‘วิศวะมหิดล’สนับสนุนทุนการศึกษา ‘วิศวกรรมชีวการแพทย์’สร้างนวัตกรรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661766

‘วิศวะมหิดล’สนับสนุนทุนการศึกษา  ‘วิศวกรรมชีวการแพทย์’สร้างนวัตกรรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“นวัตกรรมและวิศวกรรมชีวการแพทย์ (BioMedical Engineering)” มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประเทศและโลกดังนั้นการเสริมสร้างประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) ในภูมิภาคโลกอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างเสริมกำลังคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เพี่อสร้างสรรค์เฮลท์แคร์และเฮลท์เทครองรับวิถีอนาคต ท่ามกลางความท้าทายของโรคอุบัติใหม่และปัญหาทางสุขภาพ

รศ.ดร.นรเศรษฐ์ ณ สงขลา ประธานหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วิศวะมหิดล ในภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ภายใต้แนวนโยบายการบริหารของ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี มีเป้าหมายที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ของไทยเป็น “วิศวกรชีวการแพทย์” ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูงในนานาประเทศ

เนื่องด้วยแต่ละประเทศให้ความสำคัญต่อสุขภาพและสถานการณ์โรคภัยซึ่งมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน สังคม และเศรษฐกิจ โดยจะมอบทุนการศึกษา แก่นักศึกษาที่เข้าศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) ในปีการศึกษา 2565 รอบ Academically Talented and Gifted Students จำนวน 2 ทุนเปิดสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้-23 มิ.ย. 2565

โดยเป็นนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าค่ายฝึกอบรมโครงการส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ศึกษา ค่าย 2 ของมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) และต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50 ในทุกภาคการศึกษา

ผศ.ดร.วรากร เจริญสุข รักษาการหัวหน้าภาควิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ (หลักสูตรนานาชาติ) เป็นหลักสูตร ป.ตรีสองปริญญา Double Degree ระหว่าง 2 สถาบัน ที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์ (University of Strathclyde) แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อผลิตบัณฑิตที่มุ่งสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลสู่ไทยแลนด์ 4.0

มุ่งเน้นเพิ่มบุคลากรและงานวิจัยคุณภาพเพื่อรองรับอุตสาหกรรมทางการแพทย์ระดับโลก โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีประสบการณ์ด้านงานวิจัยพัฒนาและวิศวกรรมศาสตร์ระดับโลกรวมถึงความแข็งแกร่งทางวิชาการด้านการพัฒนาเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีมายาวนานกว่า 15 ปี และมีเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในหลายประเทศที่มีความพร้อมในการสร้างหลักสูตรร่วมกัน

ด้าน มหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์เป็นมหาวิทยาลัยต้นแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกด้านการออกแบบและผลิตนวัตกรรมการได้ทำหลักสูตรร่วมนานาชาติวิศวกรรมศาสตร์ครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในการสร้างงานวิจัยที่สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์สู่การเป็นผู้ประกอบการและรองรับภาคอุตสาหกรรมทางการแพทย์ของโลกนอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอื่นๆในต่างประเทศที่มีความพร้อมที่จะสามารถร่วมกันพัฒนากิจกรรมในหลักสูตร เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและยกระดับพหุศาสตร์ด้านวิศวกรรม

นอกจากนี้ หลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ (นานาชาติ) นี้ จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาเปิดโลกกว้างไปศึกษาในสหราชอาณาจักร ณ มหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์ เป็นเวลา 2 ปี สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี โดยจะเน้นการศึกษาที่ก้าวหน้าในการทำโครงการและงานวิจัยร่วมกันระหว่าง 2 สถาบัน ซึ่งจะเสริมประสบการณ์ระดับนานาชาติที่มีคุณประโยชน์ยิ่งต่อผู้เรียน ได้แก่ ความหลากหลายทางด้านโครงงานและงานวิจัยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับสถาบันทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการและธุรกิจสตาร์ทอัพ จากความสำเร็จและประสบการณ์อันยาวนานของหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา เป็นต้น

ผู้สนใจเข้ารับทุนการศึกษา สามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้-23 มิ.ย. 2565 ผ่านเว็บไซต์ https://citly.me/MHDtE โดยเลือกสาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ (นานาชาติ) มหาวิทยาลัยมหิดล สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-4414255 หรือ Email : wachiraporn.tho@mahidol.edu, inchalita.suw@mahidol.edu

‘เคอร์เซอร์-1’จรวดความเร็วเสียง ผลงานนิสิตวิศวะ จุฬาฯพร้อมอวดสายตาชาวโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661764

‘เคอร์เซอร์-1’จรวดความเร็วเสียง ผลงานนิสิตวิศวะ จุฬาฯพร้อมอวดสายตาชาวโลก

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เยาวชนคุณภาพ” ถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวสู่เวทีการแข่งขันทัดเทียมนานาชาติได้ ดังเช่น 14 นิสิตชมรมซียูฮาร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้แสดงศักยภาพคนรุ่นใหม่คิดค้นสุดยอดนวัตกรรมจรวดความเร็วเสียง“เคอร์เซอร์-1” ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มทรูผ่านโครงการทรูแล็บ จนสามารถเป็นตัวแทนประเทศไทยทีมแรกในประวัติศาสตร์เข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก “Spaceport America Cup 2022” นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้เห็นต้นแบบนวัตกรไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก

“เอิร์ธ” ภูวิศ เชาวนปรีชา ประธานชมรมซียูฮาร์ นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า จรวดความเร็วเสียงงานวิจัยตัวแรกของจุฬาฯชิ้นนี้มีชื่อว่า เคอร์เซอร์-1 (CU RSR-1) เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเพื่อนๆ ทุกคนในชมรมฯ ที่ต้องการพัฒนาจรวดฝีมือคนไทย ซึ่งคุณสมบัติหลักของจรวดลำนี้ คือสามารถขึ้นไปได้ถึง10,000 ฟุต ด้วยมอเตอร์ขนาด 75 มิลลิเมตร ตัวจรวดทำด้วยไฟเบอร์กลาส โดยทีมเป็นผู้พัฒนาส่วนชิ้นต่างๆ เกือบทั้งลำ รวมถึงระบบไฟฟ้า และโครงสร้างอื่นๆ อีกด้วย

“สำหรับความยากที่สุด คือต้องวิจัย สืบค้นข้อมูลทั้งในและต่างประเทศอย่างหนัก เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งใหม่ที่ไม่ได้แพร่หลายมากนักในบ้านเรา โดยตลอด 6 เดือนของการคัดเลือก มีขั้นตอนมากมาย ทั้งนำเสนอผลงาน ทดสอบการจำลองสถานการณ์ พร้อมส่งรายงานประกอบทุกครั้ง ซึ่งกว่าจะผ่านแต่ละด่านสุดหินนี้ได้ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านคณบดี ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล รวมถึงคณาจารย์ที่ปรึกษาโครงการทุกท่านเป็นอย่างสูงที่คอยเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษาแนะแนวทาง ความรู้ด้านเทคนิค ติดตามคอยช่วยเหลือและที่สำคัญ ให้โอกาสและเชื่อมั่นในตัวพวกเรามาโดยตลอด” ภูวิศ กล่าว

ด้าน “ชิงชิง” พรธีตรา รัตนพันธุ์ศรี และ “ไอโกะ” รชยา ดีเลิศกุลชัย นิสิตสมาชิกชมรมซียูฮาร์ แชร์ประสบการณ์การทำงานร่วมกันว่า เราทั้ง 2 ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ โดยได้ร่วมกันรับผิดชอบออกแบบและพัฒนาโครงสร้างส่วนปลายของจรวด หรือที่เรียกว่า Nosecone ตั้งแต่ขึ้นแบบ หล่อด้วยไฟเบอร์กลาส ราดเรซินจนออกมาเป็นชิ้นงาน พร้อมขัดตัว Nosecone ให้เรียบ ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนประกอบและปัจจัยสำคัญ ตามหลัก Aerodynamic ที่จะช่วยลดแรงเสียดทานของอากาศ ส่งผลให้จรวดบินได้อย่างเสถียรและคงที่มากยิ่งขึ้น

ซึ่งประโยชน์จากการร่วมโครงการนี้คือ ได้ลงมือทำจริง ทำให้เห็นสิ่งที่อาจารย์สอนในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสบการณ์การทำงานร่วมกับเพื่อนในทีมและที่สำคัญการพัฒนาครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทรู ที่ให้การสนับสนุน ทั้งในส่วนสถานที่ทรูแล็บ รวมถึงงบประมาณ ที่ทำให้เกิดจรวดเคอร์เซอร์-1 นี้ขึ้นมาได้ อีกทั้งยังมอบซิมทรูมูฟ เอช โรมมิ่ง ที่จะช่วยให้พวกเราติดต่อสื่อสารกลับมายังประเทศไทยได้อย่างสะดวกและรวดเร็วด้วย

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราชาวไทย ที่ครั้งนี้กลุ่มนิสิตชมรม CUHAR ซึ่งร่วมกับโครงการทรูแล็บ ได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย นำผลงานนวัตกรรมจรวดเคอร์เซอร์-1 ไปแข่งในระดับโลก ซึ่งกลุ่มทรูยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการศึกษาและพัฒนาจรวดความเร็วเสียงนี้ และต้องชื่นชมน้องๆ ทุกคนที่ล้วนมีพรสวรรค์ เก่ง และมุ่งมั่นมาก อันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยรุ่นต่อไปอีกด้วย และขออวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จและคว้าแชมป์โลกกลับมา

ทั้งนี้ การแข่งขันจรวดความเร็วเสียงระดับนานาชาติ Spaceport America Cup 2022 รอบสุดท้าย จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. 2565 ณ เมืองลาสครูเซส รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันกว่า 150 ทีม จาก 20 ประเทศทั่วโลกและไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร…ความเพียรพยายาม ทุ่มเท ฝ่าฝันทุกอุปสรรคจนน้องๆ ได้มายืนอยู่บนเวทีโลกครั้งนี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเยาวชนไทยไปได้ไกลกว่าที่คิด และการออกนอกอวกาศก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป!!!

เปิดตัว‘ลานรู้เล่นเต้นรำ’ ต้นแบบลานสุขภาพใกล้บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661767

เปิดตัว‘ลานรู้เล่นเต้นรำ’  ต้นแบบลานสุขภาพใกล้บ้าน

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง (Healthy Space Forum) ร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดงานเปิดตัว “ลานรู้เล่นเต้นรำ” ต้นแบบลานสุขภาพใกล้บ้านในพื้นที่เมือง ณ ลานรำวงย้อนยุค สวนตุง และโคมนครเชียงราย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นประธานในงานครั้งนี้ กล่าวว่า พื้นที่สาธารณะใกล้บ้านมีบทบาทสำคัญมาก ในการส่งเสริมให้เกิดวิถีชีวิตสุขภาวะ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาและสาธารณสุข การดำรงฐานวัฒนธรรมล้านนา เพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชิงนิเวศและเชิงสุขภาพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดำรงความสมบูรณ์และยั่งยืนในจังหวัดเชียงราย โดยพื้นที่สาธารณะแห่งนี้จะสามารถสร้างให้เกิดประโยชน์อันหลากหลายแก่สังคมและชาวเชียงรายได้อย่างแท้จริง

อาทิ 1.การเป็นพื้นที่ส่งเสริมสุขภาพและกิจกรรมทางกายละแวกบ้าน ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพและการเรียนรู้ให้แก่ชุมชน 2.การเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่สร้างการเรียนรู้และการตระหนักรู้ด้านสุขภาพให้แก่ชุมชน และ 3.การเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีภายในชุมชน และเปิดโอกาสให้ชุมชนได้ออกมาทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนัก สร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายลดลง สสส. มีเป้าหมายฟื้นฟูระดับการมีกิจกรรมทางกายให้คืนกลับมา โดยสนับสนุนการปรับตัวต่อรูปแบบชีวิตวิถีใหม่ และเตรียมพร้อมสู่การใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดีของคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม โครงการรู้เล่นเต้นรำ ณ ถนนธนาลัย จ.เชียงราย ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาและขยายผลต้นแบบเมืองสุขภาวะเพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่

โดยเน้นกระบวนการสร้างความร่วมมือกับประชาชนภาคประชาสังคม เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่สันทนาการที่เอื้อให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงและปลอดภัย โดยต่อยอดการพัฒนาด้วยแนวคิด Active x Learning เพื่อให้เกิดสถานที่ขยับร่างกายและเรียนรู้ร่วมกัน จึงจัดทำพื้นที่ต้นแบบเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพร่วมกับท้องถิ่น รวมทั้งจะมีการถอดบทเรียนเพื่อให้พื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบเมืองสุขภาวะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป

รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้อำนวยการศูนย์สร้างเสริมสุขภาวะเมือง กล่าวว่า ลานสุขภาพใกล้บ้าน (Healthy Space Next Door) เป็นแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพและกิจกรรมทางกายในละแวกบ้านที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้

โดยผ่านกระบวนการทางวิชาการและปฏิบัติจริงในพื้นที่ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม เชียงรายเป็นต้นแบบหนึ่งที่มีลักษณะเด่นสามารถเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ในกระบวนการออกแบบจึงสอดแทรกพื้นที่การเรียนรู้ผสมผสานการทำกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับทุกกลุ่มวัยและบริบทของพื้นที่ ประกอบไปด้วย พื้นที่เล่นและแสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน

พื้นที่เดิน วิ่ง ออกกำลังกายที่สามารถเล่นกีฬาหลากหลายประเภท และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่สามารถจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่จัดงานเทศกาลระดับเมืองที่ส่งเสริมให้คนในเมืองได้ออกมาทำกิจกรรมทางกายและหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพทั้งกายและใจและหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงและสร้างสุขภาพจิตดีในทุกวัน

นางบังอร มะลิดัน รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ด้วยยุทธศาสตร์ของการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงราย ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนให้ความสนใจในการกีฬา นันทนาการ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) สร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย

และนำไปสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City) ผ่านการพัฒนาสภาพแวดล้อมในละแวกบ้านสู่ความเป็นเมืองน่าอยู่ ด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สาธารณะของชุมชนให้ดูสวยงามและสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้และสุขภาวะสำหรับทุกคน จะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะในเมืองที่ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่และเป็นนครแห่งความสุขของทุกคนอย่างแท้จริง

สำหรับพื้นที่ต้นแบบลานรำวงย้อนยุค “รู้เล่นเต้นรำ” ได้รับการออกแบบให้รองรับกิจกรรมสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสุขภาวะในชีวิตประจำวัน แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ลานกิจกรรม ได้แก่ 1.ลานทดลองและค้นหาตัวตน (Active Experiment Zone) เป็นพื้นที่ส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนและพื้นที่การแสดงความสามารถพิเศษ เช่น เล่นดนตรี เต้นรำ รวมถึงสร้างสรรค์อื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และค้นหาตัวตนของวัยเรียน

2.ลานพักผ่อนกายใจ (Relaxing Zone) เป็นพื้นที่กิจกรรมยืดเหยียดร่างกาย พักผ่อนหย่อนใจ และจุดพูดคุยพบปะกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด เช่น พื้นที่นั่งอ่านหนังสือ พื้นที่นั่งพักคอยในรูปแบบต่างๆ และ 3.ลานเล่นยืดหยุ่น (Active Flexible Zone) ซึ่งเป็นลานกิจกรรมที่ถูกออกแบบสามารถทำกิจกรรมที่หลากหลาย และเปิดกว้างทางจินตนาการผ่านการเล่นเกมกีฬา เช่น ตั้งเต บันไดงู แบดมินตัน ฟุตบอล

‘สทป.’จับมือ‘มทม.’พัฒนาหุ่นยนต์กู้ระเบิด คุณภาพเทียบเท่าของนอกแต่ราคาถูกกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661765

‘สทป.’จับมือ‘มทม.’พัฒนาหุ่นยนต์กู้ระเบิด คุณภาพเทียบเท่าของนอกแต่ราคาถูกกว่า

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (มทม.) เปิดตัว หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็ก “D-EMPIR version 4” ที่ได้ศึกษา วิจัย พัฒนาต่อยอดและสร้างขึ้นร่วมกันระหว่าง สทป. และ มทม. จนได้เป็นหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็กฝีมือคนไทย 100% ที่ผ่านการทดสอบและสาธิตการใช้งานให้กับหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เห็นถึงสมรรถนะ ศักยภาพและขีดความสามารถ จนเกิดการยอมรับ

อีกทั้งยังผ่านการทดสอบมาตรฐานจากคณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม (กมย.กห.) เพื่อยืนยันประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเทียบเท่าได้กับหุ่นยนต์จากต่างประเทศ สามารถใช้งานได้จริง ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และต้นทุนที่ใช้ในการผลิตถูกกว่าหุ่นยนต์ที่สั่งซื้อจากต่างประเทศมากกว่าครึ่ง โดย “D-EMPIR version 4” ได้ถูกส่งมอบให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) นำไปใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สพม.สุโขทัย ลงนาม เรียนร่วม อาชีวศึกษา และมัธยมปลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661507

สพม.สุโขทัย ลงนาม เรียนร่วม  อาชีวศึกษา และมัธยมปลาย

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณ  ขวัญมุข  รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) กับวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษา สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยห้องเรียนอาชีพ ในกลุ่มอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงาน 

การยกระดับและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาด้านอาชีวศึกษาสำหรับผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยห้องเรียนอาชีพ ภายใต้โครงการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) เป็นหลักสูตรระยะสั้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมัธยมศึกษามีความรู้และทักษะด้านอาชีพในกลุ่มอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและตลาดแรงงาน เข้าถึงโลกอาชีพตามความถนัดและสนใจ  

โดยวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง ได้ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 และเขต 2  ในการจัดการศึกษาเรียนร่วมกับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 3 เขตพื้นที่การศึกษาซึ่งวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงจะสนับสนุนงบประมาณ ค่าวัสดุและครูผู้สอนให้กับนักเรียนตลอดหลักสูตร

พัฒนานิสิตเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661503

พัฒนานิสิตเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์สังคม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.ปรีดา อัครจันทโชติ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และคุณฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2562 ผู้ร่วมก่อตั้งและโฮสต์ CI Talks พร้อมด้วย ผศ.ดร.สุกัญญา สมไพบูลย์ ผู้ช่วยคณบดีด้านงานวิจัย วิรัชกิจ และการเชื่อมโยงสังคม (บริการวิชาการ) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และคุณเอเดรียน เกว็น-เออเฟวนส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ CI Talks ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกัน เพื่อพัฒนานิสิตให้เติบโตทางความคิด นำไปสู่การสร้างสรรค์สังคมไทยให้พัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องประชุม ดร.เทียม โชควัฒนา ชั้น 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

สวนดุสิต จัดเสวนาระดมสมอง หาแนวส่งเสริม Soft Power ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661505

สวนดุสิต จัดเสวนาระดมสมอง  หาแนวส่งเสริม Soft Power ไทย

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิตจัดเสวนากลุ่ม“คนไทยกับโอกาสจาก Soft Power” โดยมีนายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอาร์เจนตินา และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม และ บุคลากรแวดวงบันเทิง และการศึกษา ร่วมเสวนา และต่างเห็นตรงกันว่าภาครัฐและภาคประชาชน ต้องร่วมกันขับเคลื่อนSoft Power อย่างมีแบบแผน เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ในการเสวนาครั้งนี้ นอกจากจะมีการแสดงมุมมองต่อการใช้ Soft Power ของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยแล้ว ยังมีการแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้สัมผัสหรือศึกษา Soft Power ในด้านต่างๆ อาทิ การสร้าง Soft Power ผ่านเหตุการณ์ 13 นักฟุตบอลทีมหมูป่า ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, การสร้างกระแสความนิยม T-Pop และหัดใช้ภาษาไทย ในหมู่วัยรุ่นประเทศแถบละตินอเมริกาของ วง 4MIX, การวิพากษ์ถึงจุดเด่น จุดด้อย โอกาส รวมถึงอุปสรรคของ Soft Power ไทย ไปจนถึงแนวทางที่จะนำเสนอแนวคิดในการสร้าง และส่งออก Soft Power ไทย รวมถึงการบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้สัมผัสแล้ว ยังมีการเสนอแนวทางการใช้ Soft Power ที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ภายหลังวิกฤตการณ์ COVID-19 อีกด้วย ซึ่งทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าการสร้าง Soft Power ต้องมีปฏิบัติการทั้งในส่วนของภาครัฐ และภาคประชาชน และต้องดำเนินการผ่านการวางกลยุทธ์และการดำเนินงาน

มรภ.มหาสารคาม วิจัยพัฒนา ศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ EF

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661510

มรภ.มหาสารคาม วิจัยพัฒนา  ศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ EF

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.รัตติกาล สารกอง อาจารย์ประจำสาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กล่าวถึงงานวิจัยการพัฒนาทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิตสู่ความสำเร็จสำหรับเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21 ที่นำมาซึ่งการพัฒนาศูนย์ปฐมวัยต้นแบบในครั้งนี้ว่า เพื่อพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพชีวิตไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เนื่องจากในช่วงปฐมวัยเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาทักษะสมอง หรือ EF (Executive Function) กระบวนการทางความคิดของสมองส่วนหน้า ทำหน้าที่เกี่ยวของกับการคิด ความรู้สึก และการกระทำ ดังนั้นจึงเป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกฝนในชีวิตประจำวันของเด็ก ผ่านประสบการณ์ต่างๆ หลากหลายที่เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ลงมือทำ เพื่อให้เกิดความพร้อม และมีทักษะที่สำคัญต่อชีวิตในอนาคต และครูปฐมวัยถือว่าเป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาทักษะดังกล่าว

คณะผู้วิจัยได้คัดเลือกศูนย์ปฐมวัยต้นแบบ จังหวัดมหาสารคาม จำนวน 13 ศูนย์ มีครูปฐมวัยจำนวน 65 คน คณะผู้วิจัยทำการนิเทศติดตามให้คำแนะนำปรับปรุงการพัฒนาแผนรูปแบบ EF Guideline และการผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF นำไปสู่การใช้จัดกิจกรรมในชั้นเรียน และร่วมถอดบทเรียนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นำไปสู่การประเมินผลคัดเลือก Best Practice

หลังจากได้รับการอบรมและนิเทศติดตาม ครูมีความเข้าใจในการเขียนแผนรูปแบบ EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF มากขึ้น จากการร่วมถอดบทเรียนพบว่าครูสามารถอธิบายสื่อและกิจกรรมที่ออกแบบได้ว่าช่วยส่งเสริมทักษะสมอง EF ให้เกิดขึ้นกับเด็กด้านใดได้บ้าง และจากการได้ฝึกอบรมและปฏิบัติจริงส่งผลให้ครูที่ได้ผ่านการอบรมได้เห็นกระบวนพัฒนาทักษะ EF ในเด็กปฐมวัยได้แบบครบวงจรด้วยตัวของครู สามารถนำไปสู่การพัฒนาศูนย์ของตนเองให้เป็นศูนย์ต้นแบบต่อไป โดยศูนย์ที่ได้รับคัดเลือก ได้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโนนเขวา ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

ทั้งนี้ จากการนำแผนการจัดประสบการณ์ด้วย EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF ที่ครูออกแบบไปใช้จริงกับเด็กปฐมวัย พบว่าสามารถกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบ EF ได้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ครูกำหนดไว้ โดยเด็กสามารถคิดวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาระหว่างทำกิจกรรมได้ รวมถึงสามารถทำความเข้าใจและปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับการใช้สื่อจนบรรลุเป้าหมายได้ด้วยตัวเด็กเองได้

ดร.รัตติกาล กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานแผนการจัดประสบการณ์ด้วย EF Guideline และผลิตสื่อการสอนส่งเสริมทักษะสมอง EF เพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น โดยในอนาคตจะต่อยอดงานวิจัยชิ้นนี้ ไปในจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และร้อยเอ็ด ต่อไป

อว.-มหิดล ผนึกเครือข่ายรัฐ-เอกชน จัดแข่งขันหุ่นยนต์โลก ดึง 45 ประเทศร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661512

อว.-มหิดล ผนึกเครือข่ายรัฐ-เอกชน จัดแข่งขันหุ่นยนต์โลก ดึง 45 ประเทศร่วม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจ และแผนพัฒนา 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลกระทรวงฯ จึงได้ให้การสนับสนุน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการอุดมศึกษา ในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก ครั้งที่ 25 หรือ “World RoboCub 2022” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ของประเทศไทยบนเวทีโลก และสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติในช่วงที่เริ่มมีการเปิดประเทศ

นอกจากนี้ ยังเป็นแนวทางที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับสินค้า และบริการด้วยการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงผ่านการเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถที่เข้าร่วมในกิจกรรม เช่น นักศึกษา สตาร์ทอัพหรือผู้ดำเนินธุรกิจนวัตกรรม อย่างไรก็ตามการจัดงานในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้ามาร่วมแข่งขันหุ่นยนต์ในลีกต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 3,000 รายจาก 45 ประเทศ ผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 15,000 คนและสิ่งที่สำคัญที่สุดเชื่อมั่นว่าจะทำให้ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ รวมถึงภาครัฐมีความสนใจอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นตามบริบทสังคมและเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมด้วยเช่นกัน

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2022 กล่าวว่า การแข่งขันจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา การแข่งขันทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันฟุตบอลหุ่นยนต์ (RoboCupSoccer) หุ่นยนต์กู้ภัย (RoboCupRescue) หุ่นยนต์ในบ้านเพื่อการบริการส่วนบุคคล (RoboCup@Home) หุ่นยนต์และแขนกลเพื่องานอุตสาหกรรม (Robo CupIndustrial) และโครงการริเริ่มด้านการศึกษาที่มุ่งเน้นการสนับสนุนกิจกรรมหุ่นยนต์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติสําหรับเด็กนักเรียนรุ่นเยาว์ (RoboCupJunior) ที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้งานหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ ภายในงานจะมีการสาธิตความสามารถของหุ่นยนต์อัจฉริยะโดยทีมนักศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันหุ่นยนต์ MUT RMRC RoboCup “หุ่นยนต์พิชิตภารกิจสำรวจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ”และการจัดงานในครั้งนี้ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จำนวน 17 สถาบัน และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเอสซีจี และบริษัท ซีเกทเทคโนโลยี (ประเทศไทย)

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่าการที่ไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ถือว่าดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ผลักดันการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติของประเทศ สร้างกลุ่มเครือข่ายความร่วมมือในการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในวิชาการด้านหุ่นยนต์ระหว่างสถาบันการศึกษาทุกระดับชั้นรวมถึงหน่วยงานวิจัยต่างๆ ทั่วโลก และที่สำคัญจะเป็นงานใหญ่ของประเทศ หลังจากการปลดล็อกเปิดประเทศ และยังจะส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้อีกด้วย

สพป.สุโขทัย เขต 1 จัดกิจกรรมถมทองประยุกต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/661509

สพป.สุโขทัย เขต 1 จัดกิจกรรมถมทองประยุกต์

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงเรียนบ้านโป่งแค สพป.สุโขทัย เขต 1 จัดกิจกรรมถมทองประยุกต์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการให้แก่นักเรียน โดยมีศึกษานิเทศก์ สพป.สุโขทัย เขต 1 เป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ด้วยกิจกรรม Active Learningได้รับความสนใจจากเด็กนักเรียนอย่างมากโดยสังเกตจากบรรยากาศของกิจกรรมที่เป็นไปด้วยความตั้งใจและมีความสุขสนุกสนาน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์การฝึกสมาธิ เพื่อให้เกิดสมาธิในการเรียน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปต่อยอดด้านทักษะอาชีพต่อไปได้