ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดทริปเลี้ยงต้อนรับอธิการบดี ม.บอสตัน

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดทริปเลี้ยงต้อนรับอธิการบดี ม.บอสตัน

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดทริปเลี้ยงต้อนรับอธิการบดี ม.บอสตัน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

 ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ กรรมการบริหารระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยบอสตัน จัดทริปวิชาการ ท่องเที่ยว พร้อมงานเลี้ยงต้อนรับ ดร.เมลิสซา แอล. กิลเลียม (Dr. Melissa L. Gilliam) อธิการบดีมหาวิทยาลัยบอสตัน ในโอกาสเดินทางมาประชุมวิชาการในประเทศไทย ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ มหากิจศิริ เรสซิเดนซ์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ กรุงเทพมหานคร

ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร, มิเคเล ชีเลอร์, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ดร. เมลิสซา แอล. กิลเลียม, สุวิมล- ประยุทธ มหากิจศิริ, ปรียามล ธนวิสุทธิ์ และจิตรดี พูลวรลักษณ์

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มหาวิทยาลัยบอสตันเล็งเห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่กรรมการบริหารระหว่างประเทศตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเมื่อท่านอธิการบดี ดร.เมลิสซา แอล. กิลเลียม (Dr. Melissa L. Gilliam) มีกำหนดการเดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมประชุมวิชาการ ทางมหาวิทยาลัยฯ จึงได้มอบหมายให้ดิฉันเป็นผู้ทำหน้าที่รับรองและจัดโปรแกรมในครั้งนี้

“เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่า ได้ทำงานที่ท้าทาย สนุก ขณะเดียวกันก็วิตกเล็กน้อย เพราะท่านอธิการบดีกิลเลียม เป็นผู้หญิงที่เก่ง และมีความรู้รอบด้าน เพราะท่านจบการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) และเป็นทั้งนักการศึกษา นักวิชาการ นักวิทยาศาสตร์วิจัย แพทย์ผู้มีชื่อเสียง เป็นศาสตราจารย์ด้านสูติศาสตร์ นรีเวชศาสตร์ และกุมารเวชศาสตร์ อีกทั้งยังศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษที่มาหาวิทยาลัยเยล (Yale) และศึกษาปรัชญาและการเมืองที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford) อีกด้วย ดังนั้นการคิดกำหนดการจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โชคดีที่เมื่อติดต่อไปทางโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ได้รับความสนใจจากผู้บริหารและคณะแพทย์จากทั้งสองโรงพยาบาล คือ ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ศิริราช และศ.ดร.แพทย์หญิง อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ในการพบปะหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านการแพทย์ และการศึกษา พร้อมเยี่ยมชมหน่วยงานต่างๆ ภายในโรงพยาบาล”

ผศ.นพ.ปริย พรรณเชษฐ์, มิเคเล ชีเลอร์, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ดร.เมลิสซา แอล. กิลเลียม, ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต, ผศ.นพ.สุชิน วรวิชชวงษ์ และยุนอา ลี

นอกจากนี้ยังมีทริปล่องเรือชมความงามของสถานที่สำคัญริมสองฝั่งแห่งสายน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ของวัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร, พระบรมมหาราชวัง, สะพานพระราม 8 ฯลฯ ตบท้ายด้วยงานเลี้ยงรับรองที่ ประยุทธ-สุวิมล มหากิจศิริ อาสาเป็นเจ้าภาพ โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และเหล่าศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยบอสตันต่างพร้อมใจมาร่วมต้อนรับอธิการบดีมหาวิทยาลัยบอสตันอย่างอบอุ่น อาทิ ประยุทธ-สุวิมล มหากิจศิริ, ศ.ดร.นพ.ยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร, ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ, สุริยน-จิตรดี พูลวรลักษณ์, พรพิมล ปฐมศักดิ์, ธีระ ศิริเกียรติสูง, สริสา วรประคุณ, ปรียามล ธนวิสุทธิ์ ฯลฯ

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ กล่าวปิดท้ายว่า “การจัดทริปต้อนรับในครั้งนี้ ทำให้ได้มีโอกาสเปิดโลกในอีกมุมมองหนึ่ง นั่นคือ โลกทางวิชาการการแพทย์ของประเทศไทย ที่มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอยู่มากมาย และแต่ละท่านพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นไปอีก และเมื่อได้มีการหารือกับดร.กิลเลียม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและความสนใจในหลายด้าน ก็อาจนำพาไปสู่ผนึกกำลัง และการต่อยอดเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ร่วมกัน จึงนับเป็นสิ่งดีๆ ที่ตุ๊กได้มีโอกาสเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ทำหน้าที่ในครั้งนี้ค่ะ”


มิเคเล ชีเลอร์, ยุนอา ลี, ดร.เมลิสซา แอล. กิลเลียม, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ และ สลิลลา อติการบดี


สริสา วรประคุณ, ดร.เมลิสซา แอล. กิลเลียม และ ศุภชาติ อังคสุวรรณศิริ


วีรภัทร แก้งสว่าง, ณัฐธกรณ์ อินทราชา, อารักขา ตั้งศิริเสถียร, เจษฎากร เซี้ยะ, สมิต ทั่งวัฒโนทัย และ ธนภูมิ ประภากมล

สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ  บำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ บำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดบางช้างเหนือ จังหวัดนครปฐม, วัดจันทึก วัดไตรรัตน์ วัดปางแก จังหวัดนครราชสีมา, วัดหนองต้นไทร จังหวัดพิจิตร, วัดเกาะเค็ตนอก จังหวัดปราจีนบุรี, วัดเสาธงหิน วัดไผ่เหลือง จังหวัดนนทบุรี, วัดเทพลีลา กรุงเทพมหานคร สวดมาติกา สดับปกรณ์ และอนุโมนทนา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ในการนี้มี เพ็ญพักตร์  ศรีทอง นายกสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ อาทิ อโนมา  วิจิตรวิกรม, ดร.นุชนาถ  วสุรัตน์, พญ.สุวณี  รักธรรม, สุกัญญา  ประจวบเหมาะ, เบญจรัตน์  จริยธาราสิทธิ์, ประยูร  เหล่าสายเชื้อ, ยุพา  สุภอมรพันธุ์, ดร.ปัญจรัตน์  มังกรกนก, สุชาดา  เกษมทรัพย์,พล.ต.หญิง ดร.อังคณา  สุเมธสิทธิกุล, ผ่องเพ็ญ  อาชาเทวัญ ตลอดจนสมาชิกสมาคม เจ้าหน้าที่ ร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง นายกสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และกราบถวายบังคมพระบรมศพ 

นายกสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ ทอดผ้าบังสุกุล

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง นายกสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ นำคณะกรรมการและสมาชิกสมาชิกสมาคม วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เพ็ญพักตร์  ศรีทอง นายกสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ พร้อมคณะกรรมการ อโนมา  วิจิตรวิกรม, ดร.นุชนาถ  วสุรัตน์, พญ.สุวณี  รักธรรม, สุกัญญา  ประจวบเหมาะ,เบญจรัตน์  จริยธาราสิทธิ์,ประยูร  เหล่าสายเชื้อ, ยุพา  สุภอมรพันธุ์, ดร.ปัญจรัตน์  มังกรกนก, สุชาดา  เกษมทรัพย์, พล.ต.หญิง ดร.อังคณา  สุเมธสิทธิกุล และ

ผ่องเพ็ญ  อาชาเทวัญ

SCBX จับมือ Net Zero Carbon พลิกโฉมข้าวไทยสู่ Low Carbon ยกระดับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

SCBX จับมือ Net Zero Carbon พลิกโฉมข้าวไทยสู่ Low Carbon ยกระดับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

SCBX จับมือ Net Zero Carbon พลิกโฉมข้าวไทยสู่ Low Carbon ยกระดับเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCBX ได้เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทย ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด (NZC) ในการส่งเสริม “ข้าว Low Carbon” จากโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ณ ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีการปลูกข้าวยั่งยืน อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้มาพัฒนาการเพาะปลูก เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


หัวใจสำคัญของโครงการคือการทำนาแบบ “เปียกสลับแห้ง” (Alternate Wetting and Drying: AWD) ซึ่งเป็นวิธีการจัดการน้ำในนาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสลับช่วงการปล่อยน้ำเข้าและระบายน้ำออก แตกต่างจากวิธีดั้งเดิมที่มีน้ำขังต่อเนื่องยาวนาน วิธีการนี้ช่วยลดการเกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่มีความรุนแรงสูง ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ
โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30–40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 อีกทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในอนาคต


ข้าว Low Carbon จากโครงการนี้ SCBX ได้นำไปต่อยอดสร้างคุณค่าในหลากหลายมิติ ทั้งการพัฒนาเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ การใช้ในกิจกรรมองค์กรเพื่อสื่อสารแนวคิดด้านความยั่งยืน ตลอดจนการต่อยอดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อสังคม (CSR) ซึ่งช่วยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสนับสนุนสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการรับรู้ในวงกว้าง


นายสุธีพันธุ์ สักรวัตร Chief Customer Officer ของ SCBX กล่าวว่า “SCBX ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม ความร่วมมือกับ NZC ในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยยกระดับสินค้าเกษตรของไทยให้มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการนำผลิตภัณฑ์ที่มีความหมายไปเชื่อมโยงกับลูกค้าและสังคม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืน”

ด้าน นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ NZC กล่าวว่า “NZC เชื่อว่าการขับเคลื่อนความยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การทำงานร่วมกับ SCBX ในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างทั้งรายได้และผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้พร้อมกัน”

สำหรับ NZC เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนด้านสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและการออกแบบโมเดลผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม


ความร่วมมือในครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันมีครัวเรือนเกษตรกรที่ปลูกพืชเป็นหลักประมาณ 4.5–5 ล้านครัวเรือน จากเกษตรกรผู้ถือครองทำการเกษตรกว่า 8.7 ล้านรายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ SCBX ยังมีแผนต่อยอดความร่วมมือกับ NZC ในโครงการนาข้าวแบบเปียกสลับแห้งอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อร่วมกันสร้างระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทยในเวทีโลก

มก.เชิญชวนหนูน้อยร่วมแข่งขัน ‘Nova-X League – ALPHA-I League’ ในงาน THAILAND ROBOT & CODING CHALLENGE 2026

มก.เชิญชวนหนูน้อยร่วมแข่งขัน ‘Nova-X League - ALPHA-I League’ ในงาน THAILAND ROBOT & CODING CHALLENGE 2026

มก.เชิญชวนหนูน้อยร่วมแข่งขัน ‘Nova-X League – ALPHA-I League’ ในงาน THAILAND ROBOT & CODING CHALLENGE 2026

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.44 น.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน Thailand Robot & Coding Challenge 2026  หนูน้อยวิศวกร อัจฉริยะสร้างได้ตั้งแต่เด็ก’ พัฒนาเยาวชนไทย สู่การเป็น ‘นักคิด นักประดิษฐ์ และนักนวัตกรรมแห่งอนาคต’

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี โตแก้ว ทองรัตนะ หัวหน้าโครงการ Thailand Robot & Coding Challenge 2026 กล่าวว่า โครงการ “หนูน้อยวิศวกร อัจฉริยะสร้างได้ตั้งแต่เด็ก”เป็นโครงการพัฒนาวิชาการ ภาควิชาวิศวกรรม อุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดการอบรม Fundamental Digital Cobot เพื่อส่งเสริมด้านสติปัญญา  ผ่านการสร้างสิ่งประดิษฐ์”ให้แก่เด็ก อายุ 7-17 ปี ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การวางแผน การลองผิดลองถูก การแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรม ผ่านการลงมือปฎิบัติจริง

ทั้งเป็นการปลูกฝังเด็กที่มีความสามารถและพัฒนาตนเอง เพื่อนําไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น จึงจัดทําโครงการ การแข่งขัน Thailand Robot & Coding Challenge 2026

โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทการแข่งขันได้แก่การแข่งขัน RoboG League ด้วยอุปกรณ์ UGOT = AI Education Robot, NOVA-X League ด้วยอุปกรณ์ AGV ที่พัฒนาขึ้น จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ALPHA-I League การแข่งขัน Python & AI Coding League

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ -30 เมษายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Website : http://www.iDekTep.com Fanpage: https://www.facebook.com/iDekTep/ ,  LineOA: @046rudrm , คุณปอ 0904974062 , อ.พัชรี 082-456-3289

และจะมีการแข่งขัน ในวันเสาร์ที่ 23-อาทิตย์ที่24 พค 69 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

ฉลอง 10 ปี ‘มณีพาวเวอร์ – AE Solar’ ยกระดับมาตรฐานโซลูชันพลังงานสู่ระดับสากล

ฉลอง 10 ปี ‘มณีพาวเวอร์ - AE Solar’ ยกระดับมาตรฐานโซลูชันพลังงานสู่ระดับสากล

ฉลอง 10 ปี ‘มณีพาวเวอร์ – AE Solar’ ยกระดับมาตรฐานโซลูชันพลังงานสู่ระดับสากล

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกลายเป็นความท้าทายสำคัญของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

ความไม่แน่นอนของพลังงานรูปแบบเดิม ทำให้องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาแนวทางในการบริหารต้นทุนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ขณะเดียวกัน กระแสด้านความยั่งยืน (Sustainability) และเป้าหมาย Net Zero ยิ่งเร่งให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดกลายเป็นวาระสำคัญขององค์กรทั่วโลก

ในบริบทนี้ พลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนอีกต่อไป แต่กลายเป็น กลยุทธ์” ที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว

บริษัท มณีพาวเวอร์ จำกัด (Manee Power) ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจรของประเทศไทย เดินหน้าวางตำแหน่งองค์กรในฐานะ Strategic Energy Partner ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดต้นทุนในระยะยาว

นายมหพล ฉันทสหวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มณีพาวเวอร์ จำกัด กล่าวว่า “พลังงานในวันนี้ไม่ใช่เพียงต้นทุนแต่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจ ถ้าบริหารต้นทุนพลังงานได้ดี จะสามารถเพิ่ม margin ลดความเสี่ยง และสร้างความได้เปรียบในระยะยาว

“Solar ไม่ใช่เพียงการประหยัดค่าไฟ แต่คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในอนาคต ในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การติดตั้ง Solar Rooftop มีการรับประกัน All warranty ยาวนานกว่า 30 ปี โดยมาตรฐานเยอรมัน ซึ่งมากกว่าแบรนด์ทั่วไปถึง 2 เท่า ภาคอุตาหกรรมสามารถลดต้นทุนค่าไฟได้ต่ำกว่า 2 บาท หรือสูงสุด 80%”

กว่า 10 ปีแห่งความเชี่ยวชาญ สู่ผู้นำพลังงานอัจฉริยะ

Manee Power ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจมากว่า 10 ปี ภายใต้แนวคิด “Powering Smart & Green Future” และ “Profitable toward Sustainability” สร้างวิสัยทัศน์ที่พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานอัจฉริยะและความยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมพันธกิจในการพัฒนาและส่งมอบโซลูชันพลังงานที่มีมาตรฐานสากล

เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว ที่ผ่านมาเราได้ดำเนินโครงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แล้วกว่า 160 โครงการทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 26 เมกะวัตต์ (MWp) และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 16,000 ตันต่อปี ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

จากผู้ติดตั้ง สู่ Strategic Energy Solution

Manee Power ยกระดับบทบาทจาก “ผู้ติดตั้ง Solar” ไปสู่ “ผู้ออกแบบโซลูชั่นพลังงานเชิงกลยุทธ์” ให้บริการแบบครบวงจร (End-to-End Energy Expertise) ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่

•             การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) และการวางกลยุทธ์การลงทุน

•             การออกแบบ จัดซื้อ และติดตั้งระบบ (Engineering, Procurement, Construction: EPC) ตามมาตรฐานสากล

•             การจัดหาอุปกรณ์จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น Heckert Solar, SMA, Trina Solar และ Huawei

•             การดูแลและบริหารระบบ (Operation & Maintenance: O&M) รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน (ESS), Smart Building และระบบควบคุมอัจฉริยะ

เทคโนโลยีระดับโลก มาตรฐานเยอรมัน

ล่าสุด Manee Power ประกาศความร่วมมือกับ AE Solar จากประเทศเยอรมนี โดยได้รับการแต่งตั้งเป็น Authorized Partner อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ระดับ Tier 1 มายกระดับมาตรฐานโซลูชั่นพลังงานในประเทศ ให้บริการโซลูชั่นสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมแบบครบวงจรตั้งแต่การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการลงทุน การออกแบบและติดตั้งระบบ ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานและการดูแลรักษาระบบ ช่วยให้องค์กรสามารถ ควบคุมต้นทุนพลังงานและวางแผนการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดแข็งสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือความสามารถในการทนต่อสภาพอากาศร้อนและชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยท้าทายหลักของประเทศไทย โดยแผงโซลาร์ยังคงสามารถรักษาประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้ดี แม้ในสภาวะแดดจัดหรืออุณหภูมิสูง แตกต่างจากแผงทั่วไปที่ประสิทธิภาพจะลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

ภาครัฐมีการปลดล๊อคครั้งใหญ่เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน

ในภาคธุรกิจ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมาตรการช่วยลดหย่อน ภาษีนิติบุคคลโดยสามารถนำค่าอุปกรณ์และการติดตั้งแบตเตอรี่ (BESS) และ Inverter คู่กับโซล่าร์ นับเป็นมูลค่า 12 ล้านบาท /เมกะวัตต์ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 50%ของมูลค่าการลงทุนจริง  ทำให้การลงทุนคุ้มค่าภายใน 5 ปี รวมถึงแนวทาง สนับสนุนด้านพลังงานสะอาด เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน และการเชื่อมโยงกับระบบยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ภาครัฐได้ลดขั้นตอนติด Solar มากกว่า 1 เมกะวัตต์ ไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง4) สามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ด้าน ESG และกระทรวงมหาดไทยได้ปลดล๊อคการติดตั้งแผง Solar Rooftop โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตดัดแปลงต่อเติมอาคาร    ส่วนภาคครัวเรือน สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการติดตั้ง Solar Rooftop ได้สูงสุด 200,000 บาท

แนวโน้มต้นทุนของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในอนาคตยังคงมีปัจจัยที่ต้องจับตา ทั้งด้านนโยบายภาษีของประเทศผู้ผลิต และราคาวัตถุดิบในตลาดโลก ช่วงที่ผ่านมาไตรมาส3 ปี 68 ราคาของ Solar ขึ้นมา 30% และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีก 15% ในไตรมาสที่2 ปี 69 นี้ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนมีความผันผวน ทางเราจึงร่วมมือกับหลายพันธมิตร supply chain จัดจำหน่ายอุปกรณ์มาตรฐาน Tier 1 ในร้านชื่อ TIER1STORE ตั้งอยู่ที่รังสิต (มีศูนย์ Training Center) รองรับทำให้การจัดการได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว    อีกทั้งบริษัทเดินหน้าพัฒนา Smart Energy Ecosystem ที่ผสานการทำงานของระบบ Solar Energy, ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS), Smart Building และระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะ ภายใต้แนวคิด “Profitable toward Sustainability” เพื่อช่วยคนไทยฝ่าวิกฤตรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ Carbon Neutrality และ Net Zero อย่างยั่งยืน คุณมหพล ฉันทสหวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว

ความน่าเชื่อถือจากพันธมิตรและลูกค้าชั้นนำ และผลลัพธ์จริงจากภาคธุรกิจ 

บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น CP, 7-Eleven, AIS, SCG, Toyota และ Continental นอกจากนี้ Manee Power ได้ช่วยลดต้นทุนค่าไฟให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ วงการพลาสติก ยางพารา ชั้นนำ เช่น บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) / บริษัมนารายณ์แพคจำกัด หนึ่งในผู้ผลิตถุวพลาสติกชั้นนำของไทย / โรงงานน้ำเข็ง / ไผ่ทองไอศครีม รวมถึงโครงการ Solar Farm และโครงการภาครัฐ เช่น หน่วยงานราชการและโรงพยาบาล

จากผลลัพธ์ของโครงการ พบว่าสามารถช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 30–70% มีระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ย 3 ปี และสามารถสร้างผลตอบแทนต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี  นอกจากนี้ บริษัทยังทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และ SME Bank เพื่อให้คำปรึกษาด้านการเงิน และโครงสร้างการลงทุนช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนโครงการได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงทางการเงิน

Manee Power จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการพลังงาน แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยให้องค์กรก้าวสู่อนาคตพลังงาน อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เริ่มแล้ววันนี้! คิง เพาเวอร์ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย.

เริ่มแล้ววันนี้! คิง เพาเวอร์ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ  THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย.

เริ่มแล้ววันนี้! คิง เพาเวอร์ ฉลองปีใหม่ไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” จัดเต็มมหกรรมความบันเทิง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 14 เม.ย.

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.56 น.

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และชุมชนย่านรางน้ำ จัดเต็มสีสันความสนุกแบบไทย ชวน ‘มาหา’ โมเมนต์แห่งความสนุกภายในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตร อภิ ‘มาหา’ ความมันส์ เปิดพื้นที่เนรมิต เทศกาลสงกรานต์ผสานเทศกาลดนตรี SUPERFLUID PRESENTED BY KING POWER จากศิลปินตัวท็อปทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิต โดยได้รับเกียรติจาก สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมต้อนรับขบวนแห่ รวมมิตรไทยอภิ ‘มาหา’ สงกรานต์ ผสานวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจากนักแสดงและศิลปินชื่อดัง อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค และ ซี-ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ และพบกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมาย นอกจากนี้ อิ่มอร่อยกับโซนอาหารร้านดังจาก ROBINHOOD FOOD และดีลสุดฮอตอัดแน่นตลอด 6 วัน เริ่มแล้ววันนี้ถึงวันที่14 เม.ย. 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ เดอะ จอย ออฟ ไทย ตะลุยสุข สนุกไทย” เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ โดยมี เอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการอาวุโส, อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการบริหาร และ ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย นัทรียา  ทวีวงศ์, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, และพล.ต.ท. ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ให้เกียรติร่วมงาน ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

“อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ” มหกรรมความบันเทิงที่ทำให้คุณได้ ‘มาหา’ ศิลปินคนโปรด กันได้ที่งานสงกรานต์รางน้ำ เท่านั้น! สร้างความมันส์แบบจัดเต็ม พบกับกิจกรรมพิเศษมากมาย ดังนี้

  •  อภิ ‘มาหา’ ที่เล่นน้ำ ชุ่มฉ่ำใจไปกับโซนเล่นน้ำขนาดใหญ่ พร้อมเอฟเฟ็กต์น้ำ WATER BOMB และคอนเสิร์ตรวมอภิ ‘มาหา’ ความมันส์จาก SUPERFLUID PRESENTED BY KING POWER  วันที่ 11-13 เม.ย.69 จัดเต็มไลน์อัพศิลปินระดับท็อปกว่า 60 ชีวิต นำโดย เจฟ ซาเตอร์, อิ้งค์-วรันธร เปานิล, PIXXIE, PROXIE, LYKN, PERSES, JASP.ER, TRINITY, VVV, YOURMOOD, MONICA, AUTTA, LIL LEAGUE, KID PHENOMENON และ WOLF HOWL HARMONY
  • อภิ ‘มาหา’ ขบวนศิลปิน ยิ่งใหญ่กับฉากเปิดงานอภิมหาสงกรานต์รางน้ำ ชมขบวนรวมมิตรไทยอภิ ‘มาหา’สนุก และกิจกรรม “มิตร & GREET”  วันที่ 9 เม.ย. 69 นำโดย อาโป-ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์, จิมมี่-จิตรพล โพธิวิหค และ ซี – ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ และน้องอะโวเชี่ยน (AVOCEAN) วันที่ 10 เม.ย. 69 เอาใจเจน Z กับคอนเสิร์ตจาก SERIOUS BACON, และ ‘มาหา’ ศิลปินคนโปรดกับกิจกรรม “มิตร & GREET” เติ้ล-มติมันท์ ศรีบุญเรือง และ เฟิร์สวัน-วรรณกร เรืองรัตน์, วันที่ 11-13 เม.ย.69 พบความมันส์ครั้งแรก! ของการขึ้นโชว์ของ ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ กับ BUTTERBEAR, BOWKYLION  กับ THE TOYS, ปอนด์ – ภูวินทร์ กับ เจมีไนน์ – โฟร์ท และใน วันที่ 13 เม.ย. 69 จัดเต็มวันมหาสงกรานต์กับขบวนพาเหรดจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึง คิง เพาเวอร์ รางน้ำ นำโดย เจฟ- ซาเตอร์, ปอนด์-ณราวิชญ์, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน, เจมีไนน์-นรวิชญ์, โฟร์ท-ณัฐวรรธน์, แอนนา เสืองามเอี่ยม และ LYKN วันที่ 14 เม.ย. 69 ปล่อยพลังให้สุดไปกับ URBOYTJ และ ‘มาหา’ ศิลปินคนโปรดกับกิจกรรม “มิตร & GREET” พร้อมคอนเสิร์ตกับ น้องโพก้าซัง (POLCASAN) และน้องเพิ่มพูน (PERMPOON)
  • อภิ ‘มาหา’ ของกิน ที่เดียว! กับการรวบรวบร้านอาหารชื่อดังกว่า 30 ร้านจาก ROBINHOOD FOOD ที่โซนตลาดกินแซ่บและตลาดกินฉ่ำ พบกับ FOOD MARKET ที่จะทำให้คุณได้ฟินกับประสบการณ์ความอร่อย และที่โซนตลาดกินเพลินอร่อยเพลิดเพลินกับ FOOD TRUCK และเมนูเครื่องดื่มคลายร้อน พิเศษ! สมาชิก POWER PASS เพียงแสดงสถานะภายในงาน รับมะพร้าวน้ำหอมฟรี 1 ลูก (1 สิทธิ์/ท่าน/วัน) โดย คิง เพาเวอร์ จับมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทย กระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภค จำนวน 5,000 ลูก ในช่วงเทศกาลสำคัญผ่านการนำเสนอความเป็นไทยนอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากโครงการชุมชนยิ้มได้ โดยกลุ่ม ปตท. ที่สนับสนุนชุมชนทั่วประเทศให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้า ภายในงานได้คัดสรรผลิตภัณฑ์เด่นมาจำหน่าย ได้แก่ งานหัตถกรรมผักตบชวาจาก จ.นครปฐม, ถั่วทอดแผ่นพอดีคำ จากร้านราย็อง จ.ระยอง และผลิตภัณฑ์สมุนไพรนันท์ลภัส สมุนไพรนวดสปาคุณภาพจาก กรุงเทพฯ โดยทั้ง 3 ชุมชนจะร่วมจำหน่ายสินค้าตลอด 6 วันของงาน
  • อภิ ‘มาหา’ ดีลฮอต ช้อปได้แม้ไม่มีไฟลต์! มาหาดีลฮอตรับส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับช้อปสินค้าแผนกน้ำหอม เครื่องสำอาง และเมื่อช้อปทุก 5,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ รับส่วนลดทันที 1,500 บาท (เฉพาะแผนกและสินค้าที่ร่วมรายการ) สำหรับสมาชิก POWER PASS รับสิทธิ์ร่วมสนุกกับกิจกรรมมหาสนุก อาทิ กิจกรรม KID ZONE รับสิทธิ์คีบตู้รวมมิตรรับของรางวัลจากแบรนด์ดัง, กิจกรรม PAW ZONE รับสิทธิ์ทำสร้อยชื่อสัตว์เลี้ยงและเลือกชาร์มพิเศษคอลเลกชันต้อนรับซัมเมอร์, กิจกรรมนวดบ่าพาฟิน, กิจกรรมอิ่มพุงลุ้นเฮง, กิจกรรมลอตเตอรี่มหาเฮง, กิจกรรมตู้ระเบิดบันเทิง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมลุ้น! รับเซตปิ่นโตยกกำลังมหามิตร หรือเพียงแสดงสถานะสมาชิก CROWN หรือ VEGA รับฟรี! เซตจ้ำบ๊ะ มหาสนุกณ รางน้ำคาเฟ่ บริเวณ คราวน์ แมสซานีน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

มาสนุกสุดเหวี่ยงกันที่งาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ THE JOY OF THAI ตะลุยสุข สนุกไทย” รวมมิตรอภิ ‘มาหา’ ความมันส์ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่14 เม.ย. 69 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ พร้อมช้อปออนไลน์และรับสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ WWW.KINGPOWER.COM และ KING POWER แอปพลิเคชัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ KING POWER CONTACT CENTRE โทร. 1631

SACIT ปักหมุด ‘อมก๋อย’ ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

SACIT ปักหมุด 'อมก๋อย' ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

SACIT ปักหมุด ‘อมก๋อย’ ฟื้นต้นน้ำยางรัก ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

SACIT ปักหมุด”อมก๋อย”ฟื้นฟูต้นน้ำยางรัก ผนึกเครือข่ายฟื้นฟู “ต้นน้ำยางรัก” ปูทางยกระดับวัตถุดิบหายากสู่หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ เชื่อมโยงภูมิปัญญาสู่ระบบนิเวศหัตถกรรมที่ยั่งยืน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้ายกระดับวัตถุดิบต้นทางสู่สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนระบบนิเวศหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปักหมุดพื้นที่นำร่อง ณ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแห่งขุมทรัพย์ภูมิปัญญาที่ซ่อน “ยางรัก” วัตถุดิบล้ำค่าซึ่งเป็นหัวใจของงานศิลปหัตถกรรมไทยเร่งขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูระบบนิเวศยางรักไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และวางรากฐานการสืบสานงานหัตถกรรม “เครื่องรัก” ให้สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในเชิงเศรษฐกิจและสามารถแข่งขันในระดับสากล โดยปรับแนวทางจากการส่งเสริมที่เน้น “ปลายน้ำ” หรือ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สู่การให้ความสำคัญกับ “ต้นน้ำ” หรือวัตถุดิบและรากฐานของงานหัตถศิลป์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะ “งานเครื่องรัก” ซึ่งเป็นงานหัตถศิลป์ทรงคุณค่าที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและการเลือนหายขององค์ความรู้ ปัจจุบันยางรักจากธรรมชาติมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทักษะการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์กำลังสูญหาย หากไม่เร่งฟื้นฟูอย่างจริงจัง อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของงานหัตถศิลป์ไทยในอนาคต SACIT ในฐานะหน่วยงานหลัก จึงเร่งบูรณาการความร่วมมือกับภาคีสำคัญ อาทิ กรมป่าไม้ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศหัตถกรรม” ให้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปลูกต้นรัก การพัฒนาศักยภาพวัตถุดิบต้นทาง ไปจนถึงการส่งเสริมช่างฝีมือรุ่นใหม่ เพื่อให้หัตถศิลป์ไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ

“ยางรักไม่ได้เป็นเพียงหัวใจของงานเครื่องเขิน แต่ยังเป็นรากฐานของงานประณีตศิลป์ไทยหลากหลายแขนง ตั้งแต่การลงรักปิดทอง งานลายรดน้ำ งานหัวโขน ไปจนถึงการบูรณะศาสนสถานสำคัญ การฟื้นฟูต้นรักในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอาชีพช่างฝีมือ แต่คือการปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติ และสร้างรากฐานให้ภูมิปัญญาไทยสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ในมิติของการเสริมความแข็งแกร่งให้กับต้นน้ำยางรัก SACIT ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยและอนุรักษ์ทรัพยากรควบคู่กับการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น” ผศ.ดร.อนุชา กล่าว    

SACIT ได้เข้ามาเสริมบทบาทในการ “ต่อยอดต้นน้ำสู่มูลค่า” โดยร่วมสนับสนุนการ ต่อยอดองค์ความรู้ผ่านวิสาหกิจชุมชนจัดการยางรักอมก๋อยอย่างยั่งยืน นำภูมิปัญญาของชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่ต๋อมมาพัฒนาเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเทคนิคการเจาะกรีดยางรักที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทาง เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางที่เหมาะสมโดยไม่ทำลายเนื้อไม้ รวมถึงการเลือกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมในฤดูฝน ควบคู่กันนี้ ยังมีการนำนวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะเครื่องเหวี่ยงแยกน้ำออกจากยางรัก เพื่อให้ได้น้ำยางเข้มข้นคุณภาพสูงตามมาตรฐาน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม โดย SACIT ได้สนับสนุนช่องทางการตลาดผ่านการนำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ซึ่งจะจัดขึ้น ณ วันที่ 22 – 26 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ กรุงเทพฯ เพื่อเชื่อมโยงต้นน้ำสู่ตลาดอย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติของการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจระยะยาว SACIT เดินหน้าทำหน้าที่ “นักปั้นระบบ” โดยบูรณาการความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อผลักดัน “ต้นรัก” จากวัตถุดิบต้นทาง สู่การเป็น “หลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ” เปิดประตูสู่การเข้าถึงแหล่งทุน และยกระดับคุณค่าทรัพยากรให้เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

นายอุทัย พิมพ์ไกร รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนบน ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า “ต้นรัก” ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเชิงวัฒนธรรม แต่ยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหลักประกันทางธุรกิจได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด อาทิ การปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ และการประเมินมูลค่าตามอายุของต้นไม้ ทั้งยังได้ร่วมผลักดันแนวคิด “ธนาคารต้นไม้” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปลูกต้นรักในระดับชุมชน ตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ซึ่งไม่เพียงเป็นการสร้างมูลค่าในอนาคต แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบคาร์บอนเครดิตได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ภายใต้บทบาทของ SACIT ในการ “ปั้นโอกาส” ได้ปักหมุดพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และสุโขทัย เพื่อขับเคลื่อนการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุน (Finance) และการสร้างมูลค่าแบรนด์ (Branding) มุ่งยกระดับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่การเป็น “Product Champion” ของพื้นที่ และสามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับสากล โดยในระยะต่อไป SACIT ยังเตรียมผลักดัน “งานเครื่องรัก” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติร่วมกับ UNESCO เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงวัฒนธรรมควบคู่กับมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์หัตถศิลป์ไทยในเวทีโลก

“SACIT ทำหน้าที่เป็น ‘นักปั้น’ ที่เชื่อมโยงทรัพยากร ภูมิปัญญา และกลไกทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ทำให้งานหัตถศิลป์ไทยไม่เพียงคงอยู่ แต่เติบโตอย่างมีศักยภาพในโลกปัจจุบัน การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์ หากคือการวางรากฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างความมั่นคงให้ชุมชน และขับเคลื่อนหัตถศิลป์ไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว” ผศ.ดร.อนุชา สรุป

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล ‘Melodies of Gratitude 2026 Season 2’ ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล 'Melodies of Gratitude 2026 Season 2' ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

VD Academy ส่งนักเรียนโชว์พลังเสียงบนเวทีการกุศล ‘Melodies of Gratitude 2026 Season 2’ ถ่ายทอดพลังดนตรีแห่งการให้กลางสยามพารากอน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.25 น.

เพราะเสียงดนตรีไม่เพียงสร้างความสุข แต่ยังสามารถส่งต่อพลังแห่งการให้สู่สังคม เวทีการกุศล Melodies of Gratitude 2026 Season 2 จัดโดย TMC Live Studio จึงกลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนผู้มีความสามารถได้ก้าวขึ้นสู่เวทีแห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดพลังเสียงและความสามารถด้านดนตรีให้ผู้ชมได้ร่วมชื่นชม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ณ Siam Paragon ชั้น 4 TMC Live Studio  สำหรับงาน Melodies of Gratitude 2026 Season 2 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เสียงดนตรีและการให้” โดยรายได้จากการบริจาคภายในงานจะนำไปมอบให้กับ SUPPORT Foundation under the Patronage of H.M. Queen Sirikit The Queen Mother เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ต้องการ

หนึ่งในสถาบันที่ร่วมสร้างสีสันบนเวทีครั้งนี้คือ VD Voice & Dance Academy โรงเรียนสอนร้องเพลงและเต้นที่มุ่งพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านศิลปะการแสดงอย่างรอบด้าน โดยได้ส่งนักเรียนของสถาบันขึ้นแสดงในช่วง Voices & Piano Showcase เพื่อร่วมแบ่งปันความสุขผ่านเสียงดนตรี และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ ที่กำลังถ่ายทอดความฝันผ่านเสียงดนตรีบนเวทีแห่งแรงบันดาลใจ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญในการพัฒนาความมั่นใจและทักษะการแสดง

ด้าน น้องโคลเอ้ – ด.ญ.อภิษฎา สังขะทรัพย์ หนึ่งในนักเรียนของสถาบันที่ได้ร่วมขึ้นแสดงในครั้งนี้ กล่าวว่า

“รู้สึกดีใจมากค่ะที่ได้มีโอกาสขึ้นแสดงบนเวทีในงานนี้ หนูตั้งใจฝึกซ้อมกับคุณครูอย่างเต็มที่ และดีใจที่ได้ใช้เสียงเพลงของตัวเองมอบความสุขให้กับคนดู รวมถึงได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ช่วยส่งต่อความช่วยเหลือให้กับผู้อื่นด้วยค่ะ”

ด้าน ครูบิ๊ก–สมิทธ์ แก้วสิงห์ และ ครูเฟิร์น–ปาลิกา อินทนันชัย  ตัวแทนครูผู้สอนจาก VD Voice & Dance Academy กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทางสถาบันให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถบนเวทีจริง เพราะนอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการร้องเพลงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ บุคลิกภาพ และประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับการเติบโตของเด็ก ๆ ในอนาคต”

สำหรับผู้ที่สนใจพัฒนาศักยภาพด้านการร้องเพลงและศิลปะการแสดง พร้อมเปิดประสบการณ์บนเวทีจริง สามารถสอบถามรายละเอียดการเรียนกับ VD Voice & Dance Academy ได้ที่  Facebook : https://www.facebook.com/VDVocalAndDanceAcademy , IG https://www.instagram.com/vd.academy

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB เติมสุขรับสงกรานต์ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือชุมชน

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) มอบถุงยังชีพกว่า 120 ถุง ให้แก่ชุมชนอนันต์สุขสันต์ ผ่านชมรมสตรีพิการไทยใจเข้มแข็งและชุมชนวัดบางน้ำชน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

10 เมษายน 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นายกมลธร โกมารทัต ผู้จัดการส่วนสื่อสารองค์กร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด และทีมงาน ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 120 ถุง มูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท ให้แก่ชุมชนอนันต์สุขสันต์ โดยมอบผ่านชมรมสตรีพิการไทยใจเข้มแข็ง และชุมชนวัดบางน้ำชน

ด้านนางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และช่วงวิฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันที่หลายครอบครัวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ ผ่านการมอบถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร ไข่ไก่ ปลากระป๋อง และขนมขบเคี้ยว เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและมักมีการจับจ่ายใช้สอย มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์จึงตั้งใจนำถุงยังชีพมามอบให้กับชาวบ้านในชุมชน เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรง และกำลังใจที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งอยากส่งต่อให้ทุกคนได้มีความสุขในช่วงปีใหม่ไทยด้วย

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ส่งต่อความห่วงใยและช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ประชาชนในชุมชนต่าง ๆ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและความยั่งยืนต่อไป

‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

'ไทยเบฟ'เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 'สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน' เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

‘ไทยเบฟ’เตรียมเนรมิต Phuket Water Festival 2026 ‘สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน’ เย็นฉ่ำใจกันถ้วนหน้า 11–13 เมษายนนี้

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

ร่วมสัมผัสสีสันสงกรานต์ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดื่มด่ำกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองกับเทศกาลปีใหม่ไทย กับงาน Phuket Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11ระหว่างวันที่ 11–13 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกอันทรงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานภายหลังจากที่ “สงกรานต์ไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าและศักยภาพของ Soft Power ไทยสู่ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสเสน่ห์แห่งวิถีความเป็นไทย พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อการจัดงานภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมถ่ายทอด “ความเป็นไทย” สู่สายตานานาชาติ

ในปีนี้งานยังคงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย ผ่านกิจกรรมมงคล 10 ประการ พร้อมสัมผัสความงดงามของศิลปวัฒนธรรมวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในหลากหลายพื้นที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต  โดยกิจกรรมไฮไลต์หาดป่าตองเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 – 13  เมษายน 2569 เวลา 15.00 – 21.00 น.พบกับกิจกรรมสร้างสรรค์ริมชายหาด การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย–จีน การแสดงดนตรีร่วมสมัย  อาทิ การแสดงดนตรีไทยโรงเรียนบ้านไม้ขาว  การแสดงมโนราห์/ การแสดงดนตรีสากลโรงเรียนเทพนิมิตร  การออกร้านสินค้าชุมชน รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มพื้นถิ่น ต่อเนื่องในวันที่ 13 เมษายน 2569 ณ วัดไม้ขาว เวลา 06.30 – 08.30 น. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต่อด้วยการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้โรงเรียนบ้านไม้ขาวรวมถึง      กิจกรรมเก็บขยะชายหาดไม้ขาว ณ บริเวณจุดขึ้น–ลงเครื่องบิน อุทยานแห่งชาติสิรินาถ  

นอกจากจังหวัดภูเก็ต งาน Water Festival 2026 ”เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ภาคกลาง จัดที่ กรุงเทพมหานครบนแลนด์มาร์คที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร,วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น , ท่ามหาราช, ท่ายอดพิมาน ริเวอร์วอร์ค, สุขสยาม ณไอคอนสยาม และท่าศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 ภาคเหนือ ที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหารจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 และ 15 เมษายน 2569 และจังหวัดลำพูน ที่ถนนรถแก้ว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคใต้ ที่วัดไม้ขาว และหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2569 และจังหวัดขอนแก่น ที่วัดไชยศรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2569 นอกจากความตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช้อปปิ้งสินค้า และมุมเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ บรรดาสายมูไม่ควรพลาดกับกิจกรรมมหามงคล 10 ประการ ที่เชิญชวนให้ทุกคนได้มาร่วมไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทย

มาร่วม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” กันถ้วนหน้าทั้งเมืองภูเก็ต สืบสานประเพณี และ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” และการเป็น Landmark การท่องเที่ยวระดับโลกในงาน “Phuket Water Festival 2025 ” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-13 เมษายนนี้ ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook: Water Festival Thailand