‘เฉลิมชัย’ ลุยอุบลฯ รณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนผลิตข้าวปฏิบัติได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/710052

‘เฉลิมชัย’ ลุยอุบลฯ รณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนผลิตข้าวปฏิบัติได้จริง

‘เฉลิมชัย’ ลุยอุบลฯ รณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนผลิตข้าวปฏิบัติได้จริง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.55 น.

‘เฉลิมชัย’ ลุยอุบลราชธานีรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง เน้นการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและมีมาตรฐานเพื่อลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น

9 กุมภาพันธ์ 2566 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบปะสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชนและเป็นประธานเปิดงานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง ณ โรงเรียนม่วงสามสิบอัมพวันวิทยา อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ดยรูปแบบการจัดงานในครั้งนี้เป็นการรณรงค์ให้เกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดต้นทุนการผลิตข้าวโดยจัดแสดงนิทรรศการการบรรยายความรู้ทางวิชาการและการสาธิต “เทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง” โดยวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์นอกจากนี้ยังจัดแสดงการใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่เช่นเครื่องจักรกลการเกษตรและโดรนเพื่อการเกษตรโดยภาคเอกชน เป็นต้นและการจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากข้าวโดยกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ซึ่งมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและประชาชนผู้สนใจในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบอำเภอเหล่าเสือโก้กอำเภอดอนมดแดงและอำเภอตาลสุมจังหวัดอุบลราชธานีเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยราชการส่วนภูมิภาคและหน่วยราชการส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมโดยมุ่งหวังว่าผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบและเข้าใจองค์ความรู้เรื่อง “เทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง” และนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพทำนาได้

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปเปิดงานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริงภายใต้โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกิจกรรมหลักสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ ศูนย์แสดงสินค้า OTOP อำเภอเขื่องในจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวการลดต้นทุนการผลิตข้าวการเพิ่มผลผลิตและยกระดับคุณภาพให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวพัฒนาการผลิตข้าวให้มีความรู้ความเข้าใจได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวที่เหมาะสมเพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิตโดยมีการเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาข้าวลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับนโยบาย “ลดต้นทุนการผลิต” จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายนี้กรมการข้าวจึงได้มีการสนับสนุนองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะทำให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกรพี่น้องชาวนาทุกท่านให้สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้เสริมสร้างความรู้และสั่งสมประสบการณ์ก่อให้เกิดความเข้มแข็งมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนนอกจากนี้ยังเน้นการเพิ่มผลผลิตข้าวการยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าวสนองความต้องการของตลาดและการปรับระบบการผลิตข้าวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเชื่อมั่นว่าแนวทางการลดต้นทุนการผลิตนี้จะสร้างผลประโยชน์แก่เกษตรกรคือการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้นช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้และวางแผนการทำนาอย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่อุปทานช่วยลดต้นทุนการผลิตเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยกระดับคุณภาพผลผลิตเกษตรกรมีความรู้เรื่องการตลาดสินค้าเกษตรสามารถผลิตสินค้าได้ตามที่ตลาดต้องการซึ่งภาครัฐสามารถช่วยกำหนดตลาดล่วงหน้าได้และสอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการผลักดันการแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูงการใช้การตลาดสมัยใหม่ซึ่งมีโอกาสในการขยายตลาดไปช่องทางต่างๆได้มากขึ้นรวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย

สำหรับการลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติจริงได้สิ่งสำคัญคือการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีและมีมาตรฐานซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพตามเกณฑ์และมาตรฐานของกรมการข้าวนอกจากนี้การใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพจะสามารถลดต้นทุนการผลิตในส่วนอื่นๆได้ทั้งการลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีราคาแพงในปัจจุบันโดยทดแทนด้วยการไถกลบตอซังข้าวการปลูกพืชปุ๋ยสดบำรุงดินการใช้ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักที่จะได้ทั้งธาตุอาหารและปรับปรุงโครงสร้างดินลดการสูญเสียธาตุอาหารการลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูข้าวโดยทดแทนด้วยสารชีวภัณฑ์ต่างๆเป็นต้นซึ่งเป็นทั้งการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดความปลอดภัยต่อพี่น้องเกษตรกรเองและผู้บริโภค…-005   

ปิดตายทุเรียนอ่อน! รบ.พร้อมดันส่งออกปี’66 ตรวจเข้มคุณภาพต้องได้มาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709889

ปิดตายทุเรียนอ่อน! รบ.พร้อมดันส่งออกปี'66 ตรวจเข้มคุณภาพต้องได้มาตรฐาน

ปิดตายทุเรียนอ่อน! รบ.พร้อมดันส่งออกปี’66 ตรวจเข้มคุณภาพต้องได้มาตรฐาน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.02 น.

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดผลไม้ในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมถึงการส่งออกผลไม้ไทยไปต่างประเทศยังสร้างรายได้ให้กับประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะทุเรียน ถือได้ว่าเป็นราชาผลไม้ไทย มีมูลค่าส่งออกแสนกว่าล้านบาทต่อปี ซึ่งผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนสิงหาคม 2566 โดยจะออกสู่ตลาดกระจุกตัวมากที่สุดในเดือนเมษายน ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ขึ้นทะเบียน “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ปัจจุบันทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 190 บาท สร้างรายได้ให้คนยะลามากถึง 2,800 ล้านบาทต่อปี

มากไปกว่านั้น ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์แก้ไขปัญหาผลไม้ทุเรียนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงการดูแลผลผลิต จนไปถึงการตัดทุเรียนขาย ที่ผ่านมามักประสบปัญหาการลักลอบขายทุเรียนอ่อน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้จัดระบบการทำงานเชิงรุก ผ่านคณะทำงานแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพและการสวมสิทธิ์ใช้ใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรเพื่อการส่งออกทุเรียนของประเทศไทย โดยคณะทำงานได้จัดทำแผนพร้อมรับมือการแข่งการส่งออกทุเรียนของประเทศเพื่อนบ้าน

นางสาวรัชดา กล่าวต่อไปว่า นายเฉลิมชัย ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่สวนทุเรียน จัดตั้งจุดบริการตรวจเปอร์เซ็นของน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม 68 จุด ได้แก่ จันทบุรี (40 จุด) ตราด (7 จุด) ระยอง (6จุด) ชุมพร (10 จุด) นครศรีธรรมราช (5 จุด) โดยได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ รวม 100 ท่าน ลงพื้นที่ตรวจรายแปลง และกรมวิชาการเกษตร มีหน้าที่ ตรวจสอบ โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ทุเรียนที่นำมาส่งที่ล้ง จะต้องมีใบรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ซึ่งทุเรียนไทยมีคุณภาพดีกว่าต่างประเทศมาก ขออย่างเดียวอย่าตัดทุเรียนอ่อน โดยกรมฯ ได้กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน ดังนี้ ทุเรียนพันธุ์กระดุมและพวงมณี เก็บเกี่ยว วันที่ 10 มีนาคม พันธุ์ชะนี เก็บเกี่ยว วันที่  20 มีนาคม และทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เก็บเกี่ยววันที่ 15 เมษายน 2566

“ขอความร่วมมือเกษตรกร ถ้าเก็บเกี่ยวก่อนวันประกาศฯ ให้นำตัวอย่างผลทุเรียนลูกที่อ่อนที่สุดในรุ่นที่จะทำการเก็บเกี่ยวมาให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เช่น แปลงใหญ่ ฯลฯ ตรวจวัดเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งเพื่อออกใบรับรองความแก่  เพื่อแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนไปจำหน่าย ณ ที่ล้ง/โรงคัดบรรจุ โดยพันธุ์กระดุมเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งไม่น้อยกว่า 27 เปอร์เซ็น พันธุ์ชะนีไม่น้อยกว่า 30 พันธุ์พวงมณีไม่น้อยกว่า 30  และพันธุ์หมอนทองไม่น้อยกว่า 32” นางสาวรัชดา ย้ำ

เกษตรฯร่วมประชุมสอท. ติดตามผลการดำเนินงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709798

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ครั้งที่ 1/2566 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Zoom Meeting มีหัวข้อสำคัญในการประชุมดังนี้ 1.ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามในการส่งออกต่างประเทศ (Aqua Feed & Ornamental Freshwater Fish Industry : AFOF) 2.กลไกการดำเนินงานของคณะอุตสาหกรรมความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระดับภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้

3.ความก้าวหน้าการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ 4.การส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และ 5.ร่างแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรที่สำคัญตามศักยภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และตอนบน 2

รองปลัดฯประชุมคกก. ทำงบประมาณรายจ่าย บูรณาการงานปี2567 บริหารทรัพยากรน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709796

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นผู้แทน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการประจำปีงบประมาณ 2567 คณะ ที่ 1.2 แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2566 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมี นายณฤทธิ์ บุญชัย ผอ.สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 315/2565 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2567 คณะที่ 1.2

2.ผลการดำเนินงานแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2566 และ 3.แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาตินอกจากนี้ ได้พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2567 และแผนงาน
บูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ 2567 ด้วย

กรมข้าวเชิญชวนร่วมเป็น‘ชาวนาอาสา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709799

กรมข้าวเชิญชวนร่วมเป็น‘ชาวนาอาสา’

กรมข้าวเชิญชวนร่วมเป็น‘ชาวนาอาสา’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้มีชาวนาอาสา ในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายในการสนับสนุนและทำงานร่วมกับกรมการข้าว ซึ่งชาวนาอาสา เปรียบเสมือนอาสาสมัครเกษตรที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับกิจกรรมการผลิตข้าว และช่วยเหลืองาน มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือโครงการของกรมการข้าว ให้ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชนเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งให้ข้อมูลและแจ้งเตือนภัยธรรมชาติแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานงาน ช่วยเหลือ และให้ข้อเสนอแนะแก่กรมการข้าว รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาด้านข้าวของเกษตรกรในหมู่บ้านหรือชุมชน รวมถึงจัดเก็บ รวบรวมและรายงานข้อมูลด้านการผลิต ผลผลิตข้าวและราคาผลผลิตข้าวในพื้นที่ จัดทำแผนพัฒนาการผลิตข้าวระดับตำบล รายงานสถานการณ์การผลิตข้าวและพยากรณ์เตือนภัยการระบาด ของศัตรูข้าว และภัยธรรมชาติ ให้ความรู้ คำแนะนำ และคำปรึกษาด้านข้าว

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่เข้าร่วมเป็นชาวนาอาสานั้น จะได้รับสิทธิประโยชน์และสิ่งตอบแทน คือได้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกรมการข้าว อีกทั้งได้เข้าร่วมในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้านข้าวและทัศนศึกษาดูงานตามที่กรมการข้าวจัดขึ้น

ทั้งนี้ การสมัครเป็นชาวนาอาสา จะต้องมีความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านการเกษตรอันเป็น
ประโยชน์ต่อเกษตรกรและสังคม มีภูมิลำเนาหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่สมัคร สามารถติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่และเกษตรกรภายในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี สามารถนำความรู้เทคโนโลยี และข้อมูลข่าวสารที่ได้รับถ่ายทอดสู่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายได้ โดยสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นชาวนาอาสา ได้ที่ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติทั่วประเทศ

‘อลงกรณ์’ถกฟรุ้ทบอร์ด แก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709797

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบ 1.รายงานความก้าวหน้าโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 รอบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี 2.รายงานความก้าวหน้าโครงการพัฒนาลำไยอย่างยั่งยืน ปี 2566-2568 จากการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 1/2565 มีมติมอบกรมส่งเสริมการเกษตรฝ่ายเลขาฯ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำแนวทางหรือโครงการนำร่องการแก้ปัญหาผลผลิตลำไยอย่างยั่งยืนระยะยาว โดยการปรับโครงสร้างการผลิตลำไยในฤดู และนอกฤดู ให้เท่ากับร้อยละ 60 : 40 ภายในปี 2567 เพื่อให้ลำไยมีการกระจายการผลิตได้ทั้งปี ผลผลิตในฤดูไม่ซ้อนทับกันมาก เป็นทางเลือกให้แก่ตลาดได้ทุกฤดูกาล/ทุกเทศกาล ที่ต้องการลำไย โดยในฤดูกาลปกติจะลดภาวะ over supply ลงได้ร้อยละ 10

3.รายงานสถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2566 โดยคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 4.รายงานผลการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงการมหานครผลไม้และการขนส่งผลไม้ผ่านสนามบินจันทบุรีครั้งที่ 1/2565 โดยใช้แนวทางการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership หรือ PPP) 5.รายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาและบริหารการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

6.รายงานสรุปผลการประชุมเฉพาะกิจการเตรียมความพร้อมในการใช้เส้นทางรถไฟจีน–ลาว ซึ่งเป็นโอกาสของฝ่ายไทยและขยายเส้นทางการขนส่งทางรางเพื่อเพิ่มศักยภาพการนำเข้า-ส่งออกสินค้าไปจีนและผ่านจีนไปยังสหภาพยุโรปผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง มีการดำเนินการดังนี้ (1) การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการตู้และขบวนรถไฟมีหน้าที่ในการรับจองตู้และขบวนรถไฟ เพื่อรองรับฤดูกาลผลไม้ ปี 2566 โดยความร่วมมือภาคีเครือข่ายภาคเอกชน โดยประสานงานกับสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย (2) การปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟ ไทย – จีน -ลาว รวมไปถึงการขยายเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านจีนไปสู่ภูมิภาคอื่น(3) เร่งรัดการเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนสำหรับระบบตรวจสอบ รวมไปถึงอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และโครงการพื้นฐานของด่านส่งออกที่สำคัญ เช่น ด่านมุกดาหาร ด่านนครพนม และด่านหนองคาย (4) ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การขนส่งสินค้าเกษตรจากประเทศไทยสร้างการรับรู้ ข้อปฏิบัติ ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟไทย-จีน-ลาว ในระดับพื้นที่ควบคู่ไปด้วย

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ ปี 2566” ที่เสนอโดยคณะทำงานแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพและการสวมสิทธิ์ใช้ใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรเพื่อการส่งออกทุเรียนไทย

รู้ผลปีนี้! ​ไทยจ่อประกาศ’ปลอดกาฬโรคแอฟริกาม้า’ รอ WOAH ประเมิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709638

รู้ผลปีนี้! ​ไทยจ่อประกาศ'ปลอดกาฬโรคแอฟริกาม้า' รอ WOAH ประเมิน

รู้ผลปีนี้! ​ไทยจ่อประกาศ’ปลอดกาฬโรคแอฟริกาม้า’ รอ WOAH ประเมิน

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.42 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์การเกิดกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness) ในปี 2563 และประเทศไทยพบการระบาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2563 ในพื้นที่ 17 จังหวัด มีสัตว์ป่วย 610 ตัว และตาย 568 ตัวนั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาล โดยกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย ดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวรัชดา กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตร รายงานความคืบหน้าการขอคืนสถานภาพปลอดโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness : AHS) ในไทย หลังจากที่ไม่มีรายงานพบกาฬโรคแอฟริกาในม้าในประเทศไทยมากว่า 2 ปีแล้ว ว่าขณะนี้ กรมปศุสัตว์ กรมการสัตว์ทหารบก องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำข้อมูลเพื่อขอรับรองการปลอดโรคจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) เรียบร้อยแล้ว โดยยื่นเรื่องขอคืนสถานภาพปลอดโรค AHS เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอให้คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ทางด้านโรคสัตว์ (Scientific committee) ของ WOAH ดำเนินการตรวจสอบเอกสาร หากผ่านการพิจารณาประเทศไทยจะได้รับสถานะลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้าอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ.2566 นี้

“เมื่อไทยปลอดโรค AHS แล้ว จะส่งผลให้ไทยสามารถจัดการแข่งขันกีฬาขี่ม้าระดับนานาชาติรายการต่างๆ ได้ รวมทั้งกิจการการนำเข้า ส่งออกสัตว์กลุ่ม Equids จะสามารถดำเนินการได้ตามปกติภายใต้ข้อกำหนดของกรมปศุสัตว์ รวมถึงจะทำให้สามารถเคลื่อนย้ายม้าระหว่างประเทศได้ตามปกติ อันจะส่งผลต่อการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับบุคลากรทุกภาคส่วน” นางสาวรัชดา ย้ำ

รองฯกรมข้าวตรวจเยี่ยม ศูนย์เมล็ดพันธุ์2จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709616

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ โดยมีนายสิทธิชัย ม่วงงาม ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ นายสันติ ไชยา นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ฯ ต้อนรับ ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์

ในการนี้ รองอธิบดีกรมการข้าว ได้รับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการทำงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร รวมถึงมอบข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไขปัญหา ตลอดจนมอบนโยบายการทำงานในโครงการแผนงานผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยเน้นย้ำให้บุคลากรทุกคนต้องหมั่นฝึกฝนเพิ่มศักยภาพการทำงานให้มาก
ยิ่งขึ้น ตลอดจนให้ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถโดยยึดมั่นในผลประโยชน์ที่พี่น้องชาวนาจะได้รับเป็นหลัก

เกษตรฯเปิดประตูอีสานสู่การค้าโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709617

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) ครั้งที่ 1/2566 โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯผู้บริหาร กรกอ.ประธานสภาอุตสาหกรรมภาค หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม มีหัวข้อสำคัญ ดังนี้ 1.ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำและการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามในการส่งออกต่างประเทศ 2.การดำเนินงานของคณะอุตสาหกรรมความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยระดับภาค (กรกอ.ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้) 3.ความก้าวหน้าการขับเคลื่อน Big Data และ Gov Tech ของกระทรวงเกษตรฯ เชื่อมบิ๊กดาต้ากับภาครัฐและภาคเอกชน และ 4.การส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตภาคเกษตร

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรที่สำคัญตามศักยภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1-2 ซึ่งมี 8 จังหวัด ภายใต้นโยบายเชื่อมอีสานเชื่อมโลก และนโยบายประตูอีสาน หรืออีสานเกตเวย์ นับตั้งแต่มีการเปิดเส้นทางรถไฟจีน–ลาว ทำให้สามารถส่งสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีนได้สำเร็จ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และภาครัฐ ภาคเอกชน เช่น สมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ประสานงาน กับคาซัคสถาน และบริษัท ดีพี.เวิลด์ (DP World) ของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ตั้งแต่ปลายปี 2562 ในการขยายการขนส่งสินค้าเกษตรผ่านจีนไปประเทศในเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป รวมทั้งการเปิดเส้นทางขนส่งใหม่จากนครพนมผ่านลาว ไปยังท่าเรือหวุ่งอ๋างของเวียดนาม มั่นใจว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้

‘มนัญญา’ถกMOUสปป.ลาว ดันส่งออกปี’66พุ่ง6แสนล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/709619

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ตลอดจนภาคเอกชน เดินทางไปยัง สปป.ลาว เยี่ยมคารวะรัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและป่าไม้ สปป.ลาว ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ตลอดจนส่งเสริมเจตจำนงและมิตรภาพที่ดี ร่วมหารือโครงการระหว่างกรมวิชาการเกษตร และกรมปลูกฝัง สปป.ลาวภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับกระทรวงกสิกรรมฯ

น.ส.มนัญญากล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นโอกาสดีของเกษตรกรและผู้ส่งออกของไทย ที่จะได้รับทราบปัญหาที่ด่านของชายแดนลาว เพื่อนำมาแก้ปัญหาความแออัดที่ด่านไทย ลดความล่าช้าในการส่งออก ทั้งนี้ จะหารือในประเด็นที่สำคัญ อาทิ ระบบโลจิสติกส์ การอำนวยความสะดวกทางการค้า ทั้งทางบกและทางอากาศ การพัฒนาความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืชไทย-ลาว เพื่อป้องกันโรคและศัตรูพืชในสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-ลาว ด้านวิชาการเกษตรและกักกันพืช ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน อีกทั้งหารือเรื่องการนำเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร ไปขยายผลในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซ้อน-ห้วยซั้ว สปป.ลาว ด้วย

น.ส.มนัญญา กล่าวต่อว่า สปป.ลาว เป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 18 ของไทย โดยปี 2565 ไทย–ลาว มีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวมสินค้าทุกประเภท รวม 5.5 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปีนี้ ตัวเลขการส่งออกด่านชายแดนไทย-ลาว จะเพิ่มเป็น 6 แสนล้านบาท จากยอดการส่งออกสินค้าเกษตรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งในปี 2562-2564 อยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกรมตรวจบัญชีกลางของ สปป.ลาว ในการอบรมให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านระบบการทำบัญชี และระบบการควบคุมภายในให้แก่สหกรณ์ของ สปป.ลาว จัดโปรแกรมศึกษาดูงานให้แก่เจ้าหน้าที่ด้านสหกรณ์ของ สปป.ลาว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับครูบัญชีอาสา และ Smart Farmer ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แนะนำการใช้งานโปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร (Cooperative Full Pack Accounting Software : FAS) ให้แก่สหกรณ์ของ สปป.ลาว

ในส่วนของความร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะมีรายงานผลสำเร็จของโครงการความร่วมมือด้านการสหกรณ์ระหว่างไทย–สปป.ลาว โครงการพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร (สหกรณ์คู่แฝด ไทย-ลาว) การรายงานผลการประชุมหารือการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านการสหกรณ์ ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับกรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ และพัฒนาชนบท สปป.ลาว