แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ขอให้รัฐบาลเชื่อในพลังของประชาชนที่เสนอกฎหมาย เขาคิดรอบคอบ สภาฯช่วยเกลาอย่างดีให้มั่นใจ ไม่ใช่ให้ผ่านเฉพาะกฎหมายราชการเท่านั้น ทั้งนี้ ร่างกฎหมายของภาคประชาชนสำคัญ เพราะเข้าใจปัญหาสังคมที่แท้จริง”

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

สส.บัญชีรายชื่อ

พรรครวมไทยสร้างชาติ

กกร.ตามรุกซ้ำ เสนอก.ม.แก้รับสินบน

กกร.ตามรุกซ้ำ เสนอก.ม.แก้รับสินบน

กกร.ตามรุกซ้ำ เสนอก.ม.แก้รับสินบน

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.


กกร.ตามรุกซ้ำ
เสนอก.ม.แก้รับสินบน

ยังเดือดต่อเนื่องสินบนในหน่วยงานรัฐ กกร. จ่อเสนอกฎหมาย แก้คอร์รัปชัน จี้ 4 หน่วยงานต้นแบบโปร่งใส คลัง-มท.-เกษตรฯ-กทม.

วันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการนำคณะทำงานจาก 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สถาบันเพื่อการยุติธรรม (TIJ) และนักวิชาการจาก TDRI เข้าหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และผลักดันการปฏิรูปกฎหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยข้อเสนอ “3 เสาหลัก” สู่ความโปร่งใส

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์และคณะทำงาน Zero Corruption ได้นำเสนอ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.ประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็น “วาระแห่งชาติ” เสนอจัดตั้ง“คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ” โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมเฝ้าระวังและผลักดันจริยธรรมให้เกิดขึ้นจริง
2. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเปิดข้อมูลภาครัฐ เสนอใช้ Dashboard ติดตามการใช้งบประมาณ และระบบสะพานแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเน้นเรื่อง การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
3. ยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง / กระทรวงมหาดไทย /กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ / และกรุงเทพมหานคร โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-Government Procurement และมีระบบรับฟังเสียงประชาชน (Citizen Feedback)

นอกจากนี้ คณะทำงานฯ ยังเสนอแผน “Reinvent Thailand” เพื่อแก้ไขกฎหมายล้าสมัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจใน อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ตอบรับข้อเสนอ พร้อมระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต โดยเฉพาะการปิดช่องว่างทางกฎหมายที่เอื้อต่อการเรียกรับสินบน และกล่าวต่อว่า จะนำประเด็นข้อเสนอที่ได้ เสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในวันนี้

ก้าวต่อไปของ Zero Corruption ในช่วงท้ายของการหารือ จะได้มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กกร. ในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยจะเน้นประเด็นที่สร้างประโยชน์แก่รายย่อยและภาคประชาชน พร้อมเตรียมนำข้อเสนอที่สรุปชัดเจนแล้ว กลับมาหารือกับรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 นัดส่งวันที่ 10 มิถุนายน ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“เราต้องช่วยกันสร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีความเชื่อมั่น ประเทศก็เดินหน้าต่อไม่ได้

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีภาคเอกชน เป็นห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์

“ผมยืนยันได้เลยว่า ในรัฐบาลชุดนี้ ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปราม ด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน”

เมื่อถามว่ากรณี กกร.จัดอันดับ 10หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนี ที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึกหรือการทำแบบสอบถาม หรือทำโพล ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ ก็ไม่ได้จบ แค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผลเห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลายที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อน อาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์มีคนมาขอ ก่อนจะย้อนถามว่า สมัยนี้มีคนมาขอเคลียร์หรือไม่ 

“ส่วนตัวก็เชื่อว่ามี แต่เคลียร์ไม่ได้ เพราะนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน ใช้หลักปิดชื่อถือพฤติกรรม ใครที่มีพฤติกรรมผิดกฎหมาย ก็จะไม่ดูชื่อ ถือพฤติกรรมดำเนินคดีทุกอย่าง ดำเนินการตามพฤติกรรม จึงทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ที่เป็นต้นทางของการคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่ามีคนเหล่านี้ที่กระทำความผิดได้ เพราะมีการเอาของไปกำนัล ให้กับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง บางคนเอาที่ดินไปให้ เอาอามิสสินจ้างไปให้ แต่พอรัฐบาลมีความจริงจังใช้กฎหมายที่มี ตรงไหนมีปัญหาก็ตั้งกรรมการสอบ โยกย้ายออกนอกพื้นที่และดำเนินคดี ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปทิศทางที่ดี”

เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง

“หากเรากล้าที่จะบอก ว่าคุณทำผิดคุณโกงคุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อม ที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวาน ที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชัน ว่ามาจากไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้นจะนำไปวัด ว่าเป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาป ที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราบาป แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องแก้ไข จะต้องไม่มีเรื่องพวกนี้ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่กล้าแสดงตัว จะเข้าร่วมกับ OECD ประกาศความพร้อม เป็นศัตรูกับคอร์รัปชันและการกระทำที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลทำหมดแล้ว ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ ในปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข้มข้นมากมาย หากรัฐบาลให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปราบปรามเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องการกระทำผิดกฎหมาย ทุกอย่างต้องหมดไป

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

หลังจากนั้น คลังเขต 7 เชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้คิดคำนวณบำเหน็จรายเดือนตามระยะเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ออกหนังสือรับรองดังกล่าว ปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับบำเหน็จรายเดือนเพิ่มเติมเป็นเงิน 3,665 บาทต่อเดือน ดังนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงต้องดำเนินการอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายบำเหน็จรายเดือนเพิ่มเติมให้แก่ผู้ฟ้องคดีในอัตราเดือนละ 3,665 บาท ทั้งนี้ตามข้อ 4 ของระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อร.48/2566)

(4) เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยให้มีผลย้อนหลังไปเช่นนี้ จะเกิดผลประการใดบ้าง

เรื่องนี้ เริ่มจากกรมชลประทาน (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระคืนเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ฟ้องคดีสืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ได้มีมติว่าการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้มีคำสั่งจังหวัดสระบุรีที่ 626/2554 ลงวันที่ 8 เมษายน 2554 ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการ คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในเบื้องต้นว่า คำสั่งลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เรื่องนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ก่อนการพิจารณาคดีของศาลปกครองชั้นต้นในคดีนี้ ผู้ถูกฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนต่อศาลปกครองชั้นต้นเป็นคดีหมายเลขดำที่ 844/2555 หมายเลขแดงที่ 2650/2558 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งจังหวัดสระบุรีที่ 626/2554 ลงวันที่ 8 เมษายน 2554 ที่ลงโทษไล่ผู้ถูกฟ้องคดีออกจากราชการและคำวินิจฉัยของ อ.ก.พ.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่วินิจฉัยยกอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

สิริพงศ์ สั่งตรวจสอบ กล่องดำ หาสาเหตุรถไฟชนรถเมล์

สิริพงศ์ สั่งตรวจสอบ กล่องดำ หาสาเหตุรถไฟชนรถเมล์

สิริพงศ์ สั่งตรวจสอบ กล่องดำ หาสาเหตุรถไฟชนรถเมล์

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.08 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ติดตามอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ กรณีขบวนรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ก่อนกวาดชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของผู้สัญจรบนท้องถนนพังยับเยิน จนเกิดเพลิงลุกไหม้ท่วมวอดทั้งคัน โดยเหตุเกิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานครว่า ตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ มีผู้เสียชีวิตยืนยันทั้งหมด 8 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคล ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดตัวเลขพุ่งสูงถึงประมาณ 32 คน กระจายตัวรักษาตัวอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งทางกระทรวงกำลังติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า  ในเวลานี้เรายืนยันได้คือ มี 8 ชีวิตที่เสียชีวิตอยู่ภายในรถเมล์ ส่วนกรณีของผู้บาดเจ็บมีหลายลักษณะ บางกรณีกู้ภัยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที บางกรณีมีประชาชนพลเมืองดีพบเห็นก็นำส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเอง ดังนั้น จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมด 32 รายนั้น เป็นผู้โดยสารที่อยู่บนรถโดยสารทั้งหมดหรือไม่

เมื่อผู้สื่อข่าวจี้ถามถึงประเด็นสำคัญว่า ทำไมไม้กั้นทางรถไฟถึงไม่ตีลงมาเพื่อกั้นรถยนต์” นายสิริพงศ์ ได้ชี้แจงถึงระบบการทำงานว่า โดยปกติแล้วไม้กั้นจะต้องพาดลงมาปิดทาง จากนั้นระบบจึงจะทำการส่งสัญญาณไฟให้ขบวนรถไฟแล่นผ่านไปได้ หากไม้กั้นไม่ลงมาและไม่มีสัญญาณไฟให้รถไฟผ่าน ขบวนรถไฟก็จะไม่สามารถวิ่งผ่านจุดตัดนี้ได้ ทว่าในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เราเห็นประจักษ์ชัดเจนว่าไม้กั้นไม่สามารถพาดลงมาได้

รมช.คมนาคม ย้ำว่า สำหรับสาเหตุที่ว่าทำไมขบวนรถไฟถึงไม่เบรก หรือเบรกไม่ทันจนพุ่งชนอย่างรุนแรงนั้น ในตอนนี้ได้สั่งการให้ทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งนำ “กล่องดำ” ของขบวนรถไฟไปตรวจสอบด่วนที่สุด เพื่อไปดูพฤติกรรมและประวัติการขับขี่ของคนขับรถไฟในขณะเกิดเหตุ ซึ่งสาเหตุและข้อเท็จจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผยให้สังคมรับทราบในภายหลังอย่างแน่นอน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! รถไฟชนรถประจำทาง ไฟลุกท่วมใกล้แยกพระราม 9 เลี่ยงเส้นทางอโศก-ดินแดง

นายกฯ อนุทิน เปิดงาน ฮักบั้งไฟพุเตย 2569 ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม

นายกฯ อนุทิน เปิดงาน ฮักบั้งไฟพุเตย 2569 ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม

นายกฯ อนุทิน เปิดงาน ฮักบั้งไฟพุเตย 2569 ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.59 น.

นายกฯ “อนุทิน” เปิดงาน “ฮักบั้งไฟพุเตย 2569” ชื่นชมพลังชุมชนสืบสานวัฒนธรรม หนุนต่อยอดท่องเที่ยว–ซอฟต์พาวเวอร์ท้องถิ่น

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 19.30 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “ประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569” ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์  ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น  ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานจำนวนมาก

เมื่อเดินทางถึงบริเวณพิธี นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้นนายกรัฐมนตรีรับชมการแสดงต้อนรับจากนางรำจำนวน 16 ขบวน ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและงดงามตามประเพณีท้องถิ่น พร้อมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การประกวดผู้ถือป้าย การประกวดการละเล่นพื้นบ้าน (วิถีไทย) การประกวดขบวนรถบั้งไฟ การประกวดขบวนรำ และการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ประจำปี 2569

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้อัญเชิญถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้นสู่แท่นรับรางวัล เพื่อมอบแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ประจำปี 2569 ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลพุเตย 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมการสืบสานประเพณีที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานกว่า 25 ปี สะท้อนพลังความร่วมมือ ความอบอุ่น และความภาคภูมิใจของคนในชุมชนที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่าไว้ได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมแสดงความยินดีกับทุกทีมที่ได้รับรางวัลการประกวดขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม รวมถึงทีมที่ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจของชาวพุเตยและชาวเพชรบูรณ์ พร้อมย้ำว่า ทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการร่วมกันสืบสานและรักษาประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นไว้ให้คงอยู่ต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดทำขบวนบั้งไฟแต่ละขบวนสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี และแรงสนับสนุนจากคนในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้งานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตยยังคงมีเอกลักษณ์และได้รับความสนใจเช่นทุกวันนี้ โดยสิ่งเหล่านี้คือ เสน่ห์ของประเทศไทย แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด แต่ความอบอุ่นของชุมชนและวัฒนธรรมยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยน่าอยู่และมีเอกลักษณ์

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งช่วยเผยแพร่ของดีจังหวัดเพชรบูรณ์ ทั้งมะขามหวาน ไก่ย่างวิเชียรบุรี และสินค้า OTOP ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น ไม่ใช่เพียงความสนุกสนานของงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประเพณีนี้ช่วยสร้างโอกาสและรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย เชื่อมั่นว่า “ฮักบั้งไฟพุเตย” จะสามารถพัฒนาเป็นงานประเพณีสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยการแตะลูกบอลไฮดรอลิกสีดำ ท่ามกลางเอฟเฟกต์แสง สี เสียง สร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานในบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเองของประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก

ดร.โจ พา สส.ปชน. รุดดูพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ชี้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

ดร.โจ พา สส.ปชน. รุดดูพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ชี้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

ดร.โจ พา สส.ปชน. รุดดูพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ชี้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.21 น.

‘ชัยวัฒน์’ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย ‘เสกสิทธิ์’ สส. กรุงเทพฯ รุดติดตามสถานการณ์รถไฟชนรถเมล์ สส. กทม.- สก. พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ 

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน พร้อมด้วยเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส. กรุงเทพฯ เขต 2 พรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์รถไฟชนรถประจำทาง บริเวณ ถ. อโศก-ดินแดน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี แยกพระราม 9 – แยกอโศกเพชร บริเวณทางรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บและสียชีวิต

โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นผู้สัญจรบนถนนทั่วไป แต่กลับต้องมาสูญเสียจากเหตุที่สามารถป้องกันได้ ตนขอแสดงความเสียใจและความห่วงใยไปยังครอบครัวผู้สูญเสียและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย 

ตนยืนยันว่าผู้ใช้รถในเส้นทางนี้ต่างทราบดีว่าบริเวณนี้มีความเสี่ยงอุบัติเหตุ การจราจรติดขัด ทำให้รถไฟต้องจอดรอบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดจริงจังในการแก้ไขหรือเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัย จนกระทั่งเกิดเหตุที่มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากนี้ ชัยวัฒน์ย้ำว่า หากยังไม่มีหน่วยงานใดจริงจังในการจัดการจราจรในหลายจุดเสี่ยง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ควรแอคทีฟในการเเป็นเจ้าภาพ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสำรวจจุดเสี่ยงทั่วเมือง และกำหนดมาตรการจัดระเบียบการจราจร ติดตั้งอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก เพราะความปลอดภัยในการเดินทางบนท้องถนนคือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ด้านนายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สส. กรุงเทพฯ เขต 2 พรรคประชาชน กล่าวเสริมว่าพื้นที่บริเวณนี้อยู่บริเวณเขตราชเทวีและมีความเสี่ยงเดิมอยู่ก่อนหน้าแล้ว เนื่องจากมีจราจรติดขัดอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ถนนเส้นถัดไปเป็นเส้นราชปรารภที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีจราจรติดขัดอย่างหนัก . บ่อยครั้งที่เราเห็นคลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นรถไฟต้องหยุดเดินทางเพื่อให้รถโดยสารในทางข้ามรถไฟเคลื่อนไปก่อน ก่อนหน้านี้ สส. เขต จากพรรคประชาชนได้มีความพยายามยื่นหนังสือและประสานหน่วยงานต่างๆ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม รฟม. และ สน. ในพื้นที่ให้มีการดูแลจัดการเรื่องจราจร ซึ่งอยู่ในระหว่างกระบวนการที่ออกแบบร่วมกันที่จะจัดการจราจรในเส้นถนนเหล่านี้ที่มีแนวโน้มการจราจรติดขัดค่อนข้างนานจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ว่าเราจะหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไร อีกส่วนหนึ่งก็จะเร่งหาทางออกแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งระบบติดตามไม้กั้น เช่น ถ้ามีรถอยู่บนเส้นทางรถไฟ ต้องมีการส่งสัญญาณตรวจจับให้รถไฟชะลอก่อน ต้องมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้ว

นายเสกสิทธิ์ กล่าวเสริมว่าทางพรรคประชาชนได้พยายามผลักดัน พระราชบัญญัติกรุงเทพมหนาครฯ ขึ้นมา ซึ่งประเด็นปัญหาการจราจรนั้น ส่วนหนึ่งมาจากอำนาจในการจัดการจราจรยังกระจัดกระจายอยู่ ไม่ได้อยู่ในมือของกรุงเทพฯ โดยตรง เราพยายามผลักดันพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานครขึ้นมาเพื่อทำให้อำนาจในการจัดการจราจรสามารถจัดการได้หน่วยงานเดียว ไม่จำเป็นต้องพิจารณาขอเวลาประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะยิ่งทำให้กระบวนการดังกล่าวซับซ้อนและใช้เวลามากขึ้น 
 

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็น องคมนตรี

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็น องคมนตรี

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็น องคมนตรี

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.47 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศเรื่้อง แต่งตั้งองคมนตรี 

ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายศุภทัย ภู่งาม เป็น องคมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 6 ธันวาคม 2569 นั้น ต่อมา นายศุภชัย ภู่งาม ได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ และทรงพระราชดำริ เห็นเป็นการสมควรแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 14 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็น องคมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

อนุชา รุดลงพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ใกล้แยกพระราม9-ถ.อโศกเพชร พร้อมประสานช่วยเหลือ

อนุชา รุดลงพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ใกล้แยกพระราม9-ถ.อโศกเพชร พร้อมประสานช่วยเหลือ

อนุชา รุดลงพื้นที่รถไฟชนรถเมล์ ใกล้แยกพระราม9-ถ.อโศกเพชร พร้อมประสานช่วยเหลือ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569  เวลา 17.00 น.  นายอนุชา บูรพชัยศรี (เจมส์) ผู้ลงชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางสาวทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ผู้ลงสมัคร สก. เขตราชเทวีของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รุดลงพื้นที่เกิดเหตุ รถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ชนกับรถเมล์โดยสารจนเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน โดยมีผู้เสียชีวิตภายในรถเมล์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และรถเสียหายจำนวนหลายคัน บริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้แยกพระราม9-ถ.อโศกเพชร

โดย “เจมส์” อนุชา กล่าวขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุใหญ่ในครั้งนี้  พร้อมกับย้ำว่า หลังทราบข่าว ตนและผู้สมัคร สก. เขตราชเทวี จึงรีบมายังที่เกิดเหตุ เพื่อมาติดตามสาเหตุ และความเสียหายทันที หากมีเรื่องไหนที่ตนจะสามารถช่วยประสานได้ก็ยินดี

นายกฯ บินกลับกทม. ค่ำนี้ ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง

นายกฯ บินกลับกทม. ค่ำนี้  ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง

นายกฯ บินกลับกทม. ค่ำนี้ ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์กลางกรุง

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.58 น.

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เยี่ยมชม “เขาคลังนอก” หนึ่งในโบราณสถานสำคัญของแหล่งมรดกโลกศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

ระหว่างการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานเหตุรถไฟบรรทุกตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ชนกับรถโดยสารประจำทาง จนเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล และตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แล้ว ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บ โดยสั่งการให้โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และโรงพยาบาลราชวิถี เตรียมศักยภาพรองรับทั้งห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้อง ICU และ Burn Unit พร้อมสำรองโลหิตอย่างเพียงพอ

เบื้องต้น โรงพยาบาลราชวิถีรับผู้บาดเจ็บอาการสีแดง 2 ราย และสีเหลือง 5 ราย ส่วนกรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่หรือแชร์ภาพผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ด้วย

ภายหลังการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นประธานเปิดงานประเพณี “ฮักบั้งไฟพุเตย” ประจำปี 2569 ต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานว่า  ภายหลังเวลา 18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ประจำปี 2569 ที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เสร็จสิ้นนายกฯจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ และจะเดินทางไปตรวจดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถประจำทาง อัดกับตอม่อเสาทางด่วน บริเวณ ถ.อโศกดินแดง แยกพระราม 9-แยกอโศกเพชร บริเวณทางรถไฟมักกะสัน ภายหลังมีผู้บาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต ซึ่งคาดว่านายกฯจะเดินทางถึงจุดเกิดเหตุในเวลา20.00 น.-21.00 น. ของวันเดียวกันนี้

นายกฯ ควงภริยา เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมรดกโลก ก่อนสวมบทพ่อค้าตักไอศกรีมแจกเด็กๆ

นายกฯ ควงภริยา เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมรดกโลก ก่อนสวมบทพ่อค้าตักไอศกรีมแจกเด็กๆ

นายกฯ ควงภริยา เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมรดกโลก ก่อนสวมบทพ่อค้าตักไอศกรีมแจกเด็กๆ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.07 น.

นายกฯ ควง ภริยาพร้อมคณะลงพื้นที่เพชรบูรณ์ เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพมรดกโลกพร้อมพบปะประชาชน ก่อนเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย มุ่งผลักดันท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับแลนมาร์คสำคัญของไทยสู่หมุดหมายสากล

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่ จ.เพชรบูรณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (มรดกโลก) ติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรม รวมถึงพบปะประชาชน โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ร่วมลงพื้นที่ ณ ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ

โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางสักการะศาลเจ้าพ่อศรีเทพ จากนั้นโดยสารรถรางของอุทยาน เข้าเยี่ยมชมภายในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่อุทยาน เดินชมปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง เขาคลังใน และเดินทางต่อไปยังโบราณสถานเขาคลังนอก เพื่อพบปะประชาชนชาวศรีเทพ 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นั่งรถไอศครีม และตักไอศครีมให้เด็กๆที่มารอต้อนรับด้วยตัวเองก่อนเดินทางไปเปิดงานประเพณีฮักบั้งไฟพุเตย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลพุเตยในช่วงเย็นวันนี้