รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

รัชดา ตอบ อภิสิทธิ์ หลังวิจารณ์ รบ. บอกมีหลายงานต่อคิวเข้าครม. ซัดไม่รู้ลึกนโยบาย รัฐ แจง.ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์ เชื่อมโยงงาน 

เมื่อวันที่ 16 เมาายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ว่า เข้าใจในความปราถนาดี แต่เชื่อว่า มีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้าครม.พิจารณา

ยกตัวอย่าง เช่น ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อยมาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน นางสาวรัชดาอธิบายว่า ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของครม.ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ต.ค. 

เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการออกมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ ก็เริ่มแล้วผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบันทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลาง สองพันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท๊กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น

ในภาพรวม เรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบ โครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น

ต่อประเด็นการแบ่งงานแก่รองนายกรัฐมนตรีศุภจี ที่ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่นายกฯอนุทินพูดไว้ตอนหาเสียง นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้นางศุภจีรับผิดชอบกลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยกลุ่มภารกิจนี้รับผิดชอบการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการค้าและพาณิชยกรรม ส่งเสริมSME พัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง และมีนัยมากกว่าการคุมงานหนึ่งกระทรวงแต่เป็นเรื่องของคลัสเตอร์ที่งานกระทรวงเชื่อมโยงกัน ตนจึงขอแจ้งมติครม. ให้ทราบ ณ ตรงนี้ และคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว มาโฟกัสที่การทำงานดีกว่า

“อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เห็นพ้อง และขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย รัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณามาตรการต่างๆให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างเต็มที่” โฆษกรัฐบาลกล่าว

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

“สีหศักดิ์ รองนย. และ รมว.กต.” พบหารือ รมต.กระทรวงพลังงานและแร่ธาตุโอมาน 

16 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนาย ซาลิม บิน นัสเซอร์ บิน ซะอีด อัล อูฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมาน ณ กรุงมัสกัต ในโอกาสการเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในภูมิภาค รวมถึงความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก โดยฝ่ายไทยชื่นชมบทบาทของโอมานในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางและสร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค

ในโอกาสนี้ ไทยได้เน้นย้ำความสนใจในการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจากโอมาน โดยไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากโอมานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ภายใต้แผน Oman Vision 2040

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.11 น.

16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลัง ป.ป.ช.ยื่นสำนวนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปให้ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่าน ว่า “เบื้องต้นได้รับการประสานจากศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ เดี๋ยวศาลท่านจะสั่งเอง”

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.00 น.

“ศุภจี”สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ หลังรับตำแหน่งรองนายกฯ ตั้งสัจจะอธิษฐานทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยพร รับปรับรูปแบบทำงานใหม่ช่วงวิกฤตซ้อนวิกฤต เดินหน้าอุ้มสินค้าอุปโภค-บริโภค แจงตั้งทีมที่ปรึกษาฯ ทำงานหลากหลายมิติ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน

16 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้น นางศุภจี ให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่า ไม่ได้ขอพร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดให้กับประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำเต็มที่อย่างนั้นแล้ว ก็ขอให้ช่วยอํานวยพรให้ทำได้ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้

เมื่อถามว่า ทำงานรอบนี้จะมีความกดดันมากกว่าการทำงานรอบแรกหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้กำลังเผชิญหลายวิกฤตสอนวิกฤต ก็คงจะต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยจะมีการปรับรูปแบบการทำงาน ซึ่งได้ทราบกันแล้วตอนที่แถลงนโยบายรัฐบาล ว่าจะมีการทำงานเป็นคลัสเตอร์บูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้มีประสิทธิภาพ ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ไปพร้อมกันให้ได้

เมื่อถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีมาตรการเด่นอะไรจากกระทรวงพาณิชย์ ออกมาหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องแรกคือ การดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามอยู่คือเรื่องของสินค้าควบคุม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ถ้ามีการขยับตัวของราคาก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแล ให้เป็นไปตามกลไกที่เป็น กับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทยที่นำสินค้าราคาประหยัดมาขายให้กับประชาชน ขณะเดียวกันได้มีการขยับนำเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพ ขนาดที่เรื่องการส่งออกไปยังตะวันออกกลางเรามีการส่งออกไป 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการชะงัก เพราะเราส่งไปยากในบางพื้นที่ก็ต้องหาตลาดเพิ่มเติม แต่ยังคงพยายามอย่างยิ่ง เพื่อยังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลา 13.00 น.วันเดียวกันนี้ ตนมีการประชุม 1 วง ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยวงประชุมแรกเชิญกระทรวงอุตสาหกรรม พูดคุยต่อเนื่องในเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เรื่องการทำรีไซเคิลมาพูดคุยด้วย เพราะเราไม่ใช่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะมาทำโครงสร้างไว้สำหรับสถานการณ์ระยะยาว จากนั้นวงประชุมที่ 2 จะเชิญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.มหาดไทย มาประชุมหารือ ในเรื่องของการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสิ่งสำคัญต้องกระจายสินค้าให้ทั่วถึง จึงต้องอาศัยในเรื่องของท้องถิ่นทั้งอำเภอและตำบลในการช่วยผลักดันเอสเอ็มอี

เมื่อถามถึงการตั้งทีมที่ปรึกษาฯ จะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไรบ้าง นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของมิติการทำงาน มันมีหลากหลายมิติ ในเรื่องของการส่งออกต้องเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเราได้มีการทำงานร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ เพราะภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ ต้องประสานกันไป เราต้องเข้าใจว่าตลาดไหนมีโอกาส ตลาดไหนควรระวังและ ต้องปรับตัวอย่างไร ฉะนั้นการที่เรามีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเฉพาะตรงนี้ ทั้งสหรัฐอเมริกาจีน ยุโรปและอินเดีย เราต้องมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายเพื่อดูแลตรงนั้น ขณะที่อีกส่วนคือที่ปรึกษาของรองนายกฯ จะดูแลเรื่องสินค้าเกษตรภายในประเทศเพื่อมาช่วยเติมนโยบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นางศุภจี ได้เดินมาเยี่ยมห้องทำงานสื่อมวลชน (รังนกกระจอก 2 และ 3) โดยพูดคุยถึงการทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งระบุว่า “ตนยินดีรับฟังคำชี้แนะ และสื่อมวลชนสามารถเสนอคำแนะนำมาได้ หรือว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก็สามารถส่งข้อความไปได้”

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ยึดหลักทำงานตรงไปตรงมา ครบถ้วน สร้างความเข้าใจประชาชน ไม่หวั่นเฟคนิวส์-IO บอกไม่หวังดอกไม้-ยอดไลค์ แต่ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

16 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ว่าที่รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นำพวงมาลัยเข้ารับพรจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติงานในฐานะทีมโฆษกรัฐบาล

น.ส.รัชดา ได้พา น.ส.ลลิดา และ น.ส.พลอยทะเล นำพวงมาลัยมากราบขอพรนายกฯ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย วันสงกรานต์ โดยนายกฯ อวยพร แลมอบโอวาท รวมถึงแนวทางการทำงานให้กับทั้งสามคน

จากนั้น ทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย น.ส.รัชดา เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาทว่าให้เต็มที่กับการทำงาน โดยการทำงานในเรื่องหลักคือการสื่อสารข้อมูลให้ครบถ้วน และรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อที่จะได้ชี้แจง สื่อสาร และทำความเข้าใจให้ครบถ้วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้เอาความรู้สึก และความคาดหวังของประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมถึงพูดในสิ่งที่เป็นความจริง เพื่อที่จะเป็นการสื่อสารระหว่างรัฐบาลถึงประชาชน

ส่วนในประเด็นการเมืองก็จะต้องดูทุกอย่าง แต่ในประเด็นการเมืองเราจะไม่ได้ทำในมิติตอบโต้แบบสวนไปสวนมา และอยากให้ทุกคนเข้าใจว่ายุคโซเชียลมีเดีย มีข้อมูลหลายมิติ ซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลจะออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจน จึงขออย่ามองว่าพวกเราออกมาสวน แต่เราต้องอยู่บนโลกแห่งความจริง คือ ความถูกต้อง เราถึงจะอยู่แบบเข้าใจซึ่งกันและกัน

น.ส.รัชดา ยืนยันว่าว่า จะใช้ทุกช่องทางของแพลตฟอร์มไทยคู่ฟ้าในการสื่อสารกับประชาชน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช่ใช้รูปแบบทางการเพียงอย่างเดียว รวมถึงต้องโพสต์รวดเร็วให้ทันต่อสถานการณ์ และมีกราฟฟิคเพื่อสร้างความเข้าใจให้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องทลายความเป็นทางการที่เรายึดถือมาหลายสิบปี โดยวันนี้การทำงานของสำนักโฆษกต้องเปลี่ยนไปแล้ว และทำให้เพจไทยคู่ฟ้าเป็นที่รู้จัก เป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะวันนี้มีข่าวลือต่างๆ มากมาย

สำหรับธีม และหลักการทำงานในขณะนี้ เราจะต้องทำงานแบบตรงไปตรงมา ครบถ้วน เพื่อความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็ไม่กลัวการใช้ IO เข้ามาโจมตี เพราะเรามาอยู่จุดนี้ “ไม่ได้คาดหวังดอกไม้หรือยอดไลค์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่เราขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม น.ส.ลลิดา ก็จะมาดูแลในเรื่องทั่วไปตามภารกิจสำนักโฆษกรัฐบาล และยังช่วยสื่อสารภาษาจีน เช่นเดียวกับ น.ส.พลอยทะเล ที่จะมาช่วยสื่อสารในเรื่องภาษาอังกฤษอีกด้วย

ด้าน น.ส.ลลิดา ระบุว่า การทำงารในรอบที่ 2 ในฐานะรองโฆษกนั้น การทำงานจะเข้มข้นขึ้น และเอาประสบการณ์จากการเป็นรองโฆษกในครั้งที่แล้ว มาทำงานในครั้งนี้ให้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ว่าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ต้องการสื่อสารงานของราชการ และงานของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนได้ง่าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม โดยมีเป้าหมายคือการให้คนรุ่นใหม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลแม่นยำ ที่ถูกต้อง เข้าใจได้ง่าย

– 006

วันวิชิต ชี้รัฐบาลสอบผ่าน สงกรานต์ 69 คึกคักระดับโลก ลบข้อกังขาเศรษฐกิจ-น้ำมันขาด

วันวิชิต ชี้รัฐบาลสอบผ่าน สงกรานต์ 69 คึกคักระดับโลก ลบข้อกังขาเศรษฐกิจ-น้ำมันขาด

วันวิชิต ชี้รัฐบาลสอบผ่าน สงกรานต์ 69 คึกคักระดับโลก ลบข้อกังขาเศรษฐกิจ-น้ำมันขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.25 น.

16 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ว่า เป็นไปอย่างคึกคักเกินความคาดหมาย และสะท้อนภาพรวมเชิงบวกของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนได้อย่างชัดเจน

โดยระบุว่า ตลอดช่วงเทศกาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ได้หยุดพัก แต่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ทั้งในลักษณะไม่เป็นทางการและทางการ อาทิ การร่วมกิจกรรมกับประชาชน การตรวจจุดท่องเที่ยว และการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งช่วยสะท้อนภาพรวมการใช้ชีวิตและการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาวได้อย่างใกล้ชิด

ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า บรรยากาศที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนว่าความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตราคาพลังงานไม่ได้ส่งผลให้การเดินทางหรือการท่องเที่ยวหยุดชะงักตามที่หลายฝ่ายกังวลก่อนหน้านี้

“ภาพรวมสงกรานต์ปีนี้ ถือเป็นการลบข้อกังขาที่ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวจนคนไม่เดินทาง หรือกังวลน้ำมันขาดแคลน จนคนไม่ออกต่างจังหวัด ถือเป็นข่าวที่ทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลแก้เกมอย่างหนัก กระทั่ง สงกรานต์ กลับมาคึกคัก และคึกคักกว่าที่หลายคนคิด ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ ประชาชนยังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ก็ต้องให้เครดิตรัฐบาลด้วย” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

นอกจากนี้ ยังมองว่า เทศกาลสงกรานต์ของไทยในปีนี้ได้ยกระดับสู่ “มหกรรมระดับโลก” อย่างชัดเจน โดยหลายพื้นที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด พระนครศรีอยุธยา อำเภอสะเดา จังหวัด สงขลา หรือจังหวัด พะเยา ที่มีการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับนานาชาติอย่าง BamBam ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ขณะที่พื้นที่ยอดนิยมอย่าง ถนนข้าวสาร และ สีลม ยังคงเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองอย่างหนาแน่น

ผศ.ดร.วันวิชิต ยังระบุด้วยว่า การจัดกิจกรรมที่คึกคักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้หมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยมองว่า “สงกรานต์” เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก

ส่วนประเด็นราคาพลังงาน มองว่าเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ขณะที่ภายในประเทศ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบการกักตุนและการค้าผิดปกติ ซึ่งมีการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด แสดงความเชื่อมั่นว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” จะสามารถออกมาได้อย่างทันท่วงที และช่วยสร้างความต่อเนื่องในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในระยะต่อไป

ปปง.เตรียมคืนความเป็นธรรม จ่อเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิฯ ผู้เสียหายคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ปปง.เตรียมคืนความเป็นธรรม จ่อเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิฯ ผู้เสียหายคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ปปง.เตรียมคืนความเป็นธรรม จ่อเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิฯ ผู้เสียหายคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.22 น.

นายกฯ เข้าใจความรู้สึกผู้เสียหายคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ ล่าสุด ปปง. เตรียมคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหาย จ่อเปิดรับคำร้องคุ้มครองสิทธิฯ คลายกังวลผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มท. ยังคงติดตามคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะเข้าใจความรู้สึกและความเดือดร้อนของผู้เสียหายที่โดนหลอกลวง 

โดยให้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีดังกล่าว เพื่อนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหาย แทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

ล่าสุด สำนักงาน ปปง. กำลังจัดทำประกาศเปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ กรณีที่เกี่ยวข้องกับนางสาวแตงไทย บ้านมะหิงษ์ กับพวก กรณี MR. LEAK YIM นางสาววิรินยา ยิมจ์  MR. SMITH BEN และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก คาดว่าจะเปิดรับได้ในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตั้งจุดรับคำร้องที่สำนักงาน ปปง. และสถานีตำรวจทั่วประเทศ พร้อมเปิดช่องทางยื่นคำร้องออนไลน์และทางไปรษณีย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหาย

“ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงขอให้ ปชช. ติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ ปปง. และเตรียมหลักฐานให้พร้อม เช่น สลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี หลักฐานแจ้งความ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง”นางสาวรัชดาระบุ

ศุภมาส รอหารือ วราวุธ-เอกนัฏ ลาออก สส.เปิดทางคนมีเวลาเข้าทำงานสภาฯ

ศุภมาส รอหารือ วราวุธ-เอกนัฏ ลาออก สส.เปิดทางคนมีเวลาเข้าทำงานสภาฯ

ศุภมาส รอหารือ วราวุธ-เอกนัฏ ลาออก สส.เปิดทางคนมีเวลาเข้าทำงานสภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.10 น.

“ศุภมาส”รอหารือ”วราวุธ-เอกนัฏ” ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย เปิดทางคนมีเวลาเข้าทำงานสภาแทน บอกยังไม่ชัด ภท.ส่งผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่

16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จำเป็นจะต้องลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อ หรือไม่ ว่า เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในลักษณะของคนที่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ส่วน สส.เขต คงจะออกไม่ได้ เพื่อหลีกทางให้กับท่านที่มีเวลาทำงานมากกว่า เพราะ สส.บัญชีรายชื่อ มีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนในภาพรวม จึงควรให้คนที่มีเวลาไปทำงานในสภาได้เต็มเวลามากกว่า ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 3 ท่าน คือ ตนเอง , นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ส่วนตัวก็อยากจะรีบออกเหมือนกัน แต่ต้องรอดูความพร้อมก่อน

เมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรคภูมิใจไทย ว่าเป็นอย่างไร น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ต้องรอรับนโยบายจากพรรคอีกครั้ง ซึ่งตนเห็นว่าพรรคอื่นก็ยังไม่แน่นอนเหมือนกันว่าจะส่งให้ใคร จึงคิดว่าคงยังไม่ช้าไป

วิมล สวนแรง เท้ง ชี้วาทกรรมตั๋วใบที่ 2 สื่อถึงใครคนการเมืองเขารู้กัน

วิมล สวนแรง เท้ง ชี้วาทกรรมตั๋วใบที่ 2 สื่อถึงใครคนการเมืองเขารู้กัน

วิมล สวนแรง เท้ง ชี้วาทกรรมตั๋วใบที่ 2 สื่อถึงใครคนการเมืองเขารู้กัน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.12 น.

16 เมษายน 2569 นายวิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์ภาพกราฟิกข่าวของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มีข้อความว่า “กลุ่มคนบางกลุ่มในประเทศนี้ที่ต้องการรักษา ระเบียบเดิมให้คงอยู่ต่อไป มีหน้าที่คุ้มครอง ทุกคนในค่ายรัฐบาลภูมิใจไทยปัจจุบัน คอยส่งสัญญาณบอกกลุ่มอื่นๆ ว่า มาเถอะ อยู่ข้างนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบที่ 2 และให้สัญญาณ แก่พรรคภูมิใจไทยในคืนก่อนวันเลือกตั้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน”

โดย นายวิมล โพสต์ข้อความว่า “คนบางกลุ่ม”

อ่านข้อความนี้ดู ถ้าไม่รู้ว่าณัฐพงษ์พูดถึงใครก็เงียบไว้ อย่าใช้เหตุผลว่าอะไรที่ตนไม่รู้ ไม่ได้ยิน ไม่เข้าใจ ไม่ชอบ ย่อมไม่จริง ไม่มี

ข้อความข้างล่างนี้พูดถึง…

1. “คนบางกลุ่ม” มีหน้าที่คุ้มครองทุกคนในรัฐบาลภูมิใจไทย….

2. “อยู่ข้างนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด”

3. “คนกลุ่มนี้คือคนที่ถือตั๋วใบทึ่ 2”

4. (คนกลุ่มนี้) ให้สัญญาญแก่ภูมิใจไทยในคืนก่อนการเลือกตั้ง

คืนก่อนวันเลือกตั้งคุณอนุทินอยู่ที่ไหน?

ประเด็นเหล่านี้พวกสื่อ นักวิจารณ์ และคนดังพูดกันเกร่อ หาดูในยูทูป

ดีกว่านั้นดูช่อง “ไฟเย็น” ที่ไม่ได้เป็นชื่อเพลงบ้าง และอย่าแถว่า ณัฐพงษ์พูดถึง “กลุ่มคน” เท่านั้น!

ข้อความทำนองนี้พูดกันมานับแต่กำเนิดพรรคอนาคตใหม่ พวกแกนนำพูดกันทุกคน เพียงแต่เปลี่ยนวาทะไปตามเรื่องราวหรือประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เช่นที่ณัฐพงษ์พูดเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนเรื่องใส่ร้าย “คนบางกลุ่ม” ที่พวกกเฬวรากทำกันนั้นมันชาติชั่วเกินกว่าจะเอามาเผยแพร่ ผมบอกในบทความชื่อ “บนบ่าของคุณอนุทิน” แค่นั้น

ถ้าวันนี้ยังไม่รู้ว่าขบวนการส้มต้องการอะไร ไม่เข้าใจว่าคำพูดของพวกเขาหมายถึงใครและอะไร ก็ไปสนใจข่าวบันเทิงเถอะครับ อย่าเสียเวลาพูดเรื่องการเมืองแค่ผิวเผินเลย ไม่ทันขบวนการส้มหรอก

พวกกเฬวรากไม่อ่านหนังสือในขบวนการส้มยังรู้เลย.

อย่ามองข้ามไฟใต้! เทพไท กระทุ้ง อนุทิน ตั้งมือดีคุมงานความมั่นคง

อย่ามองข้ามไฟใต้! เทพไท กระทุ้ง อนุทิน ตั้งมือดีคุมงานความมั่นคง

อย่ามองข้ามไฟใต้! เทพไท กระทุ้ง อนุทิน ตั้งมือดีคุมงานความมั่นคง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.35 น.

16 เมษายน 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตั้งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ดีไหม?

มีกระแสข่าวออกมาว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อไปติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีปัญหาเรื้อรังมาเป็นเวลายาวนาน มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ผู้คนในสังคมรู้สึกเป็นเรื่องปกติ

ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลและประชาชนส่วนใหญ่ต่างก็มุ่งเน้นให้ความสนใจในปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา มากกว่าปัญหาชายแดน 3 จังหวัดภาคใต้ด้วยซ้ำไป เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงเกิดเหตุความไม่สงบหลายครั้ง ดูเหมือนรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยมาก จนล่าสุดเกิดเหตุการณ์ยิง ส.ส.พรรคประชาชาติ คือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ จึงทำให้เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญและความสนใจ จนนายอนุทินต้องเดินทางลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่ควรให้การสนับสนุน และอยากจะเรียกร้องให้นายอนุทินให้ความสำคัญเป็นพิเศษเหมือนกับการให้ความสำคัญปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา อยากให้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในความถี่ที่ใกล้เคียงกัน เพราะปัญหาชายแดนทั้ง 2 ที่ 2 แห่งนี้ ต่างก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติทั้งสิ้น

ตอนนี้รัฐบาลของนายอนุทิน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง ถ้าดูการแบ่งงานความรับผิดชอบ จะเห็นได้ว่าปัญหาความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ อยู่ในความรับผิดชอบของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนนายสีหศักดิ์เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถทำได้ แต่ด้วยประสบการณ์และความรับผิดชอบที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ไม่เคยรับผิดชอบด้านความมั่นคงเลย เพราะเป็นแค่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น

ดังนั้น รัฐบาลอนุทิน 2 ควรจะมีรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาเป็นการเฉพาะ และควรให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงเป็นกรณีพิเศษ แต่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน 2 ยังไม่มีฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลที่ชัดเจน ถ้าหากนายอนุทินจะรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ก็ต้องประกาศให้ชัดว่า นายอนุทินคือหัวหน้าด้านความมั่นคง แต่ถ้าหากจะรับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี และมีหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาอีกตำแหน่งหนึ่ง ก็เห็นว่านายอนุทินสามารถจะแต่งตั้งบุคคลที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงเพิ่มเติมขึ้นมาได้อีก เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่ง

เพื่อไม่ให้การสั่งการด้านความมั่นคง และการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงล่าช้า อ่อนแอหรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ นายอนุทินควรจะสรรหาบุคคลที่เหมาะสม และแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาอีกคนหนึ่ง จะเป็นการดีที่สุด