รองปลัดเกษตรฯขับเคลื่อน ระบบส่งเสริมทำแปลงใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699224

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และคณะกรรมการเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ระดับประเทศ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานแปลงใหญ่มะม่วง ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ศูนย์เครือข่ายบ้านวังผา ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน และชมการคัดบรรจุส้มสีทอง ที่ศูนย์เรียนรู้การจัดการสินค้าเกษตรชุมชน บ้านวังผา ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน

ต่อมา ทางคณะของนายสุรเดช ได้ร่วมเป็นเกียรติและให้คำปรึกษา แนะนำแนวทางในการพัฒนาช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรของเกษตรกรภายใต้นโยบายตลาดนำการผลิต ในการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ระดับประเทศ ครั้งที่ 1/2565ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดน่าน อ.เมือง จ.น่าน

3หน่วยงานหนุนหมู่บ้านผลิตสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699222

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมลงนาม ว่าทางกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยในปี 2566 มีเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัด 878 หมู่บ้าน วงเงิน 5 ล้านบาท มุ่งหวังที่จะบูรณาการด้านการเกษตรในระดับหมู่บ้านผ่านคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรและสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าสูงส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนทางการเกษตร ลดการพึ่งพาจากภาครัฐ ซึ่งมีกรอบระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566-2570 ตลอดจนปฏิรูประบบการบริหารราชการของกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ เริ่มดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่สามารถวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาส วางแผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด มีตลาดรองรับที่ชัดเจน เพื่อจัดทำแผนธุรกิจเกษตรรายสินค้าในการเข้าถึงแหล่งทุนจากสถาบันการเงิน ตลอดจนเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จำเป็น การทำเกษตรที่ได้มาตรฐานเพื่อยกระดับการผลิตของตนเอง และเพื่อมีฐานข้อมูลกิจกรรมการทำการเกษตรที่มีความเป็นปัจจุบันทุกเวลา ใช้ประกอบการวิเคราะห์ ประมวลผล ประกอบการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย บริหารจัดการ และการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ นำไปสู่การปรับโครงสร้างการผลิตในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่อย่างแท้จริง โดยการดำเนินการมีการสร้างกลไกการบริหารงานและการมีส่วนร่วมตั้งแต่ในระดับพื้นที่และส่วนกลาง ในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคการเกษตรให้บรรลุเป้าหมาย

เอาจริง! ‘มนัญญา’จ่อตั้งคกก.เฉพาะกิจ ลุยตปราบ’ทุเรียนสวมสิทธิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699162

เอาจริง! 'มนัญญา'จ่อตั้งคกก.เฉพาะกิจ ลุยตปราบ'ทุเรียนสวมสิทธิ์'

เอาจริง! ‘มนัญญา’จ่อตั้งคกก.เฉพาะกิจ ลุยตปราบ’ทุเรียนสวมสิทธิ์’

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.23 น.

“มนัญญา”ประกาศจุดยืน”ทุเรียนไทยต้องเป็นทุเรียนคุณภาพ” เตรียมตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ ลุยตรวจสอบปราบปราม”ทุเรียนสวมสิทธิ์” ย้ำทุกภาคส่วนร่วมทำงานอย่างใกล้ชิด ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานทุเรียนส่งออก

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ (Premium Thai Durian)” โดยมีผู้บริหารกรมวิชาการเกษตร ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมและผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย สมาคมพืชสวน สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทยจีน สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย สภาหอการค้าไทย ผู้ประกอบการ และเกษตรกร เข้าร่วม ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ กรุงเทพฯ เข้าประชุมสัมมนา

โดย น.ส.มนัญญา กล่าวว่า การบริหารการส่งออกทุเรียนตลอด Supply Chain ต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน จึงจะส่งผลต่อความสามารถในการส่งออก เป็น “ทุเรียนไทย ทุเรียนคุณภาพ (Premium Thai Durian)” ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ คุณภาพผักและผลไม้ไทย เพื่อกำกับดูแลการนำเข้า – ส่งออกผักและผลไม้ไทย ให้มีคุณภาพมาตรฐาน (Thai Premium Fruits and Vegetable) เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า – ส่งออก รวมถึงกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนดต่างๆ โดยมี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งคณะทำงานฯ มีหน้าที่และอำนาจ สั่งพักใช้ เพิกถอน ใบรับรอง หรือระงับ ยกเลิกหนังสือแสดงการขึ้นทะเบียน เมื่อตรวจพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ประกาศ กฎ ของกรมวิชาการเกษตร หรือระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจอีกหนึ่งชุด ซึ่งจะประกอบไปด้วย ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ เข้าไปเป็นประธานกรรมการ ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเป็นคณะกรรมการฯ ในชุดนี้ด้วย โดยจะแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้

ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตรได้ออกระเบียบ ประกาศ ให้การรับรองการผลิตผักและผลไม้ เพื่อให้ผักและผลไม้มีคุณภาพและมาตรฐาน เป็นไปตามข้อกำหนดการตรวจสอบคุณภาพสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขการนำเข้า – ส่งออก ซึ่งการให้การรับรองดังกล่าว เป็นกรณีทั้งผู้ผลิตมีความประสงค์ยื่นคำขอรับการรับรองและการกำหนดให้ผู้ผลิตต้องยื่นคำขอการรับรอง หากผู้ได้รับการรับรองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกลงโทษเป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบและประกาศ ตั้งแต่ การตักเตือน การพักใช้ การเพิกถอน หรือการสั่งระงับ หรือยกเลิก แล้วแต่กรณี โดยล่าสุด กรมวิชาการเกษตร ได้ประสานกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เตรียมประกาศให้เรื่อง “หลักปฏิบัติในการตรวจ และรับผลทุเรียนของโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ (ล้ง)” เป็นมาตรฐานบังคับตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร 2551 ปัจจุบันได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแล้ว โดยจะประกาศใช้ในเดือน มีนาคม 2566 และมีผลบังคับใช้ในเดือนกันยายน 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้ล้งต้องรับซื้อทุเรียนที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนในจังหวัดต่างๆ เกษตรกร ล้ง ผู้ประกอบการ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากการสวมสิทธิ์และทุเรียนอ่อนลดลงอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเข้มข้นและลงพื้นที่ตรวจจับอย่างจริงจัง หากพบจะทำลายทันที และมั่นใจว่าผลผลิตปีหน้าดีขึ้น หากเรายังเน้นคุณภาพทุเรียน เพราะจากการลงพื้นที่พบปะกับชาวสวนทุเรียน พบว่า หลายรายมีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจในการปลูกทุเรียนคุณภาพ และตระหนักถึงความสำคัญในการรักษา GAP ไม่ให้มีใครมาสวมสิทธิ์ทุเรียนของตน สำหรับอนาคตทุเรียนไทยภายหลังเวียดนามเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในจีน ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญว่าทุเรียนของไทยต้องเป็นทุเรียนคุณภาพเท่านั้น

ซึ่งนอกจากการส่งออกทุเรียนจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ยังมีผลไม้อื่น ๆ อีกมาก ที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องสนับสนุนและสร้างความเข้มแข็งเหมือนทุเรียน ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ พยายามผลักดันทุเรียนคุณภาพ เพื่อเป้าหมายการเป็นอันดับ 1 ของโลก และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลกในคุณภาพของผลไม้ชนิดอื่นๆ ของไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำในการเพิ่มขีดความสามารถ พร้อมยกระดับมาตรฐานโรงรวบรวมและคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อส่งออกเป็นทุเรียนคุณภาพได้มาตรฐาน ไม่เป็นทุเรียนอ่อนมาจากสวนของเกษตรกรในประเทศไทย และต้องตรวจติดตามแหล่งที่มาได้ รวมทั้งการตรวจและรับรองสุขอนามัยพืชของทุเรียนสด จะต้องเป็นตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้ไทย – จีน และเพื่อให้นโยบายการส่งออกทุเรียนคุณภาพไปจีนมีประสิทธิภาพ จึงมอบหมายให้ทูตเกษตรไทยในจีนทั้ง 3 หน่วยงาน (ฝ่ายเกษตร ประจำกรุงปักกิ่ง ฝ่ายเกษตร ณ นครเซี่ยงไฮ้ และฝ่ายเกษตร ณ นครกวางโจว) ติดตามสถานการณ์นำเข้า ณ ประเทศจีน และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกให้กับการส่งออกทุเรียนไทยด้วย

– 006

รมว.กษ.ดันพัฒนาระบบโลจิสติส์ รถไฟไทย-ลาว-จีน เพิ่มศักยภาพด่านตรวจเบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699141

รมว.กษ.ดันพัฒนาระบบโลจิสติส์ รถไฟไทย-ลาว-จีน เพิ่มศักยภาพด่านตรวจเบ็ดเสร็จ

รมว.กษ.ดันพัฒนาระบบโลจิสติส์ รถไฟไทย-ลาว-จีน เพิ่มศักยภาพด่านตรวจเบ็ดเสร็จ

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.48 น.

รมว.เกษตรฯผลักดันพัฒนาระบบโลจิสติส์ รถไฟไทย-ลาว-จีน เพิ่มศักยภาพด่านตรวจเบ็ดเสร็จ ย่นระยะเวลา ขยายการส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้ MR. LIU JINXIN ประธานสถาบันวิจัยคุนหมิง China Kunming South Asia & Southeast Asia International Logistics Research Institute (SSILR) นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และคณะผู้ให้บริการโลจิสติกส์ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบ เพื่อหารือในประเด็นระบบการบริหารจุดตรวจปล่อย CIQ (Customs Immigration Quarantine) และการขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยผ่านลาวไปยังประเทศจีน ด้วยระบบขนส่งทางรถไฟ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานด้านโลจิสติส์ร่วมกัน โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (115)

โดย นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร ที่มีเป้าหมายในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคการเกษตร ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน” ซึ่งตลอดระเวลาเวลาที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญในประเด็นการค้าและการเปิดตลาดการค้าสินค้าเกษตรกับจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่ทรงอิทธิพลและมีอำนาจในการต่อรองสูง จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งระบบโลจิสติกส์เป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งสินค้าเกษตร จึงมอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานการทำงานทุกระดับเพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่าและปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ ไทยไปจีน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมให้การสนับสนุนและยินดีในความร่วมมือกับจีนในการเดินหน้าร่วมกันผลักดันการนำเข้า – ส่งออก สินค้าเกษตรต่อไปในอนาคต

ขณะที่ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สำการประชุมหารือกันในวันนี้ร่วมกับคณะผู้ให้บริการโลจิสติกส์จีน ได้มีความเห็นพ้องต้องกันในการเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟ และการทำระบบการจองขบวนรถไฟจากจีน เพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าให้มากขึ้น และต้องลดต้นทุนให้ถูกว่าการขนส่งทางรถ  การพัฒนาระบบการบริหารจุดตรวจปล่อย CIQ (Customs Immigration Quarantine) จีน – ลาว โดยมีความเห็นร่วมกันว่าควรใช้โมเดลด่านตรวจพืชที่ประสบความสำเร็จ เช่น ด่านตรวจพืชลาดกระบัง เพื่อให้เป็นด่านตรวจที่เบ็ดเสร็จเกิดความรวดเร็ว และ 3) บริษัทจากประเทศจีนมีความสนใจต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรกว่า 1 แสนตัน โดยเฉพาะปลาแช่แข็ง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มีความพร้อมด้านการประมง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะขยายการส่งออกสินค้าประมงของไทยไปตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่โดยเส้นทางรถไฟลาว – จีน ถือเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการค้าระหว่างประเทศด้วยระบบโลจิสติกส์ ในการขนส่งสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรจากไทยไปสู่จีน ที่จะขยายไปยังเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป ที่ถือเป็นเส้นทางโอกาสแห่งอนาคต โดยจะบูรณาการทำงานเชิงรุกร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนต่อไปด้วย

– 006

‘ประภัตร’เปิดศูนย์กระจายสินค้าเกษตร‘ศรีสำราญ’ เพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าทางราง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699109

‘ประภัตร’เปิดศูนย์กระจายสินค้าเกษตร‘ศรีสำราญ’ เพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าทางราง

‘ประภัตร’เปิดศูนย์กระจายสินค้าเกษตร‘ศรีสำราญ’ เพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าทางราง

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.18 น.

‘ประภัตร’เปิดศูนย์กระจายสินค้าเกษตร‘ศรีสำราญ’ เพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าทางราง

19 ธันวาคม 2565 นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิด “ศูนย์รวมและกระจายการขนส่งสินค้าเกษตรทางราง ศรีสำราญ” พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท ไทยเรล โลจิสติกส์ จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย ณ ที่หยุดรถศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 

นายประภัตร กล่าวว่า การเปิดศูนย์ฯ ดังกล่าวเพื่อเพิ่มช่องทางการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางให้เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ประหยัดระยะเวลา และเพิ่มความปลอดภัยในการขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาและยกระดับการขนส่งทางราง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปที่ประสบปัญหาในการจำหน่ายสินค้าเกษตรทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงสภาวะน้ำมันมีการปรับราคาสูงขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ผ่านมา และเห็นว่า จ.สุพรรณบุรี เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ตลาดมีความต้องการสูง ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงานกุ้งก้ามกราม โคเนื้อ และแพะ และประกอบกับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถรองรับปริมาณสินค้าจำนวนมากได้ ที่มีความพร้อมที่จะเป็นจุดศูนย์กลางเชื่อมโยงการกระจายสินค้าไปทั่วทุกภาคของประเทศ และส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ผ่านระบบการขนส่งทางราง ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุน ย่นระยะเวลาการขนส่ง และมีความปลอดภัยต่อสินค้าให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรกร โดยร่วมมือกับหน่วยงานราชการในพื้นที่และผู้ประกอบการที่ให้บริการขนส่งสินค้า เข้ามาพัฒนาพื้นที่บริเวณที่หยุดรถศรีสำราญ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

อย่างไรก็ตาม “ศูนย์รวมและกระจายการขนส่งสินค้าเกษตรทางราง ศรีสำราญ” จะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม กักกันตรวจเชื้อ คัดแยก และบรรจุกล่องสินค้าเกษตรจากทุกภูมิภาคของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดก่อนที่จะทำการขนส่งด้วยระบบรางรวมถึงการขนส่งต่อเนื่องด้วยรูปแบบอื่น ๆ ไปยังปลายทางทั้งในและต่างประเทศต่อไปด้วย

‘เฉลิมชัย’ระดมช่วยเกษตรกรภาคใต้หลังน้ำท่วมหนัก ‘ปศุสัตว์’เร่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/699061

‘เฉลิมชัย’ระดมช่วยเกษตรกรภาคใต้หลังน้ำท่วมหนัก ‘ปศุสัตว์’เร่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์แล้ว

‘เฉลิมชัย’ระดมช่วยเกษตรกรภาคใต้หลังน้ำท่วมหนัก ‘ปศุสัตว์’เร่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์แล้ว

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.47 น.

‘เฉลิมชัย’ระดมช่วยเกษตรกรภาคใต้หลังน้ำท่วมหนัก ‘ปศุสัตว์’เร่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์แล้ว

19 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ล่าสุด ได้สั่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ แล้ว โดยได้รับรายงานจากกรมปศุสัตว์ว่า มีพื้นที่น้ำท่วมแล้ว 5 จังหวัดได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี มีสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ 146,020 ตัว จึงกำชับให้ส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เร่งระดมช่วยอพยพสัตว์หนีน้ำท่วมและขนส่งเสบียงสัตว์ให้ถึงมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยก่อนหน้านี้ได้ปล่อยขบวนรถหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานไปเก็บเป็นเสบียงอาหารสัตว์สำรองเพื่อเตรียมช่วยเหลือเกษตรกรไว้ล่วงหน้า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องและเกิดน้ำท่วม จึงย้ำให้กรมปศุสัตว์จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เร็วเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรและสัตว์เลี้ยงตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยอย่างทั่วถึงและรวดเร็วที่สุด

ขณะที่นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวว่าล่าสุด ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ (ศปภ.ปศ.) กรมปศุสัตว์รายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วม น้ำไหลหลาก และท่วมขังระหว่างวันที่ 1 – 18 ธันวาคม 2565 (ข้อมูล ณ 18 ธ.ค. 65) ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบสะสมรวม 5 จังหวัดได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี รวม 9 อำเภอ 33 ตำบล 120 หมู่บ้าน เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ 4,227 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 146,020 ตัว ประกอบด้วย โค 9,341 ตัว กระบือ 186 ตัว สุกร 17,209 ตัว แพะ/แกะ 1,381 ตัว และสัตว์ปีก 117,903 ตัว แปลงหญ้าอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบ 47 ไร่ และได้ให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าสะสมรวม ซึ่งมีการอพยพสัตว์ 2,628 ตัว  รักษาสัตว์ 608 ตัว แจกจ่ายถุงยังชีพ 296 ถุง แจกจ่ายพืชอาหารสัตว์ 45,850 กิโลกรัม

ทั้งนี้ จากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางพื้นที่ ตลอดจนต้องเฝ้าระวังภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำไหลหลากจากฝนที่สะสมมาหลายวันเช่น ปริมาณน้ำฝนสะสม 3 วันสูงสุดในจังหวัดปัตตานีมากถึง 599 มิลลิเมตร จังหวัดนราธิวาส 527 มิลลิเมตร จังหวัดสงขลา 401 มิลลิเมตร เป็นต้น โดยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้มีจังหวัดที่คาดว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล จึงย้ำให้ทุกหน่วยงานของกรมปศุสัตว์เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างเต็มที่ โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลาได้เร่งกางเต็นท์บนพื้นที่สูงริมทางเพื่อสร้างจุดอพยพและเคลื่อนย้ายโคกระบือในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลาหนีน้ำท่วมมายังจุดอพยพดังกล่าว

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบอุทกภัยซี่งต้องการรับการช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ในพื้นที่ หรือติดต่อศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ โทร 0 2653 4444 ต่อ 3315

เกษตรฯร่วมถกสภาฯยุโรป-อาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698995

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นายเดเนียล แพนส์ สมาชิกสภาธุรกิจอาเซียน-สหภาพยุโรป และประธานบริหารกลุ่ม DPO (Mr. Daniel Pans, EU-ABC Board Member and Group CEO, DPO International) พร้อมคณะ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งการหารือครั้งนี้ EU-ABC รับทราบนโยบายกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวกับการลดผลกระทบ Climate Change ที่ให้ความสำคัญกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคเกษตร โดยมีการจัดร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2566-2570 ยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกรและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร อาทิ 1.ยกระดับการปรับตัวด้วยเกษตรเท่าทันภูมิอากาศ 2.เพิ่มการยอมรับและปรับใช้เทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตร และ 3.เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ความเพียงพอ และการเข้าถึงแหล่งน้ำและระบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

นอกจากนี้ ยังรับทราบการดำเนินการจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน และการเข้าร่วมภาคีสมาชิกความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ IUU อาทิ ร่วมเป็นสมาชิกองค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (Regional FisheriesManagement Organization :RFMOs) ได้แก่ SIOFA และ IOTC รวมถึงการขยายความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียนในการต่อต้านการทำประมงไอยูยูซึ่งประเทศไทยเป็นสำนักงานศูนย์เครือข่ายอาเซียนฯ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมสำหรับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป EU DeforestationDirective ร่างกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการทำลายป่า ครอบคลุมสินค้า 6 ชนิด ได้แก่ เนื้อวัว ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม โกโก้ ไม้ และกาแฟ รวมทั้งเพิ่มประเภทสินค้า ได้แก่ เนื้อหมู แกะ แพะ สัตว์ปีก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และยาง และเชื่อมั่นว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสินค้าเกษตรของไทย

กรมข้าวร่วมวงคณะมนตรี ความร่วมมือวิจัยข้าวเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698996

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยน.ส.เยาวลักษณ์ แสนคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว และนายจิรพงศ์ ใจรินทร์ รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ กองวิจัยและพัฒนาข้าว ร่วมประชุมคณะมนตรี
ความร่วมมือในการวิจัยข้าวแห่งเอเชีย (Council forpartnership on Rice Research in Asia : CORRA)ประจำปี ครั้งที่ 26 ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ โดยมีผู้แทนจาก 16 ประเทศสมาชิก ได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย เมียนมาเนปาล ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม และไทย เข้าร่วม ซึ่งการประชุมครั้งนี้จัดโดย Bangladesh Agricultural Research Council (BARC) ร่วมกับสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Center: IRRI)

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และผลักดันแนวทางความร่วมมือด้านข้าวระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 16 ประเทศ รวมทั้งเพื่อสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์อันดีในการพัฒนางานวิชาการด้านข้าวและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศสมาชิก อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงอาหารให้แก่ประชากรผู้บริโภคข้าวของโลก เพิ่มรายได้และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่เกษตรกรที่ยากจนตลอดจนสร้างความยั่งยืนในการผลิตข้าวทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก

‘เฉลิมชัย’หนุนอาสาปศุสัตว์ ป้องกันปัญหาโรคพิษสุนัขบ้ายั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698997

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ กทม.ในโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ 2566 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. โดยกรมปศุสัตว์ จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ดำเนินการสร้างอาสาปศุสัตว์ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีเป้าหมายอย่างน้อย 2-3 คนต่อตำบล โดยการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ในระดับพื้นที่ ต้องมีการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงาน

ทั้งนี้ อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้าพ.ศ. 2535 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 134 คน และมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรมทั่วประเทศทั้งสิ้น 8,600 คน ซึ่งอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน

“โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์ มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัด ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า และถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยครั้งนี้เป็นการฝึกอบรมใน กทม.ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะให้กับพี่น้องประชาชน ในกรณีที่จะทำหมันหมาแมว หรือฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้ครบ 300,000 ตัว ตลอดทั้งปี โดยพี่น้องประชาชนสามารถประสานงานได้ที่อาสาปศุสัตว์หรือปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ และในส่วนของ กทม.มีอาสาปศุสัตว์ทุกเขตด้วย อย่างไรก็ดี การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของท้องถิ่นที่มีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องร่วมมือกันจัดการกับหมาแมวจรจัด โดยการทำหมันหรือฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และในส่วนที่สามารถจับได้จะนำเข้าศูนย์พักพิงของกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ผู้ตรวจฯพิจารณา แผนตรวจราชการ บูรณาการร่วมกัน ทำงานระดับพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698998

วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างประเด็นการตรวจราชการตามแผนฯ และบูรณาการในระดับพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่งประเด็นการตรวจราชการตามแผนฯ และการขับเคลื่อนแบบบูรณาการฯ ในระดับพื้นที่มีความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ มีประเด็น ดังนี้ 1.การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ4 โครงการ 2.การผลิตพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ได้มาตรฐานให้เพียงพอโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน 3.การป้องกันโรคระบาดทั้งในพืชและสัตว์โครงการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และเชื้อดื้อยาในสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ 4.การลดต้นทุนการผลิตโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่

5.การส่งเสริมอาชีพด้านพืชประมง และปศุสัตว์ 2 โครงการ 6.คุณภาพและมาตรฐานในการรับรองสินค้าเกษตร 2 โครงการ 7.การพัฒนาช่องทางการตลาด 3 โครงการ 8.การพัฒนาเกษตรกรเข้าสู่ Smart farmer โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) 9.การขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) และ 10.ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง แผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในระดับพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ปีงบประมาณ 2566 ด้วย