คุณแหน : 5 มีนาคม 2569

คุณแหน : 5 มีนาคม 2569

คุณแหน : 5 มีนาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานงานคอนเสิร์ตเพลงรักชาติ “ดนตรีแห่งความจงรักภักดี ร้อยดวงใจน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” 7 มี.ค. 19.00 น. โดยมี อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการ จังหวัดนครปฐม, บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธ.กสิกรไทยและรองประธาน มูลนิธิรักษ์ป่าน่าน ในพระราชูปถัมภ์ฯ, คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย, สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์, ชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมรับเสด็จ 7 มี.ค. 19.00 น. ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร ม.มหิดล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม..

ll รักการเรียนรู้ไม่สิ้นสุด..ยินดีกับ ดร.” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น..

ll ขอแสดงความยินดีกับ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ที่ปรึกษาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับเลือกให้เป็นผู้รั้งตำแหน่งประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย วาระ พ.ศ.2569-2571..รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะกก. ร่วมยินดี..นับว่า คุณหมอฉันชาย เป็น ท่านที่ 2 ของมูลนิธิฯที่จะได้เป็นประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ในปี พ.ศ.2571-2573 นับเป็นเกียรติภูมิและความสามารถระดับสูงในการบริหารวิชาการแพทย์..

ll ถูกใจสำหรับที่รอคอยมา พล.อ.ภูดิศ-นาถนภา ทัตติยโชติ ชื่นใจที่สุดได้รับขวัญหลานแฝดชาย-หญิง Alan-Ari จิ้มลิ้มน่ารักจากครอบครัว ณัฐวัชต์-อภิศรา สุพรรณธะริดา เมื่อต้นเดือน ก.พ. ..

ll ยินดีกับ พีรวินท์ อธิประยูร ห้อง Gifted Math โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ลูกชายคนเก่งของ นพ.สุรพล-แววระวี อธิประยูร ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อคณะแพทยศาสตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2569 รอบที่ 1 แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) คุณตาคุณยาย ธัชชัย-แววตา อัมพรายน์ และเพื่อนๆ เตรียมต่อคิวรักษากับว่าที่คุณหมอ ในอนาคต..

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ศ.กิตติคุณ นายสัตวแพทย์พีระศักดิ์ จันทร์ประทีป 4-6 มี.ค. 18.30 น. อาคารพระครูประจักษ์ วัดธาตุทอง..พระราชทานเพลิงศพ 7 มี.ค.14.00 น. เมรุ 2..

ll ศาสนาจารย์ ดร.แพง ชินพงศ์ นายกสมาคมศิษย์วังหลัง-วัฒนา ฝากย้ำเรียนเชิญศิษย์เก่าร่วมแสดงมุทิตาจิตแด่คุณครูอาวุโสในงาน “บุรพาจารย์รำลึก 2569 : AI เสกได้ทุกสิ่ง แต่เก๋าจริงต้องครูเรา” โดยมี พัทนุช ซ้ายขวัญ เป็นประธานจัดงาน 7 มี.ค. 10.00 น. ห้องประชุมใหญ่ อาคารเอ็ดน่าโคลอนุสรณ์ รร.วัฒนาวิทยาลัย..ll

คุณแหน

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.45 น.

เรามักคุ้นเคยกับยาคีโม (Chemotherapy) หรือยาเคมีบำบัด ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยหลายรายมักกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่า “ยามุ่งเป้า”

นพ. อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)  ยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามะเร็งอย่างตรงจุด ออกฤทธิ์จำเพาะในการยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกตินั้นๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์

ยามุ่งเป้าใช้ในกลุ่มมะเร็งชนิดใดบ้าง : ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย จำเป็นต้องมีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เช่น การตรวจยีนหรือโปรตีนที่มีการกลายพันธุ์ โดยส่งชิ้นเนื้อมะเร็งตรวจ เพื่อให้ใช้ยาได้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย โดยมะเร็งที่สามารถรักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด มะเร็งตับ มะเร็งไต

ชนิดและการทำงานของยามุ่งเป้า : ปัจจุบันยามุ่งเป้ามี 2 รูปแบบ คือ: ยาเม็ดรับประทาน ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ชนิด Monoclonal Antibody แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับการรักษารูปแบบอื่น เช่น การฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น : อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ความดันโลหิตสูง อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ยามุ่งเป้า : ต้องตรวจยีนหรือโปรตีนก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าตรงกับกลไกของยา ไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลจากยา บางรายอาจตอบสนองไม่ดี หรือเกิดการดื้อยา ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง มีโอกาสดื้อยาได้เมื่อใช้ไปนานๆ ผลข้างเคียงยังคงมี แต่โดยทั่วไปน้อยกว่ายาเคมีบำบัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ควรตรวจสอบสิทธิ์การรักษาและประกันสุขภาพ ต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดและถ่ายภาพรังสีเป็นระยะ

“ยามุ่งเป้า” ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น และลดผลข้างเคียงลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้จะใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มียีนหรือโปรตีนผิดปกติ ตรงกับกลไกของยาเท่านั้น ดังนั้น การตรวจยีนก่อนเริ่มรักษา และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วย “ยามุ่งเป้า” สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่  ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล ชั้น 11 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร 02-836-9999 ต่อ *1901

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลย์กับการเกิดโรค

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลย์กับการเกิดโรค

แบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลย์กับการเกิดโรค

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

ในร่างกายของมนุษย์เรามีจุลินทรีย์และแบคทีเรียในลำไส้มากถึง 100 ล้านล้านตัว มีทั้งที่เป็นตัวดีและตัวไม่ดี แล้วรู้ไหมว่า ถ้าแบคทีเรียในลำไส้ไม่สมดุลย์จะสัมพันธ์กับการเกิดโรค แล้วจะมีโรคอะไรบ้าง

พญ.กฤดากร เกสรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) เผยว่า โดยส่วนใหญ่เมื่อถึงแบคทีเรียจะเน้นไปที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ประเภทโพรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งเป็นชนิดดี และประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) ซึ่งเป็นชนิดไม่ดี

ประเภทโพรไบโอติก (Probiotic)เป็นประเภทของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย โดยทั่วไปจะเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น อาจพบได้หลายที่ในระบบทางเดินอาหาร แต่พบได้มากที่สุดในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้โพรไบโอติก ยังเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของวิธีรักษาภาวะสุขภาพให้สมดุล เนื่องจากเป็นแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ที่ทำหน้าที่สร้างกรดแลกติก พร้อมยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรค และการย่อยอาหารของจุลินทรีย์ พร้อมส่งเสริมการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ของโพรไบโอติกคือ สร้างสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย รักษาและบรรเทาอาการโรคกระเพาะ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดอาการอักเสบและภูมิแพ้ของร่างกาย

ประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค (Pathogen) ในขณะเดียวกัน ลำไส้ใหญ่ของมนุษย์ยังมีแบคทีเรียชนิดที่ไม่ดีอยู่ด้วย โดยเป็นประเภทจุลินทรีย์ก่อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเผชิญกับโรคต่างๆ  เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคติดเชื้อจากอาหาร และโรคจากสารพิษที่เชื้อสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจมีอาการความรุนแรงได้ตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก หรืออาจคุกคามต่อชีวิตได้ จุลินทรีย์ก่อโรคนั้นเป็นได้ทั้งรา ไวรัส และปรสิต แต่ตัวที่เป็นสาเหตุสำคัญที่สุดคือ แบคทีเรีย ซึ่งเรารับเพิ่มเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหารนั่นเอง 

แบคทีเรียในลำไส้มีบทบาทอย่างมากต่อภาวะสุขภาพที่สมบูรณ์ ดังนั้น เมื่อไม่สามารถรักษาให้สมดุลได้อย่างที่ควรเป็น ร่างกายก็จะแสดงอาการป่วยออกมาผ่านภาวะและโรคต่างๆ ดังนี้

โรคลำไส้ใหญ่อักเสบจากการติดเชื้อ: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิต โดยสาเหตุที่พบบ่อยมักมาจากเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) และเชื้ออีโคไล (E.coli) ที่ปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำ

ภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล: เกิดจากการขาดสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ ซึ่งสัมพันธ์กับสมอง ส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรม รวมถึงการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุขที่ลำไส้ต่ำลง จึงไม่แปลกที่จะทำให้รู้สึกเศร้า เครียด และปวดท้องตามมา ทั้งยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมถอยเร็วกว่าวัยอันควร 

ภาวะอ้วน: เนื่องจากจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อระบบเผาผลาญพลังงาน ดังนั้นการปรับสมดุลโพรไบโอติก จึงมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากที่จะลดภาวะเสี่ยงจากการเป็นโรคอ้วน

โรคผิวหนัง: เกิดจากการรั่วซึมของสารพิษจากแบคทีเรียในลำไส้ เมื่อมีภาวะไม่สมดุลก็จะทำให้การดูดซึมและเผาผลาญไม่ดี ทำให้เกิดอาการอักเสบ ส่งผลต่อการเกิดโรคผิวหนัง สิว กลากเกลื้อน และภูมิแพ้ผิวหนังได้ อันจะนำไปสู่การเกิดริ้วรอย ผิวพรรณไม่สดใส แลดูแก่กว่าวัยได้

โรคมะเร็งลำไส้: แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่บางชนิดอย่างเชื้อฟิวโซแบคทีเรียม (Fusobacterium) และเชื้อโพรวิเดนเซีย (Providencia) ถือเป็นชนิดที่มีความเสี่ยงอย่างมากในการก่อให้เกิดเชื้อมะเร็งในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้การรับประทานเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย

นอกจากโรคและภาวะที่ยกตัวอย่างมา การขาดสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ยังส่งผลต่อความเสี่ยงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน รวมไปถึงโรคตับอีกด้วย

‘ฮาตาริ’ เดินหน้าฉลอง 35 ปี ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’

‘ฮาตาริ’ เดินหน้าฉลอง 35 ปี ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’

‘ฮาตาริ’ เดินหน้าฉลอง 35 ปี ‘ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ฮาตาริ ผู้นำอุตสาหกรรมพัดลมของประเทศไทย เดินหน้าฉลองครบรอบ 35 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวแคมเปญลุ้นโชค “ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข” ตอบแทนความไว้วางใจที่คนไทยมีต่อแบรนด์ฮาตาริตลอด 35 ปี เตรียมพัดของรางวัลคืนกำไรให้คนไทย แจกฉ่ำทุกเดือน ลุ้นรางวัลใหญ่ ทองคำแท่งหนัก 5 บาทในเดือนสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2569  

สองสาวผู้บริหาร ชัญญา และ ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด กล่าวร่วมกันว่า ในโอกาสครบรอบ 35 ปี ฮาตาริเดินหน้าภายใต้แนวคิด ‘ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’ เพื่อขอบคุณลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายทุกช่องทางให้เติบโตไปด้วยกัน ผ่านแคมเปญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งหน้าร้านและออนไลน์  ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ฮาตาริมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และนวัตกรรมที่เข้าใจวิถีชีวิตของคนไทย เราเชื่อว่าการเติบโตของแบรนด์ไม่ได้วัดเพียงยอดขาย แต่คือการสร้างคุณค่าและส่งต่อความสุขกลับสู่ลูกค้า คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมคืนกำไรครั้งใหญ่ ฮาตาริทุ่มงบกว่าพันล้านเพื่อขอบคุณผู้บริโภค โดยมีกติกา ดังนี้ ซื้อสินค้าฮาตาริในทุกช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ ครบทุก 500 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล พิเศษ! หากซื้อผ่านเว็บไซต์ฮาตาริ (www.hatari.co.th) รับ 2 สิทธิ์ ต่อทุกยอด 500 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ ลงทะเบียนผ่าน LINE Official Account ของ Hatari เพื่อสมัคร Cool Reward แล้วกรอกข้อมูลการติดต่อและอัปโหลดหลักฐานการซื้อ

สองสาวผู้บริหาร ชัญญา และ ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด 

สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล จะนับและใช้ได้เฉพาะภายในเดือนที่เกิดคำสั่งซื้อเท่านั้น ไม่สามารถโอน ยกยอด หรือสะสมไปยังเดือนถัดไปได้ ไม่จำกัดจำนวนสิทธิ์การร่วมสนุก ยิ่งซื้อมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสลุ้นรับโชคทุกเดือน และลุ้นรางวัลใหญ่ทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาท  1 รางวัล ในเดือนสุดท้ายของแคมเปญ

ประกาศรายชื่อผู้โชคดี ทุกวันที่ 15 ของเดือน เวลา 18:00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook Hatari Official Page โดยเริ่มประกาศครั้งแรกวันที่ 15 เมษายน 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และการประกาศผลผู้โชคดีประจำเดือน ในแคมเปญ “‘ฮาตาริ 35 ปี ส่งต่อความเย็น ส่งต่อความสุข’”  ได้ทาง Hatari Facebook Official

K-BAR บาร์ลับในป่าใหญ่ เปิดเพียงเดือนละครั้ง กับประสบการณ์ฮีลใจใน ‘Khao Yai Art Forest’

K-BAR บาร์ลับในป่าใหญ่ เปิดเพียงเดือนละครั้ง กับประสบการณ์ฮีลใจใน ‘Khao Yai Art Forest’

K-BAR บาร์ลับในป่าใหญ่ เปิดเพียงเดือนละครั้ง กับประสบการณ์ฮีลใจใน ‘Khao Yai Art Forest’

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

เปิดประสบการณ์ฮีลใจในหนึ่งวัน ณ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ (Khao Yai Art Forest) แลนด์มาร์กศิลปะร่วมสมัยใจกลางเขาใหญ่ ที่ก่อตั้งโดย  มาริษา เจียรวนนท์ เอาใจคนรักงานศิลป์ที่อยากฟินกับประสบการณ์ศิลปะระดับโลกท่ามกลางผืนป่า ดื่มด่ำกับ K-BAR บาร์ลับที่เปิดให้บริการเพียงเดือนละหนึ่งครั้ง ลิ้มลองอาหารจานสวยฝีมือเชฟที่มีประสบการณ์ในโรงแรม 5 ดาวมากว่า 20 ปี พร้อมบริการรถรับ-ส่งจากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์แบบ One day trip ในราคาสบายกระเป๋า

ท่ามกลางผืนป่าเขาใหญ่ มีบาร์ลับแห่งหนึ่งซึ่งเปิดให้บริการทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน (รอบถัดไป 14 มีนาคม 2569) K-BAR ซ่อนตัวอยู่ในเขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ที่รายล้อมด้วยผลงานศิลปะจัดวางแบบ site-specific ของ Elmgreen & Dragset คู่หูศิลปินร่วมสมัยระดับโลก ถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง “การเคลื่อนย้ายบริบท” อุทิศแด่ Martin Kippenberger ศิลปินชาวเยอรมันผู้ล่วงลับ โดยมีผลงานจิตรกรรม Untitled (1996) ของมาร์ตินเป็นหัวใจสำคัญของบาร์ ทุกแก้วที่ดื่มจึงเป็นบทสนทนาระหว่างศิลปะ ธรรมชาติ และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งทำให้หลายคนตกหลุมรัก

จากบาร์ลับในป่าใหญ่ คุณจะได้เพลิดเพลินกับการลิ้มลองคอร์สอาหารพิเศษหนึ่งเดียวในไทย “Bloom by Wuttisak Tasting Set” รังสรรค์โดย เชฟวุฒิ–วุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยร่วมสมัย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากพืชพรรณ ดอกไม้ และวัตถุดิบท้องถิ่น นำมาตีความใหม่สู่ “ศิลปะบนจานอาหาร” ที่ปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัสอย่างสมบูรณ์แบบ

ปิดท้ายวันด้วยการเสพงานศิลปะกลางแจ้ง และผลงานศิลปะชิ้นใหม่ที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก “Pulsus Vitae” โดยกลุ่มศิลปินฝรั่งเศส Scenocosme (Grégory Lasserre และ Anaïs met den Ancxt) งานอินเทอร์แอ็กทีฟที่ชวนให้ผู้ชมแนบหู โอบกอดต้นไม้ และฟัง “เสียงหัวใจ” ที่เต้นไปพร้อมผืนป่า เพื่อรับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และธรรมชาติ ผ่านประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและเงียบงาม

สัมผัสประสบการณ์ศิลปะฮีลใจไปกับ Khao Yai Art Forest  เปิดให้บริการวันพฤหัสบดี–ศุกร์ 12.30–18.00 น. / เสาร์–อาทิตย์ 10.00–18.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 17.30 น.) พิเศษ! บริการรถรับส่งไป–กลับในวันเดียว ให้บริการทุกวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ เวลา 10:00 น. เริ่มออกเดินทางจาก Bangkok Kunsthalle (บางกอก คุนส์ฮาเลอ) และขากลับจาก Khao Yai Art Forest เวลา 17:00 น. ค่าบริการ 500 บาท / ท่าน (ไป–กลับ) ราคานี้ไม่รวมบัตร Full Site Admission (จำกัดที่นั่ง)

สำรองที่นั่งล่วงหน้า: Khao Yai Art Forest  ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่: https://www.facebook.com/profile.php?id=61569868164323 

Modernform เปิดตัวแคมเปญ ‘The Way She Works’ เมื่อ ‘พื้นที่ทำงาน’ มีผลต่อความสำเร็จของผู้หญิงทำงานยุคใหม่

Modernform เปิดตัวแคมเปญ ‘The Way She Works’ เมื่อ ‘พื้นที่ทำงาน’ มีผลต่อความสำเร็จของผู้หญิงทำงานยุคใหม่

Modernform เปิดตัวแคมเปญ ‘The Way She Works’ เมื่อ ‘พื้นที่ทำงาน’ มีผลต่อความสำเร็จของผู้หญิงทำงานยุคใหม่

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

ในวันที่ผู้หญิงมีบทบาทในโลกธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ “ใครเป็นผู้นำ” แต่คือ “พื้นที่แบบไหน ที่ทำให้ผู้นำเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ”

Modernform ในฐานะแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สำนักงานชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “The Way She Works”  ในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม หรือ  International Women’s Day เพื่อชวนทุกคนเปิดรับมุมมองความสำเร็จ ผ่านความสัมพันธ์ระหว่าง “พื้นที่ทำงาน” วิธีคิด และพลังการทำงานของผู้นำหญิงไทยยุคใหม่

เอย – ภัทศา อัตตนนท์ 

พื้นที่ที่ดี สร้างแรงบันดาลใจที่เป็นจริงได้

ตลอดกว่า 40 ปี Modernform ได้ทำงานร่วมกับองค์กรไทยหลากหลายวงการ และเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกการทำงาน โดยเฉพาะบทบาทของผู้หญิงที่เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนองค์กรเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะในสายครีเอทีฟ แบรนด์ แฟชั่น หรือธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Purpose

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือ “วิธีคิด” และ “พลังในการทำงาน” ที่แตกต่าง Modernform เชื่อว่า พื้นที่ที่ดี ไม่ได้มีผลแค่กับความสวยงาม แต่ยังส่งผลต่อพลัง ความคิด และผลลัพธ์ของทั้งทีม แนวคิดนี้สะท้อน Brand Idea ของเรา“Your Modern Aspiration”  ที่เชื่อว่าทุกแรงบันดาลใจ เป็นจริงได้ในแบบคุณ

บุ๋ม – บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์

 4 ผู้หญิงรุ่นใหม่ 4 มุมมอง ชีวิตการทำงาน

แคมเปญนี้รวบรวมเรื่องราวของ 4 ผู้หญิงทำงานรุ่นใหม่ที่มีวิธีการทำงานและรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน เริ่มจาก เอย – ภัทศา อัตตนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จงรักดี จำกัด หัวเรือใหญ่เบื้องหลังแคมเปญโปรโมตซีรีส์ Squid Game อย่าง “โกโกวาใหญ่ที่สุดในโลก” และแคมเปญสุดยิ่งใหญ่มากมาย เธอเชื่อว่า “ผู้นำที่ดี ต้องรักษาพลังของคนในทีม” Workspace จึงต้องเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเป็นตัวเองได้เต็มที่

บุ๋ม – บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์  นักการตลาดมือทอง และเป็นนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือ #TheExtraordinar  เธอเชื่อว่า “ธุรกิจที่มีหัวใจ จะเติบโตในหัวใจผู้คน” การลงมือทำจริง และเข้าใจคน คือหัวใจของทีมที่แข็งแรง  

พลอย – หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ นักออกแบบตกแต่งภายใน และ Co-Founder จาก PHTAA living design เธอมองว่า “ดีไซน์พื้นที่ คือการปลดล็อกศักยภาพของคน” Space ที่ดีต้องยืดหยุ่น และรองรับการทำงานหลายรูปแบบขณะที่

แพง – รยา วรรณภิญโญ Co-founder ผู้ก่อตั้งแบรนด์ GENTLEWOMAN เธอเชื่อว่า “อย่าสร้างตามเทรนด์ ต้องสร้างในแบบของตัวเอง” พื้นที่ทำงานจึงต้องสะท้อนตัวตนและวัฒนธรรมของแบรนด์

แม้ทั้ง 4 คนจะมีมุมมองต่างกัน แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า พื้นที่ที่เราอยู่ทุกวัน มีผลต่อพลัง ความคิด และความสำเร็จในการทำงาน

พลอย – หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ 

จากแคมเปญสู่บทบาทผู้นำทางความคิดด้าน Workspace

“The Way She Works” ไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาล แต่เป็นการตอกย้ำจุดยืนของ Modernform ในฐานะแบรนด์ที่เชื่อว่า Workspace ที่ดี คือพื้นฐานสำคัญของการเติบโตของผู้คนและองค์กร มุ่งเป็นมากกว่าการเป็นแค่ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นผู้นำทางความคิด (Thought Leader) ด้านการออกแบบและพัฒนาพื้นที่ทำงาน ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมการทำงานยุคใหม่ ทั้งในมิติของประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน

ถ่ายทอดแนวคิดสู่ประสบการณ์การใช้งานจริง

เพื่อสะท้อนแนวคิดดังกล่าวสู่การใช้งานจริง แคมเปญนี้ยังเชื่อมโยงกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ “Steelcase Karman High Back” เก้าอี้ผู้บริหารยุคใหม่ ดีไซน์ทันสมัย ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานที่ยาวนาน และเสริมประสบการณ์การนั่งทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แพง – รยา วรรณภิญโญ

Modernform ยังคงมุ่งพัฒนาแนวคิดและโซลูชันที่ช่วยยกระดับพื้นที่ทำงานขององค์กรไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่า เมื่อพื้นที่สามารถสนับสนุนศักยภาพของผู้คนได้อย่างแท้จริง แรงบันดาลใจและความสำเร็จก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน และนั่นคือความหมายของ Your Modern Aspiration ในแบบฉบับของโมเดอร์นฟอร์ม

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

‘น้ำดื่มไม่สะอาด’ เสี่ยงท้องร่วง-อาเจียน อาจสะสมเป็นมะเร็ง

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หน้าร้อน สิ่งที่ต้องระวังคือ  น้ำที่เราดื่มกันอยู่ทุกวัน แม้จะดูสะอาดมากพอ แต่อาจไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด เพราะอาจมีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ ส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา ทั้งท้องร่วง อาเจียน หรืออาจสะสมในร่างกายจนกลายเป็นโรคร้ายในระยะยาว เพื่อให้เข้าใจถึงความอันตรายของการดื่มน้ำไม่สะอาด

พญ. สาวินี จิริยะสิน

พญ. สาวินี จิริยะสิน แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต พาไปสำรวจทุกแง่มุมที่ทำให้เราดื่มน้ำได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิม

น้ำดื่มที่ไม่สะอาดเป็นแบบไหน

น้ำดื่มไม่สะอาด คือ น้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคหรือสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งอาจพบได้จากทุกแหล่งน้ำที่นิยมนำมาบริโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำบรรจุขวด น้ำบ่อ น้ำฝน น้ำประปา ไปจนถึงน้ำที่กรองด้วยอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเก็บไว้ในภาชนะที่ไม่สะอาด ทำให้น้ำเหล่านี้อาจมีเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต ที่แฝงตัวอยู่ในน้ำและมองไม่เห็นด้วยตา นอกจากนี้ ยังอาจปนเปื้อนสารเคมีจำพวกโลหะหนัก ซึ่งส่วนมากมักปนเปื้อนมาจากสิ่งแวดล้อมหรือภาชนะที่ใช้เก็บน้ำ  

“หนึ่งในสิ่งที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพของน้ำคือ โคลิฟอร์มแบคทีเรีย เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่พบในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำสะอาดหรือไม่ เพราะหากพบโคลิฟอร์มในน้ำ แสดงว่าแหล่งน้ำนั้นอาจปนเปื้อนของเสียจากอุจจาระ และอาจนำมาพร้อมกับเชื้อโรคชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอันตราย”  พญ. สาวินี กล่าว

อันตรายดื่มน้ำไม่สะอาด นานไปอาจก่อมะเร็ง

การดื่มน้ำที่ไม่สะอาดส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในระยะสั้นมักเกิดจากการได้รับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในน้ำ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอและอี แบคทีเรียอหิวา แบคทีเรียไทฟอยด์ แบคทีเรียบิดไม่มีตัว และแบคทีเรียแกรมลบอื่น ๆ หรือโปรโตซัวจำพวกอะมีบา ซึ่งมักทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน ตัวและตาเหลือง และมีไข้ ส่วนในระยะยาวมักเกิดจากการได้รับสารเคมีที่ตกค้างในน้ำ เช่น ตะกั่ว สารหนู และสารเคมีตลอดกาลในกลุ่ม PFAS ซึ่งสามารถสะสมในร่างกายได้เป็นเวลานาน ส่งผลต่อการทำงานของตับ ไต และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ไขมันในเลือดสูง มะเร็งไต มะเร็งเต้านม และมะเร็งอัณฑะ

“กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังให้ดีคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เนื่องจากร่างกายของกลุ่มเหล่านี้มักไม่สามารถต้านเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ เด็กอาจสูญเสียน้ำจากอาการท้องเสียได้เร็ว ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรังอาจเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนที่ฟื้นตัวยากกว่า” พญ. สาวินี  อธิบาย

วิธีเตรียมน้ำดื่มให้สะอาด เพราะแค่ “ใส” อาจไม่ปลอดภัย

การหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด เริ่มต้นจากความเข้าใจ “น้ำใส” ไม่ได้หมายความว่า “ปลอดภัย” เสมอไป เพราะอาจยังมีเชื้อโรคหรือสารเคมีที่มองไม่เห็นปนเปื้อนอยู่ โดยหากเลือกใช้น้ำจากแหล่งทั่วไป เช่น น้ำประปา น้ำบ่อ หรือน้ำฝน ต้องเลือกน้ำที่ใส ไม่ขุ่น ไม่มีสีหรือกลิ่นผิดปกติ และเก็บในภาชนะที่สะอาด ปิดมิดชิด จากนั้นควรผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม เช่น ต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 1 นาที เพื่อกำจัดไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต หรือเลือกใช้เครื่องกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ Reverse Osmosis (RO) หรือ ระบบแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งสามารถกรองเชื้อโรคและโลหะหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การเลือกน้ำดื่มที่สะอาดดูเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วคือรากฐานของสุขภาพที่ดีในทุกวัน เพราะเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนเล็กน้อยในน้ำก็อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้นเราควรใส่ใจตั้งแต่การเลือกแหล่งน้ำที่มั่นใจว่าสะอาด และนำมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อให้ดีก่อนจะดื่มทุกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทุกแก้วที่เราดื่มนั้นปลอดภัยจริง ๆ” พญ.สาวินี   กล่าวทิ้งท้าย

หากมีข้อสังสัยสามารถของรับคำปรึกษาและนัดหมายแพทย์ ได้ที่ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต เวลาทำการ 08:00 – 20:00 น. โทร. 02-079-0054 หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือใช้บริการปรึกษาหมอออนไลน์

ไวรัสตับอักเสบ ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนเกิด มะเร็งตับ

ไวรัสตับอักเสบ ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนเกิด มะเร็งตับ

ไวรัสตับอักเสบ ปล่อยไว้นาน อาจลุกลามจนเกิด มะเร็งตับ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ไวรัสตับอักเสบ (Viral Hepatitis) คือการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เซลล์ตับอักเสบและถูกทำลาย มีทั้งติดเชื้อฉับพลันและเรื้อรัง หากไม่รักษาอาจนำไปสู่ ภาวะตับวาย ตับแข็ง หรือ มะเร็งตับ ได้ โดยมีเชื้อไวรัส 5ชนิด ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบ A, B, C, D และ E โรคนี้มักมีอาการไม่ชัดเจน หรือมีอาการน้อยทำให้หลายคนไม่รู้ตัว จึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

แพทย์หญิงศศิพิมพ์ จามิกร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบที่ทุกคนควรรู้  พร้อมแนวทางการป้องกันและรักษา 

แพทย์หญิงศศิพิมพ์ จามิกร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชั่นแนล

ชนิดของไวรัสตับอักเสบ

ชนิดของไวรัสตับอักเสบแบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่ A, B, C, D และ E ซึ่งแต่ละชนิดมีวิธีการติดต่อ ความรุนแรง และแนวทางป้องกันที่แตกต่างกันดังนี้

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) การติดต่อ : อาหารและน้ำปนเปื้อน, สัมผัสอุจจาระของผู้ป่วย

 ความรุนแรง : ไม่เรื้อรัง ส่วนใหญ่หายได้เอง

อาการระวัง : ไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง การป้องกัน : ดื่มน้ำต้มสุก อาหารปรุงสุก ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ฉีดวัคซีนได้ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)

การติดต่อ :  เลือดและสารคัดหลั่ง เช่น เพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน, การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เช่น ผู้ใช้ยาเสพติด, บุคลากรแพทย์ถูกเข็มตำมือ, การติดเชื้อจาก แม่สู่ลูก มีโอกาสพบบ่อยมากที่สุด

ความรุนแรง : ติดเชื้อฉับพลันจนตับอักเสบรุนแรง และอาจเรื้อรัง เสี่ยงตับแข็ง มะเร็งตับ

การป้องกัน : วัคซีนป้องกันไวรัสบี ฉีดให้ทารกแรกเกิดทุกราย ช่วยลดการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C)

การติดต่อ : เลือดเป็นหลัก เช่น เข็มร่วม ใช้อุปกรณ์สัก เจาะที่ไม่ปลอดภัย

ความรุนแรง : พัฒนาเป็นเรื้อรังได้สูง เสี่ยงตับแข็งและมะเร็งตับ

การรักษา : ปัจจุบันมียารักษารูปแบบรับประทานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถหายขาดได้

การป้องกัน : ยังไม่มีวัคซีน ต้องเลี่ยงความเสี่ยงโดยตรง

ไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitis D)

การติดต่อ : ผ่านเลือด และเกิดร่วมกับไวรัสบีเท่านั้น

ความรุนแรง : ทำให้โรคตับอักเสบบีรุนแรงขึ้นมาก ตับแข็ง มะเร็งตับ

การป้องกัน : ฉีดวัคซีนไวรัสบี ป้องกันไวรัสดีได้เช่นกัน

ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E)

การติดต่อ : รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะเนื้อหมู หอย หรือน้ำดื่มไม่สะอาด

ความรุนแรง : ไข้สูง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่หายเอง แต่ใน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ อาจตับอักเสบรุนแรงได้

การป้องกัน : สุขอนามัยอาหารและน้ำดื่ม กินเนื้อหมูสุก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ คันตามผิวหนังเรื้อรัง

ใครบ้างควรตรวจไวรัสตับอักเสบ?

ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง หากคุณมีความเสี่ยงเหล่านี้ มีค่าตับผิดปกติ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ใช้ยาเสพติดทางเข็ม หรือสักเจาะตามร้านที่ไม่ปลอดภัย ใช้เลือดหรือผลิตภัณฑ์เลือด บุคลากรทางการแพทย์ หญิงตั้งครรภ์ หรือมีคนในครอบครัวเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือไวรัสตับอักเสบซี

แนวทางการรักษาไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิด

การรักษาไวรัสตับอักเสบขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส ระดับความรุนแรงของการอักเสบของตับ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้

การรักษาไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) :: ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะทาง ส่วนใหญ่ อาการจะดีขึ้นได้เอง โดยเน้นพักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ และติดตามการทำงานของตับ อาการมักหายภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงเดือน

การรักษาไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) :: หากเป็นเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจหายเองได้ หรือจำเป็นต้องได้รับยารักษา แต่ถ้าเป็นเรื้อรัง แพทย์อาจให้ ยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมปริมาณเชื้อ ลดการอักเสบของตับ ต้องติดตามค่าตับและปริมาณเชื้ออย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันตับแข็งและมะเร็งตับ ผู้ที่เป็นพาหะ (Carrier) จำเป็นต้องตรวจติดตามสม่ำเสมอ แม้จะไม่มีอาการ

การรักษาไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) :: จจุบันมี ยาต้านไวรัสชนิด DAAs ที่ให้ผลการรักษาสูงมาก มีโอกาสหายขาดมากกว่า 95% หากเริ่มรักษาเร็ว และควบคุมปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งรักษาได้ผลดี และลดความเสี่ยงตับแข็ง มะเร็งตับ

การรักษาไวรัสตับอักเสบดี (Hepatitis D) :: ต้องรักษาควบคู่กับไวรัสบี เนื่องจากเชื้อดีจะพบเฉพาะในผู้ที่ติดเชื้อบีมาก่อน จึงต้องดูแลโดย แพทย์ชำนาญการด้านโรคตับ อย่างใกล้ชิด

การรักษาไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E) :: คล้ายกับไวรัสเอ คือเน้นรักษาตามอาการ ในผู้ป่วยตั้งครรภ์ ไตวายเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจเป็นรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบ

ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอับเสบบีตามแพทย์แนะนำ, ป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์, ใช้อุปกรณ์เข็มฉีดยาที่ปลอดภัย ไม่ใช้ร่วมกัน, เลือกกินอาหารสุก น้ำสะอาด,ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เมื่อคนหูหนวกไปเยี่ยมคนป่วย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เมื่อคนหูหนวกไปเยี่ยมคนป่วย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ เมื่อคนหูหนวกไปเยี่ยมคนป่วย

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                 กาลครั้งหนึ่ง  ที่ประเทศเปอร์เซีย   มีคนหูหนวกคนหนึ่ง ได้ข่าวว่าเพื่อนสนิทของเขาล้มป่วยหนัก แม้ว่าเขาจะเป็นคนหูหนวกที่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย แต่คิดว่าตามมารยาทแล้ว เขาควรจะไปเยี่ยมเพื่อนที่บ้านเพื่อแสดงความห่วงใย

                 เขากังวลว่า “ฉันเป็นคนหูหนวก ถ้าเขาพูดอะไรมา  ฉันคงไม่ได้ยิน แล้วจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร?” 

                 แต่แล้วคนหูหนวก ก็คิดแผนการอันชาญฉลาดขึ้นมาได้  โดยตัดสินใจว่าเขาจะ “คาดเดา” คำตอบล่วงหน้า โดยประเมินจากบทสนทนาปกติที่คนเยี่ยมไข้คุยกัน

                 คนหูหนวกวางแผนในหัวไว้ดังนี้:

คำถาม:  “เป็นอย่างไรบ้าง?”… คำตอบที่คาดไว้: “ดีขึ้นแล้ว” หรือ “สบายดี”

                 เขาจะตอบว่า: ”  ดีจริงๆ  ยินดีด้วยนะ”

คำถาม: “กินอะไรเป็นอาหารล่ะ?” คำตอบที่คาดไว้: “ข้าวต้ม” หรือ “อาหารอ่อนๆ”

                 เขาจะตอบว่า: “ดีมากเลย ของแบบนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก กินเข้าไปเยอะๆ ทุกวันนะ”

คำถาม: “หมอพวกไหนมาดูแลล่ะ?”  คำตอบที่คาดไว้: “หมอชื่อ…”

เขาจะตอบว่า: “พวกนี้ฝีมือเยี่ยมจริงๆ! อีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย”

เมื่อเตรียมการเสร็จ   ชายหูหนวกก็รีบเดินทางไปยังบ้านของเพื่อนด้วยความมั่นใจ

                 เมื่อไปถึงที่เตียงผู้ป่วย เพื่อนคนนั้นกำลังเจ็บปวดอย่างรุนแรงและอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย

ชายหูหนวกถาม: “รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
เพื่อน (ตอบด้วยความหงุดหงิด): “ฉันป่วยหนักมาก กำลังจะตายอยู่แล้ว!”
ชายหูหนวก (ยิ้มแย้ม): “ดีจริงๆ    ยินดีด้วยนะ “

เพื่อนถึงกับอึ้งและโกรธจัด แต่ชายหูหนวกไม่รู้เรื่อง เขาถามต่อตามแผน

ชายหูหนวกถาม: “แล้วกินอะไรเป็นอาหารล่ะ?”
เพื่อนบ้าน (ตะคอก): “กินยาพิษน่ะสิ!”
ชายหูหนวก (พยักหน้า): “ดีมากเลย สิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก กินเข้าไปเยอะๆ ทุกวันนะ”

เพื่อนโกรธจนตัวสั่น    แล้วชายหูหนวก พูดด้วยคำถามสุดท้าย

ชายหูหนวกถาม: “แล้วหมอคนไหนมาดูแลเพื่อนล่ะ?”
เพื่อนบ้าน (ตะโกน): “มัจจุราช และยมพบาล น่ะสิที่มาหาข้า!”
ชายหูหนวก (ยิ้ม): “พวกนี้ฝีมือเยี่ยมจริงๆ! อีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย”

              ชายหูหนวกเดินออกจากบ้านมาด้วยความอิ่มเอมใจ คิดว่าตนเองได้ทำหน้าที่เพื่อนบ้านที่ดีและปลอบประโลมผู้ป่วยได้อย่างยอดเยี่ยม   ในขณะที่เพื่อนบ้านที่ป่วยแทบจะกระโดดลงจากเตียงคนไข้   มาทำร้ายเขาด้วยความแค้น

              การกระทำของชายหูหนวก เป็นความพยายามทำความดี  (เวยยาวัจจมัย)ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ ในพุทธศาสนา  แต่เพราะ ความประมาทไม่รอบคอบ ทำให้เกิดผลในทางกลับกัน

              นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  “การทำความดี หรือประสงค์ดีอย่างไม่รอบคอบ  หรือคิดเอาเอง   หรือ คิดแต่งเรื่องขึ้นเอง    อาจจะเป็นการทำร้าย     ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดหรือโกรธแค้นได้”  

              เรียบเรียงจากนิทานโบราณของเปอร์เซียโบราณหลายร้อยปี   เรื่อง  เมื่อชายหูหนวกไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วย The Deaf Man Visiting a Sick Neighbor  โดย รูมิ Rumi

คุณแหน : 4 มีนาคม 2569

คุณแหน : 4 มีนาคม 2569

คุณแหน : 4 มีนาคม 2569

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ธนียา นัยพินิจ ผวจ.พิจิตร เป็นประธานเปิดงานนมัสการหลวงพ่อเพชรและสมโภชเมืองพิจิตร ประจำปี 2569 พร้อมนำทุกภาคส่วนถวายพานบัวพุทธบูชาหน้าองค์หลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวพิจิตร..
  • วิทยา ผิวผ่อง เป็นประธานพิธีงานวิชาการ SIBA EXPO 2026 “จากห้องเรียน…สู่การลงมือปฏิบัติจริง” เพื่อแสดงศักยภาพและงานประกาศรางวัลเชิดชูเกียรติชาว SIBA ประจำปีการศึกษา 2569 ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ในพระอุปถัมภ์ฯ โดยมี พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ ให้การต้อนรับ..
  • ช่วงนี้เพื่อนๆตาร้อนที่ จีรานุช ภิรมย์ภักดี ได้ไปทริปเรือสำราญสำรวจขั้วโลกสุดหรู Le Commandant Charcot เป็นเวลา 5 อาทิตย์..
  • ยินดีกับ รุ่งโรจน์ แจ่มพิทยากรณ์, รศ.ดร.ชโยดม สรรพศรี, สุลักขณา ธรรมานุสติ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน..
  • สภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร มีมติเป็นเอกฉันท์เลือก ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล เป็นประธานต่ออีกสมัย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดปี 2569–2571..
  • กนกวิภา วิริยประไพกิจ พร้อม ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์ ร่วมต้อนรับ ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนในหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 9 มาศึกษาดูงานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาองค์กร ณ บจ.สตรีม ไอ.ที. คอนซัลติ้ง..
  • รับเทศกาลปีใหม่จีนอิ่มทั้งบุญและอิ่มท้อง จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ นัดเพื่อนๆกลุ่ม Klein วบส.2 นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ดร.ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์, รศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, นฤมล บุญสนอง  ไปไหว้พระไหว้เจ้า ณ วัดมังกรฯ และไปกินอาหารจีนอร่อยๆ ที่เซียงปิงเหลา รร.แกรนด์ไชน่า แถมแวะไปชม หลุยส์ วิตตอง โฮเทล แบงค็อก อีกด้วย..
  • ดร.นิพนธ์ นาชิน ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นของ บจ.อัลฟ่าเซค (ALPHASEC) ได้รับรองมาตรฐาน ISO/IEC 29110 ซึ่งเป็นมาตรฐานเรื่องกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพและเป็นระบบ..
  • ดนัย นาคประเสริฐ, ภก.อภิชาติ ปฎิโภคสุทธิ์, สมศักดิ์ สัจยากร พร้อมเพื่อนๆ BCC รุ่น126 ไปร่วมงานอาลัยในงานฌาปนกิจเพื่อนร่วมรุ่น อภิณัณณ์ คงสมบูรณ์เวช..
  • สุมิตรา หงษ์จินตกุล บริจาคเงิน สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี มาลี สังวาลย์เล็ก รับมอบ..
  • โครงการธรรมศาสตร์ทูเกตเตอร์ โดย บจ.ทียู ทูเก็ตเตอร์ ร่วมกับ เหวินปิง เซี่ยว ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ รุ่นที่ 6 มอบเงินบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ของ รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมี รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย รับมอบ..
  • สวด กัลยา อนันตมงคล มารดา บัณฑิต อนันตมงคล ศาลา 13 วัดชลประทานรังสฤษฎ์ 27 ก.พ.-4 มี.ค.19.00 น.(3 มี.ค.งด) ฌาปนกิจ 5 มี.ค.10.00 น..

น้องใหม่