อิตาลีโวย! ‘ชาร์ลี เอบโด’ วาดการ์ตูนล้อเหยื่อแผ่นดินไหวเป็นพาสตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ย. 2559 02:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/711668

 

(ภาพ: twitter / @alyciaxuality)

ชาวอิตาลีร่วมประณามนิตยสาร ชาร์ลี เอบโด ของฝรั่งเศสอย่างรุนแรง หลังจากนิตยสารฉบับนี้ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในเหตุแผ่นดินไหวซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเมื่อสัปดาห์ก่อน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ‘ชาร์ลี เอบโด’ นิตยสารในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเคยถูกกลุ่มมือปืนโจมตีเมื่อปี 2015 เนื่องจากวาดการ์ตูนล้อเลียนศาสนาอิสลาม กำลังถูกโจมตีออย่างหนักจากชาวอิตาลี หลังจากพวกเขาตีพิมพ์ภาพการ์ตูนล้อเลียน เหยื่อในเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.2 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 300 คน เป็นอาหารประเภทต่างๆ เช่น พาสตา

ภาพการ์ตูนดังกล่าวมีหัวข้อว่า ‘แผ่นดินไหวสไตล์อิตาลี’ แสดงให้เห็นตัวการ์ตูน 3 ตัว คือ ชายศีรษะล้านยืนอยู่โดยมีเลือดท่วมตัวพร้อมคำบรรยายว่า “เพนเน (เส้นพาสตาชนิดหนึ่ง) ในซอสมะเขือเทศ” (Penne Sauce Tomate) ยืนอยู่ข้างผู้หญิงที่มีบาดแผลเต็มตัวพร้อมข้อความว่า “เพนเนกราแตง” (Penne Gratinees) และสุดท้ายเป็นภาพซากปรักหักพังที่มีเท้าของเหยื่อแผ่นดินไหวโผล่พ้นออกมา และคำว่า “ลาซานญา” (Lasagne)

ภาพดังกล่าวยังเป็นการล้อเลียนเมือง อมาทริซ ซึ่งแทบล่มสลายเพราะแผ่นดินไหว เนื่องจากเมืองนี้มีชื่อเสียงด้านซอสพาสตา ทำให้นาย เซอร์จิโอ ปิรอซซี นายกเทศมนตรีออกมากล่าวโจมตีภาพการ์ตูนของชาร์ลีเอบโดอย่างรุนแรง “พวกคุณวาดการ์ตูนล้อเลียนผู้ตายได้อย่างไร ผมมั่นใจว่าการเสียดสีที่ไม่เป็นมิตรและน่าอับอายนี้ ไม่ได้สะท้อนความรู้สึกของฝรั่งเศส (ที่มีต่อเหตุแผ่นดินไหวในอิตาลี)”

คำพูดของนายปิรอซซีทำให้สถานทูตฝรั่งเศสประจำกรุงโรมในอิตาลีออกแถลงการณ์ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานทันที ว่า ภาพการ์ตูนนี้ไม่ได้เป็นตัวแสดงจุดยืนของฝรั่งเศสอย่างแน่นอน และเป็นภาพล้อเลียนที่จัดทำโดยสื่อแะเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของผู้สื่อข่าวเหล่านั้น

ภาพการ์ตูนดังกล่าวยังสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวอิตาลีที่เคยออกแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาร์ลี เอบโด หลังการโจมตีในปี 2015 ด้วยการโพสต์ข้อความว่า “ฉันคือชาร์ลี เอบโด” (Je suis Charlie Hebdo) ลงบนโลกออนไลน์ แต่ตอนนี้ชาวอิตาลีกำลังโพสต์ข้อความตำหนิภาพการ์ตูนของนิตยสารฝรั่งเศสเจ้านี้ ว่าเป็นภายที่เลวร้าย, รสนิยมแย่ และหยาบคาย โดยหลายคนโพสต์ข้อความว่า “ฉันไม่ใช้ชาร์ลี เอบโด อีกต่อไป” ด้วย

อย่างไรก็ตาม ชาร์ลี เอบโด ตอบโต้กระแสความไม่พอใจด้วยการโพสต์ภาพการ์ตูนอีกภาพลงบนบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กของพวกเขา โดยเป็นคนถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง พร้อมคำบรรยายว่า “ชาวอิตาลี ชาร์ลี เอบโด ไม่ใช่ผู้ที่สร้างบ้านของคุณ แต่เป็นมาเฟียต่างหาก” เพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ในอดีตที่องค์กรอาชญากรรมอย่างมาเฟีย ควบคุมบริษัทก่อสร้างหลายแห่งในอิตาลี

 

ซัมซุง ช็อกโลก! ประกาศระงับการขาย-เรียกคืน กาแลคซี่ โน้ต 7 แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 18:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/710768

 

ซัมซุง รีบแก้ไขก่อนสาย…ประกาศระงับการขาย กาแลคซี่ โน้ต 7 แล้ว พร้อมกับเรียกคืนมือถือรุ่นเรือธงของบริษัท หลังเพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายใน 10 ประเทศทั่วโลกไม่ถึง 2 สัปดาห์ แต่ยอดขายพุ่งไปแล้วถึง 2.5 ล้านเครื่อง

เมื่อ 2 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน บริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ในเกาหลีใต้ได้ประกาศระงับการขายสมาร์ทโฟนรุ่น กาแลคซี่ โน้ต 7 (Galaxy Note 7) ทั้งหมดแล้ว พร้อมกับเรียกคืนสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงใหม่ล่าสุดของซัมซุง ที่วางจำหน่ายใน 10 ประเทศทั่วโลก หลังจากได้รับรายงานปัญหาจากลูกค้าที่ซื้อ กาแลคซี่ โน้ต 7 ไปแล้ว 35 ราย เกิดปัญหาเครื่องระเบิด และไฟไหม้ระหว่างชาร์จแบตเตอรี่

นายโคห์ ดอง จิน หัวหน้าสายงานธุรกิจของบริษัทซัมซุง ได้เปิดการแถลงข่าวที่กรุงโซล ในวันศุกร์ที่ 2 ก.ย.ว่า บริษัทซัมซุงมีความเสียใจที่ทางบริษัทต้องเรียกคืนกาแลคซี่ โน้ต 7 ทั้งหมด ที่วางจำหน่ายไปแล้วใน 10 ประเทศ รวมทั้งเกาหลีใต้ และสหรัฐฯ


ขณะที่ ผู้บริหารคนหนึ่งของซัมซุง ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า บริษัทซัมซุงได้จำหน่ายกาแลคซี่ โน้ต 7 ไปแล้ว 2.5 ล้านเครื่อง หลังจากเปิดตัวและวางจำหน่ายใน 10 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ด้านผู้เชี่ยวชาญในแวดวงไอที กล่าวว่าการที่บริษัทซัมซุงรีบดำเนินการระงับการขายกาแลคซี่ โน้ต 7 รวมถึงเรียกคืนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว หลังได้รับทราบปัญหาจากลูกค้าบางคนที่ซื้อมือถือรุ่นล่าสุดนี้ไป (ซัมซุงจ่อเรียกคืน กาแลคซี่ โน้ต 7 ในโสมขาว-ทั่วโลก เจอปัญหาเครื่องระเบิด) ถือเป็นการลดความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุดต่อการกลับมาจำหน่ายกาแลคซี่ โน้ต 7 ขณะที่บริษัทซัมซุง ยังมุ่งหวังว่า สมาร์ทโฟน กาแลคซี่ โน้ต 7 จะกลับมามียอดจำหน่ายอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลัง สามารถต่อกรสู้กับคู่แข่งสำคัญ บริษัทแอปเปิล ที่เตรียมจะเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ ในสัปดาห์หน้า.


เฮอริเคน เฮอร์มีนถล่มฟลอริดา! เจอสตอร์มเซิร์จซัดฝั่ง ประกาศภาวะฉุกเฉิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 17:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/710705

 

(ภาพจากยูทูบ Force Thirteen)

ชาวอเมริกันในรัฐฟลอริดาเผชิญหน้า ‘เฮอร์มีน’ เฮอริเคนลูกแรกในรอบ 11 ปี ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก คลื่นลมแรงจัดและเกิดสตอร์มเซิร์จ คลื่นสูงซัดฝั่ง ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 51 เขตแล้ว

เมื่อ 2 ก.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประชาชนในรัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เผชิญกับพายุฝนตกหนัก จากอิทธิพลของพายุเฮอริเคน เฮอร์มีน (Hermine) ที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ถล่มรัฐฟลอริดา เมื่อเช้าวันที่ 2 ก.ย. จนนับเป็นเฮอริเคนลูกแรกในรอบ 11 ปีที่พัดถล่มรัฐนี้ของสหรัฐฯ ขณะที่นายริค สกอตต์ ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 51 เขต เตรียมพร้อมรับมือกับหายนภัยจากเฮอริเคนเฮอร์มีน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดลมกระโชกแรงจัด ฝนตกหนักแล้ว ยังทำให้เกิดสตอร์มเซิร์จ คลื่นสูงซัดชายฝั่งด้วย หลังจากก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาได้สั่งอพยพประชาชนใน 5 เขต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐไปพำนักในที่ปลอดภัยแล้ว

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯประกาศว่า เฮอริเคนเฮอร์มีน ซึ่งมีความรุนแรงของเฮอริเคน ในระดับ 1 ได้เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลม 130 กม./ชม. ขณะขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดา และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน หลังจากเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งรัฐฟลอริดาผ่านมา 2 ชั่วโมง


ด้านเจ้าหน้าที่ทางการเมืองทัลลาแฮซซี ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ควรย้ายไปอยู่บนที่สูง เนื่องจากเกรงว่าอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ประชาชนอย่างน้อย 70,000 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ ตำรวจในเขตเทย์เลอร์ เคาน์ตี้ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 20,000 คน แจ้งว่า ได้เกิดสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นสูงซัดฝั่งจนทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก.


ผวา ทุบเปิดฝาโลง! หนุ่มฮอนดูรัส ได้ยินเสียงร้อง จากโกดังเก็บศพแฟนสาว (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 15:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/710598

 

(ภาพจากยูทูบ:daily mirror)

หลายคนคงวิ่งป่าราบไปแล้ว…ชาวฮอนดูรัสช่วยกันทุบ นำโลงศพหญิงสาวที่เพิ่งตายออกมาจากโกดังเก็บศพ หลังแฟนหนุ่มได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากข้างในนั้น…

เมื่อ 2 ก.ย.59 เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานและเผยแพร่คลิปเหตุการณ์สุดระทึก ชนิดคนกลัวผีอาจวิ่งหนีกระเจิงไปก่อนแล้ว เมื่อชายหนุ่มชาวฮอนดูรัสหลายคนในเมืองลา เอ็นตราดา ได้ช่วยกันทุบโกดังเก็บศพของหญิงสาว ชื่อ เนย์ซี เปเรซ วัย 16 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นาน หลังแฟนหนุ่มได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากในโกดังบรรจุศพ ขณะที่มีคนอื่นได้ยินเสียงร้องเช่นกัน จนแน่ใจ จึงช่วยกันทุบโกดังปูนซีเมนต์และนำโลงศพของหญิงสาวออกมาท่ามกลางความลุ้นระทึก

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการนำศพของเนย์ซี เปเรซ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ไปประกอบพิธีทางศาสนาและถูกฝังอย่างเรียบร้อย หลังจากเธอเกิดหัวใจวายตายกะทันหัน ระหว่างเกิดไฟไหม้ และแพทย์ได้มาตรวจและลงความเห็นยืนยันการเสียชีวิตของเนย์ซีไปเรียบร้อย จึงทำให้ทางครอบครัวตัดสินใจนำร่างเธอใส่โลงและไปเก็บไว้ที่สุสานตามประเพณี


แต่แล้ว กลับเกิดเรื่องไม่น่าเชื่อ เมื่อแฟนหนุ่มของเนย์ซี ซึ่งตกอยู่ในความโศกเศร้า มาเยี่ยมศพแฟนสาวในวันรุ่งขึ้น  ปรากฏว่า เขาเกิดได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังออกมาจากในโกดังเก็บศพ ไม่รอช้า หนุ่มฮอนดูรัสคนนี้จึงได้รีบไปตามคนยามเฝ้าสุสานมาช่วยฟังดูว่ามีเสียงดังออกมาจากในโลงศพอย่างที่เขาได้ยินหรือไม่ ซึ่งยามก็ได้ยินเช่นกัน จึงทำให้เกิดการทุบโกดังเก็บศพและนำโลงศพของเนย์ซีออกมา ขณะที่คนในครอบครัวก็ช่วยกันพัดให้ความเย็นแก่เนย์ซี เพื่อหวังให้เธอฟื้น แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะสายเกินไป

ด้านบรรดาแพทย์กล่าวว่า เนย์ซีเสียชีวิตแล้ว และเสียงที่ได้ยินว่าดังมาจากในโลงศพอาจเป็นเรื่องที่แฟนหนุ่มของเธอกุเรื่องขึ้นมาก็เป็นได้

ชมคลิป ที่นี่

เมลาเนีย ทรัมป์เดือด! ฟ้องเดลีเมล 5พันล้าน ตีข่าวเคยเป็นสาวไซด์ไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 12:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/710313

 

เมลาเนีย ทรัมป์ เลือดขึ้นหน้า ..ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5พันล้าน จาก นสพ.เดลีเมล ในอังกฤษและบล็อกเกอร์ชาวอเมริกัน รายงานข่าวสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง กล่าวหา เมลาเนีย ทรัมป์ เคยเป็นสาวเอสคอร์ต หรือสาวไซด์ไลน์มาก่อน และเธอยังกลัวว่าเรื่องอื้อฉาวจะถูกแฉต่อสาธารณะ

เมื่อ 2 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวฮือฮา เมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนสวยของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ที่อยู่ระหว่างหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังยื่นฟ้อง นสพ.เดลีเมล ในอังกฤษ และกริฟฟิน ทาร์ปลีย์ บล็อกเกอร์ชาวอเมริกัน เรียกเงินค่าเสียหายนับ 150 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5,100 ล้านบาท จากกรณีที่ นสพ.เดลีเมล (Daily Mail)เคยกล่าวหาเธอว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นสาวเอสคอร์ต ในธุรกิจให้บริการทางเพศ ขณะที่ กริฟฟิน ทาร์ปลีย์ บล็อกเกอร์ชาวอเมริกัน ยังเคยเขียนข่าวว่า เมลาเนีย ทรัมป์ อดีตนางแบบสาวที่อาจจะได้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้ง ยังกลัวว่าเรื่องฉาวของเธอในอดีตจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

เว็บไซต์มิรเรอร์ อ้างข่าวจากบีบีซี ว่า นสพ.เดลีเมลในอังกฤษ ได้เคยรายงานข่าวว่า บริษัทโมเดลลิ่งแห่งหนึ่ง ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นหุ้นส่วนในช่วงทศวรรษ 1990 มีการให้บริการเอสคอร์ตด้วย โดยข่าวดังกล่าวในหนังสือพิมพ์ ซึ่งอ้างอิงมาจากนิตยสารในสโลวีเนีย บ้านเกิดของ เมลาเนีย ทรัมป์ บอกเป็นนัยว่า เมลาเนีย ทรัมป์ ได้พบกับสามีของเธอ มานานกว่าที่หลายคนเชื่อกัน ขณะที่ กริฟฟิน ทาร์ปลีย์ บล็อกเกอร์บนเว็บไซต์ ยังเขียนต่ออีกว่า นางทรัมป์ กลัวว่าเรื่องราวของเธอในอดีตจะถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ


โดนัลด์ ทรัมป์ และภรรยาคนสวย เมลาเนีย ทรัมป์

มิรเรอร์ รายงานว่า นสพ.เดลีเมล ได้ถอดข่าวนี้บนเว็บไซต์ของเดลีเมลแล้ว เมื่อค่ำวันพฤหัสฯ ที่ 1 ก.ย. พร้อมกับเขียนข้อความแสดงความเสียใจต่อการรายงานข่าวของเมลาเนีย ทรัมป์ ที่กล่าวหาว่า เธอเคยเป็นสาวเอสคอร์ต หรือสาวที่เคยทำงานในธุรกิจบริการทางเพศ หลังจากเมลาเนีย ทรัมป์ ออกมาเตือน นสพ.เดลีเมล ว่า เธอจะใช้กฎหมายเล่นงาน ฟ้องร้อง นสพ. และสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ด้านทนายความของเมลาเนีย ทรัมป์ ได้ออกมาระบุว่า ข่าวที่เดลีเมล และบล็อกเกอร์ชาวอเมริกันรายงานนั้น เป็นข่าวเท็จ 100% ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างยิ่ง

 

กาบองเดือด! องครักษ์ปธน.ส่งฮ.ทิ้งบอมบ์สำนักงานใหญ่ฝ่ายค้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/710040

 

การประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้งที่น่ากังขาในประเทศกาบอง ยังดำเนินต่อไปในวันพฤหัสบดี ขณะที่ เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยองครักษ์ประธานาธิบดีทิ้งระเบิดโจมตีสำนักงานใหญ่ของฝ่ายค้าน ชี้เป็นการทำลายอาชญากร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ความรุนแรงในประเทศกาบอง ในภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา ที่สืบเนื่องมาจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งอย่างน่ากังขา ยังคงรุนแรง โดยล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ย. เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยองครักษ์ประธานาธิบดีทิ้งระเบิดโจมตีสำนักงานของ นายฌอง แปง หัวหน้าฝ่ายค้านของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

กาบองตกเข้าสู่สถานการณ์ความไม่สงบ หลังจากประธานาธิบดี อาลี บองโก ได้รับการประกาศให้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ด้วยคะแนนเสียง 49.8% ต่อ 48.2% ท่ามกลางข้อครหาว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากนายแปงชนะการเลือกตั้งใน 6 จาก 9 จังหวัดทั่วประเทศ ขณะที่ตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิในแต่ละจังหวัดอยู่ที่ระหว่าง 45-71% แต่ที่จังหวัด โอ-เกว ซึ่งเป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดีบองโก มีผู้ออกมาใช้สิทธิถึง 99.93% และ 95% ลงคะแนนให้นายบองโก


ประธานาธิบดี อาลี บองโก

หลังคณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งออกมา ประชาชนที่ไม่พอใจก็ออกมารวมตัวประท้วง และเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมีผู้ถูกจับกุมตัวกว่า 1,000 คน อย่างไรก็ตาม ยังมีการประท้วงและเสียงปืนดังขึ้นในกรุงลีเบรอวิล อย่างต่อเนื่องในวันพฤหัสบดี ขณะที่รัฐบาลออกแถลงการณ์ หลังจากสำนักงานของนายแปงถูกทิ้งระเบิดว่า นี่เป็นปฏิบัติการกำจัดรากเหง้าของอาชญากรที่จุดไฟเผารัฐสภา

ด้าน นายฌอง-เธียร์รี ออย ซู ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า มีตำรวจ 6 นายเสียชีวิตในการปะทะกับผู้ประท้วง แต่ปฏิเสธที่จะระบุตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยรวม


ซากรถยนต์ที่ถูกเผา อยู่หน้าอาคารรัฐบาลกาบอง ในกรุงลีเบรอวิล
 

ระทึก! ธรณีพิโรธ 7.1 เขย่านิวซีแลนด์ เกิดสึนามิลูกเล็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.ย. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/709843

 

ยูเอสจีเอสรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.1 ในทะเลทางเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี โดยทางการนิวซีแลนด์ประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิขนาดเล็ก…

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เมื่อเวลา 23:37น. วันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ย. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.1 โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ในทะเลนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของ เกาะนอร์ท ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ความลึก 30.7 กม.

หลังเกิดแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่ของนิวซีแลนด์ประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาสัยอยู่ตามแนวชายฝั่งให้หลีกเลี่ยงการลงไปยังชายหาด รวมทั้งให้ขึ้นจากน้ำทะเล ขณะที่นายจอห์น เบลลินี เจ้าหน้าที่ของยูเอสจีเอส ระบุว่า แผ่นดินไหวลูกน้ำทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดเล็กมาก พัดเข้าสู่ชายฝั่งทางเหนือของนิวซีแลนด์ แต่ยังไม่มีรายงานว่าเกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ด้านศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ไม่ได้ประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิแต่อย่างใด แต่กระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและป้องกันพลเรือนของนิวซีแลนด์ ประกาศเตือนภัยสึนามิในระดับท้องถิ่น ระบุว่าพบคลื่นความสูง 30 ซม. และความเคลื่อนไหวของสึนามีจะเกิดขึ้นต่อไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง ความเสี่ยงยังคงมีจนกว่าจะมีการยกเลือกคำเตือน

 

จรวด ‘ฟอลคอน 9’ ของ ‘สเปซเอ็กซ์’ ระเบิดขณะทดสอบยิงที่ฟลอริดา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 22:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/709803

 

จรวดฟอลคอน 9 ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ ระเบิดระหว่างการทดสอบจุดจรวด ที่ฐานในรัฐฟลอริดา แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จรวด ‘ฟอลคอน 9’ ของบริษัท สเปซเอ็กซ์ ระเบิดระหว่างการทดสอบจุดจรวดตามกำหนดการ ที่ฐานปล่อยจรวดบนแหลมคะแนเวอรัล ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ย. โดยแรงระเบิดทำให้อาคารที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรสั่นไหว และทำให้เกิดกลุ่มควันดำหนาทึบลอยไปไกล

http://www.thairath.co.th/clip/69040

หลังเกิดเหตุ บริษัทสเปซเอ็กซ์ ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้ แต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบจุดจรวดส่งผลให้พวกเขาสูญเสียจรวดฟอลคอน 9 และดาวเทียมสื่อสารของบริษัท สเปซคอม ของอิสราเอลซึ่งมีกำหนดถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดลูกนี้ในวันเสาร์ที่ 3 ก.ย.



ควันจากการระเบิดลอบไปไกลหลายกิโลเมตร

ด้านนายไบรอัน เพอร์เทลล์ โฆษกของฐานทัพอากาศ เคป คะแนเวอรัล เผยว่า การระเบิดอย่างมีนัยสำคัญครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วง 10:00น. ที่ฐานปล่อยจรวด Launch Complex 40 ซึ่งสเปซเอ็กซ์เช่าอยู่ โดยทีมจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเขาได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว แต่เขาไม่เปิดเผยว่าฐานปล่อยจรวดได้รับความเสียหายหรือไม่

 

เศร้าน้ำตาไหล! ด.ญ.เผ่ายาซิดี เผย เคย์ลา มูลเลอร์ ช่วยให้หนีรอดไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 18:54

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/709643

 

(เคย์ลา มูลเลอร์)

สุดสะเทือนใจ… สาวน้อยชนเผ่ายาซิดี เปิดใจ หนีรอดเงื้อมมืออสูรร้ายกลุ่มไอซิสมาได้ จนมีชีวิตใหม่ในสวีเดน เพราะได้รับความช่วยเหลืออย่างกล้าหาญจากหญิงสาวอเมริกัน ‘เคย์ลา มูลเลอร์’ ที่ถูกไอซิสจับตัวไปและยังถูกผู้นำไอซิสข่มขืน ก่อนเสียชีวิต

เมื่อ 1 ก.ย.59 เว็บไซต์ มิเรอร์ รายงานเรื่องราวของสาวน้อยชาวอิรักชนเผ่ายาซิดี ที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอซิสมาได้ โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างหาญกล้าจากน.ส.เคย์ลา มูลเลอร์ หญิงสาวชาวอเมริกันที่อาสาเดินทางไปทำงานช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย แต่มูลเลอร์ ได้ถูกกลุ่มไอซิสจับไปเป็นตัวประกัน จากนั้น เธอได้ถูกนำตัวไปเป็น ‘ภรรยา’ ของอาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มไอซิส และถูกข่มขืน ก่อนจะพบจุดจบอย่างน่าสะเทือนใจเมื่อปีก่อน (โคตรร้าย! แฉ อัล-บักห์ดาดี หัวหน้าไอซิส ข่มขืนตัวประกันหญิงอเมริกัน ก่อนตาย)

จูเลีย ซึ่งหนีรอดมาได้จากกลุ่มไอซิส และขณะนี้พำนักอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงสวีเดน เปิดใจกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี บอกเล่าถึงเส้นทางอันแสนโหดร้ายและสุดเศร้าของเธอ หลังถูกกลุ่มไอซิสจับตัวไป ขณะที่ตอนนั้นเธอยังเป็นเด็กหญิงชนเผ่ายาซิดี อายุเพียง 13 ขวบ ว่า หลังจากกลุ่มไอซิสบุกมาถึงหมู่บ้านที่เธออยู่แล้ว เธอได้ถูกพวกมันจับตัวไป และต้องพลัดพรากจากครอบครัว โดยจูเลียเล่าว่า เธอได้ถูกควบคุมตัวไว้ที่เดียวกับเคย์ลา มูลเลอร์ ซึ่งทำให้ทั้งสองได้เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน


อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มไอซิส

จูเลีย ปัจจุบัน อายุ 15 ปี ซึ่งเข้าใจว่าเป็นหนึ่งในคนที่ได้เห็นเคย์ลา มูลเลอร์ขณะยังมีชีวิตอยู่ เล่าว่า เธอได้บอกกับเคย์ลา มูลเลอร์ว่า “เราต้องหนี และขอร้องให้เคย์ลาหนีมาด้วยกัน แต่เคย์ลาได้บอกกับฉันว่า ไม่…เพราะเธอเป็นชาวอเมริกัน ถ้าเธอหนีมากับฉันแล้ว พวกมันจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาพวกเรา และจับตัวมาอีกครั้ง… มันเป็นเรื่องที่ดีกว่าสำหรับฉันที่จะหนีไปคนเดียว และเธอจะขออยู่ที่นี่” จูเลีย เล่าถึงความกล้าหาญของเคย์ลา มูลเลอร์

สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันในความซาบซึ้งถึงความกล้าหาญของเคย์ลา มูลเลอร์ ของจูเลีย คือ เธอได้สวมข้อมือสีรุ้ง ที่เขียนชื่อ เคย์ลา มูลเลอร์ อยู่บนสร้อยข้อมือของเธอ โดยจูเลีย ยังพูดว่า เคย์ลา เป็นคนที่ดีมากของพวกเรา ขณะถูกคุมตัวอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย และมูลเลอร์ยังแนะนำเธอเกี่ยวกับการอยู่อย่างปลอดภัยด้วย โดยจูเลีย เล่าว่า มูลเลอร์ได้ถูกนำตัวไปให้อาบู บาการ์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำไอซิสในฐานะ ‘ ภรรยา’ และเธอพยายามจะไม่ร้องไห้ต่อหน้าพวกเรา แต่หากเธออยู่คนเดียวลำพัง มูลเลอร์จะร้องไห้ ขณะที่วันแล้ววันเล่า ผู้หญิงที่ถูกไอซิสจับตัวมาทั้งถูกทุบตีและบังคับให้ทำงานบ้าน

ทั้งนี้ จูเลียได้หาทางหลบหนีจากเงื้อมมือไอซิส มากับเด็กหญิงเผ่ายาซิดีอีกคนหนึ่ง ในกลางดึกของคืนหนึ่ง ส่วนพ่อกับพี่ชายของเธอถูกฆ่าตาย และแม่ถูกขายไปเป็นทาส อย่างไรก็ตาม โชคดีที่จูเลียหนีรอดจากกลุ่มไอซิสมาได้ และมาอยู่ในสวีเดนกับพี่สาวคนรอง ซึ่งถูกไอซิสขายไปเป็นทาสเช่นกัน แต่สามารถหลบหนีขุมนรกมาได้จนมาพบกับชีวิตใหม่และสิ่งแวดล้อมที่มีความปลอดภัยมากกว่าแผ่นดินเกิด.

 

เผ็ดหลุดโลก! เชฟหนุ่มอังกฤษ โซ้ยบะหมี่เผ็ดมหาประลัย จนหูอื้อ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 14:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/709270

 

เชฟหนุ่มจากลอนดอน มาเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่ที่กรุงจาการ์ตา ขอลองกินบะหมี่เผ็ดสุดในโลก จนได้ฉายา ‘บะหมี่มรณะ’ ดูสักตั้ง ผลออกมา เชฟหนุ่มถึงกับ ตัวแดงหน้าแดง อาเจียน หูอื้อไป 2 นาที หลังจากโซ้ยบะหมี่จานนี้เข้าไป

เมื่อ 1 ก.ย.59 สื่อต่างประเทศเผยรายงานและเผยแพร่คลิป เบน สุมาดิไวเรีย เชฟหนุ่มชาวอังกฤษ วัย 22 ปี จากกรุงลอนดอน ขอลองกินบะหมี่ที่ได้ชื่อว่าเป็นบะหมี่ที่เผ็ดที่สุดในโลก หลังพบเมนูนี้ที่ร้านอาหารเล็กๆ ข้างทาง ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงอินโดนีเซีย และผลจากการกินบะหมี่จานนี้ ทำให้เชฟหนุ่มเบน ถึงกับ ‘หูอื้อ’ ไม่ได้ยินเสียงอะไรไป 2 นาที พร้อมกับบอกว่าตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยกินอะไรที่มีรสชาติเผ็ดเท่ากับบะหมี่จานนี้มาก่อนเลย

เว็บไซต์ มิเรอร์ เผยว่า บะหมี่จานนี้ ซึ่งถูกโปะหน้าด้วยไข่ดาว ได้ใส่พริกตานกจำนวนถึง 100 เม็ด และทำให้มีรสชาติเผ็ดกว่า ซอสพริกทาบาสโก้ (Tabasco) 4,000 เท่า และมีค่าสโกวิลล์ ซึ่งเป็นหน่วยวัดความเผ็ดของพริกถึง 20 ล้าน เมื่อเทียบกับซอสพริกทาบาสโก้ที่มีค่าสโกวิลล์ ความเผ็ดอยู่แค่เพียง 5,000 เท่านั้น ( พริกตานก 1 เม็ด มีค่าสโกวิลล์ ระดับความเผ็ดอยู่ที่ 200,000)

ในระหว่างเชฟเบน จากลอนดอน กินบะหมี่นั้น ได้มีการบันทึกคลิปวิดีโอและนำมาเผยแพร่ทางยูทูบ ทำให้เห็นช่วงเวลาที่เชฟเบนเกิดอาการเผ็ดสุดๆ หลังจากเขาเริ่มกินบะหมี่ ทั้ง เหงื่อแตก หน้าแดง ตัวแดง จนต้องถอดเสื้อ กินน้ำ จนต้องไปเปิดก๊อกเอาน้ำรดหัวรดหน้าเพื่อบรรเทาอาการเผ็ดร้อน และเกิดอาการหูอื้อไป 2 นาที โดยรวมแล้ว เชฟเบน ได้กินน้ำเข้าไป 6 แก้ว มิลค์เชก 1 และน้ำกล้วยปั่นอีก 1 แก้ว แต่ก็ยังไม่อาจคลายความเผ็ดร้อนในปากของเขาไปได้ในเวลารวดเร็ว และเขาต้องวิ่งไปอาเจียนที่นอกร้านหลายครั้ง


ข่าวแจ้งว่า เบน ซึ่งมีอาชีพเป็นเชฟ พ่อครัวแบบเต็มเวลา อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตวิดีโอ มีพ่อแม่เป็นชาวอินโดนีเซีย และเขาได้พบบะหมี่จานนี้และขอลองกินดูสักตั้ง ระหว่างมาเยี่ยมพ่อแม่ที่อินโดนีเซีย โดยมีสนนราคา 34 รูเปีย พร้อมกับไข่ดาว 1 ฟอง ซึ่งทุกคนที่ลองลิ้มชิมรสแล้ว ไม่มีใครกินหมดเลย และบะหมี่เมนูนี้ได้ฉายาว่า ‘บะหมี่มรณะ’.

ชมคลิป ที่นี่