โฆษกรบ. แนะ ธนาธร สู้คดีเงินกู้ที่ศาล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404697?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โฆษกรบ. แนะ ธนาธร สู้คดีเงินกู้ที่ศาล

15 ธันวาคม 2562 – 16:40 น.
โฆษกรัฐบาล,ธนาธร,สู้คดีเงินกู้,ไม่พอใจ รบ,ไปว่ากันในสภา,บิ๊กตู่,เกาะติด,ม็อบธนาธร
เปิดอ่าน 68 ครั้ง

“โฆษกรบ.” เผย “บิ๊กตู่” เกาะติด “ม็อบธนาธร” ตลอด ห่วงความปลอดภัยปชช. แนะสู้คดีเงินกู้ ที่ศาล ชี้ไม่พอใจรบ. ไปว่ากันในสภา เตือนก่อนร่วมชุมนุม ให้รับข้อมูลให้ครบ

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2562 ที่บริเวณถนนสีลม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการชุมนุมแฟลชม็อบ ซึ่งนำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวโดยตลอด จากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง แต่ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่สิ่งที่นายกฯเป็นห่วงคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และเป็นสิ่งที่ทางโฆษกกระทรวงกลาโหมได้ออกมาย้ำแล้วว่า เรื่องของการให้ข้อมูลจะต้องเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การยั่วยุ

เพราะตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติ เงินที่ให้กู้ ไม่ได้อยู่ในหมวดของที่จะเป็นรายได้พรรคได้ คนที่เป็นพรรคการเมืองจะต้องอ่านว่าโดยกฎหมายแล้วรายได้ควรจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อมีข้อสรุปว่าส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคอนาคตใหม่เองก็ต้องไปชี้แจงโต้แย้ง สู้ด้วยหลักการบนชั้นศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องให้โอกาสในการส่งเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจงได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ทางตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งเอาผิด พ.ร.บ.ชุมนุม โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของนายกฯก็เป็นเรื่องของการได้รับรายงานเรื่องสถานการณ์ความปลอดภัยซึ่งไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เสียหายอะไรของประชาชน ตามที่นายกฯมีความเป็นห่วงสูงสุด เมื่อเชื่อว่าตัวเองใช้สิทธิหน้าที่ ในการออกมาชุมนุม ซึ่งนายกฯก็ไม่ได้ว่าอะไร เว้นแต่ถ้าออกมาทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราต่างเห็นแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งแต่ละครั้งปัจจัยก็ต่างกัน เราควรไปว่ากันในระบบ ในศาล ส่วนความไม่พอใจอะไรเกี่ยวกับรัฐบาล ก็ไปว่ากันในรัฐสภา ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว

ส่วนการที่ นายธนาธรและกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศรวมตัวชุมนุมอีก โดยการลงถนนในช่วงเดือนม.ค.63 นั้น โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ก็ต้องติดตามดูต่อไป อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รับฟังข้อมูล ข่าวสารต่างๆให้ครบถ้วน เพราะเพียงแค่ฟังการรายงานของแต่ละฝ่ายนั้นก็ไม่ตรงกันแล้ว และต้องนำมาพิจารณาวิเคราะห์ ถึงเหตุผล ว่าจะลงมาร่วมชุมนุมเหตุผลนั้นสมควรแล้วหรือยัง หากทุกอย่างเข้าสู่ระบบก็ไม่จำเป็นต้องมาชุมนุม ดังนั้น ขอประชาชนฟังข้อมูลรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจ

ยุบ อนค. เรื่องจริง นานกว่า 89 วัน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404681?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ยุบ อนค. เรื่องจริง นานกว่า 89 วัน

15 ธันวาคม 2562 – 14:53 น.
กกต,อนาคตใหม่,ธนาธร,ศรีสุวรรณ,ลือชา,บัญชีสวสำรอง,ประธาน กกต
เปิดอ่าน 188 ครั้ง

กกต.โต้ข่าวใช้เวลา 89 วัน มีมติยุบ อนาคตใหม่ ระบุ “ศรีสุวรรณ” ยื่นร้องตั้งแต่ 21 พ.ค. พร้อมแจงเฟซบุ๊ก ilaw ยัน ประธานกกต.ไม่เคยเสนอชื่อ “ลือชา” ในบัญชีส.ว.สำรอง

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อ ว่า กกต. ใช้เวลา 89 วัน ในการพิจารณากรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เอาเงินของตัวเองให้พรรคกู้ยืมจำนวน 191 ล้านบาท แล้วมีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ทันที

โดยกรณีดังกล่าวนายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ยื่นหนังสือต่อกกต. ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.62 ขอให้กกต.ตรวจสอบ กรณีนายธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน และเมื่อวันที่ 23 ก.ย.62 นายศรีสุวรรณได้มายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อขอส่งเอกสารพยานหลักฐาน (เพิ่มเติม) ภายหลังจากสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่เอกสารบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของนายธนาธร ในฐานะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

“ดังนั้น นายศรีสุวรรณจึงมิได้พึ่งมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ก.ย.62 และ กกต. ไม่ได้ใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพียง 89 วัน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด”

นอกจากนี้ กกต.ยังได้ชี้แจงเฟซบุ๊ก “ iLaw “ที่ได้เสนอข้อมูลว่า ในบัญชีรายชื่อ สรรหาสมาชิกวุฒิสภาผู้ที่เข้ารอบสุดท้ายที่ส่งรายชื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือก ในลำดับที่ 235 นายลือชา การณ์เมือง ปรากฏในวงเล็บท้ายชื่อดังกล่าวว่า “ประธาน กกต. เสนอ” นั้น ไม่เป็นความจริง

โบว์ แนะ ธนาธร อยากให้ม็อบอยู่ยาวอย่าโยงคดีพรรค

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404637?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โบว์ แนะ ธนาธร อยากให้ม็อบอยู่ยาวอย่าโยงคดีพรรค

15 ธันวาคม 2562 – 12:23 น.
โบว์,ณัฐฐา,การชุมนุม,แนะธนาธร,อย่าโยงคดีพรรค,ม็อบอยู่ยาว
เปิดอ่าน 179 ครั้ง

“โบว์” แนะ “ธนาธร” ต้องเข้าใจ ม็อบสกายวอล์ค คือคนที่มี “ศัตรูร่วม” การชุมนุมไม่ใช่งานปาร์ตี้แก้เหงา อยากให้ม็อบอยู่ยาวอย่าดึงคดีพรรคเอี่ยว

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2562 – น.ส.ณัฐฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana พร้อมภาพและวิดีโอระบุว่า หนึ่งสิ่งที่ต้องพูดถึงคือ เมื่อเรามีจำนวนมากพอ ไม่มีใครทำอะไรได้ค่ะ ยืนยันหลักการ สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แล้วลุยไป อย่าไปพูดอะไรที่เป็นการเจือจางหลักการ วันนี้อยู่หนึ่งชั่วโมง วันหน้าถ้าจำเป็นจะต้องนานกว่านี้ก็คือนานกว่านี้ การชุมนุมไม่ใช่งานปาร์ตี้แก้เหงา มันคือการสร้างความเกรงใจที่ผู้ถืออำนาจต้องมีต่อประชาชน #หยุดระบอบมาเฟีย

ภาพและวีดีโอจากเพื่อนๆ บรรยากาศการชุมนุมวันนี้ คนเยอะกว่าทุกงานตลอดห้าปีที่ผ่านมา นักเรียนนักศึกษาก็เยอะค่ะ ที่มาทักทายถ่ายรูปด้วยกันก็เป็นเด็กมัธยมปลายเยอะพอๆกับมหาวิทยาลัย มีคนที่เจอกันครั้งแรกจำนวนมาก เสียงตะโกนที่ดังขึ้นบ่อยที่สุดคือ “ประยุทธ์ ออกไป”

#ประยุทธ์ออกไป .. นั่นควรจะเป็นเป้าหมายต่อจากนี้ ควบคู่ไปกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้อำนาจกลับมาอยู่ในครรลองตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีคนใดสามารถเลือกคน 250 คนมาโหวตเลือกตัวเองเป็นนายกฯ อีกต่อไป วันนี้ถือเป็นก้าวแรกของการแสดงพลังที่พูดได้เต็มปากว่าประสบความสำเร็จ ปัจจัยหลักน่าจะเป็นเพราะความระยำที่องคาพยพแวดล้อมของรัฐบาลนี้กระทำสะสมต่อเนื่องมาจากรัฐบาล คสช. ผลของ รธน.60 ที่สะท้อนผ่านความไร้สมรรถภาพของ “รัฐบาลสวนกล้วย” และเพราะคนที่ประกาศเรียกคนออกมาครั้งนี้คือคุณธนาธร ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมทั้งที่เป็นแฟนคลับ อนค.และไม่ใช่ มั่นใจว่าจะได้ผลดี ทุกคนคือคนที่มี “ศัตรูร่วม” และตั้งใจใช้โอกาสนี้ขับเคลื่อนเพื่อเป้าหมายร่วมอันเดียวกัน

ความท้าทายอยู่ที่ก้าวต่อไป อนค.ต้องเข้าใจชัดเจนว่าคนที่ออกมาในวันนี้คือคนที่ไม่พอใจกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากคณะรัฐประหาร ที่ร่างกติกาบิดเบี้ยวและสร้างวัฒนธรรมการเลือกปฏิบัติอย่างเข้มข้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อนค.หรือผู้นำการชุมนุมตามจุดต่างๆ ต้องไม่เข้าใจผิดว่าทุกคนที่ออกมาคือกองเชียร์ธนาธรหรือ อนค. แม้จะเป็นแนวร่วม แต่หากสารที่สื่อในการชุมนุมหรือการส่งเสียงนำมวลชนไขว้เขวไปเป็นเรื่องของพรรค จะเป็นการจำกัดกลุ่มผู้เข้าร่วม และขยายตัวยาก

ก้าวต่อไปจึงต้องเป็นก้าวที่ชัดเจนในเป้าหมาย ส่งเสริมการยืนระยะ และการขยายตัว #หยุดระบอบมาเฟีย #StoptheMafia

สมชาย ระบุ แฟลชม็อบธนาธร ชุมนุมผิดกฎหมาย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404623?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สมชาย ระบุ แฟลชม็อบธนาธร ชุมนุมผิดกฎหมาย

15 ธันวาคม 2562 – 11:08 น.
สมชาย,ธนาธร,ช่อ,ผิดกฎหมาย,แฟลชม็อบ
เปิดอ่าน 299 ครั้ง

“สมชาย” ระบุ แฟลชม็อบ ชุมนุมสกายวอล์คผิดกฎหมาย ขัด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ สุ่มเสี่ยงใกล้เขตพระราชฐาน สตช.ต้องออกหมายเรียก “ธนาธร-ช่อ” รับทราบข้อกล่าวหา

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงการชุมนุม ที่สกายวอล์คสยาม ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่า มีความผิดตามพ.ร.บชุมนุมในที่สาธารณะ 2558 โดยระบุว่า

แม้จะอ้างสารพัด แต่อีกไม่กี่วันสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องมีหมายเรียกให้นายธนาธร และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ไปรับทราบข้อกล่าวหา ผิดพ.ร.บชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนนายปิยะบุตร แสงกนกกุล นั้นไม่เห็นหลักฐานยืนยันในสื่อว่าเป็นผู้เข้าข่ายจัดการชุมนุม นอกจากการไปเข้าร่วมปราศัย หลายคนมองว่าคงหลบรอดพลิ้วไปได้ตามประสานักกฎหมายอีก

ที่บอกว่าผิดกฎหมายนั้น เพราะการชุมนุมที่สกายวอล์คจะเรียกชื่อหรูลอกเลียนฝรั่งฮ่องกงว่าแฟลชม็อบหรือถูกฝ่ายตรงข้ามดูแคลน ว่า แฟลตม็อบ หรือ โฟโต้ม็อบ หรือเฟซบุ๊กม็อบ หรือเซลฟี่ม็อบ และมีคนมาร่วมจริงประมาณ 500-8,000 คนก็ตาม เป็นการชุมนุมทางการเมืองที่เข้าข่ายต้องมี 1)ผู้จัดการการชุมนุม 2)ต้องมีการขออนุญาตชุมนุม 3)มีข้อห้ามชุมนุมในระยะที่ต้องห่างจากเขตพระราชวังไม่น้อยกว่า 150 เมตร

ทั้ง 3 ข้อนั้น มีหลักฐานยืนยันว่า นายธนาธร และน.ส.พรรณิการ์ โฆษณาชักจูงหรือให้สัมภาษณ์หรือกระทำโดยวิธีใดนัดหมายคนมาร่วมชุมนุม โดยเท่ากับเป็นผู้จัดการการชุมนุม และไม่พบว่ามีการขออนุญาตและได้รับอนุญาตการชุมนุมการเมืองดังกล่าว อีกทั้งจุดที่จัดการชุมนุมบนสกายวอล์คบริเวณใกล้สยามนั้น มีความสุ่มเสี่ยงที่จะอยู่ในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน ที่ต้องห้ามการชุมนุมในบริเวณ 150 เมตรจากพระราชวัง

จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ 2558 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ดำเนินการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไปครับ

ซูเปอร์โพล แนะ ทางรอดพรรคอนาคตใหม่ซบรัฐบาล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404622?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ซูเปอร์โพล แนะ ทางรอดพรรคอนาคตใหม่ซบรัฐบาล

15 ธันวาคม 2562 – 09:56 น.
ซูเปอร์โพล,ทางรอดรัฐบาล,ดรนพดล กรรณิกา,ทางรอดอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 1,084 ครั้ง

ซูเปอร์โพล แนะ ทางรอดพรรคอนาคตใหม่ซบรัฐบาล ระบุเป็นข้อเสนอที่ไร้ความรุนแรง

15 ธันวาคม 2562 สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทางรอดอนาคตใหม่ กับ เสียงประชาชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทางรอดอนาคตใหม่ กับ เสียงประชาชน

กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 2,737 ตัวอย่าง และ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” (Traditional Voice) จำนวน 1,144 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี ถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง ส.ส.ควรทำอย่างไรเพื่อความอยู่รอดของตนเองและช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้ด้วย พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.5 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 34.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และร้อยละ 14.2 ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจ

ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 40.0 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย รองลงมาคือ ร้อยละ 18.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.9 ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 13.5 ระบุ พรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 12.3 ระบุพรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 ระบุความขัดแย้งทางการเมืองมีผลทำให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีกมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ ร้อยละ 17.5 ระบุ น้อยถึงไม่มีผลเลย

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยนอกเหนือไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.3 ระบุไม่มี ในขณะที่ ร้อยละ 10.0 ระบุว่ามี ได้แก่ ธนาธร ร้อยละ 4.5 ปิยบุตร ร้อยละ 1.6 และคนอื่น ๆ ร้อยละ 3.9 และที่เหลือร้อยละ 36.7 ระบุ ยังไม่รู้ใครจะทำได้ ไม่ตอบ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบว่า เรื่องของพรรคอนาคตใหม่กำลังเข้าถึงคนในโลกโซเชียลทั้งหมด 32,109,909 คน หรือ ประมาณสามสิบสองล้านคน แต่มีคนที่สนใจพูดถึงเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ในโลกโซเชียลจำนวน 165,937 คน หรือ หนึ่งแสนหกหมื่นกว่าคน อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับต่อเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ค้นพบครั้งนี้เป็นเสียงตอบรับเชิงบวกร้อยละ 52.3 และเสียงตอบรับเชิงลบมีร้อยละ 47.7

ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่ค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่า เรื่องของพรรคอนาคตใหม่น่าจะมีทางออกไปตามกระบวนการประชาธิปไตยได้ไม่ยากนักถ้าไม่เกิดความรุนแรงบานปลายคือ ถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง ประชาชนส่วนใหญ่ก็มีทางออกให้พรรคอนาคตใหม่ด้วยความสงบเรียบร้อยโดยไม่มีการเสนอทางออกใดด้วยวิถีแห่งความรุนแรง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความกลัวและความกังวลของประชาชนที่จะเกิดเหตุวุ่นวายซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศให้แย่ลงไปอีกมากกว่า

“อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกคนในชาติหันมาช่วยกันป้องกันเหตุรุนแรงบานปลายด้วยการ “บริหารอารมณ์” ได้ บ้านเมืองก็น่าจะเดินหน้าต่อไปไม่หยุดชะงัก ส่วนใครปลุกระดมและก่อเหตุรุนแรงบานปลายก็ต้องถูกจัดการตามกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการทางสังคม อย่าให้มาทำร้ายสังคมได้อีก เนื่องจากเมื่อถึงจุดหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง คนไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะรักความสงบตามเพลงชาติที่พรรคอนาคตใหม่และกลุ่มผู้สนับสนุนได้ร่วมกันร้องด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเมื่อเย็นวานนี้” ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว

‘รมช.ประภัตร’พบชาวสระแก้ว ดันอาชีพเลี้ยงสัตว์สู้ภัยแล้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460361

‘รมช.ประภัตร’พบชาวสระแก้ว ดันอาชีพเลี้ยงสัตว์สู้ภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.35 น.

15 ธันวาคม 2562 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจเยื่นมศูนย์เรัยนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก) ต.หนองสัง อ อรัญประทศ จ.สระแก้วจากนั้นตรวจเยี่ยมสหกรณ์โคบาลบูรพาวัฒนานคร หมู่ 7 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยมี นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ได้พบปะสมาชิก และชมการขายลูกโคเพศผู้ที่เกิดขึ้นตามโครงการที่สามารถจำหน่ายได้แล้วของสหกรณ์โคบาลบูรพา ซึ่งจำหน่ายตามน้ำหนัก โดยเกษตรกรจำหน่ายได้ในช่วง 100-120 บาท/กก.

โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ พร้อมกันนี้ รมช.เกษตรฯ เป็นตัวแทนของสหกรณ์เครือข่ายโคเนื้อที่เป็นผู้มารับซื้อ ตาม mou ที่ได้ทำร่วมกัน มอบเงินให้กับเกษตรกรตามโครงการที่นำลูกโคเพศผู้มาขาย นอกจากนี้ยังได้มอบถังสนามเก็บน้ำเชื้อแก่อาสาผสมเทียม ตลอดจนมอบลูกโคเพศเมียโคบาลบูรพา เพื่อเป็นการขยายผลโครงการฯ และมอบหญ้าแห้งเพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ให้แก่สหกรณ์โคบาลบูรพาทั้ง 3 แห่งอีกด้วย

ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้แก่โครงการโคบาลบูรพา จำนวน 1,329.30 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่เหมาะสมหรือให้ผลผลิตต่ำมาเลี้ยงปศุสัตว์ ที่สามารถสร้างรายได้ สร้างความมั่นคง และเป็นอาชีพที่ยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นการเพิ่มปริมาณโคเนื้อให้เพียงพอต่อการบริโภคในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย

ปัจจุบันโครงการโคบาลบูรพา มีเกษตรกรที่เลี้ยงโคเนื้อ 6,000 รายๆ ละ 5 แม่ รวมทั้งสิ้น 30,000 ตัว และแพะเนื้อ 100 รายๆ ละ 32 ตัว รวม 3,200 ตัว ซึ่งในอนาคตรัฐบาลมีเป้าหมายว่าโคเนื้อและแพะเนื้อจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น สามารถส่งไปจำหน่ายยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย หรือส่งออกไปยังต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้เกษตรกรยังเผชิญกับปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเกษตรกร จึงได้อนุมัติโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร อาทิ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และปลูกพืช ทุกโครงการจะต้องมีตลาดรองรับ และมีการรวมกลุ่มกัน โดย ธกส. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยล้านละ 100 บาทต่อปี รวมถึงกรมทรัพยากรน้ำบาดาลสนับสนุนบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร อีกทั้งมีประกันความเสียหายให้ เป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ในช่วงภัยแล้ง มีน้ำน้อย ภายในระยะเวลา 4 เดือน

นอกจากนี้ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 62 จะมีการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่าง กรมปศุสัตว์ และ ธ.ก.ส. ณ บึงฉวากรีสอร์ท อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ก่อนจะเริ่มคิกออฟโครงการดังกล่าวในวันอังคารที่ 17 ธ.ค. 62 ณ โดยขับเคลื่อนใน จ.ขอนแก่น เป็นแห่งแรกต่อไป

ทั้งนี้ ในด้านการผลิตโคเนื้อนั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีการเลี้ยงโคเนื้อประมาณ 5.8  ล้านตัว ผลิตเพื่อการบริโภคได้ปีละ 1 ล้านตัว แต่มีความต้องการบริโภค ปีละ 1.2 ล้านตัว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปริมาณโคเนื้อผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งถ้าจะให้เพียงพอต้องเพิ่มแม่โค อย่างน้อย 500,000 แม่ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เกษตรกรจะหันมาประกอบอาชีพการเลี้ยงโค ซึ่งจะจำหน่ายได้ราคาดี ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนมีความต้องการโคเนื้อมีชีวิตเป็นจำนวนมาก

หากไทยสามารถพัฒนายกระดับศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อได้สำเร็จ จะทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้ สามารถแก้ปัญหาการผลิตภาคเกษตรทั้งระบบ สามารถพัฒนาศักยภาพการเลี้ยงโคเนื้อให้ตรงกับความต้องการของตลาด ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงให้ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงจะทำให้เกษตรกรพ้นจากความยากจน และมีอาชีพมั่นคง ความเป็นอยู่ดีขึ้นได้อย่างยั่งยืนต่อไป

‘รมช.เกษตร’ลุยด่านอรัญฯ กำชับคุมเข้มโรคจากสัตว์เข้าไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/460302

‘รมช.เกษตร’ลุยด่านอรัญฯ กำชับคุมเข้มโรคจากสัตว์เข้าไทย

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 10.58 น.

เมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 15 ธ.ค. 62 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะฯได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว,ด่านตรวจพืช และ ด่านประมง ประจำด่านพรมแดนคลองลึก จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีนายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว,นายออน  อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ,พ.อ.เอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผบ.ชค.กรม.ทพ.12(ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12) ,นายวิบูลย์  ศรีมั่นคงธรรม หัวหน้ากลุ่มด่านกักกันสัตว์ที่ 2 ภาคตะวันออก/ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สระแก้ว นำ จนท.ด่านกักกันสัตว์,จนท.ด่านตรวจพืช และ จนท.ด่านประมง ประจำ ด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อม จนท.ตม.จว.สระแก้ว และ จนท.ด่านศุลกากรอรัญประเทศ มาร่วมให้การต้อนรับบริเวณด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ทั้งนี้นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ ได้เดินเท้าตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของ จนท.ฯประจำ ด่านพรมแดนคลองลึกฯ พร้อมทักทายและให้กำลังใจ จนท.ในการปฏิบัติงาน โดยกำชับให้ จนท.ทุกฝ่ายดูแลเรื่องการตรวจและสกัดกั้นโรคสัตว์ทุกชนิดป้องกันไม่ให้เข้ามาระบาดในประเทศไทยได้ และกำชับการป้องกันการลักลอบนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดเข้ามาในประเทศไทย  โดยนายประภัตรฯ ได้เดินตรวจไปจนถึงบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ริมชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมเดินทักทายประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่เดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ก่อนจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว และเยี่ยมชมการจำหน่ายลูกโคเนื้อเพศผู้ของสมาชิกสหกรณ์โคบาลบูรพาวัฒนานคร ในพื้นที่หมู่ 7 ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายสุรเดช สมิเปรม รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดให้การต้อนรับ ซึ่ง รมช.เกษตรฯได้มอบถังสนามเก็บน้ำเชื้อแก่อาสาผสมเทียม และ มอบลูกโคเพศเมียโคบาลบูรพา เพื่อเป็นการขยายผลโครงการพร้อมทั้งยังได้มอบหญ้าแห้งเพื่อจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ให้แก่สหกรณ์โคบาลบูรพาทั้ง 3 แห่งอีกด้วย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ เผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาด้านปศุสัตว์ให้แก่โครงการโคบาลบูรพา จำนวน 1,329.30 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.สระแก้ว ที่ประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำทุกปี โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่เหมาะสมหรือให้ผลผลิตต่ำ มาเลี้ยงปศุสัตว์ ที่สามารถสร้างรายได้ สร้างความมั่นคง และเป็นอาชีพที่ยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออก เป็นการเพิ่มปริมาณโคเนื้อให้เพียงพอต่อการบริโภคในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย โดยมอบแม่พันธุ์โคเนื้อ จำนวน 3,000 ตัว  และแพะเนื้อ จำนวน 3,200 ตัว ให้กับเกษตรกรจังหวัดสระแก้วไปแล้วนั้น ในอนาคต โคเนื้อและแพะเนื้อจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น สามารถส่งไปจำหน่ายยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย หรือส่งออกไปยังต่างประเทศได้

คุณแหน : 2 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457558

650935

คุณแหน : 2 ธันวาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll นันทนา ขาวปลื้ม ผจก.ทั่วไป บจก. แบรนด์ซันโทรี่ (ประเทศไทย) และ มธุวลี สถิตยุทธการ ไปมอบรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมตู้คอนเทนเนอร์ ให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยมี ศ.(พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล มารับมอบ…

ll ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช ปธ.ชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ รุ่น 2515 (CU15) ร่วมกับ ดร.วันทนีย์ จองคำ และ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน จับมือกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม,กรมควบคุมมลพิษ, กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น, และสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) รณรงค์รวมพลังลดขยะ ในงานกาชาดปีนี้ที่สวนลุมพินี มีทั้งเปิดเต็นท์ขนาดใหญ่จัดการอบรมวิธีการจัดการขยะระดับครัวเรือน โรงงานและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ CU15 ยังจัดทัพขบวนพาเหรดของศิษย์เก่าเดินให้ความรู้คนที่มางานกาชาดทุกวัน เพื่อสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้อง…เรียกว่า ทำกิจกรรมแบบลืมนับอายุ…

ll ปกติเวิร์กกิ้งวูแมน น.ต.พญ.สุจิตรา สวาทยานนท์ จะติดคิวนัดยุ่งตลอดทุกวันแต่ช่วงนี้ ลูกชายสุดที่รัก กลับมาเยี่ยมจากอเมริกา ..คุณหมอกุ้งเทคิวให้หมด งดรับนัดใคร…

ll ทุกวันพุธมักจะเห็น วานิพรรณ เกษมทองศรี พาสามี วิเชษฐ์ ไปฝังเข็มที่รพ.หัวเฉียว เช่นเดียวกับ ธัญญา โสภณ ของ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ก็ไปพบแพทย์จีนเพื่อรับการฝังเข็มด้วยเช่นกัน…

ll เพื่อนๆชาว digital ceo#2 นัดเลี้ยงยินดีกับ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดสฤษดิ์ วิฑูรย์ และ วัฒนา พุฒิชาติ ที่ได้รับรางวัลสำเภาทองประจำปี 2562 โดยจะรวมพลไปอุบลฯแล้วเลยไปศรีสะเกษต่อเลย พร้อมขอเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนเพื่อไปช่วยสนับสนุนเรื่องการส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล…

ll หลังลุ้นมาหลายเดือน ประภาพรรณ เวลเซอร์ สุดปลื้มที่ลูกสาวฝาแฝด ลลิณา-อลิสสา เวลเซอร์ ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาแข่งม้าประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางของทีมชาติไทย พร้อมเก็บตัวเข้าแข่งขัน FEI Asian Championship 2019 ในนามทีมชาติไทย ที่สนามแข่งขันไทยโปโล พัทยา 1-8 ธ.ค. ซึ่ง FEI (Federation Equestrian International) จัดเป็นครั้งแรกในเมืองไทย FC ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ทีมชาติไทยด้วย…

ll สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ จากสยามคูโบต้า สุดขยัน..ชีพจรลงเท้าต้องไปเยอรมนีติดกัน 2 ครั้ง ด้วยไปดูงาน Aunuga fair 2019 กลับมาไม่กี่วันก็ต้องกลับไปร่วมงาน Agritechnica 2019 ที่ทางคูโบต้าเอานวัตกรรมการเกษตรไปร่วมโชว์เทคโนโลยีด้วย…

ll ไม่รอให้เหล่าสาวกคนรักเพชรได้พักเลย สุริยน ศรีอรทัยกุล เดินหน้าจัดงาน “The Oasis of Diamonds” เอ็กซิบิชั่นเครื่องประดับเพชรและอัญมณีเลอค่าหลากหลายคอลเลคชั่นจาก “บิวตี้ เจมส์”7 ธ.ค. 18.00 น. ณ ดิ อีเวนท์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลชิดลม…ll

คุณแหน

#ดีต่อใจแค่ไหน ถ้าเงินบริจาคของคุณ ช่วยต่อชีวิตเด็กป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดได้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457536

#ดีต่อใจแค่ไหน ถ้าเงินบริจาคของคุณ ช่วยต่อชีวิตเด็กป่วยโรคหัวใจแต่กำเนิดได้

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“คุณเคยได้ยินเสียงหัวใจเด็ก
…เต้นผิดปกติตั้งแต่กำเนิดไหม” จะดี
ต่อใจแค่ไหนถ้า “การบริจาคของคุณ”
สามารถ “ช่วยต่อชีวิตเด็กๆ ที่มีปัญหา
โรคหัวใจแต่กำเนิดได้” จะดีต่อใจแค่ไหน
ถ้าได้ยินคำขอบคุณจาก “เด็กๆ ที่มีชีวิตอยู่ต่อได้” จาก “การบริจาค
ของคุณ” และจะดีต่อใจแค่ไหนถ้าเห็น
พ่อแม่ดีใจที่สุดที่ได้เห็น “ลูกๆ มีหัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง” จาก “การบริจาคของคุณ”

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ น้องไอรดา จะตัวเล็กมาก กินอาหารได้น้อย มีอาการซึมเศร้า และป่วยบ่อยหลังจากผ่าตัดแล้ว น้องก็เริ่มดีขึ้นร่าเริงกว่าแต่ก่อน สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ช่วยดูแลรักษาน้องไอรดาจนดีขึ้นมาก ผมขอให้โครงการดีๆ แบบนี้มีต่อไปเรื่อยๆ ครับ” คุณพ่อของ ด.ญ.ไอรดา กล่าว

“เงินบริจาคของท่าน ไม่ใช่แค่ช่วยให้เด็กน้อยคนหนึ่งได้มีชีวิตที่สดใส แต่ช่วยต่อลมหายใจให้คนเป็นพ่อแม่ได้มีความสุขอีกครั้ง ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ” คุณพ่อของ ด.ช.กิตติทัศน์ กล่าว

“อาการก่อนที่หนูจะผ่าตัด คือเหนื่อยง่ายค่ะ แต่หลังจากการผ่าตัดอาการดีขึ้น ไม่ค่อยเหนื่อยง่าย รู้สึกขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ที่ได้ช่วยให้เด็กคนหนึ่งมีอาการดีขึ้น ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” ความรู้สึกของ ด.ญ.สิริวิมล

นี่คือบางส่วนของ “คำขอบคุณ” จากครอบครัวและน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ส่งมาถึงทีเอ็มบี หลังได้รับการช่วยเหลือจากกิจกรรม TMB | ING PARKRUN เมื่อปี ٢٥٦١ ที่ผ่านมา ทำให้ยิ่งอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ #ดีต่อใจ ทั้งจากผู้ให้และผู้รับ เพราะหัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญต่อร่างกาย TMB | ING PARKRUN 2019 มองเห็นถึงปัญหาของเด็กไทยกว่า 7,500 คนต่อปี ที่เกิดมาพร้อมกับอาการผิดปกติที่หัวใจส่งผลร้ายต่อพัฒนาการทางร่างกาย นำมาสู่ความร้ายแรงถึงชีวิต นับเป็นภาวะเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการรักษาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะรักษาชีวิตของพวกเขาไว้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ด้วยความตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ทำให้ TMB | ING PARKRUN 2019 กลับมาอีกครั้ง เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจไปได้แล้วกว่า 1,200 คน ให้หัวใจน้องๆ อีกหลายดวงเต้นต่อไปได้ โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายทั้งจากการซื้อบัตรวิ่งและการร่วมบริจาค ทีเอ็มบีจะมอบเป็นค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือค่าผ่าตัดผู้ป่วยเด็กของมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และคาดหวังว่ากิจกรรมปีนี้จะสามารถช่วยต่อหัวใจให้น้องๆ ได้เพิ่มขึ้นอีกหลายดวง

สิ้นปี ٢٥٦٢ นี้ใครกำลังตัดสินใจเลือกกิจกรรมเพื่อร่วมบริจาค เราอยากให้ TMB | ING PARKRUN 2019 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกดีๆ ในการบริจาคของคุณ เพราะคุณจะมั่นใจได้ว่า “เงินบริจาคของคุณ” ถูกส่งต่อให้กับน้องๆ ที่รอการผ่าตัดหัวใจอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยต่อหัวใจน้องๆ ให้มีโอกาสกลับมาเต้นต่อได้อีกครั้งกันเถอะ ผู้ที่สนใจสามารถบริจาคได้ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2562 นี้ ทางเว็บไซต์ https://parkrun.tmbfoundation.or.th/donations/ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 085-5673891, Email parkrun. tmbfoundation@gmail.com LINE@: @tmbingparkrun

ลิ้มรสอาหารคาว-หวานระดับพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457561

ลิ้มรสอาหารคาว-หวานระดับพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายนาโอยะ คาคิโซเอะ ประธานกรรมการ Marine Eco-Label Japan (MEL) (มารีน อีโค-เลเบล เจแปน) พร้อมด้วย นายอุเรียว ฮิโระยูกิ กรรมการ Japan Fisheries Association (สมาคมประมงญี่ปุ่น) ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมืองาน “Marine Eco-label Japan Tasting and Business Matching”(งานเลี้ยงและเจรจาธุรกิจ มารีน อีโค-เลเบล เจแปน) ณ Residence of Ambassador of Japan ซอยสุขุมวิท 3

สำหรับงาน “Marine Eco-Label Japan Tasting and Business Matching”จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการที่รับรองการสนับสนุนธุรกิจประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า “MarinEco-Label” นอกจากนี้ ภายในงานยังได้พบกับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก “Marin Eco-Label” อาทิปลาแซลมอนญี่ปุ่น, ปลาบุรี, ปลามะได ฯลฯ พร้อมกันนี้ นุ้ย-สุจิรา อรุณพิพัฒน์ได้มาร่วมสร้างสีสัน และให้เกียรติร่วมพูดคุย ในฐานะผู้บริโภคที่มีบทบาทต่อการพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อวัตถุดิบทางทะเลที่มีความปลอดภัย

ผู้ที่สนใจสามารถไปเลือกชิมกับวัตถุดิบและเมนูอาหารคาว-หวานระดับพรีเมียมที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นได้ที่งาน “MarineEco-Label Japan week in BangkokRestaurant Fair” ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่4 ธันวาคม 2562 ณ PremiumJapanese Food Hall “88 HACHI-HACHISHOKUDO NIPPON” (ฮาจิ-ฮาจิ โชคุโดนิปปอน) ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าอิเซตันเซ็นทรัลเวิลด์