ทรัมป์ขู่ไม่ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่าน หากดีลไม่สำเร็จ ย้ำไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ และจะยึดยูเรเนียม

ทรัมป์ขู่ไม่ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่าน หากดีลไม่สำเร็จ ย้ำไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ และจะยึดยูเรเนียม

18 เม.ย. 2569 11:10 น.

ทรัมป์ขู่ไม่ต่อเวลาหยุดยิงอิหร่าน หากดีลไม่สำเร็จ ย้ำไม่เก็บค่าผ่านฮอร์มุซ และจะยึดยูเรเนียม

ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวทั้งด้านทหารและพลังงาน ระบุอาจไม่ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่าน หากการเจรจาล้มเหลว พร้อมยืนยันจะไม่ให้มีการเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาอาจไม่ขยายเวลาหยุดยิง ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดในวันพุธนี้ ซึ่

โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ว่า บางทีเขาอาจไม่ต่อเวลา พร้อมระบุว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจต้องกลับมาใช้มาตรการปิดล้อม และอาจต้องเริ่มทิ้งระเบิดอีกครั้ง

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่มีรายงานว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านอาจเดินทางไปยัง ปากีสถาน ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมการเจรจาในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดการอย่างเป็นทางการ ขณะที่ทรัมป์แสดงความเชื่อมั่นก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว

ขณะเดียวกัน โดนัลด์ ทรัมป์ยังย้ำชัดว่าจะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ สำหรับเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก

ก่อนหน้านี้ อิหร่านถูกระบุว่าเคยเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่วงความขัดแย้ง ซึ่งทรัมป์พยายามตอบโต้ โดยขู่ว่าสหรัฐฯ อาจสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่จ่ายค่าผ่านทางให้อิหร่าน

ส่วนประเด็นเรื่องยูเรเนียมนั้น ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ จะต้องได้ครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงของอิหร่านไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง โดยหากมีการลงนามข้อตกลง สหรัฐฯ จะร่วมมือกับอิหร่านในการนำยูเรเนียมทั้งหมดกลับมายังสหรัฐฯ แต่หากการเจรจาล้มเหลว ก็อาจต้องใช้วิธีที่ไม่เป็นมิตรอย่างมาก.

ที่มา : CNN

ผึ้งนับล้านบุกทางด่วนสหรัฐฯ หลังรถบรรทุกคนเลี้ยงผึ้งพลิกคว่ำ ต้องปิดทางชั่วคราวในรัฐเทนเนสซี

 ผึ้งนับล้านบุกทางด่วนสหรัฐฯ หลังรถบรรทุกคนเลี้ยงผึ้งพลิกคว่ำ ต้องปิดทางชั่วคราวในรัฐเทนเนสซี

18 เม.ย. 2569 10:15 น.

ผึ้งนับล้านบุกทางด่วนสหรัฐฯ หลังรถบรรทุกคนเลี้ยงผึ้งพลิกคว่ำ ต้องปิดทางชั่วคราวในรัฐเทนเนสซี

เกิดเหตุไม่คาดคิดในสหรัฐอเมริกา เมื่อฝูงผึ้งจำนวนมหาศาลราว 1 ล้านตัวหลุดออกจากรถบรรทุกของผู้เลี้ยงผึ้ง หลังประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ส่งผลให้ทางออกของทางหลวงระหว่างรัฐต้องปิดใช้งานชั่วคราว

เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณทางออกของถนนเชื่อมต่อระหว่างรัฐสาย 40 ในเมือง น็อกซ์วิลล์ รัฐเทนเนสซี โดยกรมคมนาคมรัฐเทนเนสซี เปิดเผยว่า ฝูงผึ้งได้บินเข้าปกคลุมบริเวณทางออก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัย

ด้านโฆษกหน่วยงาน มาร์ค นากี ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทางออกจาก I-40 ฝั่งตะวันออกไปยังถนนเฮนลีย์ถูกปิดชั่วคราว พร้อมเตือนประชาชนว่าหากไม่ได้สวมชุดป้องกันผึ้ง ขอให้อยู่ภายในรถเพื่อความปลอดภัย

ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ เห็นเจ้าหน้าที่ในชุดเลี้ยงผึ้งกำลังฉีดน้ำบริเวณรถบรรทุกที่เสียหาย โดยมีรถดับเพลิงเข้าร่วมในที่เกิดเหตุ เพื่อควบคุมสถานการณ์

ล่าสุด มีรายงานว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วในช่วงสายวันเดียวกันและมีการเปิดการจราจรในเส้นทางดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่า สามารถจัดการนำผึ้งทั้งหมดออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ และการจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว.

ที่มา : ABCNEWS

ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

18 เม.ย. 2569 09:37 น.

ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อุณหภูมิแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป

ญี่ปุ่นประกาศใช้คำเรียกใหม่สำหรับวันที่อากาศร้อนจัดจนแตะ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป หลังประเทศเผชิญฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่ผ่านมา

วันที่ 17 เมษายน 2569 เว็บไซต์ข่าวเจแปน ทูเดย์ รายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) เปิดเผยคำใหม่ว่า “โคคุโชบิ” (Kokushobi) เพื่อใช้เรียกวันที่มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส หรือ 104 องศาฟาเรนไฮต์ขึ้นไป โดยสื่อญี่ปุ่นและต่างประเทศแปลความหมายว่า “วันร้อนโหด” “วันร้อนทรมาน” หรือ “วันร้อนรุนแรง”

รายงานข่าวระบุว่า คำนี้ได้รับความนิยมสูงสุดจากการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามราว 478,000 คน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ผ่านมา โดยให้เลือกจากตัวเลือกทั้งหมด 13 คำ

ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นมีคำเรียกวันที่อากาศร้อนหลายระดับอยู่แล้ว เช่น วันที่อุณหภูมิเกิน 25 องศาเซลเซียส 30 องศาเซลเซียส และ 35 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่เคยมีคำเฉพาะสำหรับวันที่ร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส

รายงานระบุว่า คำว่า “โคคุ” มีความหมายว่า โหดร้าย รุนแรง หรือทรมาน สะท้อนสภาพอากาศร้อนจัดที่ประชาชนต้องเผชิญมากขึ้นในช่วงหลายปีหลัง และการตั้งคำใหม่มีขึ้นหลังปี 2568 ญี่ปุ่นเผชิญฤดูร้อนทีร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติในปี 2441 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศสูงกว่าค่าปกติถึง 2.36 องศาเซลเซียส

ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีวันที่อุณหภูมิแตะเกิน 40 องศาเซลเซียสรวม 9 วัน และทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 41.8 องศาเซลเซียส ในเมืองอิเซซากิ ขณะเดียวกัน หลายเมืองใหญ่เผชิญอากาศร้อนหนักเช่นกัน โดยกรุงโตเกียวมีวันที่อุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสถึง 25 วัน จากค่าเฉลี่ยปกติเพียง 4.5 วัน ส่วนเมืองเกียวโตมีถึง 52 วัน จากค่าเฉลี่ยเดิม 18.5 วัน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปีนี้ ญี่ปุ่นมีโอกาสสูงที่จะเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าปกติอีกครั้ง ซึ่งทางด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า คลื่นความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้นทั่วโลก จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มา Japan Today

อิหร่านขู่กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

อิหร่านขู่กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

18 เม.ย. 2569 08:56 น.

อิหร่านขู่กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกปิดล้อมท่าเรือ

อิหร่านเตือน พร้อมปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยุติมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ท่ามกลางความพยายามเปิดเจรจารอบใหม่ระหว่างสองประเทศ

วันที่ 18 เมษายน 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน พร้อมโจมตีคำกล่าวล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็นคำโกหก โดยระบุว่า ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวอ้างถึง 7 เรื่อง และ ทั้ง 7 เรื่องล้วนเป็นเท็จ  แม้ไม่ได้ระบุชัดว่าเป็นประเด็นใดบ้าง พร้อมชี้ว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถชนะสงครามได้ด้วยคำโกหก และจะไม่สามารถบรรลุผลในการเจรจาเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่า มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านจะยุติลงทันทีเมื่อมีการลงนามข้อตกลง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างการปราศรัยที่รัฐแอริโซนา ว่าข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านจะรวมถึงการที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมยูเรเนียมของอิหร่านด้วย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดมีขึ้น หลังแหล่งข่าวอิหร่านเปิดเผยว่า คณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่าน อาจกลับมาเจรจากันอีกครั้งที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ในวันจันทร์นี้ แม้ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการ.

สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดวอชิงตัน ตอบรับหรือไม่

สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดวอชิงตัน ตอบรับหรือไม่

18 เม.ย. 2569 08:42 น.

สหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจารอบใหม่ที่ปากีสถาน แต่ยังไม่ชัดวอชิงตัน ตอบรับหรือไม่

แหล่งข่าวอิหร่านเผย เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาสหรัฐฯ ที่ปากีสถานต้นสัปดาห์หน้า แต่ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ยืนยัน ขณะที่คำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์อาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อการเจรจา

ทั่วโลกต้องจับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมเปิดการเจรจารอบใหม่ที่ประเทศ ปากีสถาน ในวันจันทร์นี้ แม้ทางการสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันกำหนดการอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยกับ CNN ว่า คณะผู้แทนของทั้งสองประเทศจะเดินทางถึงปากีสถานภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก่อนเริ่มการเจรจาในวันจันทร์ โดยถือเป็นความพยายามล่าสุดในการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่ออกมายืนยันการนัดหมายดังกล่าว แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขามั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลง และระบุว่าหลายสิ่งดีๆ กำลังเกิดขึ้น รวมถึงสถานการณ์ในเลบานอนที่มีการหยุดยิง 10 วันเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ทรัมป์กล่าวระหว่างการปราศรัยที่รัฐแอริโซนา ว่า กระบวนการเจรจาน่าจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเด็นส่วนใหญ่ได้มีการเจรจาและตกลงกันไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงกลับออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว โดยปฏิเสธข้ออ้างสหรัฐฯ แม้ทรัมป์จะระบุว่า อิหร่านเห็นชอบทุกเงื่อนไขแล้ว รวมถึงความร่วมมือในการขนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกนอกประเทศไปยังสหรัฐฯ 

แหล่งข่าวอิหร่านระบุว่า คำกล่าวของทรัมป์บางส่วนเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นและยืนยันว่า เตหะรานจะไม่ส่งออกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูง รวมถึงจะไม่ยุติโครงการเสริมสมรรถนะอย่างไม่มีกำหนด

เจ้าหน้าที่อิหร่านยังเตือนว่า การแถลงต่อสาธารณะในลักษณะนี้ อาจทำให้การเจรจาทางการทูตซับซ้อนมากขึ้น.

ที่มา :CNN

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

18 เม.ย. 2569 08:13 น.

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

แม้อิหร่านยืนยันเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แต่ข้อมูลติดตามเรือเผยความเคลื่อนไหวยังเบาบาง ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยและแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญของโลก ได้กลับมาเปิดให้เดินเรือพาณิชย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการติดตามเรือกลับพบว่า ปริมาณการสัญจรยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานระดับโลก โดยมีน้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ แต่ในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา จำนวนเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวลดลงอย่างมาก หลังอิหร่านขู่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน รวมถึงเตือนว่ามีการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเปิดอย่างสมบูรณ์ สำหรับเรือพาณิชย์ในช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง โดยต้องใช้เส้นทางที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์ทางการอิหร่านอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงว่า การเดินเรือจะต้องอยู่ในเส้นทางเฉพาะเท่านั้น และยังคงห้ามเรือทหารผ่านช่องแคบแห่งนี้

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ขณะที่ความขัดแย้งก่อนหน้านี้เริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพ แม้เขาจะกล่าวว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ยอดเยี่ยมสำหรับโลกก็ตาม

ในฝั่งอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ออกมาตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ โดยระบุว่าคำกล่าว 7 ข้อในหนึ่งชั่วโมง ล้วนไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่า หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อม ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่สามารถเปิดได้จริง

ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังสูง ทั้งองค์กรด้านการเดินเรือระหว่างประเทศ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าการเดินเรือปลอดภัยจริงหรือไม่ แม้จะมีรายงานว่าเริ่มมีเรือบางส่วนออกเดินทางแล้ว

อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO กล่าวว่า ยังต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม เนื่องจากมีเรือบางลำปิดระบบระบุตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี

ขณะที่ คอร์แมค แม็กแกร์รี ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลมองว่า สถานการณ์แทบไม่เปลี่ยนแปลง และยังมีความเสี่ยงสูงจากทุ่นระเบิด โดยประเมินว่าแนวโน้มการขนส่งทางเรือในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าค่อนข้างน่ากังวล.

ที่มา : BBC

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

17 เม.ย. 2569 22:50 น.

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง คลายกังวลวิกฤตพลังงาน ดันตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว

วันที่ 17 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานตลาดโลก ร่วงลงมาอยู่ที่ราว 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,200 บาท จากก่อนหน้านี้ที่เคยยืนเหนือระดับ 98 ดอลลาร์ภายในวันเดียวกัน การร่วงลงของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ตามปกติในช่วงเวลาของข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานโลกเริ่มผ่อนคลายลง

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์สำหรับเรือพาณิชย์ตลอดช่วงเวลาที่มีการหยุดยิง ทำให้ตลาดตอบรับทันที โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ โดยมีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 1 ใน 5 ขนส่งผ่านเส้นทางนี้

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ย้ำว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านจะยังคงมีผลต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงถาวรยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันบางรายยังคงระมัดระวัง โดยระบุว่ายังไม่พร้อมส่งเรือผ่านช่องแคบทันที จนกว่าจะมั่นใจว่าสถานการณ์ปลอดภัยจริง

ก่อนหน้านี้ อิหร่านปิดช่องแคบแห่งนี้เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง โดยเคยขึ้นสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปต่างปรับตัวขึ้น ขานรับความหวังว่าวิกฤตพลังงานอาจคลี่คลายลง โดยนักวิเคราะห์มองว่า แม้ข่าวนี้ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพลังงานในระยะสั้น แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเปราะบาง และอาจทำให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนได้ทุกเมื่อ หากการหยุดยิงล้มเหลวหรือเกิดเหตุปะทะรอบใหม่.

ที่มา BBC

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

17 เม.ย. 2569 20:45 น.

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรผ่านได้โดยสมบูรณ์ ตลอดช่วงระยะเวลาหยุดยิงที่เหลืออยู่ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน

เมื่อ 17 เม.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมากล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ทุกลำสัญจรผ่านได้โดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากมีการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายอารักชีระบุผ่าน X ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว “สอดคล้องกับการประกาศหยุดยิงในเลบานอน”

“การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำ ตามเส้นทางที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ได้รับการประกาศให้เปิดโดยสมบูรณ์แล้วตลอดช่วงระยะเวลาหยุดยิงที่เหลือ” นายอารักชีกล่าว

ภายหลังการประกาศของนายอารักชี ราคาน้ำมันร่วงลงทันทีประมาณ 9% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ โดย ณ เวลา 13.00 น. ตามเวลา GMT น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ร่วงลง $8.46 หรือ 8.5% อยู่ที่ $90.93 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ลดลง $8.87 หรือ 9.4% อยู่ที่ $85.82 ต่อบาร์เรล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

17 เม.ย. 2569 15:51 น.

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

ชายวัย 37 ปี ในจังหวัดเกียวโต ยอมรับสารภาพเป็นคนลงมือบีบคอเด็กชายซึ่งเป็นลูกเลี้ยงวัย 11 ปีด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หลังแจ้งความเท็จว่าลูกหายตัวไปนานหลายสัปดาห์ เผยย้ายศพหนีการตรวจค้นหลายครั้งจนกระทั่งตำรวจตามพบร่างในป่า 

ความคืบหน้าคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ด.ช. ยูกิ อาดาจิ นักเรียนชั้นประถมวัย 11 ปี ในเมืองนันตัน จังหวัดเกียวโต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม นายยูกิ อาดาจิ  พ่อเลี้ยงวัย 37 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ โดยเขาได้รับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าลูกเลี้ยงด้วยการบีบคอจนเสียชีวิตด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา พ่อเลี้ยงรายนี้ได้แจ้งตำรวจว่าลูกชายหายตัวไปหลังจากที่เขาขับรถไปส่งใกล้โรงเรียนประถมโซโนเบะ เมื่อครูสังเกตว่าเด็กไม่มาเรียนจึงรีบแจ้งมารดา และพ่อเลี้ยงได้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนพบพิรุธหลายประการ โดยในเช้าวันที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้ลางานกระทันหันโดยอ้างว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้าน” 

แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งในเมืองเคียวทัมบะ ใกล้กับเมืองนันตัน และไม่ได้มาทำงานในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เขาควรจะเดินทางไปทำธุระเรื่องงาน โดยอ้างว่าติดเชื้อโนโรไวรัส

เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างหนักและเผยแพร่รูปภาพของเด็กชายเพื่อขอเบาะแสจากประชาชน จนกระทั่งวันที่ 29 มีนาคม ญาติพบกระเป๋านักเรียนของเด็กชายในป่า ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อมาวันที่ 12 เมษายน พบรองเท้าผ้าใบสีดำซึ่งคาดว่าเป็นของเด็กชายใกล้กับป่าระหว่างบ้านและโรงเรียน และวันที่ 13 เมษายน เจ้าหน้าที่พบร่างของเด็กชายในสภาพไร้รองเท้า บริเวณถนนในพื้นที่เกษตรกรรมกลางป่า ห่างจากโรงเรียนราว 2 กิโลเมตร

แหล่งข่าวสืบสวนระบุว่า พ่อเลี้ยงยอมรับว่าได้ฆ่าลูกชายและนำศพไปทิ้งไว้ในเมืองนันตันช่วงระหว่างเช้าวันที่ 23 มีนาคม ถึงบ่ายวันที่ 13 เมษายน โดยผลการสืบสวนชี้ว่าผู้ต้องสงสัยได้ “เคลื่อนย้ายศพไปหลายสถานที่” เพื่อหลบซ่อนจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกพบในที่สุด

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหามูลเหตุจูงใจที่แน่ชัด และรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แน่นอน แม้ผลเบื้องต้นจะไม่พบบาดแผลภายนอกที่เด่นชัด แต่จากการรับสารภาพของผู้ต้องสงสัยว่า “สังหารด้วยการบีบคอ” ทำให้คดีนี้มุ่งไปที่การฆาตกรรมโดยเจตนา.

ที่มา JapanToday / livedoornews

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง "Skynest" ตู้นอนลอยฟ้า

17 เม.ย. 2569 14:24 น.

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า

สายการบินแอร์นิวซีแลนด์เปิดตัว “Skynest” ตู้นอนแบบเตียง 6 ที่นั่ง สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดบนเที่ยวบินระหว่างเมืองอ๊อกแลนด์และนครนิวยอร์ก จำกัด 4 ชั่วโมงต่อคน จ่ายเพิ่มในราคาประมาณ 9,300 บาท เริ่มเปิดจองพฤษภาคมนี้ ชูจุดขายให้นอนราบได้จริงแม้จ่ายราคาประหยัด พร้อมกฎเหล็กห้ามนำเด็กแอบเข้าและห้ามกินขนมในตู้นอน

สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญของบริการ “Skynest” หรือตู้นอนแบบเตียงราบซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดและชั้นประหยัดพรีเมียม โดยเตรียมเปิดให้จองสิทธิ์เข้าใช้บริการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมนี้ สำหรับเที่ยวบินเส้นทางระยะไกลพิเศษระหว่างเมืองอ๊อกแลนด์และนิวยอร์ก ซึ่งมีกำหนดเริ่มให้บริการจริงในช่วงปลายปี 2026

Skynest จะติดตั้งบนเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ จำนวน 6 ตู้ต่อลำ โดยผู้โดยสารยังคงต้องซื้อที่นั่งปกติสำหรับเที่ยวบินที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 17 ชั่วโมง แต่สามารถเลือกซื้อบริการเสริมเพื่อเข้าใช้ตู้นอนได้ในรอบเวลา 4 ชั่วโมงต่อคน ราคาต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 495 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (หรือประมาณ 9,354 บาท) โดยในช่วงแรกจะจำกัดสิทธิ์การจองได้เพียงคนละ 1 รอบต่อเที่ยวบินเท่านั้น

ภายในตู้นอนจะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ เครื่องนอนที่เปลี่ยนใหม่ทุกรอบ, ม่านบังตาเพื่อความเป็นส่วนตัว, ไฟปรับบรรยากาศ รวมถึงชุดอุปกรณ์พักผ่อนที่มีทั้งที่ปิดตา, สกินแคร์, ที่อุดหู และถุงเท้า

เตียงแต่ละเตียงมีความยาวประมาณ 203 เซนติเมตร และความกว้างบริเวณไหล่ประมาณ 64 เซนติเมตร และค่อยๆ แคบลงเหลือประมาณ 41 เซนติเมตร บริเวณปลายเท้า

เพื่อให้การพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่น สายการบินได้วางระเบียบข้อบังคับไว้ เช่น  ไม่อนุญาตให้เข้าพักพร้อมกันสองคน, ห้ามนำเด็กแอบเข้าไปในตู้นอนเด็ดขาด, ห้ามรับประทานขนม และขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงน้ำหอมกลิ่นแรง สายการบินระบุว่าความเงียบเป็นเรื่องยากในทางสถิติ จึงมีการเตรียมที่อุดหูไว้ให้ผู้โดยสารทุกคนเผื่อกรณีที่มีคนนอนกรน

นายนิขิล ราวิชันการ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์นิวซีแลนด์ ระบุว่าสำหรับประเทศที่อยู่ห่างไกลอย่างนิวซีแลนด์ “การเดินทางมีความหมายอย่างยิ่ง” และการทำให้ผู้คนยอมนั่งเครื่องบินนานหลายชั่วโมงได้นั้น จำเป็นต้องทำให้การพักผ่อนบนเครื่องเป็นเรื่องที่จัดการได้จริงและสะดวกสบายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้แอร์นิวซีแลนด์ต้องปรับขึ้นค่าโดยสารและลดจำนวนเที่ยวบินลงราว 4% ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อพยุงสถานะทางการเงินของบริษัท.

ที่มา  Air New Zealand / Guardian