สุดสลด ดินถล่มจุดกางเต็นท์มาเลเซียดับ 8 ศพ สูญหายอีกหลายสิบราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579215

สุดสลด ดินถล่มจุดกางเต็นท์มาเลเซียดับ 8 ศพ สูญหายอีกหลายสิบราย

16 ธ.ค. 2565 12:37 น.

สุดสลด ดินถล่มจุดกางเต็นท์มาเลเซียดับ 8 ศพ สูญหายอีกหลายสิบราย

นักท่องเที่ยวกว่าร้อยชีวิตสุดช็อก หลังเกิดดินถล่มบริเวณจุดกางเต็นท์ชื่อดัง ชานกรุงกัวลาลัมเปอร์ในช่วงเช้ามืด ฝังทั้งเป็นหลายสิบชีวิต สูญหายอีกจำนวนมาก

เหตุดินถล่มครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 02.00 น. ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย บริเวณสถานที่กางเต็นท์พักแรมแห่งหนึ่ง ภายในฟาร์มออแกนิก ในรัฐสลังงอร์ของมาเลเซีย ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ราว 50 กิโลเมตร ทำให้มีผู้ถูกกลบฝังอยู่ใต้กองดินถล่ม 51 คน และยืนยันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ ในจำนวนนี้มีหญิงสาว 1 คน และเด็กอีก 1 คน ขณะที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวออกมาได้ 23 คน และมีผู้บาดเจ็บ 3 คน

สุดสลด ดินถล่มจุดกางเต็นท์มาเลเซียดับ 8 ศพ สูญหายอีกหลายสิบราย

ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยของรัฐสลังงอร์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์พักแรมอยู่ 79 คน และเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุหลังได้รับแจ้งเหตุราวครึ่งชั่วโมง โดยดินที่ถล่มลงมาลงมาจากภูเขาสูงราว 30 เมตรเหนือสถานที่ตั้งแคมป์ ทับถมพื้นที่เป็นวงกว้างราว 7.5 ไร่

สุดสลด ดินถล่มจุดกางเต็นท์มาเลเซียดับ 8 ศพ สูญหายอีกหลายสิบราย

ทั้งนี้ สถานที่ตั้งแคมป์ดังกล่าวอยู่ไม่ไกลจาก เกนติ้ง ไฮแลนด์ส ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวชมวิวภูเขาในย่านชนบททางตอนเหนือของกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยรัฐสลังงอร์เคยเกิดเหตุดินถล่มมาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากการแผ้วถางป่า และบุกรุกป่า.

ที่มา :เอพี

สหรัฐฯเผยเอกสารการลอบสังหาร “จอห์น เอฟ เคนเนดี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579131

สหรัฐฯเผยเอกสารการลอบสังหาร "จอห์น เอฟ เคนเนดี"

16 ธ.ค. 2565 10:15 น.

สหรัฐฯเผยเอกสารการลอบสังหาร “จอห์น เอฟ เคนเนดี”

ทำเนียบขาวมีคำสั่งให้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี ของสหรัฐฯ หรือเจเอฟเค ฉบับสมบูรณ์เป็นครั้งแรกจำนวนนับหมื่นไฟล์

ทำเนียบขาว กล่าวว่า มากกว่า 97% ของบันทึกในเอกสารชุดนี้เปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว โดยมีการเผยแพร่ไฟล์ออนไลน์จำนวน 13,173 ไฟล์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมากนักจากหนังสือพิมพ์ แต่นักประวัติศาสตร์หวังว่าจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับมือสังหารที่ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้ อดีต ปธน.เคนเนดี ถูกลอบยิงระหว่างการเดินทางเยือนเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 1963 โดยกฎหมายปี 1992 กำหนดให้รัฐบาลต้องเปิดเผยเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับการลอบสังหารภายในเดือนตุลาคม 2017

เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ออกคำสั่งผู้บริหารที่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลล่าสุด แต่เขากล่าวว่าไฟล์บางไฟล์จะถูกเก็บเป็นความลับจนถึงเดือนมิถุนายน 2023 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

หอจดหมายเหตุแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่าเอกสาร 515 รายการ จะยังคงถูกระงับไว้ทั้งหมด และอีก 2,545 รายการ จะถูกระงับบางส่วน

การไต่สวนของสหรัฐฯ ในปี 1964 คณะกรรมาธิการวอร์เรนพบว่า นายเคนเนดีถูกสังหารโดยนายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ พลเมืองสหรัฐฯ ที่เคยอาศัยอยู่ในสหภาพโซเวียต และเขาลงมือเพียงลำพัง เขาถูกฆ่าตายในห้องใต้ดินของสำนักงานตำรวจดัลลัส 2 วันหลังจากถูกจับกุม

การเสียชีวิตของเจเอฟเคก่อให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดนานหลายทศวรรษ แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สำนักข่าวกรองกลาง หรือ ซีไอเอ กล่าวว่า หน่วยงานสายลับของสหรัฐฯ “ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง” กับออสวอลด์ และไม่ได้ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเขาจากเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหรัฐฯ

นักวิชาการและนักทฤษฎีที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเจเอฟเค มาเป็นเวลานาน หวังว่าเอกสารเผยแพร่ล่าสุดจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมของนายออสวอลด์ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งเขาได้พบกับเจ้าหน้าที่คณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ หรือเคจีบี ของอดีตสหภาพโซเวียตในเดือนตุลาคม 1963

ในแถลงการณ์ล่าสุด ซีไอเอกล่าวว่าข้อมูลทั้งหมดที่ซีไอเอมี ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปเม็กซิโกซิตี้ของนายออสวอลด์ ได้รับการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ โดยเสริมว่า “ไม่มีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับหัวข้อนี้ในการเผยแพร่ในปี 2022”

แต่นักวิจัยจากมูลนิธิ แมรี เฟอร์เรลล์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ฟ้องรัฐบาลให้ปล่อยไฟล์ดังกล่าว กล่าวว่า ซีไอเอกำลังระงับข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาของนายออสวอลด์ในเม็กซิโก

มูลนิธิกล่าวว่า บันทึกของซีไอเอบางส่วนไม่เคยถูกส่งไปยังหอจดหมายเหตุ ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อมูลที่เพิ่งเผยแพร่

เอกสารที่เพิ่งเปิดเผยฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีเม็กซิโกช่วยสหรัฐฯ ในการดักฟังสถานทูตโซเวียตในเม็กซิโก โดยที่เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในรัฐบาลเม็กซิโกไม่ทราบ

ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่า ข้อมูลขนาดเล็กนี้ถูกซ่อนไว้โดยการแก้ไขในไฟล์เวอร์ชันที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ 

ทำเนียบขาวกล่าวว่า การเผยแพร่ไฟล์จะช่วยให้สาธารณชนมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการสืบสวนคดีลอบสังหาร

ประธานาธิบดีไบเดนเขียนในคำสั่งของเขาว่า “หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมเพื่อตรวจสอบบันทึกทั้งหมดเกือบ 16,000 รายการ ที่เคยเผยแพร่ในรูปแบบที่มีการเรียบเรียงใหม่ และระบุว่ามากกว่า 70% ของบันทึกเหล่านั้นอาจได้รับการเผยแพร่เต็มรูปแบบ”

รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยเผยแพร่ข้อมูลหลายพันหน้าตลอดช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง แต่ปกปิดข้อมูลอื่นๆ ไว้บนพื้นฐานของความมั่นคงของชาติ แม้ว่ากฎหมายปี 1992 จะบังคับให้เผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดภายในปี 2017

ในเดือนตุลาคม 2021 นายไบเดนได้เผยแพร่เอกสารประมาณ 1,500 ฉบับ แต่กล่าวว่าเขาได้ปิดผนึกเอกสารอื่นๆ ไว้.

เวียดนามรุกคืบเกาะพิพาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579143

เวียดนามรุกคืบเกาะพิพาท

16 ธ.ค. 2565 09:55 น.

เวียดนามรุกคืบเกาะพิพาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. อ้างข้อมูลศูนย์ยุทธศาสตร์และต่างประเทศศึกษา (CSIS) ของสหรัฐฯระบุว่ารัฐบาลเวียดนามได้ทำการถมทะเล ขยายพื้นที่ในหมู่เกาะพิพาทสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ อย่างเห็นได้ชัดในปี 2565 และทำให้หมู่เกาะที่เวียดนามอ้างกรรมสิทธิ์มีเนื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างเกาะนัมยิทมีอาณาบริเวณเพิ่มเป็น 293 ไร่ โขดหิน
เพียร์สันมีอาณาบริเวณเพิ่มเป็น 300 ไร่ ขณะที่โขดหินเทนเนนต์ที่แต่ก่อนมีเพียงอาคารคล้ายป้อมปืน 2 แห่ง ก็กลายเป็นเกาะจำลอง มีอาณาบริเวณ 162 ไร่

นักวิเคราะห์ซีเอสไอเอสเผยด้วยว่า การขยายพื้นที่ในหมู่เกาะพิพาทสแปรตลีย์แสดงให้เห็นจุดยืนในการอ้างกรรมสิทธิ์ของฝ่ายเวียดนาม และทำให้อาณาเขตการครอบครองของเวียดนามในหมู่เกาะดังกล่าวเพิ่มเป็น 1,375 ไร่ เป็นเรื่องน่าสนใจว่า รัฐบาลเวียดนามจะดำเนินการอะไรต่อหรือไม่ และรัฐบาลจีนจะมีการตอบโต้เช่นใด โดยทั้งนี้ การขยายอาณาเขตของเวียดนาม ก็ยังไม่เทียบเท่ากับจีนที่ช่วงปี 2556-2559 ขยายพื้นที่ในหมู่เกาะสแปรตลีย์มากถึง 8,096 ไร่ และมีการสร้างสนามบิน ท่าเรือน้ำลึก ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าไว้รับรองเรือดำน้ำ.

รื้อผังหนังค่าย DC ปลดดาราซุปเปอร์แมน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579135

รื้อผังหนังค่าย DC ปลดดาราซุปเปอร์แมน

16 ธ.ค. 2565 09:39 น.

รื้อผังหนังค่าย DC ปลดดาราซุปเปอร์แมน


กลายเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. หลังเฮนรี คาวิล ดาราอังกฤษวัย 39 ปี ผู้สวมบทบาท “ซุปเปอร์แมน” ฮีโร่ยอดนิยมตลอดกาล ถูกเรียกประชุมกับเจมส์ กันน์ ผู้กำกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ให้เป็นประธานบริหารค่ายภาพยนตร์การ์ตูน DC ในเครือวอร์เนอร์ บราเธอร์ส และต่อมาคาวิลได้ประกาศอำลาบทบาทซุปเปอร์แมนอย่างเป็นทางการ ทั้งที่เพิ่งถูกเรียกกลับมารับบทซุปเปอร์แมนไปหมาดๆ เมื่อเดือน ต.ค. และปรากฏตัวในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ “แบล็ค อดัม” ที่ดเวย์น จอห์นสัน แสดงนำ

ทั้งนี้ แฟนๆต่างแชร์โพสต์อำลาบทบาทของคาวิล ที่ระบุว่าเสียใจ แต่เข้าใจการเปลี่ยนแปลง เจมส์ กันน์ มีจักรวาลใหม่ที่ต้องสร้าง โอกาสที่ผมจะสวมผ้าคลุมได้ผ่านไปแล้ว แต่ซุปเปอร์แมนจะยังคงอยู่ต่อไป ขณะที่ต่อมาเจมส์ กันน์ ชี้แจงว่าจะเผยข้อมูลโปรเจกต์ใหม่ของ DC ในต้นปีหน้า หนึ่งในนี้คือซุปเปอร์แมนซึ่งจะเน้นเรื่องราวในวัยหนุ่ม ดังนั้น คาวิลจึงไม่ได้รับบทบาทนี้ แต่การประชุมกับคาวิลมีการคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะทำงานร่วมกันในอนาคต สื่อบันเทิงต่างประเทศรายงานว่า DC ภายใต้บังเหียนของเจมส์ กันน์ อยู่ระหว่างพิจารณาด้วยว่าจะล้างไพ่ รื้อเรื่องราวในจักรวาล DC ที่ผ่านๆมาของผู้กำกับแซค สไนเดอร์ ทิ้งไปให้หมด และก่อนหน้านี้ “วันเดอร์ วูแมน 3” ก็ถูกยกเลิก.

อินเดียสังเวยเหล้าเถื่อน ดับอย่างน้อย 31 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579071

อินเดียสังเวยเหล้าเถื่อน ดับอย่างน้อย 31 ศพ

16 ธ.ค. 2565 07:28 น.

อินเดียสังเวยเหล้าเถื่อน ดับอย่างน้อย 31 ศพ

เจ้าหน้าที่ของอินเดียระบุว่า มีชาวบ้านอย่างน้อย 31 คน เสียชีวิตหลังดื่มสุราเถื่อนที่เป็นพิษต่อร่างกาย และมีอีกหลายคนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ของรัฐพิหาร ทางตะวันออกของอินเดีย ซึ่งบังคับใช้กฎหมายห้ามซื้อหรือขายสุราภายในรัฐ เผยว่าการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 2 หมู่บ้านของรัฐพิหาร ซึ่งการขายและการบริโภคสุราถูกห้ามในปี 2559 หลังจากกลุ่มสตรีร่วมรณรงค์ต่อต้านการที่แรงงานต้องแบ่งรายได้อันน้อยนิดไปกับการดื่มสุรา 

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อชาวบ้านชายหลายคนในเขตสารันของรัฐพิหารเริ่มอาเจียนเมื่อวันอังคาร ก่อนที่จะมีอาการทรุดหนักในเวลาต่อมา ทั้งนี้ มีชาย 3 คนเสียชีวิตในระหว่างถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และที่เหลือเสียชีวิตในขณะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเมื่อวันพุธและวันนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากถึง 31 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งว่า ชันสูตรพลิกศพแล้ว 22 คน จนถึงขณะนี้

เจ้าหน้าที่ศูนย์อนามัยในเขตสารันกล่าวว่า มีผู้ป่วยเกือบ 55 ราย เดินทางมาที่ศูนย์เมื่อวันพุธด้วยอาการป่วยหลายอย่าง “บางคนบ่นว่าสูญเสียการมองเห็น คลื่นไส้ วิงเวียน เหงื่อออก น้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดย 15 คนสามารถออกจากโรงพยาบาลหลังการรักษา และที่เหลือถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อรับการรักษาขั้นสูง” และเสริมว่า 4 คนเสียชีวิตทันทีหลังจากมาถึงศูนย์

ซานโตช กุมาร เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส กล่าวว่า ทางการท้องถิ่นได้พยายามปราบปรามร้านค้าขายสุราเถื่อนมาโดยตลอด และได้เข้าปราบปรามร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายในพื้นที่หลายแห่ง โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 126 คนในช่วง 48 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ถูกรายงาน และสองคดีได้รับลงบันทึกประจำวันแล้ว

ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า สุราเถื่อนมักมีส่วนผสมของเมทานอล ซึ่งเป็นสารพิษที่ทำให้ผู้ดื่มสูญเสียการมองเห็น ตับถูกทำลาย และเสียชีวิตได้

กฎหมายห้ามซื้อหรือขายสุรามีผลบังคับใช้ในหลายรัฐของอินเดีย ผลักดันให้ตลาดมืดสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาถูกที่ผลิตในโรงกลั่นหลังถนนที่ไม่ได้รับการควบคุม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยคนทุกปี เฟื่องฟูอย่างมาก

ข้อมูลของสมาคมสุราและไวน์แห่งอินเดียระบุว่า แต่ละปีมีการดื่มสุราในอินเดียประมาณ 5,000 ล้านลิตร โดยในจำนวนนี้เป็นสุราเถื่อนถึงร้อยละ 40

ก่อนหน้านี้ ทางการอินเดียเคยรายงานว่า มีชาวบ้านในรัฐคุชราต ทางตะวันตกของอินเดีย เสียชีวิต 42 คนหลังดื่มสุราเถื่อนในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีชาวบ้านราว 100 คนเสียชีวิตจากเหตุเดียวกันที่รัฐปัญจาบ ทางตอนเหนือของอินเดีย เมื่อปีก่อน.

ผบ. WHO ชี้ ผ่อนคลายคุมเข้มไม่ใช่สาเหตุทำจีนโควิดระบาดพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579018

ผบ. WHO ชี้ ผ่อนคลายคุมเข้มไม่ใช่สาเหตุทำจีนโควิดระบาดพุ่ง

16 ธ.ค. 2565 02:36 น.

ผบ. WHO ชี้ ผ่อนคลายคุมเข้มไม่ใช่สาเหตุทำจีนโควิดระบาดพุ่ง

ผอ.องค์การอนามัยโลกเผย การผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดเข้มงวดของจีน ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้การระบาดกลับมาพุ่งสูง แต่ไวรัสแพร่กระจายหนักอยู่ก่อนแล้ว

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า ดร.ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการแกเฉินด้านสุขภาพขององค์การอนามัยโลก (WHO) บอกกับสื่อเมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 ว่า การผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดตามนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ของจีน ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ไวรัสกลับมาแพร่กระจายอย่างหนักในตอนนี้

จีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมเข้มงวดเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากถูกประท้วงอย่างหนักโดยประชาชนที่ไม่พอใจในมาตรการจำกัดการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีรายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดการตั้งคำถามว่า เป็นเพราะการยกเลิกมาตรการเข้มงวดอย่างกระทันหันหรือไม่

แต่ ดร.ไรอันเชื่อว่า โควิดแพร่กระจายในจีนอย่างหนักก่อนจะมีการผ่อนคลายมาตรการนานแล้ว และเชื่อว่ามาตรการควบคุมดังกล่าวไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของโควิดได้ ซึ่งจีนก็ตัดสินใจว่าการคุมเข้มไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกต่อไป จึงผ่อนคลายการควบคุม

ดร.ไรอันชี้ว่า ในเดือนพฤศจิกายน จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน พร้อมกับเตือนถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการยกระดับการฉีดวัคซีนป้องกันในประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกแห่งนี้

“ความท้าทายที่จีนและประเทศอื่นๆ ยังต้องเจอคือ ผู้คนที่จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีน ได้วัคซีนเพียงพอ, วัคซีนที่ถูกต้อง และได้รับในปริมาณโดสที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ และพวกเขาได้รับวัคซีนครั้งสุดท้ายเมื่อไร” ดร.ไรอันกล่าว

รัสเซียถล่มเมืองเคอร์ซอนรอบใหม่ตาย 2 ศพ ทำไฟฟ้าดับทั้งเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2579006

รัสเซียถล่มเมืองเคอร์ซอนรอบใหม่ตาย 2 ศพ ทำไฟฟ้าดับทั้งเมือง

16 ธ.ค. 2565 01:17 น.

รัสเซียถล่มเมืองเคอร์ซอนรอบใหม่ตาย 2 ศพ ทำไฟฟ้าดับทั้งเมือง

รัสเซียระดมโจมตีระลอกใหม่เข้าใส่เมืองเคอร์ซอน ที่ถูกยูเครนชิงกลับไปเมื่อเดือนก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ และทำให้ไฟดับทั้งเมือง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายคีรีโล ทีโมเชนโก รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานประธานาธิบดียูเครนเผยในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. 2565 ว่า รัสเซียโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในพื้นที่ใจกลางเมืองเคอร์ซอน ตอนใต้ของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

ขณะที่นาย ยาโรสลาฟ ยานูเชวิช ผู้ว่าราชการแคว้นเคอร์ซอน กล่าวว่า การโจมตีล่าสุดทำให้เมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นเมืองเอกของแคว้น ไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างสิ้นเชิง และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองแห่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้เจ้าหน้าที่ยังเข้าไปซ่อมแซมระบบไฟฟ้าไม่ได้

ทั้งนี้ เมืองเคอร์ซอนเป็นเมืองเอกแห่งเดียวที่รัสเซียยึดได้ตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อ 24 ก.พ. 2565 ก่อนที่ยูเครนจะยึดคืนกลับมาได้ในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ถูกยึดครองมีประชาชนจำนวนมากอพยพออกไปจนปัจจุบันเหลือราว 100,000 คนเท่านั้น

ล่าสุดในวันพฤหัสบดี หน่วยงานที่รับผิดชอบในการฟื้นฟูเมืองเคอร์ซอนเปิดเผยในวันพฤหัสบดีว่า นับตั้งแต่ชิงเมืองเคอร์ซอนคืนมาได้ มีประชาชนอพยพออกไปเพิ่มอีกกว่า 11,000 คน โดยส่วนใหญ่ถูกอพยพออกไปโดยรัฐบาลยูเครน เพื่อหลบหนีการโจมตีของรัสเซีย

“โชคไม่ดีที่การโจมตีอย่างต่อเนื่องทำให้เมืองเคอร์ซอนไม่สามารถฟื้นฟูกลับสู่ชีวิตปกติได้อย่างเต็มที่” นางไอรีนา เวเรชชุค รองนายกรัฐมนตรียูเครนกล่าว

ที่มา : CNA

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ระวังผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้หากส่ง ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578976

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ระวังผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้หากส่ง ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

15 ธ.ค. 2565 23:45 น.

รัสเซียเตือนสหรัฐฯ ระวังผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้หากส่ง ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

สถานทูตรัสเซียออกโรงเตือนสหรัฐฯ ว่าการส่งระบบป้องกันทางอากาศ แพทริออต ให้ยูเครน เป็นภัยต่อความมั่นคงโลก และทำให้เกิดผลที่ตามมาซึ่งไม่อาจคาดเดาได้

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สถานทูตรัสเซียในกรุงวอชิงตัน ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 เพื่อเตือนสหรัฐฯ หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่ารัฐบาลของประธานาธิบดี โจ ไบเดน กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนส่งระบบป้องกันทางอากาศระยะไกล แพทริออต (Patriot) ให้แก่ยูเครน

“หากเรื่องนี้ได้รับการยืนยัน เราจะได้เป็นประจักษ์พยานอีกครั้งกับมาตรการยั่วยุของรัฐบาลไบเดน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลที่ตามมาที่ไม่อาจคาดเดาได้” แถลงการณ์ระบุ และเสริมว่า การส่งมอบอาวุธให้ยูเครนอย่างต่อเนื่อง มีแต่จะทำให้การรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความผิดของรัฐบาลเซเลนสกีเพิ่มขึ้น และผลักให้เกิดอาชญากรรมครั้งใหม่ต่อพลเรือนใน 4 แคว้นยูเครนที่รัสเซียชิงไปแล้วผนวกรวมเป็นของตัวเอง

สถานทูตรัสเซียยังวิพากษ์วิจารณ์การสนับสนุนยูเครนของสหรัฐฯ ด้วยว่า กำลังสร้างความเสียหายใหญ่หลวงทั้งต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซีย-อเมริกัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงโลกด้วย

อีกด้านหนึ่ง นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย บอกกับสื่อในวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) ว่า การส่งระบบแพทริออตให้ยูเครนอาจเพิ่มความเสี่ยงที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในเหตุความขัดแย้งกับยูเครน ขณะที่นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียระบุว่า แพทริออตที่ถูกส่งให้ยูเครนจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของพวกเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สู้เพื่อรอด “สนธยา” โหนลูกสาว “ทักษิณ” ยึดที่มั่นอีอีซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538882

16 ธ.ค. 2565

สู้เพื่อรอด “สนธยา” โหนลูกสาว “ทักษิณ” ยึดที่มั่นอีอีซี

รวมพลังทีมอีอีซีเพื่อไทย “สนธยา” รวมใจบ้านใหญ่ ระดมขุนพลเมืองชล ขี่กระแสลูกสาวทักษิณเข้าสภาฯ ศึกนี้แพ้ไม่ได้ จับมือกำนันมานิตย์ ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง 3 เขตชี้ขาด

พยัคฆ์บูรพาติดปีก “สนธยา” ระดมขุนพลเมืองชล ขี่กระแสลูกสาว “ทักษิณ” ศึกนี้แพ้ไม่ได้ ตั้งเป้ายึดสมรภูมิอีอีซี 3 จังหวัด(ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง)


สนามเมืองชล “สนธยา” จับมือกำนันมานิตย์ ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง ผนึกพันธมิตรอีอีซี พ่อมดดำ แปดริ้ว และนายกช้าง เมืองระยอง ปั่นแลนด์สไลด์เพื่อทักษิณ
    

บ้านใหญ่ชลบุรี รอเวลากลับมาผงาด หลังตัดสินใจเข้าไปอยู่ใต้ชายคาทักษิณ ชินวัตร โดยมี สนธยา คุณปลื้ม และ วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี เป็นเสาหลัก พร้อมกับแม่ทัพนายกอง ผู้ยังภักดีต่อกำนันเป๊าะ
 

มีรายงานข่าวจากชลบุรี ช่วงต้นสัปดาห์นี้ สนธยา คุณปลื้ม ในนามบ้านใหญ่แสนสุข ได้นัดประชุมนักการเมืองท้องถิ่น และหัวคะแนน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี ปี 2566

สนธยา ผนึกกำนันมานิตย์ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ปิดล้อมเสี่ยเฮ้งสนธยา ผนึกกำนันมานิตย์ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ปิดล้อมเสี่ยเฮ้ง


ในที่ประชุมวันดังกล่าว แป๊ะ-สนธยา ได้แนะนำ มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่จะมาร่วมงานกับบ้านใหญ่ ในสีเสื้อเพื่อไทยด้วยกัน โดยกำนันมานิตย์ จะรับผิดชอบพื้นที่ อ.เมืองชลบุรีบางส่วน และ อ.พานทอง 


ทายาทกำนันเป๊าะยังปลุกใจหัวคะแนนว่า ศึกครั้งนี้ชลบุรี บ้านใหญ่ต้องชนะยกจังหวัด แถมบ้านใหญ่เมืองชลยังมีพันธมิตรคือ พ่อมดดำ-สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง ที่จะต่อสู้ในทีมเดียวกัน


สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เพื่อไทย สายบ้านใหญ่ ทั้ง 10 เขต คงต้องรออีกสักระยะหนึ่ง จึงจะเปิดเผยชื่อได้อย่างเป็นทางการ 


‘โหนกระแสอุ๊งอิ๊ง’
ความพ่ายแพ้ในปี 2562 “สนธยา” ตระหนักดีว่า บริบทการเมืองในชลบุรีมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด คนรุ่นใหม่กลายเป็นตัวชี้ขาดผลการเลือกตั้ง


พลิกแฟ้มเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี สมัยที่แล้ว ปรากฏว่า ตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ พ่ายแพ้ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย เขต 5 พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีต ส.ส.ชลบุรี ,เขต 6 อิทธิพล คุณปลื้ม อดีต ส.ส.ชลบุรี 2 สมัย และเขต 7 ปรเมศฐ์ งามพิเชษฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี 


ทั้ง 3 คนเป็นกำลังหลักของบ้านใหญ่ แม้จะไม่มี ส.ส.บ้านใหญ่ใน พปชร. ก็ยังโชคดีที่อิทธิพล ได้เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม ในโควตากลุ่มชลบุรี ตอนนั้น เสี่ยเฮ้งยังไม่แตกคอกับบ้านใหญ่ 
 

สาเหตุความปราชัยของกลุ่มบ้านใหญ่ประการหนึ่ง  น่าจะมาจากกระแสคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคอนาคตใหม่ บวกกับพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ ทำให้คนเสื้อแดงแถวพัทยา บางละมุง เทคะแนนเลือกอนาคตใหม่


แม้บ้านใหญ่ชลบุรี ยังรักษาเก้าอี้นายก อบจ.ชลบุรี และนายกเมืองพัทยาไว้ได้ แต่ในอนาคต สถานการณ์การเมืองเริ่มผันผวน เมื่อบ้านใหญ่ ไม่มี ส.ส.ชลบุรี อยู่ในซุ้มแม้แต่คนเดียว


การเลือกพรรคเพื่อไทย และหวังพึ่งกระแสอุ๊งอิ๊ง จึงเป็นคำตอบสุดท้าย ในการดำรงเผ่าพันธุ์การเมือง ในนามบ้านใหญ่ชลบุรีให้อยู่รอดต่อไปได้


‘พึ่งกำนันมานิตย์’
ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า “สนธยา” และทีมบ้านใหญ่ ต้องขับเคี่ยวกับทีมเสี่ยเฮ้ง จึงเปิดการเจรจากับพันธมิตรทางการเมือง โดยเฉพาะก๊กกำนันมานิตย์


จะว่าไปแล้ว มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี สนิทสนมทั้งแป๊ะ สนธยา และเฮ้ง สุชาติ เมื่อจำเป็นต้องเลือก กำนันมานิตย์เลือกข้างลูกกำนันเป๊าะ


สำหรับเส้นทางการเมืองของ มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีตกำนัน ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ชลบุรี ปี 2550 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์


สมัยที่แล้ว กำนันนิตย์ลาออกจากพรรค ปชป.ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยเนวิน ชิดชอบ มอบให้จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้ง 8 เขต


กำนันมานิตย์ ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 2  แพ้จองชัย วงศ์ทรายทอง พรรคพลังประชารัฐ หลังพ่ายศึกเลือกตั้ง กำนันมานิตย์ก็ลาออกจากภูมิใจไทย 


ว่ากันว่า สนธยาและวิทยา ตัวแทนบ้านใหญ่แสนสุข ได้มอบให้กำนันมานิตย์รับผิดชอบผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ เขต 2 , เขต 3 และเขต 4 เนื่องจากมีฐานเสียง ฐานคะแนนอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี(บางตำบล) และ อ.พานทอง


เบื้องต้น กำนันมานิตย์ จะส่ง ฉัตรชัย อั้งลิ้ม อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวน ลงสมัครเขต 2 และเรือโท ธนวัฒน์ ภาวสุทธิ์ ลูกชายมานิตย์ ลงสมัครเขต 3 


ดังนั้น กำนันมานิตย์ จึงเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญของบ้านใหญ่เมืองชล ในการเอาชนะกลุ่มเสี่ยเฮ้ง เพราะศึกนี้ทายาทกำนันเป๊าะต้องการสั่งสอนใครบางคน


คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

34 ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง เปิดตัวซบ ‘ภูมิใจไทย’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538896

16 ธ.ค. 2565

34 ส.ส. จากหลายพรรคการเมือง เปิดตัวซบ 'ภูมิใจไทย' แล้ว

ส.ส.หลากค่ายหลายพรรค สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ปารีณา โผล่ให้กำลังใจ พี่ชายสู้ศึกราชบุรี เขต1 กับ’พลังประชารัฐ’

พรรคภูมิใจไทย มีการรับสมัครสมาชิกพรรคใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก  มีส.ส.จากพรรคอื่นหลั่งไหลเข้ามาสมัคร โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค สวมเสื้อแจ็คเก็ตให้สมาชิกใหม่ โดยการเปิดรับสมัครสมาชิกของพรรคภูมิใจไทย วันนี้ มีปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรรพลังประชารัฐ เดินทางมาให้กำลังใจ สีหเดช ไกรคุปต์ พี่ชาย ซึ่งเลือกที่จะมาพรรคภูมิใจไทย  เนื่องจากพลังประชารัฐ มีผู้สมัครลงเขต 1 ราชบุรีแล้ว พร้อมมั่นใจคนราชบุรียังให้ความไว้วางใจตระกูลไกรคุปต์   

บรรยากาศเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยบรรยากาศเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

สำหรับส.ส.ที่ย้ายมาพรรคภูมิใจไทยมาจากหลายพรรคการเมืองประกอบด้วย

1.นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย จ.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์

2.นายเดชทวี ศรีวิชัย จ.ลำปาง พรรคเสรีรวมไทย

3.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ จ.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ

4.นายกษิเดช ชุติมันต์ จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

5.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

6.นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ จ.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

7.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ จ.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ

8.นายประทวน สุทธิอำนวยเดช จ.ลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ

9.นางสาวพัชรินทร์ ชำศิริพงษ์ จ.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ

10.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา จ.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ

11.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จ.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ

12.นายอนุชา น้อยวงศ์ จ.พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ

13.นายอัฐพล โพธิพิพิธ จ.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

14.นายจักพรรดิ ไชยสาส์น จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย

15.นายธีระ ไตรสรณกุล จ.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย

16.นายนพ ชีวานันท์ จ.อยุธยา พรรคเพื่อไทย

17.นายนิยม ช่างพินิจ จ.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย

18.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ จ.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย

19.นานวุฒิชัย กิตติธเนศวร จ.นครนายก พรรคเพื่อไทย

20.นายสุชาติ ภิญโญ จ.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

21.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

22.นายขวัญเลิศ พานิชมาท จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกล

23.นายคารม พลพรกลาง จ.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

24. นายพีรเดช คำสมุทร จ.เชียงราย พรรคก้าวไกล

25.นายเอกภพ เพียรวิเศษ จ.เชียงราย พรรคก้าวไกล

26.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ จ.อุบลราชธานี เศรษฐกิจไทย

27.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกิจกูล จ.ตาก เศรษฐกิจไทย

28.นายสมัคร ป้องวงษ์ จ.สมุทรสาครพรรคชาติพัฒนา

29.นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาภิวัฒน์

30.นายอารี ไกรนารา แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ

31.นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมพลัง

32.สุชาติ อุสาหะ จากพรรคพลังประชารัฐ

33.พล.อ.สมชาย พิษณุวงศ์ จากพรรคพลังประชารัฐ

34.รังสรร์ วันไชยธนวงศ์ จากพรรคเพื่อไทย

อดีต ส.ส.กทม. จากพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วยจักรพันธ์  พัชรินทร์ และ  กษิดิ์เดช ให้เหตุผลการย้ายพรรคว่าเพราะการบริหารด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่ได้รับการชื่นชม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมต่างๆและการท่องเที่ยว  ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้ 80 ล้านคน ถือเป็นความหวังให้ชาว กทม. ยิ่งมีผู้ใหญ่ที่เคารพจะมาพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน คือ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจและเติมเต็มในส่วนของสนาม กทม.

นอกจากทั้งสามคนแล้วยังมี กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา มาร่วมแสดงความยินดีด้วย แม้ยังยังไม่ได้สมัครเข้าสังกัด  แต่เจ้าตัวยืนยันว่า จะไปลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ และจะมาพรรคภูมิใจไทยแน่นอน