ไลฟ์สไตล์ 29 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

ไลฟ์สไตล์ 28 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

ไลฟ์สไตล์ 27 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

ไลฟ์สไตล์ 26 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625271

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 11:20 น.

BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต

ต้อนรับหนุ่มสาวสายฟิต BACK TO GYM ‘ฟิตเนส เฟิรส์ท-เซเลบริตี้ ฟิตเนส’ โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัย ปลุกความมั่นใจให้กลับมา เพื่อการรักสุขภาพมากกว่าที่เคย

หลังปลดล็อก สถานการณ์การดำเนินชีวิตเริ่มกลับมาเกือบเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ทุกฝ่ายยังคงตั้งรับ ตั้งการ์ดป้องกันโควิดแบบแรงดีไม่มีตก ล่าสุด หนึ่งในแบรนด์ฟิตเนสคลับที่คนรักสุขภาพรู้จักกันดีอย่าง ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย โดยบริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัยต้อนรับสายฟิต Come Back!! กลับมาด้วยความพร้อมระดับสากล เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ

การกลับมาเปิดคลับในครั้งนี้มีความพร้อมอย่างมากทั้งในเรื่องของการเปิดคลับและมาตรการด้านความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ ความพร้อมของสถานที่ออกกำลังกาย และจุดบริการภายในคลับ โดยคำนึงสูงสุดในเรื่องของความปลอดภัยของทั้งสมาชิกและพนักงาน รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนและแนวทางในการเข้าใช้บริการและการจองคลาสรูปแบบใหม่ผ่าน “แอปพลิเคชั่น ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส” ร่วมด้วยการตรวจเช็กจำนวนผู้ใช้บริการและที่ว่างในคลับผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เพื่อให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปมีความมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐ

มาตรการในการเข้าใช้คลับ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อการกลับมาเริ่มต้นออกกำลังกายได้อีกครั้ง อย่างมั่นใจ

ข้อกำหนดในการเข้าใช้คลับ

  • เพื่อความสะดวกในการเข้าใช้บริการในคลาสต่างๆ สมาชิกสามารถเช็คตารางคลาสและจองคลาสล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันของ Fitness First และ Celebrity Fitness ก่อนการเข้าใช้คลับทุกครั้ง [สแกน QR Code หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน > ลงทะเบียน > เลือกคลับ-เลือกคลาส-กดจอง > รอยืนยันทาง email]
  • เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ ผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ”
  • วัดอุณหภูมิทั้งสมาชิกและพนักงาน ไม่เกิน 37.5 องศา หากเกินแนะนำให้พบแพทย์และงดการออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดมือด้วยเจล ก่อนเข้าคลับ
  • สมาชิก ต้องสแกนบัตรเช็คอิน ด้วยตนเอง
  • แนะนำให้ใช้บริการทางการเงินผ่าน e-Payment
  • มีการจำกัดจำนวนการเข้าใช้คลับ กรุณาให้ความร่วมมือกับทีมงานของสาขา
  • ดาวน์โหลด “Welcome Back Pack” เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fitnessfirst.co.th/th/welcome-backhttp://www.celebrityfitness.co.th/th/welcome-back

 

การกำหนดระยะห่าง

  • รักษาระยะห่าง อย่างน้อย 1-2 เมตร ตลอดระเวลาในการใช้บริการในคลับ
  • กรุณายืนในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ในทุกๆ สตูดิโอ
  • รักษาระยะห่างระหว่างรอการเข้าคลาสในจุดที่กำหนด
  • โซนคาร์ดิโอ – สามารถใช้อุปกรณ์ที่กำหนดตามมาตรการกำหนดระยะห่าง
  • โซนฟรีเวท – ควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้ และทิ้งระยะห่าง 2 เมตร
  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า – จัดระยะห่างในการใช้ล็อกเกอร์
  • กำหนดระยะในลิฟต์และบริเวณทางเข้า

ความสะอาด

  • มีการให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อและเจลล้างมือตามจุดต่างๆ ทั่วทุกบริเวณภายในคลับ
  • พนักงานทุกคนจะมีน้ำยาทำความสะอาดติดตัวตลอดเวลา
  • สมาชิกทุกท่านต้องเก็บของทุกชนิดไว้ในล็อกเกอร์
  • ผ้าเช็ดตัวและชุดออกกำลังกาย ผ่านการฆ่าเชื้อและเก็บในห่อ/บรรจุภัณฑ์เฉพาะ
  • มีทีมงานทำความสะอาดอุปกรณ์ตลอดเวลา (เช่น ประตู ลูกบิด เคาน์เตอร์ ราวบันได พื้น โต๊ะ เก้าอี้ อย่างสม่ำเสมอ)
  • มีพนักงานทำความสะอาดจุดเสี่ยงต่างๆ
  • มีการทำความสะอาดใหญ่ทุกวันหลังปิดคลับ
  • งดให้บริการห้องสตีมและซาวน่า ชั่วคราว
  • ทำการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อใหญ่ทุกๆ 2 สัปดาห์
  • ห้องสุขา – ใช้น้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะ

ร่วมกันสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองและสังคม

  • สมาชิกและพนักงานใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่ต้องเหมาะสมกับการหายใจและกิจกรรมที่ทำอยู่ในขณะนั้นๆ และดึงไว้ใต้คางในกรณีที่หากต้องมีการถอดหน้ากาก
  • แนะนำให้สมาชิกนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ได้ เช่น เปลโยคะ นวม ขวดน้ำ
  • หากไม่สบายควรพบแพทย์ และงดออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง
  • ทำการจองการเข้าใช้บริการคลาสล่วงหนา ก่อนเข้ามาทีคลับ (โดยดูคู่มือการจองคลาส)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสขวดน้ำกับภาชนะ
  • ล้างมือบ่อยๆ

มาตรการสำหรับพนักงานและผู้มาติดต่อ

  • พนักงานทุกคนผ่านการอบรมถึงนโยบายปฏิบัติด้านสุขอนามัยด้าน Covid-19 จากกระทรวงสาธารณสุข
  • หากพนักงานเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
  • พนักงานสวมใส่หน้ากากผ้าและเฟส ชีล ตลอดเวลา ยกเว้นในขณะทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง
  • ผู้มาติดต่อ (ไม่ใช่สมาชิก) และแม่บ้านสวมหน้ากากและวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าคลับ
  • กำหนดระยะห่างในทุกพื้นที่สำหรับพนักงาน 2 เมตร
  • กรณีพนักงานมีอาการไอจาม หรือเป็นหวัด ให้หยุดงาน

ในการนี้ คุณอรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย มีพร้อมอย่างมากในการกลับมาเปิดคลับอีกครั้งตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทั้งในส่วนของฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย หลังจากที่เราผ่านวิกฤตระหว่างปิดดำเนินการในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันถึงแม้ที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วงของปิดให้บริการ แต่เรายังคงเตรียมความพร้อมในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปได้รับความสะดวก ปลอดภัยอย่างสูงสุด

สำหรับกลยุทธ์หลักของเรายังคงยึดตามหลัก 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่สมาชิก พนักงาน การคำนึงถึงสิทธิประโยชน์สมาชิก และการจองคลาสรูปแบบใหม่ วันนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบรีตี้ฟิตเนส พร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเข้ามาใช้บริการและการจองคลาสสำหรับสมาชิก เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเข้าใช้บริการอีกด้วย

นอกจากนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย ยังมีการอนุโลมการฟรีซค่าสมาชิก ฟรี! ในเดือนมิถุนายน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสมาชิกที่ประสงค์จะรับเงื่อนไขการฟรีซ กรุณาแจ้งความประสงค์ได้ที่ Fitness Helpline 24 hrs. : Fitness First 02-118-6665 | Celebrity Fitness 02 118 6677 ภายในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนนี้ และมีการขยายระยะเวลาสำหรับแพคครูฝึกส่วนตัว จะได้รับการขยายเวลาโดยอัตโนมัติตามระยะเวลาที่ปิดให้บริการคลับ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Fitness First Thailand  | Celebrity Fitness Thailand

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625162

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 09:30 น.

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อ COVID-19 เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงาน โอกาสนี้เราควรอัพสกิลพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ด้วยทักษะที่เรารวบรวมมาให้ดังต่อไปนี้

ช่วงนี้แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความกังวลเรื่องความมั่นคงในงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ แต่หากมองอีกด้านเรื่องนี้ก็ได้สร้างโอกาสจำนวนมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นเดียวกัน วิกฤตไวรัส COVID-19 ทำให้หลายองค์กรต้องดำเนินกิจการในทิศทางใหม่ และให้พนักงานของตนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ข้อมูลจาก jobsDB ระบุชัดว่าทักษะการทำงานพัฒนาผ่านการศึกษา  การทำงาน และการฝึกฝน แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบตัว และความคล่องตัวในที่ทำงาน ซึ่งผู้ประกอบการย่อมมองเห็นคุณค่าเพราะมีประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างมาก แล้วทักษะใดบ้างละ ที่ควรต้องพัฒนาขึ้นอีก?

หัวใจสำคัญของการประสบความสำเร็จด้านอาชีพ  : การต่อยอดทักษะ

ทักษะด้านการจัดการและลงมือปฏิบัติ

ความสามารถในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีวางแผนให้มีประสิทธิภาพ ความเฉียบแหลมในการวางแผน การเตรียมการ และลงมือปฏิบัติ

  • การวางแผน คุณมีการวางแผนที่ชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน สอดคล้องไปกับภารกิจและเป้าหมายขององค์กรแล้วหรือยัง?
  • การจัดการ มีบุคลากรและทรัพยากรที่สนับสนุนแผนการทำงานหรือยัง?
  • สามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อมกัน ในปัจจุบันธุรกิจมีการก้าวไปอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการทำได้หลายอย่างพร้อมกันจึงเป็นสิ่งที่ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การจัดลำดับความสำคัญของงาน และบริหารเวลาได้เป็นอย่างดี
  • ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ทำงานในสายงานเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญทางด้านดิจิทัลจะช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น อย่างเมื่อช่วงสองสามเดือนก่อน เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน การยึดติดอยู่กับทักษะเทคโนโลยีเดิมๆย่อมส่งผลต่อความก้าวหน้าในเรื่องงาน

ทักษะการสื่อสาร

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจในหลายๆด้าน เป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเป็นไปด้วยความราบรื่น การดำเนินการตามแผน และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าไว้

  • การฟัง ฟังเพื่อให้เข้าใจ และรอถึงจังหวะที่พูดได้ รวมถึงเข้าใจถึงสิ่งต้องการสื่อสารหรือไม่?
  • การพูด วิธีการแสดงความเป็นของตัวเองผ่านคำพูดมีความสำคัญๆ พอกับสิ่งที่จะสื่อออกไป การสื่อสารด้วยคำพูดให้ชัดเจนและกระชับ มีการแจ้งให้ทราบข้อมูล ตรงประเด็น รู้จักกาลเทศะ และมีความสุภาพอ่อนน้อม
  • การเขียน เมื่อใดที่คุณเขียนข้อมูล ตั้งแต่เขียนลงกระดาษ รายงาน ไปจนถึงบทความ อีเมล และข้อมูลด้านการขาย ล้วนสร้างการจดจำที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณแก่ผู้อ่าน อย่าลืมตรวจสอบความกระชับ ความสมบูรณ์ ความถูกต้อง และคิดถึงแง่มุมต่างๆ และความสนใจของทั้งผู้ส่งและผู้รับ
  • การสื่อสารแบบตัวต่อตัว ในระหว่างการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ไม่เพียงแต่คู่สนทนาจะฟังสิ่งที่คุณพูด แต่ยังรวมถึงโทนเสียง ภาษากาย ท่าทางและลักษณะต่างๆ และอารมณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพแบบตัวต่อตัวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มขวัญกำลังใจ การสะท้อนความคิดเห็น และระบุเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนได้
  • เลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม การเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุดทั้งผู้ฟังและข้อความในการสื่อความหมายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการสื่อสาร ความสามารถในการประเมินข้อดีและข้อด้อยสำหรับสื่อแต่ละชนิดและเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้เข้าถึงและมีผลต่อผู้ฟัง

ทักษะด้านคน

การเป็นส่วนหนึ่งในบริษัท หมายถึงการสามารถทำงานร่วมกับความแตกต่างทั้งเรื่องคนและบุคลิกภาพ ทักษะเหล่านี้ช่วยให้โต้ตอบกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้คุณพัฒนาความสัมพันธ์ในทางบวก สร้างความน่าเชื่อถือ ลดความขัดแย้ง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น

  • การทำงานร่วมกัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องความต้องการ ความรับผิดชอบ ภูมิหลัง และความชำนาญที่แตกต่างกันได้ดีหรือไม่? สามารถทำงานร่วมกันและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและแผนงานได้ดีหรือไม่?
  • ความเห็นอกเห็นใจ เมื่อคุณเข้าใจในมุมของผู้อื่นแล้ว จะเข้าใจและพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกันให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจแรงจูงใจของผู้อื่น ช่วยให้คาดเดาพฤติกรรมและการตอบสนองของผู้อื่นได้
  • ความยืดหยุ่น พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วหรือไม่?
  • ตอบสนองและตื่นตัวต่อวัฒนธรรม ในโลกที่พัฒนาแล้ว การตื่นตัวและเคารพต่อวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

คุณสมบัติความเป็นผู้นำ

ทักษะความเป็นผู้นำ ต้องสามารถกระตุ้นให้ผู้อื่นให้ทำงานจนลุล่วง วิเคราะห์สถานการณ์ และตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพย่อมมีทักษะทั้งด้านองค์กร การสื่อสาร และมนุษย์สัมพันธ์

  • การจัดลำดับความสำคัญและการมอบหมายงาน ในฐานะผู้นำ ควรสามารถตัดสินใจสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกและมอบหมายงานให้ผู้ที่เหมาะสมทำงานให้ลุล่วงได้
  • กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ต้องสามารถคิดอย่างเป็นระบบ คิดอย่างมีเหตุผลเพื่อค้นหาปัญหาและทางออกที่ดีที่สุด
  • การสอนงานและให้ข้อมูลเสนอแนะ ในการเป็นผู้นำที่มีทั้งประสิทธิภาพและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ควรจะให้การสนับสนุนและกระตุ้นลูกทีม: ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเพียงพอ และให้ข้อมูลเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์

คิดในระยะยาว : ฝึกฝนใหม่ ฝึกทักษะใหม่ และเรียนรู้ใหม่

เพื่อให้มีความมั่นคงในอาชีพต่อไปในอนาคต การพัฒนาทักษะทางอาชีพให้สอดคล้องความต้องการขององค์กร เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และต้องฝึกฝนผ่านการเรียนรู้ จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า COVID-19 ได้เร่งให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมาเร็วยิ่งขึ้น

คำถามคือ คุณมีทักษะต่างๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองในยุคแห่งดิจิทัลแล้วหรือยัง?

ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก็ถึงเวลาแล้วที่ควรฝึกฝนพัฒนาตนเองใหม่ ตามรายงานของ Organisation for Economic Co-operation and Development(OECD) งานจำนวนมากกว่าหนึ่งพันล้านตำแหน่งมีแนวโน้มที่จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยเทคโนโลยีในทศวรรษถัดไป ดังนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ และเพื่อพัฒนาทักษะที่สามารถต่อยอดได้ ลองคิดถึงทักษะการทำงานในปัจจุบันที่ยังไม่เพียงพอเพื่อหาวิธีการเพื่อพัฒนาเพิ่ม การเพิ่มความเชี่ยวชาญในการใช้โซเชียลมีเดียและเรื่องที่เกี่ยวกับดิจิทัล ลองอาสาเป็นผู้ทดสอบในมุมของผู้ใช้งาน หรือ UX เพื่อให้มั่นใจว่าช่องทางดิจิทัลอย่างเช่น แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์และเป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน หากชอบในด้านการรวบรวมข้อมูล อาจลองศึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์เพิ่มเติม

ตั้งเป้าเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่มีอยู่ ลงทุนเพื่อพัฒนาด้านอาชีพ และรักษาความสัมพันธ์ของเครือข่ายในการทำงาน มีความคิดเพื่อการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคล่องตัวในการทำงาน ความสามารถในการปรับตัว และการยอมรับความเปลี่ยนแปลง

นาทีนี้คงต้องเตรียมพร้อมและคิดในเชิงบวกเข้าไว้ แม้ว่าวิกฤตไวรัส COVID-19 จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งโลก แต่ขณะเดียวกัน ยังคงมีโอกาสจากตำแหน่งงานใหม่ๆที่เปิดรับอีกจำนวนมาก ผ่านธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พร้อมให้โอกาสกับทุกคนเสมอ

.

ภาพ freepik

7+1 กลุ่มเสี่ยงที่รณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625159

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 07:07 น.

7+1 กลุ่มเสี่ยงที่รณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

สาธารณสุขรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมแนะหลัก ‘ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด’ ยุติโรคหน้าฝน

ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีการรณรงค์เร่งให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ทันต่อสถานการณ์

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่

  1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
  2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  3. ผู้มีโรคเรื้อรัง (ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน)
  4. บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
  6. โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ)
  7. โรคอ้วน (ผู้ที่มีน้ำหนัก>100 กิโลกรัม หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร)

รวมทั้งกลุ่มบุคลากรการแพทย์

โดยสามารถขอรับบริการวัคซีนได้ที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ และสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2563 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยังได้เตือนประชาชนให้ดูแลสุขภาพตนเองในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน หากร่างกายปรับตัวไม่ทันอาจเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ พร้อมแนะยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ควรพกอุปกรณ์กันฝนติดตัวออกจากบ้านทุกครั้ง

โดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้มีฝนตก อากาศมีความชื้นสูงขึ้น เอื้อต่อการระบาดของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย อาจทำให้ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานน้อย เจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งกลุ่มดังกล่าวหากป่วยจะมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคจากการติดเชื้อไวรัส เกิดจากการติดเชื้อ Influenza Virus โดยการติดเชื้อที่พบในมนุษย์ คือ สายพันธุ์ A, B และ C ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย มักพบการระบาดได้ในสถานที่แออัดหรือในชุมชน สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกช่วงกลุ่มอายุ การติดต่อเกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากปากและการหายใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ หรือบางรายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง จะมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจสามารถป้องกันได้ โดยขอให้ประชาชนยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ได้แก่

  • ปิด คือปิดปากและปิดจมูก เมื่อไอ จาม ต้องใช้หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า หรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกทุกครั้ง
  • ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล เมื่อสัมผัสสิ่งของ กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได หรือราวบนรถโดยสาร
  • เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือเข้าไปในสถานที่แออัด ซึ่งมีคนอยู่จำนวนมาก
  • หยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หากมีอาการให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่สถานพยาบาล

สำหรับในช่วงนี้ประชาชนส่วนใหญ่อยู่บ้านเพื่อลดการติดเชื้อโควิด 19 แต่หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านหรือไปทำงาน นอกจากต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งแล้ว ควรมีหน้ากากสำรองไว้เปลี่ยนในกรณีเปียกฝน ควรเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อในวงกว้าง ที่สำคัญในช่วงฤดูฝนนี้ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเปียกฝน ซึ่งจะสามารถลดการอับชื้นและลดการสะสมของเชื้อราอันเป็นสาเหตุของการไม่สบายตัวและนำไปสู่การเจ็บป่วยได้

เช็กลิสต์ญาติสายตรงเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625158

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 06:40 น.

เช็กลิสต์ญาติสายตรงเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

รู้ลึกถึงแก่นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมเช็กลิสต์ญาติสายตรงที่อาจเป็นข้อบ่งชี้ของการเกิดโรคมะเร็งได้

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ถ้าพูดถึงโรคกระเพาะอาหารหลายๆคนคงคิดว่าแค่กินยาสักอาทิตย์หรือปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตเช่นงดอาหารบางอย่างหรือกินอาหารให้ตรงเวลาก็จะทำให้อาการต่างๆ หายไปแต่ถ้าพูดถึงมะเร็งความคิดหรือความกังวลก็จะเกิดขึ้นมาทันทีแตกต่างจากการคิดถึงโรคกระเพาะทั่วๆ ไป

ข้อมูลโดย ผศ.นพ.ไชยรัตน์ ทรัพย์สมุทรชัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าในความเป็นจริงมะเร็งกระเพาะอาหารในประเทศไทยนั้นพบได้ไม่มากเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่นๆเช่นมะเร็งเต้านมมะเร็งปอดมะเร็งตับมะเร็งลำไส้ใหญ่ปกติมะเร็งกระเพาะอาหารแบ่งได้หลายชนิดเช่นมะเร็งเยื่อบุผิวกระเพาะมะเร็งจีสเป็นต้นหากกล่าวขึ้นทั่วๆ ไปมักหมายถึงมะเร็งเยื่อบุกระเพาะอาหาร

หลายคนคิดว่าถ้ามะเร็งก็คงรักษาด้วยการผ่าตัด ฉายแสง หรือให้ยาเคมี แต่ในความจริงนั้นพบว่าค่อนข้างมีความยากลำบากในการรักษา เพราะไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งชนิดไหนหรือจะรักษาด้วยวิธีใดๆ ก็ตามสิ่งแรกที่จะมีผลต่อการรักษาก็คือความแข็งแรงของผู้ป่วยว่ามีความแข็งแรงมากพอที่จะทนต่อการรักษารูปแบบต่างๆ จนครบตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ซึ่งกระเพาะเป็นอวัยวะที่รองรับอาหารอวัยวะแรกของร่างกายที่ย่อยอาหารส่งพลังงานไปยังส่วนต่างๆ นั่นก็คือถ้ากระเพาะเสียไปไม่สามารถทำงานได้ ผู้ป่วยก็จะขาดอาหาร ทำให้ไม่สามารถทนกับการรักษาแบบต่างๆ ได้จนครบ และทำให้ผลการรักษาแย่ลง  นอกจากนี้ ผู้ป่วยส่วนมากที่มาตรวจก็มักจะมาพบแพทย์ในตอนที่ตนเองมีอาการเยอะมากแล้ว นั่นคือ กินไม่ได้มีอาเจียนหลังกิน เป็นต้น

สาเหตุการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

สำหรับการเกิดมะเร็งกระเพาะ นั้นเกิดได้จากสองกระบวนการหลักๆ อย่างแรกคือ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามกระบวนการอักเสบของกระเพาะอาหารแล้วเรื้อรังจนเยื่อบุกระเพาะกลายเป็นมะเร็ง ซึ่งกระบวนการนี้จะมีเชื้อแบคทีเรียตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Helicobacter pylori (H. Pylori, เอชไพโลไร) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้กระบวนการอักเสบไม่หายและนำไปสู่การเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารดังนั้นการรักษาการอักเสบเรื้อรังร่วมกับกำจัดเชื้อโรคตัวนี้จึงอาจมีผลป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในอนาคต

อาหารที่กระตุ้นการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มีอาหารบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังได้เช่นอาหารที่ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยเกลือหรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆว่าอาหารที่ดองเกลืออาหารที่ผ่านการรมควันเป็นต้นก็อาจจะเป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้

ความผิดปกติทางพันธุกรรมกับมะเร็งกระเพาะอาหาร กลไกการเกิดอีกแบบคือ เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติทางพันธุกรรมตั้งแต่กำเนิดแล้วทำให้กระบวนการเกิดมะเร็งเกิดได้เร็วขึ้นกว่าปกติ ซึ่งแม้ว่าเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะป้องกันได้ แต่เราก็สามารถจะเฝ้าระวังได้ มะเร็งกระเพาะอาหารจะพัฒนาและแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญการตอบสนองต่อยาเคมีไม่ค่อยดี ซึ่งถ้าตรวจพบผู้ป่วยในระยะท้ายๆ ผู้ป่วยอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนักแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม แต่ถ้าหากตรวจพบในระยะแรกการรักษาก็สามารถหวังผลให้หายขาดได้

ในประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศที่พบมะเร็งกระเพาะอาหารมากจะแนะนำให้ประชาชนทุกคนเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ไม่ว่าคนนั้นจะมีหรือไม่มีอาการทางกระเพาะอาหารก็ตาม ที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้พบมะเร็งชนิดนี้และผู้ป่วยส่วนมากมาตรวจตอนที่มีอาการแล้วทำให้ผลการรักษาไม่ดี ซึ่งโดยทั่วไปการตรวจทางเดินอาหารมักจะตรวจแค่เพื่อรักษาอาการของโรคแผลในกระเพาะเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญของการคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหาร

เช็กญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

นอกเหนือจากข้อบ่งชี้ของการตรวจกระเพาะอาหารที่เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางตามสื่อต่างๆ ทั่วไปแล้วสิ่งที่มักจะถูกมองข้ามคือ ต้องทำการตรวจในรายที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารดังนี้ คือ

  • มีญาติสายตรงอย่างน้อย 1 คนเป็นตอนอายุน้อยกว่า 40 ปี
  • มีญาติสายตรงชั้นเดียวกันหรือชั้นรองอย่างน้อย 2 คน เป็นตอนอายุน้อยกว่า 50 ปี
  • มีญาติสายตรงชั้นเดียวกันหรือชั้นรองเป็น อย่างน้อย 3 คนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม
  • มีญาติสายตรงชั้นเดียวกันหรือชั้นรองเป็น มะเร็งเต้านมและกระเพาะอาหารในคนเดียวกันตอนอายุน้อยกว่า 50 ปี
  • มีญาติสายตรงมะเร็งกระเพาะอาหาร และมีญาติสายตรงชั้นเดียวกันหรือชั้นรอง คนอื่นเป็นมะเร็งเต้านมที่อายุน้อยกว่า 50ปี
  • นอกจากนี้ ยังรวมถึงคนที่ตรวจพบว่ามีความผิดปกติของพันธุกรรมที่ก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารรวมถึงมะเร็งอื่นๆ ด้วย

การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายรูปแบบ ทั้งการให้ยาเคมี การให้รังสีรักษา และ การผ่าตัดซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับระยะของโรค ตำแหน่งของมะเร็งว่าอยู่ส่วนไหนของกระเพาะอาหาร ความแข็งแรงของผู้ป่วย โดยหลักการสำคัญจะมุ่งเน้นให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตที่นานที่สุด โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ถ้าหากตรวจพบในระยะต้นที่ยังไม่มีการแพร่กระจายการรักษาจะหวังผลเพื่อให้หายขาดจากโรคยังคงต้องใช้การผ่าตัดเป็นหลัก

สำหรับการผ่าตัดรักษานอกจากจะต้องตัดเนื้อกระเพาะอาหารให้หมดจากมะเร็งแล้วยังจำเป็นต้องตัดต่อมน้ำเหลืองโดยรอบที่คาดว่ามะเร็งจะกระจายตัวออกไปทั้งหมดจึงจะได้ผลการรักษาที่ดีซึ่งวิธีการผ่าตัดจะมีรายละเอียดและความแตกต่างจากการตัดกระเพาะทั่วๆไปในโรคที่ไม่ใช่มะเร็งชัดเจนทั้งนี้จากที่กล่าวมาข้างต้นว่ามะเร็งของกระเพาะอาหารนั้นพบได้ไม่บ่อยนัก

ดังนั้น ศัลยแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหารให้ได้ผลรับที่ดีจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการผ่าตัดรักษามะเร็งกระเพาะอาหารมาก่อน ซึ่งผลการรักษาที่ภาควิชาศัลยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าอัตราการอยู่รอดและผลการรักษาได้รายงาน ไว้โดย รศ.นพ. จักรพันธ์ เอื้อนรเศรษฐ์ ใน J Med Assoc Thai Vol. 90 No. 2 2007 ซึ่งมีอัตราการอยู่รอดที่ 5 ปีของมะเร็งกระเพาะอาหารที่ทำการผ่าตัดทุกระยะที่ยังไม่มีการแพร่กระจายอยู่ที่ 59% ซึ่งมากว่าทางประเทศตะวันตกที่ส่วนใหญ่จะเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณ 14-37% แม้ว่ายังน้อยกว่าประเทศญี่ปุ่นที่เป็นต้นแบบของการผ่าตัดมะเร็งกระอาหารอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตาม (อาจเนื่องจากมีการแบ่งระยะของโรคที่แตกต่างกันกับประเทศญี่ปุ่น) และมีภาวะแทรกซ้อนโดยรวมอยู่ที่17% ซึ่งหากตรวจพบมะเร็งชนิดนี้ควรได้รับการผ่าตัดจากศัลยแพทย์ที่ชำนาญด้านมะเร็งกระเพาะอาหาร

ทั้งนี้ ถ้าหากพบว่าเป็นมะเร็งระยะแรกๆ ก็จะสามารถทำการผ่าตัดแบบแผลเล็กหรือผ่าตัดผ่านกล้องได้อีกด้วย ซึ่งหลังจากการผ่าตัดรักษาบางคนจะไม่มีการเพาะบางคนก็อาจจะมีน้อยลง ก็คงต้องปรับตัวเรื่องการกินอาหาร เนื่องจากการที่ไม่มีกระเพาะจะทำให้การดูดซึมแร่ธาติและวิตามินบางชนิดแย่ลง จึงต้องได้รับคำแนะนำต่างๆ จากศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดว่าควรจะปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดอย่างไร และต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625093

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง

งามสะพรั่งดั่งพญาหงส์แดนมังกร ตามสไตล์ ‘โยชิ รินรดา’ เฉิดฉายในชุดยกน้ำชาสีแดงเบอร์กันดีกับลุคที่รับรองว่าสวย…ไม่มีผิดหวัง

ใครที่กำลังตั้งตารอคอยชุดยกน้ำชาแบบไฮโซโบใหญ่ งานนี้ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จัดให้แบบไม่มีกั๊ก เพราะล่าสุดได้ออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ภายใต้ชื่อ Thai-chinese tea pouring couture เรียกได้ว่าสวยจัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ งดงาม หรูหราเกินราคาแน่นอน

ไม่ต้องบอกว่ารายละเอียดของงานประณีตมากแค่ไหน เฉลยได้ด้วยภาพของสาว โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ ที่สะบัดลุคเป็นนางพญาหงส์แดนมังกรครั้งแรก งานนี้คะแนนเต็ม 10 ไม่หักซักแต้มเลยสำหรับสาวสวยคนนี้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้าผม สวยเป๊ะปัง ละมุนละไมไปหมด เรียกได้ว่าตรงปกและตรงคอนเซ็ปต์ โดนใจไม่แพ้คอลเลคชั่นอื่นๆ ที่ผ่านมา

ด้วยจินตนาการและความหลงใหลในวรรณกรรมจีนโบราณของนักออกแบบ บวกกับไอเดียบรรเจิดที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปะงานออกแบบของยุคเก่าและยุคใหม่ ที่บรรจงร้อยเรียงลวดลายดอกไม้แห่งจักรพรรดิ์จีนอย่างดอกโบตั๋น ออกมาได้อย่างงดงาม

ภายใต้ความงดงามนั้นได้สอดแทรกความทันสมัย แฝงไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาคนเปรียบเทียบยาก กลายเป็นผลงานชุดยกน้ำชาชั้นเลิศที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลและเลิศหรูในทุกมุมมองกว่า 10 ชุด ที่บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อย่างดี สำหรับเจ้าสาวไทยเชื้อสายจีนท่านใดกำลังมองหาชุดยกน้ำชาที่ทันสมัย หรูหรา ยืนหนึ่งดั่งนางพญาหงส์ในพิธีสำคัญ

ชมภาพได้ที่เฟซบุ๊ก Vanus Couture-วนัช กูตูร์

‘Kawasaki Disease’ รู้จักกับโรคคาวาซากิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625092

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 08:40 น.

'Kawasaki Disease' รู้จักกับโรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิ อีกอันตรายที่รุนแรงจนสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย  เด็กๆ อาจไม่สบายได้ ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายโรคที่มีอาการใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกไม่ออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โรคคาวาซากิ ความรุนแรงของโรคสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ถึงตอนนี้พ่อแม่ของเด็กทั้งหลายคงอยากทราบสาเหตุของโรคนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน

รู้จักโรคคาวาซากิ

ข้อมูลโดย ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า โรคคาวาซากิ พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง  แต่ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากกว่า และพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า  5 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ปี โรคนี้ตั้งชื่อตามนายแพทย์คาวาซากิ  ซึ่งเป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รวบรวมรายงานผู้ป่วยเป็นคนแรกของโลก

สาเหตุของโรค ยังไม่ทราบแน่ชัด เคยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส  การใช้แชมพูซักพรม  หรือการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่ไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง  พบว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นหลายแห่งในร่างกาย  ทำให้เกิดอาการแสดงต่างๆ ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วย เกิดการอักเสบของหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย  หากให้การวินิจฉัยและรักษาได้ภายใน 10 วัน นับจากมีไข้ จะช่วยให้การอักเสบของหลอดเลือดลดลงประมาณร้อยละ 5

ลักษณะเด่นของโรคคาวาซากิ            

  • เด็กจะมีไข้สูงทุกคน โดยมากมักเป็นนานเกิน 5 วัน บางรายอาจนาน 3–4 สัปดาห์อาจมีผื่นขึ้นตามตัวและแขนขา            
  • ตาขาวจะแดง 2 ข้าง แต่ไม่มีขี้ตา           
  • ริมฝีปากแห้งแดง อาจแตกมีเลือดออก ลิ้นแดงเป็นตุ่มๆ คล้ายผิวสตรอเบอร์รี่            
  • ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโต            

อาการทั้งหมดนี้จะเกิดภายในสัปดาห์แรก ในสัปดาห์ที่ 2 จะมีการลอกของผิวหนัง โดยเริ่มจากบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และอาจลามไปที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

อาการแสดงอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วม  ได้แก่  ข้ออักเสบโดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวอาจหายได้เองแม้ไม่ได้รับการรักษา แต่ที่สำคัญคือ โรคนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ในรายที่หลอดเลือดตีบแคบมาก อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยงเหมือนที่พบในผู้ใหญ่ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้

เนื่องจากการวินิจฉัย  ต้องอาศัยอาการเป็นหลักร่วมกับการตรวจเลือด  ซึ่งอาการแสดงมักเกิดไม่พร้อมกัน  จึงทำให้เกิดความยากในการวินิจฉัยหากไม่ได้นึกถึงโรคนี้

ภาวะแทรกซ้อนที่พบ

ข้อมูลโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง อิงคนิจ ชลไกรสุวัฒน์  กุมารเวชศาสตร์เฉพาะทาง ระบุว่า โรคหัวใจหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโป่งพอง (coronary aneurysm) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวต้องอาศัยการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (echocardiography)

การรักษา

การดูแลรักษาต้องอาศัยการดูแลร่วมกันระหว่างกุมารแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์โรคหัวใจ โดยผู้ป่วยที่ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคคาวาซากิควรได้รับ intravenous gammaglobulin (IVIG) ในขนาดสูงเพื่อลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง ร่วมกับการให้ aspirin

การรักษา ในช่วงที่มีไข้ใน 10 วันแรก จะต้องตรวจหัวใจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ เพื่อดูลักษณะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และให้ยาลดการอักเสบคือยาแอสไพรินขนาดสูงให้รับประทานอย่างต่อเนื่องประมาณ 1–2 สัปดาห์ และให้โปรตีนชนิดหนึ่งเข้าหลอดเลือดดำ  พบว่าหลังให้ยาดังกล่าว ไข้มักจะลดลงภายใน 24 – 48 ชั่วโมง หลังจากไข้ลดจะต้องให้ยาแอสไพรินขนาดต่ำวันละ 1 ครั้ง รับประทานต่อเนื่อง 6–8 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดรวมกันเป็นก้อน ซึ่งอาจไปเพิ่มการอุดตันในหลอดเลือดที่ผิดปกติได้

หลังจากนั้นถ้าตรวจอัลตราซาวน์หัวใจซ้ำ พบว่า หลอดเลือดหัวใจปกติก็สามารถหยุดยาได้ และจากการติดตามผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดผิดปกติหลัง 8 สัปดาห์นับตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงเวลา 1 ปีหลังจากนั้น พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ ที่เหลือ 1 ใน 3 ยังมีความผิดปกติอยู่ต้องติดตามเป็นระยะ และรับประทานยาแอสไพรินเป็นประจำไปตลอด

ทั้งนี้ โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาการสำคัญคือไข้สูง ปากแดง ตาแดง มือเท้าบวมลอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และผื่นตามร่างกาย สามารถหายได้เองแต่ถ้าวินิจฉัยช้าหรือให้การรักษาไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยภาวะแทรกซ้อนสำคัญ คือ การอักเสบของหลอดเลือดแดงเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง หรืออุดตัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตามมา ดังนั้นเมื่อบุตรหลานของท่านมีอาการไข้สูงเป็นเวลาหลายวันร่วมกับมีอาการดังกล่าว ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์โรคหัวใจเพื่อให้ได้รับตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

.

ที่มา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล / โรงพยาบาล WMC (เวิลด์เมดิคอล)