สุดช็อก! เครื่องบินเล็ก 2 ลำ ชนเปรี้ยงกลางอากาศ เหนืออะแลสกา ดับ 5

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 11:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/709099

 

(ภาพจากยูทูบ : Breaking News)

ไม่คาดฝัน…เครื่องบินเล็ก 2 ลำในสหรัฐฯ ชนกันกลางอากาศ เหนือรัฐอะแลสกา ดับสลด 5 ราย ไม่มีใครรอดชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ

เมื่อ 1 ก.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเกิดอุบัติเหตุ เครื่องบินเล็ก 2 ลำในสหรัฐฯ ชนกันกลางอากาศ เหนือท้องฟ้าในรัฐอแลสกา ตกใกล้หมู่บ้านยูคอน ริเวอร์ เป็นเหตุให้นักบินและผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้งสองลำ เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย เมื่อเช้าวันที่ 31 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยเว็บไซต์ Alaska Dispatch News รายงานว่า ไม่มีใครรอดชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยโฆษกประจำอะแลสกา สเตท ทรูเปอร์ส แถลงว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุ รวมทั้งการยืนยันรายชื่อบุคคลที่เสียชีวิต และติดต่อญาติพี่น้องให้มายืนยันอีกครั้ง


บริเวณเครื่องบินเล็ก 2 ลำประสบอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศ

ด้านกองกำลังรักษาความปลอดภัยแห่งชาติในรัฐอะแลสกา ระบุว่า เครื่องบินเล็กเชิงพาณิชย์ 2 ลำที่ประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้ ลำหนึ่งเป็นเครื่องบินของบริษัท เฮกแลนด์ เอวิเอชั่น (Hageland Aviation) รุ่น Cessna 208 Caravan ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการบินที่กิจการดีที่สุดในรัฐอะแลสกา ส่วนอีกลำเป็นรุ่น Piper PA-18Super Cub ของ Alaskan Adventures และจุดที่เครื่องบินเล็กชนกันและตกในครั้งนี้ อยู่ห่างจากเมืองเบเธล ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจของรัฐอะแลสกา ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ราว 60 ไมล์

ขณะที่ บีบีซี ชี้ว่า เหตุการณ์เครื่องบินชนกันกลางอากาศ นับเป็นอุบัติเหตุทางอากาศที่ยากจะเกิดขึ้นในสหรัฐฯ และที่ผ่านมา อุบัติเหตุลักษณะเช่นนี้จะเกิดใกล้กับสนามบินเป็นส่วนใหญ่

 

ผลวิจัยชี้ ไวรัส ‘อีโบลา’ อยู่ในน้ำอสุจิได้นานถึง 565 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708744

 

ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า เชื้อไวรัสอีโบลา สามารถแฝงตัวอยู่ในเชื้ออสุจิของผู้ป่วยชายที่หายจากการติดเชื้อแล้วได้นานถึง 565 วัน หักล้างความเชื่อเก่าที่เชื่อว่าอยู่ได้เพียง 3 เดือน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลไลบีเรียเผยผลการศึกษาล่าสุดเมื่อวันอังคาร ชี้ว่าเชื้อไวรัสอีโบลา สามารถแฝงตัวอยู่ในเชื้ออสุจิของผู้ป่วยชายที่หายจากการติดเชื้อแล้วได้นานถึง 565 วัน ตอกย้ำความเป็นไปได้ที่การมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้ไวรัสมรณะชนิดนี้กลับมาระบาดอีกครั้ง

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในวารสาร ‘Lancet Global Health’ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘คัดกรองสุขภาพชาย’ (Men’s Health Screening Program: MHSP) ของรัฐบาลไลบีเรีย ซึ่งเป็นโครงการตรวจสอบเชื้ออสุจิเพื่อหาเชื้ออีโบลาครั้งแรกของประเทศ มีผู้เข้าทดสอบเป็นชาย 429 คน ตรวจสอบระหว่างเดือนก.ค. 2015 ถึงเดือนพ.ค. 2016

จากกลุ่มผู้เข้ารับการทดสอบทั้งหมด มี 38 คนที่ผลตรวจเชื้ออีโบลาเป็นบวกระหว่างช่วงเวลาทดสอบ และในกลุ่มนี้ มี 24 คนหรือเกือบ 2 ใน 3 ที่ตัวอย่างน้ำอสุจิมีผลตรวจเชื้ออีโบลาเป็นบวก 1 ปีหลังจากที่เจ้อของตัวอย่างหายจากโรค นักวิจัยยังพบด้วยว่าเชื้ออีโบลาแฝงตัวในอสุจิของชายอายุ 40 ปีขึ้นไปได้นานกว่า และมีรายหนึ่งยังตรวจพบเชื้อแม้ว่าจะหายจากโรคมานานถึง 565 วันแล้ว

ดร.โมเสส โซกา ผู้ประสานงานศูนย์ดูแลผู้รอดชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลา ของกระทรวงสาธารณสุขไลบีเรีย กล่าวว่า “ก่อนจะเกิดการระบาดครั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสอีโบลาจะพบในน้ำอสุจิได้ไม่เกิด 3 เดือนหลังจากหายจากโรค แต่ด้วยการศึกษานี้ เรารู้แล้วว่าไวรัสตัวนี้อาจอยู่ได้นานเป็นปีหรือนานกว่านั้น”

ด้านนาย โธมัส ฟรีเดน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “โครงการนี้ทำให้เกิดความเข้าใจว่าอีโบลาสามารถอยู่ในน้ำอสุจิได้นานเท่าไร ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการป้องกันการกลับมาระบาดอีกครั้งของไวรัสตัวนี้ และสำหรับการปกป้องผู้รอดชีวิจและบุคคลอันเป็นที่รัก”

ทั้งนี้ ไลบีเรีย รวมทั้ง กินี และเซียร์ราลีโอน เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดครั้งล่าสุดของเชื้ออีโบลามากที่สุดโดยผู้เสียชีวิตใน 3 ประเทศนี้มีจำนวนรวมกว่า 11,000 ราย

 

ส.ว.บราซิลโหวตถอดถอน ‘รูสเซฟฟ์’ พ้นตำแหน่งปธน.แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2559 01:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708644

 

วุฒิสภาแห่งประเทศบราซิล ลงคะแนนเสียงถอดถอนนาง ดิลมา รูสเซฟฟ์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอย่างเป็นทางการแล้ โดยมิเชล เทเมอร์ รักษาการประธานาธิบดีจ่อรับตำแหน่งแทน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาแห่งประเทศบราซิล ลงคะแนนเสียงถอดถอนนาง ดิลมา รูสเซฟฟ์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 31 ส.ค. จากความผิดฐานตกแต่งบัญชีงบประมาณประเทศ ยุติการปกครองของพรรคแรงงานฝ่ายซ้ายที่ดำเนินมานาน 13 ปี

ส.ว.บราซิลลงคะแนนเสียงเห็นชอบ 61 เสียง ต่อคัดค้าน 20 เสียง ซึ่งเกินกว่าจำนวน 2 ใน 3 ที่ต้องการเพื่อถอดถอนนางรูสเซฟฟ์ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี และหลังจากนี้นายมิเชล เทเมอร์ จากพรรคพีเอ็มดีบี ฝ่ายกลางขวา ซึ่งเป็นรักษาการประธานาธิบดีอยู่ตอนนี้ จะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในวาระการดำรงตำแหน่งที่เหลือของนางรูสเซฟฟ์ ซึ่งจะหมดลงในวันที่ 1 ม.ค. 2019 โดยคาดกันว่านายเทเมอร์จะสาบานตนรับตำแหน่งในภายในวันพุธนี้


มิเชล เทเมอร์

ในช่วงที่ผ่านมา นางรูสเซฟฟ์ถูกกล่าวหาว่าโยกย้ายเงินทุนระหว่างงบประมาณต่างๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายในบราซิล เพื่ออุดช่องว่างของการขาดดุลงบประมาณในโครงการประชานิยมของเธอ เพื่อเพิ่มโอกาสที่เธอจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 เมื่อเดือนต.ค. 2014 อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของบราซิลผู้นี้ปฏิเสธและพยายามต่อสู้กับข้อกล่าวหาของเธอ ซึ่งเธอระบุว่าเป็นความพยายามรัฐประหาร

ทั้งนี้ กระบวนการถอดถอนนางรุสเซฟฟืเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนเม.ย. หลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ 367 เสียงต่อ 137 ให้มีการพิจารณาถอดถอนนางรูสเซฟฟ์ ต่อมาในวันที่ 12 พ.ค. วุฒิสภาโหวตเห็นชอบให้เริ่มกระบวนการถอดถอนนางรูสเซฟฟ์ออกจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 55 เสียง ต่อ 22 เสียง ทำให้นางรูสเซฟฟ์ถูกพักงานและนายเทเมอร์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการประธานาธิบดี

ต่อมาในวันที่ 9 ส.ค. วุฒิสภาบราซิลลงโหวตมติตั้งข้อหาแก่นางรูสเซฟฟ์ ด้วยคะแนนเสียง 59 ต่อ 21 เสียง ทำให้เธอถูกดำเนินคดีจนกระทั่งวุฒิสภามีลงคะแนนเสียงถอดถอนในวันพุธที่ผ่านมา

 

ระทึก เจออากาศปั่นป่วน! ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ลงจอดฉุกเฉินไอร์แลนด์ เจ็บ16

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 17:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708405

 

(ภาพประกอบ)

เครื่องบินโดยสารของยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน UA800 เมืองฮิวส์ตัน รัฐเทกซัส ไปยังลอนดอน เจอสภาพอากาศปั่นป่วนไม่คาดคิด ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ไอร์แลนด์ ผู้โดยสาร-ลูกเรือ เจ็บระนาว 16 คน

เมื่อ 31 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุระทึก เครื่องบินโดยสารของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน UA-880 จากเมืองฮิวส์ตัน รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐฯ มุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินแชนนอน ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. หลังจากเผชิญสภาพอากาศปั่นป่วน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 คน ประกอบด้วย ผู้โดยสาร 14 คน และลูกเรือ 2 คน ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

สายการบินออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินโดยสารของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน UA -880 ต้องลงจอดฉุกเฉินกะทันหันโดยเปลี่ยนเส้นทาง ไปลงจอดที่สนามบินแชนนอน ในไอร์แลนด์ หลังจากเผชิญสภาพอากาศปั่นป่วนอยางไม่คาดคิด

 

คิม จอง อึน สังหารเรียบ! สั่งยิงเป้าประหารชีวิต รมว.ศึกษาฯ อีกคนแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 17:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708284

 

(นายคิม ยอง จิน วงกลม)

โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ เปิดแถลงข่าว เผยทางการโสมแดงสั่งยิงเป้าประหารชีวิต คิม ยอง จิน รมว.ศึกษาฯ ไปอีกรายแล้วเมื่อเดือนก่อน รวมทั้งยังลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 2 คน

เมื่อ 31 ส.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของนายจอง จูน ฮี โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในกรุงโซล เมื่อเช้าวันพุธที่ 31 ส.ค.ว่า ทางการเกาหลีเหนือได้ประหารชีวิตนายคิม ยอง จิน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ วัย 63ปีไปอีกหนึ่งราย ด้วยวิธียิงเป้า โดยกองการความมั่นคงของประเทศเกาหลีเหนือได้ชี้ความผิดของนายคิม ยอง จิน ว่าเขาได้กระทำการต่อต้านพรรคและเป็นยังเป็นสมาชิกขบวนการ ‘ปฏิวัติซ้อน’ หลังจากได้แสดงทัศนคติเลวร้ายต่อสภาประชาชนสูงสุด เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โฆษกกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ยังระบุว่า นอกจากนายคิม ยอง จิน  ได้ถูกยิงเป้าประหารชีวิตไปแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่อาวุโสอีกสองคนถูกลงโทษในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา หนึ่งในนั้น ได้แก่ นายคิม ยอง ชอล หัวหน้ากองแนวร่วมของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องงานข่าวกรองและความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ได้ถูกลงโทษด้วยการให้ไปใช้แรงงานหนัก ที่ไร่นาในชนบท ระหว่างกลางเดือน ก.ค.-ส.ค. หลังจากนายคิม ยอง ชอล ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบ รวมทั้งข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยเอาแต่ใจตนเอง


ชาวเกาหลีใต้ดูข่าวใหญ่… นายคิม ยอง จิน รมว.การศึกษาธิการเกาหลีเหนือ ถูกประหารชีวิตไปแล้วอีกคน

ด้านซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า การลงโทษประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงในเกาหลีเหนือ ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในการกุมอำนาจปกครองประเทศ โดยเมื่อ พ.ค.2558 นายฮยอน ยอง ชอง รมว.กลาโหมเกาหลีเหนือ ถูกประหารชีวิตด้วยปืน ปตอ. หรือปืนต่อสู้อากาศยาน หลังถูกกล่าวหาว่าคิดคดทรยศ.


คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
 

วอน 4 แสนอพยพ! ไต้ฝุ่นไลออนร็อกถล่มญี่ปุ่น น้ำท่วมบ้านพักคนชรา ดับสลด9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 14:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/708024

 

(บ้านพักคนชราในเมืองอิวาอิซูมิ ถูกน้ำท่วมสูง)

ญี่ปุ่นสลด ..ไต้ฝุ่นไลออนร็อกถล่ม ฝนตกหนัก ดินทรุดริมฝั่งแม่น้ำ ตายแล้ว 10 ราย เป็นผู้สูงอายุถึง 9 รายที่บ้านพักคนชราในเมืองอิวาอิซูมิ หลังฝนตกหนักทำให้แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่สองฝั่ง ทางการวอนประชาชนถึง 4.1 แสนคนอพยพหนีภัย

เมื่อ 31 ส.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศ และสื่อท้องถิ่นในญี่ปุ่น ทั้งเจแปน ไทม์ส และสถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค รายงานความคืบหน้าอิทธิพลของไต้ฝุ่นไลออนร็อกเคลื่อนตัวผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ลมพายุรุนแรงมาก และมีแม่น้ำอย่างน้อย 2 สายน้ำล้นฝั่ง ว่า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ราย โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างเหยื่อเคราะห์ร้่าย 9 ราย เป็นคนชราที่บ้านพักคนชราที่ถูกน้ำท่วมสูง ในเมืองอิวาอิซูมิ ทางภาคเหนือ หลังจากกระแสน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และไหลท่วมพื้นที่สองฟากฝั่ง จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ข่าวแจ้งว่า ไต้ฝุ่นไลออนร็อกที่เคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง ใกล้เมืองโอฟูนาโตะ จังหวัดอิวาเตะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดพายุลมแรงจัด และฝนตกหนักมาก จนทำให้แม่น้ำหลายสายล้นฝั่ง อีกทั้งยังทำให้ดินทรุดริมตลิ่ง และบ้านเรือนพังลงไปในแม่น้ำ ขณะเดียวกัน ไต้ฝุ่นไลออนร็อก นับเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 10 แล้วของฤดูมรสุมปีนี้ ที่ถล่มญี่ปุ่น โดยเมืองโตโฮกุ ได้แนะนำให้ประชาชน 4.1 แสนคน อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว เนื่องจากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่จะเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่มและคลื่นสูงซัดชายฝั่ง


ดินทรุดริมตลิ่ง ทำบ้านหลังนี้ไหลลิ่วไปตามกระแสน้ำในแม่น้ำชิมิซู จังหวัดฮอกไกโด

เจแปน ไทม์ส รายงานว่า จากพายุฝนตกหนัก ทำให้ เที่ยวบินในประเทศกว่า 100 เที่ยวต้องถูกยกเลิก รวมถึงรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็นกว่า 50 เที่ยว ก็ยกเลิกการให้บริการเช่นกัน ขณะที่ มีรายงานว่า เมืองมิยาโกะ ในจังหวัดอิวาเตะ เกิดฝนตกหนักจนวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 80 มม.ในช่วง 1 ชั่วโมงจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นไลออนร็อก (ไต้ฝุ่นไลออนร็อก ขึ้นฝั่ง! ญี่ปุ่น ฝนตกหนักมาก คลื่นลมแรงจัด)


น้ำท่วมในเมืองคูจิ จังหวัดอิวาเตะ หลังฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา
 

โอบามาลุยเอเชียก่อนพ้นวาระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707355

 

เมื่อ 31 ส.ค. ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ออกเดินทางเพื่อไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20 ที่เมืองหังโจวในจีนใน 4-5 ก.ย. ก่อนไปประชุมสุดยอดผู้นำประเทศริมมหาสมุทรแปซิฟิกที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ใน 6 ก.ย. โดยที่จีน เขาจะพบปะหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีเรเจป ตอยยิป เออร์โดกัน แห่งตุรกี และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียด้วย ประเด็นหลักรวมทั้งเรื่องสงครามซีเรียและรัฐประหารที่ล้มเหลวในตุรกี นับเป็นการเยือนเอเชียครั้งสุดท้ายของโอบามาก่อนหมดวาระในต้นปีหน้า

ส่วนที่กรุงเวียงจันทน์ โอบามาจะพบปะหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แห่งฟิลิปปินส์ด้วย ประเด็นหลักคือเรื่องความมั่นคง ทะเลจีนใต้ และสิทธิมนุษยชน ขณะที่ดูเตร์เตถูกโจมตีเรื่องปราบยาเสพติดด้วยศาลเตี้ยจนมีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 2,000 คน ด้านนายเพอร์เฟคโต ยาไซ รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงเตือนว่า จีนจะเป็น “ผู้แพ้” ในที่สุด ถ้าไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (พีซีเอ) ที่ชี้ว่าจีนไม่มีสิทธิทางประวัติศาสตร์ที่จะอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด

ด้านประธานาธิบดีเจิ่น ได๋ กว่าง แห่งเวียดนาม แถลงเตือนระหว่างการเยือนสิงคโปร์ว่า จะไม่มีผู้ชนะถ้าสงครามที่เกิดจากความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระเบิดขึ้น และว่าพัฒนาการในทะเลจีนใต้ขณะนี้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค แต่เขาไม่เอ่ยชื่อประเทศจีนโดยตรง.

 

ไอเอสทิ้งหลุมศพหมู่อื้อ-คาร์บอมบ์สถานทูตจีนดับ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 31 ส.ค. 2559 04:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707350

 

นายเจนิช เรซาคอฟ รองนายกรัฐมนตรีคีร์กีซสถานแถลงว่า คนร้ายพลีชีพ 1 คน ขับรถยนต์มิตซูบิชิ เดลิกา บรรทุกระเบิดพุ่งชนประตูสถานทูตจีนในกรุงบิชเคก เมื่อ 30 ส.ค. ทำให้คนร้ายเสียชีวิต ลูกจ้างสถานทูตชาวคีร์กีซ 3 คนบาดเจ็บ สถานทูตจีนและสถานทูตสหรัฐฯที่อยู่ใกล้เคียงต้องอพยพผู้คน

คีร์กีซสถาน ประเทศเล็กๆที่ยากจนในเอเชียกลาง มีประวัติการเมืองไร้เสถียรภาพและต่อสู้กับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ตั้งแต่แยกตัวจากสหภาพโซเวียตในปี 2534 รัฐบาลถูกโค่นล้มแล้ว 2 ครั้ง และมีความรุนแรงด้านเชื้อชาติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทางการยังทำลายแผนก่อการร้ายของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) และปะทะกับกลุ่มหัวรุนแรงบ่อยครั้ง รวมทั้งในกรุงบิชเคก และระบุว่ามีชาวคีร์กีซไปร่วมกับไอเอสในอิรักและซีเรียราว 500 คน ส่วนเจ้าหน้าที่จีนก็เคยถูกโจมตี รวมทั้งถูกยิงตาย 1 คนในปี 2543 ซึ่งจีนชี้ว่าเป็นฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงชาวมุสลิมอุยกูร์


เจ้าหน้าที่ปิดล้อมที่เกิดเหตุในกรุงบิชเคก

อีกด้านหนึ่งสำนักข่าว “เอพี” เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ภาพถ่าย และผลการวิจัยพิเศษ ระบุว่า ค้นพบหลุมฝังศพหมู่ที่ไอเอสทิ้งไว้ในอิรักและซีเรียแล้ว 72 หลุม รวมทั้งในซีเรีย 17 หลุม บางหลุมมีศพชนเผ่าเดียวกันหลายร้อยศพ และศพในหลุมทั้งหมดอาจสูงถึง 5,200-15,000 ศพ แต่อาจพบมากกว่านี้หลังไอเอสถอยร่นจากเขตยึดครองมากขึ้น.

 

อียูแฉเทคนิคเลี่ยงภาษีของ ‘แอปเปิล’ ในยุโรป อึ้งจ่ายแค่ 0.005%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 03:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707329

 

จากกรณีสหภาพยุโรปเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากบริษัท แอปเปิล เป็นจำนวนนับหมื่นล้านยูโร ล่าสุด คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกมาเปิดเผยเทคนิคการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เจ้านี้แล้ว…

คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดเผยเทคนิคการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ของบริษัท แอปเปิล ในยุโรปว่า ในชั้นต้นมีการบันทึกผลกำไรจากการขายสินค้าของบริษัททั่วยุโรปไว้ที่ประเทศไอร์แลนด์ หลังจากนั้นจึงทำการประสานงานกับหน่วยงานจัดเก็บภาษีไอร์แลนด์เพื่อชำระภาษีเงินได้จากผลกำไรเป็นจำนวนที่เล็กน้อยมาก และมีการลงทุนในสำนักงานที่จัดตั้งขึ้นมาตบตาเพื่อการหลีกเลี่ยงภาษีเป็นการเฉพาะ ผู้บริหารระดับสูงของสหภาพยุโรปไม่เพียงแต่เรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากแอปเปิลจำนวนมหาศาลถึง 13,000 ล้านยูโร (5 แสนล้านบาท) ให้กับประเทศไอร์แลนด์เท่านั้น แต่ยังได้เปิดเผยถึงเทคนิคในการหลีกเลี่ยงภาษีที่รุนแรงโดยได้รับความร่วมมือกับประเทศไอร์แลนด์อีกด้วย

บริษัทลูกของแอปเปิลสองบริษัทที่เกี่ยวข้องคือ “Apple Sales International” ที่รับผิดชอบการขายผลิตภัณฑ์แอปเปิลทุกชนิดในยุโรป, แอฟริกา, ตะวันออกกลางและอินเดีย ทำให้มีผลกำไรหลายพันล้านยูโร และ “Apple Sales International” ที่ทำการผลิตคอมพิวเตอร์บางรุ่น มีธุรกิจที่ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนัก บริษัททั้งสองได้รับสิทธิในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลในทวีปยุโรปโดยได้รับความยินยอมจากบริษัทแม่ที่อเมริกา ซึ่งได้ให้เงินลงทุนปีละ 2 พันล้านยูโร (นำมาหักภาษีได้) เพื่อสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาของกลุ่มบริษัท

หลังจากนั้น เทคนิคที่ง่ายมากก็คือ การบันทึกผลกำไรทั้งหมดที่ประเทศไอร์แลนด์จากการขายผลิตภัณฑ์แอปเปิลทั้งหมดในยุโรป ตัวอย่างเช่น คนฝรั่งเศสที่ซื้อไอโฟนจากร้านแอปเปิลสโตร์ในกรุงปารีส แต่ผลกำไรจะถูกส่งไปสำนักงานที่กรุงดับบลิน

ต่อมาจึงมีการใช้บทบาทบริษัทในไอร์แลนด์ในการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้จากผลประกอบการ โดยใช้บริษัททั้งสองคือ ‘”Apple Sales International” หรือ “Apple Operations Europe” เป็นบริษัทที่ค้ำประกันการจัดสรรผลกำไรเทียมเป็นการภายใน แจ้งยอดขายจำนวนเพียงเล็กน้อย (จากยอดขายจริงทั่วทวีปยุโรป) ก็จะถูกนำมาคิดรวมกับยอดขายภายในประเทศไอร์แลนด์ซึ่งจะต้องชำระภาษีรายได้จากผลประกอบการของบริษัท 12.50% ซึ่งเป็นเทคนิคที่แอปเปิลใช้มาตั้งแต่ปี 1991 (พ.ศ. 2534)

ผลกำไรส่วนใหญ่ก็จะถูกส่งกลับไปยังสำนักงานใหญ่ ซึ่งประเทศไอร์แลนด์อ้างว่าไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปควบคุม ข้อเท็จจริงคณะกรรมาธิการยุโรปตรวจสอบพบก็คือ บริษัททั้งสองแห่งนี้เป็น บริษัทผีที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง ไม่มีที่ตั้งสำนักงาน ไม่มีพนักงาน ไม่มีหน่วยปฏิบัติการที่จะสามารถอ้างอิงได้เลยแม้แต่น้อยว่ามีการประกอบธุรกิจอย่างแท้จริงเป็นรูปธรรม มีเพียงการประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทเพียงบางครั้ง โดยมีผู้บริหารที่แอปเปิลจ้างเต็มเวลาในไอร์แลนด์เท่านั้น ทำการจัดสรรเงินปันผล ดูแลบริหารงานทั่วไปและจัดการระบบบการเงิน

สำนักงานของแอปเปิลนี้มีอยู่บนกระดาษเท่านั้น แต่สามารถช่วยให้บริษัทแอปเปิลหลีกเลี่ยงภาษีจำนวนมหาศาล ในปี 2554 บริษัทแอปเปิลจ่ายภาษีจากผลกำไรคิดแล้วเพียง 0.05% จากยอดขายรวมทั้งปี ยิ่งกว่านั้น ในปี 2557 บริษัทจ่ายภาษีลดลงไปอีกหรือเท่ากับ 0.005% ของยอดขายเท่านั้น

กราฟตัวเลขการเสียภาษีไม่ได้ลดลงมากไปกว่านี้ เนื่องจาก ตั้งแต่ปี 2558 ความตกลงด้านภาษีกับประเทศไอร์แลนด์ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ได้อีกต่อไป ทำให้บริษัทแอปเปิลต้องทำการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ในประเทศไอร์แลนด์

นอกจากนั้น คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ไม่เพียงเฉพาะประเทศไอร์แลนด์เท่านั้นที่บริษัทแอปเปิลต้องชำระภาษีย้อนหลัง หากมีประเทศที่ตรวจพบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการขายผลิตภัณฑ์แอปเปิลในประเทศและโยกย้ายผลกำไรไปไอร์แลนด์ก็สามารถยื่นร้องขอส่วนแบ่งจากค่าปรับจำนวนดังกล่าวได้อีกด้วย ทำให้ค่าปรับภาษีย้อนหลังที่ไอร์แลนด์จะได้รับลดน้อยลงไปตามสัดส่วน

 

หวั่นภูเขาไฟใหญ่สุดในไอซ์แลนด์ระเบิด หลังเจอแผ่นดินไหว 2 ครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 ส.ค. 2559 00:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/707220

 

ทางการของประเทศไอซ์แลนด์ กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟคัทลา ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศ หลังจากเกิดแผ่นดินไหว 2 ลูกเมื่อวันจันทร์ จนเกิดความกังวลว่าภูเขาไฟลูกนี้อาจจะระเบิด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 30 ส.ค. สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศไอซ์แลนด์กำลังเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่ภูเขาไฟ ‘คัทลา’ ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในประเทศ จะระเบิด หลังจากภูมิภาคนี้เพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวระดับ 4.5 จำนวน 2 ลูกเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

ภูเขาไฟคัทลาซึ่งมีความสูงประมาณ 5,000 ฟุต ไม่ได้ระเบิดครั้งใหญ่มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1918 แล้ว แต่มักจะระเบิดทุกๆ 50 ปี และล่าสุดสำนักงานอุตุนิยิมวิทยาไอซ์แลนด์ก็ยืนยันว่า มีการเพิ่มขึ้นของการสั่นสะเทือนของพื้นดินในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าการระเบิดของภูเขาไฟจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้

“การเพิ่มขึ้นของการสั่นสะเทือนของพื้นดินในช่วงฤดูร้อนเป็นเรื่องปกติที่คัทลา และกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นภายในปล่องภูเขาไฟก็คล้ายคลึงกับความไม่สงบที่ตรวจจับได้ในปี 2012 และ 2014” เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยิมวิทยาไอซ์แลนด์กล่าว “ค่าวัดในพื้นที่โดยรอบภูเขาไฟคัทลาไม่พบสัญญาณของการเปลี่ยนรูปเพิ่มขึ้นของพื้นดินหรือการสั่นไหว ซึ่งทั้งสองค่าเป็นตัวบ่งชี้ถึงการเคลื่อนตัวของแม็กมาใต้ดิน”