เนทันยาฮูลั่น จะเดินหน้าโจมตีตอนใต้ของเลบานอน “ตามแผนที่วางไว้”

เนทันยาฮูลั่น จะเดินหน้าโจมตีตอนใต้ของเลบานอน “ตามแผนที่วางไว้”

2 มิ.ย. 2569 04:24 น.

เนทันยาฮูลั่น จะเดินหน้าโจมตีตอนใต้ของเลบานอน “ตามแผนที่วางไว้”

เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ยืนยันจะโจมตีภาคใต้ของเลบานอนต่อไป แต่ชะลอการโจมตีกรุงเบรุต หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า อิสราเอลจะไม่เคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงของเลบานอนแห่งนี้

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงเดินหน้าโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน “ตามแผนที่วางไว้” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ากองกำลังอิสราเอลจะไม่เคลื่อนพลไปยังกรุงเบรุต

ในแถลงการณ์สั้นๆ เนทันยาฮูกล่าวว่า “กองทัพอิสราเอล (IDF) จะยังคงปฏิบัติการในตอนใต้ของเลบานอนต่อไปตามแผนที่วางไว้” และเสริมว่า หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่างๆ และพลเรือนของอิสราเอล อิสราเอลก็พร้อมที่จะเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุต

ในขณะเดียวกัน นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในวันเดียวกันว่า “ยังไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน”

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ นายคัตซ์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า พวกเขาได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุต ทว่าในแถลงการณ์ช่วงเย็น ทั้งสองกลับยอมรับข้อตกลงหยุดยิงของทรัมป์โดยนัย และระบุว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีกรุงเบรุตในทันที

คัตซ์ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว แชนแนล 14 (Channel 14) ซึ่งเป็นสื่อฝ่ายขวาของอิสราเอล โดยเน้นย้ำไปในทิศทางเดียวกับเนทันยาฮูว่า อิสราเอลจะยังคงโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไป

“เรากำลังดำเนินปฏิบัติการของเราต่อไป — เพื่อทำลายขีดความสามารถของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และถอนกำลังนักรบของฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมดออกจากตอนใต้ของเลบานอน” คัตซ์กล่าว “เราจะเดินหน้าดำเนินการต่อต้านทุกภัยคุกคามที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์สร้างขึ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ยืนยัน การเจรจาสันติภาพยังดำเนินต่อ สวนทางรายงานสื่ออิหร่าน

ทรัมป์ยืนยัน การเจรจาสันติภาพยังดำเนินต่อ สวนทางรายงานสื่ออิหร่าน

2 มิ.ย. 2569 02:02 น.

ทรัมป์ยืนยัน การเจรจาสันติภาพยังดำเนินต่อ สวนทางรายงานสื่ออิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อ แม้ว่าก่อนหน้านี้สื่อของอิหร่านจะรายงานอ้างว่า รัฐมนตรีเตหะรานระงับการเจรจาแล้ว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลโจมตีเลบานอน

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าสื่อของรัฐบาลอิหร่านจะออกมาอ้างก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันว่า รัฐบาลเตหะรานได้ระงับการเจรจาเพื่อประท้วงกรณีที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนก็ตาม

“การเจรจากับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และอย่างรวดเร็ว” โพสต์ของทรัมป์ระบุ

ทรัมป์กับรัฐบาลของเขาบอกมาตลอดว่า พวกเขามักได้รับข้อความที่ขัดแย้งกันเองจากทางอิหร่าน ระหว่างสิ่งที่อิหร่านแถลงต่อสาธารณะกับสิ่งที่สื่อสารเป็นการภายใน

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ฝ่ายอิหร่านยังไม่ได้แจ้งต่อสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเรื่องที่พวกเขาขอระงับการเจรจา และเขาเพิ่งโพสต์ข้อความว่า ได้พูดคุยกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และแกนนำของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแล้ว โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่โจมตีกัน ขณะที่อิสราเอลจะไม่ส่งทหารเข้ากรุงเบรุต

“ผมได้ต่อสายพูดคุยที่มีผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างมากกับนายกรัฐมนตรี บีบี เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และจะไม่มีการส่งกองกำลังทหารไปยังกรุงเบรุต ส่วนกองกำลังใดๆ ที่กำลังเดินทางไป ก็ได้ถูกสั่งให้หันหลังกลับเรียบร้อยแล้ว” โพสต์ก่อนหน้านี้ของทรัมป์ระบุ

“เช่นเดียวกัน ผมได้พูดคุยอย่างราบรื่นมากกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ผ่านทางผู้แทนระดับสูง และพวกเขาก็ตกลงกันว่าการยิงตอบโต้ทั้งหมดจะยุติลง — ฝ่ายอิสราเอลจะไม่โจมตีพวกเขา และพวกเขาก็จะไม่โจมตีอิสราเอล”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้าง คุยเนทันยาฮู-ฮิซบอลเลาะห์แล้ว 2 ฝ่ายตกลงหยุดโจมตี

ทรัมป์อ้าง คุยเนทันยาฮู-ฮิซบอลเลาะห์แล้ว 2 ฝ่ายตกลงหยุดโจมตี

2 มิ.ย. 2569 01:03 น.

ทรัมป์อ้าง คุยเนทันยาฮู-ฮิซบอลเลาะห์แล้ว 2 ฝ่ายตกลงหยุดโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ได้คุยกับผู้นำอิสราเอลและผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่โจมตีเข้าใส่กัน และฝ่ายอิสราเอลจะไม่ส่งทหารเข้าสู่กรุงเบรุต

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า เขาเสร็จสิ้นการคุยโทรศัพท์กับนาย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กับแกนนำของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแล้ว และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหยุดโจมตีซึ่งกันและกัน

“ผมได้ต่อสายพูดคุยที่มีผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างมากกับนายกรัฐมนตรี บีบี เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และจะไม่มีการส่งกองกำลังทหารไปยังกรุงเบรุต ส่วนกองกำลังใดๆ ที่กำลังเดินทางไป ก็ได้ถูกสั่งให้หันหลังกลับเรียบร้อยแล้ว” โพสต์ของทรัมป์ระบุ

“เช่นเดียวกัน ผมได้พูดคุยอย่างราบรื่นมากกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ผ่านทางผู้แทนระดับสูง และพวกเขาก็ตกลงกันว่าการยิงตอบโต้ทั้งหมดจะยุติลง — ฝ่ายอิสราเอลจะไม่โจมตีพวกเขา และพวกเขาก็จะไม่โจมตีอิสราเอล”

ข้อความของนายทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากในวันจันทร์ นายเนทันยาฮูสั่งให้กองทัพเปิดฉากโจมตีในเขตดาฮิเยห์ (Dahieh) ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่า รัฐบาลเตหะรานตัดสินใจระงับการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อประท้วงที่อิสราเอลขยายการโจมตีเลบานอนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และเตรียมแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซกับเปิดแนวรบอื่นๆ เพิ่มเพื่อเป็นการตอบโต้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

1 มิ.ย. 2569 23:55 น.

ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า อิหร่านยังไม่ได้แจ้งสหรัฐฯ เรื่องการระงับการเจรจา แต่ยืนยันว่าแม้จะระงับ เขาก็รอได้นานเท่านาน และจะปิดล้อมทางทะเลต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีข้อตกลงที่ดี

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า อิหร่านยังไม่ได้แจ้งให้สหรัฐฯ ทราบอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาจะขอระงับการเจรจา หลังจากสื่ออิหร่านรายงานก่อนหน้านี้ว่า เตหะรานจะระงับการพูดคุยเพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

ทรัมป์ระบุเป็นนัยด้วยว่า เขาไม่มีปัญหาอะไรที่จะรอคอยจนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมตกลงในข้อตกลงที่ยอมรับได้

“ผมคิดว่าที่ผ่านมาพวกเราพูดกันมากเกินไปแล้ว ถ้าคุณอยากรู้ความจริงนะ ผมคิดว่าการเงียบไปเลยน่าจะดีมาก” ทรัมป์บอกกับสำนักข่าว NBC News ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และย้ำด้วยว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบอีกครั้ง

“มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าไปแล้วเริ่มทิ้งระเบิดใส่ทุกที่แถวนั้น” ทรัมป์บอกกับ NBC “เราก็แค่จะเงียบไปเหมือนกัน และเราจะเดินหน้าปิดล้อมต่อไป การปิดล้อมเนี่ยมันแข็งแกร่งเหมือนดั่งเหล็กกล้าเลยล่ะ” อ้างถึงการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ สกัดเรือสินค้าต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ท่าเรือของอิหร่าน

ทรัมป์ ซึ่งยืนกรานมาตลอดว่าเขาไม่ได้รู้สึกกดดันที่จะต้องบรรลุข้อตกลงให้ได้โดยเร็ว ยังคงรักษาท่าทีว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบต่อรัฐบาลเตหะราน โดยระบุว่า “ผมคิดว่าผมรอได้นานเท่าที่พวกเขาต้องการนั่นแหละ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

1 มิ.ย. 2569 22:35 น.

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

หน่วยงานของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งในอ่าวเปอร์เซีย ถูกวัตถุปริศนาพุ่งเข้าใส่จนเกิดระเบิดรุนแรง ทำให้เรือได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) องค์กรความมั่นคงทางทะเลที่ดำเนินงานโดยกองทัพของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด

UKMTO ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากท่าเรือ อุมม์ กัสร์ (Umm Qasr) ของประเทศอิรัก ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 40 ไมล์

“เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งกำลังแล่นผ่านอ่าวอาหรับ ก่อนจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงหลังจากวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดพุ่งเข้าใส่กราบขวาของเรือ” UKMTO ระบุและเสริมว่า “ในขณะนี้ UKMTO ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

UKMTO เผยอีกว่า ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนนับจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม ทางหน่วยงานได้รับแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเรือในพื้นที่และบริเวณโดยรอบอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน รวมทั้งสิ้น 52 ครั้ง เป็นการโจมตี 28 ครั้ง และเป็นเหตุการณ์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นการโจมตีอีก 22 ครั้ง

ทั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้บริษัทเดินเรือส่วนใหญ่ตัดสินใจระงับการปฏิบัติงานในภูมิภาคดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

1 มิ.ย. 2569 21:43 น.

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า ได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านจำนวน 2 ลูก ที่มุ่งเป้าโจมตีกองทัพอเมริกันในประเทศคูเวต ท่ามกลางความตึงเครียดครั้งใหม่ หลังอิหร่านระงับการเจรจาเพื่อประท้วงอิสราเอล

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อเช้าวันจันทร์ว่า กองทัพประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่านจำนวน 2 ลูก ที่มุ่งเป้าโจมตีกองทัพอเมริกันที่ประจำการในประเทศคูเวต

เซ็นต์คอม ระบุว่า การสกัดกั้นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23:00 น. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกทำลายทันที และไม่มีบุคลากรของสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และจะเดินหน้าปกป้องกองกำลังของเราจากความก้าวร้าวของอิหร่าน พร้อมทั้งสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่” แถลงการณ์ระบุ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กับระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเซ็นต์คอมเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า กองทัพดำเนินการโจมตีระบบเรดาร์และศูนย์ควบคุมและสั่งการโดรนของอิหร่าน ในพื้นที่เมืองโกรุก (Goruk) และเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่าน เพื่อป้องกันตนเอง

ในวันจันทร์ สื่ออิหร่านเปิดเผยว่า ทางการสั่งระงับการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และว่าพวกเขากำลังเตรียมแผนการเพื่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขยายแนวรบเพิ่มเพื่อเป็นการตอบโต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

1 มิ.ย. 2569 21:16 น.

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านระงับการเจรจากับสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการผิดเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง และเตรียมแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 สำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ระงับการเจรจากับสหรัฐอเมริกาแล้ว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลมีปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอิหร่านจะเรียกร้องมาตลอดว่า ต้องรวมเลบานอนไว้ในข้อตกลงหยุดยิงด้วย

“เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป และเมื่อพิจารณาว่าเลบานอนเคยเป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งขณะนี้ถูกละเมิดในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอนด้วย คณะเจรจาของอิหร่านจึงขอระงับการเจรจาและการแลกเปลี่ยนเอกสารผ่านตัวกลางเอาไว้ก่อน”

สำนักข่าวทัสนิมรายงานอีกว่า อิหร่านขอเรียกร้องให้อิสราเอลยุติสงครามของพวกเขาในฉนวนกาซากับเลบานอนโดยทันที รวมถึงให้อิสราเอลถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากเลบานอน พร้อมเสริมว่าตราบใดที่เงื่อนไขของอิหร่านและกลุ่มฝ่ายต่อต้านในเรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง “จะไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น”

นอกจากนั้น ทัสนิมระบุด้วยว่า รัฐบาลเตหะรานและกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรในภูมิภาคได้บรรจุวาระเรื่อง “การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์และการเปิดแนวรบอื่นๆ” ไว้ในแผนงานแล้ว ซึ่งรวมถึงช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” (Bab el-Mandeb strait) ทางใต้สุดของทะเลแดง ซึ่งกบฏฮูตีในเยเมนเคยโจมตีเรือสินค้าต่างๆ ก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เพิ่งสั่งการให้กองทัพโจมตีเขตดาฮิเยห์ (Dahieh) ชาวเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งอ้างว่า มีการประสานงานกับสหรัฐฯ เรื่องแผนการโจมตีดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

1 มิ.ย. 2569 16:27 น.

ฟิลิปปินส์จับกุม สว.ดัง คดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วม พบรับสินบน 300 ล้าน

ตำรวจฟิลิปปินส์จับกุม สว. โฮเซ “จิงกอย” เอสตราดา ลูกชายอดีตประธานาธิบดี หลังศาลสั่งฟ้องคดีทุจริตงบประมาณโครงการป้องกันน้ำท่วมมูลค่ามหาศาล พบหลักฐานรับสินบนกว่า 300 ล้านบาท โดยเจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ อ้างถูกใช้การเมืองกลั่นแกล้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจฟิลิปปินส์ได้ควบคุมตัว นายโฮเซ “จิงกอย” เอสตราดา สมาชิกวุฒิสภาชื่อดัง หลังจากศาลต้านการทุจริตพิเศษมีคำสั่งจับกุมในข้อหา “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” ซึ่งถือเป็นคดีคอร์รัปชันระดับชาติที่สร้างความไม่พอใจและนำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการสืบสวนนานเกือบหนึ่งปี เกี่ยวกับการทุจริตในโครงการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างยิ่งในฟิลิปปินส์ที่ต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นรุนแรงทุกปี อัยการระบุว่า นายเอสตราดาได้สอดแทรกงบประมาณโครงการป้องกันน้ำท่วมไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2025 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเองได้รับเงินสินบนสูงถึง 573 ล้านเปโซ (ประมาณ 302 ล้านบาท)

คดีนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย รวมถึงนายมานูเอล โบนวน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและทางหลวง ตลอดจนเจ้าหน้าที่วิศวกรรมท้องถิ่นและเจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างหลายแห่ง

ก่อนเข้ามอบตัว ณ อาคารรัฐสภา นายเอสตราดากล่าวแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนสั้นๆ โดยยืนยันความบริสุทธิ์และระบุว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” และเป็นแผนการทางการเมืองเพื่อบีบให้เขาเปลี่ยนข้างในการโหวตสำคัญในวุฒิสภา

เอสตราดากล่าวว่า  “มีการเสนอข้อตกลงมากมายเพื่อให้ผมหลุดพ้นจากคดีนี้ แต่ผมไม่รับพิจารณา เพราะสิ่งที่เดิมพันอยู่คือความเป็นอิสระของวุฒิสภา”  พร้อมย้ำว่าเขาพร้อมพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลและจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ สว. เพื่อหลบหนีกระบวนการยุติธรรม

การคุมตัวนายเอสตราดาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเมืองฟิลิปปินส์กำลังร้อนแรง เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในกลุ่ม 13 สว. ที่มีอิทธิพล ซึ่งกำลังจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในคดีถอดถอนรองประธานาธิบดี ซารา ดูเตอร์เต ในเดือนหน้า โดยนางซาราถูกกล่าวหาว่าทุจริตและพัวพันกับแผนสังหารประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์

นอกจากนี้ สมาชิกในกลุ่มเดียวกันอย่าง สว. โรนัลด์ เดลา โรซา อดีต ผบ.ตร. ยุคสงครามยาเสพติด ก็เพิ่งหลบหนีไปเมื่อเดือนก่อน หลังศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับ เช่นเดียวกับนายโรดริโก ดูเตอร์เต อดีตประธานาธิบดีที่ถูกส่งตัวไปยังศาลที่เนเธอร์แลนด์ก่อนหน้านี้ การขาดหายไปของเอสตราดาและเดลา โรซา อาจส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเสียงในศาลวุฒิสภาที่จะตัดสินอนาคตของรองประธานาธิบดีดูเตอร์เต

ทั้งนี้ ตามกฎหมายฟิลิปปินส์ ข้อหา “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องหาไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว โดยคดีทุจริตครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมือง แต่ยังส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเติบโตของประเทศในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาอีกด้วย.

ที่มา AFP / Reuters

ชิบูย่าเอาจริง เริ่มปรับทิ้งขยะเรี่ยราดทันที 2,000 เยน รับมือปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง

ชิบูย่าเอาจริง เริ่มปรับทิ้งขยะเรี่ยราดทันที 2,000 เยน รับมือปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง

1 มิ.ย. 2569 14:52 น.

ชิบูย่าเอาจริง เริ่มปรับทิ้งขยะเรี่ยราดทันที 2,000 เยน รับมือปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง

เขตชิบูย่า ย่านท่องเที่ยวชื่อดังกรุงโตเกียว เริ่มบังคับใช้มาตรการปรับเงินผู้ที่ทิ้งขยะในที่สาธารณะทันที 2,000 เยน หรือราว 408 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป พร้อมระดมเจ้าหน้าที่สายตรวจพูดได้หลายภาษาคุมเข้ม หวังแก้ปัญหาขยะล้นเมืองท่ามกลางวิกฤต “นักท่องเที่ยวล้นเมือง”

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป เขตชิบูย่าของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มบังคับใช้ระเบียบฉบับแก้ไขเพื่อสร้าง “ชิบูย่าที่สะอาด” โดยกำหนดโทษปรับผู้ที่ทิ้งขยะเรี่ยราดในที่สาธารณะเป็นเงินจำนวน 2,000 เยน (ประมาณ 408 บาท) ซึ่งเจ้าหน้าที่สายตรวจมีอำนาจเรียกปรับและเก็บเงิน ณ จุดที่พบการกระทำความผิดทันที

เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ทางการได้เพิ่มระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด ให้ผู้กระทำความผิดสามารถจ่ายค่าปรับผ่านบัตรเครดิต หรือสแกน QR Code ได้ นอกเหนือจากการจ่ายด้วยเงินสด เพื่อให้มาตรการนี้มีผลบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งกับชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ทางการเขตชิบูย่าได้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่สายตรวจสูงสุดถึง 50 นาย กระจายกำลังไปตามย่านเศรษฐกิจและสถานีรถไฟสำคัญ เช่น ชิบูย่า, ฮาราจูกุ และเอบิสึ โดยเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะมีความสามารถในการสื่อสารหลายภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และเกาหลี เพื่ออธิบายกฎระเบียบให้ชาวต่างชาติเข้าใจอย่างชัดเจนและเป็นธรรม

นอกจากนี้ ยังมีการออกกฎข้อบังคับใหม่สั่งให้ผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่ต้องติดตั้งถังขยะบริเวณหน้าร้าน หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินการปรับเช่นเดียวกัน เพื่อลดปัญหาขยะจากการเดินไปกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของขยะสะสมตามริมถนน

นายเคน ฮาเซเบะ นายกเทศมนตรีเขตชิบูย่า ระบุว่า “ชิบูย่าเป็นเมืองระดับสากลที่มีผู้คนจากทั่วโลกแวะเวียนมา แม้เราจะภูมิใจในความมีชีวิตชีวาของเมือง แต่เราก็ต้องรับผิดชอบในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย เราจึงทำให้กฎระเบียบชัดเจนขึ้น และขอความร่วมมือทุกคนไม่ว่าจะสัญชาติใดให้ปฏิบัติตามกฎของเมือง”

ปัจจุบันเขตชิบูย่ามีประชากรอาศัยอยู่จริงประมาณ 240,000 คน แต่มีจำนวนผู้คนที่หมุนเวียนในพื้นที่ตอนกลางวันมากกว่าจำนวนประชากรถึงสองเท่า โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 ที่จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้มาตรการรณรงค์แบบเดิมที่ขอให้ “นำขยะกลับไปทิ้งที่บ้าน” เริ่มไม่ได้ผล

ญี่ปุ่นประสบปัญหาขยะสะสมในแหล่งท่องเที่ยวอย่างหนัก หลังจากเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งในปี 2025 มีจำนวนสูงถึง 42.7 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 20% มองว่า “การหาถังขยะสาธารณะยากเกินไป” คือความไม่สะดวกสบายอันดับหนึ่งในการมาเที่ยวญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ถังขยะในที่สาธารณะของญี่ปุ่นถูกถอดออกเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่เหตุการณ์ก่อการร้ายในอดีตเพื่อความปลอดภัย มาตรการปรับเงินในที่สาธารณะครั้งนี้จึงเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลท้องถิ่นในการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายใต้สโลแกนรณรงค์ที่ว่า “If you throw trash, you lose cash” หรือ “ทิ้งขยะเมื่อไหร่ เสียเงินเมื่อนั้น” เพื่อเตือนสติผู้ที่มักง่ายก่อนจะทำลายทัศนียภาพของเมืองหลวงสัญชาติญี่ปุ่นแห่งนี้.

ที่มา BBC / Japan Today

NVIDIA เปิดตัวชิป AI สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบวินโดวส์ ท้าชนแอปเปิล-อินเทล

NVIDIA เปิดตัวชิป AI สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบวินโดวส์ ท้าชนแอปเปิล-อินเทล

1 มิ.ย. 2569 14:27 น.

NVIDIA เปิดตัวชิป AI สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบวินโดวส์ ท้าชนแอปเปิล-อินเทล

NVIDIA ผู้นำด้านเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ในชื่อ “RTX Spark” รุกคืบเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคระดับทั่วไปสำหรับอุปกรณ์ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้อาจเป็นการท้าชนเจ้าตลาดเดิมอย่าง แอปเปิล, อินเทล และ AMD

เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ได้ขึ้นเวทีกล่าวปาฐกถาพิเศษก่อนการเปิดฉากงานแสดงเทคโนโลยีระดับโลก Computex ที่นครไทเป ของไต้หวัน พร้อมเปิดตัวชิปซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ในชื่อ “RTX Spark”

เจนเซน หวง ระบุว่า การเผยโฉมชิปตัวนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ โดยกล่าวว่า “การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับการปฏิวัติโทรศัพท์มือถือแบบเดิมๆ ให้กลายมาเป็นสิ่งที่เราเรียกกันในปัจจุบันว่า สมาร์ตโฟน” พร้อมเสริมว่ามันคือคอมพิวเตอร์ที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะต้องการใช้ในงานด้านชีววิทยาดิจิทัล การประมวลผลแผ่นดินไหว หรือฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ก็สามารถจัดการได้อย่างไม่มีปัญหา

ด้าน Nvidia ได้ระบุในเว็บไซต์ของบริษัทว่า RTX Spark คือ “ซูเปอร์ชิป” รุ่นใหม่สำหรับยุคของระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานในรูปแบบตัวแทน ซึ่งจะยกระดับคลาสของคอมพิวเตอร์จากการเป็นเพียง “เครื่องมือ” ให้กลายมาเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ที่สามารถทำงานต่างๆ แทนผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและแล็ปท็อปรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป RTX Spark จากแบรนด์ผู้ผลิตชั้นนำ เช่น Lenovo, HP, Dell, Microsoft Surface, Asus และ MSI มีกำหนดการจะออกวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยมีแบรนด์ Acer และ Gigabyte ที่จะวางจำหน่ายตามมาในภายหลัง

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ของ Nvidia ถือเป็นการส่งสัญญาณท้าชนโดยตรงต่อเจ้าตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรายใหญ่อย่าง Apple, Intel และ AMD แม้ว่าอุปกรณ์รุ่นใหม่เหล่านี้อาจจะเปิดตัวมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงก็ตาม ข้อมูลจากบริษัทวิจัย Gartner ระบุว่า Lenovo, HP, Dell และ Apple ครองส่วนแบ่งในตลาดพีซีทั่วโลกรวมกันเกือบ 75% ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชิปของ Nvidia เข้าไปขับเคลื่อนอุปกรณ์วินโดวส์ เนื่องจากเคยมีแท็บเล็ตบางรุ่นใช้ชิปของบริษัทในช่วงต้นทศวรรษ 2010 แต่อุตสาหกรรมในปัจจุบันมองว่านี่คือกลยุทธ์สำคัญของ Nvidia ในการกระจายความเสี่ยงธุรกิจมาสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไป หลังจากที่บริษัททำกำไรมหาศาลอย่างต่อเนื่องจากการขายชิปประมวลผลสำหรับศูนย์ข้อมูลให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก จนส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของ Nvidia พุ่งทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของประเทศญี่ปุ่นหรืออินเดียไปแล้ว

สตีเฟน วู อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ AI และผู้ก่อตั้งกองทุนรวม Carthage Capital ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “Nvidia กำลังข้ามผ่านห่วงโซ่อุปทานพีซีแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างการผูกขาดฮาร์ดแวร์แบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” โดยเขามองว่าสถาปัตยกรรมใหม่นี้ถือเป็น “ภัยคุกคามต่อความอยู่รอด” (Existential Threat) ของการออกแบบชิปแล็ปท็อปในปัจจุบัน ซึ่ง Intel และ AMD จะได้รับผลกระทบโดยตรงเป็นกลุ่มแรก

อย่างไรก็ตาม อเลนา ยี บรรณาธิการอาวุโสของนิตยสาร PC World ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ท่ามกลางภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่กำลังดันราคาฮาร์ดแวร์ให้สูงขึ้น “คำถามที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องที่ว่าฮาร์ดแวร์พีซียุคถัดไปจะทรงพลังแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ว่าผู้ซื้อจะยังสามารถจ่ายเงินซื้อมันไหวหรือไม่ต่างหาก”

นอกจากนี้ เจนเซน หวง ยังได้จัดแสดงแพลตฟอร์มชิปรุ่นถัดไปในชื่อ “Vera Rubin” บนเวที พร้อมระบุว่ากระแสความนิยมในเทคโนโลยี AI Agents กำลังผลักดันให้ความต้องการพลังงานในการประมวลผลพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล และเขาได้แสดงความเห็นต่อข้อกังวลที่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานของมนุษย์ทั่วโลกว่าเป็น “เรื่องเหลวไหล”

อย่างไรก็ดี ในการแถลงข่าวครั้งนี้ เจนเซน หวง ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีน เกี่ยวกับการพยายามจำหน่ายชิปที่ใช้เทรนและรันระบบ AI ในประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันได้พยายามสกัดกั้นไม่ให้บริษัทจีนสามารถเข้าถึงชิปขั้นสูงได้

ด้านกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจเปิดโอกาสให้มีการส่งออกเทคโนโลยี AI ขั้นสูง เช่น ชิปประมวลผลตระกูล Blackwell ของ Nvidia ไปยังบริษัทลูกของจีนที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน แม้ว่าก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม สหรัฐฯ จะเคยผ่อนปรนข้อจำกัดด้านความมั่นคงในการส่งออกชิปรุ่น H200 ไปยังประเทศจีนแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันยังคงไม่มีสัญญาณการสั่งซื้อขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งกำลังเร่งพัฒนาและผลิตชิปภายในประเทศเพื่อขึ้นมาท้าชนมหาอำนาจทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เช่นกัน.

ที่มา NVIDIA / BBC