ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

25 เม.ย. 2569 00:26 น.

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นออกกฎใหม่ ห้ามใช้และชาร์จพาวเวอร์แบงก์ระหว่างเที่ยวบิน หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้หลายครั้ง ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น ประกาศห้ามใช้ “พาวเวอร์แบงก์” หรือแบตเตอรี่สำรองบนเครื่องบิน สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากและเดินทางมาถึงสนามบินในญี่ปุ่น โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมาตรการนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุหลายครั้งที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิดไฟไหม้หรือมีควันภายในห้องโดยสาร ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

รายงานข่าวระบุว่า ภายใต้กฎใหม่ ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างเที่ยวบินได้ รวมถึงห้ามชาร์จตัวพาวเวอร์แบงก์เองผ่านปลั๊กไฟบนเครื่องบิน นอกจากนี้ ยังจำกัดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อผู้โดยสาร 1 คน ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน หรือประมาณ 150,000 บาท

ขณะที่บรรยากาศที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว พบว่าสายการบินหลายแห่งได้ติดป้ายแจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ โดยผู้โดยสารบางรายยอมรับว่า แม้จะไม่สะดวกที่ไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์ระหว่างบินได้ แต่ก็เข้าใจว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัย.

ที่มา NHK

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

24 เม.ย. 2569 23:21 น.

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

“พีท เฮกเซธ” รมว.กลาโหมสหรัฐ ย้ำขยายมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าประจำการในภูมิภาคพร้อมรับมือเรืออิหร่านคุกคาม ไฟเขียวกองทัพยิงทำลายทันที

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐจะขยายมาตรการปิดล้อมในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าประจำการในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

นายเฮกเซธกล่าวว่า กองทัพสหรัฐมีความพร้อมเต็มที่ในการรับมือ หากอิหร่านดำเนินการวางทุ่นระเบิดหรือคุกคามเส้นทางเดินเรือ โดยย้ำว่ากองทัพเรือจะบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอย่างเข้มงวด โดยระบุว่า สหรัฐได้กำหนดการปิดล้อมที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ตั้งแต่อ่าวโอมานไปจนถึงมหาสมุทรเปิด กองทัพเรือของสหรัฐฯ จะดำเนินการโดยไม่ลังเล 

รัฐมนตรีกลาโหมยังระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุญาตให้กองทัพเรือยิงทำลายเรือเร็วของอิหร่านทันที หากพยายามวางทุ่นระเบิดหรือรบกวนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า ได้สั่งการให้กองทัพยิงและสังหาร เรือขนาดเล็กของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดในพื้นที่.

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

24 เม.ย. 2569 21:58 น.

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

สื่อรัฐบาลอิหร่านยืนยัน “อับบาส อารักชี” เดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความหวังเปิดทางเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานยืนยันว่านายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนปากีสถาน ในวันนี้ เพื่อหารือกับผู้นำปากีสถานเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและความคืบหน้าความขัดแย้งกับสหรัฐO

รายงานข่าวระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนหลายประเทศ ซึ่งครอบคลุมกรุงอิสลามาบัด มัสกัต และมอสโก โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือทวิภาคีและติดตามสถานการณ์สงครามที่อิหร่านระบุว่าเกิดจากสหรัฐและอิสราเอล

ทางด้านแหล่งข่าวฝ่ายปากีสถานระบุว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูง ที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกได้ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงอิสลามาบัด เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญสู่การรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หลังจากการเจรจารอบก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

รายงานข่าวระบุว่า นายอารักชีได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอิชาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ซึ่งย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายอิหร่านชื่นชมบทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลาง แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสหรัฐเกี่ยวกับการส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมเจรจารอบใหม่ แต่มีรายงานว่า สหรัฐยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือหากเงื่อนไขเอื้ออำนวย

ก่อนหน้านี้ สหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หากยังไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อม.

ที่มา AFP

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

24 เม.ย. 2569 18:15 น.

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้

อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 25 เมษายน 2569

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 54.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่

นักท่องเที่ยวสาวร่วง พื้น “ส้วมหลุม” ถล่มในออสเตรเลีย จมสิ่งปฏิกูลครึ่งตัวนาน 3 ชม.

นักท่องเที่ยวสาวร่วง พื้น "ส้วมหลุม" ถล่มในออสเตรเลีย จมสิ่งปฏิกูลครึ่งตัวนาน 3 ชม.

24 เม.ย. 2569 16:15 น.

นักท่องเที่ยวสาวร่วง พื้น “ส้วมหลุม” ถล่มในออสเตรเลีย จมสิ่งปฏิกูลครึ่งตัวนาน 3 ชม.

นักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เมื่อพื้นส้วมหลุมเกิดพังถล่มขณะใช้งาน ทำให้เธอร่วงลงไปจมกองสิ่งปฏิกูลลึกถึงระดับเอวนานกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางอากาศร้อนและกลิ่นเหม็นรุนแรง ก่อนช่างท้องถิ่นจะช่วยเหลือได้ 

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบริเวณเขตอนุรักษ์อุกกาบาตเฮนเบอรี (Henbury Meteorites Conservation Zone) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองอลิซสปริงส์ ในดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ไปทางใต้ประมาณ 145 กิโลเมตร เมื่อนักท่องเที่ยวหญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินทางพักผ่อนกับสามีและลูกอีก 2 คน ประสบอุบัติเหตุร่วงลงไปในบ่อเกรอะของส้วมสาธารณะ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อพื้นของ “ส้วมหลุม” ซึ่งเป็นส้วมแบบขุดหลุมลึกโดยไม่มีระบบชำระล้างที่นิยมใช้ในพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลีย เกิดการทรุดตัวและพังถล่มลงมา ส่งผลให้ร่างของหญิงคนดังกล่าวร่วงลงไปในบ่อลึกกว่า 2 เมตร และติดอยู่ในกองสิ่งปฏิกูล ทั้งปัสสาวะ อุจจาระ และผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ทับถมกันอยู่ โดยของเสียเหล่านั้นสูงขึ้นมาถึงระดับเอวของเธอ

ในระหว่างที่เธอติดอยู่ในหลุม สามีและลูกๆ ได้พยายามรีบขับรถออกไปขอความช่วยเหลือที่จุดพักรถซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 50 กิโลเมตร กระทั่งโชคดีที่มีช่างรับเหมาท้องถิ่นคนหนึ่งผ่านมาในบริเวณนั้นพอดี

พยานในเหตุการณ์ระบุว่า ช่างคนดังกล่าวได้ใช้เครื่องมือประจำรถรื้อผนังและโครงสร้างส้วมบางส่วนออก ก่อนจะใช้เชือกหย่อนลงไปให้เธอเกาะ และใช้รถยนต์ช่วยลากร่างของเธอขึ้นมาจากบ่อเกรอะอย่างยากลำบาก ซึ่งกระบวนการช่วยเหลือทั้งหมดใช้เวลากว่า 45 นาที และรวมเวลาที่เธอติดอยู่ในนั้นทั้งหมดนานถึง 3 ชั่วโมง

ภายหลังการช่วยเหลือ หญิงคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที รายงานระบุว่าเธอได้รับบาดเจ็บเพียงรอยถลอกและแผลพุพองเล็กน้อย แต่ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรงถึงแก่ชีวิต ท่ามกลางความโล่งอกของครอบครัว

ด้านหน่วยงานกำนาดูแลความปลอดภัยในการทำงานของนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ได้สั่งปิดกั้นพื้นที่ที่เกิดเหตุด้วยเทปกั้นอันตราย และเริ่มการสืบสวนหาสาเหตุที่พื้นส้วมถล่มลงมา โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เป็นอันตรายร้ายแรงภายใต้กฎหมายสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

ทั้งนี้ อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับส้วมหลุมในออสเตรเลียไม่ใช่ครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ในปี 2024 เคยมีเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายติดอยู่ในส้วมลักษณะเดียวกันที่รัฐวิกตอเรีย และในปี 2012 เคยมีหญิงชราร่วงลงไปจนขาหักมาแล้วในรัฐควีนส์แลนด์.

ที่มา news.com.au / BBC

“มิน อ่อง หล่าย” ประกาศกฎอัยการศึก 60 อำเภอทั่วเมียนมา

"มิน อ่อง หล่าย" ประกาศกฎอัยการศึก 60 อำเภอทั่วเมียนมา

24 เม.ย. 2569 15:13 น.

“มิน อ่อง หล่าย” ประกาศกฎอัยการศึก 60 อำเภอทั่วเมียนมา

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประกาศใช้กฎอัยการศึกครอบคลุม 60 อำเภอทั่วเมียนมาคุมเข้มพื้นที่สู้รบยาว 90 วัน เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ที่ยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก หลังขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมโอนอำนาจบริหารและตุลาการให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำทหารเมียนมาที่เพิ่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินประกาศใช้กฎอัยการศึกใน 60 อำเภอทั่วประเทศ วันนี้ (24 เม.ย.) เพื่อยกระดับการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ที่ยังคงมีการสู้รบอย่างหนัก แม้จะมีการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือนตามที่ทางกองทัพกล่าวอ้างแล้วก็ตาม

ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน เป็นต้นไป ครอบคลุมพื้นที่ในรัฐกะฉิ่น, กะยา, กะเหรี่ยง, ชิน, ฉาน และยะไข่ รวมถึงภูมิภาคสะกาย, มาเกวย และมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพเคยประกาศมาตรการจำกัดเวลาออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว มาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2021

ตามรายงานจากสื่อกระบอกเสียงของรัฐระบุว่า อำนาจบริหารและตุลาการทั้งหมดในพื้นที่ที่ประกาศกฎอัยการศึก จะถูกโอนไปอยู่ในความดูแลของ พลเอก เย วิน อู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ของเมียนมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ยุติการก่อการร้ายด้วยอาวุธ” และเพื่อฟื้นฟู “หลักนิติธรรม” ให้กลับมาสู่ความสงบเรียบร้อย

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญครั้งแรกของ มิน อ่อง หล่าย นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่พรรคการเมืองที่หนุนหลังโดยกองทัพคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคมและมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติว่าไม่เป็นธรรมและขาดความโปร่งใส

เป็นที่น่าสังเกตว่าการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มต่อต้านหลายกลุ่ม รวมถึงกองกำลังชาติพันธุ์ และกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ได้ปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพของ มิน อ่อง หล่าย โดยอ้างว่าขาดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำทหาร

พื้นที่ที่ถูกประกาศกฎอัยการศึกยังรวมถึงเขตอิทธิพลของกลุ่มสำคัญ ได้แก่ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU), กองทัพอาระกัน (AA) และ กองทัพเอกราชกะฉิ่น (KIA)

นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงบางพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยทำข้อตกลงหยุดยิงกับกองทัพไปก่อนหน้านี้ด้วย

นักวิเคราะห์และอดีตนายทหารเมียนมาระบุว่า กลยุทธ์ของรัฐบาลทหารในขณะนี้คือการรุกทั้งสองทาง นั่นคือการยื่นข้อเสนอสันติภาพควบคู่ไปกับการใช้แรงกดดันทางทหารอย่างหนัก เพื่อกดดันให้ฝ่ายต่อต้านยอมจำนนหรือเข้าสู่โต๊ะเจรจาภายใต้เงื่อนไขของกองทัพ

เมียนมายังคงติดอยู่ในวังวนความขัดแย้งนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 ที่โค่นล้มรัฐบาลของนางอองซานซูจี และส่งผลให้การประท้วงโดยสงบขยายตัวกลายเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธทั่วประเทศในปัจจุบัน.

ที่มา Reuters / The Irrawaddy

DeepSeek เปิดตัว “DeepSeek-V4” โมเดล AI รุ่นใหม่ ลดต้นทุนมหาศาล ท้าชนสหรัฐฯ

DeepSeek เปิดตัว "DeepSeek-V4" โมเดล AI รุ่นใหม่ ลดต้นทุนมหาศาล ท้าชนสหรัฐฯ

24 เม.ย. 2569 14:50 น.

DeepSeek เปิดตัว “DeepSeek-V4” โมเดล AI รุ่นใหม่ ลดต้นทุนมหาศาล ท้าชนสหรัฐฯ

สตาร์ตอัปจีน “DeepSeek” เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ DeepSeek-V4 ชูจุดเด่นรองรับข้อมูลคำสั่งยาวถึง 1 ล้านคำ พร้อมลดต้นทุนการประมวลผลและหน่วยความจำอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่ร้อนแรงขึ้น

“ดีปซีค” (DeepSeek) สตาร์ทอัพดาวรุ่งจากเมืองหางโจวของจีน ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ “DeepSeek Shock” ที่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกร่วงกราวเมื่อปีก่อน ได้ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ล่าสุด “DeepSeek-V4”  โดยระบุว่ารุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นในขณะที่ใช้ทรัพยากรน้อยลงอย่างมาก

บริษัทระบุผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม WeChat และ X ว่า DeepSeek-V4 มีคือปริมาณสูงสุดของข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลที่ยาวเป็นพิเศษถึง 1 ล้านคำ ซึ่งถือเป็นระดับผู้นำโลกทั้งในกลุ่มโมเดลระดับประเทศและกลุ่มโอเพนซอร์ส ช่วยให้ AI สามารถประมวลผลข้อมูลมหาศาลและทำความเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ

สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ DeepSeek ได้แบ่งโมเดลออกเป็น 2 รุ่นย่อย เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ได้แก่ DeepSeek-V4-Pro รุ่นเรือธงที่มีพารามิเตอร์สูงถึง 1.6 ล้านล้านพารามิเตอร์ มีความรอบรู้ในระดับโลกที่เป็นรองเพียงแค่ Gemini-Pro-3.1 ของกูเกิล เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เหนือกว่าโมเดลโอเพนซอร์สอื่นๆ ทั้งหมด และ DeepSeek-V4-Flash รุ่นประหยัดที่เน้นประสิทธิภาพและความรวดเร็ว โดยมีพารามิเตอร์อยู่ที่ 2.84 แสนล้านพารามิเตอร์ ออกแบบมาเพื่อให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจและนักพัฒนา

จาง อี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัย iiMedia ให้ความเห็นว่าการเปิดตัวครั้งนี้คือ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของอุตสาหกรรม เพราะมันช่วยแก้ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพที่ช้าลงและต้นทุนที่สูงเกินไปในการประมวลผลคำสั่งขนาดยาว ซึ่งจะทำให้เทคโนโลยี AI ระดับสูงขยับจากการเป็นเครื่องมือในห้องวิจัย ไปสู่การใช้งานในเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้จริง

การเปิดตัว DeepSeek-V4 เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนกำลังตึงเครียดอย่างหนัก โดยทำเนียบขาวได้ออกมากล่าวหาหน่วยงานของจีนว่ามีความพยายามครั้งใหญ่ในการขโมยเทคโนโลยี AI ของอเมริกา

ไมเคิล แครตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ มีหลักฐานว่ามีขบวนการในจีนที่ใช้เทคนิค “Distillation” หรือการกลั่นกรองข้อมูลจากโมเดลของคู่แข่งในระดับอุตสาหกรรม เพื่อนำมาสร้างโมเดลของตัวเองที่ราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

ความสำเร็จของ DeepSeek ในการสร้าง AI ที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยต้นทุนต่ำ ได้กลายเป็นโจทย์ยากสำหรับบริษัทในซิลิคอนวัลเลย์อย่างเมตาและไมโครซอฟท์ ที่ต้องลงทุนมหาศาลเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยล่าสุดเมตาเพิ่งประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานอีก 10% เพื่อรักษากำไรและนำเงินไปทุ่มกับการพัฒนา AI ให้ทันโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ DeepSeek จะเป็นที่นิยมอย่างสูงในจีน โดยเฉพาะในภาคสาธารณสุข การเงิน และสถาบันปกครองท้องถิ่น แต่ก็ยังเผชิญกับข้อกังขาเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการเซ็นเซอร์เนื้อหา ซึ่งเป็นปัญหาที่ AI จากจีนมักจะเลี่ยงไม่ตอบคำถามในประเด็นที่อ่อนไหวทางการเมือง.

ที่มา AFP

สหรัฐฯ ลงโทษ “ก๊ก อาน” สว.กัมพูชา รวมพวก 29 ราย ปมตุ๋นเงินชาวอเมริกันนับแสนล้าน

สหรัฐฯ ลงโทษ "ก๊ก อาน" สว.กัมพูชา รวมพวก 29 ราย ปมตุ๋นเงินชาวอเมริกันนับแสนล้าน

24 เม.ย. 2569 13:28 น.

สหรัฐฯ ลงโทษ “ก๊ก อาน” สว.กัมพูชา รวมพวก 29 ราย ปมตุ๋นเงินชาวอเมริกันนับแสนล้าน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรขั้นรุนแรงต่อ “ก๊ก อาน” สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา และเครือข่ายนอมินีรวม 29 ราย หลังพบหลักฐานเป็นเบื้องหลังเครือข่ายสแกมเมอร์ยักษ์ใหญ่ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยม “หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน” ดูดเงินชาวอเมริกันรวมกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกประกาศขึ้นบัญชีดำ นายก๊ก อาน (Kok An) สมาชิกวุฒิสภากัมพูชาและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมด้วยบุคคลและนิติบุคคลในเครือข่ายรวม 29 ราย ในฐานะผู้บงการและให้การสนับสนุนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลแก่พลเมืองอเมริกัน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ ระบุว่า “การขจัดปัญหาการฉ้อโกงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลชุดนี้ กระทรวงการคลังจะเดินหน้าจัดการกับมิจฉาชีพและศูนย์สแกมเมอร์ที่ขโมยเงินของชาวอเมริกันผู้ขยันขันแข็ง ไม่ว่าพวกมันจะดำเนินงานที่ไหนหรือจะมีเส้นสายทางการเมืองที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม”

ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากแก๊งหลอกลวงในภูมิภาคนี้ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 66% จากปีก่อนหน้า โดยหนึ่งในรูปแบบที่พบบ่อยคือการหลอกลงทุนคริปโต

รายงานระบุว่า เครือข่ายของนายก๊ก อาน ใช้อาคารภายในกาสิโนและนิคมสำนักงานหลายแห่งในเมืองปอยเปต, สีหนุวิลล์ และบาเวต เป็นฐานปฏิบัติการ โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีสร้างโปรไฟล์ปลอมทำความสนิทสนมหรือความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือ “โรมานซ์ สแกม” เพื่อล่อลวงให้เหยื่อโอนเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีอยู่จริง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังพบความโหดร้ายภายในค่ายสแกมเมอร์เหล่านี้ โดยระบุว่าพนักงานส่วนใหญ่คือเหยื่อของการค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกไปทำงาน ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกบังคับให้ทำผิดกฎหมายภายใต้การขู่เข็ญด้วยความรุนแรง หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกทำร้ายร่างกายหรือบังคับประเวณี

นายก๊ก อาน ใช้บริษัทในเครืออย่าง Crown Resorts และ Anco Brothers Co Ltd เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์และกาสิโนเพื่อเป็นฐานให้มิจฉาชีพเช่า และใช้ระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองในการควบคุมพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการรายสำคัญอย่าง ริตธี รักสะไม (Rithy Raksmei) เจ้าของเครือ K99 Group และนักลงทุนชาวพม่าที่ได้สัญชาติกัมพูชาอย่าง  Aik Paung และ Sai Aung Linn ซึ่งดูแลทั้งกาสิโนและธนาคาร Heng Feng Cambodia Bank เพื่อใช้ในการฟอกเงิน

ในส่วนของปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ กระทรวงยุติธรรมพบว่ามีกลุ่มสมรู้ร่วมคิดในสหรัฐฯ คอยรับโอนเงินจากเหยื่อก่อนส่งต่อไปยังกัมพูชา โดยมีรายงานว่า หลัว หง (Luo Hong) เจ้าของบริษัทก่อสร้างในกัมพูชา ได้รับเงินโอนโดยตรงจากกลุ่มนี้กว่า 1.3 ล้านดอลลาร์

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันของหน่วยงานระดับสูงหลายภาคส่วน ทั้ง FBI, หน่วยสืบราชการลับ และกระทรวงยุติธรรม โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เสนอเงินรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การยึดทรัพย์สินจากศูนย์สแกมเมอร์ในพม่า และอีก 4 ล้านดอลลาร์ สำหรับการจับกุมนายดาเรน ลี (Daren Li) ผู้ต้องหาฟอกเงินที่อยู่ระหว่างหลบหนี และสั่งยึดโดเมนเว็บไซต์ปลอมที่ใช้หลอกลงทุนคริปโตจำนวน 503 แห่ง และแอปพลิเคชันส่งข้อความที่ใช้รับสมัครเหยื่อค้ามนุษย์

จากการขึ้นบัญชีดำในครั้งนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของนายก๊ก อาน และเครือข่ายที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออยู่ในความครอบครองของบุคคลสัญชาติอเมริกันจะถูกระงับทันที และห้ามไม่ให้บุคคลอเมริกันเข้าทำธุรกรรมใดๆ กับรายชื่อเหล่านี้ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเผชิญโทษหนักทั้งทางแพ่งและอาญา

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกดดันรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า และลาว ให้เร่งจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก.

ที่มา U.S. Department of the Treasury

รวบ “ทหารหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ” ใช้ข้อมูลลับจับกุม “มาดูโร” แทงพนันออนไลน์ ได้เงิน 13 ล้าน

รวบ "ทหารหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ" ใช้ข้อมูลลับจับกุม "มาดูโร" แทงพนันออนไลน์ ได้เงิน 13 ล้าน

24 เม.ย. 2569 12:47 น.

รวบ “ทหารหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ” ใช้ข้อมูลลับจับกุม “มาดูโร” แทงพนันออนไลน์ ได้เงิน 13 ล้าน

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งจับกุมทหารหน่วยรบพิเศษ สังกัดกองทัพบก หลังพบพฤติกรรมใช้ข้อมูลลับสุดยอดของปฏิบัติการบุกจับตัว “นิโกลัส มาดูโร” อดีตผู้นำเวเนซุเอลา ไปวางเดิมพันในแพลตฟอร์มพนันคริปโต ฟันกำไรกว่า 4 แสนดอลลาร์ก่อนข่าวประกาศทางการ 

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ  แถลงการจับกุมและสั่งฟ้องจ่าสิบเอก แคนนอน เคน แวน ไดค์ (Gannon Ken Van Dyke) ทหารประจำการหน่วยรบพิเศษ กองทัพบกสหรัฐฯ จากค่ายฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ในข้อหาใช้ข้อมูลลับของรัฐบาลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการพนันออนไลน์

คำฟ้องระบุว่า แวน ไดค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวางแผนและปฏิบัติการ “Absolute Resolve” หรือปฏิบัติการบุกจู่โจมจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร อดีตผู้นำเวเนซุเอลา ได้ใช้ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะไปวางเดิมพันใน Polymarket ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทำนายผลเหตุการณ์โลกด้วยระบบคริปโตเคอร์เรนซี โดยเขาสามารถทำกำไรไปได้มากกว่า 409,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.29 ล้านบาท)

อัยการระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2025 เป็นต้นมา แวน ไดค์ มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการวางแผนบุกจับกุมมาดูโร ต่อมาในวันที่ 26 ธันวาคม เขาได้เปิดบัญชี Polymarket และเริ่มวางเงินเดิมพันรวมกว่า 33,000 ดอลลาร์ ในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของผู้นำเวเนซุเอลาและผลลัพธ์ของปฏิบัติการทางการทหาร

จนกระทั่งในวันที่ 3 มกราคม 2026 กองกำลังสหรัฐฯ ได้บุกเข้าควบคุมตัวมาดูโรและภรรยาถึงทำเนียบในกรุงการากัส ก่อนส่งตัวมาดำเนินคดีที่นิวยอร์ก ซึ่งการที่แวน ไดค์ รู้กำหนดการและผลลัพธ์ล่วงหน้าทำให้เขาชนะเดิมพันมหาศาล

ด้าน Polymarket ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “เมื่อเราตรวจพบผู้ใช้งานที่ทำการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลลับของรัฐบาล เราได้ส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมทันทีและให้ความร่วมมือในการสืบสวนอย่างเต็มที่ การใช้ข้อมูลภายในไม่มีที่ยืนในแพลตฟอร์มของเรา”

นายท็อดด์ แบลนช์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวว่า “ทหารของเราได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงข้อมูลลับเพื่อปฏิบัติภารกิจให้ปลอดภัยที่สุด การนำข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงมาใช้เพื่อผลกำไรส่วนตัวถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้และผิดกฎหมายรัฐบาลกลางอย่างชัดเจน”

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่าเขารู้สึกไม่สบายใจกับระบบการพนันทำนายผลเหตุการณ์โลกเช่นนี้ “น่าเสียดายที่โลกทั้งใบกลายเป็นเหมือนกาสิโนไปแล้ว ไม่ว่าจะในยุโรปหรือที่ไหนๆ ก็มีการพนันแบบนี้เกิดขึ้น ผมไม่เคยสนับสนุนเรื่องพวกนี้เลย”

ปัจจุบัน แวน ไดค์ ถูกตั้งข้อหาหนักหลายกระทง ได้แก่ การใช้ข้อมูลลับของรัฐบาลเพื่อประโยชน์ส่วนตัว, การขโมยข้อมูลของรัฐบาล, การฉ้อโกงสินค้าโภคภัณฑ์และทางสายโทรศัพท์ และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ แวน ไดค์ เคยลงนามในข้อตกลงรักษาความลับ (NDA) ที่ระบุว่าจะไม่เผยแพร่หรือใช้ข้อมูลปฏิบัติการทางทหารในทุกรูปแบบ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจต้องเผชิญโทษจำคุกเป็นเวลาหลายสิบปี.

ที่มา BBC / CNN

อัยการเกาหลีใต้ขอเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอก ยอล” 30 ปี คดีส่งโดรนรุกล้ำเกาหลีเหนือ

อัยการเกาหลีใต้ขอเพิ่มโทษจำคุก "ยุน ซอก ยอล" 30 ปี คดีส่งโดรนรุกล้ำเกาหลีเหนือ

24 เม.ย. 2569 12:16 น.

อัยการเกาหลีใต้ขอเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอก ยอล” 30 ปี คดีส่งโดรนรุกล้ำเกาหลีเหนือ

อัยการพิเศษเกาหลีใต้เสนอเพิ่มโทษจำคุก 30 ปี แก่อดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในข้อหาเอื้อประโยชน์แก่ศัตรู หลังพบหลักฐานสั่งการส่งโดรนทหารรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือในปี 2024 หวังใช้ความตึงเครียดเป็นข้ออ้างประกาศกฎอัยการศึก

ทีมศาลพิเศษนำโดยอัยการพิเศษ โช อึนซุก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเขตกรุงโซลกลาง เพื่อขอให้ลงโทษจำคุก นายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เป็นเวลา 30 ปี ในข้อหาเอื้อประโยชน์แก่ศัตรู จากกรณีอื้อฉาวเรื่องการสั่งการให้โดรนทหารบินรุกล้ำเข้าไปในกรุงเปียงยาง ประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2024

นอกจากนี้ อัยการยังได้เสนอโทษจำคุก 25 ปี แก่นายคิม ยงฮยอน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในข้อหาเดียวกัน โดยระบุว่าการกระทำของคนทั้งคู่ถือเป็น “อาชญากรรมต่อรัฐและประชาชน”

ทีมสืบสวนเชื่อว่า การส่งโดรนรุกล้ำพรมแดนในเดือนตุลาคม 2024 มีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อยั่วยุให้เกาหลีเหนือตอบโต้ ซึ่งจะเป็นการสร้างเงื่อนไขและข้ออ้างในการประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวในธันวาคม 2024 โดยอัยการระบุว่า นายยุนพยายาม “กุสถานการณ์ภาวะสงคราม” ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ทางทหารของประเทศ

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นยังรวมถึงการรั่วไหลของความลับทางทหาร เนื่องจากมีโดรนลำหนึ่งประสบอุบัติเหตุตกในฝั่งเกาหลีเหนือ ทำให้ข้อมูลขีดความสามารถทางทหารของเกาหลีใต้ตกไปอยู่ในมือของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในเวลานั้นทางการเปียงยางได้เผยแพร่ภาพซากโดรนและโจมตีโซลอย่างรุนแรงว่าละเมิดอธิปไตยหลายครั้ง

ปัจจุบันนายยุน ซอกยอล อยู่ระหว่างการถูกคุมขังและเผชิญกับการดำเนินคดีอาญาหลายคดีที่เชื่อมโยงกับการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024 โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศาลชั้นต้นได้ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตเขาไปแล้วในข้อหาก่อกบฏเพื่อทำให้สภานิติบัญญัติเป็นอัมพาต แต่นายยุนได้ยื่นอุทธรณ์โดยอ้างว่าทำไป “เพื่อชาติ”

ด้านรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ โดยยืนยันว่าจะยุติการยั่วยุในลักษณะที่เกิดขึ้นในสมัยของนายยุน เพื่อลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

บทลงโทษที่อัยการเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ รวมถึงนายยอ อินฮยอง อดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทหาร เสนอจำคุก 20 ปี และนายคิม ยงแด อดีตผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการโดรน เสนอจำคุก 5 ปี

การพิจารณาคดีในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเป็นการลับเนื่องด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ และถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นทางการเมืองในเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก.

ที่มา Yonhap /AFP