‘บอร์ดปฐมวัย’ เร่งหารือใช้นวัตกรรมเซฟตี้เด็กเล็ก เสริมทักษะให้เด็กเอาตัวรอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677119

‘บอร์ดปฐมวัย’ เร่งหารือใช้นวัตกรรมเซฟตี้เด็กเล็ก เสริมทักษะให้เด็กเอาตัวรอด

‘บอร์ดปฐมวัย’ เร่งหารือใช้นวัตกรรมเซฟตี้เด็กเล็ก เสริมทักษะให้เด็กเอาตัวรอด

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.23 น.

‘บอร์ดปฐมวัย’ เร่งหารือใช้นวัตกรรมเซฟตี้เด็กเล็ก เสริมทักษะเอาตัวรอด ลดอัตราการสูญเสีย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาธิการ สกศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2565 เรื่อง การขับเคลื่อนและพัฒนาเด็กปฐมวัย “หนุนเสริม เพิ่มคุณค่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นเวทีสะท้อนความคิดเห็นและขยายผลการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อสาธารณะ มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า การดูแลเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นด้วยการใส่ใจอย่างรอบด้าน และเป็นภารกิจร่วมกันตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน และสังคม เพื่อให้เด็กปฐมวัยเป็นรากฐานของพลเมืองที่มีคุณภาพ เก่ง ดี มีสุข ประกอบกับมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ข้อที่ 1 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเดินทางอย่างปลอดภัยครอบคลุมการเดินทางโดยทางเท้า รถจักรยานยนต์ รถยนต์ โดยเฉพาะรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องได้รับมาตรฐานจากกรมขนส่งทางบก มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็น อาทิ เครื่องดับเพลิง เพื่อช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมีอุบัติเหตุ

“คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย จึงเร่งหารือแนวทางป้องกันการเดินทางไปโรงเรียนอย่างปลอดภัย ตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ  ข้อที่ 2 เรื่องการให้ความรู้ สร้างวินัยและฝึกทักษะเด็กในการเดินทางไป-กลับอย่างปลอดภัย โดยมีข้อสรุปทิศทางเดียวกันว่า ควรใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วยเหลือ อาทิ ปุ่มกดฉุกเฉิน ในกรณีที่ติดอยู่บนรถรับ-ส่ง เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีทักษะการขอความช่วยเหลือ และเสริมหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องทักษะการข้ามถนน การเรียนรู้ป้ายจราจร และการใช้เข็มขัดนิรภัย เพื่อป้องกันอันตรายขณะโดยสารด้วย“ นายอรรถพล กล่าว -009

‘ศูนย์คุณธรรม’ เปิดตัว Moral Hackathon ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677062

‘ศูนย์คุณธรรม’ เปิดตัว Moral Hackathon ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

‘ศูนย์คุณธรรม’ เปิดตัว Moral Hackathon ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.48 น.

‘ศูนย์คุณธรรม’ เปิดตัว Moral Hackathon ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

1 ก.ย.2565 ที่ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดแถลงข่าวการแข่งขัน MORAL HACKATHON 2022 : การออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม ปี 2565 ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) ชั้น 3 เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยมีรศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อํานวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) หรือหมอเดว เป็นประธานในการเปิดกิจกรรม อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก ดร. รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Mini Talks หัวข้อ “ร่วมออกแบบอนาคตสังคมคุณธรรม” โดยมีแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาเป็นพี่เลี้ยง (Mentor) การจัดแข่งขันครั้งนี้ ประกอบด้วยนายรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Fixzy, น.ส.บีอิ้ง แซ่อัง Data Scientist at Health Tech Start up นักพัฒนา AI ; Visual Computing เข้าร่วมพูดคุยถึงแนวคิด และแรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรม ร่วมกับ รศ.นพ.สุริยเดว 

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวถึงแนวโน้มในอนาคต การพัฒนาสังคมคุณธรรมกับนวัตกรรม โดยมองว่า ในโลกอนาคตซึ่งเป็นโลกดิจิทัลนั้น โจทย์ที่ท้าทายสังคมคือ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้มีความสุข ซึ่งหัวใจสำคัญคือต้องเดินควบคู่ไปกับโลกดิจิทัลและสังคมที่มีคุณธรรม ศูนย์คุณธรรมได้เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงได้ร่วมมือกับ depa ในการสร้างสังคมดิจิทัลควบคู่ไปกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงแก่สังคม โดยใช้พลังบวกของคนรุ่นใหม่ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมทั้งส่งมอบคุณค่าที่ดีให้แก่คนในสังคม

ขณะที่ นายรัชวุฒิ พิชยาพันธ์ มองว่า ในฐานะที่เป็นผู้บริหารองค์กรยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญต่อคุณค่าของพนักงานหรือกลุ่มแรงงาน เพราะเขาจะมีส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งทาง Fixy นั้น ได้พัฒนาแพลตฟอร์มที่รวบรวมรายชื่อช่างที่มีคุณภาพเพื่อส่งมอบความสะดวกให้คนในสังคม คุณรัชวุฒิกล่าวว่า ในการเปลี่ยนแปลงสังคมนั้น นักพัฒนานวัตกรรมต้องเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่าไปหลงเชื่อ หลงรัก สิ่งที่ตนเองเชื่อหรือเป็นมาตลอด และต้องมีความหวังในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นด้วยพลังบวก 

ด้าน น.ส.บีอิ้ง กล่าวถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานในวงการสตาร์ทอัพ สิ่งแรกต้องมีความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง และความพยายามที่จะทำงานออกมาให้สำเร็จและดีที่สุด โดยต้องยอมรับตนเอง มั่นใจในตัวเอง และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น คุณบีอิ้งได้กล่าวถึงเคล็ดลับของการเก็บข้อมูล เราไม่สามารถเก็บ data ครั้งเดียวแล้วได้ข้อมูลสมบูรณ์ที่สุด เราต้องเก็บหลายครั้ง และนำข้อมูลครั้งแรกมาเป็นเทรนด์ เพื่อใช้มองภาพพัฒนางานต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ สิ่งที่ทั้งผู้เสวนามองเห็นตรงกัน และเป็นจุดร่วมที่จะทำให้เกิดการพัฒนาด้านนวัตกรรมในอนาคตคือ การสร้างระบบนิเวศที่เอื้อให้คนเกิดความสุข ซึ่งจะทำให้เกิดพลังในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่ความยั่งยืนได้ โดยรศ.นพ. สุริยเดว ได้กล่าวสรุปทิ้งท้ายไว้ แก่ผู้ที่สนใจการแข่งขันในครั้งนี้ว่า อยากเห็นพลังบวกของคนรุ่นใหม่ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่จะส่งผลผลิตที่ดีให้กับผู้คนในสังคม และที่สำคัญคือการส่งมอบความสุขให้กับคนในสังคม

การแข่งขัน Moral Hackathon 2022 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษาในรั้วอุดมศึกษา และผู้ที่ทำงานในแวดวงเทคโนโลยีและธุรกิจสตาร์อัพ (Start-up) ได้พัฒนาแนวคิดและวิธีการใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาคุณธรรมในสังคมไทย ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ศูนย์คุณธรรมจึงได้กำหนดโจทย์การแข่งขันครั้งนี้ ภายใต้แนวคิด “Make a Change : ทุกคนเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน เพื่อรณรงค์ส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยแนวคิดดังกล่าวต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ผู้ที่ชนะการแข่งขัน จะได้รับเงินรางวัลพร้อมประกาศนียบัตรจากศูนย์คุณธรรม รวมกว่า 150,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึง 19 กันยายน 2565 ที่เว็บไซต์ http://www.moralhackathon.com ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้ารับการอบรม (Workshop) และแข่งขัน (Hack day) ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) จำนวน 3 วัน
 

SPU มอบรางวัล นักเรียนมัธยม อาชีวะ ชนะแข่งสนามหุ่นยนต์เจ้าความเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676916

SPU มอบรางวัล นักเรียนมัธยม อาชีวะ  ชนะแข่งสนามหุ่นยนต์เจ้าความเร็ว

SPU มอบรางวัล นักเรียนมัธยม อาชีวะ ชนะแข่งสนามหุ่นยนต์เจ้าความเร็ว

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดประลองสนามหุ่นยนต์เจ้าความเร็วแบบอัตโนมัติ ในการแข่งขัน “Line Tracking Robot Contest 2022” มุ่งปั้นเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่สนใจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้มีเวทีแสดงศักยภาพ ในระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา

ผศ.ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุลคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า การประลองสนามแข่งขันหุ่นยนต์วิ่งตามเส้นเจ้าความเร็วอัตโนมัติ ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 5โดยผู้เข้าแข่งขันจะได้ฝึกความท้าทายทั้งการเขียนโปรแกรม การเขียนโค้ด การสร้างความสมดุลทางด้านกลไกของหุ่นยนต์ การออกแบบเครื่องจักรกลซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานทางด้านวิศวกรรมที่ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ ไปพร้อมกับความสนุกจากการแข่งขันในครั้งนี้ และถือเป็นอีกประสบการณ์ก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้เติบโตไปสู่อาชีพวิศวกรในอนาคต สอดรับกับนโยบายของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดงาน เพื่อเป็นอีกกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

สำหรับทีมที่คว้าแชมป์การแข่งขันหุ่นยนต์วิ่งตามเส้นเจ้าความเร็วแบบอัตโนมัติ ประจำปี พ.ศ.2565ในครั้งนี้ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับอาชีวศึกษา ตกเป็นของทีมเอ็นเอมวีซีโรบอท จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลนครปฐม รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ทีมแอลป์เทคโรบอท 1 จากวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ทีมอาร์ ซี ซี ศูนย์ สอง จากวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน ส่วนรางวัลระดับมัธยมศึกษา รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมโรบอทเอ จากโรงเรียนทวีธาภิเศก และโรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีมไฮดราสมิธ จากโรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ตกเป็นของทีม SW-03 และ SW-02 จากโรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม (Best Technique) จำนวน 1 รางวัล คือ ทีมอันโน โรบอท และรางวัลความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม (Creative Award) จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีมสาคร โรบอททู จากโรงเรียนสาครพิทยาคม และ เอ็นเอมวีซี โรบอท จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลนครปฐม

วธ. มอบโล่ ‘ดี’ ที่ได้ทำ ผู้ชนะผลิตสื่อสร้างสรรค์ ‘ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676933

วธ. มอบโล่ ‘ดี’ ที่ได้ทำ ผู้ชนะผลิตสื่อสร้างสรรค์ ‘ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม’

วธ. มอบโล่ ‘ดี’ ที่ได้ทำ ผู้ชนะผลิตสื่อสร้างสรรค์ ‘ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สื่อดิจิทัลมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้พวกเขาส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มากกว่าการทำกิจกรรมอื่นๆ สื่อดังกล่าวจึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีอิทธิพลและยอดนิยม สามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆ สู่พวกเขาได้โดยตรง โดยสื่อที่เผยแพร่นั้นมีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมทั้งยังสามารถเข้าถึงได้โดยง่ายในหลากหลายช่องทางอีกด้วย หากเด็กและเยาวชนรับสื่อและมีการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านทักษะการเรียนรู้และการเข้าสังคม รวมทั้งยังส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การยอมรับในค่านิยม และวัฒนธรรมที่ดีงามได้

ดังนั้น เพื่อให้เด็กไทยใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และพิจารณาเห็นถึงความสำคัญการขยายพื้นที่ความดี กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ใช้พื้นที่นี้ ให้เด็ก เยาวชนและประชาชนโชว์ศักยภาพผลิตสื่อสร้างสรรค์ “ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม” ในรูปแบบที่หลากหลาย โดยได้จัดกิจกรรมการประกวดสื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมด้านจิตอาสา ภายใต้หัวข้อ “ดี” ที่ได้ทำโดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทคลิปไวรัล (Viral Clip) ความยาว 1-3 นาที และประเภทภาพยนตร์สั้น/สารคดีสั้น (Short Film/Short Documentary) ความยาว 3-5 นาที โดยการประกวดดังกล่าว ได้มีการประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีและมอบโล่รางวัลภายในงาน

ผลการประกวดประเภทคลิปไวรัล (Viral Clip) มีผู้รับรางวัล ได้แก่ ระดับนักเรียน รางวัลชนะเลิศ ทีม SJ Production เรื่อง “เมนูของแม่” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมโรงเรียนตะพานหิน เรื่อง “เรื่องดีๆ ของผม” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Farmer เรื่อง “ความดีที่มองไม่เห็น” รางวัลชมเชยอันดับ 1ได้แก่ ทีม L.PRODUCTION เรื่อง“เลือกระหว่าง” และรางวัลชมเชยอันดับ 3ได้แก่ ทีม YOLO-ใช้ชีวิตให้คุ้ม เรื่อง“Good to do-สิ่งที่รัก” ระดับนิสิต/นักศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมก้าวหน้า CMU เรื่อง “หัวใจดวงนี้ เพื่อน้องช้าง” รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมเก็บขยะเปลี่ยนโลก! เรื่อง“เก็บขยะเปลี่ยนโลก!” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม MT bananaเรื่อง “พร้อมบวก” รางวัลชมเชยอันดับ 1ได้แก่ ทีม GFTEAR เรื่อง “น้อยหรือเยอะทำเถอะ” และรางวัลชมเชยอันดับ 2ได้แก่ ทีมแท่งทอง เรื่อง “Hello…Hero”และ ระดับประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ก.กวางปาแอ่ว เรื่อง “ผลิตภัณฑ์บ้านเฮา” รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีม SPDML.001 เรื่อง “Kru_man” รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ ทีมพื้นที่ความสุข เรื่อง “ดีที่ได้ทำ(ช่วยแมว)” รางวัลชมเชยอันดับ 1 ได้แก่ ทีมขนุนลูกที่สุก เรื่อง “ให้ 1 ได้ถึง 3” และรางวัลชมเชยอันดับ 2 ได้แก่ทีม โรงเรียนบ้านท่าช้างน้อย โนนสวัสดิ์ เรื่อง “ดีที่ได้ทำ (กิจกรรมดีๆ)”

ส่วนการประกวดประเภทภาพยนตร์สั้น/สารคดีสั้น (Short Film/Short Documentary) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Hometown Thungsong เรื่อง “ดีสะพัด” รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่ ทีมนายธัญนพ ตระกูลโชคดี เรื่อง“ต้นกล้าในป่าลึก” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมกลุ่มสมอง เรื่อง “ไดโนเสาร์ที่มี 3 ขา”

จากผลการจัดการประกวดสื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพของเด็ก เยาวชน และประชาชนว่า มีศักยภาพในการผลิตสื่อสร้างสรรค์ “คุณธรรม จริยธรรม” ได้เป็นอย่างดี และพิสูจน์ได้ว่า “คุณธรรมจริยธรรม” สามารถสื่อสารผ่านสื่อสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี หากได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมที่เหมาะสม

ชนิตร ภู่กาญจน์

ซีพี ออลล์ จัดประชันไอเดีย AI ภายใต้แนวคิด‘AI for Youth’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676913

ซีพี ออลล์ จัดประชันไอเดีย AI  ภายใต้แนวคิด‘AI for Youth’

ซีพี ออลล์ จัดประชันไอเดีย AI ภายใต้แนวคิด‘AI for Youth’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์Assistant Chief Information Technology Officer (ACIO) สำนักปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงาน Creative AI Camp ค่ายพัฒนาทักษะเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และปวช.ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเนื่องมาแล้วถึง 4 ปี ล่าสุด ซีพี ออลล์ และพันธมิตร ตลอดจนกลุ่มเยาวชนผู้จัดงานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และศิษย์เก่า CreativeAI Camp ได้ร่วมกันจัดอีกกิจกรรมหนึ่งเพื่อเยาวชน ภายใต้ชื่อ “Creative AI Club Hackathon” ขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นเวทีระยะสั้นแบบ 2 วัน 1 คืน ให้เยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา ปีที่ 1 ที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศ เข้ามารวมกลุ่ม และร่วมกันสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ด้าน AI ภายใต้แนวคิดที่กำหนด “แนวคิดในปีแรกนี้ คือ AI for Youth

สำหรับรางวัลชนะเลิศ จาก Creative AI Club Hackathon ครั้งที่ 1 ได้แก่ ผลงาน “เคี้ยงเครียด” ผลงานAI แก้ปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน “Vio-Protego” เว็บแอปพลิเคชั่นที่ใช้ AI ทำงานควบคู่กับกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจจับปัญหาความรุนแรงใน และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน “Ling Jak Jak” LINE-Bot ที่ใช้ AI ช่วยตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดประกวด ความสามารถทางวิชาการ ครู นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676914

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดประกวด  ความสามารถทางวิชาการ ครู นักเรียน

สพป.พิษณุโลก เขต 2 จัดประกวด ความสามารถทางวิชาการ ครู นักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ได้จัดกิจกรรมการประกวดความสามารถมหกรรมวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2565 ในวันที่ 25-26 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนชุมชน 2 บ้านกกไม้แดง เพื่อเป็นเวทีในการส่งเสริมความสามารถของนักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และสถานศึกษา

โดยการประกวดความสามารถมีหลากหลายกิจกรรม ในระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และการศึกษาพิเศษ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน สร้างขวัญกำลังใจ และเป็นแนวทางในการพัฒนานักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และสถานศึกษา โดยมีกิจกรรม ได้แก่ การสร้างภาพด้วยการฉีกตัดปะ การเล่านิทานประกอบท่าทาง Science show บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย โครงงานทักษะอาชีพสู่วิถีพอเพียง การแข่งขันเวทคณิต การตอบปัญหาสุขภาพ การขับร้องเพลงหมู่ เพลงบ้านเกิดเมืองนอน การประกวดนาฏศิลป์ไทยรำวงมาตรฐาน การแข่งขันนักอ่านข่าวรุ่นเยาว์ การคัดเลือกครูผู้สอนดีเด่นกลุ่มสาระศิลปะ Best Practice สื่อ นวัตกรรม วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ การบริหารจัดการเรียนรวม เทคนิควิธีการในการแก้ปัญหาผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การนิเทศภายในสถานศึกษา การจัดการเรียนการสอนปฐมวัย สำหรับครูผู้สอน และสำหรับผู้บริหาร

บ้านปูรับสมัคร มัธยมปลายและปวช. เข้าค่ายสิ่งแวดล้อม Power Green Camp

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676912

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บ้านปู ร่วมกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนน้องๆ ระดับมัธยมปลายและปวช. ทั่วประเทศ เข้าร่วมค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Power Green Camp) ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิด “Climate Change, We Must Change-เริ่มเพื่อโลก” เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาตินอกห้องเรียน ทั้งศึกษาสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง สำรวจถ้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพของ

ผืนป่า ก่อนนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากค่าย Power Green ไปตกผลึกไอเดียพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ชิงทุนการศึกษา พร้อมเกียรติบัตร

ในปีนี้มีพิเศษคือ 2 นักแสดงสายกรีน “อาย-กมลเนตร เรืองศรี”ผู้ทุ่มเทความรักษ์ให้โลก แท็กทีม “เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล” พระเอกและสัตวแพทย์ผู้อ่อนโยน จะมาร่วมเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ ภายในค่ายรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://www.powergreencamp.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 นี้เท่านั้น

‘ตรีนุช’สั่งตั้งกก.สอบลืมป.2บนรถจนเสียชีวิต กาง‘กฎเหล็ก’ย้ำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676941

‘ตรีนุช’สั่งตั้งกก.สอบลืมป.2บนรถจนเสียชีวิต กาง‘กฎเหล็ก’ย้ำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

‘ตรีนุช’สั่งตั้งกก.สอบลืมป.2บนรถจนเสียชีวิต กาง‘กฎเหล็ก’ย้ำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.04 น.

‘ตรีนุช’สั่งตั้งกก.สอบลืมป.2บนรถจนเสียชีวิต กาง‘กฎเหล็ก’ย้ำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้

31 สิงหาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีเด็กหญิงวัย 7 ขวบนักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนใน จ.ชลบุรี ถูกลืมบนรถตู้รับส่งนักเรียนจนขาดอากาศเสียชีวิต ว่า ตนได้มอบหมายให้ นายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจริง พร้อมสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องของใคร เป็นความบกพร่องของโรงเรียน ครูที่ดูแลเด็ก หรือคนขับรถโรงเรียน และให้ตรวจสอบด้วยว่าในการใช้รถโรงเรียนรับส่งนักเรียน ทางโรงเรียนได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 หรือไม่

รมว.ศธ. ระบุว่า นโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นนโยบายที่สำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นเรื่องที่ตนให้ความสำคัญมาโดยตลอด ซึ่งสถานศึกษาทุกแห่ง ทุกสังกัดทั้งรัฐและเอกชน ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงอาชีวศึกษา เรื่องการลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียนจนทำให้เด็กเสียชีวิตก็ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็ได้มีการส่งหนังสือเวียนกำชับเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถโรงเรียนแล้ว โดยในข้อ 11 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2562 กำหนดให้ผู้ควบคุมดูแลนักเรียนมีหน้าที่ ดังนี้

1.ตรวจสอบจำนวนนักเรียนที่รับ-ส่ง แต่ละเที่ยวให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามบัญชีรายชื่อนักเรียน พร้อมทั้งจัดทำบัญชีรายชื่อนักเรียนที่ใช้บริการ

2.ประจำอยู่กับรถโรงเรียนตลอดเวลาที่รับ-ส่งนักเรียน เพื่อควบคุมดูแล และช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

3.รายงานให้ทางโรงเรียนทราบทันทีที่เกิดอุบัติเหตุหรือมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น เข้ารับการอบรมตามที่โรงเรียนหรือผู้ดำเนินกิจการรถโรงเรียนกำหนด

“ดังนั้นจะบอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องใช้ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของนักเรียนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ” นางสาวตรีนุช กล่าว                    

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีไฟไหม้ห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนพระยาประเสริฐ สุนทราศรัย (กระจ่าง สิงหเสนี) และไฟไหม้ห้องเรียนของโรงเรียนสายปัญญา ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งทั้ง 2 โรงเรียนอยู่ในกรุงเทพฯ ตนได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตรวจสอบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ของทั้ง 2 โรงเรียน และเร่งดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุง เพื่อให้พร้อมใช้จัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว

ปลัด ศธ. ชี้ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ปมนักเรียนหญิง 7 ขวบ ดับในรถตู้รับส่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676881

ปลัด ศธ. ชี้ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ปมนักเรียนหญิง 7 ขวบ ดับในรถตู้รับส่ง

ปลัด ศธ. ชี้ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ ปมนักเรียนหญิง 7 ขวบ ดับในรถตู้รับส่ง

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

 “ปลัดศธ.” ชี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ ปมเด็ก 7ขวบดับคารถรับ-ส่งนักเรียน สช.ลงพื้นที่สอบผู้บริหาร ร.ร.แล้ว

วันที่ 31 สิงหาคม 2565 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุ ด.ญ.เขมนิจ ทองอยู่ อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเพลินจิตพิทยา อ.พานทอง จ.ชลบุรี เสียชีวิตในรถรับส่งนักเรียน ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจน ต้องรอผลการตรวจสอบจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ก่อน  แต่เบื้องต้นจะต้องตรวจสอบว่าภายในรถรับส่งมีระบบดูแลนักเรียนอย่างรัดกุมหรือไม่ เพราะตามระเบียบจะต้องมีคนขับและครูประจำรถที่ดูแลเด็ก 

ส่วนผู้บริหารโรงเรียนและครูที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบกับเหตุการที่เกิดขึ้นหรือไม่ในส่วนนี้ตนไม่แน่ใจต้องให้นักกฏหมายเป็นคนตอบ แต่ตนมองว่าทั้งคนขับรถและครูประจำรถจะต้องรับผิดชอบในขบวนการทำงาน เพราะก่อนปิดรถก็จะต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อน และครูประจำรถก็ต้องเช็คว่าเด็กลงจากรถครบทุกคนหรือยัง ซึ่งหากมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบเหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้น

ด้านนายพีรศักดิ์ รัตนะ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อมูลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบถามรายละเอียดจากผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งหากมีความชัดเจนจะแจ้งให้ทราบต่อไป   

10 โครงการวิจัยดีเด่นแก้จน เสริมภูมิสู้วิกฤตเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/676750

10 โครงการวิจัยดีเด่นแก้จน  เสริมภูมิสู้วิกฤตเศรษฐกิจฐานราก

10 โครงการวิจัยดีเด่นแก้จน เสริมภูมิสู้วิกฤตเศรษฐกิจฐานราก

วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า บพท. ได้ดำเนินงานร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อทำการวิจัยแนวทางแก้ปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำ ร่วมกับชุมชน เอกชนและราชการส่วนท้องถิ่น โดยดำเนินการในพื้นที่20 จังหวัด จนสามารถช่วยเหลือผู้ยากจนที่ตกสำรวจแล้วกว่าแปดแสนคน

“ขอบเขตการดำเนินงานของ บพท. ครอบคลุมการส่งเสริมงานวิจัยเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และวิจัยเพื่อพัฒนาชุดความรู้ใหม่ ช่วยเหลือทั้งระดับบุคคล ครัวเรือน ชุมชน ซึ่งแปลงเป็นโครงการและกิจกรรม เช่น การส่งต่อผู้ยากจนเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐ การวิจัยเพื่อยกระดับการประกอบอาชีพ การวิจัยเพื่อส่งเสริมทักษะทางการเงิน และการวิจัยเพื่อยกระดับความสุขและความรู้ของชุมชน เป็นต้น” นายกิตติ กล่าว

ผู้อำนวยการ บพท. ชี้แจงด้วยว่า ทุกงานวิจัยที่ บพท. เข้าไปมีบทบาทให้การสนับสนุน ล้วนบรรลุเป้าหมายทั้งในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนเสริมสร้างฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก ให้เกิดความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน โดย
ที่มีงานวิจัยซึ่งได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ได้รับการยกย่องเป็นงานวิจัยดีเด่น จำนวน 10 โครงการ ซึ่งสร้างผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ และผลกระทบที่ชัดเจน ในการแก้ไขปัญหาคนจนได้อย่างยั่งยืน โดยช่วยให้คนจนกว่า 90,000 คน มีที่ยืนในห่วงโซ่คุณค่า ทำให้เกิดอาชีพและสร้างรายได้ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับขีดความสามารถแก่ผู้ประกอบการระดับเศรษฐกิจฐานราก ที่ต้องเผชิญวิกฤตอันเนื่องมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายด้านไปแล้วกว่า 583 ราย อีกทั้งยังก่อเกิดนวัตกรรม ที่สามารถขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรถึง 25 รายการ ทั้งนี้โครงการวิจัยดีเด่นทั้ง 10 โครงการ ครอบคลุมงานวิจัยรวม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาเชิงระบบหรือนโยบายระดับชาติ จังหวัดหรือ ท้องถิ่น และด้านการแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอาชีพ รวมทั้งด้านการอนุรักษ์ พัฒนาและจัดการภูมิปัญญา ทรัพยากรและทุนของชุมชน

สำหรับโครงการวิจัยดีเด่นด้านการพัฒนาเชิงระบบหรือนโยบายระดับชาติ จังหวัด หรือท้องถิ่น ประกอบไปด้วยโครงการสร้างเมืองปูทะเล กลางวิกฤตที่ปัตตานี ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำโดย รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม โครงการธุรกิจปันกัน เสริมสภาพคล่องด้วยวัคซีนทางการเงิน ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ และโครงการระบบบริหารครัวเรือนยากจน แบบร่วมมือระดับพื้นที่ของมหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ุ นำโดย รศ.ดร.จิระพันธ์ ห้วยแสน

โครงการวิจัยดีเด่น ด้านการแก้ปัญหาและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอาชีพ ประกอบด้วย โครงการการพัฒนาศักยภาพกลุ่มผลิตผ้าไหม จังหวัดสุรินทร์ ด้วยนวัตกรรมสำหรับชุมชน ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นำโดย ดร.ภรณี หลาวทอง โครงการปฏิบัติการกระจูดแก้จนจากข้อมูลสู่การสร้างโมเดลแก้จนแบบมีส่วนร่วมและกระบวนการเสริมพลัง จังหวัดพัทลุง ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย รศ.ดร.สมัคร แก้วสุกแสง

โครงการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากพื้นถิ่นมะม่วงเบา ยางพาราและพริก ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัย ฟาฏอนี นำโดย ผศ.ดร.อนุวัติ วอลี และโครงการการพัฒนาโคเนื้อจังหวัดน่าน ด้วยกลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่ ของคณะวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ.น.สพ.ดร.วินัย แก้วละมุล โครงการวิจัยดีเด่นด้านการอนุรักษ์ พัฒนาและจัดการภูมิปัญญา ทรัพยากรและทุนของชุมชน ประกอบด้วยโครงการจัดการทรัพยากรป่าประ นบพิตำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการอนุรักษ์ยั่งยืนของคณะวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชนำโดย ผศ.ดร.สมรักษ์ รอดเจริญ

โครงการ Learning City Lampang Model ของคณะวิจัย ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำโดย ดร.ขวัญนภา สุขคร โครงการ Phayao Learning City; City of Local Wisdom ของคณะวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย รศ.ดร.ผณินทรา ธีรานนท์