แหวกฟ้าหาฝัน : Slow Life In Bled

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278417

แหวกฟ้าหาฝัน : Slow Life In Bled

แหวกฟ้าหาฝัน : Slow Life In Bled

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Bled Castle

Bled เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสโลเวเนียนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่นักท่องเที่ยวชอบไปมากที่สุดของประเทศ เมืองที่อยู่ทางใต้ของเทือกเขาKarawanks ใกล้พรมแดนออสเตรียนี้มีเสน่ห์อยู่ที่มีทะเลสาบ Bled ตั้งอยู่ตรงกลาง เมืองที่ถูกจัดตั้งครั้งแรกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6 นี้ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี 1004 เมื่อพระเจ้า Henry ที่สองยกเมืองนี้ให้กับ Albuin บิชอปแห่ง Brixen เพื่อตอบแทนที่ท่านบิชอปช่วยพระองค์ทำสงครามจนได้ครอบครองเมืองทางเหนือของอิตาลีและพระองค์ยังได้ยกประสาทให้เป็นของขวัญด้วย อย่างไรก็ดีท่านบิชอปกลับแทบไม่เคยไปเยือนดินแดนที่ได้รับเป็นของขวัญนี้เลย และกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระองค์ก็ได้ปล่อยเช่าและถูกกลุ่มโปรแตสแตนท์ครอบครองในคริสต์ศตวรรษที่ 16 หลังสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ศาสนจักรก็ส่งผู้ปกครองใหม่ไปปกครอง จนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่อศาสนจักรถูกแยกตัวจากการปกครองอย่างเด็ดขาด เมืองนี้จึงกลายเป็นสมบัติของราชวงศ์ออสเตรีย  เมื่อราชวงศ์ออสเตรียหมดอำนาจ เมืองนี้ก็ถูกขายให้กับผู้มั่งคั่งหลากหลายอาชีพ ทั้งนายธนาคารและเจ้าของโรงงาน ก่อนที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรยูโกสลาเวียในที่สุด ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ที่นี่กลายเป็นแหล่งบำบัดโรคที่ชาวสวิสนิยมมาอยู่ เนื่องจากอากาศดี ไม่หนาวมาก และเป็นจุดเริ่มต้นของการปีนเขาไปยัง Triglav National Park ด้วย คหบดีจากทั่วยุโรปจึงมาซื้อบ้านหลังที่สองไว้ที่นี่

การเดินทางไป Bled ก็ไม่ยาก และใช้เวลาไม่นานจากเมืองลูเบียน่า เพียงแต่ต้องต่อรถเท่านั้นเอง ไม่มีรถไฟตรง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของเมืองตั้งแต่ลงจากรถบัสเข้าเมือง นั่นคือ ลักษณะของอาคารบ้านช่องสวยงามเหมือนอย่างในออสเตรีย ใกล้ๆ ที่จอดรถบัสมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจซื้อของไว้สำหรับปิกนิกริมทะเลสาบได้ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกก็คือ ทะเลสาบ Bled ที่ในฤดู ใบไม้ผลิ นักท่องเที่ยวจะสามารถนั่งเล่น ปิกนิกริมทะเลสาบ  ล่องเรือ และตกปลาได้ บ้านเรือนริมทะเลสาบมีรูปแบบเหมือนบ้านเรือนของออสเตรียนอกจากทะเลสาบแล้วสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งก็คือโบสถ์กลางน้ำที่ชื่อ Assumption of Mary Pilgrimage ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เชื่อในโชคลางต้องไปตีระฆังเพื่อความโชคดีให้ได้ โบสถ์นี้ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองด้วย การเดินทางไปยังโบสถ์ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม หากนักท่องเที่ยวไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ก็สามารถเดินเล่น ถ่ายรูปโบสถ์ได้จากระยะไกล และอาจขึ้นเขาไปยังไฮไลท์ที่สามนั่นคือ ปราสาท Bled

ปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นยุคกลาง ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของปราสาทคือส่วนหอคอยที่สร้างในแบบโรมันเนสท์ ปลายยุคกลางศาสนจักรได้ต่อเติมส่วนหอคอยเพิ่มอีกหลายแห่ง และยังได้เพิ่มป้อมปราการขึ้นด้วย ต่อมาการตกแต่งเริ่มเปลี่ยนเป็นแบบเรอเนสซองส์ และได้เพิ่มส่วนของสนาม บันได รวมทั้งหอสวดมนต์ที่ตกแต่งด้วยภาพปูนเปียก นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปราสาทจะต้องขึ้นบันไดถึง 99 ขั้น เพื่อไปยังส่วนสูงสุดของเมืองที่ปราสาทตั้งอยู่ ประเพณีประจำเมืองที่โดดเด่นของเมืองเกิดขึ้นที่บันไดแห่งนี้ นั่นคือ เจ้าบ่าวมักอุ้มเจ้าสาวขึ้นมาจัดงานแต่งงานโดยตลอดทางเจ้าสาวห้ามพูดแม้แต่คำเดียวระหว่างทางเดินขึ้นเขาจะมี Print shop ตั้งอยู่ และบนปราสาทมีจุดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกมากมาย อีกทั้งยังมองเห็นโบสถ์ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่ปีนบันไดมาถึงได้จะประทับใจ
กับเมืองนี้ไม่รู้ลืมเลยทีเดียว


Slow Life In Bled

Top View จาก Bled Castle


ทิวทัศน์ระหว่างขึ้น Bled Castle


บรรยากาศใน Print shop


โบสถ์ Assumption of Mary Pilgrimage

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บ้านเก่า’ ปฐมภูมิวิชาก่อนประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278416

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านเก่า’ ปฐมภูมิวิชาก่อนประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านเก่า’ ปฐมภูมิวิชาก่อนประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ห้องแสดงเรื่องราวมนุษย์ยุคหิน

เรื่องราวของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์นั้นไทยยังไม่มีการเรียนรู้มาก่อนนอกจากมีพระนิพนธ์ของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเขียนทิ้งไว้จนเมื่อมีฝรั่งต่างชาติมาเป็นเชลยสงครามพบเครื่องมือหินนั่นแหละ จึงทำให้ริมแควน้อยแถบบ้านเก่า ของเมืองกาญจนบุรีนั้นกลายเป็นแหล่งโบราณคดีแหล่งแรกที่ทำให้คนไทยได้รู้จักวิชาโบราณคดีโดยเฉพาะเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ขึ้น ครั้งนั้นครูชิน อยู่ดี เป็นคนแรกที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติงานร่วมกับนักโบราณคดีชาวต่างประเทศ ต่อมาทำให้เกิดวิชาการนี้ขึ้นจนคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร  ยกย่องครูชิน อยู่ดี เป็นบิดาแห่งวิชาก่อนประวัติศาสตร์ไทย

ดังนั้นการที่ นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรได้หวนกลับมาวางรากฐานให้พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควนั้นมีความสำคัญขึ้น จึงเป็นเรื่องน่ายินดี โดยมีโครงการก่อสร้างอาคารใหม่ แม้จะอยู่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีปัจจุบันไปทางทิศเหนือประมาณ 35 กิโลเมตรก็ตาม แต่ด้วยแควน้อยแห่งนี้มีโบราณสถานขนาดใหญ่ที่รู้จักกันดีคือปราสาทเมืองสิงห์ จึงทำให้ขอบเขตการเรียนรู้ขยายมาถึงที่นี่อย่างรวดเร็วพร้อมกับชุมชนที่เกิดใหม่ บ้านเก่าแห่งนี้เป็นแหล่งวัฒนธรรมแฟงน้อย( fengnoi culture) ซึ่งมาจากคำว่า “แควน้อย” นั้น ได้เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากเชลยศึกชาวฮอลันดาที่ถูกเกณฑ์ให้มาสร้างทางรถไฟสายมรณะคนหนึ่งชื่อ ดร.แวน ฮิคเดอเรน ได้พบเครื่องมือสมัยหินหลายชิ้นในบริเวณนี้ จึงเก็บรวบรวมไว้ และได้บันทึกเรื่องราวเปิดเผยเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบออกเผยแพร่ จนทำให้นักโบราณคดี นักมานุษยวิทยา นักโบราณชีววิทยานักธรณีวิทยา ฯลฯ ทั้งที่เป็นชาวไทย และชาวต่างประเทศร่วมมือกันสำรวจ และศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของบ้านเก่าตั้งแต่ พ.ศ.2503 เป็นต้นมา ผลการศึกษาค้นคว้าพบหลักฐานว่า ตำบลบ้านเก่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนมาตั้งแต่ประมาณ 500,000 ปีเศษมาแล้ว


รูปแบบภาชนะดินเผา

จากการค้นพบเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเก่า ทำให้กรมศิลปากรสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านเก่า เพื่อจัดเก็บโบราณวัตถุบางส่วนที่ค้นพบขึ้น ซึ่งมีโครงกระดูกของมนุษย์ในยุคหินจัดวางอยู่บนแท่นดินที่ขุดลงไปในดิน ให้ได้ระดับเดียวกับที่พบโครงกระดูกมนุษย์ในยุคหิน และเครื่องมือเครื่องใช้ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในบริเวณเดียวกัน เช่น เครื่องมือหินกะเทาะจากหินกรวด ขวานหินขัด เครื่องมือเหล็ก เครื่องประดับต่างๆ ที่ทำจากหอยและหินสี เครื่องปั้นดินเผาแบบต่างๆ และอื่นๆ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือยุคหินใหม่ ที่เรียกว่าวัฒนธรรมแควน้อย โดยเฉพาะครูชิน อยู่ดีนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายไทยของคณะสำรวจก่อนประวัติศาสตร์โดยความร่วมมือระหว่างไทย-เดนมาร์ก (The Thai-Danish PrehistoricExpedition) และร่วมกันขุดสำรวจในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดราชบุรี ระหว่าง พ.ศ.2503-2505

ผลการสำรวจขุดค้นทำให้มีการเรียนรู้วิชาโบราณคดีและวิธีศึกษาที่ทำให้ทราบว่ามีคนก่อนประวัติศาสตร์ในไทยมาตั้งแต่สมัยหินเก่า สมัยหินกลาง สมัยหินใหม่และยุคโลหะอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการจัดพิมพ์รายงานการสำรวจ  4 เล่ม ซึ่งทางเดนมาร์กจัดพิมพ์เผยแพร่จนทำให้ทั่วโลกรู้จักแหล่งโบราณคดีบ้านเก่าหรือวัฒนธรรมแควน้อยเป็นอย่างดี ในครั้งนั้นครูชิน อยู่ดี ได้บุกเบิกการเรียนวิชาโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ขึ้นและเป็นผู้เขียนหนังสือ “สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย” เมื่อพ.ศ.2510 ทำให้ครูชิน อยู่ดี ได้นำการสำรวจภาคสนามอย่างต่อเนื่องอีกหลายแห่ง เช่น การขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อพ.ศ.2518-2519 การสำรวจภาคสนามกลุ่มชาติพันธุ์ชอง ที่ จ.จันทบุรี เมื่อพ.ศ.2529 เป็นต้น ทุกวันนี้คณะโบราณคดีได้สร้างนักโบราณคดี เข้าทำงานกับกรมศิลปากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกปฏิบัติงานสำรวจ ขุดค้นทางโบราณคดีให้กับแผ่นดินอย่างมากมายและต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้


เครื่องมือหินที่พบ


รมว.วัฒนธรรมวางฤกษ์สร้างอาคารใหม่


แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า


แหล่งโบราณคดีบ้านเก่า

ตะลอนเที่ยว : โปรดช่วยกันทำหมันหมา-แมวจรจัด เพื่อสวัสดิภาพของคนและสัตว์ในสังคมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278412

ตะลอนเที่ยว : โปรดช่วยกันทำหมันหมา-แมวจรจัด เพื่อสวัสดิภาพของคนและสัตว์ในสังคมไทย

ตะลอนเที่ยว : โปรดช่วยกันทำหมันหมา-แมวจรจัด เพื่อสวัสดิภาพของคนและสัตว์ในสังคมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คุณเคยมีความคิด อยากจะเห็นสังคมไทยของเราปราศจากหมา-แมวจรจัด บ้างหรือไม่ ถ้าคุณคิด คุณได้พยายามลงมือกระทำ เพื่อให้ความคิดของคุณเป็นจริง อย่างไรบ้าง

ถ้าคุณอยากเห็นสังคมไทยไม่มีหมา-แมวจรจัดอีกต่อไป คุณกับเรา (เราหมายถึงผู้อ่านคอลัมน์นี้ และผู้ร่วมทำโครงการทำหมันหมา-แมวจรจัดโดยไม่คิดค่าบริการ) มีเจตนารมณ์เดียวกัน ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนคุณร่วมเป็นสมาชิกโครงการนี้ด้วยกัน

ก่อนอื่นขอยืนยันว่า หมาและแมวจรจัดนั้น ถ้าหากเราทุกคนปล่อยเขาไว้โดยไม่ทำหมันให้พวกเขา ก็เท่ากับว่าเราปล่อยให้เขาแพร่ขยายสมาชิกสัตว์จรจัดไปเรื่อยๆ เมื่อพวกเขามีจำนวนมากขึ้นก็ต้องประสบชะตากรรมที่เลวร้าย อาทิ ขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนการดูแลรักษา แล้วก็จะมีโรคร้ายเกี่ยวกับสัตว์จรจัดแพร่ระบาดในที่สุด

ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่ต้องการเห็นสังคมไทยลดจำนวนหมา-แมวจรจัดได้ จนกระทั่งกลายเป็นสังคมที่ปราศจากหมา-แมวจรจัด ในที่สุด “โครงการสัตวแพทย์ จุฬาฯ ติดปีก” จึงได้บังเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน โดยความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัทสายการบินนกแอร์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เครือบริษัทปูนซิเมนต์ไทย กลุ่มเสม็ดรีสอร์ต บริษัทห้างสรรพสินค้า UD อุดรธานี และหนังสือพิมพ์แนวหน้า รวมถึงได้รับการสนับสนุนด้านยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงจากบริษัทชั้นนำอีกหลายแห่ง โครงการนี้ จึงได้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา (อย่างไรก็ตาม ในระยะ 2 ปีหลังมานี้ สายการบินนกแอร์ได้ถอนตัวไปจากโครงการนี้)

เริ่มแรกเมื่อ 5 ปีก่อน คณะทำงานของเราเปิดโครงการครั้งแรกที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วได้ไปให้บริการในที่อื่นๆ อีกมากมาย อาทิ เชียงใหม่ อุดรธานี พัทยา ชลบุรี และระยอง แต่ในความเป็นจริงมีเสียงเรียกร้องให้คณะทำงานของเราไปให้บริการในอีกหลายจังหวัด แต่ติดขัดปัญหาคือ ไม่มีผู้ประสานงานภายในจังหวัดนั้นๆ จึงทำให้โครงการไม่สามารถดำเนินได้

ขอเรียนแจ้งผู้ที่ประสงค์จะให้คณะทำงานของเราไปให้บริการทำหมันหมา-แมวจรจัด (รวมถึงมีเจ้าของ) ในเขตชุมชนของคุณ
สิ่งสำคัญประการแรกคือ จะต้องมีผู้ประสานงานที่สามารถทำงานได้อย่างจริงจังเพื่อให้โครงการนี้ดำเนินต่อไปได้ ขอเรียนว่าการทำหมันหมา-แมวจรจัดในชุมชนของคุณจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากผู้ประสานงานในชุมชน

ที่ผ่านๆ มานั้น คณะทำงานมักจะได้รับโทรศัพท์แจ้งมาว่า “ในพื้นที่ชุมชนของฉันมีหมาและแมวจรจัดเต็มไปหมด อยากให้หมอไปทำหมันให้พวกเขาด้วย” แต่เมื่อเราถามว่า “จะมีใครช่วยจับหมา-แมวจรจัดให้หมอทำหมันหรือไม่” คำตอบคือ “ไม่มี หมอต้องไปจับเอง” แต่ที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือ ชาวบ้านบอกว่ามีหมา-แมวจรจัดในวัดเป็นจำนวนมาก อยากให้หมอไปทำหมันให้หมา-แมว แต่พระสงฆ์ในวัดไม่อนุญาตให้ทำ โดยบอกว่า “เป็นบาป ทำหมันพวกเขาแล้ว ในที่สุดคนจะกลายเป็นหมัน” นี่คือความคิดของพระสงฆ์ไทยบางจำพวกที่อาศัยหากินอยู่ในวัด แต่ทว่าปราศจากปัญญา จนเข้าขั้นบวชไปก็เปลืองข้าวสุก

ขอเรียนว่า หากตอบมาเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าโครงการของเราไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ เพราะไม่มีทางที่สัตวแพทย์จะวิ่งไล่จับหมา-แมวจรจัดได้อย่างแน่นอน เพราะหมา-แมวจรจัดจะไม่ยอมให้คนแปลกหน้าจับตัวเขาแต่โดยดี

ขอเล่าให้ฟังถึงความร่วมมืออย่างดีจากชาวบ้านในชุมชนที่ช่วยให้การทำโครงการนี้บนเกาะเสม็ดดำเนินไปด้วยดี จนทำให้โครงการของเราไปให้บริการต่อเนื่องมาแล้วหลายปี แล้วก็ได้ผลดีคือ จำนวนหมา-แมวจรจัดบนเกาะเสม็ดลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด และสามารถลดปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติวิจารณ์ว่าบนเกาะเสม็ดมีหมาจรจัดมากจนน่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะกลุ่มที่เห็นว่าหมาจรจัดเป็นอันตราย)

ชาวบ้านบนเกาะเสม็ดจะนำหมาแมวทั้งมีเจ้าของและจรจัดไปให้หมอฉีดวัคซีนประจำปี ตรวจโรค และทำหมัน (สำหรับตัวที่ยังไม่ผ่านการทำหมันมาก่อน) โดยผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงานอย่างแข็งขันบนเกาะเสม็ดคือกลุ่มเสม็ดรีสอร์ต ซึ่งทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์วันเวลาที่คณะของเราจะไปให้บริการให้ชาวบ้านได้รับทราบ และช่วยประสานงานเพื่อขออนุญาตใช้สถานที่สำหรับเปิดห้องผ่าตัดซึ่งได้มาตรฐานของสัตวแพทย์ (ห้องผ่าตัดชั่วคราว)

น่าสังเกตคือบางชุมชนขอรับบริการ แต่ไม่สามารถเตรียมสถานที่เหมาะสมกับการผ่าตัดให้เราได้ คณะของเราก็ต้องปฏิเสธ เพราะถ้าสถานที่ไม่สะอาดเพียงพอกับการผ่าตัด สัตวแพทย์จะไม่ให้บริการอย่างเด็ดขาด เพราะจะเกิดผลเสียร้ายแรงกับสัตว์ และผิดหลักการทำงานของสัตวแพทย์ที่ยึดมั่นในเรื่องความสะอาดของสถานที่เป็นสำคัญ

สำหรับสัปดาห์นี้ ขอนำภาพ (บางส่วน) ของการทำงานโดยกลุ่มสัตวแพทย์ และขอนำภาพประทับใจของคนรักสัตว์ที่นำสัตว์ไปรับบริการ เราพบว่าแม้คนเหล่านี้อาจมีฐานะไม่ร่ำรวย แต่เราสามารถเห็นชัดเจนว่าเขารักและเมตตาต่อสัตว์เป็นอย่างมาก และเราขอนำเสนอภาพการทำงานของกลุ่มสิงห์อาสาที่ช่วยกันจับหมาจรจัดประมาณ 20 ตัว ไปให้หมอผ่าตัดทำหมัน

หากชุมชนใดต้องการให้คณะของเราไปให้บริการทำหมัน ตรวจโรค ฉีดวัคซีนให้หมา-แมวจรจัดในชุมชน โปรดติดต่อที่ 091-7233615 โครงการนี้ไม่คิดค่าบริการใดๆ จากผู้รับบริการ แต่ถ้าหากมีผู้ใดประสงค์จะสนับสนุนโครงการนี้ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ข้างต้น

ขอย้ำว่าหมาและแมวจรจัดจะหมดไปจากสังคมไทยได้ ก็ด้วยความร่วมมือจากทุกท่าน โดยนำเขาไปทำหมัน


สัตวแพทย์ จุฬาฯ ตรวจรักษา ฉีดวัคซีน และผ่าตัดให้น้องหมา-แมวจรจัด


ชั่งน้ำหนักก่อนรับการตรวจโรค และผ่าตัด


ความรักจากคนมอบให้สัตว์สี่ขา


พาน้องหมาจรจัด และหมามีเจ้าของไปหาคุณหมอ


ที่พักแสนสบายของกลุ่มเสม็ดรีสอร์ต

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่เกิดจากเห็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278419

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่เกิดจากเห็บ

พยาธิเม็ดเลือดในสุนัขที่เกิดจากเห็บ

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้รู้จากสาเหตุและอาการของโรคพยาธิเม็ดเลือดไปแล้วนะครับ สัปดาห์นี้เรามารู้จักการรักษาและการป้องกันโรคนี้กันครับ

การรักษา

สำหรับโรคพยาธิในเม็ดเลือดนั้น ถึงแม้ว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต แต่หากตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรีบทำการรักษา ก็จะยังพอช่วยได้ครับ สัตวแพทย์อาจจะให้ยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือด ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาตามอาการอื่นๆ เพื่อความคุมภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น แต่ต้องขอเรียนว่า ในบางครั้งอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จะมีการแฝงของเชื้ออยู่ในร่างกายแต่ไม่แสดงอาการของโรคจนกว่าร่างกายจะอ่อนแอ แต่หากร่างกายสุนัขมีสุขภาพแข็งแรง ก็จะไม่แสดงอาการป่วยใดๆ

การป้องกัน

การรักษาโรคพยาธิเม็ดเลือดนั้นจะประสบผลสำเร็จก็ต่อเมื่อได้รับการร่วมมืออย่างดีจากเจ้าของสัตว์ด้วย โดยเฉพาะ “การควบคุมและกำจัดเห็บ” ซึ่งการกำจัดเห็บที่ถูกต้อง จะต้องทำทั้ง 2 ส่วน ทั้งที่ “บนตัวสุนัข” และ “ที่สิ่งแวดล้อมที่สุนัขอาศัยอยู่” เนื่องจากหลังจากที่เห็บกินเลือดเต็มที่แล้ว ก็จะออกจากตัวสุนัขเพื่อไปลอกคราบ แล้วจึงกลับเข้าตัวสุนัข (อาจเป็นตัวเดิมหรือตัวใหม่ก็ได้) เพื่อกินเลือดต่อ ซึ่งสาเหตุนี้เองที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปยังสุนัขตัวอื่น

ขอเรียนย้ำว่า เห็บที่ออกจากตัวสุนัขมาลอกคราบที่สภาพแวดล้อมนั้น สามารถมีชีวิตอยู่ได้ “หลายเดือน” โดยที่ “ไม่ได้กินเลือดสุนัข” เลย และเมื่อมีสุนัขเดินผ่านมา เห็บตัวนั้นก็จะขึ้นไปกินเลือดและมีชีวิตต่อได้ตามปรกตินะครับ

การกำจัดเห็บนั้น มีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปของ ยาฉีดสุนัข ยากิน ยาหยอดหลัง สเปรย์พ่นตัว ปลอกคอกำจัดเห็บ ยาผสมน้ำแช่ตัวสัตว์ แชมพูหรือแป้งกำจัดเห็บ ที่ใช้กับตัวสัตว์ ร่วมกับการกำจัดเห็บที่อยู่ตามสิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพสุนัขประจำปีด้วยการเจาะเลือดตรวจก็จะช่วยให้เราทราบแต่เนิ่นๆ ได้ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เซเลบริตี้ สัมผัสนิยามใหม่ของ ซัมซุง ประกอบแฟชั่นโชว์จากดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278314

เซเลบริตี้ สัมผัสนิยามใหม่ของ ซัมซุง ประกอบแฟชั่นโชว์จากดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง

เซเลบริตี้ สัมผัสนิยามใหม่ของ ซัมซุง ประกอบแฟชั่นโชว์จากดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.โยง เชิล โจ และ วรรณา สวัสดิกูล

ซัมซุง จัดงาน “Samsung QLED TV presents Light Make Perfect Color” ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงด้วย “ซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี (Samsung QLED TV)” ที่มาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบทางด้านดีไซน์ ลูกเล่นแสนสมาร์ท สีสันและความคมชัดเข้มข้น พร้อมแฟชั่นโชว์แนวคิดใหม่ที่ผสานสีสันอันสมจริงพร้อมดีไซน์เรียบหรูของ ซัมซุง คิวแอลอีดีทีวี เข้ากับความงามแห่งแฟชั่นของแบรนด์ไทยชื่อดังอย่าง ชัย โกลด์ เลเบล (Chai Gold Label), อิชชู่ (Issue) และ มิลิน (Milin) นำโดยนางแบบที่กำลังเป็นที่จับตา พร้อมทัพเซเลบริตี้แถวหน้าของไทยร่วมงานคับคั่ง โดยมี มร.โยง เชิล โจ ประธานบริษัท ร่วมด้วย วรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด ต้อนรับ ณ เกรท รูม โรงแรมดับเบิ้ลยู แบบไม่เหมือนใครด้วยเวลคัมสกรีน (Welcome Screen) และลวดลายป๊อปอาร์ตพร้อมภาพและสีสันเฉพาะของแต่ละบุคคล จากแอพพลิเคชั่น #FindYourColor พร้อมแบ๊กดร็อปถ่ายภาพที่ใช้เทคโนโลยีคิเนค (Kinect) สร้างสีสันที่จะมาโลดแล่นบนใบหน้าและลำตัว ให้ภาพสไตล์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การนำนวัตกรรมมาผสมผสานอย่างลงตัวกับแฟชั่น ตอกย้ำความเป็นทีวีไลฟ์สไตล์ด้วยการนำแนวคิดของแสงที่สร้างสีสันสมบูรณ์ชัดเจนสมจริงของซัมซุง คิวแอลอีดี ทีวี มาสื่อถึงแสงสีในแต่ละช่วงเวลาของวัน เปรียบกับดีไซน์ของแฟชั่นจากแต่ละแบรนด์ เริ่มต้นด้วย “Glory of The Sun” รับอรุณด้วยแสงและสีอย่างทอง แดง และเหลือง ที่จะส่องประกายเพิ่มพลังยามเช้า เข้ากับแฟชั่นจาก Chai Gold Label ต่อด้วย “A Daylight” แสดงความจัดจ้านของสีฟ้าและเขียวในช่วงเวลากลางวันที่นำความสดชื่นสดใสมาให้ชีวิต เปรียบเทียบกับคอลเลคชั่นที่มาพร้อมสีสันและลายปรินท์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Issue ตามมาด้วย “Night Temperature” อุณหภูมิของสีสันที่เพิ่มขึ้นตามแสงสียามค่ำคืนของเมืองอันทันสมัย เข้ากันได้ดีกับลุคเปรี้ยวซ่าในแบบของ Milinปิดท้ายด้วยแฟชั่นชุดฟินาเล่ที่โชว์ความสวยงามสมจริงของสีสันจากภาพในซัมซุง คิวแอลอีดีทีวี ผ่านนางแบบที่กำลังมาแรงอย่าง ออกแบบ-ชุติมณฑน์,ซาบีน่า ไมซิงเกอร์,มาลินี โคทส์ และ เอเลี่ยน-กัญญณัท

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278308

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
การทำความดีนั้น โดยมากเป็นการเดินทวนกระแสความพอใจและความต้องการของมนุษย์ จึงทำได้ยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ ความชั่ว ซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่ แล้วจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีฯ
โรงเรียนนายร้อยตำรวจฯ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๙

สุดยอดนักออกแบบคนไทย สร้างสรรค์ผลงาน ผงาดไกลสู่กรุงมิลาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278315

สุดยอดนักออกแบบคนไทย สร้างสรรค์ผลงาน ผงาดไกลสู่กรุงมิลาน

สุดยอดนักออกแบบคนไทย สร้างสรรค์ผลงาน ผงาดไกลสู่กรุงมิลาน

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ล.อรดิศ ดิศกุล, ปารีสา จาตุนิลพันธุ์ และไชยยง รัตนอังกูร ผู้บริหาร บจ. สยามพิวรรธน์

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียมสนามประลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ ที่พร้อมให้ทุกคนเข้ามาค้นพบ (Experiment),สร้างสรรค์ (Create) และพัฒนา (Cultivate) ร่วมแสดงความภาคภูมิใจกับคนไทยฝีมือชั้นยอด จัดงาน สยามดิสคัฟเวอรี่พรีเซนต์ ไทย ทู มิลาน เอ็กซ์ฮิบิชั่น นิทรรศการแสดงผลงานออกแบบสร้างสรรค์ที่โดดเด่นอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสุดยอดนักออกแบบคนไทยเลือดใหม่ผู้ใช้ความฝันสร้างความสำเร็จเปิดพื้นที่ให้คนไทยก้าวผงาดสู่เวทีโลก ณ ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรียม

นิทรรศการแสดงผลงานออกแบบระดับโลกสู่สายตาคนไทย การันตีด้วยการร่วมเป็นส่วนหนึ่งจัดแสดงผลงานในมหกรรมการออกแบบระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด “MilanDesign Week 2017” ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี คัดสรรผลงานการออกแบบด้านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมสุดล้ำ และผลงานคอลลาบอเรชั่นเหนือความคาดหมายเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 153 ประเทศทั่วโลก โดยได้จัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานกว่า 56 ปี ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน โดยในแต่ละปีปรากฏจำนวนผู้เข้าชมมากกว่า 300,000 คน ด้วยตัวเลขมหาศาลนี้ “Milan Design Week” จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะเทศกาลในฝันอันดับหนึ่งของเหล่านักออกแบบ
ทั่วโลกที่ต่างไขว่คว้าหาโอกาสให้ได้เข้าร่วมประชันผลงานสักครั้งในชีวิต โดยสยามดิสคัฟเวอรี่ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ผลงานออกแบบของคนไทยจำนวนมากที่สุดกว่า150 แบรนด์ บนชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ เดินหน้าสนับสนุนศักยภาพคนไทยอย่างต่อเนื่องได้คัดสรรผลงานที่หาชมยากของดีไซเนอร์เลือดใหม่ผู้สร้างความฝันสู่ความสำเร็จผงาดบนเวทีโลกและน่าจับตามองที่สุดในขณะนี้นำโดย พิรดา-ภารดี เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และ ชินภานุอธิชาธนบดี แห่ง Trimode Studio เหล่านักสร้างฝันที่เชื่อมั่นในการค้นพบ (Experiment) เมื่อค้นหาสิ่งๆ นั้นเจอแล้วจงก้าวไปให้สุดทางฝัน เล่าถึงเส้นทางความฝันในครั้งนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของ Trimode Studio เกิดขึ้นหลังจากที่เราสามคนต่างแยกย้ายไปทำงานประจำของตัวเองหลังเรียนจบ และเกิดคำถามว่าสิ่งที่ต่างออกไปค้นหานั้นใช่สิ่งที่ตัวเองชอบจริงหรือไม่ จนสุดท้ายค้นพบคำตอบว่า พวกเราอยากทำงานประดิษฐ์เชิงหัตถกรรมและงานออกแบบ จึงกลับมารวมตัวกันเป็น Trimode Studio แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ Trimode Studio คือ งานออกแบบภายใน, Trimode Accessories ด้านจิวเวลรี่ และTRIMODE.c คือออกแบบงานคราฟท์ กว่าที่เราจะเดินทางจนประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างทุกวันนี้ ต้องแลกกับการฝ่าฟันที่หนักหนาไม่น้อย มีการลองผิดลองถูกเสมอ บางครั้งที่เราเดินไปผิดทาง แต่กลับเป็นประสบการณ์ที่พัฒนามาจนให้เรามีทุกวันนี้” ต่อด้วย พลอยพรรณ ธีรชัย และ เดชา อรรจนานันท์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ THINKK STUDIO ผู้ลงมือประกอบร่างความฝัน เรียนรู้เพิ่มเติมระหว่างทาง ต่อยอดและพัฒนาสิ่งนั้นด้วยหัวใจ เล่าถึงก้าวแห่งความฝันว่า “พวกเรามีความฝันในเรื่องการทำดีไซน์มาตั้งแต่สมัยเรียน จึงเลือกเรียนด้านอินทีเรียดีไซน์ จากการทำโปรเจกท์ต่างๆ เกิดข้อสงสัยอย่างหนึ่งว่า ทำไมเฟอร์นิเจอร์ที่เราชอบมักเป็นของนำเข้าและราคาสูง ทั้งๆที่ในเมืองไทยเองก็ผลิตเฟอร์นิเจอร์ส่งให้ตีตราแบรนด์ต่างประเทศตั้งมากมาย เป็นจุดประกายสำคัญว่า เราอยากทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ของตัวเอง จากนั้นเราจึงมุ่งมั่นหาความรู้เพิ่ม ทั้งจาก เวิร์กช็อป ฟังบรรยาย ทดลองทำ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และไปเรียนต่อสาขาที่เกี่ยวข้อง เพราะความรู้คือ องค์ประกอบของการสร้างความฝันที่ดี นอกจากนี้เรายังเชื่อมั่นในการลงมือทำ ทำแล้วจะดีหรือไม่ ก็ต้องทำ ทำซ้ำจนเกิดการพัฒนา ระหว่างนั้นได้ส่งผลงานเข้าไปโชว์ในประเทศต่างๆ รวมถึงการได้รับคัดเลือกผลงานไปจัดแสดงในงาน Cotto Another Perspective 5 curated by Naoto Fukasawa ส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week 2017 นับเป็นประสบการณ์ที่ดีที่คนทั้งโลกได้เห็นฝีมือคนไทย” ปิดท้ายด้วย ปุริม ไกรยาหนึ่งในทีมนักออกแบบรุ่นใหม่แห่ง Studio 248 นำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ไม้ผ่านการสร้างสรรค์สไตล์ของตัวเอง (Create) กล่าวถึงแรงบันดาลใจว่า “เราอยากทำงานของตัวเองที่สะท้อนตัวตนของเราจริงๆ ที่ไม่ต้องแทรกด้วยไอเดียของลูกค้าจนผิดแปลก จึงตั้งเป้าหมายกับกลุ่มเพื่อนๆ ว่าจะลองทำเฟอร์นิเจอร์ไม้จากตัวตน และยึดถือแนวความคิดที่ยึดถือว่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นจะต้องให้คนได้มาทดลองนั่งเห็นของ เพราะความสบายของแต่ละคนแตกต่างกันฟังก์ชั่นการใช้งานคือหัวใจหลักเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นทุกครั้งที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาเราต้องเอามาออกแสดง ออกงานต่างๆ และนอกจากจะได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าแล้ว โชว์รูมของเรายังมีโอกาสได้ต้อนรับลูกค้าที่เดินทางมาจากต่างประเทศด้วย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญผลักดันให้เราได้มีโอกาสนำผลงานไปจัดแสดงในงาน Milan Design Week 2017”

‘สุกัญญา จันทร์ชู’ เผย ‘โรงแรมดุสิตธานี’ จะปิดตัวลงปี’61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278316

‘สุกัญญา จันทร์ชู’ เผย ‘โรงแรมดุสิตธานี’ จะปิดตัวลงปี’61

‘สุกัญญา จันทร์ชู’ เผย ‘โรงแรมดุสิตธานี’ จะปิดตัวลงปี’61

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หลายคนสงสัยว่า โรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพฯ จะปิดทำการในปีนี้หรือปีหน้า จะปิดแล้วจริงๆ หรือไม่ซึ่งในเรื่องนี้ทางรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” จะพาไปพูดคุยกับ “สุกัญญา จันทร์ชู” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพฯ

สุกัญญา จันทร์ชู เล่าในรายการว่า “ตอนนี้โรงแรมอายุขึ้นปีที่ 48 ค่ะ ก็มีคนถามกันมาเยอะว่าโรงแรมจะปิดปีนี้หรือปีหน้า จริงๆ เราจะปิดลงในปีหน้านะคะ เราปิดบริการในวันที่ 31 มีนาคม 2561 แล้วเราจะใช้เวลาที่จะต้องเก็บของเก็บอะไรต่างๆ เพื่อมอบให้แก่โครงการใหม่ เก็บให้เสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เพราะฉะนั้นโครงการใหม่จะเริ่มก็คือ 1 กรกฎาคม 2561

ถามว่าดุสิตธานีมีอะไรเด่นและน่าสนใจบ้าง ก็ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่า เด่นที่สุดและน่าสนใจที่สุดคือ เราเป็นโรงแรมแรกที่ผู้หญิงไทย คือท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย อยากจะสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขัน ถ้าเราพูดถึงตอนนั้นท่านไม่ได้คิดแข่งขัน แต่พูดตอนนี้ก็คือ แข่งขันกับอินเตอร์เนชั่นแนล

ตอนนั้นที่ท่านเปิดในปี ค.ศ.1970 ปรากฏว่าเราเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ แล้วก็ความเด่นของดุสิตนี่ก็คือเนื่องจากสมัยนั้น จะไม่มีใครทำเรื่อง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ หรือว่าเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม เรามีพร้อมหมดทุกอย่าง ฉะนั้นทุกคนก็จะรู้จักตั้งแต่ข้างบนลงมาเลยคือเทียร์ร่า แล้วก็ข้างล่างตอนนี้ก็กลับมามีชีวิตชีวาก็คือที่ บับเบิ้ล ซึ่งเป็นดิสโก้เธคแรกๆ ของเมืองไทย

กิจกรรมที่บับเบิ้ลตอนนี้เราทำทุกเดือน เราทำมาแล้ว 3 ครั้ง ประสบความสำเร็จทุกครั้ง เพราะว่าบับเบิ้ลครั้งหนึ่งเป็นที่ที่คนชอบมาเที่ยว ก็ต้องบอกว่าเป็นเซเลบริตี้ของเมืองไทยทั้งหมดที่มาเที่ยว ซึ่งเราต้องขอบคุณมากที่ทุกคนยังจำได้ เมื่อเราทำรีเทิร์นบับเบิ้ล หรือรำลึกถึงบับเบิ้ลแขกเหล่านี้กลับเข้ามา ดีเจก็ยังเป็นดีเจรุ่นนั้นๆ ค่ะ ซึ่งดีเจก็ดีใจมาก เพราะว่าเขาได้มีโอกาสมาเจอแฟนคลับเขาจริง เราก็จะรู้สึกประทับใจไปด้วยว่าแฟนคลับเขาทักทายกัน

ถ้าพูดถึงโรงแรมดุสิตธานีกรุงเทพฯ ความน่าสนใจในเรื่องของความเอื้ออาทร ความเอาใจใส่ต่อแขก การบริการทั้งหมด ปกติแล้วเวลาคนเขามองถึงโรงแรมใหญ่ๆ เขาจะต้องมองว่าเป็นฝรั่งเข้ามาบริหาร ถามว่าตรงนี้ท่านผู้หญิงชนัตถ์ได้บอกอะไรไว้บ้างในเรื่องของการให้บริการ

ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่า ท่านปลูกฝังเอาไว้ให้เป็นหลักการของโรงแรม เพราะฉะนั้นเราเป็นโรงแรมที่หลายๆ คนเอาไปทำตอนหลังก็คือ ไทยเนส ซึ่งให้ความเป็นไทย ในความเป็นไทยนี้ท่านไม่ได้ให้เฉพาะกับแขกเท่านั้น กับพนักงานท่านก็ดูแลเหมือนเครือญาตินะคะ แล้วก็อบรมเพื่อให้พนักงานมีโอกาสเติบโต แล้วก็อยู่กับบริษัทได้นานๆ ส่วนเรื่องบริการนั้นแน่นอนท่านพยายามให้ทุกคนทำให้ดีที่สุดในลักษณะของคนไทย นั่นก็คือ ยิ้มแย้ม แล้วก็ทำสิ่งที่เขาปรารถนาให้ดีกว่าด้วย เพราะฉะนั้นการต้อนรับมันก็จะอบอุ่น

ดุสิตธานีกรุงเทพฯ ตั้งแต่ก่อตั้งมาปี 2513 สมัยก่อนเวลาแขกต่างชาติ ซึ่งเป็นวีไอพี ซูเปอร์สตาร์เกสท์ดังๆ หรือแม้กระทั่งราชวงศ์ต่างประเทศ ก็จะเสด็จมาประทับที่นี่ แล้วก็แขกต่างชาติที่เป็นเซเลบริตี้ วีไอพีมากๆ ก็มาเที่ยวมาพักที่นี่ ถามว่าทางเรามีความประทับใจอย่างไรบ้าง จริงๆ ต้องบอกอย่างนี้ค่ะว่าโดยภาพรวมต้องขอบคุณที่เราได้รับการสนับสนุน ไม่ว่าจากทางภาครัฐหรือภาคเอกชน เพราะว่าเราเป็นโรงแรมที่เราเก็บไม่ใช่เฉพาะความเป็นไทยในเรื่องบริการ ในการตกแต่งต่างๆ ห้องพักของเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องสวีท เรามีห้องสวีทในแบบต่างๆ ซึ่งเป็นไทยทั้งหมดเพราะฉะนั้นทุกคนก็อยากให้แขกต่างชาติมาแล้วประทับใจ ว่าได้อยู่ในห้องบรรยากาศไทยๆ เราจึงมีโอกาสได้ต้อนรับทั้งราชวงศ์ ทั้งดาราภาพยนตร์ นักร้อง อะไรต่างๆ ซึ่งเยอะมาก

ส่วนเรื่องที่ว่าพอใกล้ๆ จะถึงวันที่ดุสิตธานีกรุงเทพฯจะปิดตัวลง เพื่อจะมาสู่ภาพลักษณ์ใหม่ ดุสิตธานีกรุงเทพฯก็จะมีงานมากมาย ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ก็คือ ตั้งแต่พฤษภาคม ไปจนกระทั่งถึงปีหน้า จะเป็นเดือนสุดท้ายของเราทุกเดือนเลย เพราะว่าปีหน้าเราไม่เจอพฤษภาคมแล้ว เพราะเรามอบโครงการแล้ว เราปิดแล้ว เพราะฉะนั้นทุกๆ เดือนเราก็จะมีเมมโมรี่หรือระลึกถึง

แต่เราก็มีหลายๆ เดือนที่เรารวมๆ กัน เพื่อให้ทุกคน เพราะฉะนั้นเรามีหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่เราจะเชิญประกวดถ่ายภาพ เพื่อวันช็อกน็อกเอ้าท์ที่เราเรียกนะคะ เพื่อให้คนได้เข้ามา เพราะหลายคนบอกว่าตึกสวยอยากจะถ่ายเก็บเอาไว้ หรือข้างในที่เป็นลายไทยต่างๆ

นอกจากตึกแล้ว ก็ดูเรื่องห้องอาหาร เพราะเรามีห้องอาหารเยอะมาก ตั้ง 6-7 ห้อง เรามีไทย เวียดนาม จีนญี่ปุ่นด้วย แล้วก็มีนานาชาติ และเช่นเดียวกันเราก็มีสเต๊กเฮ้าส์แล้วเราก็มีอาหารแบบสไตล์ยุโรป เพราะฉะนั้นทุกอันเราก็ระลึกกลับไปว่าเอ๊ะสมัยที่เราเปิด อะไรนะที่คนชอบมากที่สุดฮอตๆ ฮิตๆ ในยุคนั้น เราก็เอากลับมารำลึกเหมือนกัน

เช่นเดียวกันหลายๆ คนก็คิดว่า ดุสิตจะไม่อยู่แล้วอยากได้ของที่ระลึกจัง ฉะนั้นเราก็มีการทำของที่ระลึกหลายๆ รุ่น เช่น แสตมป์ พวงกุญแจ เรายังมีแก้วมัค มีอะไรที่เราจะออกมาเป็นซีรี่ส์ เพื่อให้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

มีคนอาจจะสนใจว่าก่อนที่โรงแรมจะปิดตัวลงเพื่อที่จะไปสู่ภาพลักษณ์ใหม่ ข้าวของเครื่องใช้ถามว่าจะมีการเอาออกมาขายไหม จริงๆ อันนี้เราก็กำลังคิดอยู่ แต่ก็อย่าลืมว่าโรงแรม 48 ปี เพราะฉะนั้นข้าวของเครื่องใช้ก็เป็นแอนติกอันที่หนึ่ง อันที่สองหลายๆ แอนติกเราอยากจะเก็บไว้เองด้วย ที่มีมูลค่าทางจิตใจ ไม่ใช่มูลค่าทางด้านการเงินอย่างเดียว เพราะเมื่อเราเปิดโรงแรมใหม่ ก็มีหลายๆ อันที่เราอาจจะอยากไปทำ ตัวคุณชนินทร์เอง ก็ยังคิดอยู่ว่าหรือจะทำพิพิธภัณฑ์สำหรับอะไรพวกนี้ ซึ่งก็ยังไม่ได้ลงตัวนะคะ

ตัวของดุสิตธานี ณ วันนี้ ก่อนจะถึงวันอำลาจริงๆ ในแง่เรื่องของอาหารแล้ว เรื่องของบับเบิ้ลแล้ว ในเรื่องของกิจกรรมอื่นๆ ที่ทางโรงแรมพยายามดึงขึ้นมาเพื่อให้คนหวนรำลึกถามว่ามีอะไรอีกไหม จริงๆ เราพยายามให้เรามีส่วนร่วมกับแขกที่เคยมาพัก หรือแขกที่เคยมาใช้กิจกรรมกับโรงแรม อย่างที่ทุกคนทราบ ดุสิตธานีกรุงเทพฯ เป็นที่รู้จักมากก็คือเรื่องงานแต่งาน เพราะฉะนั้นเราทำโปรแกรมอันหนึ่งขึ้นมา ก็คือถ้าคุณเป็นคู่สมรสที่เคยมาแต่งงานที่นี่ เราก็เชิญชวนคุณมาเป็นเมมเบอร์ โดยไม่ได้เสียสตางค์อะไร เราส่งการ์ดให้ การ์ดนี้มันได้ส่วนลดตลอดปี จนกระทั่งเราปิดโรงแรม 27% ที่ดีก็คือทั้งสองท่านได้กันคนละใบ จะได้ไม่ต้องมาด้วยกันตลอดเวลา

เช่นเดียวกันหนแรกที่คุณมาที่โรงแรม เราอยากจะให้คุณระลึกได้ เพราะฉะนั้น 1.เราให้หนังสือคุณฟรีเลยก็คือหนังสือคุ้กบุ๊คของโรงแรม ซึ่งเป็นของ ห้องเบญจรงค์ เป็นไทยคุ้กบุ๊ค ที่เราทำไว้นะคะ อันนี้มูลค่าจริงๆ คือ1,500 บาท เราก็ให้สำหรับ 2 ท่านเป็นเซต ฟรีค่ะ”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

(ซ้าย) พิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย และ สุกัญญา จันทร์ชู

 

ลูกไม้ใต้ต้น ‘อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ’ เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278304

ลูกไม้ใต้ต้น ‘อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ’ เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ

ลูกไม้ใต้ต้น ‘อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ’ เรียนรู้ด้วยการลงมือทำ

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แม้ในวัยเด็กจะเติบโตมากับการทำงานในฐานะ“กูรูรถ” ของผู้เป็นพ่อ แต่ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจเกือบจะไม่ได้ตามรอยเท้าพ่อ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ หรือ “น้าเดช” กูรูรถรุ่นเก๋า เพราะความต้องการจะเป็นในอาชีพมีหลากหลาย แต่เพราะการเลี้ยงดูอีกเช่นกันที่ทำให้ลูกชายคนโตอย่าง อัษฎาวุธ ได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำของผู้เป็นพ่อ และทำให้เขาเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์-วิทยุ และนิตยสารด้านยานยนต์ และนำพาธุรกิจให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

อัษฎาวุธ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาจิตวิทยา วิทยาลัยการฝึกหัดครู สถาบันราชภัฏพระนคร ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ Universityof Canberra, Australia ปัจจุบัน นั่งเก้าอี้ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วี.เอ. แอนด์ซันส์ จำกัด ผู้ผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์เกี่ยวกับรถ, ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอดวานซ์แอคทิวิตี้ จำกัด รับจัดกิจกรรมคาราวาน กิจกรรมทดสอบรถ กิจกรรมสัมมนาแวดวงยานยนต์ และผู้จัดการทั่วไป บริษัท ออโต้คาร์ แมกกาซีน จำกัด ผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องจากนิตยสาร AUOTOCAR ประเทศอังกฤษ ในการผลิตนิตยสาร AUTOCAR THAILAND ที่วางแผงทุกวันศุกร์แรกของเดือน

“ตอนผมไปเรียนต่อต่างประเทศ อยากมีรถ แต่พ่อ-แม่ไม่ซื้อให้ ผมไปรับจ้างล้างจานที่ร้านอาหารไทย คำนวณแล้วว่าต้องล้างจานกี่ใบถึงจะซื้อรถได้ ในที่สุดก็ซื้อรถคันแรกด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองได้ ยี่ห้อ HOLDEN V6ช่วงที่ผมไปล้างจานก็เกิดความคิดว่าอยากจะเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยขึ้นมา เป็นช่วงที่เรียนโทจบแล้ว คุณแม่ก็มาหา ท่านก็ถามผมว่า ถ้าทำร้านอาหารไทยที่ออสเตรเลียนี่คิดว่าจะได้เงินเท่าไหร่ ผมก็คิดตัวเลข คิดแผนเสร็จสรรพ แล้วว่าถ้าทำแบบนี้ๆ ปีหนึ่งผมจะทำกำไรได้อย่างต่ำปีละ 5 ล้านบาท แม่ก็บอกว่าก็เยอะนะ แต่เห็นไหมว่าวงจรชีวิตเจ้าของร้านจริงๆ เป็นอย่างไร นอนดึก ตื่นสาย ปิดร้านก็สังสรรค์ต่อ บางคนเข้าบ่อน มันคุ้มกับกำไรที่ได้หรือเปล่า แต่ที่เด็ดคือคุณแม่ทิ้งท้ายว่า แล้วธุรกิจที่พ่อกับแม่ทำไว้ใครจะทำต่อ แล้วแม่ก็บินกลับทิ้งตั๋วเครื่องบินที่บุ๊คกิ้งไว้ว่าอีก 4 เดือนข้างหน้าต้องเดินทาง ผมก็มาคิดตามที่คุณแม่พูด เออก็จริงนะ ผมเป็นลูกชายคนโต ก็เห็นทุกสิ่งที่พ่อกับแม่ทำมามากกว่าน้องๆ ทุกคน ถ้าผมไม่กลับ ท่านก็ยังต้องเหนื่อยต่อไป ผมก็เลยกลับ”

ถึงแม้จะเป็นลูกเจ้าของธุรกิจ แต่การเข้ามาทำงานก็ไม่ใช่ว่านั่งเก้าอี้บริหารแล้วสั่งงานได้ ดั่งคำสอนเตือนสติของบุพการีที่ว่า ไม่มีสูตรสำเร็จจากมหาวิทยาลัย อย่าคิดว่าเรียนจบปริญญามาจะทำงานเป็น อัษฎาวุธ จึงต้องมาเรียนรู้งานไม่ต่างกับการไปเป็นลูกจ้างคนอื่น

“ผมช่วยคุณพ่อทำรายการมาตั้งแต่ก่อนจะไปเรียนต่อแล้ว แต่ตอนนั้นเรายังไม่มีความรู้เรื่องรถมากเหมือนท่าน พอถึงเวลาที่เราต้องมาทำงานจริงจัง เป็นช่วงที่บริษัทกำลังเติบโต ได้เวลาทำรายการเพิ่ม สิ่งที่ผมทำ ก็เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้จากคุณพ่อ คือเราต้องทำงานทุกอย่างให้เป็น เพื่อที่จะได้สั่งงานลูกน้องได้ เรียนรู้ทั้งกระบวนการเลยว่ากว่าจะเป็นรายการทีวี.ต้องทำอะไรบ้าง ผมทำทุกอย่างตั้งแต่ขับรถพากองไปถ่ายรายการ ไปเรียนรู้ว่าตากล้องจะถ่ายภาพอย่างไร มุมกล้องแบบไหน ไปนั่งในห้องตัดต่อ ดูวิธีการตัดต่อ เพราะตอนที่คุณพ่อเริ่มทำรายการ ท่านก็ใช้วิธีการนี้เหมือนกัน คือท่านจะบอกเสมอว่ารู้อะไรก็ต้องรู้ให้จริง ทำให้เป็น หรือตอนที่เริ่มทำแมกกาซีน AUTOCAR THAILAND หนังสือร้อยกว่าหน้าผมก็เป็นคนแปลเอง เอาจริงๆ ผมว่านะ การมาเป็นผู้บริหาร หรือเป็นผู้นำนี่ยากกว่าไปเป็นลูกจ้างเขาอีก เพราะอยู่ตรงนี้ผมต้องแบกรับความรับผิดชอบ”

กว่า 15 ปีที่เข้ามารับงานต่อจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งวันนี้เขาได้พิสูจน์ฝีมือเป็นที่ประจักษ์ในฐานะ “กูรูรถ” และผู้บริหารรุ่นใหม่ของวงการสื่อด้านยานยนต์ รวมถึงการเป็นออกาไนซ์งานมอเตอร์โชว์น้องใหม่ภายใต้ชื่อ “FAST Auto Show Thailand” ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2560 ณ ไบเทคบางนา

“เริ่มจากผมจัดงานโชว์ขายรถมือสองก่อน จัดช่วงสุดสัปดาห์หมุนไปตามที่ต่างๆ จนได้มารับโจทย์จากลูกค้าที่มาชมงานว่าทำไมไม่มีรถใหม่ด้วย และด้วยหลักการทำงานของผมกับคุณพ่อ คือถ้าอะไรที่เราไม่ถนัด เราไม่ทำ ไม่ทำในที่นี้ คือเราไม่ทำเอง แต่เรามีเพื่อนก็ชวนเพื่อนมาทำ ซึ่งก็คือพี่ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ แห่งสื่อสากล เป็นรุ่นพี่ที่อัสสัมชัญ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของงานมอเตอร์เอ็กซโป ก็เอาแนวคิดไปเสนอพี่ เขาก็ตกลง ผมก็เลยรับหน้าที่ในส่วนของรถมือสอง พี่ชลัทชัยก็เป็นรถใหม่ FAST Auto Show Thailand จึงเป็นงานแรกและงานเดียวของประเทศไทยที่กล้าเอารถใช้แล้วมาประชันกับรถใหม่ป้ายแดง ปรากฏว่าปีแรกได้รับการตอบรับดีมาก ทั้งจากค่ายรถเองและลูกค้าที่มาซื้อรถ เพราะเรารับประกันคุณภาพรถใช้แล้วไม่พอใจยินดีคืนเงิน ตั้งแต่จัดงานมาก็ยังไม่มีลูกค้าเอารถมาขอคืนเงิน จากพื้นที่ไม่กี่พันตารางเมตร มาปีนี้ก็เพิ่มเป็น 16,000 ตร.ม. ก็มีเสียงเรียกร้องให้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับผมยึดหลักความแน่นอน อาจจะเป็นสองปีข้างหน้าที่จะขยายพื้นที่จัดงาน”

ทั้งการผลิตรายการโทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร งานอีเว้นท์ แต่ใครจะเชื่อว่าทั้งสามบริษัทรวมกันทุกแผนกมีทีมงานเพียงแค่ 20 ชีวิต

“ถามว่าน้อยไหมกับงานที่มีอยู่ คนอื่นอาจจะมองว่าน้อย แต่ทีมงานผมทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมเองยังไม่คิดว่าจะขยายไปมากกว่านี้ เพราะเราอยู่กันแบบครอบครัว มีปัญหาอะไรเรามาคุยกัน ปรึกษากัน ทำให้บรรยากาศการทำงานมันมีความสุข ทุกคนอยากทำงานออกมาให้ดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันผมก็พยายามที่ปลูกฝังให้พวกเขาเห็นความสำคัญของครอบครัวด้วย เพราะผมโตมากับภาพที่พ่อ-แม่ทำงานหนัก พ่ออยู่ห้องตัด แม่ก็พาผมกับน้องๆ ไปกินข้าวกับพ่อในห้องตัด พ่อจัดแรลลี่ผมก็ต้องไปช่วยจดคะแนน ไม่ใช่ไม่ดีนะ เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันก็จริง แต่มันไม่ใช่เวลาของครอบครัว พอผมมามีครอบครัวเองผมก็จะแบ่งเวลาที่ชัดเจน งานคืองาน ครอบครัวคือครอบครัว ผมจะบอกกับน้องๆ เสมอถ้างานมันไม่ได้เร่งด่วนคอขาดบาดตาย ไม่ต้องทำโอทีหรอก กลับบ้านไปใช้เวลาอยู่กับครอบครัวดีกว่า ผมไม่ได้งกนะ แต่มันไม่คุ้มหรอก ถ้าคุณจะทุ่มเทให้กับงานจนละเลยสิ่งสำคัญในชีวิต”

คำถามสุดท้าย ถามว่าความสุขวันนี้ของเขาคืออะไร คำตอบคือ การได้เห็นพ่อ-แม่วางมือจากงานหนักที่ท่านเคยทำมาตลอดชีวิตและมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น รวมถึงการจะได้เป็น “คุณพ่อมือใหม่” ของลูกสาวที่กำลังจะลืมตาดูโลกในเร็วๆ นี้ ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกขั้นของผู้ชายที่ชื่อ อัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278313

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2560

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● พระพรหมวชิรญาณ เปลี่ยนชื่อของ กิตติวดี จันทร์น้อย บุตรบุญธรรมเป็น ณฐมณ เพื่อสิริมงคลให้ หลังจากผ่านวิกฤติชีวิตผ่าตัดสมองมาแต่ ต.ค.ปีที่แล้ว ที่รพ.วิภาวดีจนบัดนี้เจ้าตัวจะปิดกะโหลกเทียมที่รพ.จุฬาลงกรณ์ ซึ่ง ศ.นพ.ภิรมย์กมลรัตนกุล, พล.ท.นพ.อำนาจ บาลีอนุเคราะห์อย่างดียิ่ง เพื่อจะได้กลับไปทำงานต่อไป…

●● สุเทพ เลาหะวัฒนะเฉียดเส้นยาแดงผ่าแปดล้มหัวฟาดได้ พล.อ.นพ.บุญเลิศ จันทราภาส แห่งรพ.พระมงกุฎ เจาะกะโหลกลดความดันไม่ต้องผ่าตัดเปิดกะโหลกขณะนี้หายดีแล้ว…

●● รศ.ดร.รัตนา จักกะพาก นายกสโมสรอาจารย์จุฬาฯ ทำลิฟต์แก้วราคา 5 ล้านบาท ที่ตึกจุลจักรพงษ์ ศาลาพระเกี้ยว ขึ้นไปห้องอาหารครัวพญาไท ของสโมสรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนครอบครัวกำลังรอฟังข่าวดีของสามี จรินทร์ จักกะพากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยใจระทึก…

●● ได้ทุน AFSไปสหรัฐฯ เมื่อ ก.ย.ปีก่อน ตอนนี้ครบ1 ปีแล้ว บุณยาวีร์ บุตรสาวของ ดร.ศุภวรรณ วงษ์ประยูร กลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว…

●● ผุสดี โสรัต ได้รับคืนไอแพดแล้ว หลังไปวางลืมไว้ที่ห้างฯย่านบางนา-ตราด แฟนๆ รายการ Yesterday Music ต่างยินดีปรีดาด้วย…

●● รมว.พาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์,เฟื่องฉัตร บุญรัตน์, พิมสิริ จันทรัตน์ เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาครบ 50 ปี พากันมาฉลองผ่องใสกันที่สมาคมธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา…

●● ชมรมครูเก่า และศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี จัดงานแสดงความยินดีกับ ครูจิรัฏฐ์(นพรัตน์) แจ่มสว่าง “ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 2 ของประเทศไทย” ไปแล้วเมื่อวันเสาร์ก่อน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น…

●● มาลินดา ฮอฟแมน หรือ ย่าลิน ของเพื่อนเฟซบุ๊ค ยามนี้นั่งเล่นกีตาร์และร้องเพลงแทนการยืนร้องอย่างที่เคย ตามคำสั่งแพทย์ เนื่องจากเส้นเอ็นข้อเท้าอักเสบเจ็บปวดรวดร้าวเป็นที่ยิ่ง…

●● คุณย่ายังสาว ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน มีหลานย่าเพศชายชื่อ แอนดรู วัย 2 เดือน กับหลานสาวชื่อ มาริสา อายุ 21 วัน จากศรีสะใภ้ 2 คน ในเวลาไล่เลี่ยกัน…ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ !!…●●

บารอนเนส