เปิดตัว “Taxi-Beam” แอพฯเรียกแท็กซี่ฝีมือคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2559 เวลา 12:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471560

เปิดตัว "Taxi-Beam" แอพฯเรียกแท็กซี่ฝีมือคนไทย

เปิดตัว Taxi-Beam แอพฯเรียกแท็กซี่ฝีมือนักพัฒนาคนไทย ให้บริการทั้งกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด หวังแก้ปัญหาปฏิเสธผู้โดยสาร

นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แท็กซี่-บีมจำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ชื่อ Taxi-Beam ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยฝีมือนักพัฒนาคนไทย มีจุดเด่นที่การใช้งานง่ายและเป็นภาษาไทยทั้งหมด คาดว่าจะพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในเดือนก.พ. 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาปัญหาคนขับแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร

บริษัทฯใช้เวลาในการออกแบบและพัฒนาระบบประมาณ 1 ปี หลักการในการออกแบบแอพพลิเคชั่นนี้ นอกจากจะทำให้ผู้โดยสารเรียกใช้บริการแท็กซี่ได้สะดวกแล้ว ยังทำให้คนขับแท็กซี่สามารถเห็นตำแหน่งของผู้โดยสารที่จะเรียกแท็กซี่ด้วยว่าอยู่บริเวณใด และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน เพื่อช่วยให้คนขับแท็กซี่เลือกรับผู้โดยสารที่จะไปทางที่สามารถไปส่งได้ เช่น ไปทางเดียวกับทางไปส่งรถ หรือต้องไปเติมแก๊ส เป็นต้น

ขณะที่ในฝั่งของผู้โดยสาร สามารถเลือกเรียกแท็กซี่ผ่านแอพฯตามปกติ หรือโทรติดต่อคนขับที่อยู่ในบริเวณนั้นได้โดยตรง เพียงกดที่รูปไอคอนแท็กซี่ และกดโทรเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอ บริการนี้จึงเพิ่มความมั่นใจให้ผู้โดยสารได้ว่า ในกรณีฉุกเฉินก็สามารถโทรติดต่อคนขับแท็กซี่ได้แน่นอน ซึ่งเป็นจุดเด่นของแอพฯ Taxi-Beam ที่แตกต่างจากแอพฯอื่นๆ และในอนาคตเตรียมพัฒนาต่อยอดการให้บริการเพิ่มในส่วนของรถโดยสารประเภทอื่นๆ เช่น รถลีมูซีน รถมินิแวน และรถตู้ เป็นต้น

สำหรับอัตราค่าโดยสาร ผู้โดยสารจ่ายตามจริงขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ให้บริการแต่ละจังหวัดและจ่ายเพิ่มอีก20 บาทเป็นค่าบริการ โดยจ่ายให้กับคนขับแท็กซี่โดยตรงส่วนคนขับแท็กซี่จ่ายค่าบริการเพียง 20 บาทต่อ 1 รอบการใช้งาน 15 ชั่วโมงซึ่งค่าบริการใช้แอพพลิเคชั่นจากฝั่งคนขับแท็กซี่เป็นรายได้ที่บริษัทฯ จะได้รับ ซึ่งนอกจากรายได้ส่วนนี้แล้ว บริษัทยังมีแผนหารายได้จากค่าโฆษณาของธุรกิจต่างๆ โดยในอนาคตแอพฯ Taxi-Beam ฝั่งผู้โดยสารจะสามารถแสดงส่วนลด โปรโมชั่น หรือโฆษณาสินค้าและบริการของธุรกิจและร้านค้าที่รถแท็กซี่วิ่งผ่าน หรือบริเวณรอบๆจุดปลายทางของผู้โดยสารได้ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า รายได้จากค่าโฆษณาจะเป็นรายได้หลักของบริษัทฯในอนาคต

วุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แท็กซี่-บีม

นายวุฒิกร กล่าวอีกว่า ขณะนี้แอพฯ Taxi-Beam เปิดให้บริการแล้วในจังหวัดอุบลราชธานีและขอนแก่น ส่วนในกรุงเทพฯ เพิ่งเริ่มทดลองใช้งานเดือนธันวาคม 2559 ดังนั้นจึงยังมีจำนวนรถแท็กซี่ให้บริการไม่มากนัก รวมแล้วทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ประมาณ 800 คัน อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว บริษัทฯตั้งเป้าว่า ภายในปี 2560 จะมีจำนวนรถแท็กซี่ให้บริการในกรุงเทพฯ มากกว่า 5,000 คัน และในต่างจังหวัดไม่น้อยกว่า 500 คัน โดยบริษัทฯ เตรียมอัดงบส่งเสริมการตลาดประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการใช้บริการ

“บริษัทฯ มีแผนจะจัดทำระบบ Pass ซึ่งเปรียบเสมือนแท็กซี่-บีม ดิจิตอล การ์ด (Taxi-Beam Digital Card) เพื่อแจกให้กับผู้โดยสารทุกคนที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้ เพื่อสะสมแต้มเมื่อใช้บริการ Taxi-Beam สำหรับนำมาแลกสิทธิประโยชน์และส่วนลดต่างๆ มากมาย ในส่วนของคนขับแท็กซี่จะมีกิจกรรมสะสมแต้มจากการรับส่งผู้โดยสารและแนะนำเพื่อนคนขับ เพื่อแลกรับรางวัลต่างๆ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการ Taxi-Beam อย่างต่อเนื่อง”

นายวุฒิกรกล่าวว่า บริษัทเป็นพันธมิตรกับศูนย์แท็กซี่ต่างๆ จำนวนมาก ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถขยายจำนวนรถแท็กซี่ได้อย่างรวดเร็ว และยังสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารในด้านความปลอดภัยอีกด้วย เนื่องจากทางศูนย์แท็กซี่ก็จะช่วยคัดกรองและตรวจสอบคนขับให้อีกทางหนึ่ง ขณะที่ในส่วนคนขับแท็กซี่อิสระที่ต้องการเข้าร่วมให้บริการกับ Taxi-Beam ทางบริษัทฯก็จะมีการตรวจสอบหลักฐานการสมัครต่างๆ ก่อนจึงจะอนุมัติให้เข้าร่วมใช้ระบบฯ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.taxi-beam.com

 

ขีดเส้นทีวี30วัน ขอยืดจ่ายประมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2559 เวลา 07:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471497

ขีดเส้นทีวี30วัน ขอยืดจ่ายประมูล

กสทช.ขีดเส้น 30 วัน ให้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยื่นแสดงความจำนงยืดจ่ายค่าประมูล ย้ำรายไหนโดนถอนใบอนุญาตก่อนมีคำสั่ง คสช.หมดสิทธิ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทั้งหมด เพื่อแจ้งให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิขยายเวลาชาระเงินค่าประมูลช่องทีวีดิจิทัล ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 76/2559 เรื่องมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ 2559 มายื่นหนังสือแสดงความจำนงต่อสำนักงาน กสทช.ภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีคำสั่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ตามคำสั่งดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลสามารถขยายเวลาชาระเงินค่าประมูลที่ยังเหลือ ซึ่งต้องจ่ายเป็นรายปีอีก 3 งวด ให้จ่ายเป็นรายปีอีก 6 งวดได้ แต่ต้องวางแบงก์การันตีสำหรับเงินส่วนที่ยังค้างชาระ และต้องชาระดอกเบี้ยในส่วนที่ขยายเวลาออกไปในอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศกำหนดในวันที่ชาระ ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5%

อย่างไรก็ดี คำสั่ง คสช.นี้ไม่ได้ตัดสิทธิผู้รับใบอนุญาตที่จะขอชาระเงินประมูลตามกรอบเวลาเดิมที่ กสทช.กำหนดไว้ในการเปิดประมูลคลื่นความถี่เพื่อจะได้ ไม่ต้องชาระดอกเบี้ย อีกทั้งไม่ให้สิทธินี้กับผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการมาก่อนหน้าที่จะมีคำสั่ง คสช.

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 28 ธ.ค.จะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ด กสทช.รับทราบแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ดังกล่าวด้วย โดยนอกจากการขยายเวลาการชาระเงินแล้ว มีส่วนที่ได้ชะลอการเรียกคืนคลื่นความถี่วิทยุตามแผนแม่บทของ กสทช.เดิมกำหนดต้องส่งคืนทั้งหมดภายในเดือน เม.ย. 2560 ให้เลื่อนไปอีก 5 ปี

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) สำหรับอุดหนุนการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม เพื่อนำช่องทีวีดิจิทัลขึ้นเผยแพร่บนแพลตฟอร์มช่องทีวีดาวเทียมตาม ประกาศมัสต์แครีด้วย ซึ่งคำสั่งดังกล่าวให้สำนักงาน กสทช.และ กทปส.เป็น ผู้ชำระค่าเช่าโครงข่ายดาวเทียมแทน ผู้ประกอบการ โดยมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะครอบคลุมการชาระให้แก่ช่องทีวีดิจิทัลทั้งหมด 26 ช่อง แบ่งเป็นทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ 22 ช่อง และทีวีดิจิทัลประเภทกลุ่มสาธารณะ 4 ช่อง

 

ยื่นกสทช.รื้อ บังคับค่าโทร คิดเป็นวินาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2559 เวลา 05:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471487

ยื่นกสทช.รื้อ บังคับค่าโทร คิดเป็นวินาที

ร้อง “กสทช.-สคบ.” ทบทวนมาตรการบังคับคิดค่าโทรเป็นวินาที ชี้ผู้ใช้เสียค่าโง่ ปิดกั้นสิทธิผู้บริโภค

นายณัชพล โรจน์ถาวร ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) กล่าวหลังยื่นหนังสือให้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ กสทช. ทบทวนมาตรการที่จะบังคับให้บริษัทผู้ให้บริการมือถือคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที

ทั้งนี้ เพราะ กทค.และ กสทช.ยังพยายามออกมาตรการบังคับให้ผู้รับใบอนุญาตมือถือ 4จี ต้องคิดค่าโทรตามจริงเป็นวินาที โดยอ้างเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 และ 900 MHz ให้บริการ 4จี ซึ่งมองผิวเผินผู้บริโภคเหมือนจะได้ประโยชน์ แต่ในข้อเท็จจริงแล้วผู้บริโภคอาจเสียค่าโง่ เพราะถูกจำกัดสิทธิการเลือกใช้บริการ

ปัจจุบันผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น และผู้ให้บริการมือถือส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการเป็นแพ็กเกจ ที่รวมทั้งค่าบริการ ข้อมูลหรือดาต้า และระบบเสียงหรือวอยซ์ไปด้วยกัน ผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่า แต่เมื่อ กทค.และ กสทช.บังคับให้ผู้ให้บริการมือถือทุกค่ายคิดค่าบริการตามจริง โดยนำอัตราค่าบริการมาหารเป็นวินาที แทนที่จะเป็นประโยชน์อาจกลับเป็นโทษ เพราะผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือก ที่สำคัญในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่มีการคิดค่าโทรเป็นวินาทีกันแล้ว และในยุค 4จี การใช้บริการวอยซ์น้อยมากแทบจะเป็นบริการเสริมที่ให้ฟรีไปกับบริการที่เป็นดาต้า อย่างเช่นเฟซบุ๊กหรือไลน์ มีทั้งวอยซ์คอลและวิดีโอคอลฟรี

ภาพประกอบข่าว

 

เน็ตดีไซน์ลงขันจีเอ็มโอ เปิดศึกดิจิทัลไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ธันวาคม 2559 เวลา 05:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471486

เน็ตดีไซน์ลงขันจีเอ็มโอ เปิดศึกดิจิทัลไลฟ์สไตล์

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ กระแสอินเทอร์เน็ตกำลังจะเปลี่ยนจากโลกออฟไลน์มาสู่ออนไลน์ ทุกธุรกิจจะใช้อินเทอร์เน็ตทำทุกอย่าง ทั้งช่องทางขาย โฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมตลาด ระบบการชำระเงิน จึงไม่แปลกที่บริษัท จีเอ็มโอ อินเตอร์เน็ต กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ในวงการวางโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต จะเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยพร้อมกับวางให้เป็นศูนย์กลางดำเนินธุรกิจอาเซียน

เฉลิมรัฐ นาควิเชียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มโอ-แซด คอม เน็ตดีไซน์ โฮลดิ้ง เปิดเผยว่า บริษัท เน็ตดีไซน์ กรุ๊ป ได้ร่วมทุนกับบริษัท จีเอ็มโอ อินเตอร์เน็ต กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตจากญี่ปุ่น ซึ่งมีบริษัทในเครือทั่วโลก 105 บริษัท และ 5 บริษัทในประเทศไทย โดยมีมูลค่าทางธุรกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาท เปิดบริษัท จีเอ็มโอ-แซด คอม เน็ตดีไซน์ โฮลดิ้ง ในสัดส่วนถือหุ้น 51% ต่อ 49% ด้วยการลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจตอบสนองดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ในประเทศไทยมีด้วยกัน 4 กลุ่มธุรกิจ

ได้แก่ 1.คลาวด์เซอร์วิส ระบบการเก็บข้อมูล อี-คอมเมิร์ซ กลุ่มธุรกิจที่ 2 การใช้โฆษณาประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์ 3.การซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ ระบบการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ และ 4.โมบายเอนเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้ชื่อว่าแบรนด์แซด.คอม (Z.com) ทั้งหมด ซึ่งได้ลงทุนซื้อชื่อดังกล่าวมาใช้เกือบ 300 ล้านบาท วางเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินธุรกิจในอาเซียน ซึ่งวางแผนเข้าไปเปิดตลาดเวียดนาม เมียนมา สิงคโปร์ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็มีความพร้อมมากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจคลาวด์เซอร์วิสในระยะ 2-3 ปีข้างหน้านี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจดังกล่าว โดยในญี่ปุ่นจีเอ็มโอมีผู้เข้าจดทะเบียนโดเมน 5.7 ล้านโดเมน พบว่า 90% ใช้บริการของบริษัท สำหรับในไทยบริษัทลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ระบบเก็บฐานข้อมูลและเว็บไซต์ เน้นเจาะกลุ่มผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซ และสร้างแอพพลิเคชั่นให้กับผู้ประกอบการสนใจ ซึ่งความแตกต่างระหว่างแซด.คอม อาทิ คู่แข่งรายใหญ่อย่างอเมซอน ส่วนใหญ่วางระบบในสิงคโปร์ แต่ข้อได้เปรียบมีระบบในไทยทำให้การค้นหาในกูเกิลได้เร็วหรืออยู่ในหน้าแรกๆ ของเว็บไซต์ ปัจจุบันในไทยบริษัทเปิดบริการ 3 เดือน มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการแล้ว 3 หมื่นราย

ขณะที่ธุรกิจถัดไปซึ่งบริษัทให้ความสำคัญ กลุ่มการซื้อขายหลักทรัพย์ออนไลน์ หรือเป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ ภายใต้ แซด.คอม ซีเคียว กำลังอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตจากบริษัทตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดดำเนินธุรกิจ คาดว่าไม่เกินเดือน ต.ค.จะเปิดดำเนินธุรกิจได้ โดยเชื่อว่าเป็นธุรกิจมีศักยภาพสูงจากเทรนด์การซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านทางออนไลน์สูงขึ้น นอกจากนี้ส่วนแบ่งตลาดของผู้นำอย่างกิมเอ็งจาก 14% เหลือเป็น 4% เพราะถูกแชร์จากคู่แข่งที่อยู่ในตลาด 43 บริษัท

ส่วนธุรกิจการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ทำภายใต้บริษัท ทูซีทูพี เชื่อว่าระบบการชำระเงินจะไปเปลี่ยนแปลง โดยในญี่ปุ่นจีเอ็มโอกำลังเปิดดิจิทัล แบงก์กิ้ง ขณะเดียวกันแตกธุรกิจการวิจัยตลาดออนไลน์ เพื่อป้อนกับลูกค้าที่ต้องการเข้ามาทำตลาดอาเซียน ส่วนธุรกิจโมบายเอนเตอร์เทนเมนต์ เป็นการให้บริการเกมตลาดยังเล็กมาก

สำหรับการเข้าร่วมทุนของจีเอ็มโอ ส่งให้กลุ่มธุรกิจของบริษัท เน็ตดีไซน์ มีด้วยกัน 4 บริษัท ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 20 ล้านบาท เป็นกว่า 100 ล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายในปี 2563 จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธุรกิจที่จะสร้างรายได้หลักในช่วง 3 ปี เป็นกลุ่มธุรกิจคลาวด์เซอร์วิส ช่วงปีแรกราวกว่า 100 ล้านบาท และการซื้อขายหลักทรัพย์

การวางเป้าหมายบุกอาเซียนครั้งนี้ บริษัทใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท และไทยกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนด้านเทคโนโลยี บริการจัดการ การลงทุนพัฒนาและวิจัยตลาด อีกทั้งยังได้สร้างแบรนด์แซด.คอม ผ่านรายการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ โดยวิสัยทัศน์ของจีเอ็มโอและเน็ตดีไซน์ เชื่อว่าการทำธุรกิจตอบสนองดิจิทัลไลฟ์สไตล์แจ้งเกิดได้แน่

 

เอคอมเมิร์ซบุกออนไลน์ ส่งสมาร์ทชิปเจาะเอสเอ็มอี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ธันวาคม 2559 เวลา 06:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471268

เอคอมเมิร์ซบุกออนไลน์ ส่งสมาร์ทชิปเจาะเอสเอ็มอี

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

กระแสการค้าการขายบนโลกออนไลน์ที่มาแรง เกิดผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขึ้นจำนวนมาก ระบบขนส่งสินค้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เอ คอมเมิร์ซ ได้นำเสนอทางเลือกใหม่ของการส่งสินค้าครบวงจร ด้วยการพัฒนาระบบเชื่อมต่อบริษัทขนส่งชั้นนำของประเทศมาไว้ในระบบเดียว ทำให้ง่ายต่อการส่งพัสดุยิ่งขึ้น

เพ็ญสิริ เสถียรวงศ์นุษา ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ คอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการโซลูชั่นอี-คอมเมิร์ซครบวงจร เปิดเผยว่า การเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดคะเนว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1,780 ล้านบาท ภายในปี 2568 จาก 1,000 ล้านบาทในปีนี้

แนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว มีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซ เกิดจากเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ขายของผ่านโซเชียล แพลตฟอร์ม เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ คิดเป็นสัดส่วน 50% ของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย

ทั้งนี้ แม้ว่าเอสเอ็มอีจำนวนมากจะหันมาขายของในช่องทางออนไลน์แล้วก็ตาม แต่ยังคงใช้วิธีการส่งของแบบแมนนวลที่ยุ่งยาก พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่รับออร์เดอร์ผ่านโซเชียล แพลตฟอร์ม และเตรียมจัดส่งพัสดุ (เขียนจ่าหน้าพัสดุทีละกล่องๆ) ภายในบ้าน ก่อนนำไปส่งที่ไปรษณีย์ไทยเพื่อส่งของให้ลูกค้า

ขณะเดียวกัน ยังพบว่าออร์เดอร์จากลูกค้าส่วนมากจะใช้วิธีชำระเงินด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งปกติแล้วใช้เวลา 2-3 วันในการดำเนินเรื่อง ทำให้ปัจจุบันยังเกิดความล่าช้าในกระบวนการซื้อของออนไลน์

อย่างไรก็ดี พบว่าการชำระเงินผ่านทางอี-คอมเมิร์ซ 75% มาจากการชำระเงินสดปลายทางทั้งสิ้น ดังนั้นร้านค้าจะเสียประโยชน์อย่างมากกับการที่ไม่สามารถรองรับลูกค้าที่ต้องการจ่ายเงินสด เพียงเพราะไม่เชื่อถือการโอนเงินผ่านธนาคารหรือไม่มีบัญชีธนาคาร

ดังนั้น บริษัทจึงนำเสนอบริการสมาร์ทชิป ซึ่งเป็นระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยจับมือร่วมกับไปรษณีย์ไทยกับเพจ 365 เพื่อนำฐานข้อมูลการจัดส่งของให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและประหยัด ด้วยจุดบริการส่งพัสดุกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ สามารถเช็กสถานะด้วยเวลาเรียลไทม์ และกำลังพัฒนาจุดส่งกว่า 7 หมื่นแห่ง ในปี 2561

ขณะที่การทำธุรกรรมการเงิน สมาร์ทชิปสามารถส่งพัสดุแบบเก็บเงินปลายทาง พร้อมกับเลือกซื้อประกันพัสดุต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนบาท โดยจับมือร่วมกับบริษัท เอเชียประกันภัย เพื่อเสนอประกันพัสดุหายในราคาต่างให้ผู้ส่งสามารถส่งของอย่างอุ่นใจ

นอกจากนี้ ผู้ส่งสามารถส่งพัสดุได้อย่างง่ายดายในราคาประหยัดเริ่มต้นที่ 35 บาท ตามน้ำหนักและที่อยู่ปลายทางของพัสดุ ทั้งยังเก็บข้อมูลขนส่งที่สามารถนำไปวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางใหม่ในการขยายธุรกิจ

สำหรับอุปสรรคของเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถให้บริการเก็บเงินปลายทาง บริษัทมองว่าการเก็บเงินปลายทางเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มฐานลูกค้า สำหรับระบบเชื่อมบริษัทขนส่ง เป็นแนวคิดที่ได้รับการพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วในประเทศจีนโดยบริษัท Alibaba’s Cainiao คล้ายกับระบบโลจิสติกส์ในประเทศจีน แต่ระบบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงไม่มีประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าการบริการของสมาร์ทชิปจะสามารถพัฒนาการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซได้

นอกเหนือจากบริการของสมาร์ทชิปแล้ว ทางบริษัท เอ คอมเมิร์ซ กำลังเร่งพัฒนาบริการที่สามารถช่วยพ่อค้าแม่ค้าขายของในโซเชียล แพลตฟอร์มให้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยที่บริการนี้จะรวมถึงการรับพัสดุจากผู้ส่งถึงที่ การซื้อพัสดุห่อ หรือแพ็กเกจห่อของต่างๆ รวมถึงการใช้บริการทำตลาดกับ Line@ ที่เพิ่งร่วมเป็นพันธมิตรกัน โดยมีสิทธิการเข้าร่วมเทรนนิ่ง เวิร์กช็อป กับเอ คอมเมิร์ซ อะคาเดมี่ โปรแกรม

ในอนาคตอันใกล้ เอ คอมเมิร์ซ กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสมาร์ทชิป เพื่อเตรียมการเปิดตัวในประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย การเติบโตของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดระบบการบริหารจัดส่งที่ดีทำให้เอสเอ็มอีไทยยังเติบโตอยู่ในพื้นที่จำกัดเท่านั้น

 

หัวหน้าคสช.ใช้ม.44อุ้มทีวีดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 ธันวาคม 2559 เวลา 19:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/471257

หัวหน้าคสช.ใช้ม.44อุ้มทีวีดิจิทัล

หัวหน้าคสช.ใช้อำนาจม.44 ออกมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ให้แบ่งชำระค่าใบอนุญาตได้

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยใจความสำคัญคือให้ผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามเกณฑ์ได้ ให้แจ้งเป็นหนังสือไปยังสำนักงานกสทช.ล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และในกรณีที่สำนักงาน กสทช. พิจารณาแล้วเห็นเป็นการสมควรก็ให้ผู้รับใบอนุญาตรายนั้นสามารถแบ่งชำระตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายคำสั่งนี้

ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันนี้ (20ธ.ค.) มีการระดมความคิดเห็นเพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 44  เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยในส่วนกิจการโทรทัศน์นั้นจะมีการขยายเวลาการชำระค่าใบอนุญาต เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรทัศน์ที่ประมูลใบอนุญาตกันไปในราคาสูงมาก แต่กลับประสบกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนการดำเนินธุรกิจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ดังนั้น คำสั่งตามมาตรา 44 จะขยายระยะเวลาการชำระใบอนุญาตที่ค้างอยู่ 1 งวด ซึ่งต้องชำระภายใน 1 ปี ด้วยการแบ่งออกเป็น 2 งวด ชำระภายใน 2 ปี โดยเสียดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี ขณะที่เงินส่วนต่างที่เกิดจากการประมูลจากเดิมจ่ายไปแล้ว 3 งวด คงเหลืออีก 3 งวดนั้น ให้มีการขยายระยะเวลาการจ่ายได้ 6 งวดภายใน 6 ปี จากเดิม 3 งวดภายใน 3 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี นอกจากนั้น หากผู้ประกอบการที่ต้องการจ่ายเพียงดอกเบี้ยไปก่อนก็สามารถทำได้

สำหรับเนื้อหาของคำสั่งมีดังนี้

 

 

 

 

 

 

สายย่อมีจ๋อย บันนี่เพลย์บอย แดนซ์เซ็กซี่ พี่นี่หัวใจโครมคราม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656151


เรียกได้ว่า มีชีวิตเหมือนกับต้นไม้ถูกฝนฟ้าสาดลงมาโครมใหญ่ เมื่อสาวๆ บันนี่เพลย์บอย ด้วยชุดบันนี่เซ็กซี่ สีแดงเพลิงเดินทางมายึดไทยรัฐออนไลน์ เพื่อมาโปรโมตเพลย์บอยทีวี เราไม่รอช้าเก็บภาพแฟชั่น พร้อมกับคลิปเซ็กซี่ๆ มาให้ชมกัน รับประกันว่า หวือหวา สดชื่นเหมือนถูกน้ำแข็งราด 10 ถังใหญ่ฟันธง

แฟชั่น + กาลเทศะ ‘แต่งตัวสีขาว’ สไตล์ไหนใส่เข้าวัดได้ใส่เข้าวัดดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661867


อยู่ในช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาถึงสองวัน “วันอาสาฬหบูชา” และ “วันเข้าพรรษา” นอกจากคุณจะได้หยุดพักผ่อน ไปเที่ยวกันแบบสนุกสนานแล้ว ไทยรัฐออนไลน์ ขอเชิญชวนเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เข้าวัดทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม และเวียนเทียนในช่วงค่ำ ขัดเกลาจิตใจเพื่อความสุขทางกายและใจอีกด้วย…หนุ่มสาวหลายคนเข้าวัดแต่แต่งกายไม่เหมาะสม การแต่งกายเข้าวัดเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับชาวไทย หลายต่อหลายครั้งมีดราม่าเกิดขึ้นเนื่องจากการแต่งกายไม่เหมาะสม วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงขอพาไปส่อง ‘แฟชั่นสีขาว’ ของเหล่าคนดังที่ทั้งสวยและสามารถแต่งไปวัดได้อีกด้วย ต้องแอบกระซิบก่อนว่ารูปภาพที่เรารวบรวมมาได้คัดเลือกจากอินสตาแกรมคนดัง ถึงแม้บางรูปไม่ได้อยู่ในวัดแต่เราเห็นว่าสไตล์แบบนี้แต่งเข้าวัดได้จึงนำมาให้ได้ชมกันเป็นต้นแบบ

ขาวยกแก๊ง

ในการไปไหว้พระทำบุญหรือเข้าวัดวานั้น เสื้อผ้าควรเป็นสีขาวทั้งชุด หรืออย่างน้อยเสื้อก็ควรเป็นสีขาว เนื้อผ้าไม่ควรโปร่งบางจนเกินไป ที่สำคัญไม่ควรรัดรูปนะจ๊ะสาวๆ เพื่อสะดวกในการกราบไหว้พระและนั่งสมาธิ ผู้หญิงไม่ควรนุ่งกระโปรงสั้นและผ่าหน้าผ่าหลังบอกเลย นุ่งสั้นถือว่าไม่สำรวมเป็นที่สุด ที่สำคัญนอกจากจะแต่งกายสำรวมเรียบร้อยแล้วก็ต้องระมัดระวังสำรวมตน สำรวมกาย วาจา ใจ ให้สงบเรียบร้อย งดอาการคะนองด้วยประการทั้งปวง

3 เทรนด์แฟชั่นขาวสุดฮิต

เสื้อเชิ้ตสีขาว – ยอดฮิต ยอดนิยมใส่เมื่อไหร่ก็ไม่มีเอาต์ ใส่ได้ทุกโอกาส ทั้งเรียบร้อยเก๋เท่ชิก แบบเทรนด์มินิมอล จะใส่เสื้อเข้าไปในกางเกงหรือปล่อยชายออกมา หรือจะใส่ผ้าซิ่นสวยๆ ทับ ก็ดูงามอย่างไทยไปอีกแบบ ใส่ได้หลายสไตล์แล้วแต่ที่คุณชอบ

เสื้อยืดสีขาว – เป็นลุคสบายๆ คิดอะไรไม่ออกใส่เสื้อยืดสีขาวรับรองแจ่มว้าว นอกจากจะดูใสๆ วัยรุ่นชอบแล้วยังใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อนๆ ของบ้านเรา แต่บอกไว้ก่อนว่าอย่าใส่เสื้อยืดคอกว้างและรัดรูปเข้าวัดนะจ๊ะสาวๆ มันจะไม่งามเอา

ชุดกระโปรงสีขาว หรือเดรสลายลูกไม้สีขาว – เป็นลุคที่สวยหวานแบบชุดเดียวจบ เหมาะสำหรับงานบวช งานบุญ หรืองานวัดต่างๆ

ที่มาภาพ : อินสตาแกรมคนดัง

 

How to: DIY Eyeshadows into Lipsticks

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 17 ก.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656241


ใครจะรู้ว่าอายแชโดว์ในกรุที่ใช้ไม่หมดสักทีจะมีประโยชน์ก็วันนี้ ต้องบอกก่อนว่าเดี๋ยวนี้เทรนด์การประยุกต์ใช้เครื่องสำอางกำลังมาแรง จะใช้ลิปสติกแต้มแก้มก็ดี หรือจะใช้อายไลเนอร์เขียนขอบปากก็ได้ สารพัดเท่าที่คุณจะสามารถคิดออก อายแชโดว์ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะใช้แทนลิปสติกของคุณเพราะอะไรเหรอ? คุณก็รู้ว่าอายแชโดว์มีสีเป็นร้อยเฉดให้คุณเลือก มันจึงสะดวกกว่าการหาซื้อลิปสติกสีแปลกราคาแพงเป็นไหนๆ เทคนิคนี้เกิดมาเพื่อให้คุณเลือกสีโทนสว่าง อย่างสีชมพูนู้ด ช็อกโกแลต หรือทองชิมเมอร์อร่ามวิบวับให้ดูแซ่บถึงขีดสุด คุณสามารถรังสรรค์ริมฝีปากสวยด้วยของที่คุณมีอยู่ได้ง่ายๆ มาลองดูวิธีทำกันเลย 

สิ่งที่คุณต้องมีคือ ลิปไพรเมอร์ ลิป ไลน์เนอร์ และอายแชโดว์ชนิดครีมตามแบบที่คุณชอบ ครั้งนี้เราจะลองสาธิตสีม่วง เหมาะสำหรับปาร์ตี้บนดาดฟ้ากับแก๊งเพื่อนสาวของคุณ!



ก่อนอื่น คุณจะต้องเตรียมริมฝีปากให้ชุ่มชื่น กันไม่ให้ลิปตกร่องและติดทนนาน ด้วย TOO FACED Lip Insurance Lip Primer จากนั้นจึงเขียนขอบปากด้วย NYX Cosmetics Slim Lip Pencil สี Deep Purple แล้วเติมสีให้เต็มปาก คุณต้องเลือกสีลิปไลเนอร์ที่เข้ากับสีอายแชโดว์ของคุณด้วย ขั้นตอนสุดท้าย ทา Bobbi Brown Long-Wear Cream Shadow สี Black Violet บางๆ เพื่อเพิ่มประกายม่วงสุดพลัง ถ้าคุณไม่ชอบอะไรเบสิกๆ อย่างนี้ล่ะก็ เราแนะนำให้คุณไล่สีที่ใกล้เคียงกัน เช่น ชมพู หรือแดง หรือจะใช้สีคู่ตรงข้าม เช่น สีทองก็เก๋ไก๋ไม่เบา เพียงแตะตรงกลางริมฝีปากนิดๆ เพิ่มเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหา เน้นว่าเลือกอายแชโดว์ที่มีชิมเมอร์จะดีกว่า ทีนี้คุณก็พกความมั่นใจออกไปปาร์ตี้สุดชิคได้เลย!

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 ธันวาคม 2559 เวลา 09:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/472096

แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

โดย…ส.คนจริง

เรื่องบุญ เรื่องวาสนา และบารมี แต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ ปุพเพกตปุญญตา หรือคุณความดีที่สะสมไว้อย่างสม่ำเสมอ ในวงการพระสงฆ์ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้ ที่เห็นชัดเจนที่สุด ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชมา 10 ปี ก็ไม่มีโอกาสได้รับการพระราชทานสถาปนาให้สูงขึ้น แม้กระทั่งตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ก็ไม่ได้เป็น มรณภาพไปเสียก่อน หรือการพระราชทานสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2559 พระเถระที่หวังว่าจะได้ก็ไม่ได้ จนเป็นที่มาของโลกธรรม ที่พระเถระรูปหนึ่งเขียนติดที่รูปตนและส่งไลน์ต่อๆ ว่า ถึงคราวได้ ไม่น่าได้ มันก็ได้ ถึงคราวไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่ได้ ถึงคราวเสีย ไม่น่าเสีย ก็เสียไป เรื่องได้เสีย ฝีมือใครนี่สำคัญ

เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องบุญ เรื่องวาสนาบารมี ที่สะสมไว้ จนกระทั่งมีคำพังเพยปลอบใจ เพื่อให้ทำใจ จะได้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า ว่า แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

วันนี้ขอนำบันทึกอดีตสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 18 มาเล่าสูกันฟัง เพราะเข้ากับเรื่อง แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้

หนังสือ โดยเสด็จพระราชกุศล ออกพระเมรุพระศพ ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) ที่รัฐบาลจัดพิมพ์ เล่าประวัติสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 18 ไว้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) ทรงงอกงามไพบูลย์ในพระศาสนามาโดยลำดับ ชีวิตสมณะเริ่มจากสามเณรเปรียญ 3 ประโยค มาเป็นพระมหาเปรียญ 4 ประโยค เป็นพระครูฐานานุกรม เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ปลัดซ้ายสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ จนกระทั่งดำรงสมณศักดิ์ชั้นธรรมที่พระธรรมปาโมกข์

เมื่อมีสมณศักดิ์ชั้นธรรม ซึ่งตัวท่านเองว่าใหญ่แล้ว ดังนั้นเจ้าคณะรองหรือสมเด็จนั้นไกลเกินฝัน ซึ่งตัวท่านเองบันทึกว่าคงจะอีกนานปี ชีวิตนี้คงหมดหวัง ดังที่ปรากฏในนิพนธ์รางวัลในชีวิต ตอนหนึ่งที่เล่าลำดับที่นั่งพระเถระในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยว่าตัวท่านนั้นอยู่ลำดับที่ 11 อันดับสุดท้ายของแถวหน้า

ท่านเขียนว่า ลองนึกดูเล่นๆ ว่ากว่าจะเลื่อนลำดับถึงตะลุ่มมุก คงอีกนานปี ชีวิตนี้คงไม่มีหวัง (ภาชนะที่ใสอาหารถวายสมเด็จพระราชาคณะ ใช้ตะลุ่มมุก ส่วนพระเถระระดับรองใช้ถาดธรรมดา) แต่มีเหตุให้ใกล้ตะลุ่มมุกทุกที เมื่อได้รับสถาปนาเป็นพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เจ้าคณะรอง เพราะผู้อาวุโสมรณภาพไปบ้าง มีเหตุอื่นบ้าง ในที่สุดได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เมื่อผู้ครองตำแหน่งเดิม (สมเด็จพระสังฆราช อยู่ ญาโณทัย) ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ในปี 2506

การที่ได้รับการสถาปนาชั้นสุพรรณบัฏ แม้จะมีรองสมเด็จ 2 รูป (ในขณะนั้น) แต่เพราะอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ดังนั้นวันที่สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 15 ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2506 ท่านจึงได้รับสุพรรณบัฏเป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ในคราวเดียวกัน (ต่อมาอีก 11 ปี เด็กชายจาก อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช) นี่คือ แข่งเรือแข่งพายแข่งได้ แต่แข่งวาสนาไม่ได้