ศึกษาดูงาน ITA KRS PMQA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662040

ศึกษาดูงาน ITA KRS PMQA

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 พร้อมด้วย รอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประธานเครือข่ายคุณภาพการศึกษา และบุคลากร ไปศึกษาดูงานที่ สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 ตามโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (โครงการโรงเรียนสุจริต) โดยมี ดร.ไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 พร้อมบุคลากรให้การต้อนรับ และบรรยายพิเศษการบริหารจัดการการประเมิน ITA KRS PMQA พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุง เป็นแนวทางในการยกระดับผลการประเมินของสำนักงานเขตพื้นที่ และโรงเรียนในสังกัด

นักวิจัยจุฬาฯสร้างแอป‘DMIND’ ใช้ AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662037

นักวิจัยจุฬาฯสร้างแอป‘DMIND’ ใช้ AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้าง “DMIND” นวัตกรรม AI คัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม ที่ให้ความแม่นยำ เข้าถึงง่าย ใช้สะดวก ช่วยลดภาระแพทย์และนักจิตวิทยาในการดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญช์โรจน์ จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคซึมเศร้าจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายในระดับที่น่ากังวล โดยในปี 2564 มีคนไทยอย่างน้อย 1.5 ล้านคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจำนวน 100 คน เข้าถึงการรักษาเพียง 28 คน และมีสถิติผู้พยายามฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6 คนต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผู้ที่ป่วยโรคซึมเศร้ามีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า และ 70%ของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร คาดการณ์กันว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า จะส่งผลกระทบกลายเป็นภาระการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคนี้อันดับ 1 ของทั่วโลก

“DMIND เป็นเครื่องมือที่นำมาช่วยงานจิตแพทย์ คัดกรองว่าใครคือเคสเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คนที่มีอาการโรคซึมเศร้าเบาหน่อยค่อยมีการช่วยเหลือในลำดับต่อๆ AI จะประเมินลักษณะภาวะซึมเศร้าออกมาเป็นคะแนน หากคะแนนอยู่ในเกณฑ์สีเขียว คือยังอยู่ในภาวะปกติ สีเหลืองมีภาวะซึมเศร้า นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษาภายใน 7 วัน และสีแดง หมายถึงภาวะซึมเศร้ารุนแรง นักจิตวิทยาจะติดต่อกลับภายใน 1-24 ชั่วโมง”พญ.โสฬพัทธ์กล่าว

ด้าน รศ.ดร.พีรพล เวทีกูล ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า DMIND ประกอบด้วย ส่วนสำคัญ 3 ส่วน ส่วนแรกคือตัวแอปพลิเคชั่นในหมอพร้อม เมื่อคนไข้เข้ามาใช้งาน เมื่อมีการพูดคุยกับคนไข้ผ่านแอปฯก็จะได้ข้อมูลออกมาเป็นไฟล์วีดีโอ และถูกส่งต่อไปให้ AI วิเคราะห์ในส่วนที่สอง และส่วนสุดท้ายคือ Web Baseที่แพทย์สามารถเข้ามาตรวจสอบย้อนหลังได้ หากมีผู้ใช้งานคนไหนที่ดูแล้วมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง ก็จะมีแพทย์หรือนักจิตวิทยาจากสายด่วนกรมสุขภาพจิตเข้าไปติดตามดูแล

ประชาชนทั่วไปสามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงเข้าไปในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม เลือกส่วนใช้งาน “คุยกับหมอพร้อม (Chatbot)” เลือก “ตรวจสุขภาพใจ” เลือก “ตรวจสุขภาพใจกับคุณหมอพอดี” จากนั้นก็จะเป็นส่วนของการตอบแบบสอบถาม ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยคัดกรองและประเมินตัวเอง (ในกรณีที่ผู้ใช้งานไม่สะดวกใจที่จะใช้งานแบบต้องอัดเสียง เปิดกล้อง หรืออัดวีดีโอ) หากต้องการการประเมินเชิงลึก ผู้ใช้งานก็จะต้องอนุญาตให้มีการเปิดกล้องบันทึกเสียงและภาพเพื่อการประเมินและพูดคุยกับหมอพอดี (อวตาร์) โดยข้อมูลภาพและเสียงจะถูกเก็บเป็นความลับ

“จากสถิติที่ผ่านมาที่เรานำ DMIND เข้าไปช่วยคัดกรองเบื้องต้น ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ทำให้สายด่วนฯ สามารถดูแลผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนได้ทันท่วงทีเป็นร้อยๆ เคส จากที่ได้ทดลองนำไปใช้ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 75% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับปริมาณคนไข้นับหมื่นรายที่ได้รับการคัดกรองโดย DMIND สามารถช่วยลดภาระงานของแพทย์ไปได้ค่อนข้างมาก และโครงการก็ยังมองหาหน่วยงาน โรงพยาบาล บริษัททางด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาร่วมพัฒนา หรือหากแพลตฟอร์มที่อยากจะนำ AI ตัวนี้ไปต่อยอดใช้งานต่อก็ยินดีเปิดรับ” รศ.ดร.พีรพล กล่าวทิ้งท้าย

จุฬาฯ ร่วม อว.รับบัณฑิตใหม่ เข้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662034

จุฬาฯ ร่วม อว.รับบัณฑิตใหม่ เข้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดลงทะเบียนออนไลน์บัณฑิตจบใหม่และประชาชนเข้าร่วมโครงการ U2T for BCG ซึ่งเป็นการรวมพลังของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนกว่า 98 แห่ง ในพื้นที่ครอบคลุม 7,435 ตำบล 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากรายตำบลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมหลังโควิด-19 ด้วยเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) โดยจุฬาฯ รับผิดชอบดูแลนิสิตและประชาชนในพื้นที่ 69 ตำบลใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร น่าน ปัตตานี ยโสธร และสระบุรี

หลังจากได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะมีการลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของชุมชน เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและบริการ การส่งเสริมการขยายและการตลาด การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมูลค่าสูงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการการขนส่งและกระจายสินค้า เป็นต้น

การสมัครและคัดเลือกจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2565 ประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านระบบการรับสมัครกลางของ อว. ทางเว็บไซต์ https://u2tbcg.com

กต.สหรัฐฯ หนุน ‘ธรรมศาสตร์’ เป็นศูนย์‘Cybersecurity’อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662033

กต.สหรัฐฯ หนุน ‘ธรรมศาสตร์’   เป็นศูนย์‘Cybersecurity’อาเซียน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโลกออนไลน์กลายเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงานของทุกการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องอุปกรณ์ ข้อมูล ตลอดจนทรัพย์สินทางดิจิทัลต่างๆ ที่มีโอกาสเสี่ยงตกเป็นเป้าของการโจมตีทางไซเบอร์ และ มธ. ได้รับความไว้วางในการเป็นศูนย์กลางด้าน Cybersecurity สำหรับระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (Critical Infrastructure) ของประเทศไทย และในประชาคมอาเซียน (ASEAN) ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (US Department of State) ผ่านห้องปฏิบัติการแห่งชาติแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ หรือ Pacific Northwest National Laboratory (PNNL) 

“เป้าหมายสำคัญของศูนย์นี้เพื่อเป็นศูนย์กลางความรู้ การให้คำปรึกษาและการอบรมให้แก่บุคลากรของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ระบบไฟฟ้า พลังงาน หรือระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ของประเทศไทย และประเทศในอาเซียน ในส่วนของความร่วมมือนี้ ธรรมศาสตร์จะดำเนินการใน 3 เรื่อง ได้แก่  สร้างทักษะด้าน grid cybersecurity ให้กับคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดอบรม Pilot trainingให้กับหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าของประเทศใน ASEAN และดำเนินการพัฒนา business plan เพื่อให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์ที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ในอนาคต และที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดการอบรม Thammasat-PNNL Cybersecurity Workshopเพื่อสร้างทักษะด้าน CybersecurityFramework for Electric Utilitiesด้วยเครื่องมือ Facility CybersecurityFramework (FCF)ให้แก่คณาจารย์ที่ผ่านการคัดเลือก และ PNNLจำนวน 23 คน เพื่อให้คำปรึกษาต่อหน่วยงานที่ดูและระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

รศ.ดร.จิรพล กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นความร่วมมือนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบุคลากรของทั้งการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้วยรูปแบบของการจัดการความเสี่ยงและทรัพยากรความรู้ต่างๆ ที่พัฒนาโดย PNNLซึ่งจะช่วยให้การจัดการต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ของไทย และประเทศอาเซียนนั้นสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โรงเรียนวัดกกแรต จัดไหว้ครู ด้วยวัตถุดิบประกอบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662032

โรงเรียนวัดกกแรต จัดไหว้ครู ด้วยวัตถุดิบประกอบอาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนาดล อินทรสูตรผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่าโรงเรียนวัดกกแรต โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 จัดกิจกรรมไหว้ครู ประจำปีการศึกษา 2565 ภายใต้แนวคิด ไหว้ครูด้วยใจ ได้กิน ได้ใช้ในโรงเรียน

สำหรับพานไหว้ครูของนักเรียนแต่ละชั้นเรียนจะใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารมาทำพานไหว้ครู อาทิ หอม กระเทียม วุ้นเส้น ปลากระป๋องเป็นต้น ซึ่งภายหลังเสร็จพิธีไหว้ครูจะนำวัตถุดิบเหล่านี้มาใช้ประกอบอาหารให้นักเรียนได้รับประทานเป็นอาหารกลางวัน นับเป็นแนวคิดของพานไหว้ครูแบบใหม่ที่นอกจากศิษย์จะได้แสดงความเคารพครูแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนได้อีกด้วย 

สอศ.จับมือ กฟผ.-4 มหาวิทยาลัย ร่วมปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662013

สอศ.จับมือ กฟผ.-4 มหาวิทยาลัย ร่วมปลูกป่าสร้างพื้นที่สีเขียว

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.09 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ดร.สุเทพ แก่นสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐ วรยศ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ 4 มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ (forest ecosystem) โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนการเพาะพันธุ์กล้าไม้ และส่งเสริมการปลูกป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปลูกและบริหารจัดการป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตรในการบำรุงรักษาป่าไม้ ณ กฟผ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ดร.สุเทพ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงาน 1 ใน 6 แห่ง ของโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งรับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” รวมถึงการปลูกจิตสำนึกให้แก่บุคลากร ครู และผู้เรียนอาชีวศึกษาให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สอศ.จะดำเนินการตามกิจกรรมของโครงการฯ เป็นศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ และส่งเสริมการปลูกป่า โดยเริ่มจากการปลูกป่าในพื้นที่ และสร้างความตระหนักรู้แก่ ครู นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และชุมชนโดยรอบ ให้เห็นถึงความสำคัญและช่วยดูแลปกป้องรักษาป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ และเพื่อให้เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ โดยมีสถานศึกษาเกษตรนำร่องดำเนินกิจกรรม จำนวน 4 แห่ง จาก 4 ภาค ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว และ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร และจะขยายผลไปยังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอื่นๆ ต่อไป

ด้าน นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 54 ปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการดูแลเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบพลังงานไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม จากนโยบายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (EGAT Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ.2065 – 2070 ภายใต้หลักการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ

“โดยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศและเพิ่มพื้นที่สีเขียว และเพิ่มปริมาณการดูดทรัพย์การคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งโครงการปลูกป่าอย่างมีส่วนร่วมมีเป้าหมายในการปลูกป่าปีละ 100,000 ไร่ ร่วมเป็นจำนวน 1,000,000 ไร่ ภายในระยะเวลา 10 ปี เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศทางบก ทางทะเลและชายฝั่ง เพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยวิธีการใหม่ๆ ศึกษาอัตราการรอดของพืชพื้นดิน การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในดิน และศึกษาผลกระทบการเชิงสังคมกับการปลูกป่าชายเลน ยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตรและป่าไม้ และสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์เพาะพันธ์กล้าไม้ 4 ภาค ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาในพื้นที่ของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี และส่งเสริมการเพาะพันธ์กล้าไม้ในชุมชนในพื้นที่ร่วมด้วย”

– 006

‘อัมพร’ขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลาง 2551 พัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเชิงรุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662002

'อัมพร'ขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลาง 2551 พัฒนาสมรรถนะผู้เรียนเชิงรุก

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.49 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธายเปิดการประชุม “โครงการขับเคลื่อนการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีงบประมาณ พ.ศ.2565” ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึฏษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับนโยบายจากรัฐบาล และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่กำหนดแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่กำหนดเป้าหมายให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัย ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะที่จำเป็นของโลกอนาคต สามารถแก้ไขปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นพลเมืองรู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ โดยในแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานั้น กำหนดให้ส่งเสริมการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพื่อให้นักเรียนมีสมรรถนะด้วย จึงเป็นหน้าที่ของ สพฐ.ที่ต้องดำเนินการขับเคลื่อนต่อไป

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สพฐ.ได้ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ไปแล้ว แต่วันนี้ สพฐ.ต้องการขับเคลื่อนหลักสูตรแกนกลาง ไปสู่กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เป็นรูปธรรม เกิดผลกับนักเรียนที่แท้จริง แม้ที่ผ่านมา สพฐ.อบรมครู และผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เกือบ 4 แสนคนแล้ว แต่ สพฐ.ต้องการให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างจริงจังในภาคปฏิบัติ ตนจึงเน้นย้ำกับผู้อำนวยการโรงเรียน และครูไปว่า แม้วันนี้เราจะมีหลักสูตรแกนกลางอยู่แล้ว แต่โรงเรียนต้องไปจัดทำหลักสูตรให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมของตนด้วย โดยการจัดการเรียนการสอน ให้เน้นการสอนตามหลักสูตรแกนกลาง 70% และสอนตามหลักสูตรที่จัดทำขึ้นอีก 30% และเมื่อได้หลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ของตนแล้ว ครูทุกคนต้องเอาหลักสูตรไปดูรายละเอียดพร้อมกับกำหนดหน่วยการเรียนรู้ ออกแบบการวัดและประเมินผล เพื่อที่จะสามารถตรวจสอบได้ว่าเมื่อเด็กเรียนแล้วเกิดสมรรถนะอย่างไรบ้าง

“ครูต้องปรับตัว ไม่ใช่สอนแบบหน้ากระดานเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องปรับตัวมาเป็นผู้สนับสนุน ส่งเสริมให้เด็กแสวงหาการเรียนรู้ ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องส่งเสริมสนับสนุนครูในการวัดผลประเมินผล และการสร้างเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนต่อไป สุดท้ายถ้าเปลี่ยนหลักสูตร เปลี่ยนการเรียนการสอน เปลี่ยนการวัดและประเมินผล เปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของครูและผู้บริหารเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน การขับเคลื่อน Active Learning จะเป็นไปตามความต้องการและตอบโจทย์ของสังคม เพราะสังคมปัจจุบันไม่ต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น” นายอัมพร กล่าว

ฉาวอีกแล้ว! จนท.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในแม่ฮ่องสอนยักยอกเงินสมาชิกกว่า 5 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662001

ฉาวอีกแล้ว! จนท.สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในแม่ฮ่องสอนยักยอกเงินสมาชิกกว่า 5 ล้านบาท

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.43 น.

ฉาว! สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในแม่ฮ่องสอนวุ่น หลังพบเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯประจำหน่วยแห่งหนึ่ง ยักยอกเงินสมาชิกสมทบไปกว่า 5 ล้านบาท สหกรณ์จังหวัดเรียกประชุมด่วน

วันนี้ (22 มิ.ย.65) สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ประจำหน่วยแห่งหนึ่งยักยอกเงินฝากที่สมาชิกนำฝากเข้าบัญชี แต่ปรากฎว่าในบัญชีกลับมีเงินไม่ตรงกับเงินที่นำไปฝากไว้ โดยสมาชิกที่นำเงินไปฝากส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งเป็นสมาชิกสมทบที่ฝากแต่ละครั้งหลายแสนบาท ช่วงแรกก็ไม่มีใครสงสัยเพราะแต่ละเดือนจะเบิกเฉพาะเงินดอกเบี้ยมาใช้ พอนานเข้าจะนำสมุดคู่ฝากไปปรับยอดเงินเจ้าหน้าประจำหน่วย กลับบอกว่าระบบการปรับบัญชีเสียไม่สามารถปรับได้ ซึ่งมักเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด จึงเกิดความสงสัยไปขอปรับสมุดและตรวจสอบที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปรากฏว่าเงินในบัญชีของสมาชิกรวมกันแล้วหายไปกว่า 5 ล้านบาท

สมาชิกสหกรณ์หลายคนบอกว่า เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วโดยครั้งแรกมีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ประจำหน่วยและยักยอกเงินสมาชิกกว่า 8 แสนบาทและได้ออกจากการทำหน้าที่แล้ว แต่สหกรณ์ก็ไม่มีการดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว และมีการรับสมัครคนใหม่เข้ามาทำงานและกลับมาทำในลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่คนก่อน ซึ่งทำมาแล้ว 3 – 4 ปีเป็นเงินกว่า 5 ล้านบาท 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำหน่วยดังกล่าวที่ก่อเหตุเป็นผู้หญิง ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันนี้ (22 มิ.ย.65) ทางประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เรียกประชุมคณะกรรมการสหกรณ์เพื่อพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วนแล้ว

‘ผู้พันเบิร์ด’ เล่า ‘ร.10’ ทรงงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661962

'ผู้พันเบิร์ด' เล่า 'ร.10' ทรงงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.39 น.

“ผู้พันเบิร์ด” พบ นักเรียนแผนที่ทหาร เผยแพร่ สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ปรับบทบาทให้เข้ากับบริบทสังคม และทรงพระราชกรณียกิจเพื่อบ้านเมืองนำสมัยนำพาประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตมา ระบุ ร.10ทรงงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 
 
พันเอก วันชนะ สวัสดี  รองโฆษกกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่พบนักเรียนแผนที่ทหารร่วมพูดคุยถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์  ไม่ว่าจะเป็นการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชหรือประชาธิปไตย ในหลวง ทุกพระองค์มีพระราชณกรณียกิจที่เหมาะสมและแยบยล นำมาซึ่งความผูกพันระหว่างสถาบันกับประชาชนมาโดยตลอด 

โดยการทรงงานของในหลวงแต่ละพระองค์นั้นมีวิธีที่แตกต่างกันโดยเฉพาะรัชกาลปัจจุบันนั้น ถือได้ว่าเป็นการทำงานแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงพระองค์ทรงงานผ่านฝ่ายเสธ(องคมนตรี)รับการรายงานเรื่องราวความทุกข์ร้อนของประชาชนผ่านองคมนตรี มีการส่งงานอย่างเป็นระบบและสืบสานต่อยอดจากในหลวงรัชกาลที่ 9อย่างชัดเจน อย่างในกรณีการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในรัชสมัยของในหลวงรัชกาล ร.9 มีการสอนตั้งแต่ป.1-ม.6 แต่เมื่อลงไปสืบสภาพแล้ว ม.4-ม.6 มีครูเพียงพอ พระองค์จึงให้เอาสามปีท้ายนี้ไปเพิ่มในสามปีแรกในระดับอนุบาล 

ดังนั้นการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในรัชกาลปัจจุบันจึงเริ่มสอนตั้งแต่ อ.1-ม.3  เสริมเติมเต็มส่วนที่ขาดในเรื่องการศึกษา ถ้าพูดถึงด้านการศึกษาแล้วพระองค์ยังได้มีการกระจายความเจริญจากส่วนกลางออกไปสู่ส่วนภูมิภาคด้วยในโรงเรียนระดับมัธยมหรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยราชภัฎ

ซึ่งปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมหาวิทยาลัยของท้องถิ่นอีกทั้งยังมีด้านทุนการศึกษาที่ต่อยอดจากในหลวงรัชกาลที่9อีกด้วย การกระจายความเจริญจากส่วนกลางออกสู่ส่วนภูมิภาคนี้ยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเมืองอีกด้วยอาทิเช่นรถติดฝุ่นควันขยะน้ำเน่าเสียเพียงเรื่องการกระจายความเจริญออกสู่ส่วนภูมิภาคนี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องของ เมืองหลวง สิ่งแวดล้อม รถติดและปัญหาครอบครัวได้อีก 
 

‘ม.หอการค้าไทย’จับมือ’สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์’ เปิดเวทีความคิด’โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661959

'ม.หอการค้าไทย'จับมือ'สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์' เปิดเวทีความคิด'โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต'

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.55 น.

“ม.หอการค้าไทย”จับมือ “สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์” เปิดเวทีความคิด”โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต”สะท้อนมุมมองนักธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายธุรกิจทั้งไทยและระดับโลกทุกภาคส่วนชี้ชัดDigital Disruption คือตัวเร่งความเปลี่ยนแปลงทุกองค์กรต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ พร้อมเดินหน้าประเทศสู่การแข่งขันบนเวทีโลก

22 มิถุนายน 2565 “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” ร่วมกับ “สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย”เปิดเวทีความคิดThe Disruption of Business, Competition, and Transformation, Ready for the FUTURE.  : โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจอนาคต”  เพื่อสะท้อนมุมมองของนักธุรกิจชั้นนำของประเทศและระดับโลก รวมถึงนักการตลาดและนักวิชาการ ที่มีต่อสถานการณ์ Digital Disruption ในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่ทางออกและมุมมองใหม่ ๆ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศที่จะต้องรับมือกับเกมการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง และเตรียมพร้อมพลิกโฉมสู่อนาคต  โดยเวทีความคิดฯนี้แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.เพราะโลกปรับ ธุรกิจต้องเปลี่ยนโดย นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยนายกัณฑ์พงษ์ พานทองประเสริฐ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) นายนรุตม์ เจียรสนอง  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป จำกัด (มหาชน) 2. เกมเปลี่ยน ประเทศไทยต้องปรับโดย Mr. Jon OmundRevhaug (จอน โอมุนด์เรฟฮัก) Senior Vice President เทเลนอร์กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชียนายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการลงทุน นวัตกรรม และความยั่งยืนบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)นายวิธวินท์ อิทธิภาณุวัต  กรรมการบริหาร Vertex Ventures Southeast Asia and India  3.ธุรกิจต้องพร้อม พลิกโฉมสู่อนาคต โดย นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) นายพุฒิกานต์ เอารัตน์Head of People & Branding, SCB 10X และ กรรมการผู้จัดการ Chief Digital Asset Officer บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด  และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มยุรี ศรีกุลวงศ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยโดยมี นายสุทธิชัย หยุ่น และนายบัญชา ชุมชัยเวทย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

รศ.ดร. สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิการบดีอาวุโส สายงานวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่าโลกศตวรรษที่ 21 เต็มไปด้วยการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งการหยุดนิ่ง ปรากฏการณ์ Digital Disruption จึงถือเป็นท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน  ที่ต้องก้าวให้ทัน และปรับตัวรับการเกมการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันจะเห็นได้ว่าทุกบริษัทไม่ว่าเล็ก กลาง ใหญ่ ต้องปรับตัว ไม่ว่าในไทยหรือทั่วโลก เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและอยู่รอดได้ในการดำเนินธุรกิจและนอกจากนี้ภาครัฐจะต้องเดินเกมแข่งขันในระดับประเทศเช่นกันเพื่อดึงดูดนักลงทุนและเม็ดเงินเข้าประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวไม่แตกต่างจากภาคธุรกิจเอกชน

ด้าน นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า Digital Disruption มีผลต่อเกมการแข่งขันทางธุรกิจทั่วโลก การเข้ามาของเทคโนโลยีในระยะหลังได้สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแทบทั้งหมด มีการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ เครือข่ายการเชื่อมต่อความเร็วสูง 5G-6G และเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ทำให้เป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งถือได้ว่า เป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก กลาง ใหญ่ ได้พัฒนานวัตกรรม   ทำให้ผู้ประกอบการสร้างบริการใหม่ ๆ ผ่านโลกดิจิทัลได้ ธุรกิจลักษณะนี้มีความได้เปรียบเพราะใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นผู้ลงทุน และไม่ถูกควบคุมโดยกฎระเบียบที่บังคับ ทำให้การให้บริการผ่านทางอากาศ (over the top) เป็นการลงทุนน้อยแต่ให้บริการได้ทั่วโลก ในทางกลับกันประเทศที่พัฒนาแล้วสามารถให้บริการข้ามประเทศมายังประเทศไทย และชิงส่วนแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการไทยได้เช่นกัน ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยปรับโครงสร้างไม่ทันก็จะยากในการแข่งขัน  ซึ่งการปรับตัวในยุคDigital Disruption นี้เป็นไปได้ในหลายรูปแบบ ทั้งการพัฒนานวัตกรรม การหาพันธมิตร การรวมธุรกิจ  เพราะทุกธุรกิจไม่สามารถยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ ซึ่งจะทำให้เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคต  สร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้น  ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์เพียงภาคธุรกิจเท่านั้น แต่ยังประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้พร้อมแข่งขันกับทั่วโลกอีกด้วย