อั้ม พัชราภา ปวดหัวหนัก รีโนเวทบ้านใหม่แต่น้ำรั่วแทบทุกจุด แก้ 6 รอบไม่หาย

อั้ม พัชราภา ปวดหัวหนัก รีโนเวทบ้านใหม่แต่น้ำรั่วแทบทุกจุด แก้ 6 รอบไม่หาย

อั้ม พัชราภา ปวดหัวหนัก รีโนเวทบ้านใหม่แต่น้ำรั่วแทบทุกจุด แก้ 6 รอบไม่หาย

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.51 น.

ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงอดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อซูเปอร์สตาร์สาว “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ต้องเผชิญปัญหาใหญ่จากการรีโนเวทบ้านใหม่ หลังพบว่าส่วนต่อเติมด้านหลังบ้านเกิดปัญหาน้ำฝนรั่วซึมอย่างหนัก แม้ผู้รับเหมาจะดำเนินการแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ล่าสุด อั้ม พัชราภา ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นภาพน้ำฝนไหลรั่วลงมาจากหลังคาและเพดานหลายจุด จนมีลักษณะคล้ายกับน้ำตก พร้อมเขียนข้อความขอคำแนะนำจากผู้มีความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาบ้านรั่ว โดยระบุว่า

       “ขอถามผู้รู้หน่อยค่ะ บ้านอั้มด้านหลังทำใหม่ แต่น้ำรั่วลงมาเยอะมาก รั่วแทบทุกจุดที่สร้างใหม่เลย มีวิธีแก้ยังไงคะ ผู้รับเหมาเขาบอกว่าทากันซึมแล้ว แต่แบบนี้กันซึมคงไม่พอละ รั่วทั้งหลังบ้าน แก้ไขไป 6 รอบก็ยังรั่ว และในคลิปแบบหนักมาก (ถ้ามีใครที่แนะนำได้บอกนะคะ ถ้าได้วิธีที่หายรั่วแล้วจะขอลบโพสต์นี้ค่ะ)”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับ รวมถึงคนในวงการบันเทิงจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ พร้อมแนะนำวิธีแก้ปัญหาและแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านงานโครงสร้างและระบบกันซึมโดยตรง เนื่องจากมองว่าปัญหาน้ำรั่วที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากการทากันซึมเพียงอย่างเดียว แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากโครงสร้างหรือขั้นตอนการก่อสร้างที่ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

บอสณวัฒน์ ไลฟ์เคลียร์ดรามา ชี้สัมพันธ์ เป๊ก-หนิง แค่เรื่องงาน ติง ธัญญ่า ไม่น่าเปิดประเด็น

บอสณวัฒน์ ไลฟ์เคลียร์ดรามา ชี้สัมพันธ์ เป๊ก-หนิง แค่เรื่องงาน ติง ธัญญ่า ไม่น่าเปิดประเด็น

บอสณวัฒน์ ไลฟ์เคลียร์ดรามา ชี้สัมพันธ์ เป๊ก-หนิง แค่เรื่องงาน ติง ธัญญ่า ไม่น่าเปิดประเด็น

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.58 น.

25 มิถุนายน 2569 กลายเป็นทอล์กออกฟเดอะทาวน์ที่สังคมและขาเผือกบนโลกออนไลน์เกาะติดอย่างไม่วางตา สำหรับประเด็นดราม่าร้อนระอุที่เกี่ยวพันกับคนในวงการบันเทิงหลายฝ่าย ล่าสุด “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เจ้าพ่อดราม่าและหัวเรือใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการ ได้ออกมาไลฟ์สดเปิดใจแบบม้วนเดียวจบ หลังจากที่ได้รับชมและรับฟังบทสัมภาษณ์เปิดใจของ “เป๊ก สัณณ์ชัย เองตระกูล” โดยณวัฒน์เผยความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาว่า ทันทีที่ฟังจบทุกอย่างก็เคลียร์กระจ่างชัดเจนแบบไม่ต้องสืบต่อ

โดยในระหว่างการไลฟ์สด ณวัฒน์ ได้เอ่ยปากชื่นชมในความตรงไปตรงมาของเป๊ก สัณณ์ชัย โดยระบุว่า ตนเองรู้จักกับพี่เป๊กมานานและรู้ดีว่าเป็นคนอย่างไร จากบทสัมภาษณ์ล่าสุดทำให้เห็นชัดเจนเลยว่าเขาเป็นคนที่ “แมนมาก” ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือในอดีตที่ผ่านมาเขาเคยผ่านอะไรมากับใคร แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกมาชี้แจง พี่เป๊กก็พูดจาเสียงดังฟังชัดและมีความชัดเจนในตัวเองทุกเรื่องเสมอ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่น่าชื่นชม

ส่วนประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองเกี่ยวกับ “หนิง” นั้น ณวัฒน์ได้วิเคราะห์และแสดงทรรศนะว่า เรื่องนี้หากมองด้วยใจที่เป็นธรรมถือว่าเบาบางมากและไม่มีมูลเหตุในเชิงชู้สาวเลย เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีหลักฐานประเภทแชทหลุด หรือภาพถ่ายในลับตาคนที่เป็นเชิงชู้สาวปรากฏออกมาให้เห็นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ภาพที่ทุกคนเห็นและนำมาเป็นประเด็นล้วนแต่เป็นภาพในที่สาธารณะทั้งสิ้น ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วเป็นการเดินทางไปทำงานร่วมกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันตามประสาคนทำงานร่วมกันปกติ

นอกจากนี้ บอสณวัฒน์ยังได้อธิบายถึงบุคลิกและธรรมชาติของเป๊ก สัณณ์ชัย เพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจของแฟนๆ ว่า “ธรรมชาติของพี่เป๊ก เวลาเขาเห็นสาวๆ สวยๆ เขาก็ชอบ เป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย มีได้พูดคุยหยอดบ้าง ได้หยิบยื่นโอกาสช่วยเหลือป้อนงานให้ เขาก็มีความสุขของเขาแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่เขาไปคุยหรือไปช่วยทุกคน แปลว่าเขาอยากจะเอามาเป็นเมียน้อยหรือเมียเก็บซะทุกคนเมื่อไหร่”

บอสณวัฒน์ยังสำทับอีกว่า หากเป๊กมีพฤติกรรมคิดจะปิดบังซ่อนเร้นจริงๆ คงไม่มีใครมีโอกาสได้เห็นภาพแน่นอน แต่นี่ไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะไปสนามบิน ไปนั่งกินข้าว และทุกครั้งที่ไปก็ไม่ได้ไปกันสองต่อสอง แต่มีผู้จัดการส่วนตัวรวมถึงทีมงานร่วมเดินทางและอยู่ด้วยตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของการไลฟ์สด ณวัฒน์ได้มีการพูดถึงตัวละครอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ โดยได้ติติงไปทาง “ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล” ว่า จริงๆ แล้วในฐานะคนในครอบครัว ไม่น่าจะเข้ามาคอมเมนต์เปิดประเด็นตั้งแต่แรก เพราะทำให้เรื่องราวบานปลายเกินกว่าที่ควรจะเป็น

พร้อมกันนี้ ณวัฒน์ยังได้ทิ้งท้ายด้วยความเคลือบแคลงใจและตั้งคำถามส่งตรงไปยัง “โย” อดีตแฟนหนุ่มของหนิง ว่าตนเองไม่ค่อยเข้าใจเจตนาเท่าไหร่นัก ว่าหลังจากเกิดเรื่องแล้ว เจ้าตัวจะออกมาเคลื่อนไหว หรือออกมาพูดอะไรนักหนา ทั้งที่เรื่องนี้ควรจะเป็นเรื่องของคนที่เกี่ยวข้องโดยตรงมากกว่า

ในช่วงท้ายของการไลฟ์สด บอสณวัฒน์ได้สรุปเรื่องราวทั้งหมดอย่างดุเดือดตามสไตล์ เพื่อเตือนสติชาวเน็ตและคนที่ยังไม่ยอมมูฟออนจากดราม่านี้ด้วยประโยคสั้นๆ แต่จุกว่า

“ผมก็บอกพวกคุณไปแล้วว่าให้รอฟังพี่เป๊กพูดก่อน… แล้วนี่เป็นไงล่ะ เขาออกมาพูดชัดเจนขนาดนี้แล้วไง… ก็คือจบแล้ว แยกย้าย!”ถือเป็นการปิดจ๊อบดราม่าในมุมของบอสณวัฒน์ที่ทำเอาขาเผือกถึงกับตื่นขยับตัวตาม และคาดว่าหลังจากนี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลน่าจะเริ่มซาลง หลังจากที่ตัวแปรสำคัญอย่างเป๊ก สัณณ์ชัย ออกมาเคลียร์คัตด้วยตัวเอง และมีรุ่นใหญ่อย่างณวัฒน์ออกมารับประกันความแมนในครั้งนี้

นายกฯเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระสังฆราช 99 พรรษา

นายกฯเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระสังฆราช 99 พรรษา

นายกฯเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระสังฆราช 99 พรรษา

วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.35 น.

นายกฯ  เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.69 เวลา 07.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและภริยา เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ประธานองค์กรอิสระ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

โอกาสนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางมาถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายสักการะ ณ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยการถวายพวงมาลัยและจุดเครื่องทองน้อย จากนั้นไปยังด้านในพระอุโบสถ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกราบสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

นายกรัฐมนตรีและภริยา ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและส่วนราชการในพระองค์ ถวายผ้าไตรและเครื่องไทยธรรม แด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำและกราบลาพระรัตนตรัย ก่อนถวายความเคารพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาและกราบนมัสการสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จออก ณ ไพทีหน้าพระอุโบสถและทรงบาตรพระสงฆ์ จากนั้น สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะและพระสงฆ์จากโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จำนวน 108 รูป เดินรับบิณฑบาต โดยมีนายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้ร่วมพิธี ร่วมตักบาตรถวายพระกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน

สำนักทดสอบฯ มศว แถลงการณ์ ฉบับ 2 ยันตรวจกระดาษคำตอบเสร็จ ใส่แฟลชไดร์ฟแล้วส่งมอบ สถ.ทันที

สำนักทดสอบฯ มศว แถลงการณ์ ฉบับ 2 ยันตรวจกระดาษคำตอบเสร็จ ใส่แฟลชไดร์ฟแล้วส่งมอบ สถ.ทันที

สำนักทดสอบฯ มศว แถลงการณ์ ฉบับ 2 ยันตรวจกระดาษคำตอบเสร็จ ใส่แฟลชไดร์ฟแล้วส่งมอบ สถ.ทันที

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.30 น.

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง การดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ.2568 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามขอบเขตของสัญญา ตามบทบาทและหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ และเป็นกลางทางวิชาการและสามารถตรวจสอบได้

สำนักทดสอบฯ ได้มีการดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยรับผิดชอบงานตามขอบเขตของสัญญา (TOR) ได้แก่ การจัดทำและจัดพิมพ์เอกสารเกี่ยวกับการสอบ การออกและคัดเลือกข้อสอบ การจัดพิมพ์และจัดเตรียมแบบทดสอบและกระดาษคำตอบ การขนย้ายและจัดเก็บข้อสอบ การดำเนินการจัดสอบ การตรวจกระดาษคำตอบ ตลอดจนการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อสอบ ซึ่งได้ดำเนินการครบถ้วนตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งขอบเขตของงานกำหนดให้ ภายหลังจากสอบข้อเขียน (ภาค ก และภาค ข) เรียบร้อยแล้วต้องจัดให้มีการตรวจกระดาษคำตอบที่ศูนย์สอบ ทั้ง 10 ศูนย์ โดยมีผู้แทนจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์ และเมื่อตรวจกระดาษคำตอบที่ดำเนินการสอบแล้วให้จัดทำไฟล์ข้อมูล บันทึกลงใน Flash drive แล้วส่งให้ผู้ว่าจ้างทันทีเมื่อการตรวจกระดาษคำตอบแล้วเสร็จ โดยให้เป็นความลับในระดับ “ลับที่สุด” รวมถึงการจัดทำไฟล์ข้อมูลคะแนนการตรวจกระดาษคำตอบเป็นไฟล์ .pdf และ .xlsx และจัดทำไฟล์ข้อมูลการสแกนกระดาษคำตอบเป็นไฟล์ .pdf หรือ .jpg เพื่อส่งมอบให้กับผู้ว่าจ้าง

ส่วนกระดาษคำตอบตัวจริงและแบบทดสอบที่ดำเนินการตรวจเรียบร้อยแล้วถูกเก็บรักษาไว้ห้องมั่นคงที่มีกล้องวงจรปิดตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นการถือกุญแจ 2 ฝ่าย คือ สำนักทดสอบฯ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หากจะมีการเปิดห้องมั่นคง ต้องมีการดำเนินการเปิดห้องจากทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีการเปิดห้องมั่นคง 4 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เปิดห้องเพื่อเก็บข้อสอบ, ครั้งที่ 2 เปิดห้องเพื่อเก็บข้อสอบที่จัดสอบเพิ่มเติม, ครั้งที่ 3 เปิดห้องเพื่อให้ผู้มาอุทธรณ์ขอดูกระดาษคำตอบตามระยะเวลาที่ระเบียบการกำหนดไว้กรณีที่มีผู้เข้าสอบยื่นใบคำร้องขอดูกระดาษคำตอบตัวจริง ในช่วงเวลาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด ผู้ที่ได้คะแนนเป็น 0 พบว่าเกิดจากการระบายกระดาษรหัสชุดข้อสอบลงในกระดาษคำตอบผิดพลาดหรือไม่ได้ระบาย โดยยืนยันได้จากกระดาษคำตอบตัวจริงที่ได้ส่งมอบให้กับทาง ป.ป.ช. ไปแล้วและครั้งที่ 4 ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน 2569

ต่อมา ตามที่ปรากฏในข่าวเมื่อวานนี้ (24 มิถุนายน 2569) สำนักทดสอบฯ ได้ให้ความร่วมมือส่งมอบไฟล์ข้อมูลผลการตรวจ กระดาษคำตอบตัวจริง และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ของกฎหมาย

สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ขอยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น โดยได้มีการส่งมอบเอกสาร และไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ให้กับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อความถูกต้องและความโปร่งใสของการดำเนินงาน

คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.46 น.

-คณะทูต-หัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ วางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 16.01 น.คณะทูตต่างประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เดินทางมาวางพวงมาลาถวายอาลัยหน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
 

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา' เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.03 น.

สำนักพระราชวัง กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” เริ่ม 27 มิ.ย.นี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักพระราชวัง ได้กำหนดเวลาและเส้นทางเข้าถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป โดยเปิดให้เข้าถวายสักการะพระศพฯ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.แบ่งเป็น 3 ช่วงเวลา ดังนี้ 

ช่วงที่ 1 เวลา 08.00 – 10.00 น. 

ช่วงที่ 2 เวลา 11.30 – 16.00 น.

ช่วงที่ 3 เวลา 20.00 – 21.00 น.

ต้องผ่านจุดคัดกรองและรับการจัดลำดับการเข้าถวายสักการะพระศพฯฯ ภายในโถงอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลาน (จุดคัดกรองปิดเวลา 20.00 น.) โดยเข้าทางประตูมณีนพรัตน์และเดินตามเส้นทางที่สำนักพระราชวังกำหนด โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ สุภาพบุรุษงดสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีสวมกระโปรงหรือผ้านุ่งเท่านั้น         

สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่จะเดินเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม-เปิดให้เข้าชมฯได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 08.30 -15.30 น.-เข้าทางประตูมณีนพรัตน์ และผ่านจุดคัดกรองตามมาตรการรักษาความปลอดภัย-งดเข้าชมพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท-ให้นักท่องเที่ยวเดินออกทางถนนจักรีจรัณย์ ผ่านประตูพิมานไชยศรีเลี้ยวซ้ายหน้าหอรัษฎากรพิพัฒน์ เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และเดินออกพระบรมมหาราชวังทางประตูวิมานเทเวศร์ 

ผบ.ทอ.เยือนสิงคโปร์ กระชับร่วมมือกลาโหม–อากาศยานไร้คนขับ เสริมเสถียรภาพความมั่นคงภูมิภาค

ผบ.ทอ.เยือนสิงคโปร์ กระชับร่วมมือกลาโหม–อากาศยานไร้คนขับ เสริมเสถียรภาพความมั่นคงภูมิภาค

ผบ.ทอ.เยือนสิงคโปร์ กระชับร่วมมือกลาโหม–อากาศยานไร้คนขับ เสริมเสถียรภาพความมั่นคงภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.28 น.

‘ผบ.ทอ.’เยือนสิงคโปร์ กระชับความร่วมมือกลาโหม–อากาศยานไร้คนขับ เสริมเสถียรภาพความมั่นคงภูมิภาค

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศไทย (ผบ.ทอ.) เดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 23–25 มิถุนายน 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและความร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ โดยได้เข้าพบหารือกับนาย Chan Chun Sing รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการกองทัพอากาศสิงคโปร์

การหารือครอบคลุมประเด็นความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีพลวัตเพิ่มขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันถึงความสัมพันธ์ด้านกลาโหมที่มีความแน่นแฟ้น และพร้อมสานต่อความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสดังกล่าว ผู้บัญชาการทหารอากาศไทยยังได้เยี่ยมชมฐานทัพอากาศเซมบาวัง (Sembawang Air Base) และกองบัญชาการอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle Command) ของสิงคโปร์ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการปฏิบัติการทางอากาศสมัยใหม่ รวมถึงพัฒนาการด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ

การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพอากาศไทยและสิงคโปร์ อันจะนำไปสู่การเพิ่มพูนขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม และสนับสนุนเสถียรภาพความมั่นคงของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

‘บิ๊กดุลย์’ เมิน ‘ฮุนเซน-เตีย บันห์’ ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

'บิ๊กดุลย์' เมิน 'ฮุนเซน-เตีย บันห์' ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

‘บิ๊กดุลย์’ เมิน ‘ฮุนเซน-เตีย บันห์’ ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

“บิ๊กดุลย์” เมิน “ฮุนเซน-เตีย บันห์” ไปจีนดีลอาวุธ ลั่น อย่าสนใจ เขาทำ เราก็ทำ เตรียมพร้อมสนามรบ ขอ เชื่อมั่น ผู้นำ-สีหศีกดิ์ เดินหน้าการทูตเชิงรุก เตรียมไปจีน 16-20 ก.ค.นี้

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงกลากลาโหม พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
มีการสนับสนุน เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต ว่า ตนรับราชการ อยู่ชายแดนมาโดยตลอด สิ่งที่น่าเจ็บปวดก็คือ การเข้าพื้นที่ด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่เจ็บปวดคือการเพิ่มเติมกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการลำเลียง ผู้บาดเจ็บออกมา 1 หรือ 2 วินาที มีความหมาย สำหรับกำลังพลที่บาดเจ็บ หากเรามีถนน เลาะแนวชายแดน ซึ่งที่ตามมาจะมีความรวดเร็วคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ ทั้งยุโธปกรณ์ การใช้ยานยนต์ การส่งกำลังเพิ่มเติมอาวุธกระสุน การเข้าถึงพื้นที่ชายแดนด้วยความรวดเร็ว นั่นคือการรักษาอธิปไตยของชาติ ได้มั่นคงมากขึ้น และได้ช่วยเหลือพี่น้องที่ปะทะอยู่ข้างหน้า นําผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อรักษาชีวิตของคนให้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเมื่อมีถนนก็ต้องมีไฟฟ้า ยุทโธปกรณ์ทางทหารมีความจําเป็น ต้องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากเป็นเทคเทคโนโลยี และเชื่อมโยงระบบกับส่วนราชการ ตอนนั้นก็เป็นเรื่องของน้ํา ซึ่งกระทรวงเกษตรโดยท่านรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่ เมื่อเสร็จเราจะทําเขื่อนเล็กกั้นน้ํา ก็ใช้ประโยชน์ได้แล้ว อยากจะใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังเป็นเครื่องกีดขวางได้อย่างดี และสัญญาณโทรศัพท์เพื่อให้กําลังพลได้ติดต่อกับครอบครัว

เมื่อถามถึงกรณีสมเด็จฮุนเซน และ พล.อ.เตีย บันห์ ประธานวุฒิสภา เยือนประเทศจีน อาจมีการไปดีลเรื่องอาวุธ  พลโทอดุลย์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องของเขา อย่าไปสนใจ เราก็ทํา เขาก็ทํา เป็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ แต่ใครน่าเชื่อถือกว่ากัน ไปห้ามคนอื่นเขาไม่ได้ อย่างเช่น กองกําลังตามแนวชายแดนเราต้องมีที่มั่นดัดแปลง กัมพูชาเองก็มี ซึ่งเรียกว่าการเตรียมสนามรบ เขาก็ต้องเตรียมเช่นกัน แต่เขาจะเตรียมอะไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่มาตรการทางการทูต เราต้องเชื่อมั่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.กลาโหม การทูตเชิงรุกของประเทศไทยเราต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้นํา 

พลโทอดุลย์ ยังกล่าวว่าในวันที่ 16 ถึง 20 กรกฎาคมนี้ จะเดินทางร่วมคณะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

โฆษกกลาโหม โต้ ‘จิรัฏฐ์’ ปมเหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย ยันไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.52 น.

“โฆษกกลาโหม” โต้ “จิรัฏฐ์”โพสต์เหน็บ ‘รัฐบาล’ มีโฆษก 4 คน แต่ ‘กองทัพ’ มี 62 นาย แจง ‘โฆษกกองทัพ’ ไม่ได้เงินเดือน-เบี้ยเลี้ยงเพิ่ม แต่ทำงานเพิ่ม นอกเหนือจากงานประจำเดิม 

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณี นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน ได้โพสต์ถึงโฆษกกองทัพที่มากถึง 62 นาย แต่รัฐบาลมีโฆษก 4 คน ว่า การทำงานของทีมโฆษก ไม่ได้มีเงินเดือนหรือเบี้ยงเลี้ยงพิเศษ แต่เป็นการทำงานหมวกเพิ่มอีกใบ นอกเหนืองานปกติและงานประจำที่ทำอยู่แล้ว ซึ่งทางทีมโฆษกทำงานเสียสละและเข้าใจมิติการทำงาน แม้จำนวนโฆษกกองทัพจะมากแต่เลือกสรรบุคคลที่มีความสามารถเข้ามา มีความชำนาญพิเศษในแต่ละเรื่อง เช่น กระทรวงกลาโหมมี 4 นาย ที่แบ่งเหล่าทัพต่างๆ ตามขีดความสามารถ ซึ่งตนสังกัดกองบัญชาการกองทัพ แต่มาช่วยโฆษกกลาโหมอีกงานหนึ่ง เท่ากับว่างานเพิ่มแต่เงินเดือนไม่เพิ่ม 

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ดีเอสไอกำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.39 น.

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคดี Forex ’ดีเอสไอ‘ กำลังเร่งประสาน ‘ป.ป.ง.’ เช็คเส้นเงินโยงเข้า ‘พรรคส้ม’ หรือไม่ ชี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบ สั่งรายงานเข้ามาทุก15วัน ย้ำ ‘ภาวุธ’ ยังไม่เป็นผู้ต้องหา ขอรอดูพยานหลักฐาน-คำชี้แจง

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 14.45น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งถามพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่อง คดีหลอกลงทุน Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบแบบปูพรม24จุดในพื้นที่กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลาง เช่น เงินสดนับร้อยล้าน ทองคำ รถหรู รวมถึงเครือข่ายการกระทำความผิด เชื่อมโยงไปยังบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทางดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวมรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใด มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ของกลางที่ตรวจยึดมามีจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีแนวทางแผนงานอย่างไรในการนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนไปยังประชาชนที่เดือดร้อน

ด้านรมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับ DS ไอว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และและมีความชัดเจนมาเรื่อยๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอดๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อว่า ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB) 2. โบรกเกอร์ 3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment) ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของอาจารย์พี และโค้ชเจมส์ ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น ตอนนี้เราพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และ เรนนี่ คอปเปอเรชั่น ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ดีเอสไอได้ทราบว่า เรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และทางดีเอสไอได้ประสานไปยัง ปปง. ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น นายบุญจง ถามต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสส. แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่ โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของนายภาวุธ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของนายภาวุธ กับเครือข่ายในการกระทำความผิดหรือไม่ และปัจจุบันมีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลดังกล่าวเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินการกระทำความผิดของบริษัทต่างๆ นั้นได้ถูกส่งไปให้พรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดกฎหมาย จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้กับผู้เสียหายได้อย่างไร

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ทางดีเอสไอได้ใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว มีเส้นเงินบางเส้นเงินโอนมาถึงนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Global โดยนายภาวุธ ได้แจ้งว่า มีการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการนึงที่เราได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัทต่างๆ ทั้งบริษัทบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอนั้น ระบุว่า นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้เราตั้งข้อสงสัย ส่วนเรื่องพยานหลักฐานชนิดอื่นๆ เช่น เส้นเงิน ทางดีเอสไอ และ ปปง. ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างมาก อยู่ระหว่างการแบ่งว่าเป็นกลุ่มไหน ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอีกไม่นาน โดยตนได้ให้นโยบายไปกับทุกหน่วย ว่า เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ขอให้รายงานขึ้นมาให้กระทรวงฯทราบ ทุก 15 วัน เพื่อจะสื่อสารให้กับประชาชนได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งทางดีเอสไอ ก็ได้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ไปแล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยาแค่ไหนอย่างไรนั้น ทรัพย์ต่างๆ หากศาลสั่งยึด ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทรัพย์คืน โดยการเฉลี่ยทรัพย์ว่าใครเสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นขั้นตอนการดำเนินการของทางศาล หลังจากเสร็จสิ้นในเรื่องคดีอาญา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และอยากจะพิสูจน์ให้ประชาชนได้ทราบถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจงเพื่อให้ทุกอย่างได้ชัดเจน

นายบุญจง ถามคำถามสุดท้ายว่า คดีแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงซ้ำอีก รู้ก่อนเสียหาย และสร้างความรู้ให้กับประชาชนได้เข้าถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงได้หรือไม่ รวมถึงหากพบการลงทุนที่มีความเสี่ยง ประชาชนจะพึ่งหน่วยงานของรัฐในการร้องเรียนได้โดยวิธีการใดบ้าง

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงด้วยว่า กลุ่มชักชวนและโบรกเกอร์ก็จะมีการนำกำไรมาแสดงเพื่อชักชวนเข้ากลุ่ม VIP รวมถึงการนำอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ มาโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งในแนวทางการป้องกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยในส่วนของการป้องกัน ปราบปราม ที่มีตนในฐานะรมว.ยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และในส่วนของการป้องกันก็มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน รวมถึงในการตรวจสอบเส้นทางการเงินก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยทั้งสามส่วนนี้ได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เกี่ยวกับการชักชวนมาลงทุน จึงอยากฝากว่าเรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะนำวิธีการต่างๆ มาป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก