ม.ศรีปทุม อบรม ‘เมนูเบเกอรี่อบ’ ครู รร.บางบัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663063

ม.ศรีปทุม อบรม ‘เมนูเบเกอรี่อบ’ ครู รร.บางบัว

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดอบรม “โครงการเบเกอรี่สร้างรายได้เสริมอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง” ครั้งที่ 2 ให้แก่คณะครูโรงเรียนบางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร) นำโดย คุณครูสุภาวดี อึ้งพานิช ผู้อำนวยการโรงเรียนบางบัว พร้อมคณะครู เข้าร่วมการอบรมรวม 25 คน โดยมี อาจารย์ณัฐกฤตา นันทะสิน อาจารย์วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ SPU เป็นอาจารย์พี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้ตลอดจนเทคนิคต่างๆ และมีทีมนักศึกษาของวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการเป็นผู้ช่วยสอน ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน)

ซีพี ออลล์-เซเว่น จับมือ 10 พันธมิตร สร้างจัดการขยะที่ใหญ่ที่สุดในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663065

ซีพี ออลล์-เซเว่น จับมือ 10 พันธมิตร  สร้างจัดการขยะที่ใหญ่ที่สุดในไทย

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับอีก 10 องค์กร ร่วมเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายต้นกล้าไร้ถัง ต่อยอดให้กลายเป็นภาคีด้านการจัดการขยะที่แข็งแกร่งที่สุดในไทย พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศการจัดการขยะครบวงจรตั้งแต่ ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ภาคีฯดังกล่าว ขยายผลความสำเร็จโครงการต้นกล้าไร้ถังของโรงเรียนอนุบาลทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ CONNEXT ED ซึ่งสามารถช่วยกันปลูกฝังเยาวชนในโรงเรียนให้ช่วยกันลด ละ เลิกการใช้สิ่งที่สามารถกลายมาเป็นขยะ คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางนำสิ่งที่คนมองว่าเป็นขยะ มารียูส รีไซเคิล จัดการเป็นวัสดุอินทรีย์ สร้างรายได้กลับสู่โรงเรียน จนสามารถลดปริมาณขยะจากเดือนละ 15 ตัน เหลือเพียงเดือนละ 2 กิโลกรัม และที่ผ่านมา ได้มีการขยายเครือข่าย ให้โรงเรียน CONNEXT ED นำไปปฏิบัติแล้วจำนวน 2 รุ่น หรือมากกว่า 153 โรงเรียน กำลังขยายสู่รุ่นที่ 3 ในปีนี้เพิ่มอีก 47 โรงเรียน รวมถึงมีโรงเรียนและชุมชนนอก CONNEXT ED อีก 243 แห่ง

“ความร่วมมือและการขยายภาคีครั้งนี้นำไปสู่การสร้าง 3 อย่าง คือ 1.ภาคีเครือข่ายด้านการจัดการขยะที่แข็งแกร่งที่สุด 2.ระบบนิเวศการจัดการขยะที่ครบวงจรที่สุด และ 3.Green Learning Network ที่รวบรวมทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน คนในชุมชน มาเรียนรู้ด้านการจัดการขยะร่วมกัน เราตั้งเป้าว่าจะเจรจากับพันธมิตร CONNEXT ED รายอื่นๆ
ขยายผลการจัดการขยะตามโมเดลต้นกล้าไร้ถังไปสู่โรงเรียน CONNEXT ED ทั้งหมด 5,567 โรงเรียน และเปิดให้โรงเรียนและชุมชนอื่นๆ ที่สนใจมานำโมเดลไปใช้ ลดปริมาณขยะและมลภาวะอย่างยั่งยืนทุกพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นทาง โดยซีพี ออลล์ จะช่วยเป็นแกนกลาง สนับสนุนงบประมาณ และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง” นายประสิทธิ์กล่าว

นักวิจัยจุฬาฯ สุ่มตรวจเครื่องดื่มกัญชา พบสาร THC เกินกำหนด 30%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663071

นักวิจัยจุฬาฯ สุ่มตรวจเครื่องดื่มกัญชา  พบสาร THC เกินกำหนด 30%

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แพทย์และนักวิจัยด้านสารเสพติดหลายคน กังวลถึงผลกระทบของสารTHC ในกัญชา หากผู้บริโภคได้รับในปริมาณที่สูงและอย่างต่อเนื่อง อาจจะส่งผลต่อพัฒนาการของสมอง เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า จิตเภท หลอดเลือดหัวใจ และมะเร็งอัณฑะ เป็นต้น ข้อมูลจากการประชุมวิชาการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) เพื่อการพัฒนาศักยภาพการวิจัย และนักวิชาการการเสพติด ครั้งที่ 9 ที่ผ่านมา เผยว่า คนไทยที่ใช้กัญชามีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ เกือบเท่าตัว โดยผลสำรวจล่าสุดปี 2564 มีคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้กัญชา จำนวนประมาณ 1.89 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.3% เทียบกับผลสำรวจเมื่อปี 2563 ที่มีผู้ใช้กัญชาอยู่ที่ประมาณ1 ล้านคน

รองศาสตราจารย์ ดร.เกื้อการุณย์ ครูส่ง อาจารย์ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำร่องศึกษาวิจัยหาปริมาณสาร∆9-THC หรือ delta9-tetrahydrocannabidol ในเครื่องดื่มกัญชาที่จำหน่ายในร้านขายเครื่องดื่มทั่วไป โดยเก็บตัวอย่างจากที่ขายอยู่ทั่วไปในร้านขายเครื่องดื่มและคาเฟ่ต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร 30 กว่าตัวอย่าง มีทั้งเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ โซดา และประเภทที่ใส่นม โดยวิธีการตรวจสอบตัวอย่างเครื่องดื่มนั้นใช้วิธีมาตรฐานระดับสากลที่ใช้ตรวจหาสาร ∆9-THC ในอาหาร พบว่าส่วนใหญ่ใช้ในปริมาณที่ไม่เกินจากที่สาธารณสุขกำหนดแต่ราว 30% พบว่ามีปริมาณสารดังกล่าวเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือแนะนำให้ไม่เกิน 0.015 มิลลิกรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งหากบริโภคแล้วจะเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้สาร ∆9-THC อย่างไรก็ตาม งานวิจัยไม่สามารถเปิดเผยหรือระบุว่าเครื่องดื่มใด จากร้านใด มีปริมาณสาร ∆9-THC เท่าใด แต่อาจนำเสนอในรูปแบบรายงานของ ศศก. ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับงานด้านนโยบายต่อไปในอนาคต

“สื่อหรือโฆษณาต่างๆ มักพูดถึงแต่ข้อดีของกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการนำมาใช้ทางสันทนาการ หรือนำมารักษาโรค โดยลืมไปว่าผลเสียของกัญชาก็ยังคงมีอยู่ แพทย์หลายท่านก็ออกมาเตือนด้วยว่าไม่ให้เด็กรับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบประสาท สมองและพัฒนาการของเด็ก รวมทั้งจิตแพทย์ก็ชี้ว่าสาร ∆9-THC ในกัญชามีผลต่อสุขภาพจิต สมาธิ และเรื่องของภาวะอารมณ์ด้วย หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรออกมาตรการควบคุมในเรื่องกัญชาในเครื่องดื่ม และสื่อสารแก่ประชาชนให้ครอบคลุมทั้งคุณและโทษของกัญชา” รศ.ดร.เกื้อการุณย์ กล่าว

‘พระแจ้’อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รุดขอขมา’พระพยอม’ถึงวัดสวนแก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663154

'พระแจ้'อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ รุดขอขมา'พระพยอม'ถึงวัดสวนแก้ว

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.16 น.

“พระแจ้”นำพานพุ่มรุดไปขอขมา”พระพยอม” อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์หลังออกมาไลฟ์สดท้าทายให้คนระดับดอกเตอร์มาสักยันต์แข่ง จนต่อตำหนิถึงความไม่เหมาะสม

27 มิถุนายน 2565 จากกรณีพระตะวัน อิทฺธิโชโต หรือ พระแจ้ วัดน้อมประชาสรรค์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา บวชเป็นพระได้ 3 พรรษาออกมาไลฟ์เฟซบุ๊กท้าทายให้คนระดับดอกเตอร์มาสักยันต์แข่ง จนต่อมาถูกพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาตำหนิถึงความไม่เหมาะสมเนื่องจากบวชเรียนพรรษายังน้อย แต่เที่ยวอวดตัวข่มคนอื่นนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดสวนแก้ว ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับทาง พระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เปิดเผยว่า ถ้าพูดถึงพระแจ้อาตมาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน วันนี้พระสงฆ์ผู้ใหญ่จากอยุธยาพาพระแจ้มาหา เอาพานพุ่มมาถวายบอกว่าที่เป็นข่าวออกไปรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนจึงแนะว่าบัณฑิตถ้ารู้จักผิดแล้วแก้ไขก็จะเป็นบัณฑิตอยู่ดี แต่ถ้าผิดไม่รู้ผิดก็จะเสียหาย ถ้าพระแจ้ไม่ดื้อ ก็สิ่งที่ทำเป็นไสยศาสตร์ก็ขอให้นำพระพุทธศาสนาเข้ามาร่วมด้วยจะดีกว่า จะได้ไม่มีใครมาตำหนิติเตียนท่าน ตนก็พูดอะไรไม่ได้เยอะ เพราะมีญาติโยมเข้ามาที่วัดเยอะมาก

“อาตมาจึงฝากเตือนพระแจ้ไปว่าให้นำหลักคำสอนพุทธศนาเข้าแทรกมากกว่าการให้ของขลังกับญาติโยม อย่าเสียหลักแล้วได้ฤทธิ์ จะต้องได้ทั้งสองอย่างถึงจะมีประโยชน์ต่อการบวช พระแจ้ก็ไม่ได้ผิดไปทุกอย่างเพราะทางอยุธยามีเกจิชื่อดังหลายที่หลายท่านอย่างเช่นหลวงพ่อกวย ถ้าพระแจ้มามีชื่อเสียงในสายนี้ เอาความเคารพนับถือศรัทธามาเป็นตัวอย่างจะต้องมีปัญญาร่วมด้วยถึงจะไปได้ดี ไม่ใช่เอาความลุ่มหลงศักดิ์มาเป็นตัวตั้ง  เพราะพระสมัยนี้หาความเลื่อมใสยากมาก ถ้าได้ให้หลักธรรมมากขึ้นจะมีประโยชน์ สุดท้ายอยากให้พระแจ้อย่าไปร้อนวิชา จะเป็นการเหลิง หรือหาทำอะไรที่แปลกประหลาด สติปัญญาเท่านั้นที่สำคัญที่สุด”พระพยอม กล่าว

วช. เปิดตัว’นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ปี 65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663102

วช. เปิดตัว'นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ' สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ปี 65

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

วช. เปิดตัว นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 จากแนวคิด “เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต Blockchain ”

วันที่ 27 มิถุนายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดงาน NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2565 ครั้งที่ 8 เปิดตัวนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 “รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์” แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ขับเคลื่อนแนวคิด “เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต Blockchain ” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. กิจกรรม “NRCT Talk  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 ครั้งที่ 8” จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรตินักวิจัยไทยที่มีผลงานโดดเด่น สร้างคุณูปการให้กับวงวิชาการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการสร้างแรงจูงใจของนักประดิษฐ์ และนักวิจัยในอันที่จะพัฒนานวัตกรรมทางความคิด และภูมิปัญญาที่เป็นประโยชน์ สร้างความก้าวหน้าในศาสตร์แขนงต่าง ๆ โดยในปีนี้ วช. ได้มอบรางวัลให้กับ รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์ แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ประจำปี 2565 ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์ฯ ได้อุทิศตนเพื่องานวิจัยอย่างต่อเนื่องและขับเคลื่อนยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรม ด้าน IT เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่โดดเด่นเป็นอย่างมากเพื่อทำให้เกิดผลงานที่มี Impact สูงทางสังคมและเศรษฐกิจ สร้างองค์ความรู้พื้นฐานทางวิชาการ ตอบโจทย์ท้าทายสำคัญทางสังคม 

รองศาสตราจารย์ ดร.วธนน์  วิริยสิทธาวัฒน์ กล่าวว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่การดำเนินงานต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สร้างความท้าทายให้กับองค์กรในการพัฒนากระบวนการธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์ Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี “บล็อกเชน (Blockchain) และ IoT” บล็อกเชน คือ เทคโนโลยีการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเป็นรูปแบบการบันทึกข้อมูลที่ใช้หลักการร่วมกับกลไกโดยข้อมูลที่ถูกบันทึกในระบบบล็อกเชนนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแก้ไขได้ ช่วยเพิ่มความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของข้อมูลมีความโปร่งใสเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถสร้างระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง และ IoT หรือ Internet of Things การเชื่อมโยงของอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องป้อนข้อมูล สามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือพัฒนากระบวนการธุรกิจให้เป็นแบบอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย มีความเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น รวดเร็วและใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 

โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจนำไปสู่การขับเคลื่อนประเทศเศรษฐกิจดิจิทัลยกระดับภาคอุตสาหกรรม และการบริการในอนาคต การต่อยอดความรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี บล็อกนมเข้ามามีส่วนช่วยในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบาย ปลอดภัย รวดเร็ว และลดต้นทุน รองรับกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ในโลกอนาคตก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีในการพัฒนา สังคม เศรษฐกิจ ของประเทศต่อไป

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรม “NRCT Talk : นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565” ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านสื่อมวลชน ตลอดจนการผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น กิจกรรม ภารกิจ และผลการดำเนินงาน ของ วช. เพื่อให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลงานและกิจกรรมของ วช. ไปสู่ชุมชนและสาธารณชนเพื่อให้ได้ทราบและนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไป

ศธ.ฮึ่ม!ล่า‘แก๊งตกเบ็ด’ตุ๋นสอบผอ.ศึกษา แฉอ้างผู้ใหญ่ช่วยได้-รีด3ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662985

ศธ.ฮึ่ม!ล่า‘แก๊งตกเบ็ด’ตุ๋นสอบผอ.ศึกษา แฉอ้างผู้ใหญ่ช่วยได้-รีด3ล้าน

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.20 น.

‘บิ๊กก.ค.ศ.’ แจ้งความ หลังถูก‘แก๊งตกเบ็ด’อ้างชื่อวิ่งเต้นช่วยสอบผอ.เขตฯ ‘อัมพร’แฉเรียกหัวคิว 2-3 ล้าน เร่งหาตัว จ่อไล่ออก-ฟันอาญา

27 มิถุนายน 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามประกาศ รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) แทนตำแหน่งว่าง 13 อัตรา สมัครวันที่ 1-7 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก ภายในวันที่ 12 กรกฎาคม  สอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานใน และความสามารถในการวิเคราะห์กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องและการนำไปใช้ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

วันที่ 24 กรกฎาคม ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก วันที่ 1 สิงหาคม  สอบประเมินภาค ข และ ภาค ค วิสัยทัศและแนวทางการพัฒนาเขตพื้นที่การศึกษา วันที่ 22-28 สิงหาคม 2565 และสอบสัมภาษณ์ วันที่ 27-28 สิงหาคม 2565 ประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 5 กันยายน

นายอัมพร ระบุว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้แอบอ้างว่าข้าราชการระดับสูงระดับ 10 และ 11 หรืออดีตข้าราชการระดับสูงใน ศธ. จะช่วยเหลือให้เป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯได้ หากใครอยากเป็นต้องจ่ายค่าวิ่งเต้น ประมาณ 2-3 ล้านบาท

“การสอบผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงและอดีตผู้บริหารศธ. หลายคน ถูกแอบอ้างซึ่งทราบว่าบางคนที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้างได้ไปแจ้งความไว้แล้ว ส่วนผมเองยังไม่ชื่อว่าถูกแอบอ้าง จึงยังไม่ได้มีการดำเนินการ ทั้งนี้โดยความเป็นจริง ไม่มีใครช่วยใครได้ เป็นการตกเบ็ดอย่างไปหลงเชื่อ หากใครรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ทุจริต หรือมีเบาะแสใด สามารถแจ้งมาที่ผม ปลัดศธ. และนายประวิต เอราวรรณ์  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ทันที” นายอัมพร กล่าว

นายอัมพร กล่าวอีกว่า การสอบครั้งนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการศธ. เน้นย้ำให้ดำเนินการจัดสอบให้มีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกคน เพราะอยากได้คนเก่ง คนดีมาทำงาน อีกทั้งกรรมการจัดสอบฯ ทุกคนได้มีการหารือ และเพื่อหาทางป้องกัน และตัวกรรมการฯเองก็ไม่มีใครเปิดช่อง ให้ใครสามารถดำเนินการทุจริตได้

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนการคัดเลือกผู้อำนวยการโรงเรียน อยู่ระหว่างนอหลักเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการก.ค.ศ. ที่มีรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นประธานให้ความเห็นชอบ ปลายเดือนนี้ คิดว่าไม่มีปัญหา หากคณะกรรมการก.ค.ศ.เห็นชอบแล้ว ก็สามารถดำเนินการคัดเลือกได้ทันที    

ด้านนายประวิต กล่าวว่า มีผู้นำชื่อตนไปแอบอ้างจริง โดยมีคนโทรมาบอกตนว่า มีผู้ไปแอบอ้างชื่อ และบอกกับผู้ที่จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสสาน  ว่า ถ้าอยากเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯให้ติดต่อผ่านผู้ที่แอบอ้าง เพราะเข้านอกออกในศธ. รู้จักตนและผู้ใหญ่ในศธ. เป็นอย่างดี สามารถติดต่อช่วยเหลือได้

“ทันทีที่ทราบเรื่องตนไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา และให้มีการหาข้อมูลผู้แอบอ้าง เบื้องต้นยังไม่ทราบว่า เป็นใคร แต่ส่วนตัวรู้สึกรังเกียจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว ใครมีเบาะแสการทุจริต สามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่ตน หรือสพฐ. โดยตรง หากพบว่าเป็นข้าราชการ มีทั้งคดีอาญา และมีโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออก” นายประวิต กล่าว

‘ม.มหิดล’เผย‘ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกฯ’ พร้อมใช้นวัตกรรม‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662836

‘ม.มหิดล’เผย‘ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกฯ’  พร้อมใช้นวัตกรรม‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียม’

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภาพคนชรากับไม้เท้า เป็นภาพแห่งอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ไม่มีผู้ใดอยากจะเป็น ทำให้ผู้สูงวัยในโลกยุคใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จนกลายเป็น “สูงวัยพฤฒพลัง” หรือ “Active Agers” ที่ยังคงดูกระฉับกระเฉง และแข็งแรงอยู่เสมอ ทว่า จากข้อมูลโดย ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย พบว่าผู้สูงวัยถึง 1 ใน 10 รายป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจึงปฏิเสธไม่ได้ถึงความจำเป็นในส่วนที่ยังคงต้องดูแล

นพ.นิมิตร ทองพูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และรองหัวหน้าฝ่ายการแพทย์แผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ได้เปิดเผยข่าวดีสำหรับประชาชนแถบชานเมือง ภาคกลาง ภาคตะวันตก และประตูสู่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และ ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ต่อไปนี้ผู้สูงวัยที่ป่วยด้วยโรคข้อเข่าเสื่อม ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการรักษาถึง รพ.ศิริราช

แต่สามารถเข้ารับการรักษาที่ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกันและใช้เทคโนโลยีที่มีศักยภาพ และทันสมัยเทียบเท่า โดยภายหลังจากเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการเปิดตัวหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ณ รพ.ศิริราช ต่อมาในปีเดียวกัน ได้มีการเปิดรักษาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยดังกล่าวเช่นกันที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม ในอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ต่ำกว่าเอกชน และผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายผ่านกรมบัญชีกลางได้ตามระเบียบราชการ โดยมีส่วนเกินบางส่วน

“ผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธีอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้แก่ การปรับพฤติกรรม การออกกำลังกาย และลดน้ำหนัก และจำเป็นต้องผ่าตัด สามารถมาติดต่อขอเข้ารับการวินิจฉัยเพื่อรักษาด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมดังกล่าวได้ ซึ่งการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมจะช่วยทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว เจ็บน้อยลง และเสียเลือดน้อยลง เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้แพทย์สามารถทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น”นพ.นิมิตร กล่าว

รอง ผอ.ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกฯ กล่าวต่อไปว่า หลังเข้ารับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เพียง 2-3 วัน พบว่าผู้ป่วยสามารถฝึกเดินทำกายภาพ และกลับบ้านได้ ซึ่งความอัจฉริยะของหุ่นยนต์ที่น่าสนใจ คือ ความแม่นยำสูงซึ่งสามารถผ่าตัดกระดูกได้ละเอียดถึง 0.5 องศา และบางกว่า 1 มิลลิเมตร ในขณะที่การผ่าตัดแบบธรรมดาสามารถตัดกระดูกได้บางที่สุดเพียง 2 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ดี ในฐานะแพทย์ผู้ทำการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมาอย่างยาวนาน ก็ยังคงยืนยันให้ทุกท่านใส่ใจสุขภาพของตัวเองให้ดี ก่อนที่จะต้องมาพบแพทย์เมื่อสาย ซึ่งทำได้โดยหมั่นบริหารกล้ามเนื้อต้นขา อันเป็นส่วนที่ช่วยพยุงข้อเข่า รวมถึงบริเวณรอบข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรใช้งานข้อเข่าอย่างเหมาะสม ระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหลีกเลี่ยงการนั่งยองๆยกของหนักผิดท่า

และที่สำคัญที่สุดควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ก็จะสามารถป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรได้ โดยไม่ต้องใช้ยาทั้งนี้ ท่าบริหารเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมที่แนะนำ ได้แก่ การนั่งบนเก้าอี้แล้วยกขาขึ้นในแนวขนานกับพื้น ให้ข้อเข่า และขาเหยียดตรง พร้อมกับเกร็งบริเวณต้นขา แล้วนับ 1 ถึง 10 อย่างช้าๆ หรือประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยๆ ลดขาลง ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง ต่อ 1 เซต วันละ 2-3 เซต

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าเรื้อรัง สามารถติดต่อเพื่อขอเข้ารับการวินิจฉัยได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น. คลินิกพิเศษ วันจันทร์ อังคาร พุธ เวลา 16.00-20.00 น.นพ.นิมิตร ทองพูลสวัสดิ์ นพ.ตะวัน อินทิยนราวุธนพ.ชัยวัฒน์ อาชวกุลเทพ หน่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ คลินิกข้อเข่าเทียม สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-8496600 ต่อ 2161 คลินิกพิเศษ โทร. 02-8496600 ต่อ 2160, 2164 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ตำบลศาลายา จังหวัดนครปฐม

วงเสวนาชำแหละ‘ขนส่งสาธารณะ’ สารพัดปัญหาทำผู้บริโภคเมินเลือกใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662834

วงเสวนาชำแหละ‘ขนส่งสาธารณะ’ สารพัดปัญหาทำผู้บริโภคเมินเลือกใช้

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคจัดเวทีเสวนา “ทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยเป็นธรรมระดับประเทศและภูมิภาคเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้” โดย นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ กล่าวว่า ตลอด 15 ปีของการทำงานขับเคลื่อนด้านการขนส่งมวลสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรมได้ดำเนินการใน 3 ประเด็นหลักคือ รถโดยสารสาธารณะปลอดภัย รถรับ-ส่งนักเรียนปลอดภัย ขนส่งมวลชนปลอดภัย

โดยในช่วงแรก ปี 2550-จนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นจากการรับเสียงร้องเรียนจากผู้ที่ใช้รถโดยสาธารณะที่ได้รับผลกระทบจากการบริการ แต่ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา หลังจากนั้นก็พัฒนางานด้านนี้มาโดยตลอด โดยได้รวบรวมข้อมูลระบบขนส่งมวลชน รถโดยสารสาธารณะผลักดันข้อเสนอรถโดยสารสาธารณะ มีประกันภัยระบบจีพีเอส และห้ามรถโดยสารสองชั้นที่ไม่ปลอดภัยวิ่ง ซึ่งถือว่าได้คิดค้นนวัตกรรมจนสามารถผลักดันทำให้เป็นนโยบายจังหวัดพะเยาที่จะไม่มีการใช้รถเมล์สองชั้น

ขณะที่ในทางกฎหมายได้ฟ้องคดีผู้บริโภคเพื่อให้ได้รับการเยียวยา กรณี รถตู้ไฟไหม้ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตัดสินคดีและเชื่อว่าคดีนี้น่าจะเป็นคดีตัวอย่างในเรื่องของการเยียวยาที่เหมาะสม และในปี 2565 กำลังขับเคลื่อนรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 และได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายทั้งภาคการเมืองและผู้บริโภคในการดำเนินการในเรื่องนี้ โดยข้อเสนอไม่ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 25 บาท รวมทั้งไม่มีค่าแรกเข้า

“ส่วนข้อเสนอ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เสนอให้ยกระดับมาตรฐานการชดเชยเยียวยาในคดี รถโดยสารสาธารณะ ขอให้เพิ่มหลักเกณฑ์การขอต่อใบอนุญาต โดยต้องมีรายงานข้อมูลประวัติการเกิดอุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อผู้เสียหายและสังคม และขอให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การกำหนดเส้นทางเดินรถที่มีผู้ประกอบการขนส่งเพียงรายเดียว โดยกำหนดแผนรองรับสำหรับเส้นทางเดินรถที่มีปัญหาต่อผู้บริโภค เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อ
ผู้บริโภคที่ใช้บริการ” นายคงศักดิ์ กล่าว

น.ส.พัชรางศุ์ ประพฤติธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้เตรียมปฏิรูปการขนส่งสาธารณะ ที่มีคุณภาพเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการประชาชน โดยจะพัฒนาทั้งหมด 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารรองรับประชาชนจะส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมดำเนินการ 2.การขับเคลื่อนระบบขนส่งโดยสารสาธารณะต่อเนื่อง โดยมีการพิจารณาโครงข่ายการเชื่อมต่อของระบบเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกสบายมากขึ้น

3.พัฒนามาตรฐานการขนส่งให้มีความปลอดภัยมากขึ้น 4.พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการขนส่งรถสาธารณะ และ 5.พัฒนาเทคโนโลยีการดำเนินด้านการขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามปรับปรุงขนส่งมวลชนสาธารณะให้สอดคล้องกับภูมิภาคทำโครงการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งยอมรับ บางจังหวัดต้องยอมรับว่าระบบขนส่งมวลชนสาธารณะล่มสลายซึ่งในเรื่องนี้เราได้สำรวจสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเพื่อนำมาปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น

“หลังจากลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูล และสัมภาษณ์ผู้บริโภค โดยเฉพาะรถเมล์ในกทม.พบข้อเท็จจริงด้วยตัวเองคือ รถเมล์รอนานมาก และเมื่อตรวจสอบก็พบว่าบางสายมี รถเมล์ 11 คัน แต่วิ่งได้จริงแค่ 3 คันเท่านั้น แต่กรมการขนส่งทางบกไม่ได้นิ่งนอนใจ จะนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงระบบใหม่เพราะถือเป็นความท้าทายคือการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ กทม. ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน” น.ส.พัชรางศุ์ กล่าว

นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ควรจะเป็นควรจะมี ใน 3 ส่วน คือ 1.การมีบริการที่เป็นสาธารณะ เส้นทางเหมาะสมเที่ยววิ่งที่เหมาะสมเป็นพื้นฐาน หลายครั้งเที่ยววิ่งที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ของผู้บริโภคต้องปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ 2.รถสาธารณะ ต้องเข้าถึงได้ง่าย มีสถานี หรือจุดจอดที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น ในอดีตถนนทุกถนนจะมีศาลาริมทางและเป็นจุดจอด

แต่ปัจจุบันไม่มีหายไปหมด จุดจอดหายไปและเวลาเราสร้างถนนเรามักจะนึกถึงป้ายรถเมล์เป็นเรื่องสุดท้ายซึ่งไม่ถูกต้อง และ 3.เรื่องของราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม รัฐต้องเข้ามาเกี่ยวข้องและสนับสนุน เส้นทางที่มีผู้โดยสารน้อยแต่จำเป็น ทั้งนี้ ตนกังวลถึงแนวโน้มการใช้รถสาธารณะย้อนหลัง 10 ปีลดลงอย่างต่อเนื่องโดยมีประชาชนใช้รถสาธารณะลดลงทุกจังหวัด เช่น จ.ตรัง รถโดยสารเทศบาลไม่มีเลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนส่วนใหญ่ใช้รถส่วนตัวมากขึ้น

“จากข้อมูลสัดส่วนครอบครัวที่มีรถยนต์ส่วนตัวใน กทม. ที่มีรายได้สูง มีครัวเรือนที่ไม่มีรถยนต์เลยสักคัน 30% ขณะที่ครัวเรือนมีรถยนต์ 70% แต่ที่น่าตกใจคือซึ่งจังหวัดขอนแก่นมีครัวเรือนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเลย 6% ขณะที่ครัวเรือนกว่า 94% มีรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งแสดงว่าจังหวัดขอนแก่นไม่มีทางเลือกอื่นในการเดินทางเลยทุกครอบครัวต้องมีรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ส่วนตัว ในการเดินทาง” นายสุเมธ ระบุ

น.ส.ลักษณวดี ธนามี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการขนส่งและจราจรกล่าวว่า กรอบแนวคิดการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง การขนส่งที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมการขนส่งที่มีประสิทธิภาพการเข้าถึงระบบขนส่ง Management อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยจะมีการพัฒนาระบบคมนาคมจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ-ราง-เรือในระยะเร่งด่วน ปี พ.ศ. 2565-2570 จำนวน 32 จุดเพื่อให้ประชาชนเดินทางสะดวกมากขึ้น

นายทยากร จันทรางศุ วิศวกรโยธา ชำนาญการพิเศษ รักษาการแทนผู้อำนวยการกองมาตรฐานความปลอดภัยและบำรุงทาง กรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งทางรางปลอดภัยเป็นธรรม จะเน้นเป้าหมายเดินทางสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา ราคาเหมาะสม โดยขณะนี้ในเรื่องการเดินทางสะดวก ได้ดำเนินการ โครงข่ายการเดินระบบรางที่ครอบคลุม พร้อมทั้งพิจารณาระบบฟิดเดอร์ เพื่อขนคนเข้าสู่ระบบรางให้ดีขึ้น

ขณะที่เรื่องของความปลอดภัย ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องรถไฟตกราง ดีเลย์ และสร้างมาตรฐานความปลอดภัย พิจารณาเรื่องจุดตัดรถไฟฟ้า กับถนนที่มักเกิดปัญหาอุบัติเหตุ นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อตรวจสอบจุดตัดไหนบ้างที่ชำรุดเสียหาย ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยต้องไม่มีจุดตัดกันมาก ทางรถไฟ แต่ในบ้านเรามีจุดตัดเยอะมากซึ่งเราจะเข้ามาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนมาตรฐานความปลอดภัยอื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณากำหนดโดยรอการแก้ไข พ.ร.บ. ขนส่งทางราง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

“เรื่องค่าโดยสาร เป้าหมายของเราคือ ค่าโดยสารต้องมีราคาเหมาะสมเป็นธรรม ซึ่งใน พ.ร.บ.การขนส่งทางรางจะมีมาตรา 9 ที่มีคณะกรรมการกำหนดอัตราขั้นสูงสุดของค่าโดยสาร ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณที่มีเกณฑ์พิจารณาในเรื่องเงินเฟ้อ กลุ่มเปราะบางและเรื่องรายได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอในเรื่องการยกเว้นค่าแรกเข้าและการส่งเสริมให้มีการใช้ตั๋วร่วมในอนาคตด้วย” นายทยากร

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่ดีต้องมีคุณภาพดี ราคาถูกเข้าถึงง่าย แต่ที่ผ่านมาการลงทุนระบบขนส่งสาธารณะจะทุ่มงบประมาณในราคาสูงให้กับการสร้างรถไฟฟ้าจำนวนมาก ขณะที่การพัฒนาหรือการลงทุนเรื่อง รถเมล์ หรือรถสาธารณะในต่างจังหวัดไม่ได้ให้ความสำคัญ

“คนจนรายได้น้อยมีความจำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่งมวลชนดังกล่าว ดังนั้น เห็นว่าควรจะมีการกระจายอำนาจในการจัดการงบประมาณ และกระจายการลงทุนขนส่งสาธารณะให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาเข้าร่วมในการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ข้อเสนอจองสภาองค์กรของผู้บริโภคราคาค่าโดยสารต้องไม่เกิน 5-10 % ของรายได้ขั้นต่ำ การเข้าถึงจุดบริการต้องสะดวกสบาย ไม่เกิน 0.5 กิโลเมตร ต่อ 15 นาที และรอรถไม่นานไม่เกิน 15 นาที ในชั่วโมงเร่งด่วน และไม่เกิน 30 นาทีในชั่วโมง ปกตินอกจากนี้ ข้อเสนอนโยบายระบบขนส่งมวลชนต้องมีนโยบายจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้สอดคล้องกับความต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เช่น การบริการขนส่งมวลชนเป็นบริการขั้นพื้นฐานทั้งกทม.และต่างจังหวัด

ส่วนข้อเสนอต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ บีทีเอส เป็นข้อเสนอในปัจจุบัน ถึงปี 2572 ประกอบด้วย 1.เก็บค่าโดยสาร 15-44 บาท โดยรวมทั้งเส้นส่วนไข่แดงและส่วนต่อขยาย 1-2 และคิดอัตราค่าโดยสารใหม่ โดยกําหนดหลักเกณฑ์ว่าคิดตามระยะทางหรือคิดตามสถานี เช่น เพิ่มสถานีละ 1 บาท สูงสุด 44 บาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้บริโภค และส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงระบบรถไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น 2.หารายได้จากสถานีส่วนต่อขยาย 1-2 เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าเชื่อมต่อสถานี ค่าโฆษณาสถานี เป็นต้น 3.กทม. หรือรัฐบาล จ่ายหนี้บริษัททั้งหมด

“หลังหมดสัญญาสัมปทาน 2573-2602 จัดประมูลการเดินรถ โดยกำหนดเงื่อนไขเรื่องมาตรฐานการให้บริการ และราคาต่ำสุดสำหรับประชาชน แต่ต้องไม่เกิน 25 บาทตลอดสาย แยกประมูลหารายได้จากสถานีส่วนต่อขยาย เช่นค่าเช่าพื้นที่ เชื่อมต่อสถานี ค่าโฆษณาสถานี เป็นต้น ต้องไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน และเร่งดำเนินการบัตรใบเดียวใช้กับบริการขนส่งมวลชนทุกประเภท เช่น รถเมล์ รถตู้ รถไฟฟ้า และต้องดำเนินการทั่วประเทศ” น.ส.สารี กล่าว

‘สศร.สร้างคุณค่าเพิ่มทักษะผู้สูงวัย ผ่านโครงการ‘วัยเกษียณเขียนตัวตน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662832

‘สศร.สร้างคุณค่าเพิ่มทักษะผู้สูงวัย ผ่านโครงการ‘วัยเกษียณเขียนตัวตน’

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายโกวิท ผกามาศ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยกำลังเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ที่จะต้องกำหนดนโยบายในการรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ ซึ่ง สศร. โดยกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ได้จัดสรรเงินสนับสนุนโครงการ “วัยเกษียณเขียนตัวตน” (บนออนไลน์)

เพื่อพัฒนาความคิด คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้านและทันท่วงที โดยมุ่งหวังให้ผู้สูงวัยที่เข้าร่วมโครงการ อายุระหว่าง 60-75 ปี ได้เรียนรู้แนวทางการสร้าง ความเป็นตัวตนให้เป็นที่รู้จักบนในโลกออนไลน์ และนำประสบการณ์ชีวิต และทักษะเชิงศิลปะไปสู่การสร้างเป็นสินค้าแก่ผู้บริโภคในโลกออนไลน์และเกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนรุ่นหลัง

นายโกวิทกล่าวอีกว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ใช้เวลาหลังเกษียณ ฟื้นฟูศักยภาพและเสริมสร้าง ตัวตนใหม่ให้เกิดขึ้น โดยมีวิทยากรด้านงานเขียน อาทิ นายอนุชิต คำน้อย จากเพจ “คิ้วต่ำ” นายวิชญา โมฬีชาติ “ครูเบนซ์” วิทยากรจากคลินิกจิตวิทยา Mind’s corner เชียงใหม่นักจิตวิทยา นักพูด นักกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำงานเพื่อสังคมและกุศลสาธารณะมาช่วยเพิ่มทักษะการเขียนออนไลน์ ให้ชำนาญและสร้างสรรค์ก่อเกิดงานชิ้นใหม่ๆ

โดยมีการจัดอบรมทั้งหมด จำนวน 4 ครั้งในหัวข้อต่างๆ ไก้แก่ 1.การฟื้นฟูตัวตน ค้นหาจุดเด่น…สร้างตัวตนใหม่ 2.กระบวนการสร้างตัวตนจากงานเขียนบนโลกออนไลน์ 3.จาก character ต่อยอดสู่การสร้าง Branding และ 4.จาก character ต่อยอดสู่การสร้าง Branding ทั้งนี้ มีนางงามพรรณ เวชชาชีวะ นักเขียนรางวัลซีไรต์ และ ผศ.ดร.สรตี ปรีชาปัญญากุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นที่ปรึกษาโครงการ

ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเตรียมวางแผนการใช้ชีวิตในบั้นปลาย ส่งเสริมการสร้างคุณค่าในตัวเองและให้ตระหนักว่าผู้สูงอายุนั้นยังมีตัวตนในสังคม ตลอดจนเป็นการปูทางสร้างรายได้ ในอนาคตได้ ทั้งนี้ สศร.สนับสนุนการต่อยอดด้วยการ นำผลงานของผู้เข้าอบรมปี 2565 มาจัดแสดงที่ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ โดยเพิ่งเสร็จสิ้นการจัดแสดงไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐมาดากัสการ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662839

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐมาดากัสการ์

วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.45 น.

“ในหลวง” ทรงมีพระราชสาส์นอำนวยพร  ปธน.สาธารณรัฐมาดากัสการ์ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐมาดากัสการ์ 

26 มิถุนายน 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพร ไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐมาดากัสการ์ ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐมาดากัสการ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน 2565 ความว่า

ฯพณฯ นายอันดรี นีรีนา ราโจเอลีนา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐมาดากัสการ์ กรุงอันตานานาริโว

ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐมาดากัสการ์ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีด้วยใจจริง และขออำนวยพรให้ท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและประสบแต่ความสุขสวัสดี ทั้งขอให้ประเทศและประชาชนชาวมาดากัสการ์มีความผาสุกร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

ข้าพเจ้าเชื่ออย่างแน่แท้ว่า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความพยายามร่วมกัน ประเทศของเราทั้งสองจะสร้างเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตร รวมทั้งความร่วมมืออันยังประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นในภายภาคหน้า 

(พระปรมาภิไธย)  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว