ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บอสใหญ่ DMT นำทีม ผู้บริหาร-พนักงาน ทำนาลดคาร์บอน

ดร.ศักดิ์ดา  พรรณไวย  บอสใหญ่ DMT  นำทีม ผู้บริหาร-พนักงาน ทำนาลดคาร์บอน

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บอสใหญ่ DMT นำทีม ผู้บริหาร-พนักงาน ทำนาลดคาร์บอน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT นำโดย ดร.ศักดิ์ดา  พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ  เตรียมนำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ร่วมแรงเกี่ยวข้าว 20 ไร่  ในโครงการ “ทำนาลดคาร์บอนยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” ที่ร่วมกันหว่านข้าวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การทำนาลดคาร์บอนนี้ ใช้วิธีบริหารจัดการน้ำแบบ “เปียกสลับแห้ง” ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อตัดวงจรการเกิดสภาวะไร้ออกซิเจนในดิน ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซมีแทน รวมถึงการไม่เผาพอซังข้าวอีกด้วย โดยตั้งเป้าผลผลิตข้าวสารไว้ประมาณ 8,000 กิโลกรัม ซึ่งข้าวเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ส่งต่อความอร่อย ในกิจกรรมด้านซีเอสอาร์ของทางบริษัท อาทิ ใส่ในกระเป๋ากันง่วงสำหรับมอบให้ผู้ใช้ทาง ในช่วงวันปีใหม่และช่วงสงกรานต์ และนำไปเป็นของขวัญสวัสดีปีใหม่ให้พันธมิตร คู่ค้า สื่อมวลชน และผู้มีอุปการคุณกับบริษัทต่อไป

ปลุกพลัง Food Tech ไทย! ผุด ‘ศูนย์บ่มเพาะเชิงลึก’ ปั้นผู้ประกอบการอาหารฉายรังสี

ปลุกพลัง Food Tech ไทย! ผุด ‘ศูนย์บ่มเพาะเชิงลึก’ ปั้นผู้ประกอบการอาหารฉายรังสี

ปลุกพลัง Food Tech ไทย! ผุด ‘ศูนย์บ่มเพาะเชิงลึก’ ปั้นผู้ประกอบการอาหารฉายรังสี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิด “โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารฉายรังสี เชิงลึกเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ประจำปี 2569” ณ อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว. ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เพื่อสร้างผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยีการฉายรังสี ให้พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์สู่ตลาดโลก

โดยภายหลังพิธีเปิดงาน ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. ยังเป็นประธานในพิธีลงนามลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือในการบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์ระหว่างสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปั้น Food Tech ไทย กินได้จริง ขายได้ระดับโลก” โดยเน้นย้ำว่า การปั้น Food Tech ไทยให้กินได้จริงและขายได้ระดับโลก ไม่เน้นเพียงแค่การใช้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องมาพร้อมกับ ‘คุณภาพและรสชาติที่ถูกใจ พร้อมรักษาเอกลักษณ์ภูมิปัญญาไทย’ ซึ่งเทคโนโลยีการฉายรังสีจาก สทน. จะทำหน้าที่เป็น New Growth Engine ปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องอายุสินค้าและการปนเปื้อน ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารและสุขภาพระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการฯ ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สทน. และสถาบันอาหาร ในการริเริ่มบ่มเพาะและถ่ายทอดเทคโนโลยีรังสีเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารพื้นถิ่นที่มีอยู่แล้ว ให้เพิ่มมูลค่าอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการเข้ามาของ NIA ในวันนี้จะเข้ามาเติมเต็มในฐานะ ‘สะพานเชื่อมสู่เชิงพาณิชย์’ ด้วยการสนับสนุนกลไกทุนนวัตกรรมและโอกาสในการพบปะนักลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้แผนธุรกิจของผู้ประกอบที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 15 ราย จาก 60 รายที่เข้ารับการอบรม ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น สำหรับกิจกรรมการอบรมเชิงลึก ในโครงการฯ ได้จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 22 พฤษภาคม 2569 โดยผู้ประกอบการ จะได้รับการพัฒนาศักยภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งด้านเทคโนโลยีการฉายรังสีอาหาร กฎหมายและมาตรฐานอาหาร การยืดอายุผลิตภัณฑ์ การตลาด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้าง Storytelling การจัดทำแผนธุรกิจ รวมถึงการ Pitching เพื่อนำเสนอธุรกิจต่อผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการ และการเสวนาเกี่ยวกับความร่วมมือในโครงการฯ และภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมพิธีเปิดในภาคเช้าแล้ว ช่วงบ่ายผู้ประกอบการได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ฉายรังสี คลอง 5 ของ สทน. เพื่อเข้าชมโรงงานต้นแบบมาตรฐานสากลที่ใช้เทคโนโลยี “เครื่องเร่งอนุภาคอิเล็กตรอน” ที่ทันสมัยที่สุด สอดรับกับเป้าหมายของ สทน. ที่เตรียมดำเนินการจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีประจำภูมิภาค ทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงเทคโนโลยีได้ใกล้แหล่งผลิต ลดต้นทุนการขนส่ง และยกระดับอาหารพื้นถิ่นไทยสู่สินค้ามูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ต่อจากนั้น ผู้ประกอบการยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ซึ่งปัจจุบัน ทางบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับสทน. นำเทคโนโลยี Electron Beam (E-Beam) และ โคบอลต์-60 ในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ โดยไม่ก่อให้เกิดสารพิษหรือสารเคมีตกค้างในผลิตภัณฑ์ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม 100%

สะกดทุกสายตาปอย ตรีชฎา ออร่าพุ่งเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Hyamax

สะกดทุกสายตาปอย ตรีชฎา ออร่าพุ่งเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Hyamax

สะกดทุกสายตาปอย ตรีชฎา ออร่าพุ่งเปิดตัวพรีเซนเตอร์ Hyamax

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.36 น.

ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับงาน Hyamax – Dares to Shine” งานเปิดตัว “The Executive Grand Launch of the NEW HYAMAX” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย บริษัท ร่ำรวย สบาย จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ความงามชั้นนำ ให้กลายเป็นรันเวย์แห่งความงามและนวัตกรรม ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเหล่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คีย์แมนในวงการบิวตี้ และเซเลบริตี้ชื่อดังตบเท้าเข้าร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งจนแน่นงาน

บรรยากาศเริ่มต้นด้วยการเปิดวิสัยทัศน์ใหม่บนเวที โดย คุณกู๋-อนัญญา ภัคคภาคย์ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารบริษัท ร่ำรวย สบาย จำกัด ได้ขึ้นกล่าวต้อนรับพร้อมเผยถึงแรงบันดาลใจในการนำเข้าแบรนด์ว่า “การจัดงานในวันนี้คือความตั้งใจของ บริษัท ร่ำรวย สบาย จำกัด ที่อยากจะส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับวงการแพทย์และความงามไทยค่ะ เรามองเห็นว่าผู้บริโภคยุคนี้ฉลาดเลือก สิ่งที่เขาต้องการคือความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า Hyamax จึงเข้ามาตอบโจทย์ภายใต้แนวคิด ‘Affordable Luxury’ หรือคุณภาพยุโรปที่ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยสถิติการันตีความสำเร็จจากยุโรปกว่า 3 ล้านเคส เรามั่นใจว่านี่จะเป็นมาตรฐานใหม่ที่จะช่วยให้คนไทยเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลกได้อย่างมั่นใจค่ะ”

พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมความงามที่น่าสนใจ โดยได้รับเกียรติจากทัพแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาร่วมพูดคุย ด้วย ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ผู้อำนวยการหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และเวชศาสตร์ความงาม ที่ขึ้นมาฉายภาพความเชื่อมั่นของแบรนด์สู่มาตรฐานระดับสากล

ต่อด้วยการเจาะลึกนวัตกรรมสุดล้ำโดย พันโทหญิง ณัฐพร สัมปัตตะวนิช (หมอนัท) แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง  และหัตถการทางผิวหนัง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ได้ร่วมพูดคุยบนเวทีถึงความโดดเด่นของตัวยาว่า “ความพิเศษของ Hyamax คือเทคโนโลยีเนื้อเจลที่ละเอียดมาก ทำให้หลังฉีดแล้วคนไข้เห็นผลลัพธ์ทันที (Immediate Result) โดยที่เนื้อเจลไม่เป็นก้อน กลืนไปกับชั้นผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ช่วยให้แพทย์ทำงานง่ายและแม่นยำขึ้นค่ะ”

นอกจากนี้ในช่วง Expert Insights ยังได้ นพ.ลัทธพล ม้าลายทอง และ นพ.เกรียงไกร อ่าวอุดมพันธ์ สองแพทย์ผู้เชียวชาญ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ยืนยันถึงประสิทธิภาพของการปรับรูปหน้าแบบองค์รวม (Total Face Transformation) ผ่านผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 รุ่นที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม

และที่ทำเอาฮอลล์จัดงานแทบแตก เมื่อเสียงปรบมือดังสนั่นต้อนรับการปรากฏตัวของไอคอนความงามอย่าง “ปอย-ตรีชฎา หงษ์หยก” ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ โดยเผยความรู้สึกว่า “สำหรับปอย คำว่าความสวยมันต้องควบคู่ไปกับความปลอดภัยและเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ การเลือกสิ่งที่จะเข้ามาอยู่ในร่างกายเราจึงสำคัญที่สุด พอปอยได้ศึกษาข้อมูลของ Hyamax และรู้ว่าเป็นฟิลเลอร์พรีเมียมส่งตรงจากสวิตเซอร์แลนด์ที่มีการใช้จริงในยุโรปมาเยอะมาก ยิ่งทำให้ปอยมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ พอได้ลองแล้วชอบมาก ผลลัพธ์มันละเมียดละไม ดูละมุนเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะเลย ปอยอยากให้ทุกคนได้มาลองเปิดประสบการณ์ความงามระดับ World Class นี้ด้วยกันนะคะ”

ความสำเร็จของงานเปิดตัวในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Hyamax เพื่อยกระดับมาตรฐานความงามของเมืองไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยนวัตกรรมที่ทั่วโลกยอมรับและผลลัพธ์ที่ทุกคนสัมผัสได้

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Hyamax Thailand

#HyamaxSwissFiller #Hyamax #PoydTreechada #ปอยตรีชฎา #HyamaxXPoyd

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ น้ำประปาสมัยกรุงศรีอยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เชื่อหรือไม่ว่า… กว่า 300 ปีมาแล้ว สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี   ขณะที่สหรัฐอเมริกายังก่อตั้งเป็นประเทศ และโลกฝั่งตะวันตกหลายแห่งยังต้องตักน้ำจากบ่อมาใช้สอย    แต่ที่ “เมืองลพบุรี” กลับมีระบบส่งน้ำประปาที่ล้ำสมัยแล้ว! นี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงอัจฉริยภาพของบรรพบุรุษไทย

หลักฐานสำคัญที่ขุดพบในจังหวัดลพบุรี เผยให้เห็นระบบชลประทานโบราณที่น่าทึ่ง สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช    โดยมีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ “ทะเลชุบศร” ที่ผันน้ำมาจาก “อ่างซับเหล็ก” ซึ่งเป็นพื้นที่สูงกว่าตัวเมืองลพบุรี ราว 2 เมตร   เพื่อใช้แรงโน้มถ่วงเป็นตัวขับเคลื่อนสายน้ำ

 น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติจะถูกลำเลียงผ่าน “ท่อดินเผาเคลือบ” ขนาดใหญ่ที่นำมาเชื่อมต่อกันแบบปากแตร  แล้วยาแนวด้วยปูนขาว ยางไม้และเปลือกหอยที่บดเคี่ยวจนเหนียว ไม่ให้มีรูน้ำรั่ว  ฝังท่ออยู่ใต้ดินยาวหลายกิโลเมตรเข้าสู่เขตพระราชฐานวังนารายณ์ราชนิเวศน์   ก่อนจะเข้าถึงจุดใช้งาน น้ำเหล่านั้นต้องผ่าน “อาคารกรองน้ำ  คชะยาน ” เพื่อให้น้ำไหลช้าดักตะกอน   ผ่านวัสดุกรอง เช่นกรวด ทราย ถ่าน แล้วเพิ่มแรงดันน้ำด้วยการลดขนาดท่อให้เล็กลง  จนได้น้ำพุ และน้ำที่สะอาดพอสำหรับใช้ภายในพระราชวัง

จุดพิเศษ ที่สร้างความประหลาดใจในสมัยนั้นคือ “น้ำพุ” ในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งพุ่งขึ้นสูงอย่างสวยงามโดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแม้แต่นิดเดียว   โดยช่างไทยและฝรั่งเศส  อิตาลี) ได้นำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ได้อย่างอัศจรรย์ คือหลักกาลักน้ำ (Siphon): การส่งน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำผ่านระบบท่อปิดและกฎของเบอร์นูลลี (Bernoulli’s Principle): การใช้ความต่างของระดับความสูงและการบีบปลายท่อให้เล็กลง เพื่อสร้างแรงดันน้ำมหาศาลให้น้ำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ความล้ำหน้าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ไม่ได้จบลงแค่การสร้างถาวรวัตถุ     แต่คือการ “สร้างคน”  โดย ในปี พ.ศ. 2229 เมื่อครั้งคณะราชทูตนำโดย พระวิสูตรสุนทร หรือ โกษาปาน เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับราชทูตเดอโชมองต์  ได้มีการส่งคนไทย 12 คน เดินทางไปพร้อมคณะทูต เพื่อเข้าศึกษาที่ โรงเรียนหลุยส์ เดอ กรัง (Lycée Louis-le-Grand) ในกรุงปารีสเพื่อเรียนวิชาที่จะนำกลับมาพัฒนาชาติ คือ ช่างน้ำพุและชลประทาน ช่างก่อสร้างป้อมปราการ และช่างเงินช่างทอง

นอกเหนือจากเรื่องน้ำประปา รัชสมัยนี้ยังเป็นยุคที่กรุงศรีอยุธยารับเอาวิทยาการทางดาราศาสตร์ มีการสร้าง หอดูดาววัดสันเปาโล และการทำตำราเรียนภาษาไทย “จินดามณี”   สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ความทันสมัย แต่คือความใฝ่รู้ ความเปิดกว้าง และการมองการไกลของบรรพบุรุษไทย

เรื่องราวของระบบประปาและนักเรียนนอกสมัยอยุธยา เป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยในปัจจุบันเห็นว่า “รากฐานของความรู้และความก้าวหน้า” มีอยู่ในสายเลือดของคนไทยมานานหลายร้อยปีมาแล้ว

เรื่องการประปาในกรุงศรีอยุธยานี้ เป็นบทเรียนความรู้ที่ชาวฝรั่งเศสถ่ายทอดมายังคนไทย  ซึ่งเป็นความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10    เรื่องการสั่งสอนถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น (ธัมมเทสนามัย)

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย”

This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

คุณแหน : 21 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 21 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 21 พฤษภาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้ แก่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่ได้รับเกียรติอันสูงสุดในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น องคมนตรี  ประกาศเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ..
  • ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 1 มิ.ย.16.00 น..
  • ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย จัดคอนเสิร์ตการกุศล “สุนทราภรณ์ บทเพลงแห่งความหวังสู่ปารีส  Songs of Hope to Paris” เพื่อสนับสนุนนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคหญิงไทย ในฟุตบอลไทย 24 พ.ค.13.00 น.ที่สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ถ.ราชดำริ  พบกับศิลปินดัง นำโดย เท่ห์ อุเทน,ก้อย ศรัณย่า, ธัช กิตติธัช,อลิศ โกลเด้นซอง,พรศุลีและนักร้องคลื่นลูกใหม่สุนทราภรณ์,การแสดงเชียร์ลีดเดอร์จาก TU Cheerleaders,ศิลปินทูตสเปเชียลโอลิมปิค GMMTV และ BNK48 ซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเกตเมเจอร์ หักลดหย่อนภาษีได้..
  • รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เชิญร่วมทอดผ้าป่ามหากุศล รายได้สมทบทุนกองทุนเพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ รพธ.ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ครบรอบ 20 ปี กองบุญเจ้าภาพ 2,020 บาท วันที่ 2 ก.ค.07.00 น. ห้องประชุมสถาพร กวิตานนท์ 1 ชั้น 3 อาคารบริการ  ร่วมทำบุญที่บัญชี รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธ.กรุงเทพ สาขา มธ.-รังสิต เลขที่บัญชี 091-0-20188-8 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถาม 02-9269432..
  • แพม บุนนาค หัวใจสลายเมื่อสูญเสียลูกรักมะหมา  “มีนา” สุนัขพันธุ์ชิวาวา 7 ขวบ ไปด้วยสุนัขพิทบูลล์ ของข้างบ้านกระโจนกัดไม่ปล่อย หูฉีก กรามหัก กระดูกแตกทั้งตัว เสียงน้องมีนาร้องกรี๊ดกรี๊ด ติดหูติดตาถึงปัจจุบัน..  เจ้าตัวจัดการเผาและลอยอังคารให้ลูกรักเรียบร้อยแล้ว .. โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวร้ายพิทบุลล์ไปกัดสุนัขเพื่อนบ้าน  เจ้าของเสียเงินรักษาไปแสนกว่าบาท รักษาได้ 1 สัปดาห์ ..สุดท้ายก็ตาย..
  • เมื่องานแต่งงาน ภัทริน บุราวาศ  บุตรชายคนเล็กของ ภาวิไล-พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ..เพื่อนสนิทคุณแม่เจ้าบ่าว จากวัฒนาวิทยาลัย,เตรียมอุดมฯและอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมงานแน่นขนัด ..ถือโอกาสเป็น Reunion สนุกสนานครึกครื้นกันทั่วหน้า..บ่าว-สาว ลงมาสาย จึงหารูปบ่าวสาวยากหน่อย..
  • งาน “มหกรรมผ้าไทย 2569 ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15”  จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟูชุดไทย ให้เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ เชิญชมชุดผ้าไหมกว่า 250 ชุดจาก 90 ประเทศ  ชมนิทรรศการการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7  และชมนิทรรศการ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและบูทจำหน่ายผ้าไหม  6 มิ.ย.17.30 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ ..
  • ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ  ผู้นำเข้าแบรนด์ คริสปี้ ครีม, ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส, พาย เฟสซ์ และซีส์ แคนดีส์ พร้อมแบรนด์น้องใหม่ ในเครือฯ  ALM x Impact Tennis & Sport Center  ส่งคริสปี้ ครีม สาขาใหม่ป้ายแดง  ณ ชั้น G โซน Indoor ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ตั้งแต่ 29 พ.ค.นี้แวะไปอุดหนุนกันได้..

น้อง

Airbnb.org จับมือ กทม. ยกระดับการจัดหาที่พักฉุกเฉินในช่วงวิกฤต

Airbnb.org จับมือ กทม. ยกระดับการจัดหาที่พักฉุกเฉินในช่วงวิกฤต

Airbnb.org จับมือ กทม. ยกระดับการจัดหาที่พักฉุกเฉินในช่วงวิกฤต

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งแรกที่หลายคนสูญเสียอาจไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือ “ความรู้สึกปลอดภัย” และ “ที่พักพิง” จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ  เมื่อปี 2568 เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญว่า เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและอาคารสูง ก็สามารถเผชิญภาวะวิกฤตที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่พักของตนเองอย่างกะทันหันได้เช่นกัน

กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ Airbnb.org ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยการยกระดับการเข้าถึงที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ความร่วมมือในครั้งนี้ได้วางกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับ Airbnb.org เพื่อให้ผู้ที่ต้องอพยพจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงบุคลากรที่ร่วมปฏิบัติงาน สามารถเข้าถึงที่พักที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด 
ความร่วมมือนี้ยังถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกในระดับเมืองของ Airbnb.org ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

คุณคริสทีน ชาง ผู้อำนวยการโครงการและการปฏิบัติการระดับโลกของ Airbnb.org กล่าวว่า Airbnb.org ก่อตั้งขึ้นในปี 2020 โดยมีพันธกิจในการช่วยจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้ผู้ประสบภัยและผู้เดือดร้อนทั่วโลก ผ่านเครือข่ายโฮสต์ของ Airbnb ซึ่งปัจจุบันมีที่พักกว่า 9 ล้านแห่งทั่วโลก สิ่งที่ทำให้องค์กรนี้แตกต่าง คือ การทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพราะรู้ว่าใครต้องการความช่วยเหลือ เมื่อไร และในรูปแบบไหน ส่วนหน้าที่ของเราคือสนับสนุนระบบที่พักและเชื่อมโยงทรัพยากรให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุด 

สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครถือเป็นที่ก้าวสำคัญในการสร้างระบบรับมือภัยพิบัติที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว Airbnb.org ยังให้การสนับสนุนที่พักให้กับบุคลากรด่านหน้า ไม่ว่าจะเป็นทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และอาสาสมัคร ซึ่งต้องเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานในช่วงวิกฤต เนื่องจากหน้างานอาจมีที่พักไม่เพียงพอ

“ในหลายสถานการณ์หน้างานอาจมีที่พักไม่เพียงพอสำหรับทีมช่วยเหลือ เราจึงต้องดูแลทั้งผู้ประสบภัยและผู้ที่กำลังเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย” คุณคริสทีน กล่าว

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Airbnb.org จะสนับสนุนเป็นจำนวนเงินมูลค่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,000,000 บาทไทย สำหรับการเข้าพักฉุกเฉินในกรุงเทพฯ โดยทำงานร่วมกับกทม.อย่างใกล้ชิดเพื่อจัดหาที่พักให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลาจำเป็น โดยครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติจะได้รับเครดิตจาก Airbnb.org สำหรับจองที่พักบน Airbnb ตามความต้องการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Airbnb.org และผู้บริจาค

ความร่วมมือในครั้งจึงไม่ใช่เพียงแค่การลงนามในเอกสารเท่านั้น แต่คือการสร้างระบบสนับสนุนใหม่ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และมีมนุษยธรรมมากยิ่งขึ้น

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Airbnb.org ได้จัดหาที่พักฟรีแล้วกว่า 1.6 ล้านคืน ให้แก่ผู้เดือดร้อนกว่า 250,000 รายใน 140 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว Airbnb.org ได้เข้าไปช่วยเหลือเหตุวิกฤตกว่า 78 เหตุการณ์ ใน 16 ประเทศ รวมถึงเหตุแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ โดยได้จัดหาที่พักสำหรับผู้ประสบภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมากกว่า 4,000 คืน รวมถึงเหตุระเบิดในมาเลเซีย และภัยพิบัติจากไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์”
“สำหรับเราไม่มีภัยพิบัติไหนเล็กเกินไป หากมีคนคนหนึ่งประสบเหตุไฟไหม้บ้าน และจำเป็นต้องมีที่พักชั่วคราวในคืนนั้น เราก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ หรือหากเกิดเหตุใหญ่ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง เราก็จะขยายการสนับสนุนตามสถานการณ์” คุณคริสทีน กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากการทำงานร่วมกับกทม. อีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานในประเทศไทย คือความร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา ภายใต้โครงการ “โรงพยาบาลมีสุข” เพื่อสนับสนุนที่พักสำหรับเด็กป่วยและครอบครัวจากต่างจังหวัดที่เดินทางเข้ามารักษาตัวในกรุงเทพฯ และอาจประสบปัญหาค่าใช้จ่ายด้านที่พัก โดยตั้งแต่เริ่มความร่วมมือ ทางโครงการโรงพยาบาลมีสุขสามารถขยายการช่วยเหลือโดยจัดหาที่พักฟรีเกือบ 50 คืนให้แก่ผู้ป่วยเด็ก สมาชิกในครอบครัว และผู้ดูแล ที่เดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามารับการรักษาในเมืองหลักของประเทศไทย ผ่านเครือข่ายโฮสต์ของ Airbnb.org

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ทรงไหนดี และต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ทรงไหนดี และต้องดูแลตัวเองอย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร ทรงไหนดี และต้องดูแลตัวเองอย่างไร

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.24 น.

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับรูปทรงริมฝีปากให้เหมาะกับใบหน้า เลือกแบบไหนดี และควรรู้อะไรก่อนทำ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นหนึ่งในหัตถการที่ช่วยปรับรูปทรงริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากสามารถแก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน หรือมุมปากตกได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปัจจุบันโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก หรือการฉีดปากได้รับความนิยมมากขึ้น สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำและปรับทรงได้ตามต้องการ

ไม่ว่าจะเป็นการเติม Filler ปาก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หรือปรับลุคให้ดูละมุนขึ้น การเลือกทรงและเทคนิคที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อช่วยให้เข้าใจและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler) คือการนำสารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ฉีดเข้าบริเวณริมฝีปากเพื่อปรับรูปทรงและเพิ่มความอิ่มเอิบให้กับปาก ซึ่ง HA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายอยู่แล้ว สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป

โปรแกรมฟิลเลอร์ปากไม่ได้แค่ทำให้ปากดูอวบขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมความชุ่มชื้น (Hydration) ปรับสมมาตรของปาก และแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น มุมปากตก รอยย่นรอบปาก หรือปากที่บางและไม่มีรูปทรงชัดเจน ช่วยให้ริมฝีปากดูอิ่มฟูและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครบ้าง?

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่ได้เหมาะแค่กับคนที่อยากได้ปากอวบขึ้นเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมปัญหาปากหลายแบบที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ โดยผู้ที่เหมาะกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก เช่น

  • ปากบางหรือเนื้อปากน้อย ไม่ว่าจะมาจากพันธุกรรมหรืออายุที่เพิ่มขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยเพิ่มความอิ่มเอิบและปรับทรงปากให้ได้รูปขึ้นได้
  • ปากเบี้ยวหรือปากไม่สมมาตร การฉีดปากช่วยปรับ Lip Symmetry ให้ทั้งสองข้างดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • มุมปากตก ทำให้ใบหน้าดูบึ้ง โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยยกมุมปากให้ดูผ่อนคลายและเป็นมิตรขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ปากแห้ง แตก หรือมีร่องริ้วรอยรอบปาก สาร HA (Hyaluronic Acid) ในโปรแกรมฟิลเลอร์ปากช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยได้พร้อมกัน
  • ปากดำหรือปากคล้ำ ฟิลเลอร์ช่วยให้ปากดูฉ่ำ สดใส และดูเรียบเนียนและมีความชุ่มชื้นมากขึ้น
  • อยากปรับทรงปากใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทรงฉีดปากแบบฉีดปากเกาหลี ทรงปากสายฝอ หรือปากกระจับ ก็สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับโครงหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน?

หลายคนสงสัยว่า โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากบวมกี่วัน คำตอบคือหลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาจมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลงเอง 

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ทรงไหนดี?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก คือฉีดปากทรงไหนที่เหมาะกับหน้าตัวเองมากที่สุด? เพราะแต่ละทรงปากฉีดฟิลเลอร์ให้ลุคที่แตกต่างกันออกไป การเลือกเรฟฉีดปากให้ตรงกับโครงหน้าจึงสำคัญมาก โดยทรงที่ได้รับความนิยม ได้แก่

  • ฉีดปากสายฝอ คือทรงฉีดปากที่เน้นความอวบอิ่ม เห็นขอบปากชัด (Lip Border) ดูมีมิติ เหมาะกับคนที่อยากได้ปากที่ดูมีเสน่ห์
  • ฉีดปากเกาหลี หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ปากกระจับ เน้นขอบปากบนที่เรียวคมเหมือนปีกนก (Cupid’s Bow) ให้ลุคหวานละมุนสไตล์เกาหลี เป็นทรงที่ได้รับความนิยม
  • ทรงปากธรรมชาติ เหมาะกับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลงมาก แต่อยากให้ปากดูอวบขึ้นเล็กน้อย ชุ่มชื้น (Healthy Lip) โดยยังคงความเป็นธรรมชาติของปากตัวเองไว้

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากควรรู้อะไรบ้าง?

การเตรียมตัวก่อนเข้าโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

  • งดรับประทานยากลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น Aspirin หรือ Ibuprofen อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับบริการโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาทิ Vitamin E, Fish Oil หรือสารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นเวลา 7 วันก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายอย่างหนัก 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • งดการสครับริมฝีปาก การแว็กซ์ขน หรือการใช้สารผลัดเซลล์ผิวบริเวณปาก 3 วันก่อนเข้าทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • หากมีโรคประจำตัว มีประวัติการเกิดเริมที่ริมฝีปาก หรือประวัติการแพ้ยาควรแจ้งข้อมูลแก่แพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก

วิธีดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานและได้รูป

  • ดื่มน้ำให้ปริมาณที่เพียงพอเพื่อให้ Hyaluronic Acid ในฟิลเลอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคงความอิ่มฟูได้นานขึ้น
  • หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ในช่วง 12 ชั่วโมงแรกควรงดการทาลิปสติกและการสัมผัสริมฝีปากรุนแรงเพื่อลดการรบกวนผิวบริเวณที่ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก
  • หลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ปาก ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่ร้อนจัด และของหมักดองในช่วง 3 วันแรก เพื่อลดโอกาสการระคายเคือง
  • ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ปากที่สำคัญคือ การงดใช้หลอดดูดน้ำ การสูบบุหรี่ หรือการบีบนวดริมฝีปากแรง ๆ เพราะอาจทำให้ฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนหรือเสียทรงได้ง่าย
  • ควรเลี่ยงการอบซาวน่า การออกกำลังกายหนัก หรือการสัมผัสความร้อนสูงในช่วง 2 สัปดาห์แรกเพื่อให้สารเติมเต็มเซตตัวได้ดี
  • หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการหลังฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ปาก ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากแพทย์

โปรแกรมฟิลเลอร์ปากฉีดที่ไหนดี?

การเลือกคลินิกสำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากไม่ควรตัดสินใจแค่จากราคาหรือโปรโมชั่น แต่ควรดูจากปัจจัยเหล่านี้ประกอบด้วย

  • คลินิกได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้การเข้ารับบริการเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์
  • ฟิลเลอร์และอุปกรณ์ได้มาตรฐาน ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. มีการจัดเก็บที่ถูกต้องและไม่หมดอายุ
  • ทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากควรทำโดยแพทย์ที่มีความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าและเทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง ช่วยให้ผลลัพธ์มีความสมดุลและเหมาะสมกับโครงหน้า
  • มีรีวิวฉีดฟิลเลอร์ปากจากเคสจริง ไม่ว่าจะเป็นรูปก่อน-หลัง หรือคลิปวิดีโอ เพื่อให้ประเมินผลลัพธ์ได้ตรงกับความคาดหวัง โดยสามารถดูรีวิวฟิลเลอร์ปากจากคนไข้จริงเพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • มีจรรยาบรรณและให้ข้อมูลตรงไปตรงมา คลินิกที่ดีจะไม่กดดันหรือยัดเยียดบริการที่ไม่จำเป็น และให้คำแนะนำที่ตรงกับปัญหาของแต่ละคน

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ปรับทรงปากได้รูป ที่ Amarante Clinic 

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นทางเลือกในการปรับรูปริมฝีปากให้ดูอิ่มฟูและได้สัดส่วน สามารถเลือกทรงปากให้เข้ากับใบหน้าได้อย่างเหมาะสม สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านการออกแบบรูปทรงและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ Amarante Clinic พร้อมดูแลตั้งแต่การประเมินโครงสร้างปากเฉพาะบุคคล ออกแบบรูปทรงปากให้เหมาะกับใบหน้า เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ผ่าน อย. และทำหัตถการโดยแพทย์ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความสมดุลกับโครงหน้า นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันสำหรับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากและโปรแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งฟิลเลอร์ใต้ตา โบท็อก Radiesse Profhilo และ Skinvive ในราคาที่คุ้มค่า 

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • Line : @amarante.official
  • Facebook : @amaranteclinic
  • Instagram : amarante_clinic
  • สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) Tel : 080-393-6669
  • สาขา บางนา : For You Park Tel : 080-556-5294 
  • เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

ปู มัณฑนา นิวเวอร์ชั่น ประกาศลั่นยอมสงบปากสงบคำ ข่มใจไม่โต้กลับคู่กรณี หวั่นคดีงอกเพิ่ม

ปู มัณฑนา นิวเวอร์ชั่น ประกาศลั่นยอมสงบปากสงบคำ ข่มใจไม่โต้กลับคู่กรณี หวั่นคดีงอกเพิ่ม

ปู มัณฑนา นิวเวอร์ชั่น ประกาศลั่นยอมสงบปากสงบคำ ข่มใจไม่โต้กลับคู่กรณี หวั่นคดีงอกเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.37 น.

ถูกจับตามองทุกครั้ง สำหรับอดีตรองนางสาวไทยและนักแสดงรุ่นใหญ่ชื่อดัง “ปู-มัณฑนา หิมะทองคำ” ซึ่งก่อนหน้านี้หากใครได้ติดตามโซเชียลมีเดียของเธอ จะเห็นว่าหลังจากมีประเด็นคดีความกับหลายบุคคลในวงการบันเทิงและวงการทนายความ เธอมักจะออกมาโพสต์ตอบโต้กลับด้วยถ้อยคำที่รุนแรงแบบถึงพริกถึงขิง ตาต่อตาฟันต่อฟัน จนยอดคดีความพุ่งทะยานเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ปู มัณฑนา พร้อมด้วยทนายเดินทางไปยังศาลแขวงพระนครใต้ ตามนัดสืบพยานโจทก์-จำเลย ในคดีที่เธอเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ทนายแก้ว-มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” โดยชนวนเหตุมาจากกรณีที่เธอถูก ‘ทนายแก้ว’กล่าวหาผ่านรายการชื่อดังอย่าง “โหนกระแส” ของ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” จนทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งในครั้งนี้เธอตั้งใจเดินหน้าเต็มที่เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและความยุติธรรมให้กับตัวเอง

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ศาล ปู มัณฑนา ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงไฟแค้นที่เริ่มเบาบางลง โดยยอมรับว่าตอนนี้พยายามนิ่งสงบมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว

“ตอนนี้หยุดมาได้ 2 อาทิตย์แล้วค่ะ แม้คู่กรณีจะโพสต์ต่อว่าด่าเราทุกวัน บางทีก็อยากจะโต้ตอบในข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องพยายามข่มใจไว้ ไม่อย่างงั้นคดีอาจจะต้องเพิ่มอีก 40-50 คดี” ปู มัณฑนา กล่าว

การเปลี่ยนโหมดจาก “สายบวก” มาเป็น “สายสงบ” ในครั้งนี้ นับเป็นการเบรกเกมเดือดชั่วคราวเพื่อเซฟตัวเองไม่ให้มีคดีความงอกเงยไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ส่วนบทสรุปของคดีความกับทนายชื่อดังจะเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูท่าทีของฝั่งคู่กรณีและกระบวนการยุติธรรมกันต่อไป

ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

ลีน่าจัง เตือนสติ ทราย สก๊อต หยุดแฉยุติศึกสายเลือด แนะควรเข้ากราบเท้าขอขมาแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.55 น.

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าสั่นสะเทือนวงการและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม สำหรับกรณีของ “ทราย สก๊อต” (สิรณัฐ สก๊อต) ที่ได้ออกมาอัดคลิปเปิดใจทั้งน้ำตา แฉเรื่องราวความเจ็บปวดในอดีตว่าเคยถูกพี่ชายแท้ๆ “พาย-สุนิษฐ์ สก๊อต” ล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่ยังเด็ก แถมซ้ำร้ายในปัจจุบันยังต้องเผชิญศึกสายเลือด ถูกมารดาแท้ๆ ยื่นฟ้องทางกฎหมายเพื่อเพิกถอนและเรียกคืนทรัพย์สินมรดกมูลค่ากว่า 130 ล้านบาท โดยมีพี่ชายเป็นพยานฝั่งมารดา จนเกิดการโต้ตอบกันไปมาระหว่างสายเลือด และกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด“ลีน่าจัง” ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดราม่าที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของ “ทราย สก๊อต” โดยลีน่าจังระบุชัดเจนว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการออกมาแฉหรือโจมตีบุคคลในครอบครัวผ่านสื่อ เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็ยังคงเป็นพี่น้องและมีสายเลือดเดียวกัน

ลีน่าจัง แสดงทัศนะเพิ่มเติมว่า บุคคลที่ออกมาต่อว่ามารดาของตนเองนั้น ท้ายที่สุดแล้วก็ยังคงมีความเป็นแม่ลูกกันอยู่ดี ต่อให้จะมีความเห็นที่ขัดแย้งหรือมีปากเสียงกันรุนแรงเพียงใด สักวันหนึ่งก็ต้องกลับมาคืนดีกัน เนื่องจากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ทุกคนยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นซึ่งมักจะมีอารมณ์และความคิดไปตามวัย ประกอบกับทางฝั่งพี่ชายก็มีครอบครัว มีบุตร และภรรยาก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ในขณะนั้นนอกจากนี้ เวลาได้ล่วงเลยมานานกว่า 20 ปีแล้ว จึงควรที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ควรนำเรื่องราวในอดีตมาฝังใจ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องที่ดินมูลค่า 130 ล้านบาท ที่มารดาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องและมีการนำพี่ชายมาเป็นพยาน โดยลีน่าจังมองว่า…

“การออกมาเปิดเผยเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลานี้ อาจเป็นความพยายามในการดิสเครดิตอีกฝ่าย เพื่อให้ในชั้นศาลสามารถกล่าวอ้างได้ว่ามีความโกรธแค้นต่อกัน อันจะส่งผลให้น้ำหนักของคำให้การลดความน่าเชื่อถือลง”

นอกจากนี้ ลีน่าจัง ได้กล่าวเตือนไปยัง ทราย สก๊อต ว่าควรยุติการออกมาแฉเรื่องราวต่างๆ ได้แล้ว และตนเองก็เห็นด้วยกับคำแนะนำของ “ต๊อด” ที่เคยระบุไว้ว่า อย่างไรเสียมารดาก็คือผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ ดังนั้น การเข้าไปกราบขอโทษจึงถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากมารดาคือผู้มีพระคุณที่คอยเลี้ยงดูมา

พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงกลุ่มบุคคลที่ออกมาเล็งยืนให้กำลังใจบริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ด้วยว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงดูเรามา เมื่อมีกระแสข่าวก็เข้ามาให้กำลังใจ แต่หากวันหนึ่งต้องตกที่นั่งลำบากหรือขัดสนเงินทอง แล้วลองไปขอความช่วยเหลือบ่อยครั้ง ท้ายที่สุดก็อาจจะถูกปฏิเสธได้ลีน่าจังจึงเน้นย้ำว่า คนเป็นลูกควรเข้าไปกราบขอโทษ ขอขมามารดา และขอให้ดำเนินการถอนฟ้อง ซึ่งจะทำให้เรื่องราวทุกอย่างยุติลงด้วยดี

ในช่วงท้าย ลีน่าจัง ได้ระบุถึงสาเหตุที่มารดาของ ทราย สก๊อต พยายามปกปิดเรื่องราวในอดีตและไม่ต้องการให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของทั้งบุตรชายคนโตและบุตรชายคนเล็ก อีกทั้งเหตุการณ์ทั้งหมดได้เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็กวัยรุ่น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทางมารดาเลือกที่จะเก็บงำความลับนี้มาโดยตลอด

สายสืบชาวบ้าน เตือนภัย ต้อนรับเปิดเทอมมิจฉาชีพทักแชตหลอกจ่ายค่าเทอม

สายสืบชาวบ้าน เตือนภัย ต้อนรับเปิดเทอมมิจฉาชีพทักแชตหลอกจ่ายค่าเทอม

สายสืบชาวบ้าน เตือนภัย ต้อนรับเปิดเทอมมิจฉาชีพทักแชตหลอกจ่ายค่าเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

อินเทรนด์สุด สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด ต้อนรับเปิดเทอม เตือนผู้ปกครองตั้งสติก่อนโอน ระวังมิจฉาชีพส่งข้อความหลอกจ่ายค่าเทอม พร้อมขนทัพประเด็นภัยใกล้ตัวมาให้ติดตาม ในรายการ “สายสืบชาวบ้าน”เสาร์ที่ 24 พฤษภาคมนี้ สัปดาห์นี้ 2 พิธีกรสายลุยอารมณ์ดี “สายสืบจีจี้” ศจี วงศ์อำไพ และ “สายสืบนิวหนวด” ธนิศ แก้วนาคยังเดินหน้ารวบรวมเหตุการณ์แปลกแต่จริงจากทั่วประเทศ มาเล่าให้แฟนรายการได้ติดตามกันอย่างเข้มข้น  มีเรื่องน่าสนใจมาฝากแฟนรายการ “สายสืบชาวบ้าน” เช่นเคย

เริ่มกันที่ จ.ฉะเชิงเทรา กับเหตุการณ์สุดงงที่คิดว่าจะมีแต่ในละคร เมื่อหญิงสาวออกกำลังกายอยู่บริเวณศาลากลางจังหวัดอยู่ดี ๆ  แต่กลับถูกคนร้ายใช้เปลือกทุเรียนตบหน้า ก่อนเข้ารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ แล้วรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็วต่อกันที่ จ.สระแก้ว กับเรื่องชวนสะเทือนใจ เมื่อลูกชายทำทีเป็นลูกที่ดีพาแม่ไปจ่ายตลาด แต่เบื้องหลังกลับแอบค้ายาบ้า กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหารจับกุมพร้อมของกลาง  ขณะนำยาบ้ามาส่งให้สายล่อซื้อ เมื่อแม่รู้ความจริงถึงกับน้ำตาคลอด้วยความผิดหวัง และโมโหจนคว้าเก้าอี้จะฟาดลูกชาย ทำเอาตำรวจต้องรีบเข้าห้ามจากนั้นไปที่ จ.นครราชสีมา กับเหตุการณ์วุ่น ๆ ในงานบวช ที่ดนตรีดังเป็นเหตุ  เมื่อขบวนรถแห่ของชาวบ้านกำลังเปิดเพลงสนุกสนานอยู่ภายในวัด แต่เสียงดังกลับทำให้ผึ้งหลวงที่ทำรังอยู่ใกล้เคียงแตกรัง บินออกมาไล่ต่อยชาวบ้านและเด็ก ๆ จนต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดกันจ้าละหวั่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย งานนี้สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด มีภาพ
มาให้ชมเหตุการณ์ต่อมายังอยู่กันที่วัด เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อชายคนหนึ่งทำทีมาไหว้พระ ก่อนใช้ไม้เสียบยาวติดเทปใสหย่อนลงไปเพื่อแตะแบงค์จากบาตรยักษ์ ที่ตั้งไว้ให้ญาติโยมใส่เงินทำบุญ ทันทีที่ถูกจับได้ชายคนดังกล่าวกลับอ้างว่าเป็นเงินทำบุญที่ใครก็สามารถหยิบไปใช้ได้ พร้อมท้าให้ชาวบ้านแจ้งตำรวจ สุดท้ายชาวบ้านและนักท่องเที่ยวช่วยกันล้อมจับ พร้อมพบเงินสด 300 บาทที่ขโมยมาและช่วงอินเทรนด์รับเปิดเทอม สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด นำคลิปจากตำรวจสืบสวนกลางมาเตือนภัยผู้ปกครอง ให้ระวังมิจฉาชีพส่งข้อความแอบอ้างเป็นโรงเรียน แจ้งให้โอนชำระค่าเทอม โดยย้ำว่าก่อนโอนเงินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบชื่อบัญชีผู้รับให้ตรงกับบัญชีทางการของโรงเรียนหรือสถานศึกษาให้ดี เพราะไม่เช่นนั้นอาจถูกมิจฉาชีพหลอกเอาได้

ติดตามชมทุกประเด็นเตือนภัยใกล้ตัวในรายการ  “สายสืบชาวบ้าน” วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคมนี้เวลา 14.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมสดออนไลน์ได้ที่ BUGABOO.TV และสำหรับใครที่มีเรื่องราวคดีชาวบ้านที่น่าสนใจ สนุก ๆ ประสบการณ์ตรง อยากจะมาบอกต่อ ทักข้อความมาได้ที่แฟนเพจ CH7HD Entertainment  ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com