อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

19 ต.ค. 2568 23:40 น.

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

ทางการอิสราเอลยืนยันว่า ร่างผู้เสียชีวิตที่ฮามาสส่งคืนเมื่อวันเสาร์ คือร่างของนายสนธยา อัครศรี ตัวประกันชาวไทยที่ถูกสังหาร

เว็บไซต์ i24News ของสถานีโทรทัศน์อิสราเอล รายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศในวันอาทิตย์ (19 ต.ค. 2568) ว่า ร่างผู้เสียชีวิตที่กลุ่มฮามาสคืนให้พวกเขาเพิ่มเติมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คือร่างของนายสนธยา อัครศรี คนงานเกษตรจากประเทศไทยอายุ 30 ปี ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไประหว่างการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566

หลังจากผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนโดยศูนย์นิติเวชศาสตร์แห่งชาติ โดยร่วมมือกับตำรวจอิสราเอลและคณะรับไบแห่งกองทัพ (Military Rabbinate) ผู้แทนของกองกำลัง IDF ได้แจ้งต่อครอบครัวอัครศรีว่า บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขากลับคืนสู่อิสราเอล และได้รับการพิสูจน์ตัวตนอย่างเป็นทางการแล้ว

ตามการเปิดเผยของข้อมูลข่าวกรองและข้อมูลอื่นๆ ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ นายสนธยา อัครศรี ถูกลักพาตัวไปจากสวนผลไม้ในคิบบุตซ์เบรี (Kibbutz Be’eri) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 และถูกสังหารในเวลาต่อมาด้วยฝีมือขององค์กรก่อการร้ายฮามาส โดยร่างของเขาถูกนำไปในฉนวนกาซา และถูกประกาศว่าเสียชีวิตเมื่อ 16 พ.ค. 2567

รัฐบาลอิสราเอล กับ IDF ได้แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวอัครศรี รวมถึงประชาชนชาวไทย และครอบครัวของตัวประกันที่เสียชีวิตทุกคน และให้คำมั่นว่า จะทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้แน่ใจว่า ตัวประกันที่เสียชีวิตจะได้รับการส่งคืนครบทุกคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : i24news.tv

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

19 ต.ค. 2568 23:00 น.

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

กัมพูชาตอบรับคำเชิญของกองทัพไทยที่ให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) แต่ขอเลื่อนไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จะจบลง

กระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กด้วย ประกาศตอบรับคำเชิญของฝ่ายไทยที่ขอให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) แต่กัมพูชาขอเลื่อนออกไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ (20 ต.ค.) จะจบลง

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า “กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบดังต่อไปนี้:”

“เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกองทัพกัมพูชา ได้มีหนังสือถึง กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) กัมพูชา-ไทย ที่กำลังจะมาถึง โดยฝ่ายกัมพูชายินดีรับคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดการประชุม แต่ได้เสนอให้เลื่อนออกไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) กัมพูชา-ไทย วาระพิเศษครั้งที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 23 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จะเสร็จสิ้นลง”

“หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม GBC วาระพิเศษครั้งที่ 2 แล้ว กองทัพภาคที่ 4 และ 5 จะกลับมาหารือกับฝ่ายไทยอีกครั้ง เพื่อจัดการประชุม RBC ในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำผลลัพธ์จากการประชุม GBC มาใช้ เพื่อรับประกันให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ, แสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ และอำนวยความสะดวกในการทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

19 ต.ค. 2568 22:13 น.

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซารอบใหม่ อ้างว่าเพื่อตอบโต้หลังทหารของพวกเขาถูกโจมตีหลายครั้ง ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสสั่นคลอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซารอบใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2568 อ้างว่าเพื่อตอบโต้หลังจากทหารของพวกเขาถูกโจมตี ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างพวกเขากับกลุ่มฮามาสที่เปราะบางมากอยู่แล้ว สั่นคลอนยิ่งขึ้นไปอีก โดยที่อิสราเอลกับฮามาสต่างโทษอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง

ผู้อยู่อาศัยในกาซาและหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นระบุว่า การโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า อาจมีการโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสเพิ่มเติมอีก เพื่อตอบโต้ที่ทหารของพวกเขาถูกโจมตีถึง 3 ครั้งในวันอาทิตย์

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า พวกเขาโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่เมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา หลังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวยิงมิสไซล์ต่อต้านรถถังและยิงปืนเข้าใส่ทหารของพวกเขา

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลกล่าวว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพใช้กำลังเข้าตอบโต้ พร้อมกล่าวหาว่านี่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกลุ่มฮามาส

ด้านฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พวกเขายังยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ของกาซา พร้อมเสริมว่า ไม่ทราบเรื่องการปะทะกันในราฟาห์ และไม่ได้ติดต่อกับกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในพื้นที่นั้นตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว

อนึ่ง เหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นครั้งนี้ถือเป็น บททดสอบที่จริงจังที่สุดของการหยุดยิงในฉนวนกาซา นับตั้งแต่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ต.ค. เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมากว่าสองปี และทำให้ความหวังที่การหยุดยิงนี้จะทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนลดน้อยลงไปอีก

รัฐบาลอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสกล่าวหากันไปมาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงมาหลายวันแล้ว โดยฮามาสอ้างว่า การละเมิดหยุดยิงของอิสราเอลซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 46 ราย และขัดขวางการส่งเสบียงไม่ให้เข้าถึงฉนวนกาซา

อิสราเอลยืนยันในวันอาทิตย์ว่า จุดผ่านแดนราฟาห์ซึ่งเชื่อมระหว่างกาซาและอียิปต์จะยังคงปิดทำการ และการเปิดด่านอีกครั้งจะขึ้นอยู่กับว่า กลุ่มฮามาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่

อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์ฮามาสด้วยว่า คืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตล่าช้า โดยจนถึงตอนนี้ ฮามาสได้ปล่อยตัวตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 20 คนแล้ว และทยอยส่งมอบร่างตัวประกันที่เสียชีวิตคืนให้อิสราเอลแล้ว 12 ราย จากทั้งหมด 28 ราย แต่ฮามาสอ้างว่า ยังต้องใช้เวลาในการเก็บกู้ร่างตัวประกันที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

19 ต.ค. 2568 18:29 น.

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

ระทึก โจรสวมหน้ากาก 3 คน บุกใช้ลิฟต์ขนของเข้าถึง “ห้องแกลเลอรีอะพอลโล” ใจกลางพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณี 9 ชิ้นหนีด้วยสกูตเตอร์ ฝรั่งเศสระดมทีมสอบสวนขณะที่พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการตลอดวัน

วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุโจรกรรมอุกอาจกลางกรุงปารีส เมื่อกลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากจำนวน 3 คน บุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ก่อนลงมือขโมยอัญมณีมูลค่ามหาศาลภายในเวลาเพียง 7 นาที

โดยสื่อฝรั่งเศสรายงานว่า คนร้ายใช้ลิฟต์ขนของภายในอาคารเพื่อเข้าถึง “ห้องแกลเลอรีอะพอลโล” (Apollo Gallery) พื้นที่จัดแสดงเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่า ก่อนใช้เลื่อยขนาดเล็กตัดตู้จัดแสดงและกวาดเอาอัญมณี 9 ชิ้นไปได้สำเร็จ

รายงานระบุว่า กลุ่มคนร้ายขี่สกูตเตอร์หลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและเก็บหลักฐานภายในจุดเกิดเหตุ

ราชิกา ดาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส แถลงยืนยันเหตุการณ์ว่าตำรวจกำลังสอบสวนอย่างเร่งด่วน และพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้ปิดให้บริการตลอดทั้งวันด้วยเหตุผลพิเศษ  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นบ้านของผลงานศิลปะระดับโลกอย่าง “โมนาลิซา” เคยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดระดับสูง แต่เหตุปล้นครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้.

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม “แอลดีพี–อิชิน” ปูทาง “ซาเนะ ทาคาอิจิ” ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม "แอลดีพี–อิชิน" ปูทาง "ซาเนะ ทาคาอิจิ" ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

19 ต.ค. 2568 12:56 น.

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม “แอลดีพี–อิชิน” ปูทาง “ซาเนะ ทาคาอิจิ” ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือ “ไอชิน” บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว เปิดทางให้ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรค LDP ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ แต่พันธมิตรใหม่นี้อาจมีเสถียรภาพที่สั่นคลอนกว่ารัฐบาลชุดก่อน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน และ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือ “ไอชิน” ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองขนาดเล็กที่มีแนวคิดฝ่ายขวา ได้บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว ซึ่งเป็นการปูทางให้นางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคแอลดีพี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

คาดว่านางทาคาอิจิ และนาย ฮิโรฟูมิ โยชิมูระ หัวหน้าพรรคไอชิน จะลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการเพื่อผนึกพันธมิตรในวันจันทร์นี้ และคาดว่าสมาชิกสภาของพรรคไอชินจะลงคะแนนให้นางทาคาอิจิในการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาวันอังคารนี้

ก่อนหน้านี้ เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางทาคาอิจิเกือบจะแน่นอนแล้ว หลังจากเธอชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ทุกอย่างกลับต้องมีการเจรจาขนานใหญ่ เมื่อพรรคโคเมโตะ (Komeito) ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมที่ร่วมงานกันมา 26 ปี ได้ประกาศถอนตัวออกจากรัฐบาลผสมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรคไอชินจะไม่ส่งสมาชิกพรรคเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีของนางทาคาอิจิ ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นรูปแบบพันธมิตรที่แตกต่างจากที่แอลดีพีเคยมีกับพรรคโคเมโตะ ทำให้เกิดความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่นี้

ในการดึงพรรคไอชินเข้าร่วม พรรคแอลดีพีได้เสนอที่จะดำเนินการต่อในประเด็นสำคัญที่ไอชินสนับสนุน เช่น การห้ามการบริจาคจากบริษัทและองค์กรอื่น ๆ รวมถึงการพิจารณา ยกเว้นภาษีการขายสำหรับรายการอาหาร โดยพรรคไอชินเคยเสนอให้ยกเลิกภาษีอาหารเป็นเวลาสองปี

นางทาคาอิจิ มีแนวคิดสนับสนุนการใช้จ่ายที่สูงขึ้นและการลดภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อต่อผู้บริโภค นอกจากนี้เธอยังมีจุดยืนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังสงครามที่เน้นสันตินิยม เพื่อรับรองบทบาทของกองทัพที่กำลังขยายตัวของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ นางทาคาอิจิเป็นผู้ที่เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งเป็นที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามของญี่ปุ่นเป็นประจำ (รวมถึงอาชญากรสงครามที่ถูกประหารชีวิตบางส่วน) ทำให้เธอถูกมองจากบางประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียว่าเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิทหารในอดีตของประเทศ.

ที่มา Reuters

สถานทูตเกาหลีใต้ชี้แจง “ไม่จริง” ข่าวนายกฯ กล่าวถึง 7 นักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สถานทูตเกาหลีใต้ชี้แจง "ไม่จริง" ข่าวนายกฯ กล่าวถึง 7 นักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

19 ต.ค. 2568 11:49 น.

สถานทูตเกาหลีใต้ชี้แจง “ไม่จริง” ข่าวนายกฯ กล่าวถึง 7 นักการเมืองไทยพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์


เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย (Embassy of the Republic of Korea in Thailand 주태국 대한민국 대사관) โพสต์ข้อความชี้แจงเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สืบเนื่องจากการที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งของไทย ที่รายงานว่า “นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เปิดเผยถึง นักการเมืองไทย 7 คนที่พัวพันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา” นั้น “ไม่เป็นความจริง”


ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากชาวเกาหลีใต้รวม 64 คน ที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชาจากข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงทางออนไลน์ เดินทางกลับถึงประเทศเกาหลีใต้แล้วเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาในฐานะผู้ต้องสงสัย และหลังจากที่นายคิม บยองจู สส.เกาหลีใต้เผยว่า ได้ช่วยเหลือพลเรือน 3 คนที่ถูกขังอยู่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในประเทศกัมพูชาได้สำเร็จ หลังพวกเขาร้องขอให้ตำรวจท้องถิ่นเข้าตรวจค้นอาคาร

การส่งตัวกลับประเทศครั้งใหญ่และการช่วยเหลือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกรณีการเสียชีวิตจากการถูกทรมานของนักศึกษาเกาหลีใต้คนหนึ่งที่ถูกล่อลวงให้ไปทำงานกับแก๊งอาชญากรรมในกัมพูชา ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงในเกาหลีใต้.

ที่มา Embassy of the Republic of Korea in Thailand

อดีต ปธน.ฝรั่งเศส “นิโกลาส์ ซาร์โกซี” เตรียมเข้าเรือนจำ 21 ต.ค. คดีรับเงินสนับสนุนจากลิเบีย

อดีต ปธน.ฝรั่งเศส "นิโกลาส์ ซาร์โกซี" เตรียมเข้าเรือนจำ 21 ต.ค. คดีรับเงินสนับสนุนจากลิเบีย

19 ต.ค. 2568 11:09 น.

อดีต ปธน.ฝรั่งเศส “นิโกลาส์ ซาร์โกซี” เตรียมเข้าเรือนจำ 21 ต.ค. คดีรับเงินสนับสนุนจากลิเบีย

นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส เตรียมเข้าเรือนจำในวันที่ 21 ต.ค.นี้ ตามคำพิพากษาคดีสมคบคิดรับเงินสนับสนุนจากลิเบีย สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2007 ทำให้เขากลายเป็นอดีตประมุขแห่งรัฐของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปคนแรกที่ต้องรับโทษจำคุกในเรือนจำ แม้ว่าเจ้าตัวจะยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์และกำลังยื่นอุทธรณ์ก็ตาม

นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส ผู้นำฝ่ายขวาที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2012 ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีสมคบคิดทางอาญา จากแผนการรับเงินสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งจากโมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบียที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยถูกตัดสินเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

อดีตผู้นำวัย 70 ปี ซึ่งได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินและประณามว่านี่คือ “ความอยุติธรรม” เตรียมถูกจองจำที่ เรือนจำลา ซองเต ในกรุงปารีส โดยเขากล่าวภายหลังคำตัดสินเมื่อวันที่ 25 กันยายนว่า “หากพวกเขายืนยันให้ผมนอนในคุก ผมก็จะนอนในคุก โดยที่ศีรษะของผมยังเชิดอยู่”

นายซาร์โกซีจะเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกที่ถูกจำคุก นับตั้งแต่ ฟีลิป เปแต็ง ผู้นำรัฐบาลวิชีที่ร่วมมือกับนาซี ซึ่งถูกจำคุกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เจ้าหน้าที่เรือนจำเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า นายซาร์โกซีมีแนวโน้มจะถูกคุมขังในปีกคุมขังเดี่ยว โดยอยู่ในห้องขังขนาด 9 ตารางเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับนักโทษคนอื่น หรือถูกถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือที่มักถูกลักลอบนำเข้าไปในเรือนจำ

ผู้พิพากษานาตาลี กาวาริโน ระบุในขณะอ่านคำพิพากษาว่า การกระทำความผิดในคดีนี้ถือเป็น “ความร้ายแรงเป็นพิเศษ” และสั่งให้เขาต้องถูกจำคุกทันที แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์ก็ตาม

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า นายซาร์โกซีจะต้องอยู่ในเรือนจำนานเท่าใด แต่ทนายความของเขาคาดว่าจะยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่เรือนจำ และศาลอุทธรณ์มีเวลาสองเดือนในการพิจารณาคำร้องดังกล่าว หากศาลไม่เห็นชอบ ศาลอาจสั่งให้ปล่อยตัวภายใต้การควบคุมตัวทางตุลาการ หรือกักบริเวณในบ้านพร้อมกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์

ในระหว่างการรอคำตัดสิน นายซาร์โกซีจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามลำพังภายใต้การคุมขังเดี่ยว โดยได้รับอนุญาตให้ออกนอกห้องขังเพื่อเดินเล่นในลานเล็ก ๆ วันละครั้งเท่านั้น

นายซาร์โกซีเผชิญปัญหาทางกฎหมายหลายคดีนับตั้งแต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2012 ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีแยกต่างหาก และได้รับโทษ ทุจริต จากความพยายามติดสินบนผู้พิพากษา โดยรับโทษด้วยการติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลาหลายเดือน

สำหรับคดี “ลิเบีย” นี้ อัยการกล่าวหาว่าทีมงานของเขาได้ทำข้อตกลงกับนายกัดดาฟีในปี 2005 เพื่อ สนับสนุนเงินทุนอย่างผิดกฎหมาย ให้กับการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2007 เพื่อแลกกับคำมั่นว่าจะช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกัดดาฟีในเวทีระหว่างประเทศ

ผลสำรวจของ Elabe พบว่า ชาวฝรั่งเศส 6 ใน 10 คน เชื่อว่าโทษจำคุกครั้งล่าสุดนี้เป็นสิ่งที่ “ยุติธรรม” แม้ว่านายซาร์โกซีจะยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มฝ่ายขวาของฝรั่งเศสก็ตาม โดยหลุยส์ ซาร์โกซี บุตรชายของเขาได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุน “มารวมตัวและแสดงการสนับสนุน” บิดาของเขาที่หน้าบ้านในวันอังคารนี้ด้วย.

ที่มา AFP

เมืองสเปนสั่ง “ห้ามรับเลี้ยงแมวดำ” ช่วงฮาโลวีน หวั่นถูกนำไปใช้ใน “พิธีกรรม”

เมืองสเปนสั่ง "ห้ามรับเลี้ยงแมวดำ" ช่วงฮาโลวีน หวั่นถูกนำไปใช้ใน "พิธีกรรม"

19 ต.ค. 2568 10:32 น.

เมืองสเปนสั่ง “ห้ามรับเลี้ยงแมวดำ” ช่วงฮาโลวีน หวั่นถูกนำไปใช้ใน “พิธีกรรม”

ทางการท้องถิ่นเมืองตาร์ราซซา แคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน ประกาศมาตรการพิเศษ ระงับการรับเลี้ยงแมวดำ จากศูนย์พักพิงสัตว์ในช่วงเทศกาลฮาโลวีนเป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้แมวเหล่านี้ถูกทำร้ายหรือนำไปใช้ “ประกอบฉาก” ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่ออาถรรพ์ในช่วงเทศกาล

เมืองตาร์ราซซา ในแคว้นกาตาลุญญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน ได้ประกาศใช้มาตรการชั่วคราวในการห้ามการรับเลี้ยงแมวดำจากศูนย์พักพิงสัตว์ เพื่อป้องกัน “พิธีกรรม” ที่อาจเป็นอันตรายในช่วงเทศกาลฮาโลวีน

หน่วยงานสวัสดิภาพสัตว์ท้องถิ่นระบุว่า คำขอรับอุปการะหรือรับเลี้ยงแมวดำทั้งหมดจะถูกปฏิเสธตั้งแต่ วันที่ 6 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน เพื่อปกป้องแมวเหล่านี้จากการถูกทำร้าย หรือถูกนำไปใช้เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากในช่วงเทศกาล

นาย โนเอล ดูเก รองนายกเทศมนตรี เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ RTVE ว่า คำขอรับเลี้ยงแมวดำมักจะ เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ ในช่วงใกล้เทศกาลฮาโลวีน โดยกล่าวว่ามาตรการนี้พยายามป้องกันไม่ให้คนรับเลี้ยงเพราะเป็นเพียงกระแสหรือทำไปโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ และในกรณีที่ทราบว่ามีการปฏิบัติที่อาจเข้าข่าย “พิธีกรรมอำมหิต” ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน

แม้ว่าสภาเทศบาลเมืองตาร์ราซซาจะระบุว่า ยังไม่มีบันทึกว่าเคยเกิดเหตุทารุณกรรมแมวดำในเมือง แต่มีการเตือนจากกลุ่มสวัสดิภาพสัตว์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ จึงตัดสินใจดำเนินมาตรการนี้เพื่อความไม่ประมาท

ในวัฒนธรรมตะวันตก แมวดำมักถูกเชื่อมโยงกับเรื่องไสยศาสตร์และถือเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย แต่สำหรับวัฒนธรรมอื่น เช่น ญี่ปุ่นและอียิปต์ กลับมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ

ทางการเมืองตาร์ราซซาซึ่งมีประชากรแมวอยู่กว่า 9,800 ตัว และมีแมว 12 ตัวที่เป็นแมวดำในศูนย์พักพิง เน้นย้ำว่ามาตรการนี้เป็นเพียง “มาตรการชั่วคราวและเป็นกรณีพิเศษ” เพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง และจะมีการพิจารณาข้อยกเว้นเป็นรายบุคคล รวมถึงจะเปิดให้ยื่นคำขอรับเลี้ยงตามปกติอีกครั้งหลังเทศกาลฮาโลวีนสิ้นสุดลง.

ที่มา BBC

โครงการจัดการน้ำ “เกาหลี–ยูเอ็น” ในกัมพูชาถูกระงับ หลังอาชญากรรมพุ่งเป้าชาวเกาหลีใต้ถี่ขึ้น

โครงการจัดการน้ำ "เกาหลี–ยูเอ็น” ในกัมพูชาถูกระงับ หลังอาชญากรรมพุ่งเป้าชาวเกาหลีใต้ถี่ขึ้น

19 ต.ค. 2568 10:19 น.

โครงการจัดการน้ำ “เกาหลี–ยูเอ็น” ในกัมพูชาถูกระงับ หลังอาชญากรรมพุ่งเป้าชาวเกาหลีใต้ถี่ขึ้น

สถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัฐ (STEPI) ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจระงับโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปรับปรุงการจัดการทรัพยากรน้ำในกัมพูชา เนื่องจากมีรายงานการเกิดอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกัมพูชา

โครงการดังกล่าวเป็นความริเริ่มร่วมกันระหว่าง โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และ เกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของประชาชนและชุมชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุมประเทศต่าง ๆ ได้แก่ กัมพูชา ไทย เวียดนาม และลาว

ในส่วนของกัมพูชา STEPI ได้ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อช่วยสร้างแบบจำลองการจัดหาน้ำและการจัดการโดยใช้ พลังงานหมุนเวียน ร่วมกับบริษัทเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ทางสถาบันได้เลื่อนพิธีโอนมอบโครงการให้แก่ทางการกัมพูชาที่เคยวางแผนไว้ภายในปีนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ว่า STEPI จะยืนยันว่าจะยังคงดำเนินโครงการลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นต่อไป

อาชญากรรมที่พุ่งเป้าชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากภายหลังการเสียชีวิตของนักศึกษารายหนึ่ง ซึ่งมีรายงานว่าถูกทรมานอย่างทารุณโดยเครือข่ายอาชญากรที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องยกระดับความพยายามทางการทูตและการสืบสวน รวมถึงการติดตามและช่วยเหลือพลเมืองที่อาจถูกควบคุมตัวโดยองค์กรอาชญากรรม โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีชาวเกาหลีใต้ที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา จำนวน 64 คน ได้เดินทางกลับประเทศแล้ว หลังจากการส่งทีมตอบสนองของรัฐบาลเกาหลีใต้เข้าปฏิบัติการในกัมพูชาได้ไม่กี่วัน

ทั้งนี้ โครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) อื่น ๆ ที่เกาหลีใต้มีในกัมพูชา ก็อาจได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งล่าสุดระหว่างเกาหลีใต้และกัมพูชาด้วยเช่นกัน.

ที่มา Yonhap

ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย อิสราเอลยังไม่ยืนยันใช่ร่างตัวประกันหรือไม่

ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย อิสราเอลยังไม่ยืนยันใช่ร่างตัวประกันหรือไม่

19 ต.ค. 2568 06:03 น.

ฮามาสคืนศพอีก 2 ราย อิสราเอลยังไม่ยืนยันใช่ร่างตัวประกันหรือไม่

กลุ่มฮามาสคืนศพผู้เสียชีวิตที่เชื่อว่าเป็นตัวประกันที่พวกเขาจับตัวไป ให้อิสราเอลเพิ่มอีก 2 รายในวันเสาร์ พร้อมกับตำหนิอิสราเอลว่า ทำให้การค้นหาศพตัวประกันที่เหลือยากขึ้นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสส่งคืนศพผู้เสียชีวิตที่เชื่อว่าเป็นร่างของตัวประกันที่พวกเขาจับตัวมา ให้แก่อิสราเอลเพิ่มอีก 2 รายในคืนวันเสาร์ที่ 18 ต.ค. 2568 โดยฮามาสอ้างว่า กู้คืนร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองได้ในฉนวนกาซาในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้

ร่างผู้เสียชีวิตดังกล่าวถูกส่งผ่านทางเจ้าหน้าที่กาชาดในฉนวนกาซา ไปยังกองทัพอิสราเอล และถูกลำเลียงเข้าสู่ดินแดนของอิสราเอลเพื่อทำการระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ

นับตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (13 ต.ค.) กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่กลับสู่อิสราเอลครบทั้ง 20 คนแล้ว และคืนศพตัวประกันให้อิสราเอลแล้ว 10 รายจากทั้งหมด 28 ราย

อย่างไรก็ตาม ความล่าช้านี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในอิสราเอล เนื่องจากเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามกันเมื่อสัปดาห์ก่อนระบุให้มีการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด ทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตแล้ว ออกจากกาซา อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสอ้างว่ากำลังประสบปัญหาในการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือซึ่งอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สำนักงานของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล มีคำสั่งให้ปิดจุดผ่านแดนราฟาห์ ระหว่างกาซาและอียิปต์ ต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และว่าจะเปิดด่านอีกครั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับการส่งคืนร่างตัวประกันที่เหลืออยู่ทั้งหมด และการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง

จุดผ่านแดนราฟาห์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อเดินทางออกไป และสำหรับคนอีกหลายพันคนที่ต้องการเดินทางกลับเข้าพื้นที่

ด้านกลุ่มฮามาสตำหนิอิสราเอลว่าทำให้การค้นหาศพตัวประกันที่เสียชีวิตยากขึ้น เนื่องจากการโจมตีทางอากาศในกาซาได้เปลี่ยนอาคารจำนวนมากให้กลายเป็นซากปรักหักพัง และอิสราเอลไม่อนุญาตให้นำเครื่องจักรหนักและรถขุดเข้าไปในพื้นที่

ทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (UN) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า ฉนวนกาซา “ตอนนี้กลายเป็นดินแดนรกร้าง” (wasteland) แล้ว โดยผู้คนต้องขุดคุ้ยตามซากปรักหักพังเพื่อหาร่างผู้เสียชีวิต และพยายามตามหาบ้านเรือนของตนเอง ที่ส่วนใหญ่ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc