อุทยานแห่งชาติยุคดิจิทัล โดนใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย National Geographic 18 ต.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/747661

โจนาทาน จาร์วิส ผู้อำนวยการกรมอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ เคยเปรยว่า “คนหนุ่มสาวทุกวันนี้ห่างโลกธรรมชาติมากกว่าคนรุ่นไหนๆ ก่อนหน้าเขา” นี่เป็นการกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรง จาร์วิสพูดเรื่องนี้มาสองปีแล้วในงานเสวนาต่างๆ ในช่วงก่อนถึงวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของกรมอุทยานแห่งชาติในปีนี้ “มีหลายครั้งเลยครับที่ดูเหมือนว่า อุทยานแห่งชาติไม่เคยตกยุคมากเท่ายุคสมัยของไอโฟน” เขาเตือนในปาฐกถาครั้งหนึ่ง “อุทยานแห่งชาติเสี่ยงต่อความล้าสมัยในสายตาของประชากรที่หลากหลายและขาดสมาธิจดจ่อมากขึ้นเรื่อยๆ”

ในวาระการครบรอบการก่อตั้งกรมอุทยานแห่งชาติ (National Park Service) เราได้ยินได้ฟังมามากเรื่องงบประมาณและการบำรุงรักษาที่ล่าช้า เรื่องการมีนักท่องเที่ยวมากเกินไป และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่ผู้พิทักษ์สถานที่สุดพิเศษของเรากังวลมากที่สุดคือคนรุ่นต่อไป อุทยานของเรามีปัญหาเรื่องความหลากหลาย ทั้งช่วงวัยและสีผิว ในยุคสมัยที่ชาวอเมริกันเกือบหนึ่งในสี่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และครึ่งหนึ่งของทารกที่เกิดมาเป็นชนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติ เราได้รับการบอกกล่าวว่า ผู้มาเที่ยวอุทยานเป็นคนสูงวัยและมีผิวขาว

“ถ้าเราเป็นองค์กรธุรกิจ ในระยะยาวมีหวังปิดกิจการแน่ครับ” จาร์วิสกล่าว เขาชี้ไปยังภาพใส่กรอบแขวนอยู่บนผนังสำนักงาน เป็นภาพทิวทัศน์สัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติแกรนด์ทีทอนอาบด้วยแสงงามยามเย็น ผมเห็นภาพนี้มาก่อน และเคยปีนป่ายไปตามยอดเขาเหล่านั้น แต่มันก็ยังคงทำให้ผมรู้สึกพิศวงได้ แต่พอให้เด็กเมือง ซึ่งเติบโตขึ้นโดยปราศจากธรรมเนียมการไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติดูภาพสวยๆ แบบเดียวกัน จาร์วิสก็เข้าใจอย่างถ่องแท้

“สำหรับพวกเขา มันดูน่ากลัว อ้างว้าง อันตราย ไม่ปลอดภัย พวกเขาบอกว่า ‘ผู้คนไปอยู่ไหนกันหมด’ เราเจอท่าทีแบบเดียวกันเมื่อนำกลุ่มนักเรียนจากลอสแอนเจลิสไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเดทแวลลีย์ เด็กๆ ไม่ยอมลงจากรถ ความเงียบ ความมืดสนิท ทำให้เด็กๆ ประสาทเสียและรู้สึกกลัว”

อุทยานแห่งชาติเป็นของทุกคน แต่ดูเหมือนว่าจะใช้บริการกันแค่บางคน “อุทยานแห่งชาติเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเราครับ” จาร์วิสบอก “แต่อุทยานต้องเป็นมากกว่าตึกโบราณและสิ่งน่าทึ่งทางธรรมชาติซึ่งดึงดูดคนประเภทหนึ่งๆ เท่านั้น” แซลลี จูวล์ รัฐมนตรีกิจการทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของเขา สังเกตเห็นสิ่งเดียวกัน ตอนที่เธอเป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอาร์อีไอ (REI) บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์กลางแจ้ง

“ที่อาร์อีไอ เราใช้เวลาอย่างมากไปกับการพิจารณาแนวโน้มที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจของเราในอีก 25 ปีข้างหน้า” เธอบอกผม “เราได้รู้ข้อมูลสำคัญบางอย่าง นั่นคือ สำหรับคนอเมริกันผิวสีและคนอเมริกันเชื้อสายลาตินแล้ว มีอุปสรรคเชิงวัฒนธรรมที่ขัดขวางการจะไปสนุกสนานกับกิจกรรมกลางแจ้ง สำหรับคนวัยหนุ่มสาวนั้น ในหลายกรณีเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี” การศึกษาอื่นๆ ก็ได้ผลอย่างเดียวกัน การสำรวจนักท่องเที่ยวอย่างครอบคลุมครั้งหลังสุดของกรมอุทยานแห่งชาติซึ่งเผยแพร่เมื่อห้าปีก่อน ไม่มีข้อมูลหรือตัวเลขเกี่ยวกับอายุ แต่พบว่า ผู้มาเที่ยวอุทยานเป็นคนผิวขาวมากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ จาร์วิสเริ่มโครงการรณรงค์ที่เสนอใบหน้าที่แตกต่างออกไปของอุทยาน ปกแผ่นพับครบรอบหนึ่งร้อยปีของกรมอุทยานแห่งชาติเป็นภาพวัยรุ่นอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน (ผิวสี) กำลังมองหนุ่มสาวอีกห้าคนกระโดดจากท่าเรือลงไปในทะเลสาบ พวกเขากำลังสนุกสนาน ขณะที่ภูมิประเทศรอบข้างไม่มีอะไรน่ากลัวหรือเงียบเหงาเลย นี่คืออุทยานที่มีคนไปเที่ยว ปัจจุบันการส่งเสริมการขายให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวประเภทต่างๆ ทั้งคนที่หนุ่มสาวกว่า ตลอดจนคนผิวสีน้ำตาล คนผิวสี และคนผิวขาว โครงการหนึ่งชื่อ “พาลูกเที่ยวอุทยาน” ซึ่งเปิดตัวโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา ให้นักเรียนเกรด 4 (เทียบเท่าประถมศึกษาปีที่สี่) ทุกคนและครอบครัวเข้าอุทยานแห่งชาติฟรีเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมาและช่วงปิดภาคฤดูร้อน

โครงการรณรงค์ครั้งใหม่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เป็นงานใหญ่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการตลาดที่นับว่าใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติ ใช่แล้ว คุณฟังไม่ผิด “การตลาด” จอห์น มิวร์ นักธรรมชาติวิทยาซึ่งเกิดในสกอตแลนด์ และเป็นกระบอกเสียงของคณะผู้ผลักดันให้ตั้งอุทยานแห่งชาติ อาจหัวเสียที่ได้ยินเช่นนั้น แต่เสียงตอบรับเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี จูวล์กล่าวว่า คนหนุ่มสาวและคนผิวสีจำนวนมากขึ้นกำลังไปเที่ยวสถานที่ประวัติศาสตร์ สิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามตระการตา และศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของสหรัฐฯ มีผู้ดาวน์โหลดบัตรผ่านพิเศษในโครงการพาลูกเที่ยวอุทยานอย่างน้อยสองล้านคน

ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีแก้ยากกว่า งานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า คนหนุ่มสาวใช้เวลาอยู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์วันละมากกว่าเจ็ดชั่วโมง หรืออยู่กับหน้าจอมากกว่า 50 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับเด็กอายุ 11 ถึง 14 ปี ตัวเลขสูงถึงวันละ 12 ชั่วโมง “เราคงไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเขตป่าหรอกค่ะ” จูวล์กล่าว “แต่คำถามคือ ทำอย่างไรเราจึงจะนำเทคโนโลยีมาใช้แทนที่จะก่นด่ามัน”

แทนที่จะโกรธแค้นยุคสมัย กรมอุทยานแห่งชาติได้กระโดดร่วมวงไพบูลย์กับยุคดิจิทัล คงพูดได้ทำนองนั้น กรมอุทยานโหมโฆษณาโครงการเพื่อหาคนมากขึ้นและอายุน้อยลงให้มาเที่ยวชมอุทยาน… เอ่อ “ผลิตภัณฑ์” ของกรม โดยการใช้เว็บไซต์ที่ปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ การจัดกิจกรรมโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย และการออกบูธชั่วคราวตามเมืองใหญ่ๆ เช่น นิวยอร์ก ซึ่งผู้ใช้สามารถชมการท่องเที่ยวเสมือนจริง (virtual tour) ของทุกอุทยานแห่งชาติ พูดอีกอย่างได้ว่า พวกเขาตัดสินใจใช้หน้าจอเพื่อพยายามดึงคนหนุ่มสาวออกจากหน้าจอนั่นเอง

เรื่อง ทีโมที อีแกน กับ เคซีย์ อีแกน
ภาพถ่าย โครีย์ อาร์โนลด์

ที่มา – National Geographic
www.ngthai.com

 

‘น้ำใจรวมเป็นหนึ่งเดียว’ ประมวลภาพคนร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 10:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/756490

ท่ามกลางความโศกเศร้าและความตั้งใจของประชาชนที่แห่มาจากทั่วสารทิศเดินทางเพื่อไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 กันไม่ขาดสาย ภาพความช่วยเหลือ ภาพน้ำใจก็มีมากมายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระจายเต็มพื้นที่จัดงาน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ยาดม เสื้อกันฝน ขนมปัง พระบรมฉายาลักษณ์ ฯลฯ ไทยรัฐออนไลน์เก็บภาพน้ำใจคนไทยมาให้ชมกัน.

ลูกชายควาญช้างพระที่นั่งปลาบปลื้ม พ่อนำ’ในหลวง’เสด็จภูกระดึงปี2498

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240696

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.09 น.

18 ต.ค. 59 พระราชกรณียกิจสำคัญในการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 2-20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 ในพื้นที่จังหวัดเลยระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498ที่พสกนิกรชาวจังหวัดเลยและภาคอีสาน ไม่รู้ลืมพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์จากจากจังหวัดขอนอก่น ไปถึงภูกระดึง จุดแรกเพื่อทอดพระเนตรทัศนียภาพอันสวยงามของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ในระหว่างที่เสด็จบนภูกระดึงครั้งนั้นทางกรมป่าไม้และจังหวัดเลยได้นำช้างสองเชือกมาถวายเป็นพระราชพาหนะ โดยคัดเลือกช้างของ นายทองหนัก สุวรรณสิงห์ (บิดานายทนงค์) ประธานสภาจังหวัดเลยในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วนายทนง สุวรรณสิงห์  บุตรชายคนสุดท้องของ นายทองหนักปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ สำนักงานจังหวัดเลย

และเป็นประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดเลย เล่าว่า เมื่อครั้งทั้ง 2พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร จังหวัดเลยเป็นครั้งแรกตนอายุเพียง 5 ขวบพ่อ เล่าว่าระหว่างการเตรียมการรับเสด็จทางกรมป่าไม้ได้ติดต่อมาที่จังหวัดเลยให้คัดเลือกช้างขึ้นไปถวายเป็นพระราชพาหนะบนภูกระดึงพ่อของตนในขณะนั้นมีช้างอยู่หลายเชือก มีอาชีพรับจ้างชักลากไม้ด้วยจึงได้รับการคัดเลือก โดยก่อนที่จะเดินทางไปภูกระดึงนั้นต้องนำช้างมาเดินหน้าศาลากลางจังหวัดท่ามกลางผู้คนมากมายเพื่อคัดเลือกเอาช้างเชือกที่ไม่ตื่นกลัว 2 เชือก

โดยเป็นการฝึกให้ช้างนั้น คุ้นกับคนและสามารถถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในช่วงที่มีเสด็จบนภูกระดึงและผ้าปูรองประทับบนหลังช้าง ที่เห็นอยู่ แม่ของตนก็เป็นคนทำเองเพราะเรียนจบด้านเย็บปักถักร้อย จากพระนครมา หลังจากนั้นพ่อของตนและผู้ดูแลช้างทั้งหมด 5 คน ได้พาช้างทั้งหมดเดินทางขึ้นไปที่ภูกระดึง ใช้เวลา 2 วัน จึงเดินขึ้นถึง โดยขึ้นทางผาหมากดูก เพราะทางคนเดินปกติที่ใช้อยู่แล้วเป็นหุบเหวลาดชันมาก ซึ่งในบางช่วงเวลาช้างนั้นได้ใช้งวงพันต้นไม้แล้วตึงตัวขึ้นไป เป็นความยากลำบากแต่ช้างทั้ง 2 เชือกก็สามารถทำได้ในวันรับเสด็จพ่อของตนได้ทำหน้าที่เป็นควาญช้างและมีผู้ทำหน้าที่เท้าช้างอีกสองคนเดินควบคุมช้างอยู่ด้านล่าง ซึ่งได้เตรียมช้างไปสองเชือกเพื่อให้ทั้งสองพระองค์แยกกันประทับพระองค์ละเชือกแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระราชประสงค์ให้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมาประทับด้วยกัน ซึ่งช้างที่ทรงประทับชื่อ พลายคำหมื่นโดยหลังเสร็จสิ้นการเสด็จพระราชดำเนินบนภูกระดึงพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัวฯได้ทรงพระราชทานเหรียญที่ระลึกให้แก่ข้าราชบริพาร

ซึ่งพ่อของตนก็ได้รับพระราชทานด้วยการเสด็จพระราชดำเนินของทั้งสองพระองค์ครั้งนั้นนับเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิตของครอบครัวสุดปลาบปลื้มหาที่สุดมิได้และเป็นสิ่งปลูกฝักให้ตนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เรื่อยมาและนำพระราชดำรัสคำสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิตและจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ท่านไว้ตราบชีวิตจะหาไม่

 

แชร์คลิป’น้องกราบพี่’ ภาพประทับใจฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯถวายความเคารพทูลกระหม่อมหญิงฯ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240660

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.01 น.

18 ต.ค.59 เฟซบุ๊ค ‘ROYAL WORLD Thailand – สำนักข่าวรอยัลเวิล์ด ประเทศไทย‘ เผยแพร่คลิป เหตุการณ์ที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงคม (กราบ) ถวายความเคารพ พระเชษฐภคินีทั้ง 2 พระองค์คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี แม้ว่าทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะมีพระยศน้อยกว่า แต่ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ก็ถวายความเคารพในฐานะเชษฐภคินี(พี่สาว) สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมคลิปเป็นจำนวนมาก

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงคม (กราบ) ถวายความเคารพ และทรงคมพระราชทานความเคารพ พระเชษฐภคินี (พี่สาว) ทั้ง 2 พระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ซึ่งทูลกระหม่อมหญิง ถึงแม้ปัจจุบันทรงดำรงพระยศน้อยกว่า แต่ทรงเคารพในความอาวุโสในฐานะ “พี่สาว”
—-
Princess Chulabhorn Walailak greets and respects her elder sisters Princess Maha Chakri Sirindhorn and Princess Ubolratana Rajakanya, regardless their titles. Princess Chulabhorn has the higher status than her eldest sister Princess Ubolratana who relinquished her styles of “Royal Highness”.
—-
ขอบพระคุณภาพวีดีทัศน์จาก โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย – The Television Pool of Thailand

 

รบ.ผนึกกำลังอำนวยความสะดวก ปชช.ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240651

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.29 น.

18 ต.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม.นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณข้าราชการกระทรวงต่างๆ ในการร่วมกันทำกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ส่วนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบางเรื่องจะต้องมีการปรับปรุงบ้าง ซึ่งศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) จะมีการส่งรายงานให้รัฐบาลทุกวัน เพื่อให้นายกฯ รับทราบว่าข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นมีอะไรเพื่อแก้แก้ไขให้วาระต่างๆ ของพระราชพิธีที่จะดำเนินต่อไป ทั้งวาระครบรอบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน มีความสะดวกกับพี่น้องประชาชนมากขึ้น และปัญหาต่างๆ คลี่คลายลง

ส่วนเรื่องการดูแลพี่น้องประชาชนด้านอาหาร การประชาสัมพันธ์ นายกฯ ห่วงทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด อยากให้ทุกพื้นที่ได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน จึงเตรียมการว่าภายหลัง 15 วันแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่ให้ประชาชนสามารถถวายสักการะพระบรมศพได้ อยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมมากที่สุดจึงจะอำนวยความสะดวกกันทั้ง 3 ส่วน คือ รัฐบาล สำนักพระราชวัง และสำนักราชเลขาธิการ

พ.อ.หญิง ทักษดา กล่าวว่า นายกฯ ยืนยันว่าการบริหารประเทศของรัฐบาลจะทำต่อไปภายใต้หลักการมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รัฐบาลจะนำหลักการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเอาไว้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และเรื่องอื่นๆ นำมาให้พี่น้องประชาชนเห็นว่า รัฐบาลได้นำมาปฏิบัติตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะมีการจัดสื่อสารคดีต่างๆ และสรุปผลงานรัฐบาลที่สอดคล้องกับแนวทางของพระองค์ท่าน

สาวไทยซึ้ง!ฝรั่งเป่าแซกโซโฟน ‘เพลงชาติไทย’กลางบอสตัน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240647

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.57 น.

18 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Maii Suthiparinyanon” ได้โพสต์คลิปวิดิโอ ขณะที่ตนเองกำลังเดินทางกลับที่พัก ในเมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งได้พบกับชาวต่างชาติรายหนึ่งที่กำลังเป่าแซกโซโฟน ในบทเพลงที่เธอคุ้นหู ซึ่งก็คือ “เพลงชาติไทย” โดยเธอเล่าว่าพอชาวต่างชาติคนดังกล่าวเล่นจบ เขาได้กล่าวว่า รู้เสียใจกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
โดยเธอได้เล่าเรื่องราวสุดประทับใจในครั้งนี้ว่า “วันนี้ตอนที่เรากำลังจะนั่งรถกลับบ้าน คือเราได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นหูมาก เพลงนี้เปิดก่อนเราเข้าห้องเรียนทุกๆ 8 โมงเช้า และ ทุกๆ6โมงเย็น เพลงนี้คือเพลงชาติไทย ซึ่งเราคาดไม่ถึงว่าเราจะได้ยินที่อเมริกาในบอสตัน เราเลยขอให้เค้าเล่นให้ฟังอีกรอบนึง พอเล่นจบเค้าบอกว่า เสียใจด้วยเรื่องในหลวงของเรา คือตอนนั้นน้ำตาจะไหลอะ ซึ้งมาก ขอบคุณมากที่มีคนอีกหลายคนรักในหลวงของเรา”
ขอบคุณคลิป : Maii Suthiparinyanon

มหาดไทยร่อนหนังสือถึงพ่อเมืองทั่วปท. ยึดหลักการทรงงาน-ดูแลปัญหาปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240641

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.07 น.

“มหาดไทย” ร่อนหนังสือขอ “พ่อเมือง” ทั่วประเทศ ยึดหลักการทรงงาน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”  เร่งดูแลทุกปัญหาเดือดร้อนประชาชน – สร้างความอยู่ดีมีสุข เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

18 ต.ค. 59 ที่กระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยให้จังหวัดดำเนินการสำรวจ และมอบหมายให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบ  ลงไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนนั้น เพื่อเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และปฏิบัติตามหลัก      การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีพระราชประสงค์ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข

“นอกจากนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความโศกเศร้าของพี่น้องประชาชนไปในคราวเดียวกัน    เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 กระทรวงมหาดไทยจึงได้มีหนังสือสั่งการเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด  ได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วยความมุ่งมั่นบากบั่น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน เช่น ปัญหาสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ขาดแคลน ชำรุด เสียหาย ปัญหาที่เกิดจากสาธารณภัย อุทกภัย ปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ยากที่เกิดกับบุคคล ครอบครัวที่มีฐานะยากจน หรือด้อยโอกาสทางสังคม คนชรา เด็กกำพร้า หรือผู้ที่เจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้น โดยให้ผู้ว่าฯมอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และนายอำเภอ ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาโดยเร็ว กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ในพื้นที่รับผิดชอบลงไปแก้ปัญหาดังกล่าวและรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว” ปลัดมท. กล่าว

นายกฤษฎา ยังกล่าวด้วยว่า หากปัญหาดังกล่าวเกินขีดความสามารถ หรือไม่อยู่ในหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานในระดับจังหวัดหรือ อำเภอ ให้รีบแจ้งมายังหน่วยงานส่วนกลาง และกระทรวงมหาดไทยทราบเพื่อจะได้ประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด และสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดได้อย่างถูกต้อง

ศตส.ระบุจัดเต็นท์บริการประชาชน ก่อนสักการะพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240634

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.19 น.

18 ต.ค. 59 เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.)ว่า จะมีการจัดพื้นที่รอบสนามหลวงทั้งสิ้น 15 จุด อาทิท้องสนามหลวง ม.ศิลปากร ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ท่าราชวรดิษฐ์ กรมการรักษาดินแดน โรงละครแห่งชาติ กรมศิลปากร วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุวรวิหาร ด้านนนอกกระทรวงกลาโหม สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม โรงเรียนสตรีวิทยา โลหะปราสาทวัดราชนัดดา สวนสราญรมย์ สนามม้านางเลิ้ง และบริเวณศาลฎีกา เพื่อให้บริการประชาชน ก่อนเข้าไปสักการะพระบรมศพในพระบรมมหาราชวัง

สำหรับการเดินทางเข้าสักการะพระบรมศพ เพื่อแสดงความอาลัยนั้น ได้มอบหมายให้กทม. ร่วมกับกองทัพ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จัดเต็นท์จำนวน 10 เต็นท์เพื่อรองรับประชาชน โดยจะอยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง จึงขอให้ประชาชนรอในเต็นท์ ซึ่งเมื่อถึงเวลาเปิดให้เข้าสักการะจึงจะขยับไปเป็นเต็นท์ ๆ เพื่อลดความแออัด และคับคั่ง ไม่ต้องต่อแถวยาว

ส่วนการบริการรถขสมก. นั้นต้องไม่ขาดระยะ และต้องปลอดภัยในการเดินทาง โดยจะให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00-24.00 น. ซึ่งจะออกทุก ๆ 15 นาที หรือหากรถเต็มก่อนก็จะออกก่อน รวมทั้งหากเกินเวลาที่กำหนดแล้วยังมีประชาชน อยู่ก็จะมีรถบริการให้ตลอด ขณะที่ที่จอดรถในสี่มุมเมืองทั้งเมืองทองธานี สายใต้ใหม่พุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลเวสเกต บางกอกมอลล์ บางนา ซึ่งรองรับรถได้รถ จำนวน 11,000 คัน และเพิ่มเติมจุดจอดรถที่เซ็นทรัลศาลายา และเซ็นทรัล พระราม 2 โดยขสมก. จะรับ-ส่งไปยังที่จอดรถดังกล่าว ทั้งนี้ได้แจ้งทุกหน่วยงาน และเอกชน หากต้องการสนับสนุนที่จอดรถขอให้แจ้งประสานไปยัง ขสมก. ได้ทันที เพื่อจัดรถรับ-ส่งจากจุดจอดรถไปยังพระบรมมหาราชวัง

‘อัครศิลปิน’นศ.ศิลปากรทุ่มสุดฝีมือ วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240633

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.13 น.

18 ต.ค. 59 นักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขตวังท่าพระ ได้ร่วมกันวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ จำนวน 9 ภาพ เพื่อนำมาจัดแสดงตลอดแนวกำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แห่งองค์รัชกาลที่ 9
โดยขณะนี้ได้ถูกนำมาติดตั้งไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสร้างความสนใจแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก
ขอขอบคุณรูปภาพ-ชมภาพเพิ่มเติม : Aorsan Jitruetai,Silpakorn University ,บัตเตอร์ฟลาย ลายเสือ

คตส.จัดศูนย์ข้อมูลให้ปชช.รับทราบ จ่อถอดคำแปล-ข้อกม.ให้สื่อต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/240631

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.10 น.

18 ต.ค. 59 เวลา 9.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี กล่าวที่ประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ได้มีมติให้กรมประชาสัมพันธ์จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศูนย์ข้อมูลดังกล่าวจะใช้ห้องประชุมของกรมประชาสัมพันธ์เป็นที่ตั้ง ประชาชนทั่วไปสามารถติดตามข้อมูลควบคู่ขนานกับทางศตส.ได้ ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะรวบรวมข่าวสารเพื่อทำความเข้าใจกับทางประชาชนผ่านกรมประชาสัมพันธ์

พล.ท. สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องความเข้าใจด้านข้อกฎหมายและขั้นตอนการปฏิบัติของหน่วยงานราชการในพระราชพิธีพระบรมศพ ตลอดจนการสืบสันตติวงศ์ สำหรับประเทศนั้นเชื่อว่าประชาชนได้ฟังคำชี้แจงจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่สื่อต่างประเทศบางส่วนอาจจะยังไม่เข้าใจ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในทิศทางต่างที่จะส่งผลต่อความรู้สึกของคนไทย ฉะนั้นในส่วนนี้ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้ประสานงานกับสถานีโทรทัศน์และกระทรวงการต่างประเทศถอดคำแปล ของนายวิษณุ แบบคำต่อคำส่งไปยังสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศเพื่อออกอากาศในช่องทางที่เหมาะสม รวมถึงช่องเอ็นบีทีเวิร์ด สำหรับหน่วยงานสื่อใดที่อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อกับกรมประชาสัมพันธ์ได้ โดยจะนำขึ้นเว็บไซต์ http://www.prd.go.th อีเมลล์ prdcenter2016@gmail.com และสามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์มาที่ 02-618-3600 แฟกซ์ 02-618-3667