พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

‘ณัฐชา’ ส่งแลป สวทช. ตรวจปลากระป๋องไม่ตรงปกพิสูจน์ดีเอ็นเอหลังข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบปลากระป๋อง ว่า ได้มีการส่งตัวอย่างปลากระป๋อง ที่เก็บมาจากท้องตลาด จำนวน 2 กระป๋อง 2 ยี่ห้อ ส่งไปตรวจทางห้องแลป ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพิสูจน์สายพันธ์ปลาที่นำมาทำปลากระป๋องว่าเป็นปลานิล หรือปลาชนิดอื่น ซึ่งผลยังไม่ออก จริง ๆ มีการประสานไปยังแลปมหาวิทยาลัยเพื่อส่งตรวจด้วย แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถตรวจได้ เนื่องจากปลากระป๋องผ่านการต้มมาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบจากแลป สวทช.ออกมาจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ปรากฏว่ามีปลากระป๋องที่ใช้ใช้ปลาชนิดอื่นมาเป็นวัตถุดิบ แต่เขียนฉลากอาหารว่าผลิตจากปลาซาดีน หรือ หรือปลาแมคเคอเรล ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือว่าเข้าข่ายเป็นอาหารปลอม อย่างไรก็ตาม ต่อมามีการนำตัวอย่างไปตรวจสอบ ที่กรมประมง ผลการตรวจสอบรายงานว่าปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบนั้นคือปลานิล แต่ยังมีนักวิชาการบางส่วน รวมถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ยังมีข้อสงสัยว่าเป็นปลานิลจริงหรือไม่ จึงได้เก็บตัวอย่างปลากระป๋อง และส่งตรวจในห้องแลป เป็นการตรวจสอบคู่ขนานอีกทางหนึ่ง.

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

นายกฯ ตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.19 น.

นายกฯ ลงนามคำสั่งตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าพูดคุยสันติสุขฯ ให้อำนาจคุยผู้เห็นต่าง -ประสานผู้อำนวยความสะดวกต่างประเทศ 

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 148/2569 เรื่อง แต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้นโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 โดยมุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในการเสริมสร้างความมั่นคง ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยืน เพื่อให้การขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่องอันเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดเหตุรุนแรง และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาศัยอำนาจตามมาตรา 11(6)และ (5) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้แต่งตั้งนายฐนัตถ์ สุวรรณานท์ เป็นหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Chief of Peace Dialogue” 

ข้อ 2 ให้หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดขายแดนภาคใต้ มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(1) ดำเนินการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุ
รุนแรงตามนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี กำหนด 

(2) ประเมินและวิเคราะห์ท่าทีและทัศนคติของกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรงรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาตกลงใจเชิงนโยบายต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

(3) ประสานงานกับผู้อำนวยความสะดวกในกระบวนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ หรือหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน หรือบุคคลในต่างประเทศ

(4) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน ตลอดจนที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ
หรือมอบหมายบุคคลได้ตามความเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วให้รายงานต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีทราบ

(5) รายงานผลการปฏิบัติต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ตามห้วงระยะเวลาที่เหมาะสม

(6) ดำเนินการอื่นตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย

ข้อ 3 ให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่เลขานุการของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และประกอบกำลังปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

ทั้งนี้ ให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวอย่างทันท่วงที่ตามที่ได้รับการร้องขอ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ อาจร้องขอต่อส่วนราชการเพื่อจัดส่งข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดของส่วนราชการไปช่วยปฏิบัติงานของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามปกติ แล้วแต่กรณี และจะให้ไปช่วยปฏิบัติงานเต็มเวลา บางเวลา หรือนอกเวลาก็ได้

ทั้งนี้ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นของหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

นายกฯ เรียก รมต.บรีฟบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่พรุ่งนี้ 

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย  ได้เรียกรัฐมนตรีขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายไชยชนก ชิดชอบ  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา.รมว.อุตสาหกรรม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จะวีดีโอคอลเข้ามาร่วมประชุม 

โดยเป็นการประชุมเพื่อบรีฟเตรียมการจัดการหารือระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ในงานเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ภายใต้หัวข้อ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ที่ตึกภักดีบดินทร์ในวันที่ 15 พ.ค.ตั้งแต่เวลา 17.00 -20.30 น.

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

สภาฯเบรกพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน หลัง 135 สส.เข้าชื่อยื่นตีความ-รอศาล รธน.วินิจฉัยใน 60 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท และได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้การอนุมัติ ว่า ก่อนที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมนั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้นำ สส.เข้าชื่อจำนวน 135 คน ซึ่งไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน สส.เพื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ว่าพระราชกำหนดฯ ฉบับนี้ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรค 1 ดังนั้น จึงต้องรอการบรรจุพระราชกำหนดฯ ฉบับนี้ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยแล้วเสร็จ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ ณ ปัจจุบันคือไม่น้อยกว่า 6 เสียง จากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมด 9 เสียง

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

กรุณพล เทียนสุวรรณ รายงานตัวเป็นสส. หลัง ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลาออก

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มี.ค.2569 ซึ่งได้ประกาศให้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชนลำดับที่ 18 ได้รับเลือกตั้งเป็นสส. นั้น บัดนี้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสส. ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน 

จากนั้นในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ให้ นายกรุณพล กล่าวปฎิญาณตนในการทำหน้าที่ สส.   

ส่งผลให้ปัจจุบันมี สส.ปฎิบัติหน้าที่ จำนวน 500 คน โดยองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 250 คน

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

รมช.มท.ตอบกระทู้สด โตโต้ ยันคดี หมิง ซัน ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

รมช.มหาดไทย แจงกระทู้สด เผยพรุ่งนี้ ตร. เตรียมออกหมายจับ จนท.รัฐ เอี่ยว หมิง ซัน ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ไร้ตัดตอน จ่อตั้งเป็น คดีพิเศษ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผูัแทนราษฎน ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของนายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งถามกรณีการจับกุมนายหมิง เฉิน ซัน สัญชาติจีน ครอบครองอาวุธสงคราม หลังจากที่ขยายผลการจับกุมจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ใช่จากการสืบทราบของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าเป็นความล้มเหลวของการข่าวหน่วยงานรัฐ เป็นความล้มเหลวของหน่วยงานความมั่นคง 

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ได้ย้อนรอยผู้ต้องหา ตรวจสอบการเข้า-ออก จำนวน 5-6 ประเทศในหลายทวีป และได้สอบถามว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือก่อเหตุรุนแรงในประเทศใดหรือไม่ซึ่งไม่พบ ทั้งนี้ในข่าวกรองหากมีบุคคลที่จะเข้ามาก่อการร้าย ต้องมีข้อมูลบ่งชี้ แต่ผู้ต้องหารายดังกล่าวไม่พบ ที่ถามว่าล้มเหลวหรือไม่ ตนไม่ขอใช้คำว่าล้มเหลว แต่อาจมีช่องว่างที่ไม่ได้บูรณาการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย กำชับให้รูรั่ว รอยต่อระหว่างหน่วยงานเกิดน้อยที่สุด ข้อมูลบ่งชี้ว่าหากต้องการก่อเหตุร้ายแรง เป้าต้องชัดเจนที่มาที่ไป หน่วยงานความมั่นคงได้ค้นข้อมูลทุกอย่างที่จับต้องได้ และคนใกล้ชิด ตรวจร่องรอยทุกอย่าง แต่ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลถึงจุดอื่น

นายปิยรัฐ ตั้งคำถามด้วยว่า จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิด ทั้งกรณีการยิงอดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เมื่อต้นปี2568 รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ มีคนก่อเหตุเป็นทหารเรือและกรณีของนายหมิง เฉิน ซัน คนที่ก่อเหตุเป็นทหารเรือ ทั้งนี้รัฐบาลจะมีมาตรการขยายผลจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐนำอาวุธ หรือ กระจายอาวุธไปยังพื้นที่ต่างๆ อย่างไร และรัฐบาลมีมาตรการอย่างไรเพื่อสร้างศรัทธา ดูแลความปลอดภัยของประชาชน

นายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า ตนทราบจาก รมว.ยุติธรรม ว่าจะนำคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพื่อดึงทุกหน่วยงานมาบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยฝ่ายปกครองได้ตรวจสอบถึงต้นตอ ย้ายทะเบียน วันนี้หน่วยปฏิบัติการอยู่ที่อำเภอ และวันพรุ่งนี้จะออกหมายจับ ตั้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในคดีทุกคน โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกฯ กำชับมา ส่วนจะเหมือนกับ 2 คดีก่อนหน้าหรือไม่ ขอเวลาให้กระบวนการพิจารณา หากเรื่องดังกล่าวมีเบื้องหลัง นอกจากผู้ต้องหารายดังกล่าวต้องเปิดเผยและนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายให้สิ้นสุด เพราะเป็นเรื่องใหญ่ไม่มีใครตัดตอนได้

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ผมพยายามตอบในชุดข้อมูลที่เข้าถึง ยอมรับว่าประชาชนกังวลว่าจะเกิดขึ้น หากเหตุการณ์นี้จบด้วยรูปแบบอื่น วันนี้ได้ตรวจสอบและทางกระทรวงกลาโหม ย้ำถึงการตรวจสอบอาวุธ เครื่องกระสุน พบว่าไม่ได้หลุดออกไป ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวาดล้างและทลายเรื่องนอมินี รัฐบาลพร้อมดูแลประชาชนในทุกมิติและทุกเรื่อง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

กรณ์ ขยี้แผลปล่อย ทุนเทา กลืน ตลาดทุนไทย ด้าน เอกนิติ แจงหากประธาน ก.ล.ต.มีเอี่ยว สั่งปลดแน่

กรณ์ ขยี้แผลปล่อย ทุนเทา กลืน ตลาดทุนไทย ด้าน เอกนิติ แจงหากประธาน ก.ล.ต.มีเอี่ยว สั่งปลดแน่

กรณ์ ขยี้แผลปล่อย ทุนเทา กลืน ตลาดทุนไทย ด้าน เอกนิติ แจงหากประธาน ก.ล.ต.มีเอี่ยว สั่งปลดแน่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

กรณ์ ขยี้ซ้ำแผลปล่อย ทุนเทา อัปยศ กลืน ตลาดทุนไทย บี้รัฐบาลเร่งจัดการ ด้าน เอกนิติ แจงไม่นิ่งเฉย หนุนไฟเขียวแก้ข้อกำหนดใหม่ห้ามกลุ่มผิดกม.ยุ่งเกี่ยวส่งคนร่วมนั่งปธ.กรรมการบริษัท กำชับ ก.ล.ต.-ปลัดคลัง ยึดกม. โปร่งใส เน้นธรรมาภิบาล ขอรอผลสืบหาหลักฐาน ปธ.ก.ล.ต. เอี่ยวเทา หากพบผิดถอดถอนแน่ ยัน กู้ 4 แสนล้าน วิกฤตจริงด้านค่าครองชีพ คนละบริบทกับช่วงปี 40-แฮมเบอร์เกอร์

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า มีหลายประเด็นที่อยากตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ ทั้งการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องการถามคือ กรณีโรงกลั่นน้ำมันบางจากหลวมตัวเปิดทางกลุ่มทุนเทา เสนอผู้มาเป็นกรรมการบริษัท2รายตั้งแต่ปี2568 ต่อมาทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ได้กล่าวหากลุ่มดังกล่าวเชื่อมโยงทุนเทานายเบน สมิธ นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์ และบริษัทต่างชาติหลายบริษัทคว่ำบาตรไม่ทำธุรกรรมกับทางบางจาก 

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า บางจากจึงมีข้อเสนอแก้ข้อบังคับบริษัทเพื่อสกัดกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีโดยปปง. สามารถส่งตัวแทนมาเป็นกรรมการบริษัทได้แต่กลุ่มที่มีปัญหาได้คัดค้าน จนบางจากต้องถอย สุดท้ายในวันประชุมผู้ถือหุ้นจึงมีคะแนนเสียงไม่พอในการแก้ข้อบังคับ ทั้งๆที่ผู้บริหารบางจากมีเจตนาดีในการต่อสู้กำจัดทุนเทา แต่ทำไม่สำเร็จ ดังนั้นคำถามแรกที่ตนมีต่อรมว.คลัง คือระหว่างนี้ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ทำอะไร ทำไมเงียบเฉย ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเลย ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับ ก.ล.ต. และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ในบางจาก ถึงศิโรราบต่อกลุ่มทุนเทา มันเป็นเรื่องอัปยศของตลาดทุนไทย

“แม้ ก.ล.ต.เป็นองค์กรอิสระ แต่รมว.คลัง มีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอน ประธาน ก.ล.ต.ได้ ซึ่งขณะนี้มีปัญหาข้อร้องเรียนในองค์กรอิสระ หากบอกว่าทำอะไรไม่ได้เป็นข้ออ้างที่อ่อนเกินไป ทั้งนี้ทุนเทาในตลาดทุนไทยระดับความอัปยศมีเข้มข้นมากขึ้น ปัญหาคือ ก.ล.ต.ไม่ทำงาน และรมว.คลังไม่ขยับ ในกรณีบริษัท ฟินันเซีย โดยสิ้นเดือนมี.ค. กองทุน ซีเอไอ ของ เบน สมิธ เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นบริษัทฟินันเซีย 44%  พบเงื่อนงำคือการขายหุ้นสูงกว่าราคาตลาด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นปฏิเสธ และ ก.ล.ต. ทราบการถือหุ้นที่แท้จริง ที่ถือหุ้นรวมกัน เท่ากับกลุ่มทุนเทาเป็นเจ้าของ เพราะถือหุ้นเกิน 60% โดยไม่พบการตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อยในราคาที่สูงที่สุด ซึ่งรมว.คลังหนีไม่ได้เพราะมีหน้าที่กำกับดูแล ซึ่งรัฐบาลจะจัดการกับขบวนการที่ทุนเทา ถือหุ้นในตลาดทุนไทยอย่างไร” นายกรณ์ กล่าว

ด้านนายเอกนิติ ชี้แจงว่า ในส่วนของราคาน้ำมันที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง(คตร.)ดำเนินการ ได้พิจารณาค่าการกลั่น นำเสนอ ครม. 7 เม.ย. มีข้อสรุป พบค่าการกลั่นมีผลประโยชน์ส่วนเกินจริงและมีข้อเสนอให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินดูแลประชาชนและทำระบบให้โปร่งใส ปรับค่าการกลั่นลง และประเมินผลต้นทุนจริง หลังจากที่ค่าน้ำผันผวนต้องทำอย่างตรงไปตรงมา และมติ ครม. ให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน รับข้อเสนอแนะไปดำเนินการ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยลดค่าการกลั่นส่วนเกินเดือนมี.ค. 2 บาทต่อลิตร และเม.ย. ลด 5 บาทต่อลิตร

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า กรณีรัฐบาลการออกพ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้านบาท ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าวิกฤตจริงหรือไม่ว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่เหมือนวิกฤตปี2540 ที่เกี่ยวกับค่าเงิน ทุนสำรองหมด แบงค์ล้ม ส่วนวิกฤตตอนแฮมเบอร์เกอร์ เกี่ยวกับผลกระทบด้านการส่งออก จีดีพีหดตัว แต่วิกฤตครั้งนี้คือวิกฤตค่าครองชีพ กระทบคนตัวเล็กตัวน้อย กระทบชาวบ้าน และมาเป็นแบบระลอกจากสงครามตะวันออกกลาง ตามมาด้วยวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันวันนี้ยังสูง ยังรบกันไม่จบ แล้ววิกฤตที่ตามมาคือวิกฤตต้นทุน กระทบขนส่ง กระทบค่าครองชีพ กระทบกำลังซื้อของประชาชน นี่คือความจำเป็นเร่งด่วน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 
ถ้าเราไม่หยุดวิกฤตตอนนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้น จะแก้ยากขึ้น

นายเอกนิติ ชี้แจงต่อว่า ส่วนประเด็น ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานอิสระ ที่มีการกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง ตนให้นโยบาย กำชับ ก.ล.ต. โดยเรื่องบริษัทบางจาก กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 16% ผ่านกองทุนวายุภักดิ์ การกำกับดูแลได้มีการเห็นชอบข้อบังคับกำหนดการแต่งตั้งบุคคลที่มาจากบริษัทที่มีปัญหาผิดกฎหมายแล้ว ตนไม่เคยนิ่งเฉย ให้นโยบายที่เน้นธรรมาภิบาล โปร่งใส ชัดเจน ตนทำหน้าที่เต็มที่ ดูแลผู้ถือหุ้นรายย่อย 
 
“ที่บอกว่ากรรมการบริษัทบางจาก ในส่วนของผู้แทนกระทรวงการคลังไม่ทำอะไรนั้น ผมกำชับให้กรรมการอิสระที่เป็นผู้แทนกระทรวงการคลังทำหน้าที่เต็มที่ โดยให้ยืนยัน และเปลี่ยนผู้แทนจากบริษัทที่มีปัญหาข้อกฎหมายให้ออกจากบอร์ดชุดย่อยที่สุ่มเสี่ยง และยังให้ผู้แทนกระทรวงการคลังสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้ผู้แทนบริษัทที่ถูกดเนินคดีเข้ามายุ่งเกี่ยว” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวด้วย สำหรับการหาหลักฐานในประเด็นประธาน ก.ล.ต. ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทานั้น ตนกำชับให้เลขา ก.ล.ต. และปลัดกระทรวงการคลัง ยึดกฎหมาย เมื่อการสอบสวนชัดเจนตามกฎหมาย หากเป็นผู้ผิดและผิดคุณสมบัติ ประธาน ก.ล.ต. จะถอดถอนแน่ ส่วนเรื่องทุนเทาได้ทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าตนได้ทำหน้าที่ส่วนที่รับผิดชอบตามกฎหมายอย่างเต็มที่

โฆษกรัฐบาลยัน ข่าวปลอม ไม่มีประกาศหยุดยาว 5 วันต่อเนื่อง มิ.ย.-ก.ค.

โฆษกรัฐบาลยัน ข่าวปลอม ไม่มีประกาศหยุดยาว 5 วันต่อเนื่อง มิ.ย.-ก.ค.

โฆษกรัฐบาลยัน ข่าวปลอม ไม่มีประกาศหยุดยาว 5 วันต่อเนื่อง มิ.ย.-ก.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

โฆษกรัฐบาลยัน “ข่าวปลอม” หยุดยาว 5 วันต่อเนื่อง เดือน มิ.ย.และ ก.ค. หลังโซเชียลฯ แชร์กระหน่ำหยุดฟันหลอเพิ่มเติม ย้ำครม.ยังไม่มีการหารือเรื่องนี้

14 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 11.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการแชร์ในโซเชียลฯ จำนวนมาก โดยอ้างข่าวจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า จะเสนอ ครม.ให้กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจะทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในเดือนมิถุนายนและเดือนกรกฎาคม 2569 โดย น.ส.รัชดา ปฏิเสธว่า ข่าวดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง” ปัจจุบันยังไม่มีการหารือ หรือประกาศวันหยุดยาว แต่อย่างใด ดังนั้นขอประชาชนอย่าหลงเชื่อการสร้างข่าวเท็จที่แชร์กันในโซเชียลฯขณะนี้

ทั้งนี้ในตารางปฏิทินกำหนดวันหยุดคือวันที่ 30 พ.ค.ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดเนื่องในวันวิสาขบูชา และวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย.เป็นวันหยุดชดเชยวันวิสาขบูชา ส่วนวันพุธที่ 3 มิ.ย.จะเป็นวันหยุดเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทำให้มีวันที่เป็นฟันหรอ คือวันที่ 2 มิ.ย.ซึ่งหากมติครม.ให้หยุดก็จะทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วัน

ส่วนในเดือนกรกฎาคมจะมีวันหยุดตามปฏิทินคือ วันอังคารที่ 28 ก.ค. ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันพุธที่ 29 ก.ค. ซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา ดังนั้นจะมีวันที่เป็นฟันหรอคือวันจันทร์ที่ 27 ก.ค. ซึ่งหากมติครม.ให้หยุดก็จะทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วันเช่นกัน

ปกรณ์ หารือทูตออสเตรเลีย เดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หนุนไทยสู่ OECD

ปกรณ์ หารือทูตออสเตรเลีย เดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หนุนไทยสู่ OECD

ปกรณ์ หารือทูตออสเตรเลีย เดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หนุนไทยสู่ OECD

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

“ปกรณ์” หารือทูตออสเตรเลีย เดินหน้าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ หนุนไทยสู่ OECD พร้อมยกระดับความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

วันที่ 14 พ.ค.นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแอนเจลา แม็กดอนัลด์ (H.E. Ms. Angela Macdonald) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี โดย รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตออสเตรเลียที่ได้แสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมกล่าวชื่นชมบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย 

ขณะที่ทางเอกอัครราชทูตออสเตรเลียได้ชื่นชมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ ทั้งด้านการทหาร วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระดับประชาชน ซึ่งสะท้อนความเป็นหุ้นส่วนทวิภาคีที่เข้มแข็ง

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความสัมพันธ์และความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้

1. การเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนด้านเทคนิคของคณะกรรมการ OECD พร้อมขอบคุณออสเตรเลียที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD ภายใต้กรอบความร่วมมือประเทศลุ่มแม่น้ำโขง–ออสเตรเลีย (Mekong–Australia Partnership: MAP) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายออสเตรเลียชื่นชมการบริหารจัดการของไทย โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการทำงานภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ยังได้กล่าวชื่นชมการสนับสนุนทุนการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลียภายใต้กรอบ MAP 

2. การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมของทั้งสองประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงของไทยในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัล (digital literacy) ให้แก่ประชาชน

3. แผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย (Joint Plan of Action to Implement the Thailand – Australia Strategic Partnership) ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อผลสำเร็จของแผนปฏิบัติการร่วมฯ ฉบับที่ 1 ปี 2565 – 2568 โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เศรษฐกิจ และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมต่อยอดความร่วมมือในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในอนาคต

ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพรเอกอัครราชทูตออสเตรเลียในโอกาสที่จะครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมเน้นย้ำการสานต่อความร่วมมือกับออสเตรเลียในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

เสรีพิศุทธ์ล่าชื่อฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย อนุทิน-ไชยชนก ผิดจริธรรม

เสรีพิศุทธ์ล่าชื่อฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย อนุทิน-ไชยชนก ผิดจริธรรม

เสรีพิศุทธ์ล่าชื่อฝ่ายค้าน ยื่น ปธ.สภาฯ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย อนุทิน-ไชยชนก ผิดจริธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.16 น.

14 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่า วันนี้ตนจะมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชน , พรรคประชาธิปัตย์ , พรรคกล้าธรรม และพรรคไทยรวมพลัง ในการเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาฯ พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย , นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรณีประพฤติผิดไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 160 (4) (5) ให้ความเป็นรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และวรรคสาม ประกอบมาตรา 82 หรือไม่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้จัดทำข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักข้อกฎหมายเสร็จสิ้นแล้ว ในประเด็น คือ 1.กรณีถือครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งยังผิดกฎหมาย เอามาใช้ประโยชน์เพื่อตัวเอง แม้ว่าศาลจะมีการพิพากษาไปแล้วว่าที่ดิน 5 พันกว่าไร่ เป็นที่ของการรถไฟ บางส่วนย้ายออกไป แต่ปัจจุบันก็ยังมีคนเข้าไปอยู่เยอะแยะ ทั้งสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ บ้านผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย รัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรี อยู่ที่นี้หมด และ 2.ประเด็นการนำเงิน นำประชาชน ไปอุดหนุนการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบมาตั้งแต่ปี 2561 และยังถึงปี 2570

“เพราะฉะนั้น พฤติกรรมเหล่านี้นอกจากไม่ซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรมมาตรา 160 (4) (5) เป็นเหตุให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีทั้งสิ้น ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และวรรคสาม ส่วนนายไชยชนก เข้ามาเป็น รมว.ดีอี นอกจากไม่คืนที่ดินแล้ว ยังรายงานบัญชีทรัพย์สินว่าเป็นผู้บริหารสนามแข่งรถ สนามฟุตบอลต่างๆ ผิดกฎหมายทั้งนั้น เลยต้องถอดถอนด้วย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้ตนก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีกับนายอนุทิน , นายไชยชนก ตลอดจน ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 โดยในส่วนของนายไชยชนก อาจจะโดนเรื่องการบุกรุกตามกฎหมายที่ดินด้วย หลังเสร็จสิ้นเรื่องนี้ตนก็จะลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับตระกูลชิดชอบทั้งหมด กรณีบุกรุกที่ดินเขากระโดง แล้วถ้าหากผู้ว่าการรถไฟคนใหม่ยังนั่งเฉยเดี๋ยวโดนด้วย