เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น (komchadluek.net)

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น

เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น

17 ธันวาคม 2563 – 15:57 น.

เชิญชม “Concert in the Park” กลางสายลมเย็น

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สนับสนุนโดย บุญรอดบริวเวอรี่ และ บี กริม ขอเชิญชม Concert in the Park บรรเลงโดย Royal Bangkok Symphony Orchestra อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ในวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 เวลา 18.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พบกับนักร้องรับเชิญ กรกันต์ สุทธิโกเศศ และสาธิดา พรหมพิริยะ
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พบกับ พิจิกา จิตตะปุตตะ และอิสรพงศ์ ดอกยอ


ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขอความกรุณาแต่งกายสุภาพ พร้อมนำบัตรประชาชนมาแสดงก่อนเข้างาน กรณีชาวต่างชาติ กรุณาแสดงหนังสือเดินก่อนเข้างาน
Facebook: royalbangkoksymphonyorchestra

เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น
เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น
เชิญชม "Concert in the Park" กลางสายลมเย็น

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” (komchadluek.net)

ไม่ควรมองข้าม… “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่”

ไม่ควรมองข้าม... "อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่"

17 ธันวาคม 2563 – 11:14 น.

ทำความรู้จัก “อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่” เรื่องไม่เล็ก… และไม่ควรมองข้าม

หลายคนอาจจะมีความเข้าใจว่า ปัญหาสุขภาพอย่างเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น จริงๆ แล้วผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน  โรคความดันโลหิตสูง โรคทางสมอง โรคซึมเศร้า ก็อาจทำให้เกิดภาวะ “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่” ได้ด้วยเหมือนกัน

“กลั้นปัสสาวะไม่ได้”…สัญญาณทางร่างกายที่เราต้องฟัง

ผู้ที่มีความเสี่ยงจากภาวะเช่นนี้ สังเกตอาการเริ่มต้นได้ง่ายๆ คือ ปัสสาวะบ่อยมากกว่า 8 ครั้งต่อวัน แถมยังมีอาการปัสสาวะเล็ด เมื่อไอ จาม หัวเราะ หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหว ปวดปัสสาวะเมื่อไหร่ต้องเข้าห้องน้ำทันที และมีอาการเหมือนปัสสาวะไม่สุดอยู่เสมอจนถึงอาการหนักคือ กลั้นไม่ได้เลย ราดทันทีเมื่อปวดปัสสาวะ 
เรามาดูกันว่าปัจจัยเสี่ยงสู่ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีอะไรบ้าง
•อายุที่มากขึ้น ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่ามีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ถึง 15-35%
•โรคอ้วน น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น
•การคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ / การผ่าตัด เช่น การผ่าตัดมดลูก, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก
•โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคพาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม

เทคนิคป้องกันปัญหา “กลั้นปัสสาวะไม่ได้” ทำอย่างไรดี
อย่างไรก็ตามถึงแม้ภาวะดังกล่าวจะสร้างความกังวลใจและสร้างปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้โดยการบริหารกล้ามเนื้อหูรูดให้แข็งแรง ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้

1. ฝึกขมิบกล้ามเนื้อหูรูด ขมิบทำเหมือนกำลังกลั้นปัสสาวะ โดยขมิบครั้งละประมาณ 5 วินาที แล้วหยุด10 วินาที ทำซ้ำแบบนี้ 10 ครั้ง เริ่มต้นอาจจะทำวันละ 3 เวลาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น ทุกวัน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนให้ถี่ขึ้น

2. ฝึกควบคุมการขับถ่าย พยายามกลั้นปัสสาวะให้นานขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนที่จะไปปัสสาวะ ให้ยืดระยะเวลาระหว่างการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง ให้นานขึ้น แต่ไม่ควรกลั้นนานเกินไป

3.ทานอาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ลดความดันในช่องท้อง

4. ไม่ควรเบ่งปัสสาวะอย่างรุนแรงและปัสสาวะให้หมด หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อย และงดสูบบุหรี่ ไม่ดื่มน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้ไตทำงานหนัก และเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด

5. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้น้ำหนักมากจนเกินไป เพื่อลดแรงบีบต่อกระเพาะปัสสาวะของหน้าท้อง

จะเห็นว่าอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจส่งผลให้สูญเสียโอกาสบางอย่างในชีวิต เช่น ไม่สามารถเดินทางไปสถานที่ไกลๆ ได้ เพราะมีข้อจำกัดด้านห้องน้ำ อาจนอนหลับไม่สนิทเพราะกังวลเรื่องการปัสสาวะ และอาจส่งผลให้กลายเป็นคนไม่ชอบออกไปข้างนอก และไม่กล้าเข้าสังคมไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับความกังวลเรื่องปัสสาวะต่างๆ รวมถึงปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ นั่นก็คือ กางเกงซึมซับ ที่ช่วยให้คุณได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนเดิม โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาปัสสาวะอีกต่อไป 

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับนั้น ควรมั่นใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ดี มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน อย่างกางเกงซึมซับจาก เซอร์เทนตี้ (Certainty) ที่ใส่สบาย มี เทคโนโลยี Air Dry ที่ไม่เพียงช่วยให้คุณรู้สึกแห้งสบายไม่อับชื้น แต่ยังมั่นใจในทุกกิจกรรมที่ทำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึม นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ 3 พลัส คือ ลดแบคทีเรีย ลดกลิ่น สัมผัสนุ่มสบายผิว พร้อมขอบขาตั้งป้องกันการรั่วซึม ช่วยให้คุณคลายกังวลเรื่องปัญหาปัสสาวะไปได้เลย  

ปัญหาเรื่องปัสสาวะเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่เพียงแต่กับผู้สูงอายุ อย่าลืมหมั่นสังเกตพฤติกรรมและอาการของตัวคุณเอง ที่สำคัญหากท่านที่มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะ ลองเลือกผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับเป็นตัวช่วยเพื่อให้คุณใช้ทุกเวลาแห่งความสุขร่วมกับคนที่คุณรักได้อย่างเต็มที่ พร้อมมั่นใจในทุกกิจกรรมที่ทำได้โดยไร้กังวล ทุกที่ ทุกเวลา

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต (komchadluek.net)

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

16 ธันวาคม 2563 – 14:55 น.

ม.มหิดล สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต ระบุ ทั้ง “ชาญ” และ “Micky” จะมาร่วมพูดคุยกับน้องๆ นักเรียนม.ปลาย ระหว่าง 19-20ธ.ค.นี้ที่มหิดล ศาลายา นครปฐม

นักวิจัยในโลกยุคดิสรัปชันเช่นปัจจุบัน สร้างสรรค์นวัตกรรมโดยมองถึงผลกระทบ (impact) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่ง “นวัตกรรม” คือ “การสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่” โดยจะไม่มีวันเกิดขึ้น หากไม่ “ลงมือทำ” เสียตั้งแต่วันนี้

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ได้กล่าวไว้ว่า “นักวิจัยที่ดี” ต้องรู้จัก “มองอนาคตให้เป็น” และ “กล้าคิดนอกกรอบ” เพื่อการสร้างสรรค์สู่สิ่งใหม่ “ถ้าเรายังทำวิจัยเหมือน 5 ปีที่แล้ว ก็จะไม่เกิดสิ่งใหม่ แต่ถ้าเรามองโลกในอนาคตอีก 5 ปีว่าต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่คนต้องการในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า หมายถึงว่า เราต้องเริ่มทำวิจัยสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในวันนี้”

“จมูกอิเล็กทรอนิกส์” (Electronic Nose) ซึ่งใช้ดมกลิ่นแทนจมูกของมนุษย์ ถือเป็นผลงานนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มโดยอาจารย์ประจำ 2 ท่านจากคณะวิทยาศาสตร์ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนากร โอสถจันทร์ โดยมีความแตกต่างจากเซนเซอร์วัดความเข้มข้นของแก๊ส ตรงที่จมูกอิเล็กทรอนิกส์นั้นนอกจากใช้วัดกลิ่นแล้ว ยังสามารถประมวลผลได้เช่นเดียวกับสมองของมนุษย์ ซึ่งจมูกอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้พัฒนามาใช้เซนเซอร์วัดแก๊สด้วยการนำไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีโมเลกุลมาใกล้ ต้องเผาให้ร้อนเพื่อให้เกิดการนำพาโมเลกุลออกจากตัวเซนเซอร์ และต้องใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูงมาก

งานวิจัยในปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้ Electrochemical sensor ซึ่งใช้ปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้าของแก๊สที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีการให้ความร้อนแก่เซนเซอร์ ทำให้ได้นวัตกรรมใหม่ที่ไม่เปลืองกระแสไฟฟ้ามาก และสามารถทำในอุปกรณ์ทดสอบแบบเคลื่อนที่ได้

“ชาญ” นายชาญ ศรีเจริญ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล (SCME) เจ้าของโครงงานนวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์วัดความสุกของกล้วย” (Electronic Nose for Banana) ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนากร โอสถจันทร์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ถือเป็นความเจริญงอกงามจากผลงานนวัตกรรมต้นแบบจากเมื่อวันก่อนที่น่าจับตา

โดยชาญได้ต่อยอดความสำเร็จจากผลงานนวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์รุ่นแรกๆ ที่มีขนาดใหญ่ และต้องใช้อุปกรณ์ที่มีราคาสูง มาพัฒนาเป็นเครื่องมือขนาดพกพาที่มีราคาย่อมเยา จากการจัดหาอุปกรณ์เพื่อใช้ในโครงงานนวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์วัดความสุกของกล้วย” ด้วยตนเองทางออนไลน์

ซึ่งประกอบด้วยตัวปั๊มดูดอากาศ จอมอนิเตอร์แบบสัมผัส และแผงวงจรไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีขึ้นรูปชิ้นงานแบบ 3 มิติด้วย 3D Printer มาประกอบด้วยตัวเอง จากความรู้ และความถนัดทางไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากความสนใจ และค้นคว้าทดลองด้วยตนเอง

แรกทีเดียว ชาญมีความสนใจในเรื่อง Personal Healthcare หรือการแพทย์ส่วนบุคคล ที่ใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพยากรณ์การเกิดโรคต่างๆ มากกว่า แต่การพัฒนาอุปกรณ์เพื่อใช้กับคนนั้น จะต้องมีการศึกษาในระยะยาว เพื่อสร้างประสบการณ์ในการวิเคราะห์

ชาญจึงเริ่มต้นทดลองใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์ทดสอบการสุกของ “กล้วย” ซึ่งเป็นพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจการส่งออก และมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อมาศึกษาก่อน โดยได้ตั้งกลุ่มเป้าหมายของการประดิษฐ์ไว้สำหรับใช้ในครัวเรือนหรือร้านค้าขนาดเล็ก

เครื่องมือวัดความสุกของกล้วยด้วยจมูกอิเล็กทรอนิกส์ มีการทำงานโดยใช้ตัวเซนเซอร์วัดแก๊ส ซึ่งเป็นกลิ่นของกล้วยแต่ละผล ซึ่งในการวัดตัวอย่างกลิ่นจากกล้วยแต่ละครั้งจะใช้ปั๊มดูดลมผ่านกล่องที่กล้วย สลับกับผ่านท่อที่ไม่มีกลิ่น

เพื่อประมวลผลความแตกต่างของกลิ่นในแต่ละช่วงระยะเวลาความแก่และความสุกต่างๆ ของกล้วย ให้ระบบความเฉลียวฉลาดเทียมได้มีการเรียนรู้จดจำลักษณะต่างๆ ได้อย่างไม่คลาดเคลื่อน โดยชาญได้ออกแบบเครื่องมือให้ใช้จอมอนิเตอร์แบบสัมผัส เพื่อให้สามารถดูค่าความสุกของกล้วยได้โดยไม่ต้องติดตั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์

ในส่วนของโครงงานวิจัยของ “Micky” Mr. Suk Hyun Suh นักศึกษาเชื้อสายเกาหลีชั้นปีเดียวกัน และอาจารย์ที่ปรึกษาท่านเดียวกัน ได้ทำการทดลองโดยใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic tongue) ด้วยหลักการของ Electrochemical เช่นเดียวกัน ซึ่งจริงๆ แล้ว Micky สนใจที่จะใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์ทดสอบรสชาติของ “กิมจิ” ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของชาวเกาหลี แต่เนื่องจากโครงงานในส่วนนี้เป็นการทดลองในเบื้องต้น จึงใช้ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์กับการทดสอบความแตกต่างของน้ำดื่ม (Water Detection) ในแต่ละประเภทก่อน โดยได้ทดสอบกับตัวอย่างของน้ำทั้งหมด 16 ชนิด

ได้แก่ น้ำ RO หรือน้ำกรองบริสุทธิ์ น้ำดื่มและน้ำแร่ยี่ห้อต่างๆ รวมทั้งน้ำก๊อกหรือน้ำประปา ด้วยหลักการวัดค่ากระแสไฟฟ้าที่ผ่านหัววัด (probe) เพื่อสแกนค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าขึ้นลง โดยได้ประดิษฐ์หัววัดต่างๆ ขึ้นเอง และเลือกใช้กับตัวอย่างแต่ละประเภท แล้วนำค่าที่ได้ไปประมวลผล ให้ระบบมีการเรียนรู้ และจดจำเปรียบเทียบความแตกต่างของน้ำดื่มแต่ละประเภท

ซึ่งลิ้นอิเล็กทรอนิกส์นอกจากจะสามารถใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่นการทำกิมจิแล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คงความเป็นมาตรฐาน รวมทั้งทางการแพทย์และเภสัชกรรม เช่น การปรับปรุงรสขมของยาได้ ซึ่งทั้ง 2 โครงงานยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง และพัฒนา เพื่อให้ได้ผลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริงในอนาคตต่อไป

ทั้ง “ชาญ” และ “Micky” จะมาร่วมพูดคุยกับน้องๆ นักเรียนม.ปลายที่มาร่วมงาน Young Materials Innovator Camp ครั้งที่ 20 จัดโดย กลุ่มสาขาวิชาวัสดุศาสตร์และนวัตกรรมวัสดุ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (SCME) ระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2563 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งสามารถชม Facebook Live ได้ที่ http://www.facebook.com/scmemahidol

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’ (komchadluek.net)

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ ‘อักษร เอ็ดดูเคชั่น’

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

15 ธันวาคม 2563 – 13:55 น.

“อักษร เอ็ดดูเคชั่น” จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม กับโครงการ “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

เร็ว ๆ นี้ นายมนตรี เพิ่มพูนธนาลาภ รองกรรมการผู้อำนวยการสนับสนุนองค์กร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) (แถวบน – คนที่ 3 จากซ้ายมือ) ผู้นำด้านนวัตกรรมทางการศึกษา และกระบวนการเรียนการสอนแบบครบวงจร จัดกิจกรรม “Hour of code: ชั่วโมงโค้ดสนุก”

จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมเด็กไทยเขียนโปรแกรม หนึ่งในกิจกรรมดี ๆ จาก Code.org เว็บไซต์ระดับโลกด้านการออกแบบและสร้างหลักสูตร Computing Science หรือ วิทยาการคำนวณจากสหรัฐอเมริกาให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดคฤหบดี

และเด็กในศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 โดยได้รับเกียรติจาก นางจิตรลดา ถนอมศักดิ์ รองผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาสังคม (แถวบน – คนที่ 4 จากซ้ายมือ) และ คุณเชาวลิต สาดสมัย (ครูเชาวน์) ครูอาสาประจำศูนย์สร้างโอกาสเด็กสะพานพระราม 8 (แถวบน คนที่ 8 จากซ้ายมือ) เข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนวัดคฤหบดี (จันทรสถิตย์) เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ชั่วโมงโค้ดสนุก กับ 'อักษร เอ็ดดูเคชั่น'

นศ. มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร (komchadluek.net)

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

15 ธันวาคม 2563 – 08:20 น.

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร ‘ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี’ ทำง่าย เห็นกำไร

ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี อีกหนึ่งเมนูแนะนำจากนักศึกษารายวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เลอลักษณ์ เสถียรรัตน์ อาจารย์ประจำวิชานวัตกรรมเพื่อชุมชน

“ฟาง” นางสาวธนิสร ทองแบบ “ตุ๊กตา” นางสาวภัทราพร ชัชวาล “เตย” นางสาวปราณปรียา แก่กล้า “วรรณ” นางสาวเบญจวรรณ คำเหลือ และ “เชียร์” นางสาวจิรัชญา สุทธกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ถ่ายทอดให้กับชุมชน นำต่อยอดสร้างรายได้

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ เล่าว่า สืบเนื่องจากที่นักศึกษาลงพื้นที่เก็บข้อมูลในชุมชน พบว่าในพื้นที่มีหัวปลี และวัตถุดิบที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เดิมนักศึกษาจะทำน้ำพริกกากหมูจากหัวปลี“น้ำพริกกากหมูต้องใช้ส่วนผสมที่แห้งความชื้นต่ำเพื่อให้สามารถเก็บได้นาน

โดยต้องนำหัวปลีไปทำให้แห้งด้วยวิธีการอบแห้ง ทำให้หัวปลีเหนียวและแข็ง ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เหมาะสมในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในน้ำพริกกากหมู” จึงให้คำปรึกษากับนักศึกษาว่ามีสูตรการทำไส้อั่วจากงานวิจัยอยู่แล้ว สามารถนำมาปรับสูตรใช้ได้ ซึ่งคนไทยเป็นชาติเดียวที่นิยมรับประทานหัวปลี (ส่วนดอกของกล้วย)

สรรพคุณของหัวปลีมีมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด และลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร อุดมไปด้วยแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก และธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ทางยาแพทย์แผนไทยหรือยาพื้นบ้าน ถือว่าหัวปลีเป็นอาหารบำรุงน้ำนมชั้นเลิศของสตรีที่ให้นมบุตร  

จึงแนะนำให้คุณแม่หลังคลอดรับประทานหัวปลีเพื่อกระตุ้น การหลั่งน้ำนมและช่วยบำรุงเลือด เมนูส่วนใหญ่ที่นำหัวปลีมาประกอบอาหาร เช่น ต้มกะทิหัวปลี แกงเลียงหัวปลี ยําหัวปลีกุ้งสด ทอดมันหัวปลี เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับหัวปลี ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีจึงเป็นอีกเมนูทางเลือกที่สามารถทำได้ง่าย

โดยนำหัวปลีมาเป็นส่วนผสมช่วยลดปริมาณเนื้อสัตว์ซึ่งมักมีราคาแพง ส่วนผสมประกอบด้วย เนื้อหมูบด500กรัม หัวปลีสับละเอียด500กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย 10 ใบ ผักชีซอย2ช้อนโต๊ะ ต้นหอมซอย2ช้อนโต๊ะ และไส้หมู ส่วนผสมเครื่องแกง พริกแห้ง 10 เม็ด ข่าหั่น1ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดง10หัว กระเทียม 20 กลีบ กะปิ2ช้อนโต๊ะ เกลือ1ช้อนชา จากสูตรดังกล่าวได้ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี 1 กิโลกรัม

โดย“เตย”นางสาวปราณปรียา แก่กล้า เพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทำไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีว่า เริ่มจากการโขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด นำเนื้อหมูบด หัวปลีสับลงคลุกเคล้ากับเครื่องแกงที่โขลกไว้ ให้เข้ากัน ใส่ผักชี/ต้นหอม/ใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

จากนั้นนำไส้หมูมาล้างให้สะอาด วิธีการล้าง ไส้หมูคือใส่น้ำลงในไส้ แล้วกลับด้านในออกมาด้านนอก จากนั้นนำไปแช่น้ำใส่เกลือ ประมาณ 10 นาที แล้วกลับด้านนอกออกเหมือนเดิม เมื่อได้ไส้หมูแล้วนำส่วนผสมที่คลุกเคล้าไว้เรียบร้อยแล้ว มากรอกใส่ไส้หมู

โดยใช้กรวยช่วยในการกรอกใส่ไส้ เมื่อกรอกไส้จนเต็มแล้ว มัดปากไส้ นำไส้อั่วที่ได้ มาย่างไฟอ่อน ๆ จนสุกเหลืองทั่ว ประมาณ 45 นาที ขณะที่นำไส้อั่วย่างไฟ ให้ใช้ไม้จิ้มเพื่อระบายอากาศไม่ให้ไส้แตก การย่างกับ ถ่านไม้ ไส้อั่วจะมีกลิ่นหอม“โจทย์ของเราคือการหาวัตถุดิบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมากในชุมชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากประสบปัญหาวัตถุดิบผลผลิตมีราคาถูกมาก โดยหัวปลีจำหน่ายได้เพียงหัวละ3 – 5บาท จึงอยากนำผลผลิตในชุมชนมาใช้ให้ได้มากที่สุด”

ผศ.ดร.เลอลักษณ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับมุสลิมอาจจะดัดแปลงใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่น เช่น ไก่ โดยเลือกส่วนหน้าอก ซึ่งมีราคาจะถูกมากนำมาผสมมันไก่หรือหนังไก่ลงไป ส่วนไส้หมูก็ใช้ไส้เทียมทดแทน หรือถ้ากลุ่มแม่บ้านทำขายจำนวนมากๆ เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แนะนำให้ใช้ไส้เทียมแทนไส้หมู เพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง

โดยราคาขายไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีกิโลกรัมละ 300 บาท ทำง่าย สร้างกำไร และสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้ ผู้สนใจสามารถนำสูตรไส้อั่วสมุนไพรหัวปลีไปทำขายเพื่อสร้างรายได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่เบอร์ 087-5181144

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

ส่วนผสม

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร

นศ.มทร.ธัญบุรี แนะสูตร 'ไส้อั่วสมุนไพรหัวปลี' ทำง่าย เห็นกำไร


เรื่องและภาพโดย ชลธิชา ศรีอุบล

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น (komchadluek.net)

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

15 ธันวาคม 2563 – 07:50 น.

ภาพเป็นข่าว..”รศ.ดร.ศิโรจน์” ร่วมยินดี “นายศรุต เจริญรัตน์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้ารับ “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น”

เมื่อเร็วๆ นี้  รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) แสดงความยินดี กับ นายศรุต เจริญรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับรางวัลพระราชทาน “รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น” โครงการคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาและสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา ขนาด กลาง ประจำปีการศึกษา 2562

พร้อมด้วย รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ เมื่อเร็วๆนี้ ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ภาพเป็นข่าว..รางวัลพระราชทานนักศึกษาดีเด่น

“ซีพีเอฟ” ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (komchadluek.net)

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

15 ธันวาคม 2563 – 16:35 น.

“ซีพีเอฟ”ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน มองโรคระบาดยังทำให้สุกรขาดตลาด ราคาปีหน้ายังยืนสูง

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” มองโครงสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จะยั่งยืนได้ต้องมีการวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่บริหารต้นทุนให้ลดลง จากการสรรหาวัตถุดิบ การพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้มาซึ่งพันธุ์ที่แข็งแรง และการเลี้ยงสุกรที่ต้องมีมาตรฐานอาชีวอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบาด นอกเหนือไปจากการมีฟาร์มและการจัดการการเลี้ยงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแหล่งน้ำในการผลิตที่เพียงพอ 

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ โรคระบาดในอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ทั้งโรคเพิร์ส (PRRS) และโดยเฉพาะโรคแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (ASF) ที่ทำให้การเลี้ยงสุกรในประเทศจีนและเวียดนามเสียหาย ส่งผลให้เกิดภาวะสุกรขาดตลาดอย่างมาก การพยายามกลับมาเลี้ยงใหม่ก็อาจจะยังประสบความเสียหายได้หากระบบการเลี้ยงไม่มีมาตรการป้องกันด้านชีวอนามัยที่เคร่งครัด ซีพีเอฟจึงมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงที่มีมาตรฐานชีวอนามัยที่สูง ประกอบกับการพัฒนาพันธุ์สุกรให้แข็งแรง มีความต้านทานโรคสูงอย่างต่อเนื่อง

"ซีพีเอฟ"ทุ่มวิจัยพัฒนาการเลี้ยงสุกรเพื่อการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า การที่โรค ASF ทำให้สุกรขาดตลาดในประเทศจีน เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านของไทยส่งผลให้มีการนำเข้าสุกรจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก และความต้องการยังมีมาต่อเนื่อง ทำให้ราคาสุกรในไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ การจะเร่งเลี้ยงสุกรในหลายประเทศให้มีผลผลิตเท่าก่อนมีโรค ASF ในภูมิภาคนี้อาจใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 ปี และสุกรอาจไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์พื้นฐานอีกต่อไป ความสามารถในการเลี้ยงให้ปลอดโรคและมีต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยหลักสำหรับความสำเร็จของธุรกิจสุกร จึงมองว่าในภูมิภาคนี้ราคาสุกรใน 1-2 ปีข้างหน้าจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากภาวะสุกรขาดตลาด

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย (komchadluek.net)

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

17 ธันวาคม 2563 – 13:00 น.

คอมมิวนิสต์ไทยยังอยู่ “สมยศ” ขบวนการตาสว่าง ต้นทางปฏิรูปสถาบัน ปลุกเร้าอุดมการณ์เดิม

++
แกนนำราษฎรอย่าง “เพนกวิน-อานนท์” ออกมาสยบข่าวความแตกแยกภายในกลุ่มแกนนำม็อบ 3 นิ้ว โดยเฉพาะเรื่องคอมมิวนิสต์ ว่า ไม่มีการปิดกั้นความคิดใดๆ ใครอยากเสนออะไรก็ได้    

ล่าสุด “เจ้าพ่อตาสว่าง” สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้โพสต์ทางเฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ชวนคนไทย “มาเป็นคอมมิวนิสต์กันเถอะ” ตอนหนึ่ง สมยศได้กล่าวถึงคนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

อ่านข่าว…  “สมยศ พฤกษาเกษมสุข”โพสต์ ชวนเป็นคอมมิวนิสต์

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

สมยศ และหนังสือ ธง แจ่มศรี

“คนหนุ่มสาวทศวรรษ1970เคยมีความคิด ความเชื่อในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มาก่อน และก็พ่ายแพ้ไป จำนวนมากที่สิ้นหวังในอุดมการณ์นี้ได้กลายพันธ์เป็นสุนัขรับใช้พวกเผด็จการหรือไม่ก็เข้าไปทำงานให้กับกลุ่มทุนผูกขาดที่ตนเองเคยต่อต้านมาก่อน รวมไปถึงพวกอดีตทหารปลดแอก(ทปท.) ที่กลายเป็น ทปท.รอ.ไปเลย”     

จริงๆแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยังดำรงอยู่ในทางจัดตั้ง แต่ไม่มี “กองกำลังติดอาวุธ” เหมือนในอดีต    

“สมยศ” ในช่วงขับเคลื่อนขบวนตาสว่าง ปี 2554-56 ก็คงได้สัมผัสกับชาวคอมมิวนิสต์ไทย ผู้มั่นคงในอุดมการณ์

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

เลขาธิการ พคท.ให้สัมภาษณ์เอเชียวีค

++
พคท.ถูกกฎหมาย
++
เมื่อกลางปี 2561 นิตยสาร “เอเชียวีค” (ภาษาจีน) ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ “วิชัย ชูธรรม” เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)    

วิชัย ชูธรรม เป็นเลขาธิการพรรคฯ คนที่ 5 นับแต่ พคท. ก่อตั้งเมื่อ 1 ธันวาคม 2485 โดย“วิชัย”กล่าวกับเอเชียวีคว่า ทุกวันนี้ พรรคยังยืนหยัดในแนวทางปฏิวัติ ทำการต่อสู้ปฏิวัติให้สอดคล้องกับสภาพเป็นจริงของสังคมไทย    

คำว่า แนวทางปฏิวัติ มิได้หมายถึง การต่อสู้ด้วยอาวุธ หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวทางสังคม ผลักดันให้มีการปราบปรามคอร์รัปชั่นโกงกิน พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปสังคมด้านต่างๆ ให้ประชาชนมีที่ดินและสิทธิการทำกินบนที่ดินของตน     

นอกจากนี้ พรรคได้ร่วมผลักดันการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชนในการเรียกร้องสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบธรรมด้วยรูปแบบต่างๆ    

ถัดจากนั้นมาไม่นาน ปฐม ตันธิติ ได้ขอยื่นจดแจ้งชื่อ “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” (พคท.) ต่อ กกต. เตรียมนำพรรคจากใต้ดินสู่บนดิน    

อย่างไรก็ตาม กกต.ก็ไม่รับจดทะเบียน อ้างว่าขัดรัฐธรรมนูญ และผิดกฎหมายพรรคการเมืองชัดเจน  

กลับมาแล้ว คอมมิวนิสต์ไทย

บทสัมภาษณ์ผู้นำ พคท.ในสื่อฮ่องกง

++
พคท.ของแท้
++
นับแต่มีรัฐประหาร 2549 ชาวคอมมิวนิสต์ไทย ก็แยกเป็น 2 สายคือ สายลุงดิน (ธง แจ่มศรี) กับสายลุงชิต (วินัย เพิ่มพูนทรัพย์)    

ปี 2553 ลุงธงตัดสินใจยื่นใบลาออกจากเลขาธิการพรรค องค์การนำเสียงข้างมากได้ตั้งคณะกรรมการกลางชุดเฉพาะกิจ และแต่งตั้ง “วิชัย ชูธรรม” เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ แทน ธง แจ่มศรี    

ปรากฏว่า กลุ่มธง แจ่มศรี ที่ไม่ยอมรับองค์การนำชุดวิชัย ชูธรรม โดยมองว่า กลุ่มลุงชิต ไม่มีจุดยืน ไปเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ กปปส.    

ปัจจุบัน สมาชิก พคท.สายลุงธง ได้มีการจัดตั้ง “องค์กรนำ” และเข้าร่วมการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ     

สรุปว่า ชาวคอมมิวนิสต์ไทยยังดำรงอยู่ ไม่ได้ล่มสลายไปกับกองกำลังติดอาวุธในเขตป่าเขา 

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น” แยกขาดนปช.ล่มสลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น”  แยกขาดนปช.ล่มสลาย (komchadluek.net)

ฤทธิ์เจ๊ “ตู่-เต้น”  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

17 ธันวาคม 2563 – 10:35 น.

ผลพวงระบอบเจ๊ นปช.แยกทางกันเดิน บ่งชี้อนาคต “ตู่-เต้น” บนเส้นขนาน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ในวันนี้ สมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ กลายเป็นเวที “แดงเดือด” ไปโดยปริยาย    

เริ่มจาก “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. พร้อมกับ ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) ,พรศักดิ์ ศรีละมุล (หมูไม่กลัวน้ำร้อน), ธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ และศักดิ์ระพี พรหมชาติ (อดีตพราหมณ์ นปช.) ยกขบวนไปช่วยหาเสียงให้ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่

อ่านข่าว…   อบจ.เป็นเหตุ “ตู่” ชน “เจ๊แดง”

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ แกนนำ นปช.สายเพื่อไทย

อีกเวทีหนึ่ง วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ และพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สองแกนนำ นปช. (คนละสายกับตู่ จตุพร) ไปหาปราศรัยหาเสียงช่วย “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่     

มิเพียงเท่านั้น กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 นำโดย แป๊ะ บางสนาน หรือพิธาน ทรงกัมพล ได้เดินทางเยี่ยมกลุ่มคนเสื้อแดง อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่    

หัวข้อพูดคุยกันในกลุ่มเสื้อแดงคือ พวกเราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ต้องช่วยพรรคเพื่อไทย      

กลุ่มที่ต้อนรับ “แป๊ะ บางสนาน” นำโดยวิชิต ตามูล หรือ ดาบชิต เสื้อแดง  ผู้ประสานงาน นปช. 17 จังหวัดภาคเหนือ และสว่าง วงค์วิลาส หรือลุงแก้ว เสื้อแดงฝาง ซึ่งแกนนำกลุ่มนี้ เพิ่งแถลงข่าวขับไล่จตุพรออกจากประธาน นปช.    

กลุ่มแดงก้าวหน้า 2563 ได้เข้าร่วมชุมนุมกับคณะราษฎรมาโดยตลอด และแสดงตัวเป็น “แนวร่วม” เดินเคียงข้างนักเรียน นักศึกษา พวกเขาจึงวิพากษ์บทบาทของจตุพรในช่วงหลังๆว่า เปลี่ยนจุดยืน ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

เจ๋ง ดอกจิก แกนนำ นปช.สายตู่

++
ทิ้งประธาน นปช.
++
จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ผู้เปิดศึกรบกับ “ระบอบเจ๊” อย่างดุเดือด รู้ดีว่า หากบุญเลิศปราชัยในสนาม อบจ.เชียงใหม่ บรรดา “ติ่งเจ๊” จะต้องเปิดฉากไล่เขาออกจากตำแหน่งประธาน นปช.แน่นอน     

“ตู่ จตุพร” จึงได้อธิบายเรื่องตำแหน่งประธาน นปช.ว่า ตนไม่ติดยึดหัวโขน การได้อยู่กับประชาชน ทำให้ตนมีความสุขมากที่สุด เพราะสนามของตนอยู่ที่ถนน ดังนั้น ตนจึงไม่ได้อีนังขังขอบกับตำแหน่ง นปช.ที่มีแต่คุก แต่มีประโยชน์บ้างในการประสานให้หมู่มิตรที่อยู่ในคุกเท่านั้น    

ดูเหมือน “ตู่” จะรอ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาจากเรือนจำ แล้วคงได้มีการพูดคุยเรื่องการปรับโครงสร้าง นปช. เพราะทุกวันนี้ พวกเขาก็แยกบ้านกันอยู่ เหมือนค่ายใครค่ายมัน 

ฤทธิ์เจ๊ "ตู่-เต้น"  แยกขาดนปช.ล่มสลาย

แดงก้าวหน้า รอขับไล่จตุพร

++
สายณัฐวุฒิ
++
ช่วงที่ “ตู่ จตุพร” ระเบิดเถิดเทิงกับการสาวไส้ “เจ๊” ในเวทีปราศรัยหาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่     

ก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. สายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้เตือนเพื่อนร่วมรบว่า การเปิดศึกทะเลาะกับ “เจ๊” เท่ากับทะเลาะกับทักษิณ ชินวัตร ,ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่แกนนำ นปช.ให้ความเคารพอย่างยิ่ง และทำงานร่วมกันมายาวนาน    

ในฐานะเพื่อนมิตร จึงขอร้องทั้งจตุพรและพรรคเพื่อไทย ยุติการตอบโต้กันไปมา ให้จบกันเพียงเท่านี้ ที่ออกหมัดกันไปแล้ว ก็ให้เจ๊ากันไป     

นปช.ปีกที่ใกล้ชิดณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อย่าง นพ.เหวง โตจิราการ และธิดา ถาวรเศรษฐ ก็ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก 

“ดอน” ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ดอน”ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ (komchadluek.net)

“ดอน”ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

17 ธันวาคม 2563 – 19:46 น.

“ดอน”ยัน ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ เพราะไม่จริงทั้งหมด แฉมีหลักฐานล็อบบี้จากภายนอก

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากระทู้ถามสด ที่นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ถามนายกรัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยต่อเหตุการณ์บ้านเมืองและเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาตอบแทน

นายชลน่าน กล่าวว่าเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม สว. สหรัฐ 9 คนเรียกร้องต่อรัฐสภาไทย เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และจะเสนอให้วุฒิสภาสหรัฐมีมติสนับสนุนการใช้สิทธิการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปได้ผ่านกฎหมายสั่งคว่ำบาตรผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ชื่อ “กฎหมายแม็กนิตสกี” จึงไม่อยากให้การตัดสินใจของคนคนเดียวในรัฐบาลทำให้เสียหายทั้งราชอาณาจักร จึงอยากถามว่าทราบหรือไม่ว่าสาระสำคัญของข้อมติส.ว ที่จะเรียกร้องต่อวุฒิสภาสหรัฐ และข้อกฎหมายที่มีอยู่จะออกมีสาระสำคัญอย่างไร และข้ออ้างมีการพูดถึง การเข้าไปยึดอำนาจ เป็นที่มาของข้อเสนอ 5 ข้ออยากทราบว่า เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และข้อเสนอเหล่านั้นถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยหรือไม่ และจะส่งผลกระทบ ต่อประเทศอย่างไรและใครต้องรับผิดชอบบ้าง

"ดอน"ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าในสหรัฐ ไม่ได้มีใครสนใจ และไม่ถือเป็นปัญหา  แต่ในส่วนของไทยได้ตรวจสอบเรื่องนี้ทันที  และจากการตรวจสอบ พบว่าร่างนี้จะตกไปก่อนที่จะนำเสนอ แต่ได้ตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของข้อเสนอดังกล่าว มีข้อสมมติฐานอยู่ 2 ประการ คือมีการแลกผลประโยชน์กัน ของผู้ที่สนใจ และมาจากการล็อบบี้ของคนข้างนอกซึ่งจากการตรวจสอบพบหลักฐานมากมาย  

"ดอน"ยัน 9 ส.ว.สหรัฐฯ ชงเรื่องละเมิดสิทธิในไทยแท้งแต่ต้น ไม่มีใครสนใจ

“เราพอจะทราบเป็นนัยๆแต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางสถานทูต ได้ตรวจสอบท่าที ซึ่ง ไม่มีผลในการบังคับใช้ใดๆ แต่เรื่องนี้ในประเทศไทยถูกกระพรือเป็นพิเศษด้วยหลายสาเหตุ และสหรัฐมีเรื่องอื่นหลายเรื่อง ในสภาดังนั้นพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจ แต่เราก็พยายามมีท่าที โดยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมได้มีหนังสือ 9 ฉบับเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น  และความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐ  เพราะสิ่งที่ปรากฏในร่าง ไม่ใช่ข้อความที่เป็นจริงทั้งหมด และสิ่งที่ออกมา ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของสหรัฐ”นายดอน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้สอบถามทางสถานทูตอเมริกันในประเทศไทย ก็ได้คำตอบเดียวกัน ทราบดีว่าไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ แต่กลับชื่นชมที่สถานการณ์การประท้วงเป็นไปด้วยความสงบ และชื่นชม รัฐบาลไทยที่สามารถดูแลให้เกิดความเรียบร้อย

และถือเป็นเรื่องปกติที่กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศย่อมมีปัญหาและเชื่อว่า ไทยจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองได้ในที่สุด

จึงตอบคำถามได้ว่าไม่มีการแทรกแซงภายในของไทยจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ตระหนักดีถึงความห่วงใย และยังติดตามต่อไป ถึงที่มาของข้อมติดังกล่าว ซึ่งได้กลิ่นของการล็อบบี้และขอให้”ใจร่มๆ”รับมือกับท่าทีของปฏิกิริยาต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงกรณีของสหรัฐหลายโอกาสแล้ว ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ หรือมองข้าม และมีท่าทีอย่างเหมาะสมไม่ใช่”มวยวัด”ที่จะต้องโต้ตอบทันทีเพราะจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในอนาคต