รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541279

รมว.เกษตรฯการันตี  สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย  ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รมว.เกษตรฯการันตี สินค้าประมง-ปศุสัตว์ปลอดภัย ขอให้ปชช.บริโภคได้ตามปกติ

รมว.เกษตรฯยืนยัน สินค้าจากประมง-ปศุสัตว์ยังมีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมย้ำมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น ขอให้พี่น้องประชาชนสามารถบริโภคได้ตามปกติ ด้านปลัดเกษตรฯ เผยกรมประมงเร่งหาตลาดรองรับสินค้าสัตว์น้ำ หลังปิดท่าเรือ-ตลาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนแห่ซื้อกุ้งก้ามกรามราคาถูก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งใน อ.บางแพ จ.ราชบุรีที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ ได้มีการสรุปรายงานสถานการณ์และผลการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันและเตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งจากกระแสความกังวลของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสัตว์น้ำที่อาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการบริโภคอาหารทะเล ทางกระทรวงฯ จึงได้ทำการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ทั้งสินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์ เพื่อให้สินค้ามีความปลอดภัยและได้มาตรฐานต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด จึงขอให้พี่น้องประชาชนสามารถบริโภคได้ตามปกติ และขอยืนยันว่าสินค้าที่มีเครื่องหมายรับรองจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ จะไม่มีการแพร่เชื้ออย่างแน่นอน

ด้าน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกระแสความกังวลของประชาชนต่อการบริโภคสินค้าประมง กระทรวงเกษตรฯโดยกรมประมง ได้มีการออกมาตรการเพิ่มเติมเฉพาะกิจในการป้องกันการปนเปื้อนไวรัสโควิด-19 ในสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น คือ 1.ผู้ประกอบการกระบวนการผลิต เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ฟาร์มต้องขึ้นทะเบียนและได้มาตรฐานจากกรมประมงปฏิบัติตามมาตรการคัดกรอง และการปฏิบัติงาน ล้างทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสัตว์น้ำ ส่วนชาวประมง/เรือประมงทุกคนต้องผ่านการคัดกรองจากศูนย์แจ้งเข้า-ออก ตามมาตรการของกรมประมง ทำความสะอาดส่วนที่สัมผัสกับสัตว์น้ำอยู่เสมอ เป็นต้น

2.ผู้ประกอบการกระบวนการลำเลียงและขนส่งสัตว์น้ำ ล้างและทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับ ลำเลียง หรือขนส่งสัตว์น้ำก่อน-หลัง ใช้ทุกครั้ง ฉีดพ่น ทำความสะอาดยานพาหนะที่ใช้ในการลำเลียง หรือขนส่ง ก่อน-หลัง ทุกครั้ง โดยประสานกรมปศุสัตว์หรือภาคเอกชนช่วยดำเนินการ พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้มีการปนเปื้อนระหว่างการขนส่ง 3.ผู้ประกอบการสะพานปลา (องค์การสะพานปลานำร่อง) ปฏิบัติตามมาตรฐานสุขอนามัยท่าเทียบเรือ สะพานปลา คัดกรองบุคลากรที่ทำงานในพื้นที่ทุกรายเป็นประจำทุกวัน ทำความสะอาดสถานที่ด้วยคลอรีนทุกวัน พาหนะบรรทุกสัตว์น้ำที่เข้า-ออก ต้องลงทะเบียน และฉีดพ่นด้วยคลอรีน และ 4.ผู้ประกอบการร้านค้า Modern Trade ปฏิบัติตามข้อกำหนดร้านค้าของสาธารณสุข ทำความสะอาดพาหนะที่ขนส่งสินค้า ณ จุดจอด ก่อนมีการขนถ่ายเข้าสู่สถานประกอบการด้วยคลอรีน แยกสัตว์น้ำแต่ละประเภท ล้างทำความสะอาดและบรรจุในถุงพลาสติกก่อนวางบนน้ำแข็ง สุ่มตรวจการปนเปื้อน

นายทองเปลวกล่าวว่าขณะนี้กรมประมงได้เร่งสร้างการรับรู้ผู้บริโภคว่า สินค้าประมงไม่เป็นพาหะเชื้อโควิด-19 การระบาดที่ผ่านมาเป็นการติดต่อจากคนสู่คนพร้อมทั้งเร่งแก้ไขผลกระทบสินค้าประมงที่ต้องขายผ่านตลาดประมง โดยประสานผู้ประกอบการตลาดไทยและตลาดสี่มุมเมือง เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าประมงให้แก่เกษตรกร ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้ชะลอการจับกุ้ง เพื่อลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด แต่หากจำเป็นต้องจับให้ประสานไปยังสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง เพื่อเข้าไปช่วยรับซื้อในราคาที่เกษตรกรคุ้มต้นทุน

นายประวิทย์ ละออบุตร ประมงจังหวัดราชบุรีร่วมกับนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย นางวิมลมาก เนียมสมบูรณ์ ประธานชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้งคุณภาพจังหวัดราชบุรี ได้นำกุ้งก้ามกรามจากสมาคมฯ และชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง จ.ราชบุรี มาวางจำหน่ายในราคาถูกกว่าราคาปกติ หลังจากกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง อ.บางแพได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19ทำให้อาหารทะเลทุกชนิดรวมทั้งกุ้งได้รับผลกระทบส่งออกระบายไปยังผู้บริโภคไม่ได้ทำให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยเร่งด่วน

ตั้งแต่ช่วงเช้าเกษตรกรได้นำกุ้งหลายไซส์ใส่ถังออกซิเจนนำมาจำหน่ายหลายขนาดไซส์ เช่น ขนาด 10-12 ตัว/กก.ขาย กก.ละ 300 บาท ซึ่งตามปกติทั่วไปจะขาย กก.ละกว่า 400 บาท มีทั้งกุ้งตัวผู้ และกุ้งตัวเมีย ราคาตั้งแต่ กก.ละ 180 -300 บาท ส่วนกุ้งนิ่มราคา กก.ละ 200 บาท ปรากฏว่ามีการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ซื้อกุ้งไปบริโภคอย่างคับคั่ง ประชาชนที่ซื้อกุ้งไปบริโภคบอกว่าอยากมาอุดหนุนช่วยเกษตรกร เชื่อว่ามีความปลอดภัย หลังจากซื้อกลับไปถึงบ้านแล้วก็จะถ่ายรูปลงเฟซบุ้ค เพื่อประชาสัมพันธ์ช่วยเหลือให้เกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

วันเดียวกัน นายธนิตพล ไชยนันท์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารสุข, นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมในโอกาสตรวจเยี่ยมการยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่บริเวณศูนย์ขายอาหารทะเลสด ห้างแม็คโคร สาขานครอินทร์ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่มาใช้บริการและเลือกซื้ออาหารสด

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม็คโครสนับสนุนมาตรการป้องกันโควิด-19 ของภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยได้วางแผนเชิงรุกในการยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังขั้นสูงสุด มีการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมอนามัย และองค์การอาหารและยา(อย.) กำหนดแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด พร้อมวางมาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นใจในช่วงการระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสินค้าอาหารสด อาหารทะเล ที่แม็คโครได้เพิ่มความเข้นข้นในการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่การผลิตและจัดจำหน่าย เพื่อให้ถึงมือผู้ประกอบการและผู้บริโภคอย่างปลอดภัย

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541174

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด  TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ

โรดโชว์ Youth Startup Fund ผลตอบรับเกินคาด TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังจากที่ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ได้เริ่มดำเนินโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (Youth Startup Fund) ประจำปี 2564 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และสนับสนุนสถาบันการศึกษา สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการโดยเน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องลงทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กองทุนฯ จึงจัดให้มีกิจกรรมเดินสายโรดโชว์ที่ชื่อว่า “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ แนะแนว และเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ ก่อนจะปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการรอบแรกในระบบ วันที่ 31 มกราคม 2564 นี้

สำหรับกิจกรรม “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ประเดิมครั้งแรก จัดที่ภาคเหนือณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวเปิดงานพร้อมบรรยายในหัวข้อ “บทบาทและภารกิจของกองทุนฯ ในการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ” และเสวนาเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สำหรับเข้าร่วมโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น(Youth Startup Fund)” โดย ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัสผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), นายเอกธัช ภัทระโภคพัฐ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนายการฝ่ายพัฒนาโครงการ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ร่วมด้วยผู้แทนจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดจากรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนสู่รุ่นน้องอีกด้วย

ภายในบริเวณงาน มีบูธนิทรรศการจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มาให้คำปรึกษาในการเริ่มต้นธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม และกองทุนฯจัดเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอโครงการ โดยมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงที่เป็นนักศึกษาจำนวนนับร้อยให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม และแจ้งความจำนงยื่นข้อเสนอโครงการ

รูปแบบกิจกรรมของ “TED New Gen Talent Roadshow 2021” จะเหมือนกันทุกครั้งใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ, กลาง และ ใต้ จำนวนทั้งสิ้น 8 ครั้งโดยครั้งสุดท้ายจะจัดที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่มีจำนวนถึง34 หน่วยงาน ทั้งนี้ TED Fund จะจัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการผู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับคัดเลือก ทั้งแบบโปรแกรม Ideation Incentive Program ซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า วงเงิน 100,000 บาท จำนวน200 โครงการ และแบบโปรแกรม Prove of Conceptซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบสมทบบางส่วน วงเงิน 500,000-1,500,000 บาท จำนวน 100 โครงการรวมมูลค่างบประมาณการสนับสนุนทุนสำหรับปี 2564 จำนวน 170 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทร.02-3333700 ต่อ 4072-4074 และเว็บไซต์ http://www.tedfund.mhesi.go.th โดยเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการในระบบสำหรับรอบแรกตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

Ted Fund มุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผู้ประกอบการยุคใหม่ให้สามารถดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มปริมาณการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของประเทศ นำไปสู่การเป็น “ประเทศฐานนวัตกรรม” ที่ยั่งยืนต่อไป

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541209

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2563

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เครืองามเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยว ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมหารือ เพื่อกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เป็นลักษณะวันหยุดยาวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวันหยุดเฉพาะปี ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวทั้งนี้ภาคเอกชนได้สนับสนุนแนวทางนี้ ซึ่งมุ่งหวังว่าจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ภาคบริการและการท่องเที่ยว …แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในเร็ววันนี้เพราะต้องพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ควบคู่ไปด้วย…

llปฏิบัติกันมาทุกคืนวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปีที่คนไทยไปรวมตัว “สวดมนต์ข้ามปี” ตามวัดต่างๆ ใกล้บ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว…ทว่าปีนี้เหตุการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ ทำให้การรวมตัวกันในที่ชุมนุมเป็นเรื่องที่ต้องละเว้น…สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์ข้ามปี ที่วัดอรุณราชวรารามฯ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 ถึง1 ม.ค. 2564 โดยมีการถ่ายทอดสดผ่าน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 หรือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ NBT และผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสวดมนต์ข้ามปี แบบวิถีใหม่ New Normal ที่บ้าน ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและประเทศชาติในปี 2564…

ll พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก นิศากร โฆษิตรัตน์ เกิดลื่นล้มขณะไปช็อปของตกแต่งต้นคริสต์มาสทำให้ต้องนั่ง Ambulance มาโรงพยาบาลด่วนคุณหมอใส่ Titanium ดามไว้ กลายเป็นTitanium Woman เลยต้องหยุดอยู่บ้าน…พอเหมาะพอเจาะที่ช่วงนี้อยู่บ้านเป็นดีที่สุด…

ll ลูกชายทั้งสองจัดฉลองแบบเซอร์ไพรส์ให้บุพการีในโอกาสครบรอบสมรส 36 ปี ของคุณแม่ สมจิตร กับคุณพ่อ สรวุธ ต่อพงษ์พันธุ์จัดงานบนเรือไวท์ ออร์คิด ริเวอร์ ครูซส์ เมื่อเร็วๆ นี้…

ll พงษ์ภัทร บุตรชายคนเล็กของ ศุภรัตน์ โชติสกุลรัตน์ จัดงานวิวาห์เรียบง่าย มีพิธีทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพพิธีศักดิ์สิทธิ์จัดท่ามกลางญาติและเพื่อนสนิท…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ สุภาพันธ์สังคร ที่สูญเสียบิดา คุณพ่อ อัมพร กำหนดพระราชทานเพลิงศพ 30 ธ.ค.15.00 น. ที่เมรุวัดปราการ อ.คีรีรัฐ จ.สุราษฎร์ธานี…

llใจหายกับ มานิตย์ ศิริวรรณ ที่สูญเสียน้องชาย มนูญ ผู้คว่ำหวอดกับเรื่องพลังงานไปเมื่อเร็วๆ นี้…

ll เป็นคนไม่ชอบกลิ่นทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นผลไม้มีกลิ่นอย่างเช่น ละมุด ขนุนทุเรียน หรือแม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ลัคนากนกพันธรางกูร สร้างเรื่องแปลกแต่จริงที่เพื่อนๆ ฟังแล้วก็เข้าใจได้!!…ll

บารอนเนส

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541212

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม

‘ดอนเมืองโทลล์เวย์’ มุ่งมั่นสร้างสรรค์กิจกรรม CSR เพื่อสังคม

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ ภายใต้การบริหารของ ธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ เดินหน้าทำกิจกรรม CSR มาอย่างต่อเนื่องนับสิบปี เพราะธุรกิจไม่ใช่การมองแค่ตัวเราเอง แต่ต้องมองสังคมรอบข้างและร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยในด้านต่างๆ

โดยในปี 2563 หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ดอนเมืองโทลล์เวย์ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว จึงบริจาคเงินให้แก่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อสนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลสนาม รองรับผู้ป่วยโควิด-19 และยังได้มอบเงินบริจาคในวัตถุประสงค์เดียวกัน ให้แก่โรงพยาบาลวชิระ และมูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถีทั้ง 3 แห่ง รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 500,000 บาทและยังได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้แก่โรงพยาบาล 10 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์จากเชื้อไวรัสโควิด-19

ดอนเมืองโทลล์เวย์ ได้คำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสังคมจากผลกระทบโควิด-19 จึงจัดโครงการ “ตู้โทลล์เวย์แบ่งสุข” เปิดโอกาสให้คนใจดีละแวกบริษัทรวมถึงพนักงานมอบสิ่งของต่างๆ มาแบ่งปันน้ำใจใส่ในตู้ เพื่อให้ประชาชนในย่านหลักสี่ ดอนเมือง นำไปบริโภคกันได้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ความห่วงใยต่อผู้คนยังไม่หมดเพียงเท่านี้ดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ส่งต่อสิ่งดีๆ ให้ผู้ใช้ทาง โดยมอบหมายให้ทีมงานมอบเจลแอลกอฮอล์ให้กับผู้ใช้ทาง ณ ทุกด่านเก็บค่าผ่านทางของดอนเมืองโทลล์เวย์ สำหรับทำความสะอาดมือและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัส กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภารกิจที่จัดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19

ดอนเมืองโทลล์เวย์ยังมีกิจกรรม “Tollway Safety Way” ยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ผ่านโครงการติดตั้งป้ายสัญญาณไฟจราจรในชุมชนต่างๆ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาหลายปี โดยในปีนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตั้งป้ายสัญญาณไฟกะพริบ ให้กับโรงพยาบาลหนองขาหย่าง อ.หนองขาหยาง และบริเวณชุมชนวัดห้วยป่าปก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นับเป็นกิจกรรมดีๆที่หยิบยื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ในระยะยาว

ปิดท้ายที่กิจกรรม “Tollway Rally Thank you User” ขอบคุณผู้ใช้ทางที่สนับสนุนการใช้บริการทางยกระดับดอนเมืองด้วยดีเสมอมาโดยกิจกรรมดังกล่าวจัดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และในปีนี้จัดงานภายใต้ชื่อ “TollwayRally Thank you User 2020 ตอนไปแคมปิ้ง นั่งชิลลิ่งแบบ Distancing อินเมืองกาญ” ครั้งนี้บริษัทได้ชวนผู้ใช้ทาง แวะร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการปั้นเมล็ดพันธุ์พืช ตระกูลไผ่และยิงหนังสติ๊กเข้าไปในพื้นที่ป่าเพื่อให้เมล็ดพืชได้เติบโตเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติให้กับชาวบ้านและสัตว์ป่า ณ หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องเขตพิทักษ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี หลังจากนั้นได้ยกขบวนชวนกันไปบริจาคสมุด Green Wayซึ่งนำใบเสร็จค่าผ่านทางและกระดาษเหลือใช้มา Recycle เพื่อผลิตเป็นสมุดโน้ตให้แก่โรงเรียนมูลนิธิเด็ก

สำหรับโครงการดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมเช่นนี้ ทางดอนเมืองโทลล์เวย์ยินดีเปิดกว้างให้โรงเรียน วัด มูลนิธิใดที่ต้องการให้ทางบริษัท เข้าไปดำเนินการให้ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถแจ้งเรื่องมาได้ที่ส่วนสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มที่ โทร.02-7926522-26 วันจันทร์-ศุกร์ (08.00-17.00 น.)

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541211

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ มุ่งมั่นทำกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดปี 2563

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“สร้างสรรค์ความมั่นคงทางการเงินที่คุณวางใจ…” คำกล่าวที่นักลงทุนหลายคนคุ้นหู คือแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่หลักทรัพย์บัวหลวงยึดถือมาโดยตลอดจนทำให้เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของไทย แต่การประสบความเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงมิติทางด้านธุรกิจที่หลักทรัพย์บัวหลวงมุ่งเน้น เพราะยังมีอีกมิติที่เด่นชัดนั่นคือการมุ่งมั่นแบ่งปันช่วยเหลือสังคมของบริษัท เห็นได้จากการที่ตลอดปี 2563 หลักทรัพย์บัวหลวงได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างหลากหลายมากกว่า 20 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ และด้านคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ หลักทรัพย์บัวหลวง ที่ถือเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลักดันกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท กล่าวว่า“เราเชื่อว่าการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนของธุรกิจไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดการคำนึงถึงสังคม ด้วยเหตุนี้นอกจากการดำเนินกิจการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการแล้ว เรายังมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเหล่านั้นนอกจากจะช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นแล้วสิ่งสำคัญคือยังช่วยสร้างความตระหนักในการคำนึงถึงสังคมให้กับพนักงานและผู้บริหารของเราที่เข้าร่วมกิจกรรม และเราเชื่อว่าความตระหนักนั้นจะถูกถ่ายทอดสู่คนใกล้ชิดอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในที่สุด”

สำหรับปี พ.ศ.2563 ที่ต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ความเป็นอยู่ของผู้คนรวมถึงการดำเนินธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างมาก หลักทรัพย์บัวหลวงกลับถือเป็นโอกาสในการมอบสิ่งดีๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม อาทิ การระดมทุนเพื่อจัดทำหน้ากากผ้าให้เด็กยากไร้กว่า 3,000 คน ทำเฟซชิลด์มอบให้บุคลากรทางการแพทย์จัดทำถุงยังชีพมอบให้ชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้ในพื้นที่เขตบางรัก และการมอบอาหารแห้งและนมให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ภาวะการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อจำนวนผู้บริจาคเลือดทำให้ปริมาณเลือดสำรองขาดแคลน บริษัทจึงได้ร่วมกับ รพ.ราชวิถี จัดพื้นที่ในสำนักงานใหญ่รับบริจาคเลือดโดยมีพนักงานเข้าร่วมบริจาคอย่างล้นหลาม ส่วนในโอกาสวันแม่แห่งชาติก็ยังมีการร่วมกันทำเต้านมเทียมเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมใน รพ.มงกุฎเกล้าอีกด้วย

ในด้านการศึกษา หลักทรัพย์บัวหลวงมีการมอบคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน โดยล่าสุดได้นำไปมอบให้กับมูลนิธิพระดาบสซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 การสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการเป็นอีกโครงการที่น่าสนใจ ซึ่งหลักทรัพย์บัวหลวงร่วมกับมูลนิธิพระมหาไถ่ ให้โอกาสผู้พิการเข้าทำงานในตำแหน่ง Customer Service แบบระยะยาว โดยบริษัทได้จัดทำระบบการทำงานแบบออนไลน์เพื่อช่วยให้ผู้พิการสามารถปฏิบัติงานอยู่ที่มูลนิธิฯ โดยไม่ต้องเดินทางมาปฏิบัติงานที่สำนักงานของบริษัท นับเป็นความสำเร็จระดับหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยของหลักทรัพย์บัวหลวง

ในส่วนของการรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับภาวะโลกร้อนซึ่งถือเป็นปัญหาในระดับโลก ถึงแม้บริษัทจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็มีความตั้งใจไม่น้อยไปกว่าด้านอื่นๆ จึงเกิดเป็นโครงการะยะยาวอย่าง “บัวหลวง ชวนแยกพลาสติก” ที่มีการตั้งจุดรับพลาสติกในพื้นที่ต่างๆ ของสำนักงาน และรณรงค์ให้พนักงานแยกและทิ้งขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีเพื่อให้พลาสติกเหล่านั้นสามารถถูกนำไปรีไซเคิลเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันไปช่วยกันเก็บขยะตามพื้นที่ต่างๆ

ล่าสุดบริษัทยังจัดกิจกรรม “ปีใหม่นี้พี่ให้น้อง” ต้อนรับปี 2564 ระดมทุนจัดหาของใช้จำเป็นและขนมเพื่อจัดทำเป็นถุงของขวัญปีใหม่พร้อมเงินบริจาคเพื่อมอบให้เด็ก รวม 350 คน ที่ได้รับการดูแลที่บ้านมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม และบ้านเด็กเร่ร่อน เพื่อช่วยเติมความสุขและสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้เป็นความทรงจำดีๆ อีกปีหนึ่งของพวกเขา

ที่กล่าวมาคือส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมที่น่าสนใจของหลักทรัพย์บัวหลวงในปี 2563 ซึ่งเกิดขึ้นได้ก็เพราะการร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและพนักงานที่มุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง โดยหวังจะได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมของเราอบอุ่นและน่าอยู่ยิ่งขึ้น…หลักทรัพย์บัวหลวงจะยังคงยึดถือแนวทางเช่นนี้ต่อไปเพราะเชื่อเสมอว่า “สังคมที่ดี คือสังคมที่มีการแบ่งปัน”

ตั้งใจวาดภาพพ่อของแผ่นดินไทยให้ครบทุกจังหวัดทั่วไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541215

ตั้งใจวาดภาพพ่อของแผ่นดินไทยให้ครบทุกจังหวัดทั่วไทย

ตั้งใจวาดภาพพ่อของแผ่นดินไทยให้ครบทุกจังหวัดทั่วไทย

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผมและคนที่มีความคิดเดียวกัน คือถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และทุกพระองค์ ตั้งใจวาดภาพของในหลวงทุกพระองค์ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดของแผ่นดินไทย 

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ ครูอะไหล่-ชวัส จำปาแสน จิตรกรผู้วาดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขนาดใหญ่ที่สร้างความประทับใจให้กับพสกนิกรไทยมาแล้วในหลายพื้นที่ วันนี้ครูอะไหล่ยังคงมุ่งมั่นทำงานนี้ต่อไป โดยหวังจะวาดพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าแผ่นดินไทยทุกพระองค์ให้ครบทุกจังหวัด 

งานชิ้นล่าสุดที่เพิ่งทำเสร็จอยู่ที่ไหนครับ 

ครูอะไหล่ : งานสำคัญของผมและคณะชิ้นล่าสุดมีสองแห่งครับ คือที่ระหว่างสามย่านซอย 9 และ 11 ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอนุญาตให้ใช้พื้นที่ และอีกที่หนึ่งคือท่าศาลา นครศรีธรรมราช 

ตั้งใจให้งานที่สามย่าน และงานที่ท่าศาลาออกมาในแนวไหนครับ 

ครูอะไหล่ : ที่สามย่านจะเน้นพระบรมราโชวาทด้านความรักสามัคคีของคนในสังคม พระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดเรื่องนี้ไว้เสมอซึ่งผมต้องการเน้นย้ำให้คนไทยสำนึกในเรื่องความรักสามัคคีที่พระองค์ทรงย้ำเตือนเราทุกคนมาตลอด ส่วนงานที่ท่าศาลาจะเน้นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะสัตว์น้ำ เพื่อให้ทุกคนตระหนักการช่วยกันรักษาท้องทะเลของเราให้มีความสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารของเราทุกคน 

ทีมงานที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานมีทั้งหมดกี่คนครับ 

ครูอะไหล่ : มีทั้งนักเรียนที่กำลังเรียนกับผม และนักเรียนที่เคยเรียนกับผม ซึ่งปัจจุบันหลายคนกำลังศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วก็ยังมีผู้ที่อ่านพบในแฟนเพจของผมเข้ามาร่วมงานด้วย ส่วนชาวบ้านในย่านนี้ก็ช่วยให้กำลังใจ และมีของกินกับน้ำดื่มมาให้พวกเรา เรียกว่าทุกคนช่วยกันตามความสามารถครับ ผมตั้งใจให้ทุกคนร่วมงานทำงานนี้ตามความสามารถของแต่ละคน แม้บางคนอาจไม่มีความถนัดด้านการวาดภาพ แต่ก็สามารถช่วยทาสีพื้นบนผนังตึกได้ครับ บางคนก็ช่วยทำความสะอาดผนังตึกก่อนลงสีครับ เราช่วยกันทุกคน แล้วผมก็ใช้เทคนิคการสะบัดสีต่างๆ ลงบนสีพื้นที่ทาบนผนังเรียบร้อยแล้ว โดยเน้นเรื่องความสามัคคีในการทำงาน เพราะทุกคนสามารถช่วยกันสะบัดสีจากแปรงลงบนผนังได้ตามความสามารถของตน เทคนิคนี้ทำได้ค่อนข้างง่าย แต่สวยงามเพราะเน้นการสะบัดสีต่างๆ ลงบนผิวพื้นที่เราจะทำเป็น background ของภาพที่ผมจะวาดต่อไปสีต่างๆ ที่สะบัดลงบนผนังคือการแสดงความกลมเกลียวสามัคคี และความหลากหลายที่อยู่ร่วมกันอย่างงดงาม ดังพระบรมราโชวาทที่พระองค์ท่านพระราชทานไว้ว่า สามัคคีหรือการปรองดองกันไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง คนอื่นต้องพูดเหมือนกันหมด ลงท้ายชีวิตก็ไม่มีความหมายต้องมีความแตกต่างกัน แต่ต้องทำงานให้สอดคล้องกัน แม้จะขัดกันบ้าง ก็ต้องสอดคล้องกันผมเห็นว่าสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้กับเรานี้คือ ข้อคิดที่เราต้องนำไปปฏิบัติ 

งานศิลป์เพื่อถวายพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กลุ่มครูอะไหล่ทำขึ้นมาจนถึงล่าสุดมีทั้งหมดกี่ชิ้นแล้วครับ 

ครูอะไหล่ : ถ้านับในกรุงเทพฯ ก็มีที่ปิ่นเกล้า ที่สามย่าน แล้วผมก็ตั้งใจจะวาดภาพของพระองค์และพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ที่ผนังอาคารหอศิลป์ กรุงเทพฯ ที่สี่แยกปทุมวัน ส่วนที่ต่างจังหวัดก็มีที่เบตง ยะลา ที่หัวหินประจวบคีรีขันธ์ ที่ท่าศาลา นครศรีธรรมราชที่ภูเก็ต ที่เลย และยังมีภาพพระฉายาลักษณ์สมเด็จย่า ที่เชียงราย และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระสังฆราช พระอริยวงศาคตญาณ ที่กาญจนบุรีด้วยครับ  

การตัดสินใจเลือกสถานที่วาดพระบรมฉายาลักษณ์ เลือกจากเรื่องใดเป็นสำคัญครับ 

ครูอะไหล่ : ประการแรกคือผนังอาคารต้องมีความกว้างและใหญ่พอ คืออย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 12-15 คูณ 8-15เมตรหรือใหญ่กว่านั้นคือพื้นที่ยิ่งใหญ่ยิ่งดีครับ และขอให้พื้นที่นั้นไม่ถูกบดบังด้วยสายไฟ ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นเพราะผมต้องการให้พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มีความโดดเด่น เพื่อให้สมพระเกียรติ ดังนั้นหากมีท่านใดสนใจเสนอพื้นที่ให้ผมทำงานนี้ โปรดติดต่อได้ในแฟนเพจของผมครับ คือที่ StreetArt King Bhumibol ผมยินดีไปวาดพระบรมฉายาลักษณ์ให้ครับ หากพื้นที่เหมาะสมจริงๆ 

ต้องการได้รับการสนับสนุนด้านใดอีกบ้างครับ 

ครูอะไหล่ : ถ้าจะร่วมบริจาคก็ยินดีครับ แต่ผมจะรับบริจาคเฉพาะงานต่องานครับ ไม่รับบริจาคสมทบทุนแบบสะสม เพราะผมต้องการเคลียร์ให้จบไปทีละงาน หรือจะช่วยสนับสนุนค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร สำหรับการทำงานในต่างจังหวัดก็ยินดีครับ เพราะพวกของผมต้องออกค่าเดินทางกันเองครับ หากได้รับการสนับสนุนก็จะขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ แต่ถึงไม่มีใครสนับสนุนด้านนี้ พวกผมก็ยังยินดีทำงานนี้ต่อไป ขอให้มีพื้นที่ที่เหมาะสมเท่านั้นครับ 

งานที่สามย่าน กับที่ท่าศาลา จะใช้เวลาประมาณกี่วันครับ 

ครูอะไหล่ : ผมทำงานที่ละ 3-5 วันครับ ทำงานวันละ 3-4 ชั่วโมงครับ เริ่มทำงานช่วงบ่ายครับ เราไม่ทำแบบเร่งรีบ แต่ทำด้วยความสุข ดังนั้นเวลาเราทำงานนี้ พวกเราทุกคนจึงมีแต่รอยยิ้ม และไม่เครียดเลยครับ งานสองชิ้นนี้ผมตั้งใจให้สำเร็จก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2563 เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 9 ในวันพ่อแห่งชาติครับ 

เวลาทำงานศิลป์ขนาดใหญ่แบบนี้ นักเรียนของครูอะไหล่เข้ามาร่วมงานด้วย แล้วน้องๆเขาเสนอแนวคิดอะไรเพื่อสร้างสรรค์งานบ้างไหมครับ 

ครูอะไหล่ : ผมพยายามกระตุ้นให้ทุกคนช่วยกันเสนอแนวคิด เพราะผมต้องการให้น้องๆมีส่วนร่วมในผลงาน และมีความภาคภูมิใจในงานที่พวกเราทำขึ้น แต่ก็มีน้องๆ บางคนเสนอแนวคิดบ้าง เช่น นำภาพต้นแบบของพระองค์มาเสนอผม แล้วถามว่าครูจะวาดภาพนี้หรือไม่ แต่น้องบางคนก็ช่วยทำงาน โดยยังไม่ค่อยกล้าเสนอแนวคิด ซึ่งผมต้องกระตุ้นน้องๆ ให้ช่วยกันคิดสร้างสรรค์งานนี้ต่อไป เพราะเขาอาจจะเกร็งจนไม่กล้าเสนอ แต่ผมก็ต้องบอกเขาว่า งานนี้เป็นงานของคนไทยทุกคน เราต้องช่วยกันเสนองานนี้ และผมก็พยายามเชิญชวนศิลปินท่านอื่นๆ มาร่วมงานกันครับ เพราะผมรู้ดีว่าทุกคนรักในหลวง รัชกาลที่ 9และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 

ตั้งใจจะทำงานศิลป์สำคัญเช่นนี้ปีละกี่ชิ้นงานครับ 

ครูอะไหล่ : ตั้งใจว่าจะทำให้ได้ปีละ6-7 ภาพครับ แล้วก็ยังตั้งใจทำเหมือนเดิมครับ และต้องทำให้ได้ครับ ปีที่แล้วทำงานได้ 4 รูปครับปีก่อนหน้านั้นทำงานได้ 3 รูป อย่างไรก็ตามผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกับผมนะครับ และเรียนย้ำว่าหากคุณๆ ผู้อ่านแนวหน้า และดูรายการแนวหน้าวาไรตี้มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับวาดภาพพ่อของแผ่นดินไทย กรุณาแจ้งผมนะครับ ผมตั้งใจจะวาดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9คู่กับพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยครับ และอีกภาพที่ต้องการวาดมากๆ คือภาพพระเจ้าแผ่นดินไทยในราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ในภาพเดียวกัน และพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 10 ด้วยครับ  

คุณจะได้พบกับรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.30 น. ทางโทรทัศน์ TNN 2ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube แนวหน้าวาไรตี้

‘ดิว อริสรา’ อวดความแซ่บ ผูกโบว์แดงเป็นของขวัญที่สวยที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541329

'ดิว อริสรา'อวดความแซ่บ ผูกโบว์แดงเป็นของขวัญที่สวยที่สุด

‘ดิว อริสรา’อวดความแซ่บ ผูกโบว์แดงเป็นของขวัญที่สวยที่สุด

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.43 น.

26 ธ.ค.63 เสิร์ฟความแซ่บซี๊ดทะลุไอจีเลยทีเดียว เมื่อนักแสดงสาวขวัญใจหนุ่มๆ อย่าง “ดิว อริสรา” ที่เพิ่งเปิดตัวหวานใจคนใหม่ในวันคริสต์มาสอีฟที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวได้ปล่อยแฟชั่นเซ็ทสุดเซ็กซี่ในวันคริสต์มาสให้ได้ชมกัน แปลงกายเป็นของขวัญวันคริสต์มาสผูกโบว์ใหญ่บึ้ม พร้อมอวยพรผ่านไอจี เรียกว่าเป็นของขวัญที่สวยที่สุดก็ว่าได้

3 ไอดอล 90 ‘เต๋า-โมทย์-เจมส์’ แท็กทีมความสนุกส่งท้ายปี จัดเต็ม ‘อวสานมนุษย์เงินเดือน’ ลงจอให้หายคิดถึง!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541171

3 ไอดอล 90 ‘เต๋า-โมทย์-เจมส์’ แท็กทีมความสนุกส่งท้ายปี  จัดเต็ม ‘อวสานมนุษย์เงินเดือน’ ลงจอให้หายคิดถึง!!

3 ไอดอล 90 ‘เต๋า-โมทย์-เจมส์’ แท็กทีมความสนุกส่งท้ายปี จัดเต็ม ‘อวสานมนุษย์เงินเดือน’ ลงจอให้หายคิดถึง!!

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“อย่า อยู่ อย่าง อยาก The Series” ละครชุด 4 เรื่อง หลายรสชาติที่จะมาสะท้อนปัญหาชีวิต และเรื่องปากท้องในหลากหลายมุมมอง ได้ฤกษ์ลงจอประเดิมเรื่องแรก “อวสานมนุษย์เงินเดือน” การรวมตัวครั้งสำคัญของไอดอลยุค 90 ที่ทุกคนคิดถึงนำแสดงโดย เต๋า-สมชาย เข็มกลัด ร่วมด้วย เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ และ โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร ที่จะมาเตือนให้ทุกคนรู้ว่าอย่าทำตัวตกยุค แต่จงยอมรับและเรียนรู้ให้ทันโลกยุคใหม่ นอกจากนี้ยังเสริมทัพความสนุกด้วย อายอิ-วริศรา กาญจน์วีระโยธิน, บิว-ธนัชญา ตรีสิริเกษม, กรุ๊ป-ศศิญรัศมิ์อนุศิลป์, จุ๊บ-ภัทรา อธิราษฎร์กุล, ลม-วาโย เกียรติกนก กำกับการแสดงโดยบุณณ์ญาณ์ อริยศรีวัฒนา เริ่มตอนแรกคืนนี้วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมนี้ เวลา 20.15 น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

“อวสานมนุษย์เงินเดือน” เรื่องราวของเพื่อนซี้ 3 คน เต๋า (เต๋า-สมชาย), โมทย์ (โมทย์-ปราโมทย์) และ เจมส์ (เจมส์-เรืองศักดิ์)ที่ต่างคนต่างได้ดิบได้ดีในหน้าที่การงานแต่จากงานประจำที่มั่นคงทุกคนกลับตกงานเพราะการเลย์ออฟพนักงานจากวิกฤติโควิด-19 และความเปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล ทั้งหมดไม่ได้เตรียมตัวรับความเสี่ยงเรื่องการตกงานมาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นเสาหลักของบ้าน ทั้งสามจึงไม่กล้าบอกครอบครัวและหาทางร่วมมือกันโกหกเพื่อไม่ให้ลูกเมียจับได้

งานนี้เบื้องหลังการถ่ายทำเต็มไปด้วยความสนุกสนานเพราะถือได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของเพื่อนสนิททั้งในจอและนอกจอ เริ่มที่ เต๋า-สมชาย เข็มกลัด เผยว่า “ผมรับบทเป็น เต๋า อดีตผู้จัดการโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ถูกไล่ออกจากงานพร้อมลูกน้องหลายคน เลิกกับภรรยาแล้ว แต่มีชีวิตอยู่กับเด็กนักศึกษาที่เลี้ยงไว้ ชีวิตไม่เคยคิดเก็บเงิน เพราะคิดว่ามีการงานที่มั่นคงแล้ว ซึ่งจริงๆ คิดผิดตอนที่ติดต่อมาให้เล่นเรื่องนี้แล้วบอกต้องทำงานกับใครบ้าง ผมเชื่อมั่นในคุณภาพและความเป็นมืออาชีพอยู่แล้วครับ อ่านบทแล้วคือดีมาก เป็นความตลกที่ให้อะไรคนดูเยอะ รีบเคลียร์คิวรับเล่นเลยทันที ยิ่งได้แสดงกับ โมทย์ และเจมส์ ด้วยความที่สนิทกันอยู่แล้วเล่นมุขอะไรกันมาเลยรู้ทางกัน ยิ่งทำให้เข้าขา ปล่อยมุขกันไป-มาได้แบบสนุกมาก ทำงานกันค่อนข้างสบายๆ เป็นกันเอง อบอุ่นดีเรื่องนี้นอกจากดูสนุกเพลินๆ คนดูจะได้แง่คิดด้วยว่าอย่าทำตัวตกยุค แต่จงยอมรับและเรียนรู้ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน และสามารถปรับตัวหาทางรอดให้กับตัวเองได้”

มาฟังความรู้สึกจาก เจมส์-เรืองศักดิ์กันบ้าง “ผมรับบทเป็น เจมส์ อดีตผู้จัดการบริษัทที่เคยมีชีวิตที่มั่นคงมาตลอด แต่ต้องมาตกงานเพราะพิษโควิด-19 มีนิสัยรักลูก
กลัวภรรยา เป็นคนมีเสน่ห์ ซึ่งแค่อ่านบทก็สนุกแล้วครับ ต้องปรบมือให้คนเขียนบทเลยเก่งมากที่สามารถเอาสาระความรู้เกี่ยวกับการปรับตัวให้ทันยุคดิจิทัล ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบคอเมดี้ได้แบบไม่น่าเบื่อ ให้ผู้ชมได้ลุ้นไปกับการเดินทางดิ้นรนให้มีชีวิตรอดของพวกเรา 3 คน ได้อย่างหน้าติดตาม รับรองว่าดูจบทุกคนสามารถเอาไปปรับใช้เรียกได้ว่าสามารถขายของออนไลน์ได้เลยครับ ตอนถ่ายทำก็สนุกมาก เพราะเราได้ทำงานกับเพื่อนๆ ที่สนิทกันอยู่แล้ว ทุกอย่างเลยลื่นไหล มีมุขมาอำกันให้ได้ฮาตลอดยังไงก็ฝากติดตามชมด้วยนะครับ”

ปิดท้ายด้วย โมทย์-ปราโมทย์ แสงศร รับบทเป็น โมทย์ เล่าว่า “ผมรับบทเป็นอดีตผู้จัดการบัญชีบริษัทใหญ่โต เป็นคนที่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะโดนดิจิทัล ดิสรัปชั่น เป็นช้างเท้าหลัง ติ๋มๆ กลัวภรรยา ตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้แบบไม่คิดอะไรมาก เพราะแค่เห็นชื่อนักแสดงและทีมงานที่เราสนิทคุ้นเคยกันหมด ผู้กำกับก็เป็นเพื่อนกันอีก ก็รู้เลยว่าต้องสนุกแล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ดีใจมาก การกลับมาครั้งนี้หลังจากที่หายจากหน้าจอไปนานแล้วได้มาเล่นกับเพื่อนๆ และตัวเนื้อหาของละครก็ดีมากสนุกได้สาระไม่น่าเบื่อถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ก็อยากให้ทุกคนได้ดู เพราะผมจัดเต็มความคอเมดี้สุดๆ หวังว่าทุกคนจะชอบกันครับ”

ติดตามชม “อวสานมนุษย์เงินเดือน” 1 ในละครสั้นชุด “อย่า อยู่ อย่าง อยากThe Series” ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง vipa และ LINE TV หรือติดตามความเคลื่อนไหว เบื้องหลังกองถ่ายสนุกๆ ได้ที่แฟนเพจ ละครไทยพีบีเอส

แสดงความยินดีกับ ‘พิชญ์ กาไชย’ แชมป์ MasterChef Celebrity #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541163

แสดงความยินดีกับ ‘พิชญ์ กาไชย’ แชมป์ MasterChef Celebrity

แสดงความยินดีกับ ‘พิชญ์ กาไชย’ แชมป์ MasterChef Celebrity

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พิชญ์ กาไชย แชมป์ MasterChef Celebrity Thailand เข้ารับเงินรางวัล จำนวน 1,000,000 บาท พร้อมส่งมอบเงินให้กับ คุณเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขานุการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยามเป็นตัวแทนมูลนิธิรับมอบ โดยมีบิ๊กบอส “หนุ่ม”กิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ปจำกัด พร้อมด้วยทีมผู้บริหารและทีมเชฟที่ปรึกษาจาก มาสเตอร์เชฟ เซเลบริตี้ ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีด้วย

เตรียมจิ้นต่อ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2’ บวงสรวงเปิดกล้องแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541165

เตรียมจิ้นต่อ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2’  บวงสรวงเปิดกล้องแล้ว

เตรียมจิ้นต่อ ‘แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2’ บวงสรวงเปิดกล้องแล้ว

วันเสาร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นาดาว บางกอก ร่วมกับ LINE TV ถือฤกษ์งามยามดี จัดพิธีไหว้เปิดกล้อง LINE TV Original Series “แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2” กับเรื่องราวการเติบโตความฝัน และความสัมพันธ์ของ เต๋ (บิ้วกิ้น) กับ โอ้เอ๋ว (พีพี)ที่เกิดขึ้นในสองรั้วมหาวิทยาลัยและเมืองแห่งใหม่กรุงเทพมหานคร   

นำทีมโดย โต-กณพ ศุภมานพรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนท์LINE ประเทศไทย, บอส-นฤเบศ กูโนผู้กำกับใน Part แรก ที่ผันตัวมาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ใน Part นี้ พร้อมด้วยผู้กำกับใหม่ มีน-ทศพร เหรียญทอง นำทีมนักแสดง บิ้วกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล,พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาร่วมไหว้ขอพรกันอย่างพร้อมเพรียง เตรียมติดตามชม LINE TV Originals Series “แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2” ได้บน LINE TV เท่านั้น ตอนใหม่ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. เริ่ม 11 มีนาคมนี้#แปลรักฉันด้วยใจเธอ #BKPPproject #LINETVoriginal #Nadaobangkok #LINETV