‘ตรีนุช’ลุยพังงา ติดตามนโยบายโรงเรียนขนาดเล็ก พาน้องกลับมาเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662620

‘ตรีนุช’ลุยพังงา ติดตามนโยบายโรงเรียนขนาดเล็ก พาน้องกลับมาเรียน

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.55 น.

‘ตรีนุช’ลุยพังงา ติดตามนโยบายโรงเรียนขนาดเล็ก พาน้องกลับมาเรียน 

24 มิถุนายน 2565 ที่ จ.พังงา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลำวะ โรงเรียนบ้านกระโสม (ผดุงนิคมวิทยา) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) พังงา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพังงา สังกัดคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า  ตนลงพื้นที่ติดตามนโยบายที่ได้มอบให้ไป เช่น โครงการพาน้องกลับมาเรียน ช่วยเหลือเด็กตกหล่น และเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา  การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพชุมชน  และโครงการอาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ หรือ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”  เป็นต้น  จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนลำวะ ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน  เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 2 – ป.6  มีนักเรียน 38 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 5 คน  ซึ่งทำให้เห็นบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กที่มีอยู่ทั่วประเทศ มากกว่า 15,000 แห่ง ได้ดียิ่งขึ้น 

จากการลงพื้นที่พบว่าแม้บริบทของโรงเรียนจะมีข้อจำกัดอยู่ แต่ชุมชนและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนให้มีความสะดวกในด้านต่างๆ ทำให้เห็นว่าแม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่โรงเรียนยังสามารถพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ ทำให้เด็กมีความสุขในการมาโรงเรียนได้  ส่วนโรงเรียนบ้านกระโสม เป็นโรงเรียนคุณภาพ ถือเป็นโรงเรียนแม่เหล็ก มีครู และบุคลากรทางการศึกษา รวม 14 คน เปิดสอนระดับอนุบาล 2-ป.6 มีนักเรียนรวม 146 คน ซึ่งเปิดให้โรงเรียนโดยรอบ เช่น โรงเรียนลำวะ เข้ามาใช้ทรัพยากรและครูร่วมกัน  ทำให้ทั้งสองโรงเรียนจะสามารถพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกันได้  ซึ่งในส่วนโรงเรียนคุณภาพนั้น ตนมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสารสร้างความเข้าใจกระตุ้นการรับรู้ในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น โดยไม่ต้องพูดเรื่องยุบหรือควบรวม แต่ให้ดูความต้องการของชุมชนเป็นหลัก  พร้อมกับให้ทางจังหวัดเข้ามาบูรณาการร่วมกันให้มากขึ้น

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนของงบอาหารกลางวันในกลุ่มของโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัวน้อย จะจัดสรรให้ทั่วถึงอย่างไรนั้น ตนอยู่ระหว่างดำเนินการผลักดันเรื่องดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว การเพิ่มเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็ก  ส่วนการแก้ไขปัญหาแบบเร่งด่วน ระหว่างรอการอนุมัติงบประมาณในด้านต่างๆ จึงได้ให้นโยบายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลอาหารกลางวันของเด็กโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน ตามหลักโภชนาการ เช่น ให้โรงเรียนแม่เหล็ก จัดทำอาหารไปให้นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กด้วย 

ส่วนการตรวจเยี่ยมวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพังงา  พบว่าทางวิทยาลัยมีการเตรียมหอพักให้ผู้เรียนในโครงการ “อาชีวะอยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ” ที่มาเข้าเรียน ซึ่งการเตรียมการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นอกจากนี้ น.ส. ตรีนุช และคณะผู้บริหารได้ทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา เป็นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เป็นโรงเรียนอยู่ประจำ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1- ม.1 มีนักเรียนรวม 120 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษารวม 35 คน  จากนั้น เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านบางกรัก เปิดสอนชั้นอนุบาล 2- ม.3  มีนักเรียนรวม 306 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา  วิทยากรอิสลาม รวม 22 คน  และตรวจเยี่ยมโรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม  130 คน มีนักเรียนชั้น ม.1-ม.6 รวม 2,071 คน

-005

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องใส่‘แมสก์’ในห้องเรียน ยกเว้นทำกิจกรรมในที่โล่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662535

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องใส่‘แมสก์’ในห้องเรียน ยกเว้นทำกิจกรรมในที่โล่ง

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.12 น.

‘ตรีนุช’ย้ำสถานศึกษาต้องใส่‘แมสก์’ในห้องเรียน ยกเว้นทำกิจกรรมในที่โล่ง

24 มิถุนายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยกรณีราชกิจจานุเบกษา ออกข้อกำหนดเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า โดยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ให้เป็นการปฏิบัติโดยความสมัครใจ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :ราชกิจจาฯประกาศแล้วผ่อนคลาย‘สวมแมสก์’ตามความสมัครใจ ผับบาร์เปิดได้ มีผลทันที) ว่า ในส่วนการปฏิบัตินั้น ขอให้สถานศึกษายังยึดแนวปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

อย่างไรก็ตาม ในการจัดการเรียนการสอนในสถานที่ปิด เช่น ห้องเรียน สถานที่คับแคบ ยังจำเป็นจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ แต่หากมีการจัดกิจรรมในสถานที่โล่ง สามารถผ่อนปรนการสวมหน้ากากได้ ศธ. เป็นห่วงเด็กเล็กเพราะถือว่าเป็นกลุ่มเปาะบางอยู่ ดังนั้น จึงต้องลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ให้ได้มากที่สุด

‘ตรีนุช’เตรียมพร้อมรับกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช.19/2560 ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662525

‘ตรีนุช’เตรียมพร้อมรับกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช.19/2560 ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ.

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.37 น.

‘ตรีนุช’เตรียมพร้อมรับกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช.19/2560 ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ.

24 มิถุนายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ผ่านการลงมติเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องเสนอร่าง พ.ร.บ.นี้ ไปยังวุฒิสภา เพื่อพิจารณา ถ้าวุฒิสภาพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะสามารถนําขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มี 4 เรื่องหลัก ๆ คือ 1. ให้อํานาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ไปเป็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(อ.ก.ค.ศ. ) เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

2.การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรา 53(3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อํานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี โดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้มีอํานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

3.ให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา โดยจํานวน องค์ประกอบ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กําหนด

4. นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กศจ. ยังคงมีอํานาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้เดิม ตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เช่น อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการกําหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการจัดการศึกษา , เป็นศูนย์กลางการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในภาพของจังหวัดทุกระดับและทุกประเภท รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนาสถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบ ที่หลากหลาย , การให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ตลอดจนการยุบรวมเลิกสถานศึกษา หรือ แม้กระทั่งการจัดตั้งศูนย์การเรียนที่เป็นอํานาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังคงมีอยู่เช่นเดิม

“การแก้ไขคําสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวเพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาและให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทุกฝ่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมาย ซึ่งดิฉันจะไม่รอให้การพิจารณากฎหมายแล้วเสร็จก่อน  จะมีการประชุม ก.ค.ศ.เพื่อเตรียมพร้อมออกหลักเกณฑ์และวิธีการได้มา ซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  เพราะ ก.ค.ศ.ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับ ขณะเดียวกันจะเตรียมความพร้อมในการรองรับบทบาทใหม่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่ สำหรับปัญหาการทุจริตเรียกรับเงินจากการแต่งตั้งโยกย้ายในอดีต ก็จะมาดูในรายละเอียด และกำหนดเพิ่มเติม เพื่อให้ปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นและช่องว่างในจุดต่าง ๆเหล่านั้นหายไป” นางสาวตรีนุช กล่าว

เปิดจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 ส.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662449

เปิดจองเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 ส.ค.

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.06 น.

สปน.เปิดรับสั่งจองและจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

วันที่ 24 มิ.ย.นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 รัฐบาลจึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 พร้อมตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 เพื่อการดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ ด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อประชาชนและประเทศไทย 

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ รัฐบาลได้เห็นชอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการจัดทำเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 จำนวน 10,000 ชุด เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปสำหรับใช้ประดับในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา และในโอกาสสำคัญตามวาระอันสมควร โดยจำหน่ายราคาเข็มละ 199 บาท 

ทั้งนี้ เข็มที่ระลึกจัดทำด้วยวัสดุทองเหลือง แข็งแรงทนทาน ขึ้นรูปแบบตามตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ขนาดความสูงประมาณ 4 x 2.7 เซนติเมตร ชุบทองด้านหน้าและหลัง พื้นด้านหน้าและหลังเป็นลายรัศมี ขอบสีทอง อักษรพระนามาภิไธย ส.ก. ลงยา ตัวอักษร “ส” สีฟ้า ตัวอักษร “ก” สีขาว กรอบรูปหัวใจ ขอบสีทอง ลงยาสีแดง พื้นลงยาสีน้ำเงิน ด้านบนเป็นพระมหามงกุฎภายในประดิษฐานพระแสงจักร และพระแสงตรี ขนาบซ้าย ขวา พระมหามงกุฎด้วยพระสัปตปฎลเศวตฉัตร ฉัตรขาว 7 ชั้น รูปลายหงส์ประคองฉัตร ซ้าย ขวา เลขไทย “๙๐” ลงยาสีฟ้า ภายใต้มาลัยหัวใจ ผ้าแพรแถบสีฟ้าอักษรบอกชื่องาน “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕” ด้านหลัง จารึกตัวอักษร “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕” 

เข็มกลัดด้านหลังพร้อมหัวล็อคใช้วัสดุทองเหลืองชุบทอง กล่องบรรจุจัดทำด้วยกระดาษอาร์ตอัดลายความหนา 120 แกรม เคลือบสีฟ้า หุ้มพลาสติกขึ้นรูปทรงกล่อง ขนาดความสูงประมาณ 6.3 x 6.7 x 2.8 เซนติเมตร ฝากล่องด้านบนประดับด้วยตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 พิมพ์ด้วยสีทอง ด้านข้างในกล่องเป็นสีขาวงาช้าง

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ผู้สนใจสามารถสั่งจองผ่านระบบร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (thailandpostmart.com) ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป หรือซื้อด้วยตนเอง ณ กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2283 4305, 0 2283 4310, 0 2283 4312 และ 0 2283 4318 

‘มรภ.ราชนครินทร์-PEA’จับมือจัดทำโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662429

‘มรภ.ราชนครินทร์-PEA’จับมือจัดทำโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.05 น.

‘มรภ.ราชนครินทร์-PEA’จับมือจัดทำโครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล

23 มิถุนายน 2565 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พร้อมด้วยนายสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการจัดการพลังงานในองค์กรด้วยระบบดิจิทัล (Digital Platform) ระหว่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมีคณะผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องโชคอนันต์ ชั้น 2 อาคารเรียนรวมและอำนวยการ

รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทนอธิการบดี กล่าวว่า “เนื่องด้วยสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ส่งผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสนใจ และให้ความสำคัญกับเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อที่จะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการพัฒนาและขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยด้วยระบบดิจิทัล และได้ร่วมกันศึกษาหาแนวทางในการบริการจัดการพลังงาน ให้กับมหาวิทยาลัย โดยการปรับเปลี่ยนระบบความเย็น และระบบส่องสว่าง รวมถึงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าแบบ Solar Rooftop ซึ่งจะเป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นไปสู่ความร่วมมือที่ทำให้เกิดโครงการอื่น ๆ และสามารถเป็นต้นแบบให้แก่มหาวิทยาลัยอื่น รวมถึงชุมชน และท้องถิ่นได้

ด้านนายสมปอง ดำรงอ่องตระกูล รองผู้ว่าการธุรกิจและการตลาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการใช้พลังงาน ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าในอนาคตความต้องการไฟฟ้าก็จะยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องซึ่งยุคนี้ เป็นยุคของการ  (Synergy) ระหว่าง “ดิจิทัล” กับ “พลังงานไฟฟ้า” PEA จึงได้พัฒนาโครงการจัดการพลังงานในองค์กร ที่มุ่งเน้นการนำ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และดิจิทัล แพลทฟอร์ม (Digital Platform) มาใช้เพื่อช่วยในการ บริหารจัดการพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนให้กับหน่วยงานทุกภาคส่วน โดยเราคาดหวังให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานอย่างมีคุณภาพ มีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้แต่ละหน่วยงานสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเห็นผลในวงกว้าง

สำหรับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ซึ่งเป็น สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ เป็นหน่วยงานที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง เนื่องจากมีบุคลากรและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมากและยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นหน่วยงาน ที่มีศักยภาพในเรื่องของการประหยัดพลังงานอย่างสม่ำเสมอ PEA จึงได้เสนอโครงการจัดการพลังงานในองค์กร ด้วยระบบดิจิทัลนี้ เพื่อร่วมกันศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการพลังงาน ทั้งการปรับเปลี่ยนระบบทำความเย็น ระบบส่องสว่างและการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า Solar Rooftop รวมถึงการนำ นวัตกรรมที่ทันสมัย มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานในมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์

สหกรณ์ครูแม่ฮ่องสอนแจงเรื่องฉาว จนท.ยักยอกเงิน 5 ล้านสั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662345

สหกรณ์ครูแม่ฮ่องสอนแจงเรื่องฉาว จนท.ยักยอกเงิน 5 ล้านสั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.47 น.

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน เรียกประชุมสมาชิกชี้แจงปัญหาเงินฝากของลูกค้าหลังเกิดเรื่องฉาวในหน่วยบริการแห่งหนึ่งยักยอกเงินกว่า 5 ล้านบาท ประธานสหกรณ์เผยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานนำเสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาไปร้องทุกข์แล้ว

วันนี้ (23 มิ.ย.65) นายสมพงษ์ ณรงค์ชัย ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน ได้จัดประชุมสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ โดยในที่ประชุมได้มีการชี้แจงต่อสมาชิกว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวสารตามสื่อต่างๆ กรณีพบปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่และมีการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อันส่งผลให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน จำกัด เสียหาย และยังส่งผลให้สมาชิกหลายท่านเกิดความสงสัย กังวลใจ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั้น

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า สหกรณ์ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอเรียนซี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหน่วยบริการอำเภอแห่งหนึ่ง ภายหลังจากที่ทราบเหตุสหกรณ์มิได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการดำเนินการทันที ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงถึงการกระทำทุจริตนั้น พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาไปร้องทุกข์ บัดนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว 

“ทั้งนี้ การดำเนินการทุกขั้นตอนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน จำกัด ได้ดำเนินการตามขั้นตอนและคำแนะนำของกรมส่งเสริมสหกรณ์เกี่ยวกับการดำเนินการกรณ์สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างเคร่งครัด” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า เบื้องตันสหกรณ์ได้ลงพื้นที่หน่วยบริการดังกล่าว เพื่อพบปะสร้างความเข้าใจกับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ พบว่าสมาชิกเข้าใจดียังคงมีความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์ และนำเงินมาฝากอย่างต่อเนื่อง สหกรณ์ขอความร่วมมือสมาชิกตรวจสอบข้อมูลของตนเองผ่านแอพพลิเคชั่นสหกรณ์ MHS Saving และแจ้งยืนยันยอดหนี้ เงินฝาก และทุนเรือนหุ้นให้สหกรณ์ทราบ

สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน จำกัด มีสมาชิกจำนวน 6,383 คน มีทุนดำเนินงาน 3,675 ล้านบาท มีทุนเรือนหุ้น 1,562 ล้านบาท ทุนสำรอง 208 ล้านบาท และมีเงินรับฝาก 1,722 ล้านบาทผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือน มีกำไรสะสม 52 ล้านบาท ขอให้สมาชิกเชื่อมั่นว่าสหกรณ์มีฐานะการเงินที่มั่นคงและการดำเนินการต่าง  ๆ นั้น สหกรณ์ได้คำนึงถึงประโยชน์ของสมาชิกและสหกรณ์เป็นสำคัญ – 003

ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 7 เชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคม้าในกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับเด็กพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662325

ศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 7 เชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคม้าในกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับเด็กพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.00 น.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคซื้อม้า หรือม้าให้เด็กพิเศษเพื่อทดแทนม้าตัวเดิมที่เสียชีวิตไปทั้งโรงเรียนเหลือเพียง 1 ตัวเท่านั้นทางสถานศึกษาขาดงบประมาณในการจัดซื้อที่ต้องหาม้าตามกิจกรรมอาชาบำบัดให้กับน้องๆพิเศษ มาฝึกสมาธิและพัฒนาร่างกายเป็นประจำทุกวัน

นางสาวกัญญาณัฏฐ์ ผ่านไกร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก มีเด็กนักเรียนที่เป็นผู้บกพร่อง หรือเด็กพิเศษจำนวน 50 คนมีตั้งแต่ระดับเตรียมความพร้อมจากแรกเกิดถึง 5 ขวบ ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ได้มีการนำกิจกรรมอาชาบำบัดมาเพื่อให้น้องนักเรียนได้มีการกระตุ้นการพัฒนาการเด็กพิเศษในด้านการเคลื่อนไหว ความรู้สึกและการรับรู้ความเข้าใจด้านการเข้าสังคมและด้านสุขภาพร่างกายและสามารถช่วยในการรับรู้สัมผัส เสริมสร้างสมาธิ สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดี โดยการสัมผัสที่อบอุ่น ปลอดภัยและเป็นมิตร เพิ่มแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ และยังช่วยสร้างสัมพันธภาพและการตอบสนองอารมณ์อีกด้วย

การใช้อาชาบำบัด ยังก่อให้เกิดผลดีต่อกลุ่มเด็กพิเศษ และกลุ่มที่มีความผิดปกติด้านระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้การบำบัดกลุ่มเด็กออทิสติก ที่มีปัญหาทางด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การใช้อาชาบำบัด ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะการอยู่หลังม้าได้ดี จะต้องมีการทรงตัวที่ดี ทำให้เกิดสมาธิในการอยู่กับม้าของนักเรียนดีขึ้น

นางสาวกัญญาณัฏฐ์ ผ่านไกร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 กล่าวอีกว่า เดิมทีม้าที่ใช้ในกิจกรรมอาชาบำบัดของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 นั้นได้รับการบริจาคมาจำนวน 3 ตัว แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปม้า ได้เสียชีวิตไปแล้ว 2 ตัว เหลือเพียง 1 ตัวเท่านั้น ทำให้ไม่เพียงพอต่อการบริการนักเรียนทุกคน เนื่องจากการบริการอาชาบำบัด ต้องใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 30-45 นาที/ครั้ง/คน ซึ่งการเหลือม้าเพียงตัวเดียวอาจทำให้ม้าต้องเดินมากขึ้นไปด้วย 

ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จึงรับบริจาคจากผู้ใจบุญ ร่วมบริจาคม้า หรือ ทุนทรัพย์ในการจัดซื้อม้า จากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อทดแทนม้าตัวเดิมที่เสียชีวิตไป อีกทั้งเพื่อให้เพียงพอต่อกิจกรรมบำบัด ให้บริการนักเรียนที่พิการที่มารับบริการในแต่ละวัน ซึ่งทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษาเขต 7 ตั้งเป้าหมายไว้ต้องการหาม้ามาบริการนักเรียน จำนวน 4 ตัวเท่านั้น คาดว่าราคาตัวละประมาณ 30,000-50,000 บาท

โดยสามารถบริจาคทุนทรัพย์ได้ที่บัญชีธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ บัญชี “การศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต7” เลขที่ 644-1-18718-3 สาขาถนนสิงหวัฒน์ หรือ สอบถามได้ที่เบอร์โทร 055-906074 ตามวันเวลาราชการ

‘กนกวรรณ’เปิดใจหลังพ่อถูกจับคดีรุกป่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ยังไม่ปริปากไขก๊อกหรือไม่?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662226

‘กนกวรรณ’เปิดใจหลังพ่อถูกจับคดีรุกป่า ขอบคุณทุกกำลังใจ ยังไม่ปริปากไขก๊อกหรือไม่?

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.06 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่ห้องประชุมบุณยเกตุ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ฐานสนับสนุนให้มีการออกโฉนดรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีกระแสกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้น ว่า ตนขอขอบคุณในทุก ๆกำลังใจ และจะทำหน้าที่ในทุกๆวันให้ดีที่สุด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการนัดแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่าจะให้นางกนกวรรณ รวบรวมข้อมูลเพื่อแถลงข่าวในเรื่องที่เกิดขึ้น นางกนกวรรณ กล่าวว่า ตนต้องขอปรึกษากับฝ่ายกฏหมายก่อน และกำลังดูว่าช่วงเวลาใดจึงจะเหมาะสมอย่างใด ซึ่งขณะนี้ฝ่ายกฏหมายเดินทางไปต่างประเทศ รอให้ฝ่ายกฏกมายกลับมาก็จะมาหารือถึงแนวทางที่เหมาะสมในการชี้แจงต่อไป

ถามว่าได้คุยเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นางกนกวรรณ กล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ท่านหัวหน้าพรรคก็ให้กำลังใจ  และทางพรรคก็ให้กำลังใจ เราก็จะไม่พูดถึงเรื่องที่เกี่ยวกับพรรค

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ได้พูดคุยกับนายสุนทร วิลาวัลย์ (คุณพ่อ) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือยัง หลังถูกตำรวจจับกุมตัว  นางกนกวรรณ กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอกัน ท่านป่วยข้อเข่าเสื่อมมานาน ถ้าได้กลับบ้านไปเที่ยวนี้ก็จะกลับไปดูแลท่าน และยังไม่ได้คุยกับท่านถึงเรื่องเกี่ยวกับคดีกับคุณพ่อเลย เพราะยังไม่เจอท่านเลย ก็คิดถึงท่านมาก

หลังจากที่สัมภาษณ์จบแล้ว นางกนกวรรณพูดคุยกับนักข่าวว่า ขอบคุณทุกกำลังใจ และจะตั้งใจทำงานต่อไป

สธ.ยืนยัน 10 ผู้ป่วยต้องสงสัยในไทย ตรวจไม่พบ’เชื้อฝีดาษลิง’ สั่งเฝ้าระวังคัดกรองเข้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662193

สธ.ยืนยัน 10 ผู้ป่วยต้องสงสัยในไทย ตรวจไม่พบ'เชื้อฝีดาษลิง' สั่งเฝ้าระวังคัดกรองเข้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.56 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานจากด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ และจากโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน พบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษลิงรวม 10 ราย ทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ และตรวจไม่พบเชื้อฝีดาษลิง โดยในจำนวนนี้ 6 ราย ได้รับการยืนยันการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลพบเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus type 1) และทั้ง 6 ราย มีประวัติเชื่อมโยงกับการซ้อมมวยในสนามฝึกซ้อมมวย ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และกระบี่ และอีก 4 ราย เป็นโรคติดเชื้อที่ผิวหนัง

ทั้งนี้ หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ประสานให้คำแนะนำสนามฝึกซ้อมมวยที่พบผู้ป่วยทุกแห่ง ให้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออุปกรณ์ฝึกซ้อมและสถานที่เป็นประจำ หากผู้ที่มาฝึกซ้อมมวยมีอาการป่วย โดยเฉพาะมีผื่น หรือตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนอง ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางและร่วมกิจกรรมเสี่ยง รวมถึงเน้นย้ำให้บุคลากรทาง การแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ช่วยกันเฝ้าระวังการระบาดของโรคไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ในพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย

ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา สธ. กล่าวว่า ในการสอบสวนโรคเบื้องต้น สำหรับผู้ป่วยสงสัยรายล่าสุด ทางศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรมควบคุมโรค กรณีฝีดาษลิงได้รับรายงานจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 65 พบผู้ป่วยสงสัย เพศชาย อายุ 21 ปี อาชีพนักมวย ชาวออสเตรเลีย มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 65 มีประวัติได้ไปซ้อมมวยที่สนามฝึกซ้อมมวยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี เริ่มมีไข้ ไอ เจ็บคอ และเริ่มมีผื่นแดง ตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง บริเวณใบหน้า ลำคอ และแขน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันตรวจไม่พบเชื้อฝีดาษลิง โดยขณะนี้ กำลังเร่งตรวจหาสาเหตุของโรค เน้นย้ำว่า โรคฝีดาษลิงติดต่อได้ยากกว่าโรคโควิด-19 เพราะต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อ ซึ่งเป็นระยะที่ปรากฏอาการแล้ว เช่น มีไข้ ตุ่มหนองตามผิวหนัง

สำหรับสถานการณ์โรคฝีดาษลิงทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค.-22 มิ.ย. 65 พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 3,157 ราย จากทั้งหมด 45 ประเทศ สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิงรายแรกในประเทศสิงคโปร์ เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ชาวอังกฤษ อายุ 42 ปี มีประวัติเดินทางมาสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 15-17 มิ.ย. 65 และกลับมาอีกครั้งวันที่ 19 มิ.ย. 65 เริ่มมีอาการปวดศีรษะ วันที่ 14 มิ.ย. และมีไข้วันที่ 16 มิ.ย. อาการหายไปแล้วมีผื่นขึ้นวันที่ 19 มิ.ย. จึงเข้ารับการตรวจทาง tele-consultation ในคืนวันนั้น ถูกส่งตัวไปสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ (NICD) และตรวจพบเชื้อวันที่ 20 มิ.ย.

ทั้งนี้ เมื่อทำการค้นหาผู้สัมผัส (contact tracing) พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง 13 ราย อยู่ระหว่างการกักตัว 21 วัน และผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำอีก 2 ราย อยู่ระหว่างติดตามอาการป่วยทุกวันเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งนับเป็นผู้ป่วยติดเชื้อมาจากพื้นที่อื่น (imported case) ที่ทางหน่วยงานด้านสาธารณสุขสิงคโปร์ ดำเนินการควบคุมโรค และประเมินเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติไปในสถานที่เดียวกับผู้ป่วยยืนยันด้วย

ม.ศรีปทุม อบรมกฎหมาย ระดับประกาศนียบัตรระยะสั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662039

ม.ศรีปทุม อบรมกฎหมาย  ระดับประกาศนียบัตรระยะสั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.ชาญชัย แสวงศักดิ์ ประธานศาลปกครองสูงสุด มอบประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะ ผู้ผ่านอบรม หลักสูตรประกาศนียบัตรทางกฎหมายปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครองและคดีปกครอง มหาวิทยาลัยศรีปทุม รุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4 (ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง) ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2565

อาจาย์กุศล สังขนันท์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านกฎหมาย กล่าวว่า หลักสูตรนี้ใช้เวลาศึกษารวม 8 เดือน มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตนักกฎหมายในระดับประกาศนียบัตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีทักษะในการปรับใช้กฎหมาย (Application) และนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปใช้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทางกฎหมายมหาชน กฎหมายปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครองและคดีปกครองให้แก่ผู้ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่ ก.พ. รับรองของมหาวิทยาลัยศรีปทุม และมหาวิทยาลัยอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย (Legal Profession) ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้นและเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่ปฏิบัติงานในภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำงานแต่ยังขาดความรู้ในทางวิชาการ (Academic Knowledge) จะได้นำความรู้มาปรับใช้ในการแก้ปัญหา ให้ประสบผลสำเร็จในการทำงานต่อไป