“แจส” ไม่มาจ่ายเงินประมูล4จีหลังครบกำหนดเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 16:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422694

"แจส" ไม่มาจ่ายเงินประมูล4จีหลังครบกำหนดเวลา

“แจส โมบาย” ไม่มาจ่ายเงินค่าประมูล 4 จีให้กับ กสทช. หลังครบกำหนดเวลา

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.เวลา 16.40 น. หลังครบกำหนดเวลาที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จะต้องนำเงินมาชำระค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง. กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ในเวลา 16.30 น. ปรากฏว่า ไม่มีตัวแทนของบริษัทแจส โมบายฯเดินทางมายังสถานที่ที่ กสทช. จัดเตรียมไว้แต่อย่างใด โดยกสทช.ได้เตรียมจัดแถลงแล้ว

ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า จากกระแสข่าวของสื่อบางสำนักที่รายงานไปว่าแจส ติดต่อเข้ามาเพื่อขอชำระเงินนั้น ไม่เป็นความจริง และยังขอยืนยันว่าไม่ได้มีใครติดต่อมา เป็นเพียงการสอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่เท่านั้น

 

ดีแทคแนะเปิดประมูลคลื่น900ใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 16:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422678

ดีแทคแนะเปิดประมูลคลื่น900ใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน

ดีแทคออกแถลงการณ์แนะ กสทช. นำคลื่น 900 มาประมูลใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน เพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ออกแถลงการณ์ระบุว่า ใกรณีที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่สามารถมาชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ซได้จะเป็นสถานการณ์ที่มีผลกระทบอย่างมากเป็นประวัติการณ์ของวงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันหาทางออกอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ในความเห็นของดีแทค หากมีการจัดการประมูลอีกครั้ง ควรจะต้องนำคลื่น 900MHz ช่วงที่ 1 มาประมูลใหม่ตามเงื่อนไขเดิมของกสทช. ซึ่งยังมีผลใช้บังคับ รวมทั้งกำหนดราคาประมูลเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้านบาทเท่าเดิม ซึ่งจะเป็นราคาที่นำไปสู่การสะท้อนมูลค่าคลื่นความถี่ที่แท้จริง

 

กสทช.เผย “แจส” ยังไม่ประสานเข้าจ่ายเงิน 4 จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 13:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422637

กสทช.เผย "แจส" ยังไม่ประสานเข้าจ่ายเงิน 4 จี

เลขาธิการกสทช. เผย “แจส” ยังไม่มีการประสานว่าจะมาชำระเงินค่าใบอนุญาตหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลา 10.30 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยสถานที่รับเงินชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ต พร้อมทั้งยืนยันว่า ยังไม่มีการประสานมาจากทาง บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ว่าจะเดินทางมาชำระเงินหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็จะรอจนถึงเวลา 16.30 น.ตามกำหนด

ต่อมาในเวลา 11.30 น. นายฐากรได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า จากกระแสข่าวของสื่อบางสำนักที่รายงานไปว่าแจส ติดต่อเข้ามาเพื่อขอชำระเงินนั้น ไม่เป็นความจริง และยังขอยืนยันว่าไม่ได้มีใครติดต่อมา เป็นเพียงการสอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่เท่านั้น

นายฐากรได้กล่าวถึงแผนที่เตรียมไว้หากแจสไม่เดินทางมาจ่ายเงินตามกำหนดไว้ว่า มี 2 ทางเลือก คือ จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมหรือ กทค. เพื่อดำเนินการประมูลใหม่ภายใน 4 เดือน หรือจะให้สิทธิกับผู้เข้าประมูลที่เสนอราคาประมูลในลำดับถัดมา ว่าจะรับเงื่อนไขในราคาที่แจสประมูล 75,000 ล้านบาท ได้หรือไม่

แหล่งข่าวคนสนิทนายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างธนาคารกรุงเทพ และนายพิชญ์ เพื่อให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันค่าใบอนุญาต 4จี มูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท ติดปัญหาเรื่องเดียวคือ การค้ำประกันส่วนตัวของนายพิชญ์ ที่ธนาคารกรุงเทพต้องการ แต่นายพิชญ์ปฏิเสธเป็นสาเหตุที่ธนาคารไม่ออกหนังสือค้ำประกันให้

“การเจรจาจบลงแล้ว ขณะนี้เตรียมเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย แต่ติดปัญหาเดียวที่ไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา คือการค้ำประกันส่วนตัว สำหรับทางออกขณะนี้ไม่มี ขึ้นอยู่ที่การเจรจาระหว่างนายพิชญ์กับธนาคารเท่านั้น หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอยก็จบ ขณะนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ หากใครคนหนึ่งยอมภายในเวลา 05.00 น. วันที่ 21 มี.ค.นี้ แจสก็จะสามารถวางหนังสือค้ำประกันได้” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ช่วงนี้เกิดข่าวลือของบริษัทมาก เช่น ข่าวการเสนอขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงนั้นไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีที่แจสต้องทิ้งใบอนุญาต 4จี และจะกลับไปทำธุรกิจหลักบรอดแบนด์ ประกอบกับการซื้อหุ้นกลับคืนส่งผลให้จำนวนหุ้นลดลงทำให้ผลตอบแทนต่อหุ้นสูงขึ้น

ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า คณะกรรมการธนาคารคงพิจารณาเงินกู้นี้ไม่ทันในวันที่ 21 มี.ค.นี้แน่นอน

 

เคาะลดภาษี 524สินค้าไอที กระตุ้นลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 07:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422555

เคาะลดภาษี 524สินค้าไอที กระตุ้นลงทุน

สนช.ไฟเขียว ลดภาษีสินค้าไอทีใต้กรอบดับเบิ้ลยูทีโอ 524 รายการ คาดช่วยดันเศรษฐกิจไทยโต 0.66%

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบให้ไทยลดภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITA Expansion) ซึ่งเป็นความตกลงฉบับใหม่ที่ขยายขอบเขตการลดภาษีภายใต้กรอบความร่วมมือองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) โดยไทยจะลดภาษีสินค้าไอทีจำนวน 524 รายการ เป็น 0% แต่จะมีระยะเวลาในการลดภาษีแตกต่างกัน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ก.ค. 2559

ทั้งนี้ การเข้าร่วมลดภาษีภายใต้ความตกลง ITA Expansion จะเป็นประโยชน์กับไทย ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 0.66% และประหยัดภาษีนำเข้าให้กับไทยประมาณ 4,700 ล้านบาท ทำให้สินค้าไอทีในไทยมีราคาถูกลง ขณะที่การลดภาษีสินค้าไอทีของสมาชิกดับเบิ้ลยูทีโอทั้ง 52 ประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีรายการลดภาษีสินค้าไอทีไม่เท่ากัน จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้นเพราะสามารถนำเข้าวัตถุดิบภายใต้ความตกลง ITA Expansion ทำให้สินค้าสำเร็จรูปมีต้นทุนต่ำลง

นอกจากนี้ ยังช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลผลักดันกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และดิจิทัล รวมทั้งทำให้มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในสาขาไอทีสูงขึ้น จากปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และมีการจ้างงาน 6.5 หมื่นคน

สำหรับการลดภาษีสินค้าทั้ง 524 รายการนั้น แบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกลดภาษี 0% ทันที 324 รายการ เช่น อุปกรณ์ประกอบ เครื่องพิมพ์ ลดภาษี 0% ภายใน 3 ปี จำนวน94 รายการ เช่น สตาร์ทเตอร์ ลดภาษี 0% ภายใน 5 ปี 82 รายการ เช่น ชุดประกอบแผงวงจร และลดภาษี 0% ภายใน 7 ปี เช่น อินเวอร์เตอร์ เป็นต้น

 

รับดิจิตอลไลฟ์สไตล์ ไอโมบายปรับธุรกิจ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ ไฮเทคตอบโจทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/601082

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 18:05

 

สามารถ ไอ-โมบาย ลงทุน 300 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ เปลี่ยนช็อปทันสมัยภายใต้แนวคิด Open Shop รวมสินค้าและบริการครบที่เดียว พร้อมผุดไอเดียอีคอมเมิร์ซ สร้างเว็บตอบโจทย์นักช็อปออนไลน์ทั้งไทยและต่างชาติ…

นายจักรกฤช จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมใช้งานสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน บริษัทจึงนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความพฤติกรรมการใช้งานดังกล่าว และดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 2 ระเภทหลัก คือ โมบายล์ บิสสิเนส (Mobile Business) และนอน โมบายล์ บิสสิเนส (Non Mobile Business) โดยกลุ่มโมบายล์ บิสสิเนสนั้นจะเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและตรงใจ ส่วนนอน โมบายล์ บิสสิเนสนั้น จะเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่มือถือแต่จะตอบโจทย์ความต้องการใช้งานด้านดิจิตอล คอมเมิร์ซ และคอนเทนต์ รวมถึงการเปิดตัวสายธุรกิจใหม่เพิ่มเติม

“จากแนวทางเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (IoT) บริษัทจึงมีแนวคิดพัฒนารูปแบบสินค้าและบริการให้รองรับความต้องการดังกล่าว ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่าโอเพ่น (Open) ด้วยการสร้างรายได้ในรูปแบบต่างๆ โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มมือถือ 6,500 ล้านบาท และกลุ่มไม่ใช่มือถือ 1,500 ล้านบาท”

สำหรับรูปแบบธุรกิจในปีนี้ แบ่งออกเป็น Open Shop ธุรกิจค้าปลีกที่เป็นร้านค้าไลฟ์สไตล์จำหน่ายมือถือ แก็ตเจ็ต อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย และอุปกรณ์ติดตัวแบรนด์ O’Life โดยภายในร้านดังกล่าวยังให้บริการอื่นๆ อาทิ O’Fix ศูนย์ซ่อมมือถือซึ่งรับซ่อมแซมมือถือทุกแบรนด์ , O’Pay ศูนย์รับชำระบิลทุกประเภท ,​ O’Top Up ตู้เติมเงินเพื่ออำนายความสะดวก , O’Cafe จำหน่ายกาแฟและเครื่องดื่มสุขภาพ , O’Sport & Health and Smart Home จำหน่ายสินค้ากีฬาและสุขภาพ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าปรับร้านไอ-โมบาย เดิม 28 สาขา ให้เป็นร้าน Open Shop รูปแบบใหม่ภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีสาขาแรก ณ อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวสายธุรกิจใหม่ด้านอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ เว็บไซต์ Thailandmall แหล่งช็อปปิ้งเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ , WappWapp ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคทั้งด้านการกิน ความบันเทิงในทุกไลฟ์สไตล์ , Thailand Check-in บริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เป็นต้น ขณะเดียวกัน บริษัทได้เข้าซื้อกิจการจาก Phoinikas ที่ทำธุรกิจด้านดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อขยายธุรกิจด้านดิจิตอล คอมเมิร์ซให้ครบวงจร และในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวบริการ Open MVNO ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT อีกด้วย

“เราใช้งบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของแบรนด์และขยายธุรกิจ โดยเชื่อว่าภายใน 3 ปีจากนี้ บริษัทจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มมือถือ 50% กลุ่มที่ไม่ใช่มือถือ 50% แม้ว่าปัจจุบันรายได้จากกลุ่มธุรกิจมือถือจะปรับลดลงจากเดิมที่ 7,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เนื่องจากโอเปอเรเตอร์มีการทำตลาดอย่างหนักในกลุ่มมือถือราคาระดับล่าง แต่เชื่อว่ากลยุทธ์การทำตลาดมือถือที่บริษัทจะให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟนราคาระดับกลาง หรือไม่เกิน 7,000 บาทนั้น จะทำให้บริษัทมีรายได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน ซึ่งบริษัทจะทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนออกสู่ตลาดราว 10 รุ่นในปีนี้ จากปีก่อนหน้าที่เปิดตัวไปแล้วกว่า 45-47 รุ่น เพื่อรองรับการมาของทีวีดิจิตอล”.

สาวกไอโฟนว่าไง? รุ่นใหม่เปิดตัวปีหน้า จอใหญ่สุด 5.8 นิ้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600267

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 เม.ย. 2559 06:05

 

(ด้านซ้ายคือไอโฟน 6เอส พลัส ส่วนด้านขวาคือไอโฟน เอสอี)

นักวิเคราะห์ขาประจำออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นใหม่ คาดหน้าจออาจปรับใหม่ใหญ่ 5.8 นิ้ว พร้อมเปิดตัวในปี 2017…

เพิ่งทยอยจำหน่ายรุ่นล่าสุดอย่าง “ไอโฟน เอสอี” (iPhone SE) ได้ไม่นาน ล่าสุด เริ่มมีกระแสข่าวเกี่ยวกับรุ่นถัดไปออกมาแล้ว โดยขณะนี้ข่าว(ลือ)ล่าสุด มาจากนักวิเคราะห์คนดัง “หมิง ฉี กั๊วะ” (Ming-Chi Kuo) ที่เคยออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแอปเปิลก่อนมีการเปิดตัว ก็ได้ออกมาเปิดเผยข่าวใหม่ซึ่งระบุว่าเป็นเรื่องราวของไอโฟนรุ่นใหม่

โดยครั้งนี้ เขาเปิดเผยว่า ไอโฟนรุ่นถัดไปอาจเปิดตัวในปี 2017 และแอปเปิลกำลังตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุประเภทใดระหว่างกระจก พลาสติก หรือโลหะ

ทั้งนี้ เขาได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า แอปเปิลอาจตัดสินใจใช้ตัวเครื่องแบบกระจกเหมือนที่ใช้กับไอโฟน 4 และไอโฟน 4เอส เนื่องจากการใช้ตัวเครื่องพลาสติกนั้นไม่สามารถทำให้มีความบางและแข็งแรงได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ อาจมีการเปลี่ยนไปใช้หน้าจอแบบอะโมเลตจอโค้ง แทนหน้าจอแบบแอลซีดีที่ใช้งานมานานตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรก ขณะที่ขนาดหน้าจอรุ่นใหม่นั้น อาจมีขนาดใหญ่เบิ้มไปถึง 5.8 นิ้ว ถือเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าไอโฟน 6เอส พลัส ซึ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบันในไซส์ 5.5 นิ้ว

ภาพที่อ้างว่าเป็นภาพหลุดของไอโฟน 7

ส่วนฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่หลายคนลุ้นมานานอย่างเรื่องชาร์จไร้สายนั้น ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ ออกมาเพิ่มเติม

ขอให้เก็บความสงสัยต่อไปอีกนิด เชื่อว่าไม่นานเกินรอจะต้องมีข่าว(ลือ)ใหม่ๆ ออกมาอัพเดตอย่างแน่นอน…!

ที่มา : macthai , iclarified , 9to5mac

เกม Pocket MapleStory SEA มาแรงติดชาร์ตท็อปทรี ในสโตร์ 3 ชาติอาเซียนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600367

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 เม.ย. 2559 05:45

 

เพลย์พาร์ค ส่งเกมมือถือ Pocket MapleStory SEA ให้ดาวน์โหลดเล่น ทำสาวกเมเปิ้ลแห่ดาวน์โหลดจนติดอันดับท็อปทรีใน Top Free Download หมวดเกม บน iOS พร้อมกันใน 3 ประเทศ คว้าที่ 1 ในไทยและสิงคโปร์ ขณะที่ฟิลิปปินส์มาอันดับ 2…

นางสาวศิริรัตน์ ไวศรายุทธ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน) กล่าวว่า เกม Pocket MapleStory SEA นับเป็นก้าวสำคัญของเอเชียซอฟท์ ในการบุกตลาดเกมมือถือ ปี 2559 นี้ ด้วยศักยภาพของตัวเกม คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนชื่อเสียงและฐานผู้เล่นที่รอคอย Maple Story เวอร์ชั่นมือถือ ทำให้ได้รับกระแสตอบรับจากเกมเมอร์ท่วมท้น จนทำให้ Pocket MapleStory SEA ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในหมวดเกมของหลายๆ ประเทศภายในชั่วข้ามคืน เรียกได้ว่าเป็นเกมมือถือที่ประสบความสำเร็จเร็วที่สุดของเราก็ว่าได้

รอง กก.ผจก.บริษัทเอเชียซอฟท์ฯ กล่าวต่อว่า ทางบริษัทฯ มีการวางแผนร่วมกันใน 4 ประเทศที่เปิดให้บริการ ในการจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของผู้เล่นในแต่ละประเทศให้มากที่สุด รวมถึงผู้พัฒนามีการวางแผนการอัพเดตเกมอย่างต่อเนื่อง คาดว่า Pocket MapleStory SEA จะเป็นเกมที่ทำรายได้ขึ้นอันดับ 1 ในพอร์ตเกมมือถือที่เราเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

เกมมือถือ Pocket MapleStory SEA

นางสาวศิริรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจาก Pocket MapleStory SEA แล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เรามีการเปิดเกมมือถือ โกวเล้ง เทพยุทธ์เหนือฟ้า ซึ่งถือเป็นเกมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นกัน มีอันดับ Grossing (อันดับแอพทำเงินสูงในสโตร์) สูงกว่าอันดับ Download และมีผู้เล่นรีวิวเกมในระดับ 5 ดาวเป็นจำนวนมาก โดยทุกเสียงชื่นชอบในตัวเกมที่มีภาพสวยงาม และแนวการเล่นที่ไม่เหมือนใครในหมวดเกมจีนที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเกม Dragon Encounter มังกรตัวพ่อง ที่มียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ในวันเดียวกับที่เปิดตัว Pocket MapleStory SEA ทำให้มั่นใจในภาพรวมการเปิดให้บริการเกมมือถือของเอเชียซอฟท์ ว่ามีทิศทางที่ดี และจะประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ ในการผลักดันเกมมือถือออกสู่ผู้เล่นอย่างต่อเนื่องแน่นอน

รอง กก.ผจก.บริษัทเอเชียซอฟท์ฯ กล่าวด้วยว่า ในปีนี้ เอเชียซอฟท์ เตรียมที่จะเปิดเกมบนมือถืออีก 17 เกม และเกมบนพีซีอีก 7 เกม ใน 6 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยมีทั้งเกมเก่าและใหม่ที่มีชื่อเสียงที่เกมเมอร์ให้การรอคอย.

เพียงวันแรกที่เปิดตัว Pocket MapleStory SEA สาวกเมเปิ้ลต่างรวมพลังดาวน์โหลดจนทะยานติดอันดับท็อปทรีใน Top Free Download หมวดเกม บน iOS พร้อมกันใน 3 ประเทศ โดยในไทยและสิงคโปร์ขึ้นอันดับ 1 หลังเปิดให้บริการเพียงชั่วข้ามคืน ส่วนมาเลเซียติด อันดับ 2 ขณะที่ฟิลิปปินส์กำลังไต่อันดับขึ้นมาเรื่อยๆ.

ถึงเวลาไอทีเพื่อธุรกิจ จีเอเบิลเปิดเกมรุก รับเทรนด์ดิจิตอลเสริมแกร่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/600149

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2559 15:00

 

จีเอเบิล ปักธงลุย 3 โซลูชั่น คลาวด์ บิ๊กดาต้า ซีเคียวริตี้ ชูแผนธุรกิจแบบ Corporate Digital Transformation รับเทรนด์องค์กรธุรกิจยุคดิจิตอล…

นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล ในฐานะผู้ให้บริการไอทีโซลูชั่นครบวงจร เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงด้านไอทีเข้าสู่ยุคดิจิตอล ทำให้องค์กรธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยเทรนด์เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างน่าจับตาในไทย ได้แก่ Cloud, Big Data, 4G, IoT, SaaS, Security, Mobile Banking, E-Commerce, AI, Smart Devices ซึ่งเทรนด์เทคโนโลยีดังกล่าวมีความสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทจีเอเบิลในการให้บริการลูกค้ากลุ่มองค์กร ภายใต้รูปแบบ End-to-End Solution Partner หรือการให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ สู่การเป็น Corporate Digital Transformation

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทให้ความสำคัญไอทีโซลูชั่น 3 ด้าน คือ คลาวด์ (Cloud) บิ๊กดาต้า (Big Data) และซีเคียวริตี้ (Security) เนื่องจากถือเป็นเทคโนโลยีหลักที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจมุ่งสู่ยุคดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการคาดการณ์ว่าการใช้งานคลาวด์ทั่วโลกอาจมีการเติบโตถึง 71% ในปีนี้ จากเดิม 51% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศไทยยังมีการเติบโตเพียงเล็กน้อย แต่เชื่อว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะ 3-5 ปี สำหรับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 20-25%

ส่วนบิ๊กดาต้าถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความได้เปรียบเชิงธุรกิจให้องค์กร ซึ่งบริษัทตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ Big Data Experience Center หรือ BX ในปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ขณะที่ ซีเคียวริตี้ มีผลวิจัยจากบริษัท Intel Security (McAfee) ระบุว่าอาชญากรรมไซเบอรทั่วโลกในปี 2558 อาจสร้างมูลค่าความเสียหายถึง 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 14 ล้านล้านบาท) จากการโจมตีบนโลกไซเบอร์ เช่น Ransomeware หรือโจรเรียกค่าไถ่ออนไลน์, การข่มขู่ด้วยเทคนิคประเภท DDoS (Distributed Denial of Service) ที่มักเกิดขึ้นกับหน่วยงานต่างๆ โดยกลุ่มบริษัทจีเอเบิลได้มุ่งเน้นบริการดังกล่าว ด้วยรูปแบบการให้บริการตั้งแต่ต้นจนจบ.

หมดเวลาแล้ว! เอเชียซอฟท์ ประกาศยุติให้บริการ Thai Ragnarok Online

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599923

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 เม.ย. 2559 04:45

 

เอเชียซอฟท์ ประกาศ ยุติการให้บริการเกมออนไลน์ Thai Ragnarok Online หลังหมดสัญญาให้บริการ 30 มิ.ย.59 นับถอยหลังปิดตำนานมหากาพย์เกมออนไลน์ที่ดังที่สุด และนานที่สุดอีกเกมหนึ่ง เหลือเพียงความสุขและความทรงจำหลังคีย์บอร์ด…

เมื่อเวลา 17.01 น. วันที่ 1 เม.ย.2559 บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเกม Ragnarok Online (แร็กนาร็อกออนไลน์) หรือ RO ในประเทศไทย ได้ประกาศว่า การให้บริการ เกม Ragnarok Online ภายใต้การดูแลของ บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ตามรายละเอียด ดังนี้

กำหนดการปิดระบบต่างๆ

1 มิ.ย. 59 เวลา 10.00 น. ปิดระบบการเติมเงินทุกช่องทาง

30 มิ.ย. 59 เวลา 23.59 น. ปิดการใช้งานส่วน Item Mall (ผู้เล่นที่ยังมี Cash Point เหลือ กรุณาใช้ให้หมดก่อนปิดให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายน 2559) ปิดให้บริการ Live Chat ปิดระบบการแจ้งปัญหาหน้าเว็บไซต์ ปิดการให้บริการ Call Center BBS จะให้บริการเหลือแต่หมวดพูดคุยทั่วไปเท่านั้น ยุติการให้บริการเกมถาวร

โดยเอเชียซอฟท์ฯ จะดำเนินการส่งต่อข้อมูลภายในเกมตั้งแต่วันแรกที่ทำการเปิดเกม จนถึงวันสิ้นสุดสัญญา คืนให้กับผู้พัฒนาเกม คือ บริษัทกราวิตี้ เกาหลีใต้ และเพื่อเป็นการขอบคุณผู้เล่นทุกท่าน ทางทีมงาน Ragnarok Online จึงขอมอบช่วงเวลาพิเศษให้กับผู้เล่นทุกคนได้ร่วมส่งท้ายกับความทรงจำสุดพิเศษ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 จนถึงเวลาสิ้นสุดการให้บริการดังนี้

GM ปล่อย Boss ทุกวันจนสิ้นสุดการให้บริการ
Activities with GM (Farewell)
แจก Airtime ฟรี สำหรับทุกคน
แจกสนั่น ลั่นเซิร์ฟ

พร้อมกันนี้ ทีมงาน Thai Ragnarok Online ได้ เปิดใจกับผู้เล่นทุกคนใน We Love RO รักเสมอ…เพื่อนคนนี้

14 ปีแห่งความทรงจำของ ทีมงาน Thai Ragnarok Online บ.เอเชียซอฟท์ฯ

สำหรับ Ragnarok Online เป็นเกมแบบ MMORPG มุมมองบุคคลที่สามจากด้านเฉียงบน ระบบกึ่งสามมิติ (ฉากเป็นภาพสามมิติ แต่ตัวละครและศัตรูเป็นภาพสองมิติ) ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท กราวิตี้ คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเกาหลีใต้เมื่อ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2544 โดยเนื้อหาส่วนใหญ่มาจากการ์ตูนเรื่อง แร็กนาร็อก ซึ่งประพันธ์โดย Lee Myung-Jin สำหรับในประเทศไทยเปิดให้บริการเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2545 โดยบริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์จนถึง พ.ศ. 2559 และเปลี่ยนผู้ถือลิขสิทธิ์เป็น บริษัท อิเลคทรอนิกส์ เอ็กซ์ตรีม จำกัด ตั้งแต่ พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มให้บริการเกมออนไลน์มาตั้งแต่ปี 2545 โดยได้สิทธิ์การให้บริการจากจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 14 ปี นับเป็นเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และยืนหยัดให้บริการมายาวนานที่สุดเกมหนึ่งของประเทศไทย.

ทีวีครองเจ้าตลาดโฆษณา! จับตา เฟซบุ๊ก-ยูทูบ โกยรายได้มหาศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/599286

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2559 15:05

 

สมาคมโฆษณาดิจิตอล (DAAT) เผยธุรกิจสื่อสารใช้สื่อดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้จุดเด่นเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม…

นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย) หรือ DAAT เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการเลือกสื่อเพื่องานโฆษณามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปรับลดในสื่อประเภทต่างๆ สู่สื่อออนไลน์​ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสัดส่วนลดลงจาก 19% เหลือ 10% นิตยสาร จาก 7% เหลือ 3% และ วิทยุ จาก 8% เหลือ 5% ส่วนโทรทัศน์เป็นสื่อเดียวที่มีสัดส่วนคงเดิมที่ 50-60% ขณะที่สื่อดิจิตอลมีสัดส่วนอยู่ที่ 7-8%

“ความนิยมใช้สื่อดิจิตอลเพื่อการโฆษณาเริ่มต้นเมื่อปี 2556 จากความแพร่หลายของบริการ 3จี และอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความแตกต่างของสื่อดิจิตอลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่นอย่างชัดเจน จากพฤติกรรมการใช้งาน หรือแม้กระทั่งความสนใจข้อมูลก็สามารถวัดและแบ่งประเภทได้จากการใช้งานสื่อและสังคมออนไลน์ ขณะเดียวกัน โทรทัศน์ก็มีแนวโน้มจำนวนผู้รับชมน้อยลง จากปัญหาความสับสนช่องรายการจากตอนเปลี่ยนเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล รวมถึงพฤติกรรมการรับชมรายการทีวีบนมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน”

สำหรับสื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิตอล ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยสื่อดิจิตอลอาจขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 2 แทนสื่อสิ่งพิมพ์ ส่วนสื่อดิจิตอลที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรกในปีนี้ คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และดิสเพลย์ แอด ซึ่งเฟซบุ๊กถือเป็นสื่อโฆษณาดิจิตอลที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดในปี 2558 ที่ 24% คิดเป็นการเติบโตกว่า 95% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ ยูทูบ มีสัดส่วนที่ 20% เติบโตขึ้น 87% และดิสเพลย์ แอด มีส่วนแบ่งอยู่ในอันดับใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจร่วมกับบริษัทวิจัย ทีเอ็นเอส พบว่ามูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลในปี 2558 มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่า 8,084 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 32% และคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 23% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,927 ล้านบาทในปีนี้ โดยอุตสาหกรรมที่ใช้สื่อดิจิตอลมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มธุรกิจสื่อสาร 974 ล้านบาท ธุรกิจยานยนต์ 918 ล้านบาท ธุรกิจเครื่องประทินผิว 595 ล้านบาท ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม 567 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผม 513 ล้านบาท ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ธุรกิจสื่อสารก็จะเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนในด้านดังกล่าวสูงสุด ถึง 1,304 ล้านบาท.