รีเซ็ต‘ครู’!ศธ.ปรับแผนพัฒนาวิธีสอนรับโลกเปลี่ยนแปลง เล็งนำร่องรร.ที่พร้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620636

รีเซ็ต‘ครู’!ศธ.ปรับแผนพัฒนาวิธีสอนรับโลกเปลี่ยนแปลง เล็งนำร่องรร.ที่พร้อม

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.03 น.

รีเซ็ต‘ครู’!ศธ.ปรับแผนพัฒนาวิธีสอนรับโลกเปลี่ยนแปลง เล็งนำร่องรร.ที่พร้อม

7 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากเรื่องการพัฒนาการเรียนการสอนของเด็ก และการพัฒนาครู ซึ่งตรงกับสิ่งที่ ศธ.กำลังจะพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และพัฒนาครูคู่ขนานไปพร้อมๆกันด้วย เช่น ส่งเสริมให้ครูปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน แต่เนื่องจากเรามีครูจำนวนมาก และแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน แต่อยู่ในแผนการพัฒนาครูแล้ว โดยภายในเดือนธันวาคมนี้ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) จะจัดทำแผนพัฒนาครูมาเสนออีกครั้ง

น.ส.ตรีนุช ระบุว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นจะต้องมีกลไกในการพัฒนาครู ซึ่งครูจะต้องมีการอัปเดตองค์ความรู้ และวิธีการสอนอยู่ตลอดเวลา แต่การพัฒนาครูแบบเร็ว และปูพรมทั่วประเทศ อาจจะไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ที่สำคัญครูต้องเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด (Mindset) ต่างๆด้วย ตนจึงให้เลขาธิการ กพฐ. ไปทำแผนว่าอาจะเริ่มพัฒนาครูในพื้นที่นำร่อง หรือโรงเรียนที่ผู้บริหาร และครูมีความพร้อมและมีความสนใจจริงในการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนก่อนหรือไม่

“เบื้องต้นครูต้องเปลี่ยนวิธีการสอนแบบ Active Learning เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ สามารถคิดวิเคราะห์ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้มอบให้เลขาธิการ กพฐ.ทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรครู เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถจัดการสอบครูผู้ช่วยได้ในช่วงที่ครูไม่ครบชั้น จึงต้องมีแผนให้โรงเรียนใช้ทรัพยากรต่าง ๆร่วมกันก่อนได้อย่างไร” น.ส.ตรีนุช กล่าว

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค-เวชภัณฑ์ แก่สถานสงเคราะห์ 5 แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620631

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค-เวชภัณฑ์ แก่สถานสงเคราะห์ 5 แห่ง

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.53 น.

“ในหลวง-พระราชินี” โปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค-เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ 5 แห่ง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” 7 ธ.ค. 2564

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่มีในประเทศไทย อีกทั้งทรงตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัยที่ดี และการมีโภชนาการที่ดีของเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2564 

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จำนวน 5 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี วีระพันธ์  ภูวจินดา เป็นประธานเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 56 คน ณ บ้านศิริวัฒนธรรม ตำบลดอนกรวย อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลโท พิชิต  อ่อนอินทร์ เป็นประธานเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 95 คน ณ ศูนย์ที่พักฟื้นผู้สูงอายุ บ้านลุงสนิท อาสนะ ตำบลคุ้งกระถิน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ท่านผู้หญิงอินทิรา  พลธร เป็นประธานเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็กและเยาวชนชาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 196 คน ณ สถานสงเคราะห์เยาวชนมูลนิธิมหาราช ตำบลบึงยี่โถ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณจันทนี  ธนรักษ์ เป็นประธานเชิญสิ่งของ และเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 205 คน ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลตำรวจโท พรเทพ  จันทร์ชิดฟ้า เป็นประธานเชิญสิ่งของ และเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่เด็กและเยาวชนหญิง รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 82 คน ณ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (บ้านเกร็ดตระการ) ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ กับพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมทั้งพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด

นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใย และทรงตระหนักถึงความเดือดร้อนที่ราษฎรได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องสุขภาพอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ อีกทั้งได้ทรงติดตามสถานการณ์ และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดมาโดยตลอด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ไปมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ รวม 5 แห่ง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันที่ 7 ธันวาคม 2564 และด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร รวมถึงเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ให้มีโภชนาการที่ดี มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง มีเวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อการดูแลรักษาและป้องกันตนเอง ส่งผลให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจที่ดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป
 

ดีไซน์ใหม่‘อาหารกลางวัน’นักเรียน น่ากิน-ถูกหลักโภชนาการ ภายใต้งบ21บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620629

ดีไซน์ใหม่‘อาหารกลางวัน’นักเรียน น่ากิน-ถูกหลักโภชนาการ ภายใต้งบ21บาท

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.52 น.

ศธ.ขยับปรับดีไซน์ใหม่‘อาหารกลางวัน’นักเรียน น่ากิน-ถูกหลักโภชนาการ ภายใต้งบ 21 บาทต่อหัว

7 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเป็นห่วงเรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนจะต้องจัดให้ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เสนอโครงการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยดีไซน์รูปแบบอาหารกลางวันของนักเรียนให้น่ารับประทานและถูกหลักโภชนาการ โดย ศธ.จะนำมาปรับใช้ และประสานให้มาหารือร่วมกัน ว่าจะสามารถทำให้อาหารกลางวันเหมาะสม น่ารับประทาน และถูกหลักโภชนาการ ภายใต้งบอาหารกลางวันหัวละ 21 บาทได้อย่างไร ถือเป็นความพยายามที่จะทำให้อาหารกลางวันมีความน่ารับประทานและถูกหลักโภชนาการมากขึ้น

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนก็ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนว่าถูกหลักโภชนาการมาหรือไม่ แต่อาจจะพบปัญหาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ทางโรงเรียนสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ง่ายกว่า ซึ่งจะเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กบางพื้นที่ครูและนักเรียนได้ปรับเปลี่ยนโดยปลูกพืชผัก เพื่อนำมาใช้ประกอบเป็นอาหารกลางวันเพิ่มเติม แต่ต้องยอมรับว่าในบางพื้นที่ไม่สามารถจัดการได้สมบูรณ์ 100% ตนจึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือ เพราะอาหารถือเป็นส่วนสำคัญ และมีผลอย่างมากต่อพัฒนาการในด้านสมองของเด็ก ซึ่งท่านนายกฯก็มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงกำชับให้ ศธ.ดูแลเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน

“อาหารจะมีผลกับพัฒนาการทางด้านสมองของเด็กเล็กอย่างมาก ท่านนายกฯมีความเป็นห่วง จึงกำชับให้ ศธ.ดำเนินการดูแล เบื้องต้นดิฉันได้มอบหมายให้หน่วยงานหลักลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อดูว่าพบปัญหาอุปสรรคเรื่องอาหารกลางวันอย่างไรบ้าง ส่วนดิฉันจะลงพื้นที่ไปดูแลเรื่องอาหารกลางวันของเด็กด้วยว่าโรงเรียนดำเนินการตามหลักโภชนาการหรือไม่ อย่างไร และให้ สพฐ.นำเสนอข้อมูลที่ลงไปตรวจสอบมาโดยเร็ว เพราะดิฉันอยากทำเรื่องนี้ ส่วนการจัดสรรงบอาหารกลางวันแบบขั้นบันใดให้กับโรงเรียนต่าง ๆเพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กได้รับงบเพียงพอกับค่าอาหารกลางวัน เพราะถ้าให้ตามรายหัวทางอาจจะไม่เพียงพอที่จะนำไปจัดเป็นค่าอาหารกลางวันของเด็กที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทางโภชนาการของเด็กได้” รมว.ศธ. กล่าว

‘มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน’แถลงการณ์! ‘แม่ชีศันสนีย์’ป่วยมะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620581

'มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน'แถลงการณ์! 'แม่ชีศันสนีย์'ป่วยมะเร็งลุกลามเข้าสู่ระยะสุดท้าย

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.52 น.

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน ออกแถลงการณ์ (ฉบับที่ 1) แจ้งความคืบหน้าอาการป่วยของท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ระบุว่า ตามที่สาธารณชนได้รับทราบว่า แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 และได้รับการรักษาจนสามารถควบคุมอาการของโรคได้แล้ว

ต่อมาเมื่อกลางปี พ.ศ.2563 แพทย์ตรวจพบก้อนเนื้ออีกครั้ง ท่านจึงได้เข้ารับการรักษาเพิ่มเติมด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ แต่เนื่องจากท่านยังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างหุบเขาโพธิสัตว์ ทำให้ธาตุขันธ์ของท่านอ่อนล้ามาก ในที่สุดแพทย์ตรวจพบว่ามะเร็งได้เข้าสู่ระยะลุกลามจนเข้าสู่ระยะสุดท้าย เสถียรธรรมสถานจึงเลือกเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) ตามเจตนารมณ์ของท่านที่เคยให้ไว้ ภายใต้ความเห็นชอบของคณะแพทย์ จึงพาท่านกลับมาพำนักที่เสถียรธรรมสถาน ในวันที่ 6 ธ.ค. 2564

เพื่อให้ผู้ที่มีความรักและศรัทธาในท่านได้ร่วมแสดงความกตัญญู จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ร่วมใจกันภาวนาและระลึกถึงท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต โดยเสถียรธรรมสถานได้เปิดให้ร่วมลงนามพร้อมข้อความในสมุดเยี่ยม ที่บริเวณด้านหน้าเสถียรธรรมสถาน ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. (ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด+19)  และเปิดการลงนามในสมุดเยี่ยมออนไลน์ด้วยเช่นกัน (ตาม link ที่แนบ)  พร้อมทั้งขอเชิญชวนทุกคนสวดมนต์จากทุกที่ถวายแด่ ท่านแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เพื่อสร้างพลังมหากุศลร่วมกัน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ชวนดู ‘ดาวศุกร์สว่างที่สุด’ ส่งท้ายปี 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620545

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ชวนดู 'ดาวศุกร์สว่างที่สุด' ส่งท้ายปี 2564

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.44 น.

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ค ระบุว่า วันนี้ดาวศุกร์สว่างสุกใส คู่จันทร์เสี้ยวแรก ที่ไหนเห็นเหมือนกันบ้างครับ
วันนี้ว่าสว่างแล้ว พรุ่งนี้สว่างกว่า เพราะพรุ่งนี้ 7 ธันวาคม ชวนชม “ดาวศุกร์สว่างที่สุด” ส่งท้ายปี 2564
ช่วงค่ำวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ดาวศุกร์จะปรากฏสว่างที่สุดในรอบปี (The Greatest Brilliancy) สว่างเด่น เห็นชัดเจนด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจนถึงเวลาประมาณ 20:00 น.

NARIT ชวนร่วมสังเกตการณ์ดาวศุกร์สว่างที่สุดในรอบปี และวัตถุท้องฟ้าอื่น ๆ ในคืนดังกล่าว ได้แก่ ดวงจันทร์เสี้ยวบาง ข้างขึ้น 3 ค่ำ ดาวเสาร์ และดาวพฤหัสบดี ที่จุดสังเกตการณ์หลัก 3 แห่ง

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ โทร. 081-8854353

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา โทร. 086-4291489

หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา โทร. 084-0882264

อยากส่องเห็นชัดเต็มสองตา มาดูกับเรานะครับ ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

พร้อมมาตรการด้านสุขอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้สนใจเข้าร่วมขอความร่วมมือลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://bit.ly/NARIT-Venus2021

จุฬาฯ คิดค้น น้ำยาฆ่าเชื้อโควิดใน 1 นาที การันตี จดแจ้งสิทธิบัตรระดับชาติแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620430

จุฬาฯ คิดค้น น้ำยาฆ่าเชื้อโควิดใน 1 นาที  การันตี จดแจ้งสิทธิบัตรระดับชาติแล้ว

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.นพ.อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าหน่วยวิจัย Nanomedicine Research Unit พร้อม ผศ.ดร.โรจน์ฤทธิ์ โรจนธเนศภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกันคิดค้น ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อจุลชีพก่อโรค Medical Antiseptic and Moisturizing Spray นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ผลการทดสอบการฆ่าเชื้อโควิด-19 พบว่า สามารถฆ่าเชื้อตายภายใน 1 นาที พร้อมทั้งได้รับคัดเลือกให้เป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพเป็นของที่ระลึก ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 หรือ Thailand Research Expo 2021 และได้รับการจดแจ้งสิทธิบัตรระดับชาติแล้ว

ผศ.ดร.โรจน์ฤทธิ์ โรจนธเนศ กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการใช้แอลกอฮอล์ที่เป็นสารทำให้เกิดการคายน้ำ ทำให้เมื่อใช้เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์เป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวแห้งแตก และหยาบกระด้าง จึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยากำจัดเชื้อจุลชีพก่อโรคที่ปราศจากแอลกอฮอล์ แต่ยังคงมีประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อจุลชีพก่อโรค จึงเป็นที่มาของการพัฒนาน้ำยาฆ่าเชื้อจุลชีพก่อโรค Medical Antiseptic and Moisturizing Spray ขึ้น

น้ำยาฆ่าเชื้อจุลชีพก่อโรคนี้ เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ไม่ก่อให้เกิดการติดไฟ เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อแบบสัมผัสผิวหนังได้ สูตรละลายน้ำ กลิ่นหอม ผ่านการทดสอบการระคายเคืองในมนุษย์ ไม่ระคายเคืองต่อผิว มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ดี และจากผลการทดสอบการฆ่าเชื้อโควิด-19 พบว่า สามารถฆ่าเชื้อภายใน 1 นาที

คณะผู้วิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จดแจ้งทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสิทธิบัตรระดับชาติ และอยู่ในระหว่างการดำเนินการทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด เพื่อนำไปจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ใช้ ในรูปแบบสเปรย์ เพื่อใช้สำหรับพ่นผิวกายและบริเวณอื่นๆ ที่ต้องการ โดยจะให้ความชุ่มชื้นและทำความสะอาดโดยไม่ต้องล้างน้ำออก สามารถพ่นซ้ำๆ ได้ทุก 4 ชั่วโมง แต่ให้หลีกเลี่ยงการพ่นบริเวณดวงตา เยื่อบุผิวช่องปากและจมูก โดยสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานถึง 2 ปี

สพฐ. จับมือ กกต.-วุฒิสภา ขับเคลื่อน สร้างพลเมืองดี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620428

สพฐ. จับมือ กกต.-วุฒิสภา ขับเคลื่อน  สร้างพลเมืองดี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) พร้อมคณะทำงาน เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจโครงการการพัฒนาหลักสูตรและเทคนิคกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างพลเมืองเด็กและเยาวชนวิถีใหม่ (Civic Education) จัดโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยสาระสำคัญของโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแนวทางการดำเนินกิจกรรม วางแผนการพัฒนาหลักสูตร สร้างแนวทางหรือวิธีการถ่ายทอดเทคนิคกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างพลเมือง สำหรับ 4 ช่วงชั้น ได้แก่ ระดับการศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย 

นางเกศทิพย์  กล่าวภายหลังการประชุม ว่า โครงการดังกล่าวนี้ สืบเนื่องจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะสนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีคุณภาพในอนาคต รวมทั้งแสวงหาแนวทางการป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางความคิดระหว่างวัย การรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ การมีส่วนร่วมทางการเมือง การใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย และมีวัฒนธรรมความเป็นพลเมือง

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า การดำเนินในปีงบประมาณ 2565  จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย เพื่อจัดทำหลักสูตรการเสริมสร้างพลเมือง พัฒนาคู่มือวิทยากร คัดเลือกบุคลากรเพื่อร่วมเป็นวิทยากรสำหรับฝึกอบรม และดำเนินการจัดการอบรมแก่ครูที่เป็นกลุ่มเป้าหมายใน 4 ระดับชั้น จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 80 คน

“สพฐ. ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน ดิฉันได้ให้ข้อสังเกตและมอบแนวทางในการดำเนินการ 2 ประการ คือ  การนิยามคำสำคัญ เพื่อใช้สื่อสารกับครูและผู้เกี่ยวข้องที่ชัดเจน โดยเฉพาะการเรียนรู้เชิงรุกหรือ Active learning ที่ประเด็นหลักอยู่ที่การเรียนรู้การลงมือปฏิบัติต้องเกิดการเรียนรู้เป็นสำคัญ และการดำเนินงานให้ออกแบบกระบวนการทำงานที่ไม่สร้างภาระแก่ครู โดยให้เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มพูนคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และมีภาคีเครือข่ายมาช่วยสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ของครูอีกด้วย”รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

นักท่องเที่ยวเปิดใจ เมืองที่ไปแล้วผิดหวังที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670166

วันที่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 20:35 น.นักท่องเที่ยวเปิดใจ เมืองที่ไปแล้วผิดหวังที่สุดเรื่องมันเริ่มขึ้นจาก ผู้ใช้ Reddit ชื่อ u/0_7_0 ตั้งคำถามว่า “เมืองใดทำให้คุณผิดหวังมากที่สุดเมื่อไปเยือน” คำตอบที่ได้มาคือ … (เฉพาะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก)

รีโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro) สุดยอดเมืองท่องเที่ยวแห่งบราซิล

ผู้ใช้ Reddit ชื่อ VerySpecialCognac เล่าประสบการณ์ให้ฟังถึงริโอฯ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมแต่เต็มไปด้วยอาชญากรรมว่า “ถูกยิง 5 นาทีหลังจากมาถึงริโอ” และเสริมว่า “หลังจากขับรถเที่ยว 7 ชั่วโมงจากเซาเปาโลกับเพื่อน 2 คน เกือบโดนจี้รถที่ปั๊มน้ำมัน มีการยิงปืนหลายนัด ถูกเป้าแค่ครั้งเดียว เพื่อนชาวบราซิลของฉันพาฉันไปที่ “หมอใต้ดิน” อยู่ที่นั่นทั้งคืนและดื่มเหล้าปิตูกับเขา เป็นคนที่เจ๋งโคตรๆ และเรื่องราวของเขาก็สุดเหวี่ยง – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 11,100

ปักกิ่ง (Beijing) เมืองหลวงของจีนที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

แต่ Teapigs1984 เปิดใจว่า “คือปักกิ่ง ฉันมาถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทางโดยรถไฟข้ามประเทศมองโกเลีย เพื่อดูสถานที่ที่น่าทึ่งมากมาย และฉันคิดว่านี่ต้องเป็นจุดไคลแม็กซ์ครั้งใหญ่ แต่ถูกข่มขู่โดยระดับการรักษาความปลอดภัยติดอาวุธทุกที่ ต้องต่อสู้กับนักต้มตุ๋นจำนวนมาก ไม่ชอบถูกแตะต้องและหัวเราะเยาะเมื่ออยู่บนรถไฟใต้ดิน (ฉันเป็นคนยุโรปที่ขาวมาก ผมหยิก) โดยรวมแล้วพบว่ามันท้าทายมากแม้จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ตาม” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 2,700

น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) น้ำตกยักษ์ที่พรมแดนแคนาดากับสหรัฐ

youburyitidigitup บอกว่า “น้ำตกไนแอการา ฉันไม่รู้ว่าน้ำตกมันจะอยู่ในเมือง ฉันคิดว่ามันจะเป็นอุทยานแห่งชาติ สถานที่ทั้งหมดรู้สึกเหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดยักษ์” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 2,600

มาร์ราคิช (Marrakesh) เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศโมร็อกโก

legshampoo โพสต์ว่า “ฉันรู้ว่าทุกคนรักมาร์ราคิช แต่ฉันเกลียดมัน ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2000 คงจะเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นดิสนีย์แลนด์ในเวอร์ชั่นวัฒนธรรมของพวกเขา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ชุดอาลีบาบาปลอมๆ แสร้งทำเป็นชนเผ่าเร่ร่อน ครึ่งหนึ่งของ ‘สินค้าทำมือ’ ของพวกเขาเป็นเพียงของราคาถูกจากประเทศจีน และคุณไม่สามารถเดินได้เกิน 20 ฟุตได้โดยไม่ถูกหลอกลวงโดยนักต้มตุ๋น ชอบตรงทุกบล็อก ทั้งเมืองรู้สึกเหมือนเป็นซุ้มเพื่อดึงดูดเงินนักท่องเที่ยวที่โง่เขลา ฉันพอเข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบมัน แต่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันขอบอกตรงๆ” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 2,500

ปารีส (Paris) เมืองโรแมนติกในฝันของใครหลายๆ คน

ผู้ใช้ Reddit ชื่อ Idontknowthosewords บรรยายว่า “ปารีสสกปรกมาก และฉันเตรียมตัวไม่ทันกับการดูถูกของชาวฝรั่งเศสที่มีต่อคนอเมริกันที่โง่เขลา ฉันยังเชื่อภาพลักษณ์ของปารีสในเวอร์ชันภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้อเมริกันมากกว่า” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 1,700

ดูไบ (Dubai) นครใหญ่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ถูกโปรโมทหนักมาก

แต่ wric84 บอกว่า “มาที่นี่เพื่อบอกว่าดูไบ ตัดสินใจที่จะใช้เวลา 10 วันที่นั่นในขณะที่ผ่านไป พอผ่านไป 24 ชม. ก็พบว่าเต็มที่กับมันแล้ว ห้างสรรพสินค้าโคตรจะเยอะเกินไป ไม่มีวัฒนธรรม” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 1,200 และยังมีอีกความเห็นเกี่ยวกับดูไบของ u/c19isdeadly ที่บอกว่า “สถานที่น่าสยดสยอง ห้างสรรพสินค้าและโรงแรมแฟนซีสำหรับชาวตะวันตก แต่ถนนเต็มไปด้วยคนจน คุณเห็นกับตาจริงๆ ว่าทั้งเมืองสร้างขึ้นบนความทุกข์ยาก ฉันไปที่นั่นเพื่อทำงาน ฉันไม่สามารถจินตนาการได้ว่าผู้คนจะไปที่นั่นเพื่อความสนุกได้อย่างไร”

บาหลี (Bali ) เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย

HippoNo9775 บอกว่า “บาหลีเปลี่ยนไปมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มันเคยสวยงามและน่าทึ่งมาก… ตอนนี้มันเต็มไปด้วย “คนเร่ร่อนทางดิจิทัล” (digital nomad) ที่นิสัยแย่ๆ และอาหารราคาแพงและของเสีย ฉันจำได้เมื่อมันเป็นแค่จุดโต้คลื่นที่เย็นสบายพร้อมของกินราคาถูก” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 518

มะนิลา (Manila) เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์

Bigjay_37 บอกว่า “มะนิลา การจราจรแย่มากและสกปรกมาก อาคารสวย แต่ประสบการณ์ทั้งหมดนั้นตึงเครียด” – ความเห็นนี้มีคนไลค์ถึง 399

เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีใครบ่นผิดหวังเรื่องกรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวใดๆ ของประเทศไทย

ที่มา Reddit

Photo by Ludovic MARIN / AFP

กินแล้วไม่แก่! ‘เมล็ดองุ่น’ จีนพบช่วยฆ่าเซลล์แก่-ชะลอวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670168

วันที่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 19:30 น.กินแล้วไม่แก่! 'เมล็ดองุ่น' จีนพบช่วยฆ่าเซลล์แก่-ชะลอวัยรายงานข่างจากสำนักข่าวซินหัว นักวิทย์จีนพบ ‘สารสกัดจากเมล็ดองุ่น’ ฆ่าเซลล์แก่ ยืดอายุขัยหนูทดลอง

ปักกิ่ง, 8 ธ.ค. (ซินหัว) – คณะนักวิจัยชาวจีนค้นพบว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นสามารถฆ่าและกำจัดเซลล์แก่ (senescent cells) ในหนูทดลอง รวมถึงยืดอายุขัยของพวกมันได้

ผลการศึกษาในวารสารเนเจอร์ เมตาบอลิซึม (Nature Metabolism) เมื่อวันจันทร์ (6 ธ.ค.) ระบุว่าโปรไซยานิดิน ซี1 (procyanidin C1) ซึ่งเป็นสารสกัดโพลีฟีนอล อาจสามารถชะลอ บรรเทา หรือป้องกันอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับความชราได้ เช่นเดียวกับการแทรกแซงทางคลินิก

เซลล์แก่ ซึ่งสามารถสะสมอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิต เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับความชรา โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา คณะนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าการกำจัดเซลล์แก่ในหนูสามารถบรรเทาความชราก่อนวัย และยืดอายุขัยเฉลี่ยของพวกมันได้

คณะนักวิจัยของสถาบันโภชนาการและสุขภาพเซี่ยงไฮ้ (SINH) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหลายชนิด และพบว่าสารสกัดโพลีฟีนอลจากเมล็ดองุ่นสามารถกำจัดเซลล์แก่ในหนูทดลองได้

ผลการศึกษาระบุว่าสารสกัดสามารถฆ่าเซลล์แก่ในเนื้อเยื่อและอวัยวะหลายชิ้นได้อย่างเฉพาะเจาะจง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงยืดอายุขัยของหนูด้วย

สถาบันฯ ระบุว่าหลังทำการทดลองเพิ่มเติม คณะนักวิจัยสามารถยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการใช้สารสกัดข้างต้นกำจัดเซลล์แก่ในร่างกายหนูที่ยังมีชีวิตอยู่

คืออะไร? เสียงปริศนาใต้ทะเลสาบสหรัฐ ที่ชาวเน็ตลือเป็นเสียงเอเลี่ยน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670162

วันที่ 08 ธ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.คืออะไร? เสียงปริศนาใต้ทะเลสาบสหรัฐ ที่ชาวเน็ตลือเป็นเสียงเอเลี่ยนเสียงลึกลับผุดใต้ทะเลสาบในรัฐโคโลราโด เกิดทฤษฎีสมคบคิดฐานทัพมนุษย์ต่างดาว แต่นักวิทยาศาสตร์มีคำตอบ

เว็บไซต์ข่าว The Sun และ New York Post รายงานเสียงลึกลับที่ถูกบันทึกได้จากทะเลสาบแห่งหนึ่งในสตีมโบทสปริงส์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตอ้างถึงทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดต่างๆ นานา ซึ่งส่วนหนึ่งลือว่าภายใต้ทะเลสาบนั้นเป็นฐานทัพเอเลี่ยน แต่นักวิทยาศาสตร์มีคำตอบ

โดยทวิตเตอร์ Colorado Parks and Wildlife เป็นผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. โดยระบุว่าเสียงน้ำแข็งในทะเลสาบที่น่าทึ่งนี้เหมือนกับเสียงในภาพยนตร์เรื่องสตาร์ วอร์ส (Star Wars)

สก็อตต์ ซี. วอริง (Scott C. Waring) นักทฤษฎีสมคบคิดเจ้าของหนังสือและเว็บไซต์เกี่ยวกับเอเลี่ยน กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการบันทึกภาพวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ หรือ UFO ในโคโลราโดหลายครั้ง และชาวโคโลราโดหลายพันคนก็พบเห็น คลิปเสียงล่าสุดนี้บ่งชี้ว่ามีฐานทัพมนุษย์ต่างดาวอยู่ใต้ทะเลสาบ และมีเสียงดังขึ้นมาเนื่องจากน้ำแข็งทำหน้าที่เป็นเหมือนเครื่องขยายเสียง

“นี่คือข้อพิสูจน์ว่าฐานทัพมนุษย์ต่างดาวอยู่ใต้ทะเลสาบแห่งนี้ในโคโลราโด หากสัญญาณสามารถเดินทางขึ้นมาจากฐานทัพมนุษย์ต่างดาวได้ มันก็สามารถส่งสัญญาณจากบนโลกกลับลงไปที่ฐานทัพได้เช่นกัน” วาริงยังกล่าวอีกว่าฐานทัพเอเลี่ยนมีขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีความลึก 3 ถึง 6 กิโลเมตร และครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์มีคำอธิบายที่มาของเสียงปริศนาที่สมเหตุสมผลมากกว่านั้น โดยสำนักข่าว NPR ระบุว่าการเคลื่อนตัวของน้ำแข็งในทะเลสาบทำให้มีแรงสั่นสะเทือนที่เคลื่อนไปทั่วน้ำแข็ง ส่งผลให้เกิดความถี่เสียงสูงและต่ำ โดยความถี่เสียงสูงจะเคลื่อนที่เร็วกว่าความถี่เสียงต่ำ ซึ่งชาวเน็ตอีกด้านหนึ่งก็เห็นด้วยกับคำตอบที่อ้างอิงหลักการทางวิทยาศาสตร์

“น้ำแข็งจะส่งเสียงเมื่อมันมีการเคลื่อนตัว” “ฉันเคยได้ยินเสียงนี้กับหูของตัวเองในช่วงหน้าหนาวตอนที่อากาศเย็นจนเป็นน้ำแข็ง มันไม่เกี่ยวอะไรกับเอเลี่ยนเลย” ส่วนหนึ่งของความคิดเห็นจากบรรดาชาวเน็ต

ก่อนหน้านี้ National Geographic ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอการเล่นสเก็ตบนน้ำแข็งในทะเลสาบแห่งหนึ่ง นอกเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งเกิดเสียงในลักษณะที่คล้ายกันกับคลิปของ Colorado Parks and Wildlife