ธรรมนัส เชิญกรมบัญชีกลางร่วมตรวจสอบหมอนประชารัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407209?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธรรมนัส เชิญกรมบัญชีกลางร่วมตรวจสอบหมอนประชารัฐ

28 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
ธรรมนัส,หมอนประชารัฐ,สำนักงบประมาณ,ยางพารา,สวนยาง
เปิดอ่าน 64 ครั้ง

ธรรมนัส ย้ำหมอนยางพาราประชารัฐโปร่งใส รับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรกิโลกรัมละ 65 บาท ผลิตในเกรดพรีเมี่ยม เชิญสำนักงบกรมบัญชีกลางตรวจสอบ

28 ธันวาคม 2562 ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยังคงเดินหน้าโครงการหมอนยางพาราประชารัฐต่อไป โดยจะรับซื้อน้ำยางสดจากเกษตรกรกิโลกรัม 65 บาทมาผลิตหมอนในเกรดพรีเมี่ยม

ทั้งนี้ต้องการให้โครงการโปร่งใสและตรวจสอบได้จึงเชิญผู้แทนสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำหนดราคาอ้างอิง ซึ่งจะทำให้เห็นชัดเจนว่า ต้นทุนการผลิตหมอนเป็นราคาจริง ไม่ได้แพงอย่างที่บางคนตั้งข้อสังเกต ยืนยันว่างบประมาณที่จะใช้ผลิตหมอนยางพาราประชารัฐไม่ได้ใช้งบประมาณรัฐ แต่คณะทำงานกำลังหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม โดยสั่งการว่า ให้รายงานผลหลังเทศกาลปีใหม่เพื่อจะเร่งช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายน้ำยางสดได้ 65 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2563 ตามที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงไว้

ด้านพ.ต.อ. รวมนคร ทับทิมธงไชย หัวหน้าคณะทำงานของรมช. ธรรมนัสกล่าวว่า ผลการหารือกับสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางสรุปได้ว่า ไม่สามารถให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กู้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มาเป็นทุนการผลิตหมอนยางพาราได้เนื่องจากอ.ต.ก. ขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี

ส่วนการออกสลากการกุศลจำหน่ายแก่ประชาชนเพื่อระดมทุนให้อ.ต.ก.นั้น ไม่สามารถทำได้ทันในปี 2563 เนื่องจากโควต้าการออกสลากของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในปีหน้าเต็มแล้ว ขณะนี้คณะทำงานกำลังเร่งศึกษาหาแนวทางการระดมทุนการผลิตซึ่งต้องเป็นไปตามข้อกำชับของรมช. ธรรมนัสที่ว่า ต้องไม่ใช้งบประมาณรัฐ

ส่วนราคารับซื้อน้ำยางสดจากสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนนั้นจะซื้อกิโลกรัมละ 65 บาทจากที่ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 35-40 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรจะจำหน่ายน้ำยางสดตามราคานี้จริงเพราะซื้อตรงจากสถาบันเกษตรกร ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง

เมื่อคำนวณต้นทุนการผลิตทั้งหมดไม่ได้แพงกว่าราคาตลาด แต่แนวทางดำเนินการต้องปรับเปลี่ยน จากเดิมที่จะผลิต 20 ล้านใบเพื่อมอบแก่ประชาชนและให้หน่วยราชการนำไปใช้นั้น อาจจำหน่ายในราคาถูก โดยอ.ต.ก. ทำหน้าที่หาช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศ รวมทั้งจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์

โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ที่สำคัญคือ ช่วยเกษตรกรชาวสวนยางพาราให้มีรายได้สูงขึ้น ซึ่งหลังปีใหม่จะรายงานผลการศึกษาต่อรมช. ธรรมนัส พร้อมนำเสนอแนวปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

หวั่นศึกแย่งน้ำ กรมชลฯร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯคุมเข้มสูบน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407211?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

หวั่นศึกแย่งน้ำ กรมชลฯร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯคุมเข้มสูบน้ำ

28 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
กรมชลประทาน,น้ำแล้ง
เปิดอ่าน 52 ครั้ง

กรมชลฯห่วงปีหน้าน่ากลัววิกฤติแล้งทั่วประเทศ เร่งส่งหนังสือถึงมท.ผู้ว่าฯช่วยคุมน้ำไม่หายกลางทาง หยุดสถานีสูบน้ำเพื่อเกษตร แนวแม่น้ำน่านหวั่นกระทบปลายน้ำระ

28 ธันวาคม 2562 กรมชลฯ ชี้ปี 63 แล้งรุนแรงรั้งอันดับ 2 เร่งเปิดศูนย์แก้วิกฤติแล้ง ปล่อยคาราวานเครื่องมือเครื่องจักรกล รถน้ำกว่า 1.8 พันรายการช่วย 43 จว.ช่วยชาวบ้านขาดน้ำยับยั้งภัยพิบัติ

ที่ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะน้ำ กรมชลประทาน นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยสำนักงานชลประทาน 17 สำนักทั่วประเทศ เปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้งปี 2562/63 พร้อมปล่อยขบวนคาราวานเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ รถขนน้ำ กว่า 1.8 พันรายการ ส่งไปช่วยพื้นที่ประสบภัยแล้ง ที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 43 จังหวัด ในเป้าหมายเบื้องต้นตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)คาดการณ์ไว้ และ 13 จังหวัด ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ.ได้มีประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง

นายทองเปลว กล่าวว่าตั้งศูนย์นี้จะสามารถทำงานได้เร่งด่วน กระชับรวดเร็วในการแก้ไขยับยั้งปัญหาความเดือดร้อนประชาชน และประสานกับพื้นที่โดยตรงกับศูนย์นี้ แจ้งเตือนได้แบบเรียลไทม์ ทั่วประเทศ ทำให้ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งขอรับความช่วยเหลือ ขอบริการหรือให้นำน้ำไปช่วยในท้องที่ได้ โดยมีรถส่งน้ำไปให้ถึงบ้านเรือน

พร้อมกับเปิดสายด่วน 1640 ประชาชนแจ้งขอรับการช่วยเหลือได้ตลอด24ชม. เป็นการป้องกันวิกฤติภัยแล้งไม่ให้รุนแรงมากขึ้น ลดความเดือดร้อนประชาชนให้น้อยที่สุด โดยแม้ในช่วงปีใหม่จะไม่หยุดปฏิบัติหน้า ให้มุกฝ่ายปฏิบัติงานทุกพื้นที่ มั่นใจว่าเมื่อตั้งศูนย์นี้ตามคำบัญชาท่านนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรฯมีความห่วงใยประชาชน จะทำให้ทำงานครอบคลุมทุกหน่วยงานน้ำ และบริหารจัดการผ่านไปได้ แม้ปริมาณน้ำต้นทุนปีนี้ใกล้เคียงปี58ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงมาก

ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงในรอบ 60 ปี เป็นอันดับสอง รองจากปี 2522 และปีนี้รุนแรงกว่าปี 58 ที่กลายเป็นอันดับสามไปแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีศูนย์นี้ เพื่อกระชับการใช้น้ำ กระชับพื้นที่ ให้ผ่านวิกฤติไปจนถึงเดือนก.ค.63 ทั้งนี้ในแผนการใช้น้ำฤดูแล้งทั่วประเทศ ปี 62/63 ปัจจุบัน ระหว่าง 1 พ.ย.62-30เม.ย.63 เป็นน้ำใช้การได้ 17,699 ล้านลบ.ม.

ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 4,927 ล้านลบ.ม.โดยใน 4 เขื่อนใหญ่ ณ วันที่26ธ.ค.62 มีน้ำใช้การได้ 4,491 ล้านลบ.ม.ใช้ไปแล้ว 1,044 ล้านลบ.ม. เท่ากับเกินแผนไป 200 ล้านลบ.ม.หรือ4% ส่วนที่เกินเนื่องจากมีการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักจากแผนวันละ18ล้านลบ.ม. เป็น 25.50 ล้านลบ.ม. ระหว่างวันที่ 23 ธ.ค.ถึงวันที่ 5 ม.ค.เพื่อรักษาระบบนิเวศตลอดลำน้ำ ตั้งแต่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา จนถึงอ่าวไทย เนื่องจากต้องการรักษาระดับน้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ไม่ให้ต่ำกว่า 13.2 ม.รทก.เพราะในการปล่อยน้ำตามแผนพบว่ามีน้ำหายไปจากระบบตั้งแต่กำแพงเพชร ลงมาจนถึง เขื่อนเจ้าพระยา

หากระดับน้ำหน้าเขื่อนต่ำกว่า 13.2 ม.รทก.จะเป็นผลทำให้มีปัญหาต่อหารดันน้ำเข้าระบบคลองสาขาทั้งฝั่งซ้าย ขวา ของลำน้ำเจ้าพระยา จะกระทบระบบนิเวศทุกคลอง ตลิ่งพัง กระทบระบบประปา จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน รวมไปถึงการผลักดันน้ำเค็มที่สถานสูบน้ำประปาสำแล จ.ปทุมธานี ที่ยังน่าห่วงเรื่องความเค็มไม่เข้าระบบประปา ที่บางช่วงน้ำทะเลหนุนสูงต้องคุมค่าความเค็ม โดยได้เสริมจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยลุ่มเจ้าพระยา ผ่านคลองพระยาบรรลือ มาลำเลียงดันน้ำเค็ม รักษานิเวศ เพิ่มจาก 800 ล้านลบ.ม.เป็น 2 พันล้านลบ.ม.ด้วย

ทั้งนี้ได้มีหนังสือไปยังกระทรวงมหาดไทย ประสานท้องถิ่นในการเข้มงวดสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตร ตลอดสองฝั่งแม่น้ำ น่าน ปิง เจ้าพระยา ไม่ให้สูบน้ำเพราะกระทบกับน้ำปลายทางมาไม่ถึง กระทบนิเวศทั้งหมด ไม่มีน้ำนอนคลอง ส่วนสถานีสูบน้ำประปาของนครหลวง และภูมิภาค อยู่ในแผนการใช้น้ำของกรมชลประทาน ดังนั้นต้องขอความร่วมมือเกษตรกร งดปลูกพืชใช้น้ำมาก หยุดทำนาปรัง

ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวฤดูแล้งแม้ไม่มีแผนส่งน้ำการเกษตร ปัจจุบันลุ่มเจ้าพระยา ปลูกแล้ว 1.3ล้านไร่ ส่วนทั่วประเทศ 2 ล้านไร่ เกษตรกรพร้อมจะเสี่ยงเอง ซึ่งจะไม่ส่งน้ำให้เพราะได้ประกาศเตือนล้วงหน้าไปแล้ว อีกทั้งปริมาณน้ำจัดสรรไว้กินใช้ รักษานิเวศ ดันน้ำเค็ม และสำรองไว้ก่อนถึงฤดูฝน 2.2พันล้านลบ.ม.เพราะกรมอุตุฯคาดการณ์ว่าปี63จะแล้งตั้งแต่เดือนม.ค.ถึง พ.ค. ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย5-10% และฤดูฝนมาล่าไป1หนึ่งสัปดาห์ ต่อจากนั้นมีฝนทิ้งช่วง ถึง เดือนก.ค. คาดว่าเข้าฝนปลายเดือนก.ค.

อีกทั้งปริมาณฝนทั้งปีต่ำกว่สเฉลี่ย3-5% ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำที่จะเหลือในเขื่อน ณ สิ้นฤดูแล้ง ประกอบกับคาดการณ์ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้สถานการณ์แล้งรุนแรงมากกว่าขณะนี้และแล้งยาวต่อเนื่อง จึงจำเป็นเข้มงวดต่อการบริหารจัดการน้ำ ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้ชี้แจงเกษตรกร โดยเฉพาะที่อยู่แนวแม่น้ำ ไม่ให้ดึงน้ำไปใช้ จะกระทบปลายน้ำ และทั้งระบบ

อย่างไรก็ตามในปี58 มีมาตรการเข้มงวดแบะประสบความสำเร็จเพราะมีทหารมาช่วยดูแลที่สถานีต่างๆ แต่ปีนี้ได้แต่ขอความร่วมมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้หลับนอน และข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ ให้นำเข้าระบบออนไลน์ ทำให้เห็นว่าจุดไหนใช้น้ำเกินแผน สำหรับแผนที่เป็นห่วง เขื่อนอุบลรัตน์ ได้นำน้ำก้นเขื่อนมาใช้แล้ว29ล้านลบ.ม.คาดว่าตลอดฤดูแล้งจะใช้300ล้านลบ.ม.

นายทองเปลว กล่าวว่ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ได้ปลูกพืชฤดูแล้ง กรมได้จัดงบ3.1พันล้านบาท จ้างเป็นแรงงานในโครงกรมชลฯ ในปี 63 แบ่งเป็นภาคเหนือ 581 ล้านบาท อีสาน 995 ล้านบาท ภาคกลาง 794 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งตำแหน่งและจำนวนงานทั้งหมด ให้สำนักงานชลประทาน แสดงไว้ในสำนักงานในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนแสดงความจำนงค์ ย้ำว่าต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และจ่ายโอนเข้าบัญชีเกษตรกร

“ศูนย์นี้รวบรวมทุกหน่วยงานต้องนำข้อมูลข้อเท็จจริง เรื่องสถานการณ์น้ำ ให้ถึงประชาชนทั่วประเทศ ไม่เกิดความตระหนก ให้ตระหนักถึงการใช้น้ำ กรมอุตุฯรายงานว่าในรอบ 60 ปีกับปีนี้มีฝนน้อยลำดับที่สองรองจากปี 2522 ทั้งปีนี้ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 % และในปี 58 เขื่อนที่มีน้ำใช้การน้อยกว่า 30 % มี17แห่ง ปี 61 มี 5 แห่ง ปี 62 มี13 แห่ง

ดังนั้น ผลจากคาดการณ์ต่อไป กรมอุตนิยม คาดอีก7เดือนฝนต่ำกว่าเฉลี่ย และ ผลการส่งน้ำ ใช้นำมากกว่าแผน แนวโน้อย่างนี้ความรุนแรงเกิดขึ้นกระจายทั่วทุกภาค นายกฯ รมว.เกษตรฯห่วงใย ให้ทุกกรมในกระทรวงเกษตรฯทำงานเชิงบูรณาการป้องกันปัญหาภัยแล้งโดยเร่งด่วน ไม่ให้ประชาชนเกิดการขาดแคลนน้ำ ตอนนี้ขอความร่วมมือช่วยกันอย่าให้น้ำหายไประหว่างทาง ทำหนังสือมหาดไทย ผู้ว่าฯ เป็นหน่วยงานหลัก ควบคุมไปตำบล หมู่บ้าน ไปตามลำดับ ซึ่งช่วงจ.กำแพงเพชร แม่น้ำน่าน พิษณุโลก ขอร้องสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตร อย่าสูบ หากไปใช้น้ำเกินแผน กระทุกระบบ ไปกระทบปีหน้าน่ากลัวมากเรื่องขาดแคลนน้ำ

เล็งชงครม.ดัน 2,000 โครงการ ลุยแก้แล้งเร่งด่วน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407201?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เล็งชงครม.ดัน 2,000 โครงการ ลุยแก้แล้งเร่งด่วน

27 ธันวาคม 2562 – 18:45 น.
สทนช,เล็งชงครม,ลุยแก้แล้งด่วน,ป้องขาดน้ำอุปโภคบริโภค,สมเกียรติ
เปิดอ่าน 67 ครั้ง

สทนช. ดัน 20,000 โครงการแก้แล้งเร่งด่วน ป้องขาดน้ำอุปโภคบริโภค น้ำใช้ในโรงพยาบาล เสนอ ครม. พร้อมเชื่อมโยงศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจกับศูนย์บรรเทาภัย

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมส่งเสริมการเกษตร ฯลฯ เพื่อติดตามสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำปัจจุบัน พื้นที่การเพาะปลูกข้าว การติดตามแผนและผลการบริหารจัดการน้ำแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำต้นทุนน้อยที่มีความสุ่มเสี่ยงที่อาจจะได้รับผลกระทบได้ในอนาคต เช่น ลุ่มเจ้าพระยา ภาคตะวันออก และจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ที่จะมีการวางกรอบแนวทางมาตรการเฉพาะพื้นที่เป็นระยะๆ

การดำเนินการป้องกันภัยแล้งของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะแผนปฏิบัติการรองรับการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค สถานพยาบาล น้ำเพื่อการเกษตรไม้ผล ตามลำดับ รวมถึงป้องกันผลกระทบเรื่องคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยให้เกิดผลทางปฏิบัติ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดตามข้อสั่งการและข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ทั้งนี้ ภายหลังการหารือกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบคาดการณ์ตั้งแต่ ม.ค. 63 – พ.ค. 63 เกือบทุกภาคของประเทศไทยจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติ 5-10% ประกอบกับสภาพอากาศหนาวเย็นและความชื้นต่ำ ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นจะต้องเตรียมแผนการรองรับไปจนถึง มิ.ย. 63 หรือต้นฤดูฝนหน้า เพื่อป้องกันให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

สำหรับแผนงานโครงการในการดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วนในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ตามที่ทุกหน่วยงานได้ทำการสำรวจความพร้อมในการดำเนินการได้ทันที แบ่งเป็นสองส่วน คือ 1.การดำเนินการโดยใช้งบปกติของหน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 1,333 โครงการ วงเงิน 2,918 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการนอกเขตการประปา จำนวน 1,160 โครงการ วงเงิน 2,265 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ด้านประปาหมู่บ้าน 528 โครงการ ดำเนินการโดย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) วงเงิน 1,267 ล้านบาท ได้แก่ 1.1) โครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้าน 301 โครงการ 844 ล้านบาท 1.2) โครงการขยายเขตประปาหมู่บ้าน 40 โครงการ 98 ล้านบาท 1.3) โครงการปรับปรุงซ่อมแซมระบบประปา 187 โครงการ 325 ล้านบาท 2) ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ได้แก่ โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงแหล่งน้ำ 431 โครงการ 928 ล้านบาท 3) โครงการก่อสร้าง/ปรับปรุงระบบธนาคารน้ำใต้ดิน 201 โครงการ 70 ล้านบาท และ โครงการในเขตการประปาส่วนภูมิภาค ดำเนินการโดย การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รวม 173 โครงการ วงเงิน 653 ล้านบาท

2.ขอรับการสนับสนุนงบกลางเพิ่มเติม รวม 2,008 โครงการ วงเงิน 2,625 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการนอกเขตการประปา จำนวน 1,962 โครงการ วงเงิน 1,888 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) ด้านอุปโภคบริโภค 1,955 โครงการ วงเงิน 1,864 ล้านบาท ได้แก่ 1.1) โครงการขุดเจาะบ่อบาดาล รวม 1,053 โครงการ วงเงิน 1,245 ล้านบาท ดำเนินการโดย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) 187 โครงการ 221 ล้านบาท กองทัพบก 155 โครงการ 183 ล้านบาท กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) 711 โครงการ 841 ล้านบาท 1.2) โครงการจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน โดย สถ. 232 โครงการ วงเงิน 147 ล้านบาท 1.3) โครงการซ่อมแซมระบบประปา โดย สถ. 670 โครงการ วงเงิน 472 ล้านบาท 2) ด้านการช่วยเหลือโรงพยาบาล 7 โครงการ วงเงิน 23.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 2.1) โครงการขุดเจาะบ่อบาดาล โดย นทพ. 3 โครงการ 0.8 ล้านบาท 2.2) โครงการซ่อมแซมระบบประปา โดย สถ. 4 โครงการ 23 ล้านบาท และ โครงการในเขตการประปาส่วนภูมิภาค ด้านอุปโภคบริโภค ดำเนินการโดย กปภ. รวม 46 โครงการ วงเงิน 737 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการทบทวนเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนกรณีงบประมาณมีความซ้ำซ้อนอีกครั้ง ก่อน สทนช. จะรวบรวมแผนงานโครงการงบเสนอผ่านสำนักงบประมาณให้ความเห็น แล้วจึงเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงต้นเดือน ม.ค. 63 เพื่ออนุมัติงบกลางในการดำเนินการต่อไป

นอกจากการเตรียมแผนงานโครงการเพื่อดำเนินการในเชิงป้องกันพื้นที่เสี่ยงได้รับผลผกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งแล้ว สทนช. ยังได้ใช้ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจเป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและประเมินผล แก้ไขปัญหา ในเชิงนโยบาย รวมทั้งปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเชื่อมโยงข้อมูลในเชิงพื้นที่กับศูนย์บรรเทาภัยของหน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง กระทรวงมหาดไทย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร/ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศูนย์เมขลา/ศูนย์นาคราช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“สทนช. ได้มุ่งบูรณาการการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และเต็มกำลัง เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำท่ามกลางสภาวะน้ำต้นทุนเหลือน้อย อย่างไรก็ตาม ต้องขอรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ไม่ให้เกิดการเสียเปล่า เพราะความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติแล้งไปได้” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

อ้น ย้ำ พปชร. เร่งผลักดันต่อเนื่องพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407282?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อ้น ย้ำ พปชร. เร่งผลักดันต่อเนื่องพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก

28 ธันวาคม 2562 – 10:46 น.
พัฒนาเศรษฐกิจ,พปชร,ฐานราก,ช่วยเหลือเกษตรกร,ผู้มีรายได้น้อย
เปิดอ่าน 29 ครั้ง

“อ้น” ย้ำ พปชร. เร่งผลักดันต่อเนื่องมาตรการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก ช่วยเกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย พัฒนาวางรากฐานการศึกษาไทยสู่สากล และสะท้อนทุกข์ร้อนชาวบ้านในสภา

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ “อ้น” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัครส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงผลงานการทำงานที่พรรคพลังประชารัฐเร่งผลักดันในระดับนโยบายตลอดการทำงานกว่า 5 เดือนของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นย้ำเห็นผลชัดเจนในการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และการจัดสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

“จากการทำงานของพรรคพลังประชารัฐในรัฐบาลกว่า 5 เดือนนั้น มาตรการต่างๆ ได้เร่งออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานราก ให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีความเข้มแข็ง ที่เห็นผลได้อย่างชัดเจนคือมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ของกระทรวงการคลัง ที่มีนายอุตตม สาวนายน เป็นกำลังสำคัญ  ที่ผลักดันให้เกิดมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดึงร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมโครงการได้กว่า 1.7 แสนร้านค้าทั่วประเทศ และผู้มีลงทะเบียนใช้สิทธิ์ทั้ง 3 เฟสเกือบ 12 ล้านคน มีการใช้จ่ายตั้งแต่ 27 ก.ย. – 17 ธ.ค. รวมเกือบ 25,000 ล้านบาท รายได้สะสมของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเฉลี่ยประมาณ 134,000 บาทต่อร้านค้า ทั้งนี้กรมบัญชีกลางยังได้ขยายระยะเวลารับสมัครร้านค้าออกไปถึงวันที่ 15 ม.ค. 63 โดยร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ณ ห้องโถงชั้น 1 กรมบัญชีกลาง และที่สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่นี้” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า นอกจากนี้ยังดำเนินการการจัดสวัสดิการให้ผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น อุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาท ยืดโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีก 1 ปี เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และล่าสุดกระทรวงการคลังเตรียมผลักดันโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้เป็นโครงการถาวรเพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง โดยจะจัดตั้งสำนักบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นมากำกับดูแลโดยตรง และยังดำเนินการเพื่อให้มีการเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ภายในปลายเดือนมกราคม 2563 ด้วย ซึ่งการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามแนวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ “ประชาธิปไตยไทยอิ่ม” ที่จะพาประเทศไทยเดินหน้าและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

‘ช่อ’ ย้ำยังต้องการทหารแต่ไม่บังคับเกณฑ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407207?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

27 ธันวาคม 2562 – 20:40 น.
เลิกเกณฑ์ทหาร,ช่อ พรรณิการ์,เลิกบังคับเกณฑ์ทหาร
เปิดอ่าน 157 ครั้ง

“ช่อ พรรณิการ์” เยือนเพชรบูรณ์รณรงค์​ “เลิกบังคับเกณฑ์ทหาร”​ หวังนายกฯ ผ่านกม.เป็นของขวัญให้คนไทย ย้ำ “ยังต้องการทหาร”เพียงแต่ไม่บังคับเกณฑ์-เพิ่มสวัสดิการ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม​ 2562 ณ ถนนคนเดิน ตลาดเพ็ดซะบูน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์​  “ช่อ”  หรือ นางสาวพรรณิการ์​ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​แบบบัญชีรายชื่อและโฆษก​พรรคอนาคตใหม่..

อ่านข่าว :  ชิมลาง ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ทบ.รับสมัครทหาร 4 ปีอัดโบนัส

เดินเท้าในตลาดรณรงค์ให้ความรู้ ร่างพระราชบัญญัติ​รับราชการทหาร ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีเรื่องสำคัญคือ ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร โดยบรรยากาศ​เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี และร่วมถ่ายรูปเซลฟี่เป็นจำนวนมาก

น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ​ดังกล่าวได้อยู่บนโต๊ะทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์​ นายกรัฐมนตรี​ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะนายกฯสามารถปัดตกได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้ สิ่งที่เราเสนอ อยากเน้นย้ำว่า เราไม่ได้ต้องการไม่ให้มีทหารเกณฑ์หรือไม่ให้มีทหาร แต่การเป็นทหารเกณฑ์​ ต้องเป็นโดยสมัครใจไม่ใช่การบังคับ เราเพียงแต่ต้องการปฏิรูปกองทัพ ลดจำนวนนายพลที่มีมากเกินความจำเป็น เราต้องการยกระดับสวัสดิการของทหารเกณฑ์​ให้มีประสิทธิภาพ​มากขึ้น

น.ส.พรรณิการ์ ระบุอีกว่า เรายืนยันว่า กฎหมายนี่คือกฎหมายรักชาติ ไม่ใช่ชังชาติอย่างที่มีคนมาโจมตีพรรคอนาคตใหม่ ยกเลิกบังคับไม่ได้หมายความว่าไม่มีทหารเกณฑ์​ เราเพียงแต่ต้องการความเท่าเทียมกันในสังคม ที่ต้องการให้คนในชาติมีสวัสดิการที่ดีขึ้น และมีกองทัพที่เป็นมืออาชีพ แข็มแข็งและมีประสิทธิภาพ​

น.ส.พรรณิการ์​ กล่าวต่อว่า ปีหน้าฟ้าใหม่ ต้องไม่มีชายไทยถูกบังคับเกณฑ์ทหาร และอยากขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี มอบผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นของขวัญให้คนไทย ซึ่งตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ปัดตกกฎหมายที่เป็นผลของประชาชน ทำให้คนไทยมีศักดิ์ศรี​อย่างเท่าเทียมกัน และสุดท้ายตนอยากให้ประชาชน ช่วยกันจับตาความเคลื่อนไหวว่า นายกฯรัฐมนตรีจะผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่

มาแล้ว..โหรวารินทร์ เชื่อ ‘ลุงตู่’อยู่ยาว อีก6เดือนปรับครม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407194?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

มาแล้ว..โหรวารินทร์ เชื่อ ‘ลุงตู่’อยู่ยาว อีก6เดือนปรับครม.

27 ธันวาคม 2562 – 18:20 น.
จังหวัดเชียงใหม่,โหรวารินทร์,ลุงตู่อยู่ยาว
เปิดอ่าน 1,080 ครั้ง

เชียงใหม่ – “โหรวารินทร์” เปิดตำหนัก ตอบคำถามสื่อ เชื่อ “ลุงตู่”จะอยู่ยาวแต่อาจมีการปรับ ครม.ด้านเศรษฐกิจอีก 6 เดือน

วันที่ 27 ธันวาคม 2562 – นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ หรือฉายาโหรคมช. ได้เปิดตำหนักโหรหลวงปู่เกวาลัน ที่ จ.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ดวงเมืองไทยในปี 2563 ที่จะถึงนี้ว่า ทางรัฐบาลชุดนี้ยังจะขับเคลื่อนไปตามนโยบายที่มีอยู่ คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะระบอบประชาธิปไตยเต็มใบอยู่แล้ว แต่ดูแล้วก็มีปัญหาอยู่บ้างเนื่องจากคนหมู่มากที่เข้ามาร่วมคณะรัฐบาลหลายพรรคตามที่เราได้รับรู้รับทราบ แต่ไม่มีปัญหาอะไร ความขัดแย้งต่างๆสามารถแก้ปัญหาได้

อ่านข่าว :

เมื่อถามว่ามีโหรบางสำนักให้สัมภาษณ์ออกทางสื่อว่าจากการดูดวงเมืองหลังจากที่เกิดเหตุการณ์สุริยคราสที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ การเมืองในปีนี้จะร้อนแรง จะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับทางบ้านเมืองและทางรัฐบาลจะมีการยุบสภาตามมานั้น นายวารินทร์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นปรากฎการณ์ของธรรมชาติมากกว่า เพราะว่าหลายๆครั้งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยก็มีหลายประเทศที่มีส่วนที่ได้รับผลทางนี้ แต่ตนเห็นแล้วหลายๆครั้งในแต่ละปีก็มีทั้งสุริยคราส จันทรคราส ต่างๆที่เกิดขึ้น ก็เป็นปรากฎการณ์เฉยๆไม่ได้มีผลอะไรเกี่ยวเนื่องกับทางบ้านเมืองเรา

ต่อคำถามที่ว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะอยู่ครบเทอมหรือไม่ นายวารินทร์ กล่าวว่าจากที่ตนได้ดู ที่หลวงปู่ท่านได้ประทานให้ก็ยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ ต้องมาทำหน้าที่ตรงนี้ แต่จะให้ราบเรียบเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีบ้าง ความคิดเห็นต่างๆที่จะเกิดขึ้นในคณะรัฐบาลก็ตามเรื่องกระเพื่อมต่างๆของฝ่ายต่างๆ แต่จะสามารถผ่านพ้นไปได้ เพราะยังเป็นหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ รัฐบาลชุดนี้ก็ยังคงดำรงหน้าที่อยู่

ส่วนคำถามว่ามองภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีใหม่นี้อย่างไร นายวารินทร์ กล่าวว่า ตนดูในสภาพโดยรวมน่าจะเป็นเศรษฐกิจของโลกมากกว่า ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ได้รับผล ทุกชาติในต่างประเทศก็ได้รับผล แม้กระทั่งประเทศยักษ์ใหญ่อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาหรือจีน หรือประเทศใดก็ตามก็ได้รับผลทางนี้เศรษฐกิจ เหมือนกันทั้งโลก

แต่ประเทศไทยของเรา ในทีมเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาลนี้ก็พยายามที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองของเราและตนดูแล้วนะในช่วงระยะแรก เริ่มต้นปีใหม่ 2563 นี้อาจจะมีบ้าง แต่ถ้าผ่านไปในห้วงระยะ 3-6 เดือน อาจจะมีการปรับทีมงานหรือกลุ่มของผู้คนที่เข้ามาร่วมกันช่วยทำหน้าที่ให้กับชาติบ้านเมือง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้จะมีช่วยกันในการขับเคลื่อนต่างๆของบ้านเมืองของเราก็จะสามารถที่จะผ่านพ้นไปได้ อยางไรก็ตาม ตรงนี้ตนไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เสมือนต้นร้ายปลายดี

จากนั้น นายวารินทร์ ได้ขอให้พรปีใหม่กับพี่น้องประชาชนชาวไทยว่า “เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ เราก็ได้รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว ไม่ว่าทางผู้นำของชาติบ้านเมือง หรือคณะรัฐบาลและหลายๆท่านก็พยายามทำหน้าที่การขับเคลื่อนชาติบ้านเมืองของเราให้เดินหน้ากันต่อไปหลายปีที่เรารอคอยเราก็สมหวังแล้ว ในกรณีที่ว่าเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ตามที่เป็นกระแสข่าวทั้งเพศภัยธรรมชาติ ตลอดจนถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ผมขอยืนยันได้ว่าในปี 2563 นี้เหตุการณ์เพศภัยต่างๆนั้นจะไม่บังเกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองเรา ส่วนเรื่องของธรรมชาติอาจมีบ้าง ก็เป็นการกระทบที่เล็กๆน้อยๆ

อย่างไรก็ตามขอฝากขอคิดให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยว่า เราอยู่ในการปกครองของระบอบประชาธิปไตยที่มีกระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งทุกอย่างนี้เป็นลักษณะของประชาธิปไตยที่เต็มใบ การต่อสู้ต่างๆ อาจจะขอร้องให้เป็นเรื่องของรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ท่านทั้งหลายได้เลือกมาเป็นตัวแทนพวกเรา ที่เข้ามาทำงานให้กับชาติบ้านเมืองให้มีการต่อสู้ที่ถูกต้องและมีการแก้ไขปัญหากันโดยรัฐสภา เรื่องของการเมืองก็ต้องแก้กันด้วยการเมือง ส่วนการที่จะมาเดินหรือมานอกสภานั้นไม่สมควรอย่างยิ่งเพราะที่ผ่านมาก็รู้ถึงปัญหาต่างๆและเหตุการณ์ความไม่สงบต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ต่อไปนี้อยากให้ทุกคนหันหน้าเขาหากันร่วมกันเพื่อที่จะขับเคลื่อนช่วยกับทางรัฐบาลในการขับเคลื่อนชาติบ้านเมืองของเราให้ไปถึงจุดเส้นชัยที่ทุกคนปรารถนา”

(คนกลาง) ดร.อุตตม สาวนายน รมว.คลัง 1ในทีมเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ โหรวารินทร์ ได้อวยพรปีใหม่ให้ประชาชนชาวไทยว่า “ผมเป็นตัวแทนของพ่อเฒ่าเกวาลันแห่งเทพเขาหิมาลัย ตลอดจนถึงครูบาอาจารย์ทุกท่านขออำนวยพรให้ประชาชนชาวไทยทุกๆท่านมีแต่ความสุข ความสำเร็จ ความเจริญ ขอให้หลุดพ้นภาวะกรรมต่างๆขอให้มีแต่ความสุขดังปรารถนาตลอดปี 2563 ด้วยเทอญ”

ปธ.นปช. ลั่นปี 2563 ปีแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407174?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปธ.นปช. ลั่นปี 2563 ปีแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

27 ธันวาคม 2562 – 17:02 น.
จตุพร,ประธานนปช,แก้รธน,บิ๊กตู่,นายกฯ,ปีแห่งความยากลำบาก,ปี2563,เศรษฐกิจ,กกบหอนค
เปิดอ่าน 169 ครั้ง

“จตุพร” ลั่นปี 2563 จะเป็นปีแห่งความยากลำบากทางเศรษฐกิจ หากนายกฯไม่สามารถแก้ปัญหาชาติได้ควรลาออก ฟันธง รธน.60 ไม่มีทางแก้ได้ แนะกก.บห.อนค. ลาออก ส.ส.ก่อนถูกยุบ

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2562 – ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่ แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 ได้มีการจัดงานปีใหม่ 2563 โดยมี แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จำนวนมาก มาร่วม สลับสับเปลี่ยน ให้ความบันเทิงกับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ก็ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองปี 2563 ว่า

ปี 2563 จะเป็นปีของความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ชนิดที่คนไทยไม่เคยเจอมาก่อน ในอดีตวิกฤติ เมื่อปี 2540 เป็นการล้มบนฟูก ผู้ที่ได้รับกระทบมีแต่คนรวย แต่ปัจจุบัน คนไทยต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ควรจะไปถามประชาชนว่า เบื่อท่านหรือไม่ ตนเห็นว่า ที่คนไทยแสดงออกว่าเบื่อ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ไม่ใช่ความเกลียดส่วนตัว แต่เกลียดที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีน้ำยาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติได้ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะยอมรับได้แล้วว่า คนไทยกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หากไม่ทราบคงจะอยู่ต่อไปนี้อย่างลำบากแน่

นายจตุพร ยังได้กล่าวถึงกรณี วันที่ 27 ม.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย ในคดีล้มล้างการปกครองของพรรคอนาคตใหม่ ว่า ตนคิดว่าตนคาดไม่ผิด ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน ด้วยการพรรณนาเหตุจากลัทธิชังชาติ ทั้งนี้ตนอยากจะขอแนะกรรมการพรรคอนาคตใหม่ว่า หากวันที่ 27 ม.ค.นี้ พรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสินยุบพรรคจริง กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.อยู่ในขณะนี้ จำนวน 11 คน จะถูกตัดสิทธิไปด้วย ส่งผลให้ จำนวน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ลดลงไป 11 คน เพื่อให้จำนวน ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไม่หาย กรรมการบริหารพรรคทั้ง 11 คนที่เป็น ส.ส.ควรลาออกจากการเป็น ส.ส. เพื่อให้บัญชีรายชื่อลำดับถัดไป ได้เป็นแทน และเตรียมการไว้ให้ดี หากทัพแตก พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.จะย้ายไปสังกัดพรรคใดแทน อีกทั้งระหว่างทางจะถูกฉก ส.ส.ไปอีกหรือไม่

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่นั้น ยังไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้นำสืบหรือไม่  ยังมีอีกคดีคือ คดีแรกที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ห้วหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสิทธิจากการเป็น ส.ส. ก็อาจเจอโทษทางอาญาด้วย ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่กำลังเดินไป

นอกจากนี้ นายจตุพร ยังได้แนะนายธนาธร ด้วยว่า หากจะตัดสินใจลงถนนจริง ควรมีการเตรียมความพร้อม ในเรื่องการชุมนุม ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ จะถูกแทรกแซง และจบด้วยการล้อมปราบ ไม่ว่านายธนาธรจะตัดสินใจอย่างไร ต้องมีความพร้อม

นายจตุพร กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง การใช้กลไกรัฐเข้าแทรกแซง จะเป็นการเพิ่มจำนวนคนมาร่วมกิจกรรม อย่างคาดไม่ถึง สิ่งสำคัญที่สุด ณ ตอนนี้คือ มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่ง กำลังเดินสายปลุกระดม สร้างความขัดแย้ง โดยตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ ซึ่งทางรัฐบาลก็ยังไม่มีการตักเตือน ยังปล่อยให้ทำอยู่ แม้จะดูว่าคนที่มาร่วมฟังเวทีดังกล่าวมีไม่มากนัก แต่เป็นการบ่มเพาะความขัดแย้ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อปี 2556 เป็นต้น รวมถึงหากรัฐบาล ไม่ห้ามพรรคร่วมดำเนินการดังกล่าว เท่ากับว่า รัฐบาลกำลังจะก้าวเข้าไปเป็นหนึ่งในคู่ขัดแย้ง ในกระดานการเมือง ถ้าเริ่มต้นด้วยกลไกรัฐตั้งเวทีรอ อีกฝ่ายตั้งเวทีคู่ขนาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น จบลงอย่างเดียว คือ ยึดอำนาจอีกรอบ

นายจตุพร ยังแนะการทำงานของฝ่ายค้านด้วยว่า ฝ่ายค้านต้องบริหารจัดการให้เป็น ต้องเข้าใจว่า การอยู่หรือไปของรัฐบาล หรือ การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นจากการทำให้ประชาชนมีความหวัง ต้องชี้ให้ได้ว่า รัฐบาลไม่ชอบธรรม ฝ่ายค้านชอบธรรม อย่าคิดแบบนักการเมืองแบบเดิมๆ

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การทำงานของ ส.ส.น่าจะทราบดีว่า หากไม่ต้องการให้เรื่องใดสำเร็จ ให้ตั้งกรรมาธิการศึกษา ท้ายที่สุด ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. จะยอมให้แก้รัฐธรรมนูญ ด้วยเมื่อเข้าสู่วาระที่ 1 และ3 จำเป็นต้องมีเสียง ส.ว.เห็นด้วย 1 ใน 3 อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายทราบดีว่า สิ่งที่ต้องแก้เป็นอันดับแรกในรัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 256 ควรมุ่งไปที่ประเด็นนี้ สิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน ควรทำคือ ส่งของร้อนนี้ให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เข้าร่วมรัฐบาล โดยยกให้พรรคประชาธิปัตย์เจรจาต่อรองกับผู้นำรัฐบาล ให้คุยกับ ส.ว.ที่ตั้งมากับมือ ถ้ามอบหน้าที่นี้ให้พรรคประชาธิปัตย์แล้วทำไม่ได้ คนที่ตายคือ พรรคประชาธิปัตย์เอง แต่เมื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาเช่นนี้ เท่ากับว่า ฝ่ายค้านเล่นในเกมของพวกเขา ซื้อเวลาต่อไป และจำปากตนไว้ได้เลย ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 นี้ ไม่มีทางแก้ได้ จะลงท้ายด้วยการถูกฉีกสถานเดียว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ปี 2563 นี้ จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความเดือดร้อนของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ควรยอมรับความจริง และลาออกไป ไม่อยู่เป็นภาระประชาชนอีก หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาชาติได้ รวมถึงขอกล่าวกับพี่น้องประชาชนว่า ขอให้ปี 2563 นี้ พี่น้องให้ความอดทน มีสติในทุกย่างก้าว เรายังคงเป็นเราเหมือนเดิม รักกันเหมือนเดิมไม่เสื่อมคลาย ขอให้พี่น้องมีความสุขมากที่สุด เท่าที่หาได้

บิ๊กตู่ นั่งทอล์ค ฟ้าใส เผยเคล็ดลับการทำงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407169?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ นั่งทอล์ค ฟ้าใส เผยเคล็ดลับการทำงาน

27 ธันวาคม 2562 – 16:39 น.
บิ๊กตู่,ฟ้าใส,เผยเคล็ดลับการทำงาน,นายกฯ,ไม่เหนื่อย,แต่เครียด,แรงบันดาลใจ,ขอพรปีใหม่
เปิดอ่าน 116 ครั้ง

“บิ๊กตู่” นั่งทอล์ค “ฟ้าใส” เผยเคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจทำงาน รับเป็น “นายกฯ” ไม่เหนื่อย แต่เครียด ขอพรปีใหม่ ให้คนไทยมีชีวิตดีกว่าเดิม เป็นคนดี รักชาติ

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ Government Weekly ช่วง PM Talk ทางเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โดยสัปดาห์นี้เป็นการพูดคุยกับน้องฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ขวัญใจคนไทยที่เข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายในการประกวดมิสยูนิเวิร์สประจำปีนี้สหรัฐอเมริกา โดยนายกฯ กล่าวยินดีที่น้องฟ้าใสได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย และขอให้ภูมิใจว่าได้ 1ใน 5 ก็ถือว่าเก่งแล้ว พร้อมกล่าวว่าที่ผ่านมาก็ได้ดูการประกวดบ้าง เรื่องไหนที่เป็นเรื่องที่คนไทยไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ถือว่าคนเหล่านั้นเป็นทูตวัฒนธรรม ไปเผยแพร่อัตลักษณ์ความเป็นไทยในเวทีต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม นายกฯ กล่าวถึงแรงบันดาลในการทำงานว่า นึกถึงสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัติย์ ที่สำคัญคือประชาชน มีหลายระดับ โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตที่เราต้องพัฒนา การเป็นนายกฯไม่ได้เหนื่อยมาก แต่ก็มีเครียดบ้างก็เป็นบางเวลา เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่เราก็ต้องไม่ทำให้กำลังใจท้อถอย ปัญหามีไว้ให้แก้ อนาคตมีไว้ให้ทำ นายกฯจะต้องทำทั้ง 2 อย่างคือการแก้ปัญหาในอดีต และเดินหน้าประเทศไทยไปสู่อนาคต สิ่งที่เราต้องมองคือวิสัยทัศน์ของประเทศเรา ที่จะนำพาประเทศของเราไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ได้อย่างไร อีก 20 ปีเราจะพ้นกับดักรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูงได้อย่างไร ทุกคนต้องช่วยกัน ทั้งรัฐบาลและประชาชนต้องช่วยกันและต้องปรับตัว ตนคาดหวังว่าประเทศไทยจะมีเสถียรภาพทั้งประเทศและประชาชน ได้คนที่มีคุณภาพ มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างเข้มแข็ง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับคำอวยพรให้คนไทย นายกฯมีให้คนไทยเสมอ ตนก็ไม่ได้มีวันพิเศษอะไรมากนัก เพราะให้กับประชาชนทุกวันอยู่แล้ว ให้ใจ ให้กำลังใจ ให้ความเข้าใจ รับสิ่งที่เขาพูด เราก็ต้องอดทน ในโอกาสขึ้นปีใหม่ก็อยากให้ทุกคนประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องรายได้ อาชีพ ขอให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางอุปสรรคมากมายในวันนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ถ้าเราต้องการอะไรจะรอรับความช่วยเหลืออย่างเดียวก็คงลำบาก ทุกคนก็ลำบากด้วยกันทั้งหมด รัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ปีใหม่ปีนี้ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม การเดินทางไปท่องเที่ยวขอให้ปลอดภัย เมื่อกลับมาแล้วขอให้ตั้งใจในการทำงานรวมถึงการพัฒนาและทบทวนตัวเอง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รวมถึงการทำงานร่วมกับรัฐบาลและนายกฯ เพราะเราแบ่งแยกกันไม่ได้อยู่แล้ว เป็นคนไทยด้วยกัน ทุกคนคาดหวังว่าจะให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้าเหมือนประเทศอื่นๆ บางอย่างก็ดีและบางอย่างก็ไม่ดีมากนัก สิ่งที่ดีเราก็เอามาเป็นแบบอย่างในการทำงานและดำรงชีวิตของเรา และต้องไม่ลืมคำว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสิ่งสำคัญคือการทำตัวเป็นคนดี รักประเทศชาติ รักสังคม ทุกอย่างก็จะสงบเงียบเรียบร้อย

รบ.เตรียมตัว เพื่อไทยลั่นมีหมัดเด็ดน็อค รมต.กลางสภา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407146?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

รบ.เตรียมตัว เพื่อไทยลั่นมีหมัดเด็ดน็อค รมต.กลางสภา

27 ธันวาคม 2562 – 14:58 น.
วิสาร,เพื่อไทย,หมัดเด็ด,รมต,กลางสภา,เปิดแผลทุจริต,ปราบโกง
เปิดอ่าน 129 ครั้ง

“เพื่อไทย” ลั่นมี “หมัดเด็ด” น็อครัฐมนตรีกลางสภา อัด “ปราบโกง” แค่วาทกรรมเปิดแผลทุจริตฟ้องประชาชน

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2562 – นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการทำการบ้านหนักมาก ในการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงในการงานที่ไม่โปร่งใสของรัฐบาล ดังนั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลและเปิดแผลการทุจริตของรัฐบาลที่ประกาศว่าจะเข้ามาปราบโกง นั้นไม่มีจริงเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง

นายวิสาร กล่าวว่า ในส่วนของการเตรียมข้อมูลนั้น คณะทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค จะนำข้อมูลที่ได้รับมารวบรวมกันแล้วมาประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลของรัฐมนตรีท่านไหนบ้าง มีน้ำหนักมากแค่ไหน ข้อมูลทั้งหมดจะแบ่งออกเป็นการอภิปรายการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย การทุจริตคอรัปชั่นและการไร้ธรรมมาภิบาล โดยคาดว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการยื่นอภิปรายกลางเดือนมกราคม 2563 ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาที่จะถึงนี้

นายวิสาร กล่าวด้วยว่า ส่วนใครจะได้รับมอบหมายให้อภิปรายในประเด็นในบ้างนั้น ที่ประชุมพรรคร่วมคงมีมติออกมา นอกจากนี้การอภิปรายจะมีรัฐมนตรีท่านใดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ จากเดิมที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ได้เปิดเผยรายชื่อมาแล้วคือ ได้แก่ 1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี 3.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ 4.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ทั้งนี้ได้เตรียมคนอภิปรายไว้แล้ว แต่อาจจะมีรัฐมนตรีคนอื่นอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐาน ซึ่งทางพรรคฝ่ายค้านจะมีการสรุปอีกครั้ง
“การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีหมัดเด็ดน็อครัฐมนตรีบางคนกลางสภา และจะอภิปรายแบบไม่เวิ่นเว้อ ไม่มีเรื่องเก่ามีแต่เรื่องใหม่ เพราะมีหลักฐานการทุจริต ซึ่งทางพรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงการทุจริตที่ชัดเจน เชื่อว่าประชาชนจะได้เห็นว่าจริงๆแล้วเรื่องการเข้ามาเพื่อปราบทุจริตเป็นเพียงแค่วาทกรรมเท่านั้น” นายวิสาร กล่าว

เพื่อนพ้องน้องพี่ พรึ่บ ทำเนียบฯ ตบเท้าอวยพรปีใหม่บิ๊กตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407072?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

27 ธันวาคม 2562 – 11:38 น.
บิ๊กป๊อก,บิ๊กแดง,ตบเท้าเข้าอวยพรปีใหม่,บิ๊กตู่,ทำเนียบ,เพื่อนตท12
เปิดอ่าน 214 ครั้ง

เพื่อนพ้องน้องพี่ พรึ่บ ทำเนียบฯ “บิ๊กป๊อก-บิ๊กแดง-เพื่อนตท.12” ตบเท้าเข้าอวยพรปีใหม่ “บิ๊กตู่”

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 27 ธ.ค. 2562 – ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (กห.) เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายในการทำงานของปี โดยเวลา 09.00 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.) นำข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เข้าอวยพร เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563

ขณะเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) นำพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และพล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก รวมถึงคณะนายทหารระดับสูงของกองทัพบก เข้าอวยพรและรับพรจากนายกรัฐมนตรีด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มเพื่อนนายกรัฐมนตรี สมัยเตรียมทหารรุ่น 12 นำโดย พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ส.ว.ยังตบเท้าเข้าร่วมอวยพรนายกรัฐมนตรีอย่างคึกคัก
ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบขนมไทยและกระเช้าผลไม้ อวยพรปีใหม่นายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯให้คำแนะนำว่าเวลาไปคุยกับประชาชนที่มาร้องเรียน ให้ไปทำความเข้าใจและไปพูดคุยให้เข้าใจ โดยขอไม่ให้แกนนำ นำประชาชนเข้ามาร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ให้ตนลงไปพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อรับเรื่องราวร้องเรียน เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนทุกคน มีขั้นตอน มีระเบียบ และสามารถนำเรื่องราวมาประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ แต่ไม่ใช่ไปรับปากว่าจะทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมาตนก็ได้รับเรื่องและประสานให้ เช่น ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้าง ทั้งหมดเป็นการแนวทางดำเนินการในปีต่อไป ทั้งนี้ นายกฯ ได้อวยพรและทักทาย รวมทั้งได้กระเซ้าว่า หน้าตาสดใส เป็นเพราะทำความดี

นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการ เข้าอวยพรปีใหม่ โดยนายธีระภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าอวยพร ว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณข้าราขการทุกคนที่ช่วยกันทำงาน และเหน็ดเหนื่อยมาด้วยกันให้ถือเป็นครอบครัวเดียวกันที่จะขับเคลื่อนประเทศ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนมีความสุข และกำชับให้ข้าราชการทุ่มเททำงาน ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี  และอวยพรให้ข้าราชการมีสุขภาพแข็งแรงพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ นายกฯ ได้มอบถุงผ้า ซึ่งสกรีนเป็นการ์ตูนรูปพล.อ.ประยุทธ์ แต่งตัวเป็นชาวนา พร้อมข้อความระบุว่า “ปีใหม่ กินข้าวใหม่” และด้านหลังถุงผ้ายังสกรีนข้อความว่า “ด้วยรักและห่วงใย” ลงชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในถุงผ้ามีข้าวหอมมะลิ และข้าว กข.83 (มะลิดำหนองคาย 62) ให้เป็นที่ระลึก โดยถุงผ้าดังกล่าวเป็นถุงผ้าที่นายกฯ มอบให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมครม. เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา