Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก  ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

Airbnb ดึง ‘มิลลิ’ โปรโมทเสน่ห์กรุงเทพฯ สู่สายตาคนทั่วโลก ‘Bangkok Weekender’ จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

Airbnb จับมือ แร็ปเปอร์ระดับแนวหน้าของไทย “มิลลิ” (MILLI) ชวนคนทั่วโลกมาสัมผัสกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Bangkok Weekender” จับไมค์ร้องเพลงและทำข้าวเหนียวมะม่วง  เปิดให้จองประสบการณ์สุดพิเศษกับ มิลลิ ในวันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 14:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เท่านั้น ผ่าน airbnb.com/milli ในราคาเพียง 99 บาท

Airbnb แพลตฟอร์มระดับโลก กระตุ้นไฮซีซันท่องเที่ยวไทย จับมือ “มิลลิ” (MILLI) ดนุภา คณาธีรกุล ไอคอนแร็ปเปอร์แถวหน้าของไทยเปิดประสบการณ์สัมผัสเสน่ห์กรุงเทพ “Bangkok Weekender” สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต  ดึง 2 ซอฟต์พาวเวอร์สำคัญของไทยอย่างดนตรีและอาหารไทย มาผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์และความสนใจในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยของนักเดินทาง Airbnb

มิลลิ รับหน้าที่เป็นโฮสต์ และขอเชิญแฟน ๆ และนักเดินทางเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ ได้รับแรงบันดาลใจจากรสชาติจัดจ้านของอาหารและย่านต่าง ๆ ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของเธอ 

ผู้โชคดีจะได้เข้าพักในที่พัก Airbnb สุดโปรดของมิลลิในกรุงเทพฯ ก่อนเปิดประสบการณ์เข้าสู่โลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ร้องเพลงคาราโอเกะส่วนตัวกับมิลลิ กิจกรรมทำข้าวเหนียวมะม่วงแบบกันเอง รวมถึงค้นพบย่านโปรด และสัมผัสรสชาติอาหารท้องถิ่นจานโปรดของมิลลิ โดยมิลลิจะแบ่งปันแรงบันดาลใจและเรื่องราวจากเมืองบ้านเกิด เปิดมุมมองใหม่ให้เหล่านักเดินทางได้สัมผัสวัฒนธรรม พลังสร้างสรรค์ต่าง ๆ ของเมือง และอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯ     

ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

การเปิดตัวประสบการณ์สุดพิเศษกับมิลลิ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยอดการค้นหาที่พักในประเทศไทยช่วงไฮซีซันเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยว Gen Z ไทย มีการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่า 25%2 สะท้อนความนิยม ของการเดินทางที่เน้นการสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้วัฒนธรรมของจุดหมายปลายทางอย่างแท้จริง

มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล กล่าวว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีโอกาสมาเป็นโฮสต์ Airbnb ในครั้งนี้ การได้เดินทางและขึ้นแสดงบนเวทีทั่วโลกทำให้เห็นว่าคนจากหลากหลายประเทศอยากเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยมากแค่ไหน และเอ็กซ์พีเรียนซ์ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะได้ถ่ายทอดความเป็นไทยออกมาอย่างใกล้ชิดกับแฟนๆ อีกด้วย

ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้จะไม่ได้แค่ร้องคาราโอเกะและทำข้าวเหนียวมะม่วงเมนูโปรดไปด้วยกันเท่านั้น แต่มิลลิจะแชร์ทริคเด็ดสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แบบโลคอลตัวจริง ตั้งแต่การร้องคาราโอเกะด้วยกัน ไปจนถึงการอิ่มอร่อยกับเมนูจานโปรด อยากให้นักเดินทางได้สัมผัสสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจและเสน่ห์ที่ทำให้ประเทศไทยพิเศษไม่เหมือนที่อื่น ๆ”

ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และมิลลิครั้งนี้ สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับโลก ทั้งดนตรี อาหาร แฟชั่น และอัตลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเดินทางได้เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

นายอมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียของ Airbnb กล่าวว่า  “ประเทศไทยเป็นแรงบันดาลใจให้นักเดินทางทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม การได้ร่วมงานกับ มิลลิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคลื่นลูกใหม่แห่งวงการเพลงไทย เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้แฟนๆ และนักเดินทางได้สัมผัสพลังเหล่านี้อย่างใกล้ชิด การร่วมมือกันครั้งนี้เป็นมากกว่าประสบการณ์ โดยเป็นการเปิดประตูสู่วัฒนธรรมไทยสมัยใหม่ และเราภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความโดดเด่นและความคิดสร้างสรรค์ของประเทศไทยสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก”

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ 5 Must Do in Thailand ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะเป็น Must Taste, Must Try, Must Buy, Must See, และ Must Seek ที่จะช่วยให้นักเดินทางได้สัมผัสเสน่ห์ไทยอย่างลึกซึ้งมากขึ้น

นายนิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงไฮซีซันประเทศไทยกำลังเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวหลายล้านคนจากทั่วโลก ความร่วมมือครั้งนี้ของ Airbnb และ มิลลิ

ได้นำแนวคิด 5 Must Do in Thailand ในการนำเสนอ 2 ซอฟต์พาวเวอร์หลักอย่างอาหารและดนตรี ซึ่งประสบการณ์สุดพิเศษนี้แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ ความอบอุ่น และวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศไทย นอกเหนือจากความบันเทิงแล้ว ช่วงเวลาเหล่านี้ยังนำเสนอประเทศไทยในฐานะดินแดนแห่งการเยียวยาและการพักใจที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางสุดล้ำค่าให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวได้ลึกซึ้งกับวัฒนธรรมของเราและค้นพบสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่น่าจดจำอย่างแท้จริง”

ประสบการณ์วีคเอนด์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ มิลลิรับหน้าที่เป็นโฮสต์ ต้อนรับผู้โชคดีสูงสุดจำนวน 4 ท่าน ที่จะได้เข้าร่วม Airbnb Experience ในกรุงเทพฯ วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 กับประสบการณ์สุดสัปดาห์ 2 วัน 1 คืน ที่จะเต็มไปด้วยเสียงดนตรี และรสชาติอาหารแบบน่าจดจำไม่รู้ลืม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การเข้าพักที่ Airbnb สุดโปรดของมิลลิ พร้อมอัปเดตความเคลื่อนไหวและเรื่องราวที่น่าสนใจของเธอ กระทบไหล่ร้องเพลงคาราโอเกะกับแร็ปเปอร์ระดับประเทศอย่างใกล้ชิด เข้าร่วมเวิร์กชอปทำข้าวเหนียวมะม่วง ลิ้มลองเมนูโปรดของมิลลิ ไปจนถึงเซลฟี่เก็บภาพโมเมนต์และรับของที่ระลึกพร้อมลายเซ็นเฉพาะเอ็กซ์พีเรียนซ์นี้ก่อนกลับบ้าน

รายละเอียดการจองประสบการณ์สุดพิเศษ จะเปิดจองผ่านเว็บไซต์ airbnb.com/MILLI วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 14:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ประสบการณ์สุดสัปดาห์ 2 วัน 1 คืน ราคา 99 บาท จองก่อนได้สิทธิ์ก่อน โดยผู้โชคดี 1 คน สามารถพาเพื่อนร่วมทริปมาได้สูงสุด 3 คน โดยผู้เข้าร่วมจะต้องรับผิดชอบค่าเดินทางไป–กลับกรุงเทพฯ ประเทศไทยด้วยตนเอง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ผู้แทนพระองค์ เปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569”

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โปรดให้ นางรติรส จุลชาต เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานเปิดงาน “วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026)” ครั้งที่ 27 และมอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติแก่คณะนักวิจัยสาขาต่าง ๆ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ณ Event Hall 100 –104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ  คณะผู้บริหาร และเหล่านักวิจัย นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้แทนศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ร่วมต้อนรับ

งาน วันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม (Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation)” เพื่อมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในทุกมิติ มีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 1,000 ผลงาน อาทิ ผลงาน: สืบสานคุณค่า “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายมุสลิมเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา บินหมัดหนี คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปัตตานี เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล: รางวัลผลงานวิจัย ระดับดี สาขาสังคมวิทยา “ผ้าพื้นถิ่นยะรังวิถี” เป็นการสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้าง เรื่องราวนําสู่การประยุกต์ลวดลายบนผืนผ้าเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่บนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังสร้างแพลตฟอร์มการขายบนตลาดดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการวัฒนธรรม ประเภทเครื่องแต่งกายมุสลิม จำนวน 12 กลุ่ม จากชุมชนจำนวน 10 ชุมชน และผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ผลงาน: หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย ผลงานของ ดร.มนต์อมร ปรีชารัตน์ และคณะ จากสถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก สาขาการศึกษา เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับฝึกทักษะการฉีดยาอย่างถูกต้องในกลุ่มทารกแรกเกิด โดยผสมผสานหุ่นจำลองเสมือนจริงกับระบบเซนเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง ความลึก องศา และระยะเวลาในการแทงเข็ม พร้อมเชื่อมต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบันทึกผลและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เรียนแบบเรียลไทม์ หุ่นนี้ช่วยยกระดับการเรียนรู้แบบรายบุคคลและสามารถใช้ประเมินสมรรถนะได้จริง เหมาะสำหรับใช้ในสถาบันการศึกษาด้านสุขภาพ โรงพยาบาล และการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ

พาลูกเที่ยววันเด็ก ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัย

พาลูกเที่ยววันเด็ก ให้สุขกาย สบายใจ  และปลอดภัย

พาลูกเที่ยววันเด็ก ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“รักชาติไทย ใส่ใจโลก“ คำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 ของทุกปี, วันเด็กเป็นวันที่เด็ก ๆ ทุกคนรอคอย ถือเป็นวันสำคัญที่ประเทศไทยได้จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นคนดีของสังคน ทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป ในแต่ละปีจะจัดกิจกรรมพิเศษที่สนุกสนานและสร้างสรรค์สำหรับเด็กเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน

ดังนั้น การพาเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการจัดกิจกรรมนั้น จึงเลี่ยงความแออัดของผู้คนได้ยาก แล้วจะทำอย่างไรถึงจะพาลูกเที่ยววันเด็กได้อย่างปลอดภัยไร้โรคภัยกลับบ้านไปด้วย

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีการดูแล เพื่อนำไปใช้ดูแลเด็กๆ ในช่วงเทศกาลวันเด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์

สถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กนั้นมีทั้งรูปแบบ ภายในอาคาร Indoor เช่น พิพิธภัณฑ์เด็ก สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ ราชวิทยาลัย พระราชวังพญาไท โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ต่าง ๆ และรูปแบบ ลานกว้าง ภายนอกอาคาร Outdoor เช่น สภากาชาดไทย อุทยานการเรียนรู้ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศต่าง ๆ สวนสัตว์ ดังนั้นการดูแลเด็ก ๆ ก็มีความแตกต่างกันไป

การเที่ยวสถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กแบบ Indoor

ข้อดี: ไม่ต้องห่วงเรื่อง สภาพดินฟ้าอากาศที่จะเปลี่ยนแปลง ฝนตกฟ้าคะนอง ลมพัดแรง อากาศร้อนหนาว มากนัก และลดความกังวลเรื่อง การสูด สัมผัสฝุ่น PM 2.5

ข้อควรระวัง: ความแออัดของผู้คนในอาคารในพื้นที่จำกัด อาจทำให้มีการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่  RSV โควิด-19 และโรคปอดอักเสบ ได้ ซึ่งติดกันผ่านสารคัดหลั่ง การไอจามได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก รวมถึงการจัดกิจกรรมภายในอาคาร มักจะมีหยิบจับสัมผัสข้าวของเครื่องใช้ร่วมกัน จึงต้องเฝ้าระวังเรื่องของโรคติดเชื้อที่ผ่านการสัมผัสกันโดยตรงอย่าง Herpangina มือปากเท้าเปื่อย เป็นต้น

การดูแล: ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา  เว้นระยะห่างจากกัน อย่างน้อย 2-3 เมตร  หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ รวมถึงเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ผิวสัมผัสที่สัมผัสร่วมกันถ้าทำได้

การเที่ยวสถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กแบบ Outdoor

ข้อดี: ไม่มีความแออัดของผู้คนเท่ากิจกรรมที่จัด Indoor เนื่องจากพื้นที่ไม่จำกัด จึงสามารถกระจายจำนวนประชากรไปตามกิจกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกและสามารถลดการสัมผัสวัสดุอุปกรณ์ ที่ใช้ร่วมกันได้

ข้อควรระวัง: การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศภายนอก ทั้งอากาศร้อนไปเย็น ลมพัด พายุฝนฟ้าคะนอง หากใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม หนาเกินไปอาจทำให้เหงื่อออกง่ายเกิดเป็นความอับชื้นระคายเคือง เกิดอาการผดผื่นคัน ผื่นแพ้ตามร่มผ้าได้ง่าย การตากฝนตากแดดมากเกินไป อาจทำให้มีอาการเป็นหวัด หวัดแดด ฮีทสโตร์ก ได้หากไม่มีการดูแลป้องกันที่ดี ในบางสถานที่ที่เป็นป่า เป็นต้นไม้ อาจมีมด มีแมลงต่าง ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรำคาญ กัดต่อย เข้าตา ทำให้เกิดอาการเยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง แผลผิวหนังอักเสบได้

การดูแล: ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เช่น หมวก แว่นกันแดด ร่ม หรือเสื้อแขนยาวชนิดระบายอากาศไว้ผลัดเปลี่ยน  แนะนำเรื่องของการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการเว้นระยะห่างจากกัน อย่างน้อย 2-3 เมตร  หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอลล์ รวมถึงเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ผิวสัมผัสที่สัมผัสร่วมกันถ้าทำได้ ควรพกยาใช้ภายนอกที่จำเป็นเช่น ยาป้องกันยุง ยาป้องกันแมลง เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าการไปเที่ยวตามสถานที่จัดกิจกรรมแบบ Indoor หรือ Outdoor การใช้พื้นที่ในการนั่งพัก การเข้าแถวรอร่วมกิจกรรม หรือการใช้ห้องน้ำสาธารณะนั้น ก็ยังอาจมีความแออัด มีการสัมผัสกันโดยตรง ซึ่งเลี่ยงได้ยาก เช่น การรับประทานอาหารที่จัดให้เด็กๆ ตามสถานที่จัดกิจกรรมและการรับประทานอาหารตามร้านอาหารที่ไม่ได้เตรียมเอง ดังนั้น ผู้ปกครองควรดูแลดังต่อไปนี้

ข้อควรระวัง: เนื่องจากกิจกรรมวันเด็กในเดือนมกราคม เป็นช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ซึ่งมักมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โรต้าไวรัส โนโรไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วง ลำไส้อักเสบสามารถติดต่อกันได้ง่าย ระยะฟักตัวสั้น ทำให้เกิดอาการได้ตั้งแต่ คลื่นไส้อาเจียน ปวดมวนท้อง ท้องอืดไม่สบายท้อง ไปจนถึงถ่ายท้องเสีย รุนแรงจนเกิดอาการขาดน้ำเฉียบพลันได้

การดูแล: ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารส่วนตัวที่พกพาไปเอง เช่น ช้อนส้อม แก้วน้ำ ในเด็กเล็กควรพกพากระติกน้ำส่วนตัวไปด้วยจะดีที่สุด รวมไปถึงหากจำเป็นต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง ควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอลล์ทำความสะอาดมือทุกครั้ง ก่อนและหลังรับประทานอาหาร ขนม เครื่องดื่ม รวมไปถึงหมั่นล้างมือทำความสะอาด ก่อนและหลังการจับพื้นที่ผิวสัมผัสส่วมรวมที่ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

นอกจากการดูแลเรื่องสุขภาพร่างกาย การป้องกันโรคแล้ว การพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวให้ปลอดภัยนั้น ยังมีความจำเป็นต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่อึดอัด ระบายอากาศได้ดี เหมาะสมกับสภาพอากาศจึงเป็นการดีต่อเด็ก ผู้ปกครองจึงควรตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนเดินทางไปเที่ยวทุกครั้ง การติดป้าย ติด Tag หรือสายรัดข้อมือกันเด็กหาย ที่มีข้อมูลของผู้ปกครอง เบอร์โทรติดต่อฉุกเฉิน ระบุโรคประจำตัว จึงมีความจำเป็นเช่นกัน และไม่ควรลืมพกยาประจำตัวของเด็ก ที่มีโรคประจำตัว เช่น แพ้อาหาร โรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ติดตัวไปด้วยทุกครั้ง ไม่ควรให้เด็กใช้หรือพกพาของมีค่า เช่น โทรศัพท์ ไอแพด หรือเครื่องประดับติดตัว เพื่อความปลอดภัยของเด็กเอง

สุดท้ายคุณหมอขอให้ทุกครอบครัวที่วางแผนจะเดินทางไปเที่ยว ไปร่วมกิจกรรมวันเด็กนี้ มีช่วงเวลาที่มีความสุข สนุกสนาน และสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัย ทั้งนี้ แผนกสุขภาพเด็ก ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษา มาตรฐานการให้บริการ  ระบบการดูแลผู้ป่วยด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI (American Accreditation Commission International) ค.ศ. 2025, AACI Clinical Excellence Certification Maternity Services: ความเป็นเลิศด้านสตรีมีครรภ์ ค.ศ. 2025, ISO 7101:2023 – Health Care Organization Management และ ISO 9001:2015 – Quality Management Systems กรณีหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507 Line: @navavej

ท้องอืด ลมในท้อง อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล

ท้องอืด ลมในท้อง อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล

ท้องอืด ลมในท้อง อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คุณเป็นแบบนี้อยู่หรือไม่ ท้องอืด ลมในช่องท้องเยอะ  ท้องผูกเป็นประจำ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ตรวจหาโรคทางลำไส้ โรคในช่องท้อง หรือในช่องอกก็ปกติ แต่เมื่อไปตรวจทางกายภาพบำบัดพบว่า อาการเหล่านี้อาจเกิดจากโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุล

อาการที่กล่าวมาข้างต้นสัมพันธ์กับโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุลอย่างไร เพ็ญพิชชากร  แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี)  มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า  ช่องท้องของคนเราจะมีระบบประสาทที่มาควบคุมการทำงานแยกจากส่วนอื่น จนได้ชื่อว่าเป็น “สมองที่ 2” <Second Brain> ระบบประสาทนั้นชื่อว่า Enteric System เป็นการทำงานอยู่นอกเหนือการสั่งการด้วยสมอง เป็นส่วนของร่างกายที่มีการควบคุมการทำงานด้วยระบบประสาทอัตโนมัติ และอีกส่วนส่วนหนึ่งที่ผ่านเส้นประสาทสมอง <Cranial nerve> คู่ที่10 <Vagas nerve>  ซึ่งระบบประสาท Enteric System เป็นรากประสาทที่ออกมาจากแกนกลางกระดูกสันหลัง แล้วส่งกระแสประสาทผ่านไปกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้อง

ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากโครงสร้างร่างกาย หรือแนวกระดูกสันหลังของเรา ขาดความยืดหยุ่น มีการยึดติด ก็มักส่งผลถึงระบบการทำงานในช่องท้องได้ ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดการไหลเวียนของระบบประสาท หรือความตึงรั้งต่อเนื่องไปถึงผนังช่องท้อง เหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ในช่องท้องได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย ลมในท้องเยอะ จนไปถึงท้องผูก เมื่อมีปัญหาในช่องท้อง มักกระทบกับช่องอก ซึ่งจะมีกระบังลมคั่นอยู่ เมื่อลมเยอะ กระบังลมเคลื่อนตัวขึ้นลงได้ยาก อาจทำให้การขยายตัวของปอดถูกจำกัดลง ยิ่งมีภาวะกระดูกสันหลังยึดติดด้วย จะทำให้เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่มร่วมด้วย

การใช้ชีวิตประจำวันมักกระทบโดยตรงกับการทำงานของระบบร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เลือกรับประทาน ความเร่งรีบ อิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะการนั่งห่อตัว ซึ่งมีผลทำให้โครงสร้างร่างกายเสียสมดุล จำกัดการไหลเวียนในร่างกาย การทำงานในช่องอก และช่องท้อง จำกัดลง นานเข้าส่งผลเป็นความเครียดให้ร่างกาย และจิตใจโดยไม่รู้ตัว  สมดุลในการทำงานของระบบย่อยอาหารแปรปรวน เกิดภาวะผิดปกติของร่างกายดังกล่าวข้างต้นได้

การแก้ปัญหาอาการที่เป็น เริ่มต้นด้วยการขยัน ขยับตัว เคลื่อนไหวให้มาก นั่งต่อเนื่องนิ่งๆ ไม่เกิน 45 นาที เป็นอย่างมาก เพื่อให้ร่างกายได้มีการเคลื่อนไหว ขยับตัว กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของทุกระบบในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อทานอาหารเสร็จใหม่ ให้เดินสัก 10-15 นาที เพื่อช่วยการย่อยอาหาร  หากต้องนั่งต่อเนื่องควรยืดตัว บิดลำตัว เหยียดแขน หมุนไหล่ เตะขาเหยียดเข่าในท่านั่งเก้าอี้  ทำเรื่อยๆ เป็นช่วงๆ เพียงการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยเหล่านี้ แต่ทำบ่อย ก็สามารถส่งเสริมให้ร่างกายมีการไหลเวียนที่ดีได้  และช่วยปรับสมดุลการทำงานของอวัยวะภายในได้อีกด้วย

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (1)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี  เป็นที่ประจักษ์ (1)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (1)

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นเจ้าหญิงที่พสกนิกรชาวไทยต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี  โดยเฉพาะเรื่องแฟชั่น พระองค์ทรงได้รับการขนานนามว่าทรงเป็น “เจ้าหญิงดีไซเนอร์” ที่มีผลงานโดดเด่นด้านแฟชั่นบนเวทีระดับโลก รวมทั้งด้านศิลปะการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ ทรงเป็นต้นแบบของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเรื่องของการนำผ้าไทยมาออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความทันสมัย หรูหรางดงาม ซึ่งทรงสวมใส่ตามงานพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เป็นนิจ ด้วยทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และในขณะที่ยังทรงศึกษา พระองค์ทรงเคยแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นทรงออกแแบบครั้งแรก ในปารีส แฟชั่น วีค ทรงเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าของพระองค์เอง ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” อีกทั้ง ยังทรงได้รับรางวัลศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ) ด้วยพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบและผลงานเป็นที่ประจักษ์

ด้านแฟชั่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีแบรนด์เสื้อผ้าเครื่องประดับ “SIRIVANNAVARI” และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ ผลงานของพระองค์เคยไปจัดแสดงคอลเลคชั่นบนแคตวอล์กระดับโลกมาแล้ว อาทิ คอลเลคชั่น Spring & Summer 2007 ในงาน Paris Fashion Week 2007, งาน Paris Fashion Week 2008 ซึ่งผลงานเป็นที่ประจักษ์มีความโดดเด่น สร้างชื่อเสียงและความชื่นชมในพระปรีชาสามารถ นอกจากนี้ ยังทรงแสดงผลงานแฟชั่น Exhibition “Ethnic rock” ในงาน Russian Fashion Week ตุลาคม 2008

และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2561 ทรงเดินทางไปร่วมงานกาลาดินเนอร์ “L’Art et L’Âme de la Thaïlande”(ศิลปะและจิตวิญญาณไทย) ณ โรงแรม IntercontinentalParis Le Grand ในกรุงปารีส โดยงานนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการจัดขึ้นตามพระดำริเพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่านสายตามุมมอง คนรุ่นใหม่ด้านแฟชั่นรูปแบบผสมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าให้ทัดเทียมนานาประเทศ ดังที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ 9ทรงทำมาตลอดด้วยการยกระดับวงการทอผ้าไหมไทยให้เป็นผ้าที่สามารถนำไปประยุกต์ในวงการแฟชั่นต่างๆ ระดับโลกได้เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในถิ่นต่างๆ ของประเทศไทยโดยพระองค์หญิงทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมมัดหมี่ แบบประยุกต์ปักขนนกยูงทองจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI

เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยและประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านผ้าไหมไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงร่วมออกแบบชุดว่ายน้ำให้ 95 สาวงามผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาล ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ตามคำทูลเชิญของ พอลล่า เอ็ม ชูการ์ต ประธานองค์กรมิสยูนิเวิร์ส  นอกจากนี้ ได้ประทานชุดแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” ในคอลเลคชั่นทรงออกแบบพิเศษ โดยทรงตัดเย็บชุดราตรีจากผ้าไหมไทยด้วยพระองค์เองให้แก่ เดมี-ลีห์ เนล-ปีเตอร์สมิสยูนิเวิร์ส 2017 และ โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ได้สวมใส่

สำหรับคอลเลคชั่นทรงออกแบบ ออทั่ม-วินเทอร์ 2019/20 ครั้งแรก ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และ S’Homme   ที่ทรงนำเอาโครงเสื้อที่เป็นไอคอนของแบรนด์มาตีความใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์อันโมเดิร์นและโก้หรูของการเดินทางไปต่างประเทศในฤดูหนาว ทรงมีพระดำรัสว่า “คอลเลคชั่นนี้นับได้ว่าเป็นคอลเลคชั่นออทั่ม-วินเทอร์ครั้งแรกของSIRIVANNAVARI ซึ่งข้าพเจ้าตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการมิกซ์แมทช์ วิธีการสไตลิ่ง วิธีการเลเยอร์เสื้อผ้าหลายๆ ชิ้นทับกัน ให้ดูสวยงาม โมเดิร์น และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นสไตล์การแต่งตัวของข้าพเจ้าเวลาอยู่ต่างประเทศ ถึงแม้ว่าเมืองไทยจะไม่ได้มีอากาศหนาวมาก แต่ทุกวันนี้คนไทยก็เดินทางไปต่างประเทศในช่วงฤดูหนาวกันค่อนข้างเยอะ ข้าพเจ้าจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ SIRIVANNAVARI ต้องทำคอลเลคชั่นออทั่ม-วินเทอร์ ออกมาเพื่อให้คนไทยได้เห็นวิธีการสไตลิ่งเสื้อผ้าหน้าหนาวและได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าหน้าหนาวที่ทำจากฝีมือของคนไทยบ้าง”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ยังทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทยในปัจจุบันให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ อีกทั้ง ยังทรงนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย เสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดตัวหนังสือและทรงเสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ในโอกาสที่โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 (ไทย เท็กซ์ไทล์ เทรนด์ บุ๊ก สปริง/ซัมเมอร์ 2022)  ซึ่งทรงมีพระวินิจฉัยพิจารณาเนื้อหาต้นฉบับและพระราชทานคำแนะนำพร้อมทรงแก้ไขรายละเอียดต่างๆ  ทรงมีพระดำรัสว่า “แรงบันดาลใจในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ มาจาก “สมเด็จย่า” ซึ่งก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการที่พระองค์ทรงเป็นต้นแบบให้กับทุกคน ทรงเป็นองค์เริ่มต้นที่ริเริ่มการทำงานทั้งหมดและทรงดึงจิตวิญญาณของเอกลักษณ์ความเป็นไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

“ท่านหญิงทำเพื่อให้ทุกคนจดจำสมเด็จย่า รวมถึงทำอย่างไรให้งานของพระองค์ได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอดในสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาทั้งหมด และจะทำอย่างไรให้ผ้าไทย งานคราฟท์ไทยทั้งหมดไปสู่ความเป็นไทยที่มีความเป็นสากลและยั่งยืน ซึ่งตัวท่านหญิงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์จากวิชาชีพที่ได้เป็นอยู่ทุกวันนี้ และใช้วิชาชีพนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลที่จะต้องสานต่องานนี้ต่อไป และจากประสบการณ์ทำงานของท่านหญิง คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยน่าจะมีเทรนด์บุ๊กเป็นของตัวเอง มีเทรนด์เป็นของตัวเอง และเป็นหนังสือที่ไม่ควรฉาบฉวย เป็นหนังสือที่ควรอยู่ในห้องเรียน อยู่ในห้องสมุด เพราะเราควรรู้ว่าสีของประเทศไทยเป็นอย่างไร สิ่งทอของเราเป็นอย่างไร และเราสามารถประยุกต์ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเทรนด์บุ๊กเล่มนี้เทียบเท่าระดับสากลได้ ผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานไปสู่ระดับสากลได้”

อีกทั้ง  ยังทรงมีพระดำรัสว่า เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงงานตั้งแต่ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และได้เห็นวิธีการทรงงานของสมเด็จย่าที่พระราชทานคำแนะนำชาวบ้านในเรื่องของสีผ้า จึงทรงนำมาประยุกต์ใช้ในการทรงงานของพระองค์ด้วย  พร้อมกันนี้ ได้ทรงออกแบบลายมัดหมี่  ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ทุกลวดลายเปี่ยมไปด้วยความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึง Srivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย s จำนวน 10 แถว หมายถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternity Love เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน  ทรงมีพระดำรัสว่า “ข้าพเจ้า ได้มีโอกาสตามเสด็จ สมเด็จย่า สมเด็จพระพันปีหลวง มาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นท่านทรงงาน และรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่านในการอนุรักษ์ ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และสืบสาน ภูมิปัญญาไทย มาโดยตลอด เห็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ข้าพเจ้ามีความตั้งใจ ที่จะสืบสานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นำประสบการณ์การทำงาน การศึกษา เดินทางไปชมผ้าไทย และงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ตามภาคต่างๆ ทำให้เห็นผลงาน ที่สามารถ นำมาพัฒนา ให้ร่วมสมัย และเป็นสากลได้จากการค้นคว้า เก็บข้อมูล ลงพื้นที่จริง ข้าพเจ้าจึงได้ ออกแบบลายผ้ามัดหมี่ มอบให้ช่างทอผ้า เป็นของขวัญปีใหม่ โดยออกแบบลายให้มีความหมายถึงการส่งมอบความรัก ความสุข ให้ชาวไทยทุกคน เป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลายผ้า ออกแบบให้ร่วมสมัย ใช้ได้จริงในหลายโอกาส”

ด้วยทรงตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและคนในครอบครัว ควบคู่ไปกับการถนอมรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) เทรนด์ บุ๊ก THAI TEXTILES ด้วยพระองค์เอง และต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2023 เป็นเล่มที่ 3

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รับสั่งถึงแรงบันดาลใจที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการทำเทรนด์บุ๊กทั้ง 3 เล่มนี้ว่า ทรงตั้งพระทัยให้เทรนด์บุ๊กทั้ง 3 เล่ม เป็นตำราที่ไม่ว่าแฟชั่นดีไซเนอร์ นักเรียน นักศึกษาด้านแฟชั่น และศิลปะ ตลอดจนผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่น เป็นตำราไทยที่ให้องค์ความรู้เทียบเท่าตำราฝรั่งที่มีราคาสูง เป็นตำราที่ทุกคนเข้าถึงได้ เข้าใจง่าย เพียงแต่ต้องนำไปใช้ให้ถูก เมื่อใช้ให้ถูกก็จะไปได้ดี จะสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าอาชีพนี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่แฟชั่นระดับโลก จึงขอฝากหนังสือเล่มนี้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (2)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี  เป็นที่ประจักษ์ (2)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระอัจฉริยภาพที่หลากหลาย แฟชั่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี เป็นที่ประจักษ์ (2)

วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปี  “SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLOR” เบื้องหลังเส้นทางแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK   ทรงมีรับสั่งว่า “เริ่มต้นจากการไปร้านหนังสือต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นหนังสือแฟชั่นของแบรนด์ต่างๆ  จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง ข้าพเจ้าเคยมีความฝันไว้ว่าอยากมีหนังสือแฟชั่นเป็นของตัวเอง เป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของข้าพเจ้าและแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ รวมทั้งตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มอบโอกาสให้คนในวงการแฟชั่นรุ่นหลังๆ ได้ศึกษาเรียนรู้”

นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามภายในหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ที่ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยองค์เอง เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ ตั้งแต่ภาพสเก็ตช์ภาพการฟิตติ้งนางแบบ ภาพเบื้องหลังเวทีภาพถ่ายแคมเปญโฆษณา ภาพรันเวย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK อีกทั้ง ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่างๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน อาทิ บทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์และที่มาของสัญลักษณ์นกยูงหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชียอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์

ด้วยความที่พระองค์ทรงเริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในพระดำริของพระองค์หญิงคุณสมบัติของศิลปินที่ดีต้องประกอบไปด้วย “ศิลปินที่ดีต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นในงาน ตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ มีสปิริต มีการทำงานที่ต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีแพชชั่นในงาน ต้องรู้จริงในงานของตัวเอง รู้จักแก้ปัญหาและมีวินัย รวมทั้งต้องมีเทสต์ที่ดี และรู้เทสต์ของทั่วโลก ทุกวันนี้แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย แต่อย่างไร ก็ต้องชอบทักษะด้านงานฝีมือซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่เราจะสามารถบอกทีมงานให้ทำตามได้ อีกอย่างคือ ผู้ใหญ่สั่งมาอย่างไร สอนมาอย่างไร ต้องไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาสอนมา บุคคลที่เป็นแรงผลักดันพระองค์เดียวและทรงเป็นไอคอนของข้าพเจ้า ก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าทรงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ข้าพเจ้าทูลลาไปเรียนต่อด้านแฟชั่น ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน”

ด้วยความตั้งพระทัยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป และผู้ที่รักในแฟชั่น รวมทั้งส่งผ่านประสบการณ์ในวงการแฟชั่นที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 16 ปี ผ่านหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” องค์ดีไซเนอร์พระราชทานข้อคิดให้แก่บุคคลที่มองพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ว่า “อย่างแรกคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ใจชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเจอปัญหา หรือทุกข์เมื่อไหร่ แต่ทุกข์แล้วยังมีความสุข แสดงว่าเราชอบสิ่งนั้นจริง และต้องพร้อมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบ รู้จักยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญคือ ยึดความเป็น Identity (ตัวตน) และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง ทั้งสมอง มือ ใจ หรือแม้กระทั่งตาของตัวเอง เมื่อฝึกตัวเราแล้ว ก็จะสามารถชนะคู่แข่งได้ 

ด้านกีฬา นอกจากพระอัจฉริยภาพที่โดดเด่นในฐานะดีไซเนอร์แล้ว ยังทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาโดยทรงโปรดกีฬาแบดมินตัน และการขี่ม้า ทรงเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันตั้งแต่ทรงศึกษามัธยมศึกษาปีที่3 และทรงผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อพ.ศ.2548 และทรงคว้าเหรียญทองประเภททีมหญิง  อีกทั้ง ทรงร่วมเป็นนักก๊ฬาทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันในซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา และทรงคว้าเหรียญทองแดงจากประเภททีมหญิง

ขณะที่ กีฬาขี่ม้า พระองค์ทรงสนพระทัยตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ตามแบบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยทรงคว้าแชมป์ประเภท Dressage ในรายการ “ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012” และทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบหลักสูตรการขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส โดยพระองค์ทรงเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ทรงคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันศิลปะการบังคับม้า ประเภทบุคคล ทั้งนี้ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล Best Achievement Award ให้แก่พระองค์ด้วย

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำทีมชาติไทย คว้าเหรียญรางวัลมากที่สุดในการแข่งขันขี่ม้า “FEI Asian Championships Pattaya 2019” การแข่งขันขี่ม้าครั้งประวัติศาสตร์ในทวีปเอเชีย รายการ “FEI Asian ChampionshipsPattaya 2019” โดยสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ ทรงสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม นำทัพนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน Dressage ศิลปะบังคับม้า ประเภททีม ประเดิมชัยให้ทีมชาติไทยเป็นเหรียญแรก ซึ่งตลอดการแข่งขัน 8 วัน ทีมไทยทำผลงานยอดเยี่ยมสามารถกวาดเหรียญรางวัลได้มากที่สุด 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงินและ 1 เหรียญทองแดง

ด้านดนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีและสนพระทัยในด้านดนตรีไทยและดนตรีคลาสสิกมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยปัจจุบันทรงเป็นองค์อุปถัมภ์มูลนิธิรอยัลแบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า และ วงรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) หรือ RBSO ทั้งยังทรงพระนิพนธ์เพลงให้วงรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ถวายงานในแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีพ.ศ 2559 เป็นต้นมา และในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีพ.ศ.2562 มูลนิธิรอยัล แบงค์คอก ซิมโฟนี ออร์เคสตร้า ได้รับพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญบทเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ 4 บทเพลง จัดแสดงดนตรี “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X”ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 21-22 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงละครแห่งชาติ และล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565  มูลนิธิวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ได้จัดการแสดงคอนเสิร์ต “Royal Concert”  เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  70 พรรษา   ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ทอดพระเนตรการแสดง โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงเป็นผู้อำนวยการแสดงคอนเสิร์ต และบรรเลงบทเพลงพระนิพนธ์ของพระองค์

ด้านการอนุรักษ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนพระทัยในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางทะเล โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ ที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ณ หอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรืออ.เมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ทอดพระเนตรวีดิทัศน์สารคดีโครงการ พระราชทานพระราโชบายเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ทรงปล่อยปลาฉลามและเต่าทะเล ทอดพระเนตรนิทรรศการของหน่วยงานสนองพระดำริฯ ทอดพระเนตรการปล่อยเต่าทะเลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีจังหวัดสงขลา จังหวัดภูเก็ต ผ่านระบบการประชุมทางไกลวีดิทัศน์พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้สนองพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการดำเนินงานสนับสนุน “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา” โดยทรงมีความห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์ โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหนและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลไทย

สำหรับ “โครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา” ได้ดำเนินโครงการจำนวน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ 2.ด้านการอนุรักษ์ท้องทะเลไทยและแนวปะการัง ประกอบด้วย แผนงานจัดทำปะการังเทียม และแผนงานอนุรักษ์ท้องทะเล 3.ด้านการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกและประชาสัมพันธ์ ประกอบด้วย แผนงานเสริมสร้างจิตสำนึก และแผนงานประชาสัมพันธ์โครงการ

และในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 8 มกราคม 2566 ขอถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระชนม์ยิ่งยืนนาน  เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ตราบนานเท่านาน

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด และแบรนด์ร้านอาหารในเครือ บาร์บีคิวพลาซ่า นำโดย คุณเรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติองค์กร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด พร้อมด้วย นายรัฐธนินท์ เตชะไชยสิทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี, นายวิรัตน์ เศรษฐวิพัฒนชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์, นางสาวพูลทรัพย์ เทพนคร ประธานหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์  และพนักงานร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ร่วมกันลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 – 7 มกราคม 2569 เพื่อส่งมอบน้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น ให้แก่หน่วยทหารประจำพื้นที่ชายแดนและประชาชนที่พักพิงอยู่ในศูนย์อพยพ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมส่งกำลังใจ

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฟู้ดแพชชั่นในการเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และพนักงานในองค์กร เพื่อร่วมดูแลและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม

ฟู้ดแพชชั่น ยังคงยึดมั่นบทบาทของการเป็นองค์กรที่เติบโตเคียงข้างสังคม พร้อมสนับสนุนและส่งต่อพลังใจในทุกสถานการณ์ โดยเชื่อว่าพลังแห่งความร่วมมือและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนจะเป็นแรงสำคัญในการช่วยให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ‘เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์’ ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว 'เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์' ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

ทกจ.เชียงราย จัด Media FamTrip สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว ‘เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์’ ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพ

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.35 น.

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย (ทกจ.เชียงราย) จัดกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง บ้านศิลปินอาชีพเชียงราย (Chiangrai Life Artist Studio for Tourism) เส้นทางที่: 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ( Art & Lifestyle Journey ) ภายใต้โครงการ Life Artists ศิลปินศิลปาชีพสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 5-6 มกราคม 2569 โดยเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพ และพื้นที่ศิลปะสำคัญของจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (หัวหน้าโครงการ) กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Media FamTrip เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงบ้านศิลปินอาชีพเชียงราย Chiangrai Life Artist Studio for Tourism เส้นทางที่ 3 “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการยกระดับวิชาชีพชุมชนสู่ศิลปาชีพที่ทรงคุณค่า และเพิ่มมูลค่าสินค้าในชุมชน รวมถึงสร้างการรับรู้ พร้อมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างรายหมุนเวียงในจังหวัดเชียงรายเพิ่มมากขึ้น โดยเส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ประกอบด้วยจุดหมายเส้นทางที่หนึ่ง “ Daynin เดนิน “ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เกิดขึ้นจากความชอบและความตั้งใจที่สร้างสรรค์ การทำมือ ผ่านการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ต่ ภายใต้แนวความคิดและแรงบันดาลใจจากธรรม รวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงเลือกใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็นรูปทรง ลวดลาย สีของดิน และเคลือบ ที่แตกต่างกันออกไป สร้างเป็นชิ้นงานที่มีคุณค่า และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ต่อด้วยจุดหมายเส้นทางที่สอง “ ไม้หมอนฟาร์ม ” เป็นจุดที่แสดงผลงานรวมของกลุ่มศิลปินอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นนั้น สะท้อนตัวตนและเสน่ห์ท้องถิ่นอย่างมีเอกลักษณ์ ที่นี้ เราจะเน้นเรื่องปลุกฝั่งศิลปะให้กับเยาวชนในชุมขน และเด็กๆ ที่ชื่นชอบในศิลปะอีกด้วย

จุดหมายเส้นทางที่สาม Sahasawat Art Area “ สหัสวัต ปิติสิริอนันต์ ” อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นศิลปินที่ทำงานปั้น หรือทำงานแนวประติมากรรม โดยผลงานที่ผ่านมา มีหลากหลายแต่ที่จำขึ้นใจนั้นคือ การทำรูปปั้น จ่าแซม เด็กติดถ้ำ 13 คนที่ ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับโอกาสจากอาจารย์เฉลิมชัยให้เป็นหัวหน้าทีม และได้รับโอกาสต่อเนื่องจากอาจารย์เฉลิมชัย ล่าสุดได้ปั้นช้างสามเศียรให้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีกทั้งมองว่างานปั้นต่างจากรูปภาพคือ การปั้นเป็นสามมิติสามารถจับต้องได้จริง และมีความหลากหลายที่จะสื่อสารออกไป

จุดหมายเส้นทางที่สี่ “ บ้านศิลป์ ทนงศักดิ์ ” อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ศิลปินผู้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านลายเส้นและสีสัน ภายในบ้านศิลป์รวบรวมผลงาน จิตรกรรมที่สะท้อนวัฒนรรรม วิถีชีวิต และความงดงามแบบไทยได้อย่างลุ่มลึก เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสแรงบันดาลใจและเสน่ห์ ของงานศิลป์ร่วมสมัยในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองได้รับการต้อนรับจาก คุณทนงศักดิ์ ปากหวาน พร้อมนำคณะเยี่ยมชม แกลลอรี่ภาพวาด ศิลปะไทย ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความงาม และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมผ่านลายเส้นและสีสันอย่างประณีต ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์งานศิลป์ไทยแท้ๆ สร้างแรงบันดาลใจและชื่นชมเอกลักษณ์ความงามของชาติ

จากนั้น Media FamTrip ก็เดินทางถึงจุดหมายสุดท้ายของงานศิลปะในเส้นทาง “เยือนศิลป์ ถิ่นสายชิลล์ ” ครั้งนี้ เส้นทางศิลปินจุดที่ห้า Gumpor Art Studio อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยคุณผูกพันธ์ ไชยรัตน์ และคุณวรวิทย์ แสงทอง เยี่ยมชมผลงาน และร่วมทำกิจกรรม Workshop เพ้นท์ลวดลายต่างๆ ลงบนภาชนะ คาเฟ่และอาร์ตสตูดิโอ น่ารักๆในอำเภอแม่ลาว ยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินท้องถิ่น “กำปอ” ที่มีจุดเด่นในการถ่ายทอดมุมมองต่อชีวิต สังคม และธรรมชาติ ผ่านงานจิตรกรรม และประติมากรรม นอกจากงานศิลปะแล้ว Gumpor Art Studio ยังมีบริการห้องพัก ห้องอาหาร ไว้ค่อยบริการอีกด้วย

-(016)

อว. จับมือ ASU – SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

อว. จับมือ ASU - SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

อว. จับมือ ASU – SIA วางฐานกำลังคน ขับเคลื่อน Thailand Semiconductor Roadmap

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุม Thailand Semiconductor Roadmap Co-Design Workshop เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตรระดับชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันระดมความคิด นำทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทยจากระดับนโยบายสู่การดำเนินงานจริง 

ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในช่วงปิดการประชุมว่า เวิร์กช็อปครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มการทำงานจริง” ที่เชื่อมโยงนโยบาย ภาคอุตสาหกรรม และระบบอุดมศึกษาเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดย อว. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการบูรณาการผลลัพธ์จากเวทีนี้ไปสู่การกำหนดทิศทางเชิงนโยบายและการพัฒนากำลังคนในระยะต่อไป

“ความสำเร็จของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย จะเกิดขึ้นได้จากการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างนโยบาย ความต้องการของอุตสาหกรรม และการพัฒนากำลังคน ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของ อว. ในการทำให้ทั้งระบบขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน” 

ทั้งนี้ การประชุมยังได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคนโยบายกับภาคเอกชน และนำมุมมองด้านการลงทุนจริงมาประกอบการออกแบบ Roadmap เพื่อให้มาตรการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนากำลังคน และการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศสอดคล้องกันในเชิงโครงสร้าง

ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาเปิดงานว่า เซมิคอนดักเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) โดยการพัฒนากำลังคนเชิงลึกเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ 

ในส่วนของภาคการศึกษา รศ.ดร. ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ MUT National Semiconductor Training Center ระบุว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการแปลงยุทธศาสตร์ระดับชาติให้เป็นหลักสูตร และการฝึกอบรม สู่เส้นทางอาชีพที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมจริง โดยเน้นการพัฒนากำลังคนในสาขาที่ประเทศมีศักยภาพและความต้องการสูง พร้อมสร้างต้นแบบการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลได้ในระดับประเทศ 

ขณะที่ความร่วมมือระหว่างประเทศ นาย Jose Quiroga ผู้แทนจาก Arizona State University (ASU) สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงความร่วมมือกับประเทศไทยว่า เป็นการทำงานในลักษณะ “การร่วมออกแบบ” ในระดับระบบ ตั้งแต่นโยบาย การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึงการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและบริบทของประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกจากภาคอุตสาหกรรมโลก

ในเวทีนี้ ยังได้รับมุมมองจาก Semiconductor Industry Association (SIA) ซึ่งช่วยสะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และทักษะที่ตลาดโลกต้องการ เพื่อนำมาใช้ประกอบการออกแบบหลักสูตร การฝึกอบรม และระบบการพัฒนากำลังคนของไทยให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมจริง และสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ 

การประชุม Thailand Semiconductor Roadmap Co-Design Workshop ประกอบด้วยการนำเสนอทิศทางนโยบายระดับชาติ การแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมโลก และการอภิปรายกลุ่มย่อยใน 6 ประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนากำลังคน โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยผลลัพธ์จากเวทีนี้จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำ Thailand Semiconductor Roadmap และขับเคลื่อนสู่การดำเนินงานเชิงรูปธรรมในระยะต่อไป 

-(016)

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

TVH ร่วมงาน ‘New Year Mega Sale 2026’ ชูนวัตกรรมประกันภัย กระตุ้นเศรษฐกิจรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.16 น.

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณอมตวรรธน์ มั่นทน รองผู้จัดการสายงานขยายงาน เข้าร่วมงาน พาณิชย์ลดราคา “New Year Mega Sale 2026” ที่จัดโดย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 23–25 ธันวาคม 2568 เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด

ภายในงาน ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำเสนอ นวัตกรรมประกันภัยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ อาทิ ประกันรถเปิดปิด ไม่ขับไม่ต้องจ่ายค่าประกัน ช่วยประหยัดค่าเบี้ยสูงสุด 80% ,ประกันสุขภาพ Active Health ยิ่งออกกำลังกาย ยิ่งได้ส่วนลดค่าเบี้ยสูงสุด 40% และ ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด ที่ให้ความคุ้มครองยืดหยุ่น จัดการทริปได้เอง พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะภายในงานสูงสุด 20%  การเข้าร่วมงานครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของประกันภัยไทยวิวัฒน์ในการร่วมสนับสนุนนโยบายภาครัฐ พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

-(016)