อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

16 ก.ย. 2568 04:30 น.

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้นของบริษัท เทสลา มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หุ้นของเทสลาพุ่งขึ้นถึง 6% จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 ก.ย. 2568 ว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดังระดับโลก ซื้อหุ้นของบริษัท เทสลา (Tesla) มูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.18 หมื่นล้านบาท) โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นการแสดงความเชื่อมั่นต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้

ข่าวการซื้อหุ้นของนายมัสก์ ทำให้หุ้นของบริษัท เทสลา ซึ่งประสบปัญหาในการปรับตัวขึ้นในปีนี้ พุ่งขึ้นมากกว่า 6% ในการซื้อขายหุ้นในช่วงก่อนเวลาเปิดตลาดปกติเมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นเทสลาของนายมัสก์ จำนวนราว 2.5 ล้านหุ้น เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) และได้รับการเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแลในวันจันทร์ โดยนี่นับเป็นการซื้อหุ้นในตลาดเปิดครั้งแรกของนายมัสก์นับตั้งแต่ปี 2563 และเป็นสัญญาณการลงทุนในบริษัท เทสลา ซึ่งทำผลงานได้ไม่ดีนักในปีนี้

นายมัสก์ครอบครองหุ้นของบริษัท เทสลา อยู่แล้วประมาณ 13% แต่เขาต้องเพิ่มอำนาจควบคุมบริษัทมากขึ้นมานานแล้ว เนื่องจากเขากำลังผลักดันให้ เทสลา ลงทุนในด้านรถยนต์ไร้คนขับ (robotaxis), ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการของบริษัท เทสลา เพิ่งเสนอแผนค่าตอบแทนมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมอบหุ้นของบริษัทให้แก่นายมัสก์สูงสุดที่ 12% หากบริษัทบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

คณะกรรมการยังระบุด้วยว่า บริษัทจะมอบหุ้นมูลค่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่นายมัสก์ในฐานะรางวัล “ชั่วคราว” ที่แยกต่างหาก หลังจากที่แผนค่าตอบแทนก้อนใหญ่ที่ตกลงกันไว้ในปี 2561 ถูกศาลสั่งยกเลิก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

16 ก.ย. 2568 03:02 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

รัฐบาลทรัมป์กับจีนบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว สิ้นสุดมหากาพย์ที่ดำเนินมาตั้งแต่นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สหรัฐฯ กับจีนได้บรรลุกรอบการทำงานเรื่องการให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะคุยกันในวันศุกร์นี้ (19 ก.ย.) เพื่อสรุปข้อตกลงดังกล่าว

“ประธานาธิบดีทรัมป์มีบทบาทในเรื่องนี้ เราได้โทรศัพท์คุยกับเขาเมื่อคืนนี้ เราได้รับคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงจากเขา และได้แบ่งปันเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่จีน” นายเบสเซนต์กล่าว หลังการเจรจาที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ย.) “หากปราศจากความเป็นผู้นำและอำนาจต่อรองที่เขามี เราก็คงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในวันนี้ได้”

รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อผู้ซื้อที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่จะเข้าซื้อกิจการของ TikTok ในแดนลุงแซม แต่คาดกันอย่างกว้างขวางว่ากลุ่มดังกล่าวจะนำโดย นายแลร์รี เอลลิสัน ประธานคณะผู้บริหารของบริษัท ออราเคิล ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายทรัมป์เคยออกมากล่าวว่า เขาสนับสนุนให้นายเอลลิสัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ให้ซื้อทรัพย์สินของ TikTok ในสหรัฐฯ

“เราให้ความสำคัญอย่างมากกับ TikTok และทำให้แน่ใจว่าข้อตกลงนี้เป็นธรรมสำหรับชาวจีนและเคารพต่อความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ อย่างยิ่ง ซึ่งนั่นคือข้อตกลงที่เราบรรลุ” นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์

“แน่นอนว่าเราต้องการให้แน่ใจว่าจีนมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นธรรมในสหรัฐอเมริกา แต่ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ” นายเกรียร์กล่าว

ด้าน TikTok และบริษัทแม่อย่าง ByteDance ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ในเรื่องข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนสิ้นสุดการปกครองสมัยแรกของนายทรัมป์ เขาพยายามชงเรื่องการแบนแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ แม้นโยบายของเขาจะไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากสภา แต่ในท้ายที่สุด รัฐบาลชุดต่อมาของนายโจ ไบเดน ก็ให้การสนับสนุนและลงนามเป็นกฎหมาย

กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองพรรคในสภาคองเกรส สั่งแบน TikTok ในสหรัฐฯ อ้างความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ และจะอนุญาตให้แอปฯ นี้สามารถดำเนินการในอเมริกาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของ TikTok ในจีน ขายหุ้นธุรกิจ TikTok ในสหรัฐฯ ให้บุคคลหรือบริษัทที่สหรัฐฯ สนับสนุน

กฎหมายดังกล่าวทำให้บริการ TikTok ในสหรัฐฯ หยุดไปช่วงระยะเวลาหนึ่งในวันที่ 18 ก.ค. ก่อนที่ “กฎหมายควบคุมแอปพลิเคชันต่างชาติที่เป็นปรปักษ์” (Foreign Adversary Controlled Applications Act) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ก่อนที่นายทรัมป์จะลงนามคำสั่งพิเศษ เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ออกไป 75 วัน

หลังจากนั้น นายทรัมป์ก็เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ในสหรัฐฯ อีกหลายครั้ง โดยล่าสุดถูกเลื่อนไปวันที่ 17 ก.ย. เพื่อหาทางทำข้อตกลงกับจีน และคาดกันว่านายทรัมป์จะเลื่อนเส้นตายอีกหากทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงไม่ทันเวลา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

16 ก.ย. 2568 01:01 น.

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

เจ้าหน้าที่ FBI ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ผลตรวจดีเอ็นเอที่เก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมนายชาร์ลี เคิร์ก ออกมาตรงกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมในเร็วๆ นี้

นายแคช พาเดล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 ว่า ผลตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บได้บริเวณจุดเกิดเหตุฆาตกรรมนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยมคนดัง ออกมาตรงกับนายไทเลอร์ โรบินสัน ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้

นายโรบินสันวัย 22 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบยิงนายเคิร์กซึ่งกำลังร่วมงานอีเวนต์ขององค์กรนักศึกษา “จุดเปลี่ยนสหรัฐอเมริกา” (Turning Point USA – TPUSA) ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้ง ที่วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์เมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) โดยใช้ปืนไรเฟิลยิงกระสุน 1 นัดโดนที่ลำคอ

ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกจับกุมตัวเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.ย.) หลังเจ้าหน้าที่ออกตามล่าตัว 33 ชั่วโมง และคาดว่า นายโรบินสันจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นายพาเดลเปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวนกับสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า “วันนี้เราสามารถรายงานได้ว่า ดีเอ็นเอที่ได้จากผ้าขนหนูที่ห่อปืนเอาไว้ กับดีเอ็นเอบนไขควง ตรงกับของผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในการควบคุมตัว” โดยเขาอ้างถึงปืนที่พบในป่ากับไขควงที่พบในที่เกิดเหตุ

นายพาเดลยังพูดถึงโน้ตที่เชื่อว่านายโรบินสันเขียนเอาไว้ก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งเนื้อความในนั้นระบุในทำนองว่า “ผมมีโอกาสที่จะกำจัดชาร์ลี เคิร์ก” โดยนายพาเดลยืนยันว่า โน้ตดังกล่าวถูกทิ้งไว้ที่บ้านของครอบครัวนายโรบินสัน และถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กลับพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของโน้ตดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

15 ก.ย. 2568 22:49 น.

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันระหว่างเยือนอิสราเอลว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอิสราเอลเพื่อทำตามเป้าหมายในสงครามกาซาต่อไป พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 ว่า สหรัฐฯ ยังคงแน่วแน่ในการสนับสนุนอิสราเอล เพื่อทำตามเป้าหมายของการทำสงครามในฉนวนกาซา พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

“ประชาชนในกาซาสมควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่อนาคตที่ดีกว่าไม่สามารถเริ่มขึ้นได้จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกกำจัด” นายรูบิโอบอกกับสื่อระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่กรุงเยรูซาเลม “คุณวางใจได้เลยว่าเราจะให้การสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง” นายรูบิโอกล่าว

ด้านนายเนทันยาฮูระบุว่า การที่นายรูบิโอมาเยือนอิสราเอลนั้น เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ ยืนเคียงข้างอิสราเอล พร้อมกับกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้การสนับสนุน โดยยกย่องนายทรัมป์ว่า เป็นมิตรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อิสราเอลเคยมี

นายรูบิโอยังวิพากษ์วิจารณ์แผนการของชาติยุโรปหลายประเทศ ที่จะยอมรับความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ โดยระบุว่า แผนการนี้ทำให้กลุ่มฮามาสฮึกเหิมมากขึ้น “แผนการนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงในเชิงสัญลักษณ์ … ผลกระทบเดียวที่มันทำให้เกิดขึ้นจริงๆ คือ ทำให้กลุ่มฮามาสรู้สึกฮึกเหิมขึ้นเท่านั้น”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า เขาจะหารือกับนายเนทันยาฮู เรื่องแผนการของอิสราเอลที่จะยึดเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดในภาคกลางของฉนวนกาซา รวมถึงแผนการผนวกดินแดนบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ โดยหวังว่าจะป้องกันการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ได้

นายรูบิโอกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สงครามในกาซา “จบลง” ซึ่งนั่นหมายถึงการปลดปล่อยตัวประกันทุกคน และรับประกันว่า กลุ่มฮามาสจะไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันและยุติสงครามดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในกรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจา โดยอ้างว่าโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาส เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากนานาชาติ

“เราได้ส่งข้อความไปถึงผู้ก่อการร้ายว่า พวกคุณหนีได้ แต่ซ่อนตัวไม่ได้” เนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันจันทร์ “การจู่โจมนี้ไม่ได้ล้มเหลว มันมีสาระสำคัญเพียงอย่างเดียว”

ด้านนายรูบิโอกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะขอให้กาตาร์ดำเนิน “บทบาทที่สร้างสรรค์” ในฐานะคนกลางในสงครามกาซาต่อไป

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งเปิดเผยว่า นายรูบิโอจะเดินทางไปยังกาตาร์ในวันอังคารนี้ (16 ก.ย.) 1 วันหลังจากผู้นำชาติอาหรับและอิสลามประชุมร่วมกันในวันจันทร์ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิสราเอล จากกรณีการโจมตีกรุงโดฮา

ในการประชุมสุดยอดดังกล่าว เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์กล่าวว่าอิสราเอลพยายามขัดขวางการเจรจาหยุดยิง ซึ่งกาตาร์ร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ พยายามเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมาตลอด

“ใครก็ตามที่ทำงานอย่างไม่ลดละและเป็นระบบเพื่อลอบสังหารคู่กรณีที่ตนกำลังเจรจาด้วย ย่อมมีเจตนาที่จะขัดขวางการเจรจา… สำหรับพวกเขาแล้ว การเจรจาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสงครามเท่านั้น” ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

15 ก.ย. 2568 20:13 น.

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

ฮุน เซน โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ยืนยันไม่ได้เตรียมยึดทรัพย์นายทักษิณ ลั่นแม้มีปัญหากันมาก่อน แต่ก็ต้องรับผิดชอบในการรักษาความสุจริตของนายทักษิณเอาไว้

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อยืนยันว่า ทางการกัมพูชาไม่ได้กำลังเตรียมการเพื่อยึดทรัพย์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย และยืนยันด้วยว่า ทั้งนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินใดๆ ในกัมพูชาเลย

“ผมเพิ่งได้เห็นรายงานข่าวที่ว่า ฯพณฯ ทักษิณถือครองทรัพย์สินในกัมพูชา และทางการกัมพูชากำลังเตรียมอายัดทรัพย์สินเหล่านั้น” ข้อความของ ฮุน เซน ระบุ “ถึงแม้ว่าผมกับ ฯพณฯ ทักษิณจะมีปัญหากันมาก่อน แต่ผมต้องรับผิดชอบในการรักษาไว้ซึ่งความสุจริตและเกียรติของ ฯพณฯ ทักษิณ”

“ทั้ง ฯพณฯ ทักษิณ และคุณผู้หญิงยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินหรือแหล่งเงินได้ใดๆ ในกัมพูชา”

“ตอนที่ ฯพณฯ ทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์มาเยี่ยมเยียนกัมพูชา พวกเขาใช้รถของผมเสมอ สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคุณทักษิณไม่ได้ถือครองทรัพย์สินใดๆ ในกัมพูชาเลย”

“ผมต้องขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ฯพณฯ ทักษิณกับผมไม่ได้หารือเกี่ยวกับธุรกิจใด ๆ เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนตัวหรือของครอบครัวเลย”

“หากข้อมูลดังกล่าวมีต้นตอมาจากกัมพูชา ผมขอให้ยุติเรื่องนี้ในทันที เนื่องจากประเทศของเราต้องรักษาศักดิ์ศรีและหลีกเลี่ยงการสร้างหรือเผยแพร่เรื่องราวที่เป็นเท็จและทำให้เข้าใจผิด”

“แต่หากเรื่องนี้มีต้นตอมาจากประเทศไทย ก็ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการไทยในการจัดการ” โพสต์ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / hunsencambodia

เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง ร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล

เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง ร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล

15 ก.ย. 2568 16:53 น.

เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง ร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล

สุชีลา คาร์กี นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลของเนปาล  ได้ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยมี 3 บุคคลที่ขึ้นชื่อด้านการปฏิรูปและต่อต้านการทุจริต เพื่อนำพาประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติ หลังเหตุความรุนแรงที่คร่าผู้คนไปอย่างน้อย 72 ศพ และนำไปสู่การยุบสภา

นางคาร์กี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาและเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ได้เข้ามารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่การประท้วงต่อต้านการทุจริตทั่วประเทศได้คร่าผู้คนไปอย่างน้อย 72 ศพ และทำให้นายกรัฐมนตรีคนก่อน เค.พี. ชาร์มา โอลี ต้องลาออกจากตำแหน่ง

แถลงการณ์จากสำนักงานประธานาธิบดีเนปาลระบุว่า ราเมศวร ปราสาด คานัล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะกรรมการที่เสนอแนะการปฏิรูปเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งต่อหน้าประธานาธิบดี ราม จันทรา พูเดล แล้ว

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แก่ กุลมัน กิสสิง อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าของรัฐ ที่เคยแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในเนปาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนายโอม ประกาศ อาร์ยัล ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและที่ปรึกษาของนายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งเคยเป็นแกนนำการต่อสู้ทางกฎหมายในประเด็นผลประโยชน์สาธารณะ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของเนปาล นำโดยกลุ่ม ‘Gen Z’ เพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่แพร่หลาย เหตุการณ์นี้ได้ลุกลามเป็นการวางเพลิงและทำลายทรัพย์สิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน

นางคาร์กี วัย 73 ปี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.ย.) โดยมีภารกิจหลักคือการจัดให้มีการเลือกตั้งระดับประเทศในวันที่ 5 มีนาคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างสาธารณะที่ถูกทำลายจากการประท้วง ซึ่งรวมถึงอาคารที่ทำการนายกรัฐมนตรีและกระทรวงต่างๆ ไปจนถึงศาลสูงสุดและอาคารรัฐสภา นอกจากนี้ บ้านพักของผู้นำพรรคการเมือง เช่น นายพูเดล และนายโอลี ก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน

ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และธุรกิจอื่นๆ ก็ถูกวางเพลิงเสียหายเช่นกัน โดยยังไม่มีการประเมินมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินที่ชัดเจนในขณะนี้

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมใช้ “การทูตมงกุฎเพชร” ต้อนรับทรัมป์เยือนสหราชอาณาจักรครั้งที่ 2

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมใช้ “การทูตมงกุฎเพชร” ต้อนรับทรัมป์เยือนสหราชอาณาจักรครั้งที่ 2

15 ก.ย. 2568 13:15 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เตรียมใช้ “การทูตมงกุฎเพชร” ต้อนรับทรัมป์เยือนสหราชอาณาจักรครั้งที่ 2

สหราชอาณาจักรกำลังเร่งเตรียมปราสาทวินด์เซอร์เพื่อรับรองการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 โดยพระราชพิธีครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความหรูหราตระการตา ทั้งโต๊ะไม้มะฮอกกานียาว 50 เมตร เครื่องเงินอายุ 200 ปี รถม้า มงกุฎเพชร และขบวนทหารกองเกียรติยศ

การเยือนดังกล่าวไม่ใช่เพียงการแสดงพระราชพิธี หากแต่มีเป้าหมายทางการทูตที่ชัดเจน คือการสร้างสายสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ท่ามกลางนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ ที่ส่งผลกระทบต่อความร่วมมือด้านการค้าและความมั่นคงมายาวนาน

โรเบิร์ต เลซีย์ นักประวัติศาสตร์ราชวงศ์ กล่าวว่า “เรากำลังเอาอกเอาใจเขา” เพราะทรัมป์คงไม่ยอมมาอังกฤษหากไม่ได้มีโอกาสพักที่ปราสาทวินด์เซอร์ และเข้าเฝ้าฯ กษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาอยากจะทำมานาน พร้อมเสริมว่าพระราชวงศ์ยังคงเป็นเครื่องมือทรงพลังด้าน “ซอฟท์ พาวเวอร์” แม้จะไร้อำนาจการเมืองโดยตรงมากว่าสามศตวรรษแล้วก็ตาม

การเยือนรัฐถือเป็นเครื่องมือสูงสุดของสถาบันกษัตริย์ โดยผู้นำโลกต่างต้องการรับเกียรติร่วมโต๊ะเสวยและถ่ายภาพกับกษัตริย์ รวมถึงเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน โดยในอดีตสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เคยต้อนรับทั้งประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (2003), บารัค โอบามา (2011) และทรัมป์ (2019)

อย่างไรก็ตาม การเยือนครั้งนี้มีเดิมพันสูงกว่า เพราะรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ต้องการผลักดันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และขอการสนับสนุนในสงครามยูเครน โดยสตาร์เมอร์ได้เดินทางไปวอชิงตันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อนำจดหมายเชิญจากกษัตริย์ชาร์ลส์มอบให้ทรัมป์ด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำโลกคนใดได้รับเกียรติให้เยือนอย่างเป็นทางการถึงสองครั้ง

พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจะเริ่มวันพุธ เมื่อกษัตริย์ชาร์ลส์และสมเด็จพระราชินีคามิลลาทรงต้อนรับทรัมป์และภริยา จากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าเข้าสู่ปราสาทวินด์เซอร์ ขบวนทหารจะบรรเลงเพลงชาติทั้งสองประเทศ ก่อนที่ทั้งสองจะตรวจแถวกองเกียรติยศในเครื่องแบบทหารสีแดงและหมวกหนังหมี

ไฮไลต์คือ งานเลี้ยงพระราชทานค่ำ ที่โต๊ะวอเตอร์ลูยาวเกือบครึ่งสนามฟุตบอล รองรับแขกกว่า 160 คน โดยใช้เวลาถึง 5 วันในการจัดโต๊ะ และเสิร์ฟด้วยชุดเครื่องเงินโบราณอายุ 200 ปี กว่า 4,000 ชิ้น แขกสุภาพบุรุษจะสวมเสื้อเชิ้ตขาวพร้อมชุดสูทหางยาว ส่วนสุภาพสตรีจะปรากฏตัวในชุดราตูหรูหราพร้อมอัญมณีระยิบระยับ

ฮูโก วิคเกอร์ส นักประวัติศาสตร์ราชวงศ์ ระบุว่านายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ ใช้วิธีที่ชาญฉลาด โดยให้กษัตริย์ชาร์ลส์ “ดึง” ทรัมป์มาที่อังกฤษ และนี่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา โดยเฉพาะเรื่องยูเครน

ส่วนการหารือเชิงลึกระหว่างทรัมป์และสตาร์เมอร์จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดี ที่ที่เช็กเกอร์ส (Chequers) บ้านพักประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ.

ที่มา  AP

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

15 ก.ย. 2568 11:26 น.

คิม จองอึน เยี่ยมชมการแข่งขันซุ้มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เยี่ยมชมการแข่งขันซุ่มยิงของหน่วยสไนเปอร์ เรียกร้องเสริมกำลังกลุ่มพลรบพิเศษ

วันที่ 13 กันยายน 2568 สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ ( Korean Central News Agency ) หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เข้าชมการแข่งซุ่มยิงระหว่างหน่วยพลแม่นปืนของหน่วยกองพันยามเมือง (Metropolitan Garrison Command) และกองกำลังเคลื่อนที่พิเศษขององค์กรรักษาความปลอดภัยกลาง เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

ตามรายงาน รูปภาพจาก KCNA  แสดงให้เห็นนายคิม จองอึน ยืนชมการแข่งขันยิงเป้าของหน่วยซุ่มยิง ณ สนามซ้อมทางทหาร พร้อมทั้งให้คำชมเชยถึงความแม่นยำและทักษะในการยิงของทหารชุดนี้

ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันยิงปืน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเน้นย้ำยุทธศาสตร์กองทัพของเกาหลีเหนือ ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (special mobile forces/sniper detachments) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถปฏิบัติภารกิจในสภาพสงครามจริงได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ประเภทอาวุธที่ใช้ ระยะยิง หรือคะแนนแข่งขัน ไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบโดยสื่อทางการ.

อิสราเอลถล่มกาซาซิตี้หนัก ขณะ “รูบิโอ” เดินทางถึง หารืออนาคตความขัดแย้ง

อิสราเอลถล่มกาซาซิตี้หนัก ขณะ “รูบิโอ” เดินทางถึง หารืออนาคตความขัดแย้ง

15 ก.ย. 2568 11:24 น.

อิสราเอลถล่มกาซาซิตี้หนัก ขณะ “รูบิโอ” เดินทางถึง หารืออนาคตความขัดแย้ง

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์รายงานว่า กองกำลังอิสราเอลได้ทำลายอาคารที่พักอาศัยอย่างน้อย 30 หลังในเมืองกาซาซิตี้ และทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องพลัดถิ่น ขณะที่ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อหารืออนาคตของความขัดแย้งและฟื้นฟูพื้นที่ฉนวนกาซา

อิสราเอลประกาศแผนที่จะยึดเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นที่พักพิงของชาวปาเลสไตน์ราว 1 ล้านคน โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และได้เพิ่มการโจมตีในสิ่งที่ระบุว่าเป็น “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าว

การเยือนของนายรูบิโอเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังอิสราเอลโจมตีทางอากาศผู้นำทางการเมืองของกลุ่มฮามาสในกรุงโดฮา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความไม่พอใจและเสียงประณามจากทั่วโลก โดยกาตาร์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดฉุกเฉินอาหรับ-อิสลามในวันจันทร์นี้เพื่อหารือแนวทางต่อไป

ก่อนการหารือกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู นายรูบิโอได้เดินทางไปเยี่ยมชมกำแพงร้องไห้ในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการ “ย้ำถึงการยอมรับของสหรัฐฯ ว่าเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงนิรันดร์ของอิสราเอล” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และย้ายสถานทูตสหรัฐฯ มายังเมืองนี้ในปี 2017

ขณะเดียวกัน ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในกาซากำลังวิกฤตหนัก ฟิลิปป์ ลาซซารีนี ข้าหลวงใหญ่ของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ (UNRWA) เผยว่าคลินิกในค่ายผู้ลี้ภัยทางตอนเหนือของพื้นที่ได้หยุดให้บริการแล้ว และอาคารของ UNRWA ในกาซาซิตี้ก็ถูกโจมตีถึง 10 แห่งในช่วง 4 วันที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แสดงความกังวลว่าการโจมตีกลุ่มฮามาสในกาตาร์เป็น “การยกระดับสถานการณ์โดยฝ่ายเดียว” ที่ไม่เป็นผลดีต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตือนว่าแผนการขยายนิคมในเวสต์แบงก์ของอิสราเอลจะบ่อนทำลาย “ข้อตกลงอับราฮัม” (Abraham Accords) ที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง UAE กับอิสราเอล

องค์กรบรรเทาทุกข์เตือนว่าการเข้ายึดเมืองกาซาซิตี้ของอิสราเอลจะยิ่งเป็นหายนะสำหรับประชาชนที่กำลังเผชิญภาวะทุพโภชนาการอย่างรุนแรง โดยกระทรวงสาธารณสุขของกาซาเปิดเผยว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหารและความอดอยากเพิ่มอีก 2 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากสาเหตุนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 422 คน ซึ่งรวมเด็ก 145 คน

แม้ว่าอิสราเอลจะเริ่มอนุญาตให้ความช่วยเหลือเข้าสู่กาซามากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม แต่สหประชาชาติยังคงยืนยันว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชากร โดยขณะนี้มีเพียงหลายหมื่นคนเท่านั้นที่ยอมอพยพออกจากเมืองกาซาซิตี้ ขณะที่อีกหลายแสนคนยังคงตกค้างอยู่ เนื่องจากขาดแคลนพื้นที่ปลอดภัยในทางตอนใต้ และบางส่วนหวังว่าผู้นำอาหรับจะสามารถกดดันให้อิสราเอลยกเลิกแผนการโจมตีได้.

6 นายพลเมียนมา ลงเลือกตั้งในนามพรรคของกองทัพ จ่อชิงเก้าอี้ ส.ส.

6 นายพลเมียนมา ลงเลือกตั้งในนามพรรคของกองทัพ จ่อชิงเก้าอี้ ส.ส.

15 ก.ย. 2568 11:01 น.

6 นายพลเมียนมา ลงเลือกตั้งในนามพรรคของกองทัพ จ่อชิงเก้าอี้ ส.ส.

จับตา 6 นายพลเมียนมา จ่อส่งชื่อชิงเลือกตั้งภายใต้พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ตัวแทนกองทัพเมียนมา ด้านนักวิเคราะห์ชี้ เป็นแผนปูทางให้ผู้นำรัฐประหารนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี

วันที่ 15 กันยายน 2568 สำนักข่าวอิระวดี ของเมียนมา รายงานอ้างคำเปิดเผยของแหล่งข่าวภายในกองทัพเมียนมา ที่ระบุว่า นายทหารยศพลโทอย่างน้อย 6 นาย เตรียมลงสมัครเลือกตั้งภายใต้พรรค สหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) พรรคตัวแทนของกองทัพ ในศึกเลือกตั้งที่กองทัพประกาศจัดขึ้นปลายปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า รายชื่อนายพลที่ถูกระบุ ได้แก่ พลโท เทซา จ่อ ผู้บัญชาการกองปฏิบัติการพิเศษเขต 3 พลโท โซ ทินต์ เนียง ผู้ตรวจสอบและผู้สอบบัญชีแห่งกองทัพ พลโทเทต พอน ผู้ตรวจราชการกองทัพ พลโท โพน เมี๊ยต เจ้ากรมสารบรรณกองทัพ พลโท ลิน อ่อง เจ้ากรมแต่งตั้งกำลังพล และพลโทกัน มยินต์ (Kan Myint) ผู้บัญชาการอุตสาหกรรมกลาโหม

นอกจากนี้ยังมีชื่อ พลเอกอ่อง ลินเวอดีตนายทหารใกล้ชิดพลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ที่เพิ่งเกษียณเมื่อเดือนก่อน แต่ยังคงนั่งในสภาความมั่นคงและการป้องกันแห่งชาติและรัฐบาลเฉพาะกาล ที่ถูกวางตัวให้ลงสมัครในนามพรรค USDP ด้วย  

รายงานข่าวยังระบุว่า รวมแล้วมีนักการทหารและอดีตทหารกว่า 30 คน เตรียมลงสนามเลือกตั้ง โดยส่วนใหญ่จะเลือกลงในเขตปลอดภัย ของพรรค อาทิ เนปิดอว์ และพื้นที่ฐานเสียงทหาร สำหรับการเลือกตั้ง รอบแรกจะมีขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม ครอบคลุม 102 ตำบลทั่วประเทศ โดยขณะนี้มีพรรคการเมืองเพียง 57 พรรคที่ลงทะเบียนแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคเล็กหรือพรรคหนุนทหาร มีเพียง 6 พรรค รวมถึง USDP ที่ส่งผู้สมัครทั่วประเทศ

ด้านนักวิเคราะห์การเมืองมองว่า มิน อ่องหล่าย มีเป้าหมายสูงสุดคือ การก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดี ผ่านการโหวตในรัฐสภา โดยอาศัยการหนุนหลังจากโควตาทหาร พรรค USDP และผู้ภักดีในตำแหน่งระดับสูงต่าง ๆ

ทั้งนี้ พรรค USDP นำโดย อู ขิ่น ยี อดีตนายพล ที่เคยเป็นกำลังหลักในการจัดชุมนุมหนุนทหารก่อนการยึดอำนาจปี 2564 ได้เพิ่มกิจกรรมหาเสียงทั่วประเทศเต็มกำลัง ขณะที่ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ยังคงมองการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น  การเลือกตั้งลวงตา เพื่อยืดอำนาจเผด็จการ และสร้างภาพลักษณ์ความชอบธรรมบนเวทีโลก หลังจากพรรค USDP เคยพ่ายแพ้อย่างยับเยินในปี 2558 และ 2563 ต่อพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของ นางอองซาน ซูจี.

ที่มา Irrawaddy