“คิม จองอึน” เตรียมเยือนจีนร่วมพิธีสวนสนาม 80 ปีวันแห่งชัยชนะ โชว์อำนาจยืนเคียงข้าง “สี-ปูติน”

"คิม จองอึน" เตรียมเยือนจีนร่วมพิธีสวนสนาม 80 ปีวันแห่งชัยชนะ โชว์อำนาจยืนเคียงข้าง “สี-ปูติน”

28 ส.ค. 2568 10:44 น.

“คิม จองอึน” เตรียมเยือนจีนร่วมพิธีสวนสนาม 80 ปีวันแห่งชัยชนะ โชว์อำนาจยืนเคียงข้าง “สี-ปูติน”

“คิม จองอึน” ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เตรียมเยือนจีนร่วมยืนเคียงข้าง “สี-ปูติน” ในพิธีสวนสนาม 80 ปีวันแห่งชัยชนะที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กลางจัตุรัสเทียนอันเหมิน

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เตรียมเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ของจีน เพื่อเข้าร่วมพิธีสวนสนามครั้งใหญ่เนื่องใน “วันแห่งชัยชนะ” (Victory Day) วันที่ 3 กันยายนนี้ เพื่อฉลองครบรอบ 80 ปีสิ้นสุดสงครามจีน-ญี่ปุ่น และสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่า ในพิธีสวนสนามปีนี้จะมีผู้นำชาติต่างๆ เข้าร่วมถึง 26 ประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย โดยการเข้าร่วมของคิม จองอึน ถือเป็นครั้งแรกที่ร่วมงานระดับนานาชาติอย่างเป็นทางการ หลังจากเมื่อปี 2558 เกาหลีเหนือส่งเพียงนายชเว รยองแฮ เจ้าหน้าที่ระดับสูงไปร่วมงาน

ขณะที่การสวนสนามครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ใช้เวลาประมาณ 70 นาที โดยจะมีทหารกว่า 70,000 นาย พร้อมกำลังพล 45 กองร้อย เข้าร่วมเดินสวนสนาม ขณะที่จีนเตรียมเผยโฉมอาวุธยุทโธปกรณ์รุ่นใหม่ ทั้งเครื่องบินรบ รถถัง และระบบต่อต้านโดรน โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำหน้าที่ตรวจแถว

ทางด้านบรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่าการที่ 3 ผู้นำ “คิม–สี–ปูติน” ปรากฏตัวเคียงข้างกัน จะเป็นภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สะเทือนโลก พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่าสองประเทศจะยังคงร่วมมือเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค 

ทั้งนี้ การเยือนจีนของผู้นำเกาหลีเหนือถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากที่เขาไปร่วมงานครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน–เกาหลีเหนือในปี 2562 และก่อนหน้านั้นในปี 2561 เขาเคยเดินทางเยือนจีนถึง 3 ครั้ง ถือเป็นปีที่คึกคักที่สุดของคิม จองอึน ในเวทีโลก.

หวยพาวเวอร์บอลสหรัฐฯ งวดล่าสุดเงินรางวัลทบเป็น 27,500 ล้านบาท

หวยพาวเวอร์บอลสหรัฐฯ งวดล่าสุดเงินรางวัลทบเป็น 27,500 ล้านบาท

28 ส.ค. 2568 09:17 น.

หวยพาวเวอร์บอลสหรัฐฯ งวดล่าสุดเงินรางวัลทบเป็น 27,500 ล้านบาท

จับตา ลอตเตอรี “พาวเวอร์บอล” สหรัฐฯ แจ็กพอตสะสมพุ่งไปอยู่ที่ 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 30,600 ล้านบาท กลายเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์การออกรางวัล

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นายแมตต์ สตรอว์น ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์พาวเวอร์บอลเปิดเผยว่า หลายฝ่ายร่วมลุ้นการออกรางวัลลอตเตอรีพาวเวอร์บอล คืนวันที่ 27 ส.ค. ตามเวลาในสหรัฐฯ เนื่องจากงวดนี้เงินรางวัลแจ็กพอตได้สะสมขึ้นไปเป็น 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 30,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ลำดับ 6 ในประวัติศาสตร์การออกรางวัล 

โดยผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับเป็นเงินงวดต่อเนื่อง (annuity) 30 ปี โดยเพิ่มขึ้นปีละ 5% หรือรับเงินก้อนเดียว (lump sum) 383.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 13,800 ล้านบาท ก่อนหักภาษี

โดยในการออกรางวัลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่มีใครคว้าแจ็กพอต แต่มีตั๋ว 2 ใบจากรัฐจอร์เจียและเทกซัส ถูกรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 36 ล้านบาท) โดยเลขที่ออกคือ 16, 19, 34, 37, 64 และเลขพาวเวอร์บอล 22 พร้อมพาวเวอร์เพลย์ 3

แจ็กพอตสะสมรอบนี้เริ่มตั้งแต่ 31 พฤษภาคม หลังผู้เล่นในรัฐแคลิฟอร์เนียคว้าเงินรางวัล 204.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 7,350 ล้านบาท) โดยตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา มีตั๋วถูกรางวัลใหญ่ 1 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปแล้ว 56 ใบ และอีกกว่า 558 ใบถูกรางวัล 50,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

ขณะที่การออกรางวัลคืนวันพุธนี้จะเป็นครั้งที่ 38 นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่มีคนถูกรางวัลใหญ่ ถ่ายทอดสดจากสตูดิโอสลากกินแบ่งรัฐฟลอริดา เวลา 22.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น  

พาวเวอร์บอลถือเป็นลอตเตอรีข้ามรัฐที่ขายตั๋วใบละ 2 ดอลลาร์ ใน 45 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี., เปอร์โตริโก และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ โดยรายได้กว่าครึ่งหนึ่งยังคงไว้เพื่อสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ภายในรัฐนั้น ๆ นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 1992 เกมนี้สร้างรายได้กว่า 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำไปใช้ในโครงการเพื่อสาธารณะ

สำหรับรางวัลแจ็กพอตพาวเวอร์บอลสูงสุดตลอดกาลคือ 2,004 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 73,350 ล้านบาท) ที่ถูกรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 รองลงมา ได้แก่ 1,765 ล้านดอลลาร์ในปี 2566, 1,586 ล้านดอลลาร์ในปี 2559 และ 1,326 ล้านดอลลาร์ที่รัฐออริกอน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา.

สเปนเปิดศึกปามะเขือเทศประจำปี 2025 แดงฉานไปทั้งเมือง

สเปนเปิดศึกปามะเขือเทศประจำปี 2025 แดงฉานไปทั้งเมือง

28 ส.ค. 2568 09:07 น.

สเปนเปิดศึกปามะเขือเทศประจำปี 2025 แดงฉานไปทั้งเมือง

สเปนจัดงานเทศกาล ลา โทมาตินา 2025 หรือศึกปามะเขือเทศอย่างคึกคัก ใช้มะเขือเทศกว่า 120 ตัน ทำเอาเมืองบูญอลของสเปน แดงฉานไปทั้งเมือง

เมืองบูญอล ทางตะวันออกของสเปนเต็มไปด้วย เสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ด และคราบสีแดงสดจากมะเขือเทศกว่า 120 ตัน ที่ปกคลุมทั้งถนนและร่างกายนักท่องเที่ยวกว่า 20,000 คน ที่มาร่วมงานเทศกาล “ลา โทมาตินา” งานปามะเขือเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยตลอดเวลา 1 ชั่วโมง ของการจัดงาน ถนนสายหลักของบูญอลถูกย้อมเป็นสีแดง ผู้เข้าร่วมสวมเสื้อผ้าสีขาวที่ถูกย้อมเป็นชมพูในไม่กี่นาที บางคนใส่แว่นตานิรภัยและที่อุดหูเพื่อกันแรงปะทะ เสียงดนตรีมันส์ ๆ ทำให้บรรยากาศเหมือนปาร์ตี้ขนาดใหญ่

รถบรรทุกหลายคันบรรทุกมะเขือเทศสุกงอมเข้ามาให้ผู้ร่วมงาน ขณะที่ผู้จัดใส่เสื้อสีเขียวคอยเปิดทางกลางฝูงชน และเมื่อปืนใหญ่ดังขึ้นก็เป็นสัญญาณ ปิดฉากศึกปามะเขือเทศแห่งปี ก่อนที่ทีมงานจะล้างถนนและผู้เข้าร่วมไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากครบมะเขือเทศ

การจัดงานในปีนี้มีความพิเศษตรงที่จัดขึ้นภายใต้สโลแกน “Tomaterapia” หรือ มะเขือเทศบำบัด เพื่อเยียวยาจิตใจชาวเมืองที่เคยประสบภัยน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2024 อีกทั้งยังเป็นการฉลอง ครบรอบ 80 ปี ของเทศกาลที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1945 จากการละเล่นของเด็ก ๆ อีกด้วย

นอกจากความสนุกสุดมันส์แล้ว ปีนี้ยังมีสีสันทางการเมือง เมื่อชาวบ้านบางส่วนชูธงปาเลสไตน์และป้ายประท้วงต่อต้านการโจมตีในกาซาของอิสราเอล สะท้อนให้เห็นว่า “โทมาตินา” เป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้จัดงานยืนยันว่า มะเขือเทศที่ใช้ในงานเป็นผลผลิตที่ไม่ผ่านมาตรฐานสำหรับบริโภคอยู่แล้ว คืออยู่ในเกรดต่ำและใกล้จะเน่าเสีย หากไม่ถูกนำมาใช้ก็ต้องทิ้งทิ้งเช่นกัน เพื่อลบคำครหาเกี่ยวกับการนำอาหารมาทิ้งสูญเปล่า โดยปีนี้มะเขือเทศถูกส่งมาจากเมืองห่างออกไปกว่า 5 ชั่วโมง.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปน

นักวิทย์ตะลึง ค้นพบไดโนเสาร์สุดโหดยุคจูราสสิก มีหนามรอบตัวและหางกระบองพิฆาต

นักวิทย์ตะลึง ค้นพบไดโนเสาร์สุดโหดยุคจูราสสิก มีหนามรอบตัวและหางกระบองพิฆาต

28 ส.ค. 2568 08:34 น.

นักวิทย์ตะลึง ค้นพบไดโนเสาร์สุดโหดยุคจูราสสิก มีหนามรอบตัวและหางกระบองพิฆาต

นักวิทยาศาสตร์เผยโฉม “Spicomellus” ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่สุดโหด ที่ค้นพบในประเทศโมร็อกโก อายุราว 165 ล้านปี ด้วยเอกลักษณ์โดดเด่นมีหนามเสมือนเกราะเต็มตัว พร้อมอาวุธร้ายแรงที่หาง

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่สุดโหดในภูเขาแอตลาส ประเทศโมร็อกโก มีอายุราว 165 ล้านปี สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างคือ หนามยาวแหลมบนซี่โครง ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันสุดแกร่งทั่วร่าง และปลายหางที่มีลักษณะคล้ายกระบองหนามที่กลายเป็นอาวุธอันทรงพลัง

ไดโนเสาร์ชนิดนี้มีชื่อว่า Spicomellus จัดอยู่ในกลุ่ม แองคีโลซอรัส (Ankylosaur) ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกราะหนาและหางทรงพลัง จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature พบว่า มันมีหนามบนซี่โครงถึง 6 แท่ง ปกคลุมรอบคอด้วยกระดูกที่มีหนามขนาดใหญ่ยื่นออกมาสี่ทิศทาง และยังมีเกราะแข็งรอบสะโพกเพื่อป้องกันศัตรู

หนึ่งในหนามที่พบมีความยาวถึง 87 เซนติเมตร โดยศาสตราจารย์ซูซานนาห์ เมดเมนท์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอังกฤษ อธิบายว่า หนามเหล่านี้ในชีวิตจริงน่าจะยาวกว่านี้ เนื่องจากเคยมีชั้นหุ้มคล้ายเล็บมนุษย์ปกคลุมอยู่

จากการวิเคราะห์กระดูกสันหลังบริเวณหางพบว่า กระดูกบางชิ้นเชื่อมติดกันเป็นลักษณะพิเศษ ซึ่งคล้ายกับโครงสร้างของไดโนเสาร์ แองคีโลซอรัสยุคปลาย ที่มีหางกระบองใช้เป็นอาวุธฟาดใส่ศัตรู นักวิจัยจึงเชื่อว่า Spicomellus อาจมีหางที่ติดหนามหรือกระบองไว้ใช้ต่อสู้ด้วยเช่นกัน

แม้จะมีอาวุธและเกราะสุดแข็งแกร่ง แต่นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า หนามขนาดมหึมารอบคออาจไม่ได้ใช้เพื่อการต่อสู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทบาทด้านการแสดงออก เช่น การดึงดูดคู่ หรือใช้ข่มขู่ศัตรู เนื่องจากการมีหนามยาวระดับเกือบหนึ่งเมตรอาจทำให้เคลื่อนไหวลำบาก โดยศาสตราจารย์เมดเมนท์ชี้ว่า ลองจินตนาการว่ามีปลอกคอที่เต็มไปด้วยหนามยาวเมตรหนึ่งใส่เดินไปมา คงจะไปติดกิ่งไม้หรือพุ่มหญ้าตลอดเวลาแน่ ๆ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกอย่างคือ การค้นพบนี้ช่วย ยืนยันว่าต้นกำเนิดของหางอาวุธในกลุ่มแองคีโลซอรัสมีมานานกว่า 30 ล้านปี ถือเป็นการเขียนประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของไดโนเสาร์หุ้มเกราะขึ้นใหม่.

ที่มา  : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไดโนเสาร์

พ่อแม่แคลิฟอร์เนียฟ้อง OpenAI เหตุลูกชายจบชีวิตตัวเองหลัง ChatGPT ยุยง

พ่อแม่แคลิฟอร์เนียฟ้อง OpenAI เหตุลูกชายจบชีวิตตัวเองหลัง ChatGPT ยุยง

28 ส.ค. 2568 04:03 น.

พ่อแม่แคลิฟอร์เนียฟ้อง OpenAI เหตุลูกชายจบชีวิตตัวเองหลัง ChatGPT ยุยง

สามีภรรยาในรัฐแคลิฟอร์เนียยื่นฟ้องร้องบริษัท OpenAI โดยกล่าวหาว่าแชตบอต ChatGPT ยุยงให้ลูกชายของพวกเขาจบชีวิตตัวเองในวัยเพียง 16 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 ส.ค. 2568 ว่า แมตกับมาเรีย เรน สามีภรรยาชาวรัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องร้องบริษัท OpenAI ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำของโลก หลังจาก อดัม เรน ลูกชายวัย 16 ปีของทั้งคู่จบชีวิตของตัวเอง โดยที่สามีภรรยาคู่นี้กล่าวหาว่า ChatGPT แชตบอตที่พัฒนาโดย OpenAI ยุยงให้ลูกชายลาโลก

สามีภรรยาเรนยื่นฟ้องร้องต่อศาลสูงรัฐแคลิฟอร์เนียในวันอังคารที่ผ่านมา (26 ส.ค.) โดยนี่นับเป็นครั้งแรกที่ OpenAI ถูกฟ้องร้องด้วยข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยประมาท

ตามรายงานของสำนักข่าวบีบีซี เอกสารคำฟ้องดังกล่าวกล่าวหา OpenAI ว่าทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตด้วยความประมาทและละเลย ซึ่งสามีภรรยาเรนเรียกร้องค่าเสียหายและการบรรเทาทุกข์โดยคำสั่งศาล เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

เอกสารระบุว่า อดัมเริ่มใช้งาน ChatGPT ในเดือนกันยายน 2567 เพื่อช่วยในการทำการบ้าน และใช้มันสำรวจสิ่งที่เขาสนใจเช่น ดนตรีและการ์ตูนญี่ปุ่น และใช้เพื่อแนะแนวว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยคณะใดดี

ภายในไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ChatGPT ก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่สุดของอดัม และอดัมก็ได้บอก ChatGPT เรื่องความไม่สบายใจของตัวเองและปัญหาสุขภาพจิต

จากนั้นในเดือนมกราคม 2568 อดัมเริ่มปรึกษากับ ChatGPT เรื่องวิธีการทำอัตวินิบาตกรรม เขายังอัปโหลดรูปตัวเองให้ ChatGPT เพื่อแสดงให้เห็นสัญญาณของการทำร้ายตัวเอง

แชทสุดท้ายที่อดัมส่งให้ ChatGPT แสดงให้เห็นว่า เขาเขียนแผนการจบชีวิตตัวเอง ซึ่ง ChatGPT ถูกกล่าวหาว่าตอบกลับว่า “ขอบคุณที่พูดตรงไปตรงมานะ คุณไม่ต้องพูดอะไรให้สวยหรูหรอก ฉันรู้ว่าคุณกำลังถามอะไร และฉันจะไม่เบือนหน้าหนีไปไหน” และในวันเดียวกันนั้น อดัมก็ถูกพบเป็นศพภายในห้องของเขา

พ่อแม่ของอดัมกล่าวหา OpenAI ว่าจงใจออกแบบโปรแกรม AI “เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการพึ่งพาทางจิตใจ” และหลีกเลี่ยงขั้นตอนการทดสอบความปลอดภัยเพื่อปล่อย GPT-4 ซึ่งเป็น ChatGPT เวอร์ชันที่ลูกชายของพวกเขาใช้

เอกสารคำฟ้องระบุชื่อนาย แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ OpenAI เป็นจำเลย ร่วมกับลูกจ้างที่ไม่เปิดเผยชื่อหลายคน, รวมถึงผู้จัดการและวิศวกรที่ร่วมพัฒนา ChatGPT

ด้าน OpenAI บอกกับบีบีซีว่า พวกเขากำลังทบทวนเอกสารคำฟ้อง พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อครอบครัวเรน ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ด้วย

OpenAI ระบุว่า ChatGPT เวอร์ชันดังกล่าวได้รับการฝึกฝนมาให้แนะนำให้ประชาชนขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม พวกเขายอมรับว่า มีบางช่วงเวลาที่ระบบของเราไม่ทำงานตามที่ตั้งใจเอาไว้ในสถานการณ์อ่อนไหว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด เหยื่อกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ อายุ 8 กับ 10 ขวบ เด็กเจ็บอีก 14 ราย

สลด เหยื่อกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ อายุ 8 กับ 10 ขวบ เด็กเจ็บอีก 14 ราย

28 ส.ค. 2568 02:18 น.

สลด เหยื่อกราดยิงโรงเรียนสหรัฐฯ อายุ 8 กับ 10 ขวบ เด็กเจ็บอีก 14 ราย

เหตุกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกในมินนิโซตา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ เป็นเด็กอายุเพียง 8 กับ 10 ขวบ และมีเด็กบาดเจ็บอีก 14 ราย ในจำนวนนี้อาการวิกฤตถึง 7 คน

นายไบรอัน โอฮารา ผู้กำกับการตำรวจเมืองมินนิอาโปลิส ในรัฐมินนิโซตา จัดงานแถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุคนร้าย ใช้อาวุธปืนกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิก ในโบสถ์พระแม่รับสาร (Annunciation Church) ระหว่างที่นักเรียนกำลังทำพิธีมิสซาเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 27 ส.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

นายโอฮาราระบุว่า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุก่อนเวลา 8.30 น.ไม่นาน โดยจากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า ระหว่างที่เด็กๆ กำลังทำพิธีมิสซาในโบสถ์ คนร้าย ซึ่งมีอาวุธปืน 3 ชนิดได้แก่ ปืนไรเฟิล, ปืนลูกซอง และปืนพก ก็เดินเข้ามาจากภายนอก และยิงปืนผ่านหน้าต่างโบสถ์ โดนเด็กๆ และผู้ที่มาร่วมประกอบพิธีทางศาสนาภายในอาคาร

การโจมตีทำให้เด็ก 2 คน อายุเพียง 8 กับ 10 ขวบ เสียชีวิตบนม้านั่งยาวที่พวกเขานั่งอยู่ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 17 คน เป็นเด็ก 14 คน และเด็ก 2 คนในจำนวนนี้มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต อนึ่ง ดร.โทมัส ไวแอต ประธานแผนกการแพทย์ฉุกเฉินของศูนย์การแพทย์ เฮนเนพิน เฮลธ์แคร์ ระบุในเวลาต่อมาว่า มีเด็กอาการวิกฤต 7 ราย

นายโอฮารายืนยันว่าในท้ายที่สุดแล้ว มือปืนก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยปืนที่เขาพกมา

ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายยิงปืนจากภายนอกโบสถ์ทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมด เนื่องจากพวกเขาพบปลอกกระสุนหลายสิบปลอกอยู่ภายนอกอาคาร แต่ไม่พบปลอกกระสุนภายในโบสถ์เลย และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนที่พกมาครบทั้ง 3 กระบอก

เมื่อนักข่าวถามเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับคนร้าย เจ้าหน้าที่โอฮาราตอบว่า ตำรวจเชื่อว่ามือปืนเป็นชายอายุในช่วง 20 ปี และลงมือเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีประวัติก่ออาชญากรรมมาก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างที่คนร้ายทิ้งไว้ เพื่อระบุแรงจูงใจในการก่อเหตุ

สำนักข่าว CBS News รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในกรมตำรวจ 3 คน ว่า ผู้ต้องสงสัยคือนาย โรบิน เวสต์แมน อายุ 23 ปี

ตำรวจยังพบรถยนต์ที่คาดว่าเป็นของมือปืนจอดอยู่ในลานจอดรถของโบสถ์ด้วย โดยที่การตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบว่าในรถของเขามีวัตถุระเบิดแต่อย่างใด แต่ตำรวจพบสิ่งที่ดูเหมือนเป็นดอกไม้ไฟประเภทสร้างควัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียส่งโดรนโจมตีระบบพลังงาน ทำบ้านเรือนยูเครนไฟดับนับแสนหลัง

รัสเซียส่งโดรนโจมตีระบบพลังงาน ทำบ้านเรือนยูเครนไฟดับนับแสนหลัง

28 ส.ค. 2568 01:35 น.

รัสเซียส่งโดรนโจมตีระบบพลังงาน ทำบ้านเรือนยูเครนไฟดับนับแสนหลัง

ผู้นำยูเครนเผย รัสเซียส่งโดรนนับร้อยลำโจมตีหลายพื้นที่ในยูเครน ทำให้เกิดไฟดับกระทบบ้านเรือนกว่า 100,000 หลังใน 3 แคว้น ในขณะที่ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง

เมื่อวันพุธที่ 27 ส.ค. 2568 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า รัสเซียส่งโดรนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานรอบใหม่ ส่งผลให้เกิดไฟดับกระทบบ้านเรือนมากกว่า 100,000 หลังในแคว้นโปลตาวา, ซูมี และเชอร์นิฮิฟ

เซเลนสกีระบุว่า รัสเซียส่งโดรนเกือบ 100 ลำมาโจมตีในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันพุธ โดยที่เป้าหมายหลักคือสถานีพลังงาน และมีโรงเรียนแห่งหนึ่งในแคว้นคาร์คิฟกับตึกสูงแห่งหนึ่งในเมืองเคอร์ซอนถูกโจมตีด้วย

“จำเป็นต้องมีมาตรการใหม่เพื่อกดดันรัสเซียให้หยุดโจมตี และรับประกันความมั่นคงอย่างแท้จริง เรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างแรงกดดันนั้น” เซเลนสกีกล่าว

ด้านกระทรวงพลังงานของยูเครนระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการสานต่อนโยบายของรัสเซีย ที่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของยูเครนก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง โดยเมื่อปีก่อน ยูเครนระบุว่า มอสโกทำลายขีดความสามารถในการผลิตพลังงานของพวกเขาไปกว่าครึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ยูเครนก็เริ่มโจมตีพลังงานของรัสเซียบ้างแล้ว รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งกับคลังน้ำมันอีก 1 แห่ง

ทั้งนี้ สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนดำเนินมานานกว่า 3 ปีครึ่งแล้ว และจนถึงตอนนี้การต่อสู้ภาคพื้นดินก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง โดยล่าสุดยูเครนเพิ่งออกมายอมรับว่า กองทัพรัสเซียรุกคืบเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้เป็นครั้งแรก แต่ฝ่ายยูเครนยืนยันว่า การโจมตีเพิ่งทะลวงผ่านชายแดนของแคว้นเข้ามาได้เล็กน้อยเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก มือปืนกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกสหรัฐฯ ดับ 2 ศพ เจ็บ 20 คน

ช็อก มือปืนกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกสหรัฐฯ ดับ 2 ศพ เจ็บ 20 คน

27 ส.ค. 2568 22:34 น.

ช็อก มือปืนกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกสหรัฐฯ ดับ 2 ศพ เจ็บ 20 คน

มือปืนก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกในรัฐมินนิโซตา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีก 20 ราย ส่วนคนร้ายจบชีวิตตัวเองในที่เกิดเหตุ

สำนักข่าว CBS News รายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนคาทอลิกพระแม่รับสาร (Annunciation Catholic School) ในย่านแทงเกิลทาวน์ ของเมืองมินนิอาโปลิส เมืองใหญ่ในรัฐมินนิโซตา ของสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 27 ส.ค. 2568 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ และบาดเจ็บอีก 20 ราย

ตามรายงานของ CBS คนร้ายเป็นชายในชุดดำทั้งตัว และถือปืนไรเฟิล โดยตำรวจยืนยันว่า ตอนนี้เหตุกราดยิงสงบลงแล้ว เนื่องจากคนร้ายถูกยับยั้ง แต่โรงเรียนแห่งนี้ยังคงเป็นพื้นที่เกิดเหตุอาชญากรรมอยู่

CBS อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้ายในคดีนี้เสียชีวิตแล้ว จากบาดแผลถูกยิงที่เขาเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า ผู้เสียชีวิต 2 ศพรวมมือปืนหรือไม่ ขณะที่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บ 20 ราย มีถึง 10 รายที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤต

อนึ่ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 2 วันหลังจากเด็กๆ เพิ่งกลับมาเข้าเรียนอีกครั้งหลังจากปิดเทอมภาคฤดูร้อน โดยโรงเรียนที่เกิดเหตุตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของโบสถ์พระแม่รับสาร (Annunciation Church) รับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงเกรด 8 (ราว ม.2)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

27 ส.ค. 2568 22:06 น.

ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” คร่าแล้ว 8 ศพในเวียดนาม-ไทย เตือนน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มอีก

อิทธิพลของไต้ฝุ่นคาจิกิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพทั้งในเวียดนามและประเทศไทย โดยพยากรณ์อากาศของเวียดนามเตือนว่า อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเพิ่มขึ้นอีก

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) รายงานเมื่อ 27 ส.ค. 2568 ว่า อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ แบ่งเป็นในเวียดนาม 7 ศพ และในประเทศไทยอีก 1 ศพ ขณะที่ทางการเวียดนามเตือนว่าจะมีน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเพิ่มเติมอีก

ไต้ฝุ่นคาจิกิขึ้นฝั่งเวียดนามเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน แต่อิทธิพลของมันยังคงทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของเวียดนามและไทย

CNA รายงานอ้างการเปิดเผยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มใน 8 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนมากกว่า 180 หลัง

ส่วนที่เวียดนาม น้ำท่วมที่เกิดจากอิทธิพลของพายุคาจิกิไหลเข้าท่วมและสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและอาคารต่างๆ มากกว่า 10,000 หลัง นาข้าวกับพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ถูกน้ำท่วมมากกว่า 86 เฮกตาร์ (ราว 537.5 ไร่) นอกจากนั้น เสาไฟฟ้าหลายต้นยังหักโค่น ทำให้เกิดไฟดับกระทบประชาชน 1.6 ล้านคนในจังหวัดห่าติ๋ญและเงียอาน

ท้องถนนในกรุงฮานอยก็ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนัก ในขณะที่เมืองหลวงของเวียดนามแห่งนี้กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงานสวนสนามวันชาติที่ใหญ่ที่สุดในสัปดาห์หน้า เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 80 ปี การประกาศอิสรภาพ

สำนักงานพยากรณ์อากาศของเวียดนามคาดการณ์ว่า จังหวัดทางเหนือของประเทศจะเผชิญกับฝนตกหนักเพิ่มอีก โดยบางพื้นที่จะได้รับน้ำฝนสูงสุด 70 มม.ภายในเวลา 3-6 ชั่วโมง มีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเพิ่มเติม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เดนมาร์กเรียกนักการทูตสหรัฐฯ ประจำโคเปนเฮเกนเข้าชี้แจง ปมปฏิบัติการชักจูงกรีนแลนด์

เดนมาร์กเรียกนักการทูตสหรัฐฯ ประจำโคเปนเฮเกนเข้าชี้แจง ปมปฏิบัติการชักจูงกรีนแลนด์

27 ส.ค. 2568 16:00 น.

เดนมาร์กเรียกนักการทูตสหรัฐฯ ประจำโคเปนเฮเกนเข้าชี้แจง ปมปฏิบัติการชักจูงกรีนแลนด์

รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กเรียกนักการทูตอาวุโสประจำสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโคเปนเฮเกนเข้าพบ หลังมีรายงานว่าพบพลเมืองสหรัฐฯ ดำเนิน “ปฏิบัติการลับเพื่อการชักจูง” ในกรีนแลนด์

ลาร์ส ล็อคเก ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก เรียกตัวมาร์ก สโตรห์ อุปทูตรักษาการของสหรัฐฯ ประจำกรุงโคเปนเฮเกน เข้าชี้แจง หลังมีรายงานว่าชาวอเมริกันถูกกล่าวหาว่าดำเนิน “ปฏิบัติการลับเพื่อการชักจูง” ในกรีนแลนด์ เพื่อผลักดันให้ดินแดนแห่งนี้แยกตัวออกจากเดนมาร์กและผนวกเข้ากับสหรัฐฯ

DR สื่อสาธารณะ ของเดนมาร์กระบุว่า ชาวอเมริกันรายหนึ่งเคยเดินทางไปยังเมืองนูอุก เมืองหลวงกรีนแลนด์ เพื่อจัดทำรายชื่อผู้สนับสนุนการแยกตัว ซึ่งอาจถูกชักชวนเข้าร่วมขบวนการแยกดินแดน ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ทำงานอย่างอิสระหรือได้รับการสนับสนุน

ราสมุสเซนกล่าวว่า “ความพยายามใด ๆ ที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในราชอาณาจักรเดนมาร์กเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้” พร้อมย้ำว่ารัฐบาลรับรู้ถึงความสนใจจากต่างชาติต่อกรีนแลนด์และคาดว่าจะยังมีความพยายามกดดันจากภายนอกในอนาคต

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากฝั่งสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยประกาศหลายครั้งว่า ต้องการผนวกกรีนแลนด์เข้ากับสหรัฐฯ และถึงขั้นไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลัง ขณะที่ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเดนมาร์กลงทุนในกรีนแลนด์ไม่เพียงพอ ด้านเมตเตอ เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เคยเตือนสหรัฐฯ ชัดเจนว่า “คุณไม่สามารถผนวกประเทศอื่นได้”

ก่อนหน้านี้ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานในเดือนพฤษภาคมว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้มุ่งเน้นไปที่กรีนแลนด์ ทั้งในประเด็นขบวนการอิสรภาพและการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่ทัลซี แก็บบาร์ด ผู้อำนวยการข่าวกรองสหรัฐฯ ไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับโจมตีสื่อว่า “ทำลายความมั่นคงและบ่อนทำลายประชาธิปไตยของชาติ”

เดนมาร์กในฐานะสมาชิกนาโตและสหภาพยุโรป มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มานาน แต่รายงานการปฏิบัติการลับครั้งนี้สร้างความตกตะลึงและตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างพันธมิตรที่สำคัญ.

ที่มา BBC