลือนั้น หน่วยงานของ ศธ.ทุกหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่จะทำงานเชื่อมโยง บูรณาการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น อาชีวะช่วยประชาชน , กศน. , จิตอาสา ซ่อม สร้าง ล้างใหม่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นต้น และวันนี้ก็ได้รับการอนุเคราะห์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้มอบถุงยังชีพมาร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดิฉันขอขอบคุณผู้บริหารทุกท่านและเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คน ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปเร็วๆ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพร่างกายจิตใจให้เข้มแข็งปลอดภัย เพื่อที่เราจะได้เป็นหลักในการทำงานให้กับลูกหลาน เยาวชน และครูของเราต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้รับเมตตาจากพระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาได้จัดสรรพื้นที่ของวัด จัดเป็นโรงเรียนเอกชนขึ้น เพื่อดูแลเยาวชนของเราส่วนหนึ่งให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา มีการพัฒนานวัตกรรมในเรื่องการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อลดค่าไฟฟ้า ช่วยระดมความช่วยเหลือจากชุมชนทุกด้านทำให้พวกเราบรรเทาทุกข์จากอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย

– 006

พร้อมรับไม้ต่อปี’67 ‘ตรีนุช’ชู’พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686575

พร้อมรับไม้ต่อปี'67 'ตรีนุช'ชู'พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล'

พร้อมรับไม้ต่อปี’67 ‘ตรีนุช’ชู’พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล’

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

“ตรีนุช”ถกประชุม รมต.ศึกษาอาเซียน พร้อมรับไม้ต่อปี’67 ไทยเจ้าภาพชู”พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล”

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย นายอรรถพล สังขวาสี ปลัด ศธ.ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 12 (The 12th ASEAN Education Ministers Meeting: 12th ASED) ร่วมกับรัฐมนตรีศึกษาของ 9 ประเทศสมาชิกอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางของแต่ละประเทศในการจัดการศึกษายุคหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และหารือถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาในอนาคตร่วมกัน ที่โรงแรม MELIA Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

“การประชุม 12th ASED นี้ จัดขึ้นในหัวข้อ ‘Joint efforts to recover learning and building resilience of education systems in ASEAN and beyond in the new context’ หรือ ‘ความพยายามร่วมกันในการพลิกโฉมการเรียนรู้และการสร้างความยืดหยุ่นของระบบการศึกษาในอาเซียนและในบริบทใหม่’ ซึ่งรัฐมนตรีศึกษาประเทศสมาชิกอาเซียนได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการจัดการศึกษาที่ได้รับผลกระทบมาจากโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยประเทศไทย และประเทศสมาชิกส่วนใหญ่มีการปรับการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและเน้นการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้ครูเพื่อสามารถรองรับรูปแบบการสอนที่เปลี่ยนไปได้ รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มกลางให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะการพาเด็กตกหล่นและหลุดออกกลางคันให้ได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยไทยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการพาเด็กที่หลุดออกจากระบบกลับมาให้มากที่สุด รวมถึงฟื้นฟูความรู้ในช่วงที่หายไป โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้สนับสนุน ดังนั้น การเรียนรู้แบบผสมผสานที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เรียนและครูต้องได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ใหม่ด้านดิจิทัล เพราะตอนนี้การศึกษาได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนมากขึ้น ซึ่งตนได้ขอบคุณประเทศสมาชิกอาเซียนในการร่วมมือระหว่างกัน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาในการพัฒนาทักษะผู้เรียนให้มีทักษะด้านดิจิทัลพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ในปี 2567 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ASED ครั้งที่ 13 โดยกำหนดเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาในเรื่อง “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” (Transforming Education to Fit in the Digital Era)

“ขอชื่นชมประเทศเวียดนามที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้และยินดีที่ทุกประเทศสมาชิกอาเซียนมาร่วมกันขับเคลื่อนการศึกษาไปด้วยกัน เพราะงานด้านการศึกษาไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เราในฐานะเจ้าภาพการประชุมในครั้งต่อไป จะสานต่อความร่วมมือที่เข้มแข็ง เพื่อสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะต้องมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม “น.ส.ตรีนุช กล่าว

ประชาชนเนืองแน่น! เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686497

ประชาชนเนืองแน่น! เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

ประชาชนเนืองแน่น! เข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.22 น.

จากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2565 แล้วนั้น

สำนักพระราชวัง ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 14 – 16 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.00 น.พร้อมรับชมการแสดงจากดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.ก่อนที่จะปิดเพื่อปรับภูมิทัศน์ของอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้สมพระเกียรติ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนต่อไป

ในวันนี้ (14 ต.ค.2565) ที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง ใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างต่อเนื่อง โดยทางสำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมดอกหลาบสด สีเหลืองผูกริบบิ้นสีขาวไว้บริการประชาชนด้วย โดยประชาชนถวายสักการะเสร็จแล้วจะได้นั่งพักผ่อนรับชมรับฟังการบรรเลงเพลงจากวงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพ ที่หมุนเวียนมาขับกล่อมให้ประชาชนได้รับฟังอย่างมีความสุข

ด้าน คุณย่าเกศิ จินดาลัทธ อายุ 88 ชาวบางเขน กทม.เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวเพื่อถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวง ร.9 เป็นวันแรก พร้อมกล่าวว่า พอเข้าเขตอุทยานฯ มาตนก็ร้องไห้แล้วเป็นน้ำตาแห่งความระลึกถึงพระองค์ท่าน

“ระหว่างถวายสักการะ อธิษฐานว่า เกิดชาติหน้าก็ขอให้เป็นพสกนิกรของพระองค์ไปทุกชาติๆ ซึ่งพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 แห่งนี้จะเป็นจุดศูนย์ร่วมของคนไทย โดยเฉพราะครอบครัวเรา ที่ผ่านมาได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาสอนลูกๆ เสมอว่า ให้ดู “ในหลวง ร.9″ เป็นหลักชัยในการปกครองไม่ว่าจะเป็นลูก พี่น้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งลูกก็ได้นำคำสอนนี้ไปปฏิบัติ เพราะเรารักและเทิดทูลพระองค์ท่านอย่างมาก วันนี้ได้มากราบสักการะยิ่งรู้สึกซาบซึ้ง และหลังจากอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.9 สร้างเสร็จลูก ๆก็จะพามาเที่ยวบ่อยขึ้น เพราะเท่าที่ทราบในหลวง รัชการที่ 10 ท่านมีความประสงค์ให้ประชาชนได้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ใครได้มาก็จะได้รับความรู้ด้วยว่าในหลวง ร.9 ท่านได้ทำอะไรไว้ให้พวกเราบ้าง เราโชคดีที่เกิดทัน แต่ลูกหลานที่เกิดไม่ทันพระองค์ท่านก็จะได้ทราบว่าพระองคค์ท่านทำอะไรไว้ให้พวกเราบ้าง” คุณย่าเกศิ กล่าว

– 006

ทั่วไทยร่วมใจพร้อมเพรียง! จัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’รัชกาลที่ 9′

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686477

ทั่วไทยร่วมใจพร้อมเพรียง! จัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ'รัชกาลที่ 9'

ทั่วไทยร่วมใจพร้อมเพรียง! จัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ’รัชกาลที่ 9′

วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.10 น.

ทั่วไทยร่วมใจพร้อมเพรียงจัดกิจกรรมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นผู้นำพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร้อยรวมดวงใจแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลา นอกจากนี้ ได้ทุกพื้นที่ต่างร่วมใจกันจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาสนี้อีกด้วย

“โดยในช่วงเช้าเป็นพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ดังเช่น ที่จังหวัดอุดรธานี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางนงรัตน์ คงเกษม ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุดรธานี นำข้าราชการตุลาการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี

เช่นเดียวกับที่จังหวัดชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายวินัย เลิศประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี นายวิรัตน์ เล้าประดิษฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพัทยา นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายนิติ วิวัฒน์วานิช นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พล.ต.อำนาจ ดอนงาม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ปลัดจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ หอพระพุทธสิหิงค์ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

รวมถึงที่จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำนางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ และ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป และพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ที่ ห้องโถงลานน้ำพุ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับที่จังหวัดมหาสารคาม นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นำนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมประกอบพิธี ณ วัดมหาชัย พระอารามหลวง ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

และที่จังหวัดลำปาง นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนชาวจังหวัดลำปางทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีทางศาสนา บำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายแด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ บรรยากาศในตลอดทั้งวัน เป็นบรรยากาศแห่งการน้อมถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชดำรัส “รู้ รัก สามัคคี” เพื่อเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพสกนิกรทั่วทั้งประเทศ ด้วยการร่วมกันทำความดีปฏิบัติบูชาผ่านกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นผู้นำในการเชิญชวนเหล่าประชาชนจิตอาสา ทั้งที่มีเครื่องแบบ คือ หมวก ผ้าพันคอ บัตรประจำตัวประชาชนจิตอาสา และพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเครื่องแบบ แต่มี Passion ที่ปรารถนาจะประกอบคุณงามความดี สร้างคุณประโยชน์ให้กับชุมชน และสังคม ด้วยจิตใจเสียสละเพื่อส่วนรวม ไม่หวังผลตอบแทน ต่างร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดินไทย ดังเช่นที่ จังหวัดพะเยา ว่าที่ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นำประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์กำจัดวัชพืชและผักตบชวา” บริเวณกว๊านพะเยา ณ ข่วงวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ทั้งการกำจัดผักตบชวา ทำความสะอาดคูคลอง กำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ พร้อมปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ ตัดแต่งกิ่งไม้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสวยงามของจังหวัดพะเยา

ส่วนที่จังหวัดลำพูน นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำนางดวงกมล ยิ้มละมัย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ ณ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกเนื่องในวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

และที่จังหวัดพังงา นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำนายบุญเติม เรณุมาศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายเถลิงศักดิ์ นุชประหาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดพังงา และประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันสำคัญของชาติไทย ณ บริเวณท่าเทียบเรือบ้านท่าไทร หมู่ 7 ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด โดยช่วยกันเก็บขยะ ตัดหญ้า และปรับภูมิทัศน์บริเวณท่าเทียบเรือบ้านท่าไทร เพื่อให้มีทัศนียภาพที่ความสวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนและสันทนาการของประชาชนและรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่

และที่สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำประชาชนจิตอาสา ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา ทำความสะอาดสวนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างพร้อมเพรียงกัน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากนั้นในช่วงเวลา 18.00 น.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้จัดพิธีวางพวงมาลา โดยที่อาคารศูนย์กลางการประชุมสัมมนาภาคใต้ตอนบน ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 โดยมี นางอุรสา จินโต ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

เช่นเดียวกับที่โรงเรียนนราสิกขาลัย อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นำนางสิริวิมล พงษ์อักษร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สาดียามู นายทศพล สวัสดิสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตุลาการ ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และภาคประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะฯ ด้วยความน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รวมถึงที่อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นำ นางจินจณา โอสถธนากร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการ และประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีวางพวงมาลา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565

รวมไปถึงที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดตาก นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก นำนางวรรณฤดี กิจเจริญรุ่งโรจน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดตาก นายสุรพล วงศ์สุขพิศาล และนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และนำผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

“ภาพแห่งการหลอมรวมความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความรู้สึกของคนไทยทุกคนที่ต่างน้อมรำลึกในน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” ผู้พระราชทานแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่างๆ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี แห่งรัชสมัย ประชาชนคนไทยได้พึ่งพระบารมี นำมาซึ่งความผาสุก ร่มเย็น และประโยชน์สุขแห่งปวงชนชาวไทยรวมถึงประชาคมโลกอย่างอเนกอนันต์ สะท้อนผ่านโครงการในพระราชดำริน้อยใหญ่ จำนวน 4,741 โครงการ ทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตโดยใช้ความรู้และสติปัญญาเป็นภูมิคุ้มกัน ยังผลให้ทุกถิ่นที่ในราชอาณาจักรไทยมีแต่ความสุขที่ยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

เปิด 9 เรื่องน่ารู้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 สวนสวยกลางกรุงฯ ปอดแห่งใหม่ใต้พระบารมี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686378

เปิด 9 เรื่องน่ารู้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 สวนสวยกลางกรุงฯ ปอดแห่งใหม่ใต้พระบารมี

เปิด 9 เรื่องน่ารู้ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 สวนสวยกลางกรุงฯ ปอดแห่งใหม่ใต้พระบารมี

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.09 น.

วันที่ 13 ตุลาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เผย 9 เรื่องน่ารู้ “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙” สวนสวยกลางกรุงฯ ปอดแห่งใหม่ใต้พระบารมี นับเป็นอีกหนึ่งความปลาบปลื้มใต้พระบารมี ภาพเสมือนจริง (แบบจำลอง) และข้อมูล ของ “อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙” ซึ่งวันนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ แห่งนี้เมื่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ เป็นแลนด์มาร์ก สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

และนี่ก็คือ 9 เรื่องน่ารู้ ของ “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙” สวนสวยกลางกรุงฯ ใต้พระบารมีที่เป็นมากกว่าสวนสาธารณะทั่ว ๆ ไป

1. จากอดีตสนามม้าสู่สวนสวย : อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ สร้างบนพื้นที่อดีต “สนามม้านางเลิ้ง” ซึ่งเป็นที่ดินในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้สร้างเป็นสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์สุขแก่ปวงชน

2. ปอดแห่งใหม่ สวนสวยขนาดใหญ่ใจกลางกรุง : อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ มีพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ 279 ไร่ ถือสวนสาธารณะขนาดใหญ่อีกแห่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในรองจากสวนลุมพินี และสวนเบญจกิตติ

สวนแห่งนี้เริ่มพัฒนาแบบตั้งแต่ พ.ศ. 2561 คาดว่าจะแล้วสร้างเสร็จภายใน พ.ศ. 2567

3. แนวคิดป่าและน้ำ : อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ เกิดขึ้นจากพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ซึ่งทรงตั้งพระราชหฤทัยเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานอุทยานเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้แนวตามพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ ผ่านองค์ความรู้เรื่อง “ป่าและน้ำ” ซึ่งนำมาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบสวนแห่งนี้

4.สวนสมัยใหม่ : อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ เป็นสวนสาธารณะที่ออกแบบตามแนวคิดของสวนสมัยใหม่ หรือ “Modern Park” ที่นอกจากจะออกแบบอย่างทันสมัยสวยงาม มีแนวคิดหลัก แนวคิดรอง สื่อความหมายชัดเจน มีการนำเทคโลโลยีล้ำ ๆ มาใช้แล้ว การออกแบบสวนแห่งนี้ยังคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่เชื่อมโยงวิถีความสัมพันธ์ของมนุษย์กับธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

5. ไฮไลท์ตามรอยพ่อ : ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙ จึงมีแนวคิดในการออกแบบของสิ่งต่าง ๆ ภายในสวนแห่งนี้ให้เกี่ยวข้องกับในหลวงรัชกาลที่ ๙ นำโดย

-“พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๙” ประดิษฐานอยู่กลางสวนซึ่งถือเป็นหัวใจและศูนย์กลางของสวนสาธารณะแห่งนี้
-“สะพานหมายเลข ๙” ที่เป็นเส้นทางเดินภายในส่วนนำสู่ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.๙
-“สะพานหยดน้ำพระทัย” ที่สื่อให้เห็นถึง น้ำพระราชหฤทัยดั่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาตลอด 70 ปี สะพานที่ออกแบบอย่างสวยงาม โดยเฉพาะยามสะท้อนเงาจากแผ่นน้ำ
-“สะพานไม้เจาะบากง” เป็นการจำลองสะพานไม้เจาะบากง จ.นราธิวาส สะพานที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เคยเสด็จไปทรงงาน บริเวณสะพานมีท่าน้ำ น้ำตกและลำธารจำลองตามแบบป่าฝนเขตร้อนที่ออกแบบอย่างสวยงาม กลมกลืน

บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686268

บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ 'ในหลวง-พระราชินี'ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

บรรยากาศพสกนิกรทยอยเฝ้ารับเสด็จ ‘ในหลวง-พระราชินี’ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.39 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าพร้อมใจใส้เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ 

วันที่ 13 ต.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 08.00 น. ประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองทยอยเดินทางมาตรวจ ATK ก่อนเข้าพื้นที่รับเสด็จฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจ ATK ไว้ 2 จุด คือ กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา และโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก  ต่อมาเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้ามาภายใน อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่เสด็จฯมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีเจ้าหน้าที่นำเสื่อและเก้าอี้มาให้บริการ รวมถึงนำร่มมาแจกจ่ายประชาชนเพื่อกันแดด และมีอาหาร นำ้ดื่มพระราชทานให้กับประชาชนด้วย  ประชาชนต่างรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้มีโอกาสมาร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ซึ่งจะเป็นศูนย์รวมจิตใจในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ‪ของในหลวงรัชกาลที่ 9‬ ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดมา 

ด้านนางสาวรวิวรรณ  ลอดสวัสดิ์ อายุ  72 ปี อดีตพนักงานธนาคาร ชาวสุขุมวิท 103 เขตพระโขนง กทม. กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจและมีความสุขมากที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์  “ในหลวงรัชกาลที่ 9” คิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ และที่ผ่านได้น้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นหลักในการทำงานและการดำรงชีวิต พระองค์ท่านทรงงานเพื่อประชาชนมากมาย เราเป็นพสกนิกรของพระองคค์ก็ต้องจงรักภักดีต่อทุก ๆพระองค์ และวันนี้ดีใจมากที่จะได้รับเสด็จ “ในหลวง-พระราชินี” และพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย

ขณะที่นายพัชร ทวีกิจชัยบดี อายุ 49 ปี ผู้บริหารบริษัทเอกชน  ชาวต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาพร้อมภรรยา กล่าวถึงความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่ทราบว่าจะมีเสด็จ ก็จะหาโอกาสเดินทางมารับเสด็จทุกครั้ง มารับเสด็จตั้งแต่ ”ในหลวงรัชกาลที่ 9 “ และ “ในหลวงรัชกาลที่ 10 “ อยากให้พระองค์เห็นว่าพวกเรามีความจงรักภักดี ซึ่งตนได้น้อมนำคำสอนของ ในหลวงรัชกาลที่ ร.9 มาปฏิบัติตามทั้งการรักษาศีล สมาธิในการควบคุมจิตใจ และปัญญา ก็อยากเดินตามรอยพ่อ สานต่อที่พ่อทำ

“วันนี้เป็นวันสำคัญที่ได้มาร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ต่อไปจะเป็นจุดศูนย์รวมใจของพสกนิกรชาวไทยที่จะเดินทางมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 ซึ่งจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพวกเราชาวไทย” 
 

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686258

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน‘โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย’ปี65

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.36 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานสงฆ์ในพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ประจำปี 2565 กระทรวงมหาดไทย เพื่อสืบสานพระบรมราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ไทย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565  เวลา 09.00 น. ที่พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานสงฆ์ในพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน “โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย” ประจำปี 2565 โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย  นายพรพจน์ เพ็ญพาส นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้แทนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) นางสาวกนกประวีย์ ศรีธรรมธนา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด คณะกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ แล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายดอกไม้ธูปเทียนแพแด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล จบแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเชิญผ้าไตรพระราชทานไปที่ต้นผ้าป่า แล้วกล่าวคำถวายผ้าป่า จบแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปทรงพิจารณาผ้าป่า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดเครื่องทองน้อย และทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวช และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงผนวช พร้อมเจลแอลกอฮอล์พระราชทาน แด่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ แล้วกราบลาพระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ ถวายความเคารพพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบลาเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นอันเสร็จพิธี

การนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบทูลถวายรายงาน ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดพิธีทอดผ้าป่า เพื่อสนับสนุนและเผยแพร่การดำเนินงานของโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมนำแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระบรมราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระสงฆ์ไทย ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยการจัดตั้งโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งล้นเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงก่อตั้งโครงการฯ ไว้ให้มีความมั่นคง เพื่อที่จะมีทุนสำหรับมอบเป็นทุนการศึกษาแด่พระสงฆ์

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานผ้าไตร และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสมทบทุน และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้คณะบุคคลที่มีความประสงค์ที่จะร่วมโดยเสด็จพระราชกุศล สามารถรับเป็นภาระจัดพิธีทอดผ้าป่าสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดพิธีฯ ตั้งแต่ปี 2564  โดยได้รับพระเมตตาอย่างสูงยิ่งจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธาน ซึ่งในวันนี้ กระทรวงมหาดไทย ร่วมสมทบทุนในพิธีทอดผ้าป่าฯ เป็นเงิน 15,555,555.99 บาท (สิบห้าล้านห้าแสนห้าหมื่นห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้าบาทเก้าสิบเก้าสตางค์) ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดพิธีทอดผ้าสมทบโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งในห้วงระยะเวลาเดือนเศษนี้

กระทรวงมหาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ รับพระราชทานผ้าไตรเพื่อมอบให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด นำไปร่วมกับคณะสงฆ์ทุกจังหวัด จัดพิธีทอดผ้าป่าฯ และนำส่งปัจจัยเพื่อสมทบในโครงการฯ เพื่อร่วมสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดมูลนิธิทุนเล่าเรียนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มีทุนสำหรับช่วยเหลือพระสงฆ์ สามเณร ให้สามารถศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและพระพุทธศาสตร์ในระดับสูง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามพระราชปณิธานแห่งพระบรมชนกนาถ และน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร โดยทุกท่านสามารถร่วมบริจาคเงินทำบุญสมทบกองผ้าป่าของทุกจังหวัดได้ที่นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือต่อคณะสงฆ์ในจังหวัดของท่านตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686241

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

ศธ. จัดกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9 

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2565 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 ซึ่งมีพระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์และรับบิณฑบาต จำนวน 89 รูป ณ สนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (รมช.ศธ.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศธ. (รมช.ศธ.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์) ตลอดจนนายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. นายเสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการ สกศ. ผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัด ร่วมในพิธี

ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต  -009

ในหลวง-ราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686198

ในหลวง-ราชินี  ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9  รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

ในหลวง-ราชินี ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

ในหลวง-ราชินี

ทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ร.9 รัฐบาลเชิญชวนเฝ้าฯรับเสด็จ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ น้อมรำลึกวันสวรรคต13ต.ค. สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รัฐบาลเชิญชวนประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ค “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” ระบุ ว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2565 เวลา 17.00 นาฬิกา ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นั้น ผมขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ โดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรนั้น เป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยพระราชทานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แนวพระราชพระดำริของทั้งสองพระองค์ ผ่านองค์ความรู้เรื่องป่าและน้ำ อีกทั้งเป็นแก้มลิงรองรับน้ำ และเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ถือว่าเป็น “ปอดแห่งใหม่ ใจกลางกรุง” เพื่อทุกคนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยจะเปิดให้บริการสู่สาธารณชนในลำดับต่อไปครับ

ทั้งนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางมาร่วมรับเสด็จฯ ทางรัฐบาลได้จัดให้มีการอำนวยความสะดวก ทั้งรถเมล์ ขสมก. เรือข้ามฟาก-เรือโดยสารไฟฟ้า MINE Smart Ferry ในแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่จอดรถ เป็นต้น โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลและคำแนะนำล่วงหน้าจาก FB กรมประชาสัมพันธ์

จัดรถอำนวยความสำดวกให้ปชช.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมการอำนวยความสะดวกประชาชน เข้าร่วมพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ โดย ขสมก. จัดเดินรถโดยสารธรรมดาให้บริการฟรี จำนวน 4 เส้นทาง นำประชาชนไปยังจุดคัดกรองตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK ก่อนเข้าสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ด้วย รถโดยสารเฉพาะกิจ จอดรับส่งทุกป้าย จำนวน 4 เส้นทาง ประกอบด้วย (1) เส้นทางสโมสรกองทัพบก – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – กรมทางหลวง (2) เส้นทางสนามศุภชลาศัย – กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ – กรมทางหลวง (3) เส้นทางวงเวียนใหญ่ – รร.ราชวินิต มัธยม (4) เส้นทางสนามหลวง – รร.ราชวินิต มัธยม ซึ่งเมื่อผ่านการคัดกรองตรวจ ATK ที่จุดกรมทางหลวง จะมีรถโดยสารนำสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในส่วนจุดคัดกรองตรวจ ATK ที่ รร.ราชวินิต มัธยม สามารถเดินเข้าสู่อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ได้ ทั้งนี้ รถโดยสารเฉพาะกิจเปิดให้บริการท่าต้นทาง เที่ยวแรก ตั้งแต่ 8.00 น. ท่าต้นทางเที่ยวสุดท้าย 16.00 น. และท่าปลายทางเที่ยวสุดท้าย 18.00 น. หรือจนกว่าผู้ร่วมงานจะหมดจากพื้นที่ ซึ่งรถจะปล่อยท่าต้นทางทุก 20 นาที

จัดพื้นที่จอดรถให้ประชาชน

ส่วนประชาชนที่นำรถมาเอง มีการให้บริการพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมพิธีเปิดฯ 3 จุด คือ (1) สโมสรกองทัพบก สามารถจอดได้ 200 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย (2) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สามารถจอดได้ 320 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย และ (3) สนามศุภชลาศัย สามารถจอดได้ 200 คัน โดยมีรถ shuttle Bus บริการรับและนำส่ง ณ จุดพักคอย

สำหรับการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK ประชาชนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK ที่จุดพักคอย 2 จุด ได้แก่ 1.กรมทางหลวง และ 2.โรงเรียนราชวินิต มัธยม ตั้งแต่เวลา 7.00 น. เป็นต้นไป จากนั้น จะมีรถ shuttle Bus นำท่านเข้าสู่จุดคัดกรอง 4 จุด รอบบริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ (1) จุดคัดกรองจุดกลับรถถนนศรีอยุธยา (2) จุดคัดกรองฝั่งตรงข้ามวัดเบญจมบพิตรฯ (3) จุดคัดกรองโรงเรียนราชวินิต มัธยม (4) จุดคัดกรองกรมทางหลวง โดยขอความร่วมมือสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าสีขาว ห้ามนำสิ่งของมีคมเข้าพื้นที่ พร้อมทั้งเตรียมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน บัตรแสดงตน หนังสือเดินทาง ขณะเดินผ่านเครื่องตรวจกรุณายกขึ้นเสมอหูขวาเพื่อบันทึกภาพ ตรวจวัดอุณหภูมิ เปิดกระเป๋าสัมภาระให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สำหรับผู้ปกครองที่มากับเด็ก กรุณาพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำบัตรคล้องคอ และให้เขียนชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองติดไว้กับตัวเด็ก โดยหากมีโรคประจำตัว ให้พกยาประจำตัวมาด้วย ทั้งนี้ หากมีปัญหาสามารถสอบถามจิตอาสาได้

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังได้เตรียมจุดบริการประชาชนทั้งอาหารและเครื่องดื่ม โดยตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านทิศใต้ ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ (ฝั่งถนนพิษณุโลก) ให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไปจนถึงภายหลังเสร็จพิธีฯ จุดจอดรถบริการน้ำดื่ม จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1) โรงเรียนราชวินิต มัธยม 2) กรมทางหลวง และ 3) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร รวมทั้ง มีจุดบริการทางการแพทย์ จุดพยาบาลและรถพยาบาลประจำอยู่ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมทั้งบริการรถสุขา จำนวน 3 จุด ภายในพื้นที่ก่อสร้างอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ

ประธานรัฐสภานำทำบุญตักบาตร

เช้าวันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร และกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค. พร้อมด้วยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร คณะผู้บริหาร และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมพิธี

โดยทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป นำโดยพระอาจารย์ชายกลาง อภิญาโณ ประธานมูลนิธิสหชาติ จากวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์ และเพื่อให้ศาสนิกชนได้ร่วมสืบทอดพระพุทธศาสนา ปฏิบัติศาสนกิจนำหลักธรรมทางศาสนาไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีแก่ปวงชนชาวไทยโดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ

ทั้งนี้ ในส่วนของเครื่องอุปโภค บริโภค ที่ได้จากพิธีทำบุญตักบาตรนี้จะนำไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำรวจตระเวนชายแดน และชาวบ้านในพื้นที่ในกิจกรรม “คิด-เช่น-ช้าง” ซึ่งเป็นการสนับสนุนการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้พิทักษ์ช้างป่าต่อไป

กองทัพบกจัดพิธีน้อมรำลึก

กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสววรคต 13 ตุลาคม 2565 โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป จากวัดโมสีโลกยาราม ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 จากนั้นจึงกระทำพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก

กองทัพบก ในฐานะที่ดำรงไว้ซึ่งภารกิจการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย มีภารกิจอันสำคัญยิ่ง คือ การถวายการรักษาความปลอดภัย และถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และได้สนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กองทัพบกร่วมด้วยส่วนราชการ ภาครัฐ และเอกชน ต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานที่ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาคอย่างสมเกียรติ

กกต.จัดพิธีร่วมน้อมรำลึก

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2565 โดยจัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมทำบุญตักบาตรแด่พระเทพปัญญามุนี(ทองดี ฐิตายุโก) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม พร้อมพระภิกษุสงฆ์วัดอาวุธวิกสิตาราม รวม 9 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/686089

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร  เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วม ม.เกษตร เพิ่มความรู้ ธุรกิจโลจิสติกส์ และอี-คอมเมิร์ซ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย เปิดตัว “J&T E-LOGIS” (เจแอนด์ที อี-โลจิส)โครงการอบรมและสัมมนาให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับการทำงานด้านธุรกิจขนส่งและอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 10 ทุน ทุนละ 10,000 บาท ให้แก่นิสิตสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

โครงการ “J&T E-LOGIS” จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจโลจิสติกส์และอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้แก่นิสิตและนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โครงการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตและนักศึกษาที่จะสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษารวมถึงการทำงานในอนาคต เนื้อหาในหลักสูตรของการอบรม จะเริ่มตั้งแต่การแนะนำให้รู้จักพื้นฐานของธุรกิจโลจิสติกส์และอี-คอมเมิร์ซ ไปจนถึงกระบวนการทำงานจริงในอุตสาหกรรม โดยมีวิทยากรได้แก่ มนัสวีร์ ศรัทธานุศาสตร์ และศิริพรรณ เบี้ยวทุ่งน้อย ตัวแทนจากเจแอนด์ที เอ็กซ์เพรสประเทศไทย รองผู้อำนวยการมีธรรม ณ ระนอง จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA), อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สํานักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และคณะทำงานพัฒนาบุคลากรโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และคุณกันตภณ พร้อมมูลหัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์จากช้อปปี้ ประเทศไทย