“จากการสืบสวนพบว่า หลี่ สง อดีตประธานของ Huione Group ภายใต้เครือ Prince Group ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาชญากรรมหลายกระทง” กระทรวงความมั่นคงสาธารณะระบุในแถลงการณ์
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาส่งตัว เฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้ง Prince Group ไปดำเนินคดีที่จีนในฐานผู้ร้ายข้ามแดน ไม่กี่เดือนหลังจากที่กลุ่มบริษัทในกัมพูชาของเขาถูกรัฐบาลสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตร จากข้อกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงทางออนไลน์
นายบาเกอีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Al Jazeera โดยระบุว่าแถลงการณ์ของทรัมป์นั้นไม่เป็นความจริง
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ร้องขอการหยุดยิงต่อสหรัฐอเมริกา และเขาจะพิจารณาคำขอดังกล่าวก็ต่อเมื่ออิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเท่านั้น และจนกว่าจะถึงเวลานั้น สหรัฐฯ จะเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป
Telegraph สื่อฝ่ายขวาจัดของอังกฤษถามนายทรัมป์ว่า เขาจะพิจารณาทบทวนสถานะสมาชิก NATO ของสหรัฐฯ หลังสิ้นสุดสงครามหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “โอ้ แน่นอน ผมบอกเลยว่ามันยิ่งกว่าการทบทวนเสียอีก… ผมไม่เคยหวั่นไหวไปกับ NATO ผมรู้อยู่เสมอว่าพวกเขาเป็นแค่เสือกระดาษ และปูตินเองก็รู้เรื่องนั้นดีเหมือนกัน”
บรรดาสมาชิกของ NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทหารเชิงป้องกัน ต่างมีความลังเลที่จะส่งกำลังทหารเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่อิหร่านสั่งปิดเพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล
นี่ถือเป็นครั้งล่าสุดที่นายทรัมป์กล่าวโจมตีชาติพันธมิตรและกลุ่ม NATO โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาก็เพิ่งบอกให้ประเทศที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า ให้ “รวบรวมความกล้าที่มาช้าเกินไปแล้ว และเดินหน้าไปที่ช่องแคบนั้น และจงไป ยึดมันมา ซะ”
“พวกคุณต้องเริ่มเรียนรู้วิธีต่อสู้ด้วยตัวเอง สหรัฐฯ จะไม่อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยพวกคุณอีกต่อไป เหมือนกับที่พวกคุณไม่อยู่เคียงข้างเรา” ประธานาธิบดีเขียนข้อความผ่านทาง Truth Social เมื่อวันอังคาร
นายทรัมป์ตั้งคำถามมาตลอดว่า พันธมิตร NATO จะมาช่วยหรือไม่ในตอนที่สหรัฐฯ ต้องการพวกเขา พร้อมกับกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานเมื่อเดือนมกราคมว่า กองกำลัง NATO “ถอยไปอยู่แนวหลัง” ในสมรภูมิอัฟกานิสถาน