จปร. ปรับภูมิทัศน์ ‘ถนนจงรักภักดี’ เปิดให้ชาวบ้านรับขบวนเสด็จฯ ‘กรมสมเด็จพระเทพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635153

จปร. ปรับภูมิทัศน์ 'ถนนจงรักภักดี' เปิดให้ชาวบ้านรับขบวนเสด็จฯ 'กรมสมเด็จพระเทพ'

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.54 น.

แฟ้มภาพ!

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (รร.จปร.) ได้จัดทำโครงการ “ถนนจงรักภักดี”ขึ้นในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ระยะทาง 7 กิโลเมตร ตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์แห่งที่ 2 ทางเข้าจากถนนสายกรุงเทพฯ-นครนายก ไปจนถึงประตู รร.จปร. เพื่อปรับภูมิทัศน์สองข้างทางให้สะอาดเรียบร้อย ปลอดภัย สวยงาม รับเสด็จฯ  พล.อ.หญิง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินฯ มายัง รร.จปร. ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติฯ ที่ทรงเสียสละพระวรกายพระราชทานการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ให้กับนักเรียนนายร้อย จปร. ตลอดระยะเวลา 41 ปีของการทำหน้าที่ “ทูลกระหม่อมอาจารย์”  โดยห้วงเวลาดังกล่าวทรงพระราชดำเนินมาสอนที่ รร.จปร. อ.เขาชะโงก จ.นครนายก  35 ปี  ปรากฎว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 1 ปีในช่วงสถานการณ์โควิด19  กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงพระราชทานการสอนผ่านทางออนไลน์ และเมื่อมีหมายกำหนดเสด็จพระราชดำเนินมาทำกิจกรรมที่ รร.จปร. ทางโรงเรียนฯ ก็ได้นำ“รถพุ่มพวง”ที่ออกจำหน่ายผักปลอดสารพิษจากโครงการ “ทหารพันธ์ดี” ออกไปกระจายเสียงประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชม ริมสองข้างทางถนนรับทราบหมายกำหนดการฯ ดังกล่าวล่วงหน้า 1 วัน เพื่อช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่หน้าบ้านของตนเอง และ สามารถมารอรับเสด็จฯ สองข้างทางในบริเวณใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ อารักขาเส้นทางเสด็จฯได้   จากเดิมที่ชาวบ้านไม่กล้าที่จะออกมา เพราะเจ้าหน้าที่มีการปิดการจราจร และเข้าใจว่าไม่อนุญาตให้ประชาชนออกมา 

แนวคิดของ “ถนนสายจงรักภักดี” เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปรับพื้นที่สองข้างทางให้เหมาะสม สวยงามสามารถให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ผู้ที่ต้องการรับเสด็จฯ และขบวนเสด็จ ฯก็ได้การแสดงออกถึงความจงรักภักดี  ถือเป็นความใกล้ชิดระหว่างสถาบันฯ กับประชาชน  ซึ่งการเสด็จฯ พระราชดำเนินแต่ละครั้งจะใช้เวลาปิดถนนเพียงสั้นๆ เพราะเป็นถนนสวนเลน  ทั้งนี้ การเดินหน้าโครงการดังกล่าวเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และ ในเดือนพ.ค.นี้ที่จะมีการเปิดภาคการศึกษา  ทางรร.จปร.และชุมชน เตรียมปรับภูมิทัศน์ในถนนเส้นดังกล่าวเพื่อรับเสด็จฯ อีกครั้ง 

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่รปภ.-จนท.พิทักษ์เขื่อนบางลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635068

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของแก่รปภ.-จนท.พิทักษ์เขื่อนบางลาง

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.25 น.

วันที่  12 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  นายภิรมย์​ นิลทยา   ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ไปมอบแก่ นายอิสมาแอ  มามะ  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเขื่อนบางลาง ที่ได้รับบาดเจ็บ​เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565  จากเหตุคนร้ายได้ก่อเหตุวางระเบิดบริเวณตู้เอทีเอ็มข้างป้อมยามหน้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง หมู่ที่ 1 อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา  และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 

ขณะเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้  นายภิรมย์​ นิลทยา   ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ไปมอบแก่ สิบตำรวจตรี กฤษฎา  ทองศรี  และสิบตำรวจตรี อิทธิพล  พรมโคตร  เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์เขื่อนบางลาง หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดน 44 ซึ่งออกทำการลาดตระเวนดูแลรักษาความปลอดภัย ที่ได้รับบาดเจ็บจาก​เหตุการณ์​เดียวกัน  และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา 

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ราย พร้อมทั้งครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

คุณหญิงกัลยาตรวจสนามO-NET ไม่ขัดประกาศ ศธ.ที่ยกเลิกใช้ผลสอบตั้งแต่ปี 64

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/635064

คุณหญิงกัลยาตรวจสนามO-NET ไม่ขัดประกาศ ศธ.ที่ยกเลิกใช้ผลสอบตั้งแต่ปี 64

วันเสาร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.48 น.

“คุณหญิงกัลยา” ตรวจเยี่ยมสนามสอบ O-NET ชั้นป.6 โรงเรียนพญาไท ยืนยันจัดสอบตามความสมัครใจ ไม่ขัดประกาศ ศธ.ที่ยกเลิกใช้ผลสอบ O-NET ตั้งแต่ปี 64 

12 ก.พ.2565 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน), ดร.ชนาธิป ทุ้ยแป รองผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน , ดร.พิเชษฐ์  วันทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร  และคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสนามสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6(ป.6) ณ สนามสอบโรงเรียนพญาไท โดยมี ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไท และคณะครูให้การต้อนรับ 

คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การจัดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้น ป.6 ครั้งนี้ ทราบว่ามีนักเรียนต้องการเข้าสอบถึง 90% เพราะต้องการทดสอบความรู้ของต้วเอง จึงสมัครใจเข้าสอบ O-NET โดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) (องค์การมหาชน) ได้จัดสอบ O-NET นักเรียนชั้น ป.6 ทั่วประเทศ กว่า 5 แสนคน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตามมาตรการที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และสาธารณะสุขจังหวัด กำหนดอย่างเคร่งครัด และ สทศ.มีการพัฒนาการทดสอบพิ่มขึ้นโดยมีการสอบข้อเขียน (อัตนัย) วิชาภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนฝึกการอ่านเขียนได้อย่างมีวิจารณญาณ  นอกจากนี้ สทศ. ยังนำร่องการทดสอบด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ของนักเรียนชั้น ป.6 ในโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดน 4 แห่งด้วย 

คุณหญิงกัลยา กล่าวถึงสาเหตุที่ สทศ. ยังมีการจัดสอบ O-NET อยู่ เนื่องจากการเรียนของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 นักเรียนจะได้ทราบว่าตนเองนั้นมีความรู้อยู่ในระดับใดในวิชาสำคัญ 4 วิชา คือ คณิตศาสตร์  ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ทั่วไป  แต่ถ้านักเรียนไม่สอบทางโรงเรียนก็ไม่ได้บังคับ แต่วันนี้ รู้สึกดีใจที่เด็กมาสอบด้วยความสมัครใจ เพื่อจะนำผลการสอบปรับปรุงตัวเอง และทางโรงเรียนก็จะได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้พัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนทั้งโรงเรียนต่อไป 

“การจัดสอบ O-NET ครั้งนี้ไม่น่าจะขัดกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ที่ยกเลิกการใช้ผลการสอบ O-NET ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564  เพราะทางโรงเรียนไม่ได้นำผลการสอบ O-NET นี้ไปใช้ อะไร แต่เด็กอยากรู้เองว่าตัวเองมีความรู้เท่าไหร่ จะได้พัฒนาตัวเอง และทางโรงเรียนก็ไม่ได้บังคับให้นักเรียรสอบ O-NET ด้วย ส่วนที่มีโรงเรียนบางพื้นที่นำผลการสอบ O-NET ไปจัดอันดับโรงเรียนนั้น ก็เป็นไปได้ที่โรงเรียนจะนำข้อมูลรวมของนักเรียนที่ได้คะแนน 90% ซึ่งเกินครึ่งของคะแนนเฉลี่ยของทั้งประเทศ เป็นความภูมิใจและแข่งขันกัน ทำความดี ส่วนโรงเรียนที่คะแนนรวมยังไม่ถึง 90% ก็ต้องพยายามจัดการเรียนการสอนให้ดีขึ้น ดังนั้น การจัดสอบ O-NET จึงไม่น่าจะขัดกับประกาศของกระทรวงฯ หรือขัดกับกฏหมายข้อบังคับ เพราะถ้าโรงเรียนต่าง ๆไม่รู้สถานะของตัวเองว่าอยู่ตรงไหน ก็จะไม่พัฒนา ถ้าพัฒนาแล้วก็เป็นความดีความชอบของครู ผู้อำนวยการโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนได้ดีขึ้น ส่วนโรงเรียนที่มีการจัดติวให้กับนักเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบ O-NET นั้น ถ้ากฏหมายบอกว่าไม่บังคับ ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของโรงเรียน และนักเรียน ผู้ปกครอง และถ้าผู้ปกครองเข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องติวเพื่อให้นักเรียนเกิดความเครียด เมื่อถึงเวลาก็มาทดสอบเพื่อให้รู้ว่าตัวเองมีความรู้อยู่ในระดับใดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  และจะไม่มีผลระหว่างเด็กที่สอบกับไม่สอบ O-NET แต่อย่างใด  เพราะโรงเรียนให้เด็กเลือกเองว่าจะสอบหรือไม่สอบ เพราะไม่ได้มีการบังคับ” คุณหญิงกัลยา กล่าว 

ด้าน ผศ.ดร.ศิริดา ผอ.สทศ.กล่าวว่า สทศ.ได้ดำเนินการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564  ณ สนามสอบทั่วประเทศ   โดยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผู้มีสิทธิ์สอบ 535,210 คน (มีสนามสอบ 4,804 สนาม ห้องสอบ 24,138 ห้อง) นอกจากสอบด้วยเปเปอร์แล้ว ในปีนี้ สทศ. ได้ดำเนินการนำร่องการทดสอบด้วยระบบดิจิทัล (Digital Testing) ในการทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบ 102 คน ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 4 แห่ง

นอกจากนี้ สทศ. ได้นำรูปแบบข้อสอบอัตนัยมาใช้ในการทดสอบ O-NET วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้น ป. 6 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากการวิเคราะห์ผลการทดสอบและการตรวจกระดาษคำตอบอัตนัย วิชาภาษาไทย  พบว่า การสอบอัตนัยทำให้นักเรียนพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยงความคิด และนักเรียนยังได้ฝึกฝนการเขียน การจับประเด็น การสรุปความ การจับใจความสำคัญ รวมทั้งสามารถบูรณาการความคิดและสื่อสารออกมาในรูปแบบการเขียนด้วยภาษาของตนเองได้ ทั้งนี้ การสอบอัตนัย วิชาภาษาไทย ปีการศึกษา 2564 ของนักเรียนชั้น ป.6 มีข้อสอบอัตนัย จำนวน 2 ข้อ คิดเป็น 20 คะแนน ได้แก่ (1) การเขียนเรื่องจากภาพ (10 คะแนน) และ (2) การสรุปใจความสำคัญของบทอ่าน (10 คะแนน)  

ผอ.สทศ. กล่าวต่อว่า ในการบริหารการทดสอบ O-NET ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สทศ. ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้เข้าสอบเป็นสำคัญ นอกจากนี้ สทศ. ยังได้ออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในการทดสอบทางการศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยขอความร่วมมือให้ผู้เข้าสอบ บุคลากรประจำสนามสอบและผู้ที่อยู่ในบริเวณสนามสอบดำเนินการตามมาตรการป้องกันฯอย่างเคร่งครัด เช่น ทำความสะอาดสนามสอบ  มีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย จัดห้องสอบโดยเว้นระยะห่าง Social Distancing เป็นต้น

ทั้งนี้ สทศ. กำหนดประกาศผลสอบ O-NET ชั้น ป. 6 วันที่ 24 มีนาคม 2565 ทางเว็บไซต์ http://www.niets.or.th เพื่อให้นักเรียน โรงเรียน และต้นสังกัดได้นำผลการทดสอบ O-NET ไปวางแผนการจัดการศึกษา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รวมทั้งยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ดียิ่งขึ้น 

ขณะที่  ดร.พิเชษฐ์ ผอ.สพป.กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดสอบ  O-NET ของเขตพื้นที่ กทม. มีโรงเรียนที่ร่วมสอบครั้งนี้ จำนวน 45 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนในสังกัด สพป.กทม. 34 โรงเรียน มีผู้เข้าสอบ 2,304 คน, สังกัด อว.9 มีนักเรียนสอบ 954 คน ,โรงเรียนสังกัดสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ(สกศ.) 2 โรงเรียน มีนักเรียนเข้าสอบ 70 คน รวมจำนวนนักเรียนที่มีสิทธิ์สอบทั้งสิ้น  3,372 คน  โดยมี 31 สนามสอบ มีศูนย์ประสารการสอบ 5 ศูนย์ 

ส่วน ดร.พีรานุช ไชยพิเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนพญาไท กล่าวว่า ทางโรงเรียนพญาไท ได้ดำเนินการจัดสอบตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด  โดยโรงเรียนพญาไท มีนักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 194 คน มีนักเรียนที่แจ้งความประสงค์จะเข้าสอบ O-NET จำนวน 192 คน มาสอบจริง จำนวน 157 คน  โดยทางโรงเรียนได้จัดห้องสอบละ 25 คน จัดสอบทั้งหมดจำนวน 9 ห้อง และ 1 ห้อง จัดให้นักเรียนจำนวน 10 คน ที่มีความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 เพื่อเป็นการป้องกัน โดยทางโรงเรียนได้เตรียมดินสอ ยางลบใส่ถุงพลาสติกให้นักเรียนนำเข้าห้องสอบ และห้ามนำโทรศัพย์มือถือ และนาฬิกาดิจิทัลเข้าห้องสอบ ให้สวมแมทตลอดเวลา 

– 009 

มช.ชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการสรรหาและการหยั่งเสียงอธิการบดีฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634941

มช.ชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการสรรหาและการหยั่งเสียงอธิการบดีฯ

วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.35 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกระบวนการสรรหาและการหยั่งเสียงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีเนื้อหาดังนีี้

วาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต ดำรงตำแหน่งครบกำหนด 4 ปี 2 วาระ ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2565 และสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี เพื่อดำเนินการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  และได้เปิดรับสมัครผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี วาระการดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2565 – 2569  ระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ถึง วันที่ 5 มกราคม 2565  โดยเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 6 – 7 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดีกำหนดให้รายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้มาจาก 2 ทาง คือ 1) การสมัครของผู้ที่มีความสนใจ และ 2) การเสนอชื่อ ซึ่งมีผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาอธิการบดี จำนวนมากกว่า 20 คน

การสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีกระบวนการอย่างไร? กระบวนการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาโดยสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยของไทยส่วนใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน ประธานสภาพนักงาน นายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทคณาจารย์ประจำ กรรมการสภามหาวิทยาลัยประเภทพนักงานมหาวิทยาลัยที่มิใช่คณาจารย์ประจำ และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย รวมทั้งสิ้น 7 คน เรียกว่า “คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่”

คณะกรรมการสรรหาชุดนี้จะดำเนินการให้มีการเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี และรับสมัครบุคคลที่ประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดี เมื่อได้รายชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีจากการเสนอชื่อและการรับสมัครแล้ว คณะกรรมการสรรหาจะตรวจสอบและกลั่นกรองรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มีประวัติและผลงานดีไว้จำนวนไม่น้อยกว่าสามชื่อแล้วดำเนินการทาบทาบ ผู้ที่ตอบรับการทาบทามและผู้สมัครจะต้องนำเสนอวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดีให้เหลือจำนวนสองชื่อ ก่อนจะนำเสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต่อสภามหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ ในกรณีที่คณะกรรมการสรรหาเห็นว่าเมื่อได้มีการเสนอวิสัยทัศน์แล้วบุคคลใดมีความโดดเด่นเหนือกว่าผู้อื่นอย่างชัดเจน คณะกรรมการสรรหาอาจเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพียงชื่อเดียวก็ได้ จากนั้นสภามหาวิทยาลัยจะเชิญผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหามานำเสนอวิสัยทัศน์ต่อสภามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดีจำนวนหนึ่งชื่อ และนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป

เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิการบดีแล้ว สภามหาวิทยาลัยจะดำเนินการแต่งตั้ง “คณะกรรมการประเมินผลการบริหารงานของอธิการบดี” เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบการบริหารงานและภาวะความเป็นผู้นำของอธิการบดีว่ามีการบริหารงานเป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ โดยมีการประเมินผลจำนวน 2 ครั้งในวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี คือ รอบ 1 ปี 6 เดือน และรอบ 3 ปี แล้วรายงานผลการประเมินต่อที่ประชุมสภาฯ พิจารณาทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารงานของอธิการบดีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สภาฯ ได้กำหนดไว้ให้มากที่สุด

เพราะเหตุใดจึงไม่สามารถนำผลการหยั่งเสียงโดยประชาคม มช. มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ การหยั่งเสียง คือ รูปแบบการลงคะแนนเพื่อหาความนิยม ซึ่งมิได้เป็นเป้าประสงค์หลักของการสรรหาอธิการบดีที่มุ่งคัดหาผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นอกจากนี้ ผลจากความแตกแยกภายในองค์กรหลังจากการโจมตีระหว่างกันในกระบวนการหาเสียงเพื่อเรียกความนิยมในอดีตนั้น ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสรรหาอธิการบดีโดยไม่นำการหยั่งเสียงมาเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2546 ได้ระบุถึงร่างพระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการได้มาซึ่งอธิการบดีว่า “ต้องเป็นกระบวนการที่โปร่งใส ไม่ใช้การเลือกตั้ง แต่ให้ใช้วิธีการสรรหาตามข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัย” ประกอบกับมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ได้มีการปรึกษาหารือและได้กำหนดว่า “การหยั่งเสียงสามารถทำได้โดยสภาพนักงาน มช. หรือองค์กรอื่นที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่ใช่การดำเนินการของคณะกรรมการสรรหา และผลการหยั่งเสียงที่ได้ดังกล่าวไม่ให้นำมาเป็นเกณฑ์ชี้ขาดในการพิจารณา ทั้งในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและของสภามหาวิทยาลัย”

นักศึกษาจะสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการสรรหาครั้งนี้ได้อย่างไรบ้าง ในการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดรับฟังเสียงของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ของมหาวิทยาลัยผ่านเวทีของสภาพนักงานมหาวิทยาลัย เพื่อนำประเด็นต่าง ๆ ไปพิจารณาต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย

ข้อเท็จจริงการจัดการหยั่งเสียงเลือกอธิการบดี โดยสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่านระบบออนไลน์ จากการจัดการหยั่งเสียงเลือกอธิการบดี โดยสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ลงคะแนนทั้งหมด 1,375 คน ได้แก่ กลุ่มบุคลากรสายวิชาการ 80 คน กลุ่มบุคลากรสายสนับสนุน 58 คน กลุ่มนักศึกษา 1,237 คน และผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 12 คน  (0.87 % ของผู้มาหยั่งเสียง)

จะเห็นได้ว่าสัดส่วนผู้มาหยั่งเสียงมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนของนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยทั้งหมด ดังนั้น ผลการหยั่งเสียงในวันดังกล่าวจึงไม่สามารถนำมาเป็นความคิดเห็นส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยได้

‘ตรีนุช’คาดปลาย ก.พ. มีตัวเลขเด็กตกหล่นเข้าเรียน-รร.คุณภาพชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634597

‘ตรีนุช’คาดปลาย ก.พ. มีตัวเลขเด็กตกหล่นเข้าเรียน-รร.คุณภาพชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.04 น.

‘ตรีนุช’คาดปลาย ก.พ. มีตัวเลขเด็กตกหล่นเข้าเรียน-รร.คุณภาพชุมชน

10 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงผลการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อติดตามนโยบายการทำโรงเรียนคุณภาพชุมชน ว่า ได้ติดตามว่าขณะนี้มีการดำเนินการไปอย่างไร เนื่องจากจะมีการจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2565 ลงไปยังโรงเรียนคุณภาพชุมชนที่กำหนดไว้ว่าในปี 2565 จะต้องมีโรงเรียนคุณภาพชุมชน เขตพื้นที่การศึกษาละ 1 แห่งก่อน และในปี  2566 จะขยายโรงเรียนคุณภาพชุมชนเพิ่มขึ้น ดังนั้นที่ประชุมจึงมาดูกันว่าโรงเรียนคุณภาพชุมชนแต่ละแห่ง สามารถสร้างโรงเรียนเครือข่ายได้กี่โรงและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างไร 

สำหรับขณะนี้โรงเรียนคุณภาพชุมชนบางเขตพื้นที่การศึกษา ได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) กับโรงเรียนเครือข่ายไปบ้างแล้ว เริ่มจากให้มีการนำเด็กจากโรงเรียนเครือข่ายมาเรียนร่วมในโรงเรียนคุณภาพชุมชนร่วมกัน หรือบางแห่งมีการแบ่งเด็กบางชั้นมาก่อน เนื่องจากโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่ถึง 120 คน และมีครูไม่ครบชั้นเนื่องจากครูเกษียณ และศธ.มีมาตรการอยู่ก่อนหน้านั้นว่าหากครูเกษียณจะยังไม่มีการบรรจุครูให้กับโรงเรียนในกลุ่มที่มีเด็กไม่ถึง 120 คน จึงขอให้ครูทำความเข้าใจกับชุมชนในการแบ่งเด็กมาอยู่ในโรงเรียนคุณภาพ                  

“ศธ.ทราบดีว่ามีความเปาะบางในหลาย ๆเรื่อง ทั้งเรื่องความเชื่อมั่นของชุมชน และเรื่องค่ารถในการเดินทางมาเรียนของเด็ก ศธ.จึงมอบให้ ทีมผู้ตรวจราชการ ศธ.  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน ทำความเข้าใจกับชุมชน ผู้นำชุมชนให้ได้มากที่สุดถึงรูปแบบของโรงเรียนคุณภาพชุมชนที่ผู้ปกครองอยากเห็น และให้สำรวจว่าที่ใดมีความต้องการค่ารถในการเดินทางของเด็กหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทราบว่ามีบางหมู่บ้านจัดรถรับส่งนักเรียนให้โดยมีผู้นำชุมชนมาช่วยดูแล” รมว.ศธ. กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ปลายเดือน ก.พ.นี้ ศธ.จะเริ่มเห็นตัวเลขที่ชัดเจนจากการปักหมุดติดตามค้นหาเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษามาได้จำนวนเท่าใด เพื่อให้มีเวลาเตรียมพร้อมก่อนเปิดเทอมในช่วงเดือน พ.ค.นี้ และจะเริ่มเห็นโรงเรียนเครือข่ายที่มาร่วมโครงการโรงเรียนคุณภาพชุมชนชัดเจนขึ้นด้วย ซึ่งโครงการต่างๆนี้ นอกจากเด็กจะได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพแล้ว ตนได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาหลักเกณฑ์ในการส่งเสริมความก้าวหน้าให้กับคุณครูด้วย  ซึ่งโรงเรียนคุณภาพชุมชน ไม่ใช่เพียงจัดสรรงบลงไปให้  เพราะมีความคาดหวังว่าทำอย่างไรจะให้โรงเรียนคุณภาพไม่ใช่แค่บ้านสวย แต่ต้องมีคุณภาพ เนื้อหาขบวนการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพ และโรงเรียนมีความปลอดภัย  จึงต้องมีขบวนการคัดครู และผอ.โรงเรียนที่มีคุณภาพเข้ามาดูแลด้วย

นักศึกษา ป.โทออนไลน์‘TUXSA’เรียนจบ ผ่านความเห็นชอบหลักสูตรจาก อว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634394

นักศึกษา ป.โทออนไลน์‘TUXSA’เรียนจบ  ผ่านความเห็นชอบหลักสูตรจาก อว.

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ร่วมกับ SkillLane ก่อตั้ง TUXSAเพราะต้องการขยายโอกาสทางการศึกษาให้คนไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเวลาและสถานที่ ความสำเร็จของ TUXSA สะท้อนให้เห็นว่าปริญญาโทออนไลน์เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับคนไทยอย่างแท้จริง อีกทั้งยังตอบโจทย์แนวทางการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันอีกด้วย”

รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวเสริมว่า เราสร้างหลักสูตรนี้ให้ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต โดยมีความเข้มข้นระดับสูงทั้งในด้านเนื้อหา อาจารย์ผู้สอน และวิธีการเรียนการสอน ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่ามหาบัณฑิตจากหลักสูตรนี้ จะมีทักษะแห่งอนาคตที่เหมาะสมกับปริญญาโทจากหลักสูตรออนไลน์แรกของเราที่มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับปริญญาโทตามเกณฑ์มาตรฐานของ อว. เช่นเดียวกับหลักสูตรอื่นๆ ของมธ.

“เรามั่นใจว่าหลักสูตรออนไลน์นี้รวมทั้งอีกสามหลักสูตรที่กำลังดำเนินการภายใต้โครงการ TUXSA จะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากผู้เรียนในวงกว้าง เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และวิถีเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่และถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่จะช่วยสร้างเสริม และยกระดับทักษะด้านนวัตกรรม และการจัดการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคต”

นายฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกิลเลนเอดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า การเรียนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้ชีวิตของผู้เรียนดีขึ้น เพราะช่วยให้พวกเขาได้เรียนในจังหวะที่เหมาะกับตัวเองรวมถึงได้เรียนสิ่งที่สนใจและตอบโจทย์ตลาดงานปัจจุบันซึ่งต้องการทักษะใหม่ๆ โดยเราเชื่อว่าการรวมพลังเทคโนโลยีกับการศึกษาเข้าด้วยกันจะมีส่วนช่วยพัฒนาการศึกษาขึ้นไปได้อีกมากสำหรับวันนี้และอนาคต” 

TUXSA คือหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ SkillLaneซึ่งเปิดตัวในปี 2562 โดยเป็นการเรียนในแบบ Self-Paced Online Master’sDegree แห่งแรกของไทย ปัจจุบันมียอดรวมผู้ลงทะเบียนเรียนแบบเก็บหน่วยกิตจำนวน 3,087 คน และแบบไม่เก็บหน่วยกิตเป็นจำนวน11,716 คน

ผลงานศิลปะนักศึกษา NFT ศรีปทุม โชว์ ออฟไลน์ใน ‘NFT ART FESTIVAL 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634392

ผลงานศิลปะนักศึกษา NFT ศรีปทุม โชว์  ออฟไลน์ใน ‘NFT ART FESTIVAL 2022’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผลงานศิลปะ NFT ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงในงานBANGKOK NFT ART FESTIVAL 2022 เป็นของนางสาวกิ่งกาญจนาธีวรางกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาการออกแบบกราฟิก คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม โปรเจกท์นี้จัดขึ้นโดยร่วมมือระหว่างบริษัทสื่อโฆษณานอกบ้านที่มีความหลากหลายที่สุดในประเทศไทย พร้อมด้วยบริษัทสร้างสรรค์คอนเทนต์ และบริษัทแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล โดยโปรเจกท์นี้เป็นการผสมผสานโลก “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” ที่ดีที่สุดผ่านงานศิลปะ NFT จากศิลปินที่มีผลงานโดดเด่น ให้ได้แสดงผลงานต่อผู้ชมในวงกว้างโดยผ่านเครือข่ายสื่อนอกบ้านที่ใหญ่ที่สุดมาก มีศิลปินชื่อดังระดับโลก อาทิ Seerlight, Misang และ Mark Constantine Inducil, ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียง อาทิ Linecensor, Pondering, 3land, Iputsa, PUCK และศิลปินที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนมากรวมไปถึงกลุ่มผู้สะสมงานศิลปะ NFT ทั่วโลก ร่วมนำภาพสะสมมาขึ้นแสดงบนจอดิจิทัล

โปรเจกท์นี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่ม NFT and Crypto Art Thailand ในการโปรโมทและร่วมคัดเลือกผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ของไทย รวมผลงานมากถึง 350 ผลงาน จากศิลปินกว่า 250 คน ที่จะมาโชว์สีสันบนจอดิจิทัลด้วย Outdoor artgallery ตลอด 1 เดือน ทั้งนี้ สามารถรับชมผลงานศิลปะ NFT ได้ทุกวันผ่านจอดิจิทัลทั่วประเทศ อาทิ Panoramix@Central World จอดิจิทัลขนาดใหญ่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์,Parc Paragon The 90 Degree & Interchange 21 จอบริเวณหน้าศูนย์การค้า สยามพารากอน และจอบริเวณแยกอโศกมนตรี, Emporium&Emquartier จอบริเวณหน้าศูนย์การค้า Emporium&Emquartier จอบริเวณหน้าศูนย์การค้า Emporium&Emquartierและเครือข่ายจอดิจิทัลรวมกว่า 900 จอ

รร.ขุนไกรพิทยาคม รับโล่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634387

รร.ขุนไกรพิทยาคม รับโล่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชัชวาลย์  อ่ำเทศ ผู้อำนวยการโรงเรียนขุนไกรพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) นำนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6จำนวน 10  คน  เข้าประกวดการกล่าวคำอาราธนาและถวายทานในพุทธศาสนพิธี ผ่านระบบออนไลน์ และทางโรงเรียนได้รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  

การจัดประกวดการกล่าวคำอาราธนาและถวายทานในพุทธศาสนพิธี ในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ในงานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ปีที่ 5 จัดโดย สำนักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กิจกรรมการประกวดครั้งนี้ มีโรงเรียนตัวแทนเข้าร่วมจากเขตการปกครองคณะสงฆ์ 18 ภาค 77 จังหวัดทั่วประเทศ การประกวดมีจำนวน 5 รายการ คือ การสวดมนต์หมู่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ การกล่าวคำอาราธนาและถวายทานในพระพุทธศาสนาพิธี การบรรยายธรรม การถกวาที (วาจาสุภาษิต) และการประกวดโครงงานคุณธรรม เมื่อกันยายน 2564 ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นักเรียนสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา คว้ารางวัลชนะเลิศประกวดดนตรีไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634395

นักเรียนสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา  คว้ารางวัลชนะเลิศประกวดดนตรีไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สองนักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สร้างชื่อคว้ารางวัลชะเลิศการประกวดดนตรีไทย จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน และหลักสูตรระยะสั้น“ระดับภาคตะวันออก” ประจำปีการศึกษา 2564

เมื่อเร็วๆ นี้ นายณัชกฤช รุ่งโรจน์ นักเรียนสาขาวิชาการสร้างเครื่องดนตรีไทย ชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา คว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับเหรียญทอง“การประกวดดนตรีไทยประเภทเดี่ยว ระนาดเอก(ไม้แข็ง)” และ นายสรชา ธีระกุลพิศุทธิ์ นักเรียนสาขาวิชาการสร้างเครื่องดนตรีไทย ชั้นปีที่ 3 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา คว้ารางวัลชนะเลิศ ระดับเหรียญทอง“การประกวดดนตรีไทยประเภทเดี่ยว (จะเข้)” จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ทักษะพื้นฐาน และหลักสูตรระยะสั้น“ระดับภาคตะวันออก” ประจำปีการศึกษา 2564ในงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย อาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา

มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์จัด Big Day 2022 ฉลองดำเนินงานครบรอบ 7 ปีออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634390

มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์จัด Big Day 2022  ฉลองดำเนินงานครบรอบ 7 ปีออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสรวิศ ไพบูลย์รัตนากร รองประธานกรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ เปิดเผยถึงคอนเซ็ปต์ของการจัดงานของมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School Foundation) ฉลองครบรอบ 7 ปี โดยจัดงาน BIG DAY 2022 ในคอนเซ็ปต์ “7th Anniversary : Make Your Own Magic with Saturday School” ในวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 และวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถ่ายทอดสดออนไลน์จากเพจเฟซบุ๊ค ในครั้งนี้ว่า “คอนเซ็ปต์ของการจัดงาน BIG DAY 2022” เกิดจากทางมูลนิธิอยากเชิญชวนทุกคนร่วมฉลองไปกับความสำเร็จตลอด 7 ปี ของมูลนิธิในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะเยาวชนไทยให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนภายนอกได้เกิดไอเดียในการพัฒนาการศึกษาในสังคมของตนเอง”

“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าโครงการต่างๆ ที่เราสร้างพื้นที่การเรียนรู้ขึ้นมานั้น สามารถช่วยปลุกศักยภาพของเยาวชนขึ้นมาได้ และศักยภาพเหล่านั้นก็มีความพิเศษและแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคล จึงเป็นที่มาของคำว่า “Make Your Own Magic with Saturday School” เพราะภายในงานวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ จะได้พบกับผลงานของเยาวชนภายใต้โครงการของมูลนิธิประกอบไปด้วย โครงการ Saturday School Season 10.5 และโครงการ Saturday School Student Support 4.5 The Navigator ซึ่งมีผลงานอาทิ ช่วยเหลือและพัฒนาชุมชน, การทำธุรกิจออนไลน์,การสื่อสาร หรือแม้กระทั่งการวาดลวดลายสร้างสรรค์เมนูอาหารในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พบกับการเสวนาด้านการศึกษาโดยมีผู้ร่วมงานจากมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ทั้งฝั่ง local และ international, ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ, องค์กรด้านการศึกษาที่น่าสนใจ ตลอดจนกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมเสวนากัน